LOVE ONLINE (KAIDO) | REWRITE END.

ตอนที่ 15 : love online : 13 rewrite

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,401
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    4 ม.ค. 59

   13.

สถานะ : It complicated











            มันคงจะดีกว่านี้ถ้าหากหลายๆสิ่งเป็นเหมือนที่ใจคิด การงานยุ่งยาก ไม่ค่อยจะมีเวลา สายตาที่ต้องจ้องมองเอกสารแทบตลอดเวลา ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเหนื่อยล้าพอตัว เขายกมือขึ้นเพื่อนขยี้หัวตัวเองเบาๆ พร้อมกับถอนหายใจออกมา ราวกับการกระทำแบบนั้นมันจะพอช่วยอะไรเขาได้บ้าง




            “เครียดมาก หัวหงอกไวนะจงอินน้ำเสียงที่คุ้นเคยเรียกสติเขากลับคืนมาอีกครั้ง จงอินหันไปมองยังประตูห้องที่เพิ่งถูกปิดลง ด้วยเจ้าของร่างไม่สูงมากนักรวมถึงไหล่แคบๆกับ ท่าทางที่ทะมัดทะแมง เสื้อเชิ้ตสีอ่อนถูกพับขึ้นรวมถึง ถุงผ้าสีส้มแสนแสบตา และเขาอดไม่ได้จะยิ้มออกมาอย่างไม่สามารถปิดบังได้เลย




            “ก็อยากโตให้ทันคนแถวนี้ล่ะครับจงอินพูดไปพร้อมรอยยิ้มและเอนหลังพิงกับเก้าอี้ เขาปิดแฟ้มงานที่ยังคงคาไว้ และหันไปสนใจเพียงแค่คนตัวเล็กที่เข้ามาในห้องทำงานของเขา




            “ร้ายกาจขนาดนี้แสดงว่ายังมีแรง งั้นมื้อนี้ พี่เอาไปทิ้งนะ




            “ไม่ๆ! มันเป็นของผม พี่ทำให้ผมแล้ว มันเป็นของผม” จงอินตอบกลับอย่างกระตือรือร้น เขาแทบจะลุกจากเก้าอี้และคว้าถุงสีส้มเอาไว้ในอ้อมกอด แต่เขาไม่ได้กอดแค่เพียงถุงสีส้ม เขากลับกอดทั้งคนตัวเล็กและถุงเอาไว้ในอ้อมแขนของเขา  “ห้ามเอาไปทิ้งนะ




            “...




            “นะครับพี่คยองซู... จงอินพูดอย่างแผ่วเบา พร้อมหอมแก้มของพี่เสียดื้อๆ




            “ย๊า! นี่มันที่ทำงานนะจงอิน ถ้าพ่อแม่นายมาเห็นเข้าจะทำยังไงพี่บ่นงึมงำในลำคอเพียงเล็กน้อย และดิ้นไปมา แต่ก็เหมือนความอยากแกล้งของเขามันมากไปจนกอดพี่แน่นขึ้นไปอีก และพี่ก็ดิ้นไม่หลุด จงอินได้แต่ส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ





            “เห็นก็ดีสิครับ ทำไมพี่ถึงไม่ยอมพูด…”




            “มันยากนะจงอิน...




            “....



            “กับสถานะของเราแบบนี้…” 




            แต่แล้วก็เหมือนเรื่องที่ยากจะพูดหรืออธิบายให้ใครต่อใครได้เข้าใจ สำหรับสิ่งที่พวกเขาเป็น หรือว่าสิ่งที่พวกเขาล้วนรู้สึก น้ำเสียงของพี่ฟังดูอ่อนล้า หรืออันที่จริงแล้วพวกเขาต่างอ่อนล้ากับสิ่งที่พยายามปกปิดมันมาตลอด โลกอาจจะเริ่มเปิดกว้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่ากับสังคมที่พวกเขาได้ใช้ชีวิตอยู่มันยังคงต้องหลบๆซ่อนๆ ไม่สามารถบอกใครได้ว่าเราจับมือกับในสถานะไหน 




เรายิ้มให้กับหรือแม้แต่สบกันในแววตาแบบใด 




และไม่สามารถบอกใครได้เลยว่าคนข้างกายของเขาคือคนรัก...

