LOVE ONLINE (KAIDO) | REWRITE END.

ตอนที่ 14 : love online : 12 rewrite

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,555
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    3 ม.ค. 59

   12.

สถานะ : It complicated





 



ในบางครั้งความสุขของเราก็มักมีใครคนหนึ่ง เป็นส่วนประกอบ




             จงอินในเวลานี้เขาอายุ 22 ย่างเข้า 23  และเขากำลังเรียนรู้การบริหารงานต่างๆจากพ่อและแม่ มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบายกับคำถามที่ว่านานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้อยู่พร้อมกันแบบนี้?’  ในหัวของเขาตอนนี้มันทั้งสับสัน ตื้นตันหรือแม้แต่โหยหา ความคิดถึงช่วงเวลาที่เคยพร้อมหน้ามันค่อยๆกลับมาอีกครั้ง พ่อกับแม่ รอยยิ้มให้เขาและนั่งบนโซฟาพูดคุยเกี่ยวกับชีวิตที่ผ่านมา หรือแม้แต่สอนเขาเกี่ยวกับงานๆทุกอย่าง เพื่อให้เขาได้ก้าวเดินต่อในวันข้างหน้าได้อย่างมั่นคงตามที่พ่อแม่ต้องการ เมื่อเขาได้จ้องมองใบหน้าของพ่อเขาสังเกตเห็น ริ้วรอยบนใบหน้า ดวงตาที่แสนเหนื่อยล้า หรือแม้แต่เส้นผมที่มีสีขาวแซม จงอินก็แค่รู้สึกได้ว่าพ่อแก่ไปมากขนาดนี้แล้วหรือ...รวมถึงแม่ของเขาก็เช่นกัน




            จงอินได้แต่ถามตัวเองในใจว่า เมื่อไรที่เขาจะทำให้พ่อและแม่สบายใจได้บ้าง เขาก็แค่อยากแบ่งเบาภาระนั้น  เราต่างพูดคุย หัวเราะ หรือแม้แต่ทานข้าวด้วยกัน มันเป็นความเรียบง่ายที่จงอินรู้สึกได้ถึงความสุข ยามที่เขาได้เติบโตแต่พ่อแม่เริ่มแก่ลง เขาเริ่มเข้าใจกับความเป็นไปของโลกได้มากขึ้นจากที่เคยหงุดหงิดกับสิ่งที่ไม่ได้ทำ เขาแค่กำลังรู้สึกว่า เขาควรที่จะสละบางอย่าง เพื่อให้พ่อแม่ได้พักผ่อน และเขาจะทำมัน อย่างไม่มีคำปฏิเสธใด





………………………………..






            คยองซู ในวัย 24 ปี เป็นวัยที่เขาต้องไขว่คว้า ตักตวง ในตอนที่เขายังมีแรงเขาทุ่มเทกับการงานอย่างเต็มที่เพื่อครอบครัว เขายังคงส่งเงินให้พ่อแม่ทุกเดือน และได้กลับไปหาท่านทุกๆ 3 เดือน  รวมถึงการพูดคุยผ่านโทรศัพท์วันละครั้ง มันทำให้ทราบข่าวว่าท่านยังสบายดีอยู่ หรือแม้แต่ทำให้ระยะทางระหว่างเขาและครอบครัวดูใกล้กันมากขึ้น มันเป็นเวลาเดิมในปกติของทุกๆวันที่จะโทรหา




            “คยองซูสบายดีไหมลูก กินข้าวหรือยัง?” น้ำเสียงของแม่ที่ยังสดใส เธอคอยถามถึงเรื่องราวการใช้ชีวิตประจำวันของเขา ดวงตากลมโตจ้องมองกล่องกิมจิที่วางไว้บนโต๊ะ ซึ่งมันเป็นฝีมือของแม่ และเขาอดไม่ได้เลยที่จะยิ้มออกมา




            “เรียบร้อยครับ กับกิมจิของแม่ด้วยอร่อยมาก




            “หมดหรือยัง ถ้าหมดแล้วแม่จะได้ส่งไปให้อีก




            “ยังครับไว้จะหมดแล้วจะบอกนะ




            “ไว้ว่างๆ แม่กับพ่อจะไปหานะ




            “ครับ ผมก็อยากเจอพ่อกับแม่นะ ว่าแต่อากาศเริ่มเย็นแล้ว พ่อกับแม่ต้องรักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ




            “ลูกก็เหมือนกัน อยู่ไกลบ้าน ต้องดูแลตัวเองดีๆนะ

 




