LOVE ONLINE (KAIDO) | REWRITE END.

ตอนที่ 11 : LOVE ONLINE : 10 rewrite

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,625
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    10 ธ.ค. 58

Flash Animation10.

สถานะ : It complicated



รอคอย

 

            หนึ่งเดือนเดือนแรกที่ไม่ได้พบหน้า




            สองเดือนต่อมากับการเฝ้ารออย่างมีความหวัง




            และสามเดือนที่พบว่าการรอคอยใกล้สิ้นสุดลง





            ตลอดเวลาสามเดือนที่ผ่านมา เขาและพี่คยองซูมีเวลาคุยกันแค่ตอนเย็นแต่อย่างน้อยมันก็ยังดี  มันเหมือนว่าพวกเขาได้ย้อนกลับอีกครั้ง ในวันที่พวกเขารู้จักกันครั้งแรกกับการคุยกันผ่านตัวอักษร บางครั้งก็สลับกับการโทรฯหา แต่ส่วนใหญ่แล้วทั้งเขาและพี่ไม่ค่อยมีเวลาได้โทรฯคุยกันสักเท่าไร จงอินมีงานต้องทำเยอะมากขึ้นเรื่อยๆในเทอมถัดมา รวมถึงพี่พี่ก็แบกงานกลับมาทำที่ห้องเสมอ แต่ถึงพวกเขาจะดูยุ่งสักแค่ไหน จงอินก็ยังคงคิดถึงพี่และดูเหมือนว่าการรอคอยมันทรมาน มันเหมือนเรื่องตลกร้ายแม้ว่าอยากจะเร่งเวลาให้เร็วขึ้นสักเท่าไร สุดท้ายก็ทำได้แค่รอ  เขายอมรับว่าชีวิตแบบเดิมกับการมีชีวิตอยู่โดยที่ไม่มีพี่เคียงข้างมันเหงา จะมีก็แต่ชานยอลที่พาเขาไปเที่ยวมันพอมีสีสันขึ้นมาบ้าง รวมในวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ชานยอลเพื่อนตัวดีพาเขาไปสนุกข้างนอก




            “มึงแดกเหล้ากัน ลุงรหัสกูเลี้ยงจงอินได้แต่กรอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย เมื่อสามอาทิตย์ก่อนเขาไปเมาหัวราน้ำกับเพื่อนสติเพี้ยนจนฟ้าสางและผลสุดท้ายกลายเป็นว่าวันต่อมาพวกเขาหลับเป็นตายจนพลาดโทรศัพท์สายสำคัญของพี่ไป แต่ดูเหมือนความว้าวุ่นใจกำลังทำให้เขาคิดหนักและอยากที่จะพักไปกับการชักชวนของเพื่อน




            “ที่คณะบริหารนี่มีแต่คนรวยหรือไง  เขาไม่ว่าเหรอว่ากูไม่ใช่น้องเขา




            ไม่เหรอก เขาอยากฟังเรื่องราวความรักวัยใสของมึงนะ จากคนแปลกหน้ากลายเป็นมึงรักเขาแทบบ้าได้ขนาดนี้ ฮ่าๆและเพื่อนตัวโย่งก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาราวกับคนเสียสติ จงอินกำลังรู้สึกว่าทุกๆอย่างที่เป็นชานยอลในตอนนี้ถูกจัดอยู่ในรูปแบบของคำว่ากวนตีนล้วนๆ




            “กวนตีน มึงเล่าเรื่องกูให้คนอื่นฟังเหรอวะจงอินพูดพลางเบี่ยงหน้าไปทางอื่นเขาไม่อยากเห็นรอยยิ้มที่ดูเสียสติจากเพื่อนของเขา แต่ดูเหมือนชานยอลยังคงสนุกกับการหยอกล้อ  ชานยอลล็อคคอของเขาเอาไว้และเขย่าไหล่ของเขาราวกับว่ามันจะทำให้จงอินขำได้ขึ้นมา




            “เอาหน่า อย่างอนนะคนดี ของฟรีตัวเองไม่สนหรือไง?”