 




            25 ธันวาคม ค่ำคืนคริสต์มาสกับหิมะสีขาวโพลนปลุกคลุมไปทั่วพื้นที่ รองเท้าผ้าใบ 2 คู่เดินไปด้วยกันต่างเหยียบย่ำไปบนทางเท้าที่ปลุกคลุมไปด้วยความขาวโพลนของหิมะ มีเพียงมือสองข้างที่จับมือเดินไปด้วยกันอย่างช้าๆราวกับมอบความอบอุ่นบนทางเท้าที่หนาวเย็น แม้ว่ามันไม่ได้หวือหวาแต่พวกเขายอมรับว่ามันสุขเล็กๆที่เกิดขึ้นในหัวใจของพวกเขา เขาและพี่แค่ฮัมเพลงในลำคอไปด้วยกันหลังเดินผ่านร้านขายของหวานที่ส่งกลิ่นน้ำตาลลอยตลบอบอวน กลิ่นเนยที่หลอมละลายกับน้ำตาลรวมถึงคาราเมลที่ฟุ้งไปทั่วอณูอากาศทำให้บรรยากาศอบอุ่นท่ามกลางความหนาว ย่านจัตุรัสใจกลางเมืองมีร้านรวงมากมายที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน หากแต่ว่าเขาและพี่เลือกที่จะเดินขึ้นเนินมาเพื่อหาที่นั่งสงบๆในการดูดอกไม้ไฟ




            เราต่างมีกาแฟอุ่นๆในมือคนละแก้ว และนั่งแกว่งขาไปมากับการรอเวลาของพลุที่จะแสดงขึ้นในอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ เราต่างจ้องมองไปบนท้องฟ้าที่มีดวงดาวนับล้าน ท่ามกลางสายลมเย็นลูบผ่านผิวแก้มพร้อมริมฝีปากที่จรดขอบแก้วของกาแฟที่มีไออุ่นจางๆ ไม่นานนักกับการรอคอยเสียงที่ดังสะนั่นกับประกายไฟที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าก็ปรากฏ มันทั้งระยิบระยับ และเปล่งประกายท่ามกลางความมืด และเราต่างซึมซับความสวยงามนั้นอย่างไม่มีคำพูดใด




            ไม่รู้ว่ามันผ่านไปนานเท่าไรนัก กับเสียงของพลุที่ยังคงดังก้องกังวานไปไกลจนไม่ได้ยินเสียงหวีดหวิวของสายลมหวานยามค่ำคืน เขาเหลือบมองคนดวงตากลมโตข้างๆ ที่ยังคงจ้องมองมันราวกับการตกหลุมรักในห้วงเวลานั้นอย่างไม่มีเงื่อนไข ยามที่ริมฝีปากรูปหัวใจเผยรอยยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว จงอินต้องรับว่าเสียงพลุที่ดังสะนั่นหวั่นไหว ประกายไฟบนท้องฟ้า กับดวงตากลมโของพี่มันสะท้อนทุกๆอย่างออกมาจนหัวใจของเขาเต้นแรงเป็นจังหวะของพลุที่กำลังสว่างบนท้องฟ้า มันเป็นอย่างนั้นอีกครั้ง และอีกครั้ง




            “มองหน้าพี่ทำไมกันจงอิน มองพลุสิมันสวยมากเลยนะพี่พูดออกมาทั้งที่ดวงตายังคงจ้องมองประกายไฟบนท้องฟ้า มีเพียงเขาที่ยังมองพี่อย่างไม่มีคำพูดใด เขาได้ยิ้มราวกับคนเสียสติ จงอินก็แค่เป็นคนเสียสติ




            ผมเห็นพลุมาเยอะพอสมควร แต่พี่รู้อะไรไหม...