            อากาศเริ่มเย็น ใบไม้ที่เหี่ยวแห้ง ปลิวไปตามสายลมและร่วงหล่นลงสู่ทางเท้า มันแสดงถึงความเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ควันขาวฟุ้งกระจายลอยออกมาตามการหายใจ รวมถึงเสียงเด็กน้อยที่วิ่งเล่น ยังคงเล่นกันอย่างสนุกสนานบนสนามหญ้าที่เริ่มเหี่ยวแห้ง คยองซูกระชับผ้าพันคอให้แน่นขึ้น ในขณะที่ข้างกายของเขายังคงมีคนตัวสูงแววตาคมคาย เดินข้างกันเงียบๆไปอย่างนั้น   มันเป็นวันหยุดที่รอคอยในรอบปี แม้ว่าจะผ่านมาหลายปีสำหรับพวกเขา แต่เขาทั้งคู่ยังไม่เคยมอบขอบขวัญพิเศษให้แก่กันใน วันเกิด หรือแม้แต่เทศกาลที่สำคัญ พวกเขาทั้งคู่ต่างมองว่ามันก็แค่สิ่งของ ความรู้สึกของทั้งคู่มากกว่ามันสำคัญกว่าสิ่งของชิ้นไหนๆ แต่ดูเหมือนว่าปีนี้มันพิเศษกว่าเดิม จงอินบอกว่าอยากทำให้ทุกๆอย่างมันดูพิเศษขึ้นกว่าเก่า เพราะมันเป็นการเริ่มต้นสู่ชีวิตวัยทำงานของจงอิน คยองซูได้แต่พยักหน้ารับ แม้ว่าพวกเขาจะดูเหมือนไม่มีอะไรสักอย่างในความคิดตอนนี้เลยเกี่ยวกับของขวัญ





            วันหยุดนี้พวกเขาเลือกที่จะให้มันจบลงที่ห้าง ซึ่งไม่มีอะไรมากไปกกว่าการซื้อของ จงอินเดินไปลากรถเข็นออกมา และทั้งคู่เดินเคียงข้างกัน  ต่างช่วยกันเลือกของไปเรื่อยๆ พูดคุยถึงการปรับเปลี่ยนยี่ห้อแชมพู หรือแม้แต่ดูอันเดอร์แวร์ตัวใหม่ รวมถึงของสดที่จะนำไปทำเป็นมื้อค่ำของเย็นวันนี้ 




            “จงอินนายอยากกินอะไร?” คยองซูหยุดอยู่ที่ตู้แช่เครื่องดื่ม รวมถึงฝั่งตรงข้ามเป็นผักและผลไม้สด เขาจ้องมองคนตัวสูงที่เริ่มทำท่าหมีง่วง แต่ทันทีที่คำถามถูกเอ่ย แววตาง่วงๆกลับดูร้ายกาจมากกว่าเก่า




            “กินพี่น้ำเสียงเรียบนิ่งกับคำพูดที่ดูเหมือนไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้คยองซูอดไม่ได้ที่จะเผลอตีไปที่ไหล่ของน้อง จงอินติดนิสัยแบบนี้มาจากไหนคยองซูก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เขาก็ยอมรับว่ามันก็ตลกดี พวกเขาไม่ใช่เด็กวัยใสที่จะห้ามพูดเรื่องแบบนี้ มันก็แค่เย้าแหย่ จวบจนสุดท้ายแล้วเสียงหัวเราะเบาๆของพวกเขาก็เกิดขึ้น เราต่างหยอกเย้ากันไปมาซึ่งมันกินเวลาไปพักใหญ่  รถเข็นที่ว่างเปล่ายังคงถูกเข็นไปเรื่อยๆ และคยองซูคิดว่ามันควรที่จะหยุดลงกับการเล่นแบบบ้าๆนี้




            “ย๊าจงอินเถอะ เลือกที่นายอยากกินสิ เดี๋ยวเย็นแล้วอากาศจะหนาวกว่าเดิมนะคยองซูพูดในขณะที่หยิบฮอตดอกชิมฟรีจิ้มเข้าปาก