            “จะว่าสน ก็ไม่เท่าไหร่จงอินยังคงทำหน้าตาย แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วคำพูดของชานยอลทำให้เขาเริ่มลังเลใจกับคำชักชวน และอยู่ๆบทสนทนาของพวกเขาต่างตกอยู่ท่ามกลางความเงียบ ชานยอลหยุดหัวเราะลงเสียดื้อๆ ซึ่งจงอินได้ก็ไม่ซักถามอะไรออกไป จวบจนน้ำเสียงทุ้มๆ ดูนุ่มและมีสติของเพื่อนข้างกายค่อยๆเอ่ยมันออกมา




            “ขนาดดวงอาทิตย์ยังมีดาวดวงอื่นๆโคจรรอบๆ จักรวาลไม่เคยทิ้งให้ดวงดาวต้องโดดเดี่ยว มึงเองก็เหมือนกัน ถ้าเหงาก็เข้าสังคมบ้างจงอิน




            “มึงว่ากูเป็นดาวที่โดดเดี่ยวเหรอเราต่างพูดคุยกันอย่างไม่มีการสบตา กับความสงบเงียบใต้อาคารเรียนในเย็นวันนั้น สำหรับมิตรภาพที่ยาวนานของพวกเขามันหล่อหลอมให้เราแทบจะไม่ได้ต้องพูดอะไรมากมาย  และปล่อยให้บทสนทนานั้นถูกหยุดพักไป หนึ่ง สอง หรือสามวินาทีต่อนั้น




            “เปล่า ดาวของมึงไม่ได้โดดเดี่ยว เพราะจะมีกูมาเกี่ยวหัวใจด้วยนี่ไง ฮ่าๆและการระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งก็ถูกเปล่งออกมา เพราะสุดท้ายชานยอลก็ยังคงเป็นชานยอล




            “เชี่ย...เสี่ยว ไปก็ได้ของฟรีไม่มีพลาดเหรอกและสุดท้ายจงอินก็ไม่สามารถทนคำปฏิเสธใดๆจากชานยอลได้เลย




            แสงสีในยามค่ำคืนกับผู้คนที่มากมายต่างเบียดเสียดกันเต็มไปหมดในสถานที่แห่งนั้น ทั้งกลิ่นของแอลกอฮอล์ที่คละคลุ้งผสมปนเปกับกลิ่นของน้ำหอมที่ฟุ้งกระจาย จงอินพยายามมองไปเรื่อยๆอย่างไม่มีโฟกัสที่ชัดเจนซึ่งก็ดูแยกไม่ออกอยู่ท่ามกลางแสงไฟที่มืดสลัวแบบนี้ บ้างเมามาย บ้างสนุกสุดเหวี่ยงกับบทเพลงที่ถูกบรรเลงออกมาจากดีเจ หรือสลบ ฟุบลงกับโต๊ะอย่างช่วยไม่ได้ เหล้า โซดา น้ำแข็ง แก้วที่แตก ลิปสติกสีแดงสด  หรือแม้แต่หญิงสาวข้างกาย เธอเป็นใครเขาก็ไม่รู้ จงอินพยายามไม่สนใจเธอแต่ดูเหมือนความพยายามของเธอมีมากเลยทีเดียว กลุ่มของผองเพื่อนล้วนสนุก ทั้งที่รู้จักบ้างและไม่รู้จักบ้างตามประสา แต่สุดท้ายแล้วเมื่อแอลกอฮอล์เข้าปากจากคนแปลกหน้าก็กลายเป็นมิตรภาพที่ดูใกล้ชิดขึ้น




            คริสเป็นชื่อของรุ่นพี่ที่ชานยอลเอ่ยปากว่าเป็นคนเลี้ยงเครื่องดื่มในค่ำคืนนี้ เส้นผมสีบลอนด์อ่อนยามสะท้อนแสงไฟกับแววตาที่น่าหลง และทุกๆอย่างที่ดูสมบูรณ์แบบ จงอินยิ้มทักทายเพียงเล็กน้อยซึ่งพี่ชายที่ดูดีก็เริ่มมีปฏิกิริยาที่ดูขัดกับบุคลิกไปบ้าง ตรงที่พี่ชายผมบลอนด์พกตุ๊กตาใส่มาในกระเป๋าแฟชั่นหลุดโลกมาด้วย  





            “เฮ้ย! จงอินมึงเล่าให้ฟังหน่อย กูอยากฟังเรื่องต่อว่ะเสียงทุ้มๆนั้นตะโกนแข่งกับเสียงดนตรี มันเหมือนว่าพวกเขากำลังตะโกนแข่งกัน