            “?”   พี่เอียงคอเล็กน้อย รอยยิ้มเล็กๆยังประดับอยู่บนใบหน้าของพี่ เราต่างสบตากัน ท่ามกลางบรรยากาศที่หนาวเย็น สียงพลุที่ดังสนั่นหวั่นไหว ผู้คนมากมาย ที่มาชมพลุเหมือนเพวกเขา เหมือนเวลามันหยุดนิ่งอีกครั้ง จงอินรู้สึกเหมือนมีแค่เขา แค่เขาและพี่




            “มันไม่มีพลุที่ผมดูแล้วมันทำให้ผมรู้สึกดีขนาดนี้ มันทั้งสวยงาม ไร้เสียงก้องกังวานที่น่าปวดหูในบางที สิ่งที่ดูรบกวนใจของผมถูกดูดออกไป...หลงเหลือบไว้เพียงความสวยงาม และเต็มไปด้วยความรู้สึก...ทุกๆอย่างที่ผมเห็นมันสะท้อนในดวงตาของพี่...




            “….”




            “ผมไม่รู้ว่ามันจะดูเชยไปไหมที่จะพูด...




            “....




            “แต่ผมก็แค่อยากจะบอก...ว่าพี่ทำให้ผมรู้สึกตกหลุมรักพี่ทุกๆวัน พี่จะรู้ตัวหรือเปล่าคยองซู...





            ไม่รู้ว่าความเขินอายต่างๆมันหายไปไหนหมด จงอินก็แค่กล้ามากขึ้นเมื่อเขาโตขึ้น เขาโตและเขาพร้อมที่จะรับผิดชอบสิ่งต่างๆ และเขาก็กล้าที่จะอ่อยปากคำว่ารักออกไป และเขาก็แค่กล้าจะมอบคำนั้น 




เขากล้าที่จะมอบคำว่ารักให้แค่พี่คนเดียว...




            หากว่าเขาและพี่เป็นเพียงดาวเคราะห์สีน้ำเงินใบใหญ่ กับดวงจันทร์ที่ส่องสว่างให้กับโลกยามค่ำคืน ต่างโคจรรอบๆกัน มีแรงดึงดูดกันและกันอย่างเชื่องช้า จวบจนสุดท้ายแล้วระยะที่เคยห่างไกลมีเพียงความใกล้ชิด ผิวแก้มขาวเนียนของพี่เจือสีแดงจางๆอาจเพราะลมหนาวหรืออะไรก็แล้วแต่เขาไม่อาจจะสนใจ ปล่อยให้ปลายจมูกที่เย็นคลอเคลียเจือไออุ่นทางลมหายใจ แพขนตาของพี่อยู่ใกล้ ริมฝีปากของเขามีรอยยิ้มที่เผยออกมาอย่างไม่ปิดบัง เราต่างมอบรอยยิ้มให้กันและกันอย่างไม่มีคำพูดใด จวบจนเสียงของพลุในชุดสุดท้ายของค่ำคืน เปล่งประกายบนท้องฟ้า ริมฝีปากเจือกลิ่นคาเฟอีนอ่อนๆและอบอุ่นสัมผัสกัน ความฟุ้งกระจายทางความรู้สึกถูกถ่ายทอดออกมาผ่านการกระทำ ราวกับเราเอ่ยคำว่ารักซ้ำๆ และซ้ำๆอยู่อย่างนั้นอย่างไม่มีคำพูดใด 




..........................................................





            พวกเขานั่งอยู่บนเตียงนอนของเขาหลังจากกลับมาถึงห้อง สภาพอากาศด้านนอกเริ่มเลวร้ายขึ้นเมื่อหิมะเริ่มตกหนักมากขึ้นกว่าเก่า ไอความหนาวเย็นทำให้พวกเขาอยากที่จะนอนคุดคู้อยู่ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ แต่สำหรับของขวัญที่พวกเขาเตรียมแลกกันก็ยังอยากที่จะเห็น จงอินเดินไปเร่งฮีตเตอร์ให้ทำความร้อนมากขึ้น รวมถึงคยองซูพยายามซ่อนกล่องของขวัญไว้ใต้ผ้าห่ม แต่ดูเหมือนจงอินจะรู้และสุดท้ายการใต้กล่องของขวัญที่เขาห่อเองก็ถูกนำมาวางไว้บนผ้าห่ม