            “ผมชอบทุกอย่างที่พี่ทำ มันอร่อยทุกอย่าง แค่พี่ทำมัน ” แล้วคยองซูก็ต้องยอมจงอิน คำตอบที่ทำให้เขาเขินอายได้เสมอไม่ว่ามันจะผ่านมานานเท่าไร เสียงหัวเราะ พูดคุยมันยังดำเนินไป หากแต่มีเสียงหนึ่งทักเขา คยองซูรู้สึกว่าเขาคุ้นเคยกับเสียงนั้นดี เมื่อได้หันไปมองตามเสียงเรียกเขาพบกับคนรูปร่างสูงโปร่ง เสื้อเชิ้ตและกางเกงยีนมียี่ห้อ รองเท้าผ้าใบ หรือแม้แต่เส้นผมสีทองที่เซทมาอย่างดี ทุกๆอย่างที่ได้จ้องมองในเวลานี้ มันยังอยู่ในความทรงจำของเขาเสมอ




            “คริส..” ชื่อนี้ถูกเอ่ยทักคนตรงข้าม




            “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” 




            “อ้าวพี่คริส มากับใคร”  จงอินเดินมาพร้อมกับกล่องนมสด ซึ่งคยองซูสงสัยถึงการทักทายที่ดูสนิทสนมของจงอินและคริส แต่ก็เขาไม่ได้พูดอะไร สายตาของคริสที่จ้องมองเขาและจงอินดูเหมือนว่ามันมีคำถามบางอย่างในดวงตาคมคู่นั้น แต่ก็แค่ไม่พูด คริสยังคงยิ้ม และตอบคำถามทั่วไปกับจงอิน  คยองซูก็ยังคงยิ้มบ้างบางโอกาส ซึ่งเขาไม่ใช่ไม่อยากพูดไม่อยากบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขาและจงอิน แต่ในตอนนี้เขาแค่คิดว่ามันยังไม่ถึงเวลา...




            “มาคนเดียว แล้วนายยังใช้เบอร์เดิมหรือเปล่าคยองซู”   ดูเหมือนว่าคริสจะยังคงทำตัวสบายๆ รวมถึงถามคำถามเขา คยองซุได้แต่มองหน้าจงอินสลับกับคริสไปมา แต่สุดท้ายแล้วก็ตอบไปตามความเป็นจริง




            “เปลี่ยนแล้วพอดีโทรศัพท์หายหน่ะคยองซูพยายามสังเกตสีหน้าของจงอินแต่ก็ดูเหมือนจะมีเพียงความปกติของคนใบหน้าง่วงๆนั้น




 

            “ขอหน่อยคริสยื่นโทรศัพท์ของเขามาให้คยองซู  เขารับมันมาพร้อมกดเบอร์ลงไป ในใจก็คิดแค่ว่ามันคงจะไม่มีอะไรเพราะอย่างไรสำหรับความรู้สึกที่เขามีให้กับคริสมันคงเป็นเพียงแค่เพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น จวบจนโทรศัพท์ถูกส่งกลับคืนเข้าของแม้จะมีบ้างที่เขารู้สึกถึงความอึดอัดบางอย่าง แต่พวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป จวบจนคริสของแยกย้ายไปอีกทาง




            “ไว้เจอกันนะ บาย”     





            ทั้งเขาและจงอินเราต่างไม่พูดถึงความสัมพันธ์ที่ผ่านมา ทุกๆอย่างยังคงปกติ และสองสัปดาห์ต่อจากนั้น คริสติดต่อกลับมาและนัดเจอกันที่รานกาแฟเล็กๆแถวๆบริษัท พวกเขาพูดคุยด้วยกันตามปกติ มันก็นานมากแล้วที่ไม่ได้พบเจอ  ไม่ได้มองหน้ากัน วันเวลาที่ผ่านมา มันยาวนาน




            “สบายดีนะ




            “นายก็สบายดีนะ”   มันเป็นคำถามที่งี่เง่าที่พวกเขานั้นคุยกัน อาจจะเพราะว่าความที่ไม่ได้เจอกันนานหรือเพราะอะไรเขาก็ขี้เกียจจะหาคำตอบ




            “ไม่ถามหรอว่าทำไมฉันรู้จักจงอิน




            “รอให้นายเล่าไง ฮ่าๆ




            “นายยังร้ายกาจเสมอเลยนะ




            พวกเขาเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาตลอดเวลา และกล่าวถึงบุคคลที่สามนั้นคือจงอิน คริสเล่าถึงการที่ได้รู้จักจงอินและจงอินก็บอกว่าเขามีความสัมพันธ์ซับซ้อนกับรุ่นพี่ เมื่อพูดถึงชื่อ คยองซู เขาก็สงสัยแต่ไม่คิดว่าใช่คนที่คุ้นเคยอย่างเขา  คยองซูยิ้มกับท่าทางที่เล่าไปและทำหน้าตาแปลกประหลาดปนตกใจของคริส หลากหลายเรื่องราวที่พูดคุย  มันสนุกสนาน  ถ้าจะถามถึงความสัมพันธ์ครั้งเก่า เขาทั้งคู่ก็แค่ไม่พูดถึงมัน เพราะมันก็คงจบไปนานแล้ว รวมถึงคริสก็ดูท่าจะมีความสุขกับตอนนี้ และเขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม




            “นายมีแฟนใหม่หรือยัง




            “ก็ดูๆกันอยู่




            “ดีเลย นายจะได้มีคนดูแลนะ




            “ฉันต้องการคนดูแลเสมอเอชของฉันด้วย




            พวกเขาก็แค่ยิ้มให้กันเมื่อนึกถึงตุ๊กตาตัวโปรดที่คริสชอบ พวกเขาจิบกาแฟรสชาติไปด้วยกันเงียบๆ หลายอย่างที่ผ่านๆมามันเป็นอดีตและบทเรียนหนึ่งที่ทำให้เขาทั้งคู่เลือกที่จะไม่ละเลยคนสำคัญของพวกเขา เมื่อเวลาผ่านไปถึงเวลาที่พวกเขาต้องแยกย้าย  คริสเดินมาส่งเขาที่อพาร์ทเม้นท์ และจงอินยืนรอเขาอยู่ที่สวนด้านล่าง มันคงกระอักกระอ่วนใจ หากพวกเขานั้นไม่บริสุทธิ์ใจ แต่เปล่าเลย พวกเขากลับเข้ากันได้ดี  ทั้งคริสและจงอินทักทายกันนิดหน่อย ก่อนที่คริสจะขอตัวกลับบ้าน คยองซูและจงอินเดินขึ้นมายังห้องพักของเขาในขณะที่ใบหน้าง่วงๆของจงอินก็ซบลงที่ไหล่  




            “คิดถึงพี่จัง




            “เหนื่อยมากไหมวันนี้”   




            “ตอนแรกเหนื่อยแต่ตอนนี้ไม่เหนื่อยแล้ว




            “นายจำเรื่องแฟนเก่าที่พี่เคยเล่าได้ไหม




            “ครับ





            “แฟนเก่าพี่คือคริส แต่ตอนนี้ทั้งพี่และเขาต่างมีคนสำคัญของตัวเอง…” 




            “ผมรู้ครับพี่ ผมรู้ ผมเชื่อใจพี่”     





            มีเพียงรอยยิ้มที่ยิ้มให้กัน น้องเข้าใจและเขาไม่จำเป็นต้องปิดบัง เพราะแบบนี้พวกเขาถึงได้ถึงไม่เคยทะเลาะหนักๆกันเลยสักครั้ง มีบ้างที่ทะเลาะเพราเรื่องงี่เง่า อันที่จริงเราต่างงี่เง่า และเขาไม่อยากที่จะพูดถึง คยองซูยีหัวจงอินเบาๆ พร้อมกับจัดการทำมื้อเย็น เย็นวันศุกร์มันเป็นไปตามปกติสำหรับพวกเขาในการหาหนังดูด้วยกันสักเรื่อง และนอนเอกเขนกโซฟา





...............................................





             เมื้อเย็นแบบเรียบง่าย จงอินและพี่กินข้าวพ้อมดูสารคดีสัตว์โลก  เพราะว่าหนังที่พวกเขาดูด้วยกัน พวกเขาดูหมดแล้วทุกเรื่อง พวกเขาทำได้แค่ขำและเห็นตรงกันว่าควรดูทีวีตามปกติ พวกเขาชอบดูสารดคี มันหลากหลายแม้ไม่ได้ไป แต่ก็เหมือนได้ไปพบเจออะไรใหม่ๆในโลกกว้าง สปาเก็ตตี้ฝีมือพี่ มันยังอร่อยเสมอ และพี่ก็กินเลอะเหมือนเด็กทุกที  อาจจะไม่เหมือนเด็กตัวเล็กๆ แต่พี่ก็กินเลอะ มันเลอะที่มุมปากนิดหน่อย จงอินหัวเราะกับท่าทีเหล่านั้น เขาหยิบกระดาษทิชชู่ส่งให้พี่  พี่รับมันไปเช็ด และพี่เขินจนหูแดงเหมือนเดิมเสมอ