            “มันไม่มีอะไรมากเหรอกพี่ ผมก็แค่รักพี่เขาจงอินพยายามบอกปัดในขณะที่ยกแก้วเครื่องดื่มจรดที่ริมฝีปาก เขาเหลือบมองชานยอลเล็กน้อยที่ ดื่ม และดื่ม และร้องเพลงที่กำลังถูกเปิดในตอนนี้ ท่าทางที่ดูเสียสติเพิ่มขึ้นไปอีกจงอินกำลังคิดว่าเพื่อนของเขากำลังเริ่มเมาก่อนใคร




            “มันมีจริงๆเหรอวะ กับการหลงรักใครสักคนผ่านตัวอักษร




            “ผมเคยคิดว่ามันฟังดูบ้ามาก เราอาจจะเจอหลายคน หลายเรื่องราวต่างกันไปผมตอบไม่ได้ว่ามันจะเป็นจะยังไง แต่มันเหมือนความโชคดีของผม ที่ได้เจอพี่เขา




            “ก็จริง ว่าแต่เขาชื่ออะไรวะ”   




            “พี่อย่าไปแซวมันนักเลย  ขนาดผมเป็นเพื่อนมันยังไม่แซวมันสักคำ ฮ่าๆๆเสียงหัวเราะเสียสติถูกเปล่งออกมา ซึ่ง    ชานยอลในตอนนี้เอาตุ๊กตาในกระเป๋าของคริสไปวางไว้บนบ่า ซึ่งฝ่ามือหมาๆก็รีบแย่งและเก็บลงในกระเป๋าอีกครั้ง คริสส่งเสียงหงุดหงิดเพียงเล็กน้อยแต่ชานยอลดูเหมือนจะได้เข้าไปอีก สุดท้ายแล้วกระเป๋าของคริสก็ถูกเจ้าของดึงเอาไปไว้บนตักเพื่อไม่ให้ใครมายุ่งกับของรักในกระเป๋าอีก




            “มึงแหละตัวดีชานยอลจงอินอดไม่ได้ที่จะเถียง เขาเถียงชานยอลกลับ แต่ชานยอลกลับก็หัวเราะบ้าบออยู่บนโซฟาสีเข้มนั้นพร้อมกับโอบเอวสาวข้างกาย 




            “คยองซู…” จงอินส่ายหน้ากับความเบื่อหน่ายและสุดท้ายเขาก็บอกชื่อคนที่เขาชอบให้กับพี่ชายใจดีในวันนี้




            “แปลก ชื่อเหมือนแฟนเก่ากูเลยว่ะ ”




            “เฮ้ยพี่พอเถอะ คนชื่อนี้ในเกาหลีมีตั้งกี่คน คืนนี้ไม่เมาไม่กลับนะจ๊ะ กิ๊วๆ ฮ่าๆ”        




            และพวกเขาก็ดื่ม  ดื่ม และดื่ม เสียงชนแก้วยังดังต่อเนื่อง มีหญิงสาวมากมายเข้ามารายล้อมโต๊ะของพวกเขา  จงอินก็เริ่มรู้สึกมึน เพียงเพราะเขาไม่ได้ดื่มหนักขนาดนี้มาพักใหญ่ แต่ความเคยชินกลับทำให้เกิดความคิดที่ว่าพี่จะนอนหรือยัง’ เกือบทุกๆอย่างในความคิดของเขาที่ต้องออกมาดื่มแบบนี้ หรืออะไรก็ได้ ตามแต่ทุกๆอย่างล้วนมีพี่เต็มไปหมด จงอินคิดถึงคยองซูมาก มันมากจนไม่รู้ว่าเพราะความเมามันเริ่มครอบคลุมสมองของเขาหรืออย่างไร  ทำให้เขาเผลอมองหญิงสาวข้างกายเป็นพี่คยองซู  เธอมีดวงตาที่กลมโต  ริมฝีปากสีแดงสด  ผิวขาวและเนียนนุ่ม  ทรวดทรงที่ช่างดูร้อนแรง เขาเผลอยิ้มให้เธอและดูเหมือนว่าพวกเขาจะสบตากันนานเกินไป อาจจะเป็นเพราะเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม  รสชาติแอลกอฮอล์ และทุกๆอย่างมันก็จบลงในคืนนั้น