            มีเพียงกล่องของขวัญหน้าตาเห่ยๆ 2 ใบที่วางอยู่ รวมถึงพวกเขาจ้องมองมันราวกับอยากจะรู้ข้างในนั้นมีอะไร พวกเขามีเพียงกล่องของขวัญใบเล็กๆสีน้ำเงิน กับกล่องขนาดกลางสีขาว ซึ่งทั้งหมดนั้นมันดูเห่ยเพราะมีรอยยิ้มที่ดูตลกๆถูกวางเอาไว้ จงอินขำกับสิ่งที่เห็นรวมถึงคยองซูก็ขำออกมาเช่นเดียวกัน พวกเขาวาดมันคล้ายกัน และกระดาษห่อของขวัญของพวกเขาก็ยับราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับการห่อ กล่องทั้งสองใบต่างถูกเลื่อนให้กันและกัน พวกเขาต่างเงียบ และไม่มีปฏิกิริยาใดๆที่จะเปิด ราวกับความลังเลว่าใครจะเปิดก่อน สุดท้ายแล้วพวกเขาก็แค่พยักหน้าออกมาและมันลงเอยที่ว่า เปิดพร้อมกันเถอะ
           




 “นับ 1-3 เปิดพร้อมกันนะ” คยองซูให้สัญญาณสำหรับการเริ่มแกะ และหลังเสียงนับสามของพวกเขาจบลง เสียงฉีกกระดาษก็เริ่มดังขึ้นต่อมา พวกเขาต่างกระตือรือร้นราวกับเด็กน้อยที่ตื่นเต้นของของขวัญวันคริสต์มาส คยองซูลุ้นว่ามันจะมีอะไรในกล่องสีขาวรูปราวแบนๆ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องพ่นลมหายใจออกมาพร้อมส่งสายตามองคนที่กำลังยิ้มมุมปากพลางแกะกล่องของขวัญไปเรื่อยๆราวกับท่าทางที่ดูกวน... 




            “ย๊าจงอินนายขี้โกง!!!”




            “ฮ่าๆ พี่ก็เปิดอีกชั้นสิครับเด็กหนุ่มผิวแทนหัวเราะลั่นราวกับมันเป็นเรื่องที่สะใจมากๆ ซึ่งคยองซูไม่สนใจเสียงหัวเราะของจงอินเด็กกวนประสาทและเขาลงมือแกะกล่องของขวัญชั้นต่อมา ในขณะที่เขากำลังจะเปิดกล่องของขวัญของตัวเอง น้ำเสียงทุ้มๆพร้อมแววตาร้ายกาจก็เอ่ยขึ้นมากับประโยคที่ว่า




            “พี่ผมแกะเสร็จละนะ จะเปิดละนะ

 




....................................................




            จงอินเห็นพี่ขมวดคิ้วราวกับเด็กน้อยถูกขัดใจเพราะโดนเขาแกล้งเอากล่องของขวัญซ้อนไว้อีกชั้น และดูเหมือนว่าพี่จะแกะกล่องช้าไปกว่าเขา แต่จงอินก็รอและสุดท้ายพวกเขาก็เปิดกล่องพร้อมกันอยู่ดี ในขณะที่เขาเห็นของด้านในมันเป็นสมุดบันทึกเล่มเล็กๆที่เขายังไม่กล้าเปิดอ่าน และสะดุดตากับข้อมือลูกปัดที่เขามองมันพร้อมรอยยิ้มในขณะที่จ้องมองพี่ที่กำลังนั่งมองของที่เขาทำให้พี่เช่นกัน 




            “พี่ชอบมันไหม?”




            “นายละชอบมันหรือเปล่า?”




            ชอบ ผมชอบมากๆ




            “พี่ก็ชอบ ชอบมากๆเหมือนกันพี่พูดพร้อมกับยกสมุดเล่มนั้นกอดไว้ เขารู้สึกอิจฉาสมุดเล่มนั้นซะแล้ว




            “พี่ทำเองหรอ อันนี้?” จงอินว่าพร้อมหยิบข้อมือลูกปัดเขาหมุนไปมาราวกับกำลังสำรวจ




            “ใช่ลงมือร้อยเอง และเอ่อ...ถ้าเป็นไปได้นายค่อยอ่านสมุดนั่นตอนไม่อยู่ด้วยกันได้ไหม?”