            “คริสมาสต์นี้ผมว่ามันต้องพิเศษ




            “แน่นอนอยู่แล้ว เราจะแลกของกันวันนั้นหรือเปล่า





            “แน่นอน อาจจะไม่ใช่ของแต่มันคืออะไรที่พิเศษ




            “ตอนนี้เดือน 10 ยังมีเวลาเหลือเฟือเลย




            “พี่ต้องรีบทำนะ ผมตื่นเต้น ฮ่าๆพี่บีบจมูกเขาเบาๆ  เสียงหัวเราะเกิดขึ้น  โต๊ะอาหารที่มีแค่คนสองคน จานสปาเก็ตตี้คนละจาน มันมีรสชาติของความสุข




            เช้าวันจันทร์เขาได้เริ่มทำงานอย่างจริงจัง  การได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน มันก็ดี ชีวิตวัยทำงานวันแรก กาแฟแก้วแรกของวัน  เลขา หรือแม้แต่ลูกค้าคนแรก ทุกๆอย่างกับความรู้สึกพร้อมคำว่าครั้งแรก มันตื่นเต้น กระสับกระส่าย แต่เขาก็ควบคุมมันได้  เขาจะพยายามทำให้ดีที่สุด  เขาโตแล้วจริงๆ..  วันเวลาการทำงานมันผ่านไปอย่างรวดเร็ว และเหนื่อยล้า แต่ว่าจงอินกำลังใจที่ดี มันกำลังใจจากพี่คยองซู แม้ว่ามันจะเป็นข้อความสั้นๆทำงานวันแรกสู้ๆนะจงอินคนเก่งแต่มันกลับทำให้ทั้งวันของเขารู้สึกดีมากจริงๆ จงอินยิ้มหลังอ่านข้อความนั้นจบ เขาปฏิเสธไม่ได้ว่าหัวใจของเขาพองและล่องลอย กับหน้าจอสีเหลี่ยมในเครื่องมือสื่อสารนี้...มันทำให้คนเรามีความสุขได้ขนาดนี้ได้จริงๆ




            “ผมจะกินอันนี้




            “ไม่นายไม่ควรกิน





            “แต่ผมอยากจริงๆนะ





            “แต่นายกินแล้วนายจะปวดท้อง




            “ก็ผมอยากกิน




            “พี่จะไม่พูดกับนายแล้ว




            เสียงทะเลาะที่เกิดขึ้น มันเป็นการทะเลาะที่งี่เง่าไร้สาระ  พวกเขากำลังยืนทะเลาะกันหน้าร้านขายต๊อก ยามค่ำคืนของย่านดัง พวกเขามาเดินเล่นด้วยกัน หลังจากเลิกงาน มันโอเคเสมอตลอดเวลา แสงไฟที่สวยงาม บรรยากาศที่แสนเป็นใจ แต่ไม่ใช่  ไม่ใช่ตอนนี้  จงอินอยากกินต๊อก หน้าหนาว ต้องคู่กับของเผ็ดร้อน แต่พี่คยองซูห้ามเขา ต๊อกเป็นสาเหตุ และพวกเขาก็ทะเลาะกัน   งี่เง่าเอาแต่ใจ  จงอินกำลังเป็นอยู่ในตอนนี้




            “นายเป็นโรคกระเพาะ นายไม่ควรกิน




            “ก็ผมอยากกิน




            “ทำไมนายงี่เง่าอย่างนี้จงอิน”  พี่เบะปากและหันหน้าหนี




            “ผมก็งี่เง่ากับพี่คนเดียวแหละครับ” เขาไม่อยากให้พี่โกรธเขานาน เขารู้ว่าพี่ห่วงเขามาก การงานที่หนักทำให้เขาพลาดอาหารบางมื้อ    จงอินยื่นนิ้วก้อยไปข้างหน้าพี่




            “A B C กับเบิ้ล D ดีกันนะครับพี่คยองซูบทเพลงที่แสนปัญญาอ่อน แต่เขาก็เลือกที่จะทำ จงอินร้องเพลงเบาๆ พร้อมกับยื้นนิ้วก้อย เกี่ยวก้อยคืนดี’ คือสิ่งที่จงอินกำลังทำและหวังว่าพี่จะคืนดีด้วย





            “โอเค เกี่ยวก้อยคืนดีหน้าร้านขายต๊อก มันก็ไม่เลวเลย”  พี่พูดพร้อมหัวเราะออกมาในขณะที่นิ้วก้อยของพวกเขา ต่างยื่นเกี่ยวกัน และมันก็แค่การดีกันของพวกเขาแบบเรียบง่าย