            จงอินตื่นมาในยามเช้า กับความรู้สึกแรกที่แทรกเข้าบีบอัดสมอง มันทั้งมึนงงและโลกหมุนอย่างช่วยไม่ได้ เขาดื่มหนักมากไปจนสุดท้ายอยากจะก่นด่าตัวเอง กลิ่นที่ดูแปลกจากเดิมภายในห้อง มันดูเป็นกลิ่นน้ำหอมที่ชวนคลื่นไส้อย่างบอกไม่ถูกเมื่อผสมกับความมึนที่เกิดขึ้น ทุกๆอย่างในห้องที่ดูแปลกไปหมด ความว้าวุ่นใจเริ่มเกิดขึ้น จวบจนเขามองพื้นที่ข้างๆและสิ่งที่เขาไม่อยากจะให้มันเกิดขึ้น ก็เป็นเขาเองที่ทำมันลงไป จงอินนอนกับเธอ




             จงอินกล่าวขอโทษกับเธอ ซึ่งดูเหมือนจะมีเพียงรอยยิ้มจากริมฝีปากสีชมพูอ่อนมอบให้ จงอินยอมรับว่าเธอเป็นคนสวย แต่เพียงเหตุผลเดียวที่เขาไม่อาจจะยอมรับได้มันคงเป็นเพราะ พื้นที่ในใจของเขามีแค่พี่ แค่พี่คยองซู เธอยิ้มรับอย่างเข้าใจ เราต่างตกลงกันและลาขาดอย่างไม่มีการติดต่อ จงอินกล่าวขอโทษเธออีกครั้งและเลือกที่จะเดินไปส่งเธอที่สถานีรถไฟ ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนมันก็จบลงอย่างรวดเร็วเหมือนกันการเริ่มต้น จงอินเลือกที่จะกลับบ้านตลอดการเดินทางเขามีเพียงความว้าวุ่นใจ และไม่อยากที่จะให้พี่รู้เรื่องราวในคืนที่ผ่านมา เขาได้แต่บอกตัวเองว่ามันคือความผิดพลาด และมันจะเป็นความผิดพลาดที่เขาจะไม่มีทางให้มันเกิดขึ้นอีก เขาถอนหายใจออกมาอีกครั้ง จวบจนเขาเปิดประตูรั้วบ้านและทุกๆอย่างมีเพียงความเงียบ จงอินควานหาโทรศัพท์เพื่อต่อสาย เขาได้แต่คิดว่าความว้าวุ่นใจทั้งหมดจะหมดลงไปเพียงเพราะการได้คุยกับพี่




            จงอินยืนถือสายได้ไม่นานนักกับยามเช้าที่ยังเงียบสงบ เขาค่อยๆนั่งลงกับขั้นบันไดหน้าบ้าน เพื่อรอฟังปลายสายพร้อมๆกับเสียงของสายลมเอื่อยๆพัดผ่าน มันดูเงียบเหงา และจงอินรู้สึกถึงริมฝีปากที่แห้งผาก และความรู้สึกผิดล้นเต็มบ่า ดูเหมือนการรอสัญญาณจากปลายไม่นานนัก จวบจนน้ำเสียงที่คุ้นหูเอ่ยตอบกลับมา จงอินคิดว่าเขาช่างเป็นคนที่โง่เหลือเกิน




            พี่…”




            “ไงจงอิน วันนี้ตื่นเช้าเลยนะ




            “…” มันไม่มีคำตอบกลับใดจากปากของเขา จงอินค่อยๆโน้มตัวลงกอดเข่า ดวงตาเหม่อท้องฟ้าที่มีแสงแดดยามเช้า เขาเสยผมขึ้นอย่างลวกๆพร้อมถอนหายใจ เขาแค่ก็แค่รู้สึกเหนื่อย มันเหนื่อยมากไปจริงๆ




            “จงอินนาไม่สบายหรือเปล่าน้ำเสียงในสายบ่งบอกถึงความห่วงใย เขาฟุบหน้าลงกับเข่าและหลับตาราวกับไม่อยากจะรับรู้เรื่องราวอะไรนอกจากน้ำเสียงของคนที่กำลังพูด      จงอินไม่ตอบคำถาม พี่ไม่ดื้อดึงที่จะถามคำถามซ้ำๆกลับมา เราต่างเงียบไปด้วยกันสักพัก และไม่รู้ว่ามันนานเท่าไร




            หนึ่ง




            สอง




            หรือว่าสามนาที




            “เมื่อไรครับ เมื่อไรพี่จะกลับมา…” น้ำเสียงอ่อนล้าถูกเปล่งออกไปให้คนในปลายสาย จงอินก็แค่อยากจะรู้คำตอบของเขาที่เป็นเหตุผลของทุกๆอย่าง เขาเหมือนกลายเป็นแค่ไอ้งี่เง่า กับการกระทำทุกๆอย่างมันงี่เง่าเกินไป