            “พี่เขินหรือไง...ผมรู้ว่าพี่เขินจะเก็บไว้อ่านคนเดียว แต่พี่ใส่นี่ให้หน่อย”  เขายื่นมือไปตรงหน้าพี่พร้อมกับสร้อยข้อมือนั่นให้พี่ใส่ให้ คนตัวเล็กไม่อิดออกพร้อมใส่กำไลที่พี่ร้อยเองเข้าไปในข้อมือของเขา จงอินได้ยิ้มออกมาและรู้สึกดีใจอย่างอธิบายไม่ถูก




            “เหมือนหมั้นกันเลย...” 





            “อืม ไว้ผมจะเอาของมาหมั้นพี่บ้างนะและสุดท้ายพวกเขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้ง มันเป็นเพียงของที่ไม่ได้ดูมีรางคาแพงมากมายเท่าไรนักแต่คุณค่าทางจิตใจของทั้งคู่ มันนับเป็นเงินตราไม่ได้เลย มันมีแค่ชิ้นเดียวในโลก




            ต้นเดือนมกราคมกับวันหยุดยาวที่ยังคงมีไอความหนาวเย็นปกคลุมทุกพื้นที่ เราต่างฉลองคืนสิ้นปีด้วยกันยันเช้า และจงอินปฏิเสธไม่ได้ว่าเขานั้น...รักทุกๆอย่างที่เป็นพี่ เราต่างซุกตัวใต้ผ้าห่มผืนใหญ่เพื่อซ่อนร่างกายจากความหนาว โอบกอดกันอย่างแนบชิด มอบจุ่มพิศยามใกล้ฟ้าสาง ความเหนื่อยอ่อนทำให้เราต่างหลับใหล แต่สุดท้ายแล้วเปลือกตาของเขากลับค่อยๆลืมขึ้นมาในเวลาเดิมๆอย่างเคยชิน จงอินนอนมองผู้เป็นพี่ยามหลับ กลิ่นกายเจือจางทำให้เขาอยากจะกดจูบพี่ซ้ำๆและซ้ำๆ แต่เพราะรอยแดงที่เขาเห็นโผล่พ้นผ้านวมผืนใหญ่ มันทำให้เขาได้แต่ข่มใจ ได้แต่นอนนับขนตาของพี่ไปทีละเส้น ทีละเส้น จวบจนเขาด่ำดิงลงไปในห้วงของความฝันอีกครั้ง




            บ่ายกว่าๆ  พวกเขาคู่ทั้งคู่ตื่นขึ้น  และยังงอแงอยู่ด้วยกันบนเตียง ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลุก  เขาและพี่งอแง




            บ่าย 2 พี่ยังนอนคลุมโปง และจงอินก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน เขานอนทับหน้าท้องของพี่ ลมหายใจเข้าออกที่อุ่นร้อนของเขาทำให้พี่จั๊กจี้ และพี่พยายามดิ้น เขายังสนุกกับการแกล้งพี่และปฏิกิริยาที่ตอบรับ สุดท้ายแล้วเขาก็อดไม่ได้ จงอินก็แค่อดไม่ได้ที่จะไล่จูบที่หน้าท้องของพี่ ผิวขาวเนียนยามกดจูบลงไป ลำคอ ริมฝีปาก ปลายจมูก จงอินพบว่ามันไม่สามารถจบแค่นั้นได้จริงๆ




            บ่าย 4 หลังจากกิจกรรมแกล้งพี่จบลง จงอินตัดสินใจอุ้มพี่ไปอาบน้ำด้วยกัน และพี่ไม่มีแรงขัดขืนใดๆนอกจากโอบกอรอบคอของเขาเอาไว้และไม่มีคำพูดใดต่อจากนั้น




            5 โมงเย็น ทั้งคู่ตัดสินใจไปหาอะไรกินที่ครัวด้านล่าง เพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องแทบทั้งวันที่ผ่านมา พี่บ่นเขาด้วยสีหน้าที่อ่อนเพลีย และจงอินมีเพียงรอยยิ้มบนใบหน้า