            คืนนี้จงอินอ้อนพี่มานอนที่บ้านสำเร็จ เขาอยากกอดพี่ให้ชื่นใจยอมรับว่ามันออกจะดูเป็นเด็กที่เอาแต่ใจไปบ้าง แต่เขาก็แค่อยากจะเอาแต่ใจเฉพาะกับพี่เท่านั้น พวกเขาดำเนินธุระส่วนตัวหลายๆอย่างตามปกติ  เหมือนเป็นบ้านของตัวเองอย่างเคยชิน ในขณะที่จงอินนั่งบนเตียงนอนมองดูพี่นำผ้าเช็ดตัวไปตากที่ราวแขวน หลังจากนั้นจงอินก็ดึงแขนของพี่ให้นั่งลงข้างๆกัน




            เมื่อหัวค่ำ ผมตัวงี่เง่า เขาพูดออกมาอย่างแผ่วเบาในขณะที่เขาใช่ฝ่ามือเกลี่ยที่หลังมือของพี่ไปมา จงอินก็แค่รู้สึกว่าเขางี่เง่าอย่างที่พูด แต่ดูเหมือนว่าความร้ายกาจของพี่จะพัฒนามากขึ้นไปเรื่อยๆ




            “นายรู้ด้วย พี่ดีใจจัง คนดวงตากลมโต ยื่นเข้าไปมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆรดผิวแก้ม จงอินชะงัดไปเพียงเล็กน้อยก่อนที่เขาจะเผยรอยยิ้มที่มุมปากออกมา




            “ทำไมพี่ร้ายกาจจังละครับ




            “ติดจากนายมาไง ฮ่าๆๆหลังจากเสียงหัวเราะของพี่ดังขึ้น มันเหมือนกับการพลุสัญญาณเตือนของเกมนี้ได้เริ่มต้นขึ้น พวกเขาหยอกล้อกันที่บนเตียง หยิบหมอนของทั้งคู่ฟาดใส่กันและกัน มันคือสงคราม  สงครามหมอน หมอนใบโตกับคนสองคนในวัยยี่สิบกลางๆ มันอาจจะดูเป็นเรื่องที่บ้า แต่ใครจะสนล่ะ ในเมื่อตอนนี้มันมีแค่พวกเขา กับเสียงหัวเราะฟุ้งกระจายโดยรอบ





            ในท้ายที่สุดของเกมย่อมมีผู้ชนะ และในเกมนั้นอาจจะเป็นจงอิน วงแขนอบอุ่นโอบกอดคนตัวเล็กเอาไว้ พร้อมเสียงของลมหายใจที่เหนื่อยหอบ ใบหน้าของพี่แดงระเรือรวมถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร็ว ปลายจมูกของเขาค่อยๆเฉียดผิวแก้มของคนในอ้อมกอดแต่แล้วกลับมีหมอนใบโตถูกยกฟาดใบหน้าของเขา และท้ายที่สุดแล้วก็ทิ้งตัวนอนลงไปบนเตียงด้วยกันแบบนั้น เสียงหัวเราะที่เคยฟุ้งกระจายค่อยๆเบาลง เบาลง และมันจบลงด้วยความเงียบพร้อมเสียงลมหายใจเข้าออก สงครามที่เคยเกิดขึ้นสงบลง อันที่จริงแล้วไม่มีใครแพ้ ไม่มีใครชนะในเกมนี้เลยแม้แต่น้อย เพราะพวกเขาก็แค่ยอมกันและกัน




            ทำไมพี่ทำให้ผมมีความสุขขนาดนี้นะ...เราต่างนอนตะแคงข้างหันหน้าเข้าหากัน จงอินจ้องคนดวงตากลมโตที่กำลังสบตากับเขา ปลายนิ้วเกลี่ยผิวแก้มของพี่อย่างเชื่องช้าในขณะที่ค่อยๆปัดผมหน้าม้าที่เปียกชื้นไปด้วยของพี่อย่างแผ่วเบา




            “นั่นสิ ทำไมนายทำให้พี่มีความสุขมากขนาดนี้นะน้ำเสียงแหบพร่าถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากรูปหัวใจ และห้องนอนของพวกเขาก็มีเพียงความเงียบ