            “ไม่นานเหรอกจงอิน นายต้องดูแลตัวเองนะรู้ไหมและกลับกลายเป็นว่าทุกๆคำพูด ทุกๆถ้อยคำที่เอ่ยออกมามันเป็นไปอย่างเชื่องช้า และดูชัดเจน เราต่างส่งความรู้สึกมากมายผ่านน้ำเสียง จงอินอยากที่จะพูดมากกว่านั้นดูเหมือนทุกๆอย่างมันทำให้เขาพูดไม่ได้มากไปกว่าคำพูดสั้นๆ




            “พี่ผมคิดถึงพี่นะครับ คิดถึงมากๆ




            “พี่ก็คิดถึงนาย... รอพี่นะ....




 

            จงอินไม่รู้ว่าสำหรับพี่คำว่า รอ เขาต้องรอไปอีกนานเท่าไร พี่ไร้การติดต่อหลังจากนั้นไปในหนึ่งวันแรก เป็นหนึ่งสัปดาห์ และมันเป็นเวลสเกือบหนึ่งเดือนต่อจากนั้น จงอินทั้งกังวลใจ และเขาพยายามหาทางที่จะติดต่อ เขาส่ง E-mail ไปหาพี่แต่ก็ไม่เคยมีการตอบกลับมา นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้จงอินหมดหนทางในการติดต่อ เขาทั้งท้อใจอย่างบอกไม่ถูก เหมือนคนเสียสติที่ไม่รู้ว่าความว้าวุ่นใจนั้นพี่จะรับรู้บ้างไหม จงอินได้แต่สงสัยกับคำว่า คนสำคัญของกันและกัน ของพี่ คือการที่ทำให้คนสำคัญต้องรออย่างไม่มีจุดหมายอย่างนั้นเหรอ ไม่ใช่คนแรกๆที่นึกถึงอย่างที่เคยบอกหรืออย่างไร หรือว่าสุดท้ายแล้วมันคือการตัดเยื่อใยกัน มันทรมานกับความสัมพันธ์ที่มอบให้แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ยังคงหวังเหมือนคนโง่ 






            “มึงจะทำหน้าเศร้าแบบนี้อีกนานไหมจงอิน?” ชานยอลว่าพลางตบบ่าของเขาในขณะที่พวกเขากำลังนั่งอยู่บนโซฟา ในขณะที่ชานยอลแวะมาหาที่บ้านและพยายามทำตัวเสียสติ     จงอินเกลียดสีหน้าของเพื่อนในตอนนี้แม้ว่าในความเป็นจริงเราต่างสังเกตถึงการเปลี่ยนแปลง จงอินไม่ได้ถาม ชานยอลไม่ได้เล่า และเขาทำได้จมอยู่กับความคิดของตัวเอง




            “มึงเงียบเถอะชานยอลจงอินพูดปัดอย่างรำคาญใจ ในขณะที่เขาทิ้งตัวนอนลงบนโซฟาคว่ำหน้าลงกับหมอน




            “มึงจะรอให้ได้อะไร คนมากมายที่เข้ามาหามึง ทำไมมึงไม่สนใจชานยอลยกเท้าเขี่ยเขาที่กำลังนอนนิ่งซึ่งมันเรียกความหงุดหงิดใจได้ไม่ยาก แต่เพราะความเหนื่อยที่มันมากเกินไป จงอินแค่พลิกตัวนอนหงายและมองเพื่อนหน้าตากวนตีนที่กำลังนั่งบนโซฟาตรงข้าม




            “เขาบอกให้กูรอ




            “นี่มึงโง่ มึงซื่อ หรือมึงโง่ซ้ำซ้อน




            “มันต้องมีเหตุผลมากมายเหรอมึงสำหรับคำว่ารัก เพราะรักคำเดียวมึง มันทำให้กูเป็นแบบนี้




            “กูไม่รู้จะเถียงกับมึงยังไงละ แดกเหล้ากันเถอะเพื่อน




            “มึงแม่งก็แบบนี้ตลอด แล้วพี่แบคฮยอนของมึงล่ะไปไหน?”