            6 โมงเย็น กับการกินข้าวมื้อแรกของวัน พวกเขาต่างกระหายและจัดการกับอาหารมื้อหนัก ไม่สนใจใดๆในตอนนี้ เพราะทั้งเขาและพี่ต่างหิว หิว และหิวเท่าที่จำกัดความได้ ราวกับสงครามที่เกิดขึ้น แต่เมื่อทั้งคู่อิ่ม ก็เหมือนสงครามอาหารจบลงไม่มีเสียงกระทบกันของช้อน นอกจากความเงียบท่ามกลางเสียงรายงานข่าวของโทรทัศน์ และสุดท้ายแล้วพวกเขาก็แค่หัวเราะออกมาเมื่อมองอาหารทุกๆจานมันว่างเปล่าด้วยเวลาไม่ถึง 10 นาที




            “นายแสบมากจงอินเด็กบ้าพี่บ่นงึมงำในลำคอ ในขณะที่พวกเขานั่งเล่นบนโซฟารวมถึงปลายเท้าของพวกเขาเขี่ยไปมาราวกับกำลังเล่นสนุก




            “แล้วพี่ทำตัวน่ารักทำไมล่ะครับ





            “ร้ายกาจ!” พี่ตีมือเขาเล่นเบาๆ และเขาก็ดึงมืออีกข้างมาจับด้วย สุดท้ายแล้วมันก็กลายเป็นสงครามตีมือกัน พวกเขาต่างดึงมือยื้อแย่งเล่นกันไปมาเบาๆ มันอาจจะดูไร้สาระ แต่พวกเขาก็แค่ชอบที่จะทำอะไรไร้สาระไปด้วยกัน




            เช้าวันหยุดยาวอีกวันหนึ่งของเขาจงอินกำลังนอนเล่นดูหนังกับพี่ที่โซฟาในอีกสองวันข้างหน้าวันหยุดยาวก็จะหมดลง เขายังคงไม่อยากจะขยับตัวไปไหนนอกจากความขี้เกียจที่หล่นทับกายของเขาเอาไว้และหัวของพี่ที่นอนทับเขาอยู่ เสียงเครื่องมือสื่อสารดังขึ้น จงอินได้แต่คิดว่าเขาไม่อยากมีมันเลยสักนิดหากแต่มันก็จำเป็น เสียงน่ารำคาญยังคงดังจวบจนเขาต้องตัดสินใจลุกขึ้นเพื่อไปรับ แน่นอนว่ารายชื่อแสดงนั้นเขาจ้องมองมันสักพัก เขารู้ดีว่าสิ่งที่คนปลายสายกำลังจะพูดคือเรื่องอะไร กับความรู้สึกที่ถาโถมมาราวกับหิมะที่ก่อตัวหนาค่อยๆถล่มลงมา...ทั้งที่เขาพยายามหลีหนีหรือไม่สนใจ แต่สุดท้ายก็ไม่เขาไม่สามารถที่จะหลีกหนีมันได้เลย




            “ครับแม่




            “จงอินแม่อยากจะถามว่าลูกพร้อมที่จะให้คำตอบแม่หรือยังสำหรับงานหมั้น

 






#ลอลkaido

 

Says something : ชั้นบรรยากาศของโลกไม่เคยปราณีเรา ความงี่เง่าหรือแม้แต่ความเหงาก็เช่นกัน...บาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

543 ความคิดเห็น

  1. #501 AtomZww (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 06:25
    อะไรกันความละมุนที่สั่งสมมา...
    #501
    0
  2. #500 jkyx (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 23:43
    นั่งยิ้มอยู่ดีๆ เจอประโยคสุดท้ายช็อคเลย...
    #500
    0
  3. #465 MyDyo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2558 / 08:52
    เห้ยยยย .  เดี๋ยวนะกำลังฟินนน ไม่เอานะข่นแม่ ไม่อาววววววววฮือออ
    #465
    0
  4. #438 Hztp (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มกราคม 2558 / 11:36
    เหมือนสามีภรรยาที่อยู่ด้วยกันทุกๆวันเลยนะ
    แต่ทำไมคยองถึงไม่บอกจงอินไปล่ะ ว่ารักเหมือนกัน
    ยังไม่มั่นใจอะไรอีก T T