            มันเงียบจนแทบได้ยินเสียงของลมหายใจ ได้แต่ปล่อยให้ดวงตาทีจ้องมองกับสื่อความหมาย




            มันเงียบจนแทบได้ยินเสียงของการขยับกายเพียงเล็กน้อย เพื่อลดช่องว่างระหว่างกัน





            และมันเหมือนมีพลุระเบิดดังภายในสมองของเขา ยามที่แก้มฝ่ามืออุ่นๆของพี่สัมผัสที่ผิวหน้าของเขา เราต่างขยับใกล้กันมากขึ้น ราวกับขั้วแม่เหล็กต่างขั้วที่ถูกดึงดูด ที่ว่างระหว่างพวกเขากลับมีเพียงน้อยนิด ทั้งแพขนตา ปลายจมูกและริมฝีปากของพี่ที่อยู่ใกล้ชิด จงอินคิดว่ามันคงเป็นเรื่องที่ห้ามยากเหลือเกินที่จะไม่กดจูบลงไปที่ริมฝีปากของพี่อย่างแผ่วเบา พร้อมอ้อมกอดที่ต่างแนบความใกล้ชิดระหว่างพวกเขาให้ไม่มีที่ว่าง ความเห่อร้อนของใบหน้า กับความรู้สึกที่พุ่งพล่านถูกส่งผ่านออกมาทางกระทำ ปลายจมูกของพวกเขาคลอเคลียกันไม่ห่าง รวมถึงความเห่อร้อนที่ทำให้เราปัดป่ายไปทั่วราวกับไม่รู้ทิศทางได้แต่ให้ร่างกายและเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะดำเนินไป เสียงหอบครางในลำคอถูกเปล่งออกมายามที่รสจูบหวานซึ้งดื่มดำไปเรื่อยๆ สลับสับเปลี่ยนถึงความร้อนแรงที่เพิ่งเริ่มขึ้นค่อยๆมอบให้กับและกันผ่านปลายลิ้น





            ขบกัดอย่างหยอกเอินอย่างไม่ประสา และเสื้อผ้าทีละชิ้น ทีละชิ้นถูกปัดผ่านราวกับคำปลอบประโลม สุดท้ายแล้วพวกมันก็ถูกทิ้งขว้างอย่างไม่ใยดีสักมุมหนึ่งของห้อง เพียงเพราะมันไม่จำเป็นสำหรับพวกเขาในเวลานี้ หลงเหลือไว้เพียงผิวกายที่เห่อร้อน ดื่มด่ำกับรสชาติความรักที่ฟุ้งกระจาย จงอินกอดคยองซูราวกับเขาหวงแหนพี่มากกว่าสิ่งใด เขาจูบผิวกายของพี่ซ้ำๆราวกับย้ำว่าเขาไม่ได้เพ้อฝันยามค่ำคืน กระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู และส่งความรู้สึกเข้าไปให้ลึกที่สุดในห้วงอารมณ์ ดวงตากลมโตที่จ้องมองเขาราวกับสื่อความหมาย เราต่างถ่ายทอดมันออกมาเป็นภาษากายที่ซาบซึ้ง มันมากขึ้น และมากในทุกๆสัมผัส ราวกับความทรงจำมากมายค่อยๆถูกบันทึกลงไปในทุกๆวินาที จงอินปฏิเสธไม่ได้ว่าในเขาแทบสำลักความสุขที่เกิดขึ้น กับระยะเวลาที่เราต่างอดทนรอ เขากอดที่ให้แน่นขึ้นอีกครั้ง พร้อมห้วงอารมณ์ที่ราวกับไปแตะขอบโลก...เขากระซิบให้พี่ได้รับรู้ถึงมันซ้ำๆและซ้ำๆอยู่อย่างนั้น

             





            “ผมรักพี่นะครับ พี่คยองซู

 


 

#ลอลkaido

 

Dear reader : สวัสดีปีใหม่นะ กับปี 2016 นี้...หวังว่ามันคงจะเป็นอีกปีที่มีความสุขและคำว่า ดี ฟุ้งกระจายไปในทุกๆวันอย่างแข็งแรง และที่สำคัญอย่าเพิ่งเบื่อเลยนะ กับคำว่า เรื่อยๆไปด้วยกัน... กับเรา