            “เลิกพูดเถอะ พี่เขาก็แค่ไม่มีเวลา




            “หึและบทสนทนาของคนสองคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันก็จบลงด้วยเสียง หึ ของพวกเขา มันเป็นการตัดพ้อที่ฟังดูงี่เง่าสิ้นดี




            หนึ่งอาทิตย์ต่อจากนั้นมันยังคงเป็นไปอย่างปกติ ปกติที่ว่าคือ เหงาอย่างเป็นปกติ เขานอนมองเพดานอย่างไม่มีความความหมาย ท่ามกลางแสงของดวงอาทิตย์ในยามบ่ายลอดผ่านทางประตูเข้ามาที่อึมครึมกับความคิดที่เขากำลังจมลงไป แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น  จงอินนอนนิ่งเพื่อฟังที่มาของเสียงว่ามันอยู่ตรงไหน และเขาพบว่ามันอยู่ปลายเตียง จงอินขี้เกียจที่จะลุกขึ้นอย่างกระตือรือร้นดังนั้น เขาได้แต่นอนอย่างเกียจคร้านและใช้ปลายเท้าเขี่ยมันขึ้นมา อันที่จริงจงอินยอมรับว่าเขาไม่อยากจะพูดคุยกับใครในตอนนี้ แต่เพราะว่ามันแผดเสียงจนเขารู้สึกรำคาญ จงอินแค่อยากที่จะทำให้เสียงน่ารำคาญนั้นจบๆลงไปเสียที  เขาเอื้อมมือไปสุดแขน เพื่อควานหามันก่อนที่จะสัมผัสสิ่งที่สิ่งเสียงได้น่ารำคาญใจ เขายกขึ้นดูว่าเป็นใครที่โทรฯมา แต่หน้าจอมันมีแค่ตัวเลขแสดงซึ่งเป็นเบอร์แปลกที่เขาไม่อยากรับ เพราะตามนิสัยปกติเขาไม่ใช่แบบนั้น แต่เบอร์นั้นก็ยังคงโทรฯเข้าบ่งบอกถึงความพยายาม และเขากดรับมันในที่สุด แต่แค่เพียงน้ำเสียงที่ได้ยิน     จงอินคิดว่าเขาแทบบ้า น้ำเสียงที่คุ้นเคยผ่านการได้ยินนั้น  เขาไม่รู้ว่าห้องทั้งห้องเคยเงียบมากแค่ไหน มันเงียบ เงียบจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง





            “จงอินนาอาทิตย์หน้าเราจะได้เจอกันแล้วนะและมันเป็นน้ำเสียงของพี่ เป็นพี่คยองซู 






........................................................






            คยองซูใช้ชีวิตในต่างแดนมาพักหนึ่งแล้ว เขายอมรับว่านอกจากเวลางานยุ่งมาก เขาแทบไม่มีเวลาคิดอะไรอย่างอื่นอีกเลย หลายครั้งที่ได้แต่คิดในช่วงเช้ากับการตื่นนอนมาเพียงลำพังอย่างเก่า และสุดท้ายความเหงามันก็ค่อยๆฟุ้งกระจาย เพียงเพราะที่นี่ไม่ใช่บ้าน มีบ้างที่ปัญหาทำให้เขารู้สึกท้อแต่เขาก็ได้แต่ตั้งตารอและอดทน บ่ายวันหนึ่งที่เหมือนจะมีพายุฝน แต่คยองซูต้องมาข้างนอกกับรุ่นพี่ในบริษัทเพื่อพบลูกค้าที่ร้านกาแฟ การคุยกินระยะเป็นเวลายาวนาน จวบจนท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้มตรงตามการรายงานสภาพอากาศ พวกเขาต่างแยกย้ายกันกลับ แต่เหมือนเรื่องตลกร้ายบางอย่าง ในขณะที่สองมือของเขาต้องถือแฟ้มเพื่อกลับห้อง เขากลับชนกับเด็กที่วิ่งหนีฝนเช่นเดียวกับเขา คยองซูไม่ได้สนใจมากนักเพราะเขากลัวว่างานที่ถือมาจะเปียกไปมากกว่านี้ จึงรีบวิ่งกลับห้องที่อยู่ไม่ไกลไป 2 บล็อก เขากลับถึงห้องในเวลาค่ำรวมถึงงานที่เหลือยังมีอีกมาก มันทำให้เขาอยากที่จะทำมันให้เสร็จและสุดท้ายเขาก็ดำดิ่งลงไปในงานที่กำลังทำ 