    จงอินจะหมั้นจริงๆหรอ =[] =
    #438
    0
  5. #390 exokaido (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 17:08
    โอ๊ยยยยยย มันน่ารักมากๆเลย อยากให้แต่งงานกันไปเลยอ่า
    #390
    0
  6. #372 viewvy_tangmo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 / 13:10
    มันเป็นคริสต์มาสที่พิเศษจริงๆ คยองซูน่ารักน่าทนุถนอม
    จงอิน ... ไม่รู้จักพอเลยนะคะ คนพี่นี่เสียเปรียบอย่างแรง
    แต่ก็นะ ยอมเนอะ
    ...โซรา เธอเป็นใครมาจากไหนนิ!
    #372
    0
  7. #347 คายอง นัมจา~ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 10:14
    อะไรหมั่นน่ะ!!-*-
    #347
    0
  8. #324 t-t-thn56 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 มีนาคม 2557 / 07:10
    บรรยายได้น่ารักมากเลย อ่านแล้วเพลินๆดี
    ของขวัญที่แลกกันก็ลึกซึ้ง *^*
    #324
    0
  9. #283 babie5314 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2556 / 01:32
    อะไรนะครจะหมั้นกับโซรา -__-
    #283
    0
  10. #265 Nannapak Whangchai (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2556 / 00:17
    โหย หมดคำพูดอ่ะ 555555555555555 คือหน่วงจนไม่รู้จะเม้นไรดี แต่ถ้าพูดตรงๆคนที่คิดน้อยไปอาจจะเป็นคยองซูนะ ก็เข้าใจว่าคงมองเรื่องนี้แบบผู้ใหญ่และตามความคิดคนส่วนใหญ่ในสังคม แต่ถ้าคยองซูยอมพูดคำว่ารักและลองให้จงอินแนะนำเรื่องของทั้งคู่กับพ่อแม่จงอินก่อนหน้าจะต้องเจอกับโซรามันน่าจะดีกว่านี้ คืออย่างน้อยได้พยายามสู้ด้วยกันก่อนแล้วพอผลออกมาจะเป็นยังไงก็ยอมรับมัน แต่ก็ถือว่าได้ลองพานามด้วยกันแล้ว ดีกว่าปล่อยให้มันจบแบบนี้ทั้งๆที่ยังไม่ได้ลองเลย จงอินพยายามจะรักษารักของทั้งคู่แต่ทำไมคยองซูถึงยอมแพ่ง่ายๆขนาดนี้? ที่ผ่านมาการแสดงความรักของจงอินยังไม่มากพอให้คยองซูมั่นใจอีกเหรอ? ตลอดเวลาที่จงอินทำให้ทุกอย่าง อดทนเสมอ ยังไม่เพียงพออีกเหรอคยองซู? ทำไมไม่เห็นคุณค่าความรักของจงอินเลย เราไม่เข้าใจจริงๆคยองซู
    #265
    0
  11. #239 mybr2th (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2556 / 00:00
    คยองไม่เคยพูดมันกับจงอิน คำว่ารักน่ะ
    #239
    0
  12. #219 fernyim.sw (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2556 / 00:13
    เอิ่ม.. =.= ช็อค!
    #219
    0
  13. #155 คนไม่สำคัน~ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2556 / 03:06
    ไรเตอร์ทิ้งระเบิด มาอัพต่อด่วนๆเลยค่ะ = = แล้วโซรานี้ใครอีก? อ้า ก ก 
    #155
    0
  14. #148 Kai 'Mook (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2556 / 17:44
    ห้ะ?! ไม่นะ หมั้น?!
    #148
    0
  15. #144 Nanme Yaori (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2556 / 11:37
    ไม่น่ะ อย่าให้เป็นแบบนั้นเลยยย แล้วตยองจะอยุ่ยังไง ไรท์กลับมาเลยยยยย

    ค้างมากเค้ามิยอมนะ 5555555
    #144
    0
  16. #143 gubbgift (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2556 / 10:55
    อะไรอ่ะ  ไม่นะ!!!!  ไม่อยากให้ทั้งคู่เศร้าเลย
    #143
    0
  17. #142 AnticSynDrome (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2556 / 01:12
    เห้ยคุณหม่ามี๊ของจงอินคะ อย่าทำแบบนี้... - -
    #142
    0