ขอบคุณ

รัก

และเติบโตไปด้วยกัน นาน นาน นะ <3

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

543 ความคิดเห็น

  1. #499 jkyx (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 17:17
    เป็นความเรีบยง่ายที่เขินมาก แงงงง
    #499
    0
  2. #498 Ppannaz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 08:32
    ต่อเลยได้ไหมอ่ะฮรืออ
    #498
    0
  3. #497 misobass (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 20:34
    คือดีอ่ะ
    feel good
    อ่านแล้วยิ้มเลย
    อิ่ม >\\\<
    #497
    0
  4. #451 gampere (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 15:26
    คิดถึงฟิคเรื่องนี้มากกกกกก กลับมาอ่านรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ขอบคุณไรท์จริงๆที่แต่งมาให้อ่าน มีความสุขทุกครั้งที่กลับมาอ่านเลยค่า ><
    #451
    0
  5. #443 gampere (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:58
    ชอบตอนนี้มากกกกกก อ่านทีไรก็รู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจ ><
    #443
    0
  6. #437 Hztp (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มกราคม 2558 / 11:29
    จงอินสร้างฟีลให้ตัวเองมานาน  งานนี้ผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ = [] =
    โอยตายล้าวววววววววววว เขิน
    #437
    0
  7. #412 PK611 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 14:31
    หน่วงมากกกก แต่ตอนห้าจงอินจะเจอกับคยองซูแล้วสินะ :))
    #412
    0
  8. #389 omoeme_fern (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2557 / 13:48
    ฮรุ้ยยยย น่ารักงะะะ
    #389
    0
  9. #371 viewvy_tangmo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 / 13:03
    เสร็จแล้ว! ฮ่าๆๆๆๆ คริสต์มาส คนอ่านก็รอนะ
    น่ารักจริง มันหวานละมุน
    #371
    0
  10. #346 คายอง นัมจา~ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 10:03
    ไม่ใช่แค่ทั้งสองรอคอย
    เค้าก็รอคอยเหมือนกัน-..->>>>ปล๊าาวหื่น
    #346
    0
  11. #323 t-t-thn56 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 มีนาคม 2557 / 07:06
    น่ารักจริงๆคู่นี้ *^*
    #323
    0
  12. #282 babie5314 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2556 / 01:28
    เยเฮ้ท -.................- ไม่ได้หื่นแต่อย่างใด
    พอเห็นรูปภาพประกอบและคำว่าเมีถึงกับรีบอ่าน
    และก็ไม่ผิดหวงัมนันละมุนมากกกกกกกกกกกก
    #282
    0
  13. #264 Nannapak Whangchai (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2556 / 23:59
    มาแล้วค่ะ มันมาแล้ว... โซราไหนหนูไม่รู้จักค่ะแม่ หนูรู้จักแต่คยองซู "คนสำคัญของจงอิน" ค่ะ ขุ่นแม่อย่าทำแบบเน้ ;----------;
    #264
    0
  14. #238 mybr2th (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2556 / 23:51
    ไม่ได้นะจงอิน ห้ามแต่งนะ คยองก็เอาแต่กลัว หน่วงจริงๆเลย ; ^ ;
    #238
    0
  15. #217 fernyim.sw (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2556 / 23:01
    อรั๊ยยยยย ถึงไรต์จะบรรยายไม่เยอะมาก แต่เราฟินนน (มโนคือทุกอย่าง55) *[ ]*
    #217
    0
  16. #154 คนไม่สำคัน~ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2556 / 02:58
    ในที่สุดจงอินกับคยองก็..บรรยายฉากncได้หวานมากอะ คือไม่ใช้คพเยอะแต่สัมผัสได้ถึงอารมของตัวละครจริงๆอะ
    #154
    0
  17. #138 Nanme Yaori (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2556 / 12:47
    ฟินไปเลยยย สมใจแกใช่ไหมจงอิน 5555
    เป็นฟิคใสๆจิงๆ ไม่ต้องบรรยายมากแต่ก็เข้าใจถึงความรู้สึกของตัวละครเลยอ่าา
    ไรท์เก่งมากก!!
    #138
    0
  18. #137 Kai 'Mook (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2556 / 10:57
    และวันนี้ก็มาถึง ตัวแตกไปเลย เขินมากอ่ะ น่ารัก หวานหอม โอ้ยย อธิบายไม่ถูก
    ชอบมากค่ะไรท์ ^^
    #137
    0
  19. #136 AnticSynDrome (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2556 / 00:12
    ในที่สุดดดดดดดดด >O<
    #136
    0
  20. #135 D.O's fangirl (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 กันยายน 2556 / 23:17
    ในที่สุด วันนี้ที่จงอิน(และคนอ่าน)รอคอยก็มาถึง 555555 ถึงไรท์เตอร์จะไม่แต่งให้จงอินรอคอยวันนี้กับคยองอยู่ก็เถอะ
    ชอบบบบ น่ารักมากๆๆๆ เป็นฟิคที่ให้อารมหอมหวานมากๆ แบบไม่ได้หวานแบบหวือหวาอ่ะ แต่อ่านแล้วมันชุ่มชื่น ชอบบบบบบบบบ
    #135
    0