            คยองซูเหลือบมองนาฬิกาเพื่อพักสายตาจากงานที่ทำ และเขาพบว่ามันเป็นเวลาปกติที่เขาจะต้องคุยกับจงอิน แต่ดูเหมือนเขาจะเพิ่งรู้ตัวว่าโทรศัพท์ของเขาหายไป กับตลอดคืนที่พายุเข้าในเวลานั้น คยองซูทำได้แค่กังวลใจ ดูเหมือนความวุ่นวายจะไม่จบสิ้นเมื่อเข้าต้องเดินไปทำงานในพื้นที่อื่น ลืมเรื่องการติดต่อใดๆไปได้เลยเมื่องานชิ้นใหญ่ถูกมอบให้เขาทำในตลอดเวลาหนึ่งอาทิตย์ต่อจากนั้น





            เย็นวันศุกร์ดูเหมือนงานจะเบาลงบ้าง และเขาพอจะมีที่จะได้ปรึกษากับรุ่นพี่ที่เป็นพี่เลี้ยงในการฝึกงาน หลังความเครียดได้หายไป ความเป็นกังวลก็ตีซัดกลับมา เขาเริ่มกังวลว่าจงอินจะโกรธเขาไหม จะว้าวุ่นใจหรือเป็นอย่างไรบ้างหรือเปล่า และทั้งหมดนั้นมันทำให้เขาอยากที่จะขอโทษน้อง คยองซูดันแฟ้มงานไว้ที่มุมหนึ่งของโต๊ะพลางหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า ในขณะที่เสียงหนึ่งเรียกขึ้นมาก พร้อมกับสัมผัสอุ่นๆที่วางไว้บนบ่าชองเขา





            “เหนื่อยหน่อยนะน้ำเสียงนุ่มๆกับรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นถูกส่งให้ เป็นรอยยิ้มของรุ่นพี่ดูแลเขาตลอดมา




            “ไม่เป็นไรเหรอกครับ ว่าแต่พี่มินโฮมีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่าครับ?”




            “เปล่าเหรอก พี่แค่จะถามว่าพรุ่งนี้สนใจไปปาร์ตี้ด้วยกันไหม”   




            อ่า.../ อย่าเพิ่งปฏิเสธเลย พวกเราไปกันทั้งแผนก ถือโอกาสเลี้ยงส่งนายก่อนกลับไง




            “งั้นที่ไหนเหรอครับ?”




            “เดี๋ยวพี่ไปรับ




            “ไม่เป็นไรเหรอกครับ เดี๋ยวเจอกันที่นั่นเลย




            “เอางั้นก็ได้แล้วเจอกันนะ”  พี่มินโฮยิ้มให้กับเขา และลูบผมของเขาเบาๆก่อนที่จะเดินออกไป คยองซูรับรู้ได้ถึงแววตาที่จ้องมอง ทั้งรอยยิ้มหรือการกระกระทำต่างๆที่มินโฮมอบให้ แต่เขารู้ดีว่าสำหรับเขาแล้วมันจะไม่มีอะไรมากไปกว่านี้




คยองซูเดินหาโต๊ะของพวกพี่ๆไม่นานนักเขาก็เจอ รวมถึงแก้วเหล้าก็ถูกส่งมาให้ในขณะที่ยังไม่ได้นั่งถนัดดี เขานั่งลงข้างพี่มินโฮซึ่ง ก็เหมือนจะเป็นที่ว่างเดียวที่ถูกเว้นไว้ เสียงเฮฮาเคล้าคลอเพลงที่ดังและกลิ่นแอลกอฮอล์ฟุ้งกระจาย ดูเหมือนว่าในค่ำคืนนี้คงยาวไกลพอสมควร ดวงตากลมโตหันมองไปตามเสียงเรียกซึ่งมาจากรุ่นพี่ตัวสูงกับแววตาอบอุ่น และยื่นแก้วมาเพื่อขอชนแก้วกับเขา ยองซูพยักหน้าเพียงเล็กน้อยและเราต่างดื่มไปเรื่อยๆ และเรื่อยๆด้วยกันแบบนั้น 




            “พี่.. พี่เคยมีความสัมพันธ์ที่ฟังดูแปลกประหลาดไหม




            “หือ? ยังไง




            “ผมไม่รู้ ผมหมายถึงไม่รู้ว่ามันจะรู้สึกอย่างไร ผมควรทำอย่างไรกับมัน




            “ความคิดแรกที่นายรู้สึกล่ะ




            “อึดอัด ผมอึดอัดกับสถานะที่เรียกว่า คนสำคัญของกันและกัน  มันไม่ใช่แฟน ไม่ใช่คำว่าคนรัก  แต่คือทุกๆอย่างที่รวมกัน  แต่ก็ไม่กล้าผมไม่กล้าพูดคำว่ารัก




            คยองซูไม่รู้ว่าเพราะอะไรมันอาจจะเป็นเพราะความที่เริ่มมึนกับสิ่งที่เขากินลงไป สิ่งที่ค้างคาราวกับตะกอนในใจค่อยๆถูกถ่ายทอดออกมาผ่านน้ำเสียงที่แหบพร่า เขายกแก้วเครื่องดื่มขึ้นอีกครั้งและอีกครั้งในขณะที่สุดท้ายแล้วมันเหลือเพียงแก้วเปล่าๆ เสียงเฮฮาของกลุ่มรุ่นพี่ในวงดูเหมือนจะไม่มีความหมาย เมื่อคำพูดของพี่มินโฮทำให้เขา อยากตะโกนออกไปว่ามันทำไม่ได้ เขากำลังตีกับความรู้สึกของตัวเอง




            “ก็ถ้ารักแล้วทำไมไม่พูดออกไป” 




            ....




            “เหมือนอย่างที่พี่ชอบนาย...




            “พี่….” มันเหมือนว่าความรู้สึกที่หนักอึ้งของเขาถูกเพิ่มเข้าไปอีก ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าของผู้เป็นพี่ร่วมงานอย่างไม่เข้าใจ ซึ่งสุดท้ายคนที่นั่งข้างๆกลับทำแค่เพียงส่งเสียงหัวเราะในลำคอออกมา และพวกเขาต่างสบตากับอย่างไม่มีคำพูดใด




            “ฮ่าๆ ก็รู้นะว่ามันไม่ดี แต่ทำไงได้ มันเผลอไปแล้วพี่แค่เผลอใจไปแล้วแต่สุดท้ายแล้วดูเหมือนการหลบสายตาของกันและกันคงเป็นเรื่องที่ทำได้ในตอนนี้ ทั้งเขาและพี่ต่างก้มมองโต๊ะตรงหน้า




 

            “ใช่พี่แค่เผลอ  เราเป็นเป็นพี่น้องร่วมงาน อย่าให้คำว่าเผลอมาทำลายความรู้สึกที่พี่และแฟนของพี่สร้างมาด้วยกันเลยครับ




            “ฮ่า...ใจร้ายนะ เป็นคำปฏิเสธที่ฟังดูใจร้าย




            “....




            “แต่ไม่เป็นไรเหรอก พี่เข้าใจ ดูเหมือนว่าบางทีพี่ควรจะให้เวลาตัวเองสักพัก





            “ครับ...และมันก็จบลงเพียงแค่นั้น คยองซูไม่สามารถเอ่ยอะไรไปมากกว่านั้นได้เลย เพราะสุดท้ายแล้วทั้งเขาและพี่ล้วนตกอยู่ในความสับสนของความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาอาจจะยังไม่รู้ว่ามันควรที่จะเป็นอย่างไร แต่อย่างน้อยในตอนนี้ เขาคิดว่ามันดีที่สุดแล้ว มันดีที่สุดที่เขาจะปฏิเสธความรู้สึกของพี่มินโฮ





            สองวันต่อจากนั้นถึงเวลาที่คยองซูจะต้องเดินทางกลับ มันคงเป็นเรื่องแปลกประหลาดสำหรับเขาและพี่โดยที่มินโฮยืนยันที่จะมาส่งที่สนามบินและคยองซูก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ด้วยเหตุผลที่ว่า แค่พี่ชายคนหนึ่งที่อยากจะดูแลน้องมันอาจจะไม่ต้องหาเหตุผลให้มากนักสำหรับคยองซูในตอนนี้ เขาทำได้แค่เพียงมองดูกระเป๋าเดินทางของเขามีคนตัวสูงลากใส่รถเข็นให้ คยองซูเอ่ยคำขอบคุณเพียงเล็กน้อย และเราต่างยืนมองหน้ากันท่ามกลางผู้คนที่มากมายในสถานที่แห่งนี้ ดูเหมือนทั้งคู่ต่างเริ่มประหม่าหลังคำที่ได้เอ่ยออกไปในคืนนั้น แต่เขาไม่อยากให้มันจบลงด้วยความอึดอัดแบบนี้ จวบจนคนตัวสูงดึงเขาเข้าไปกอด คยองซูรู้สึกประหม่ามากขึ้นไปกว่าเก่า เมื่ออ้อมกอดนั้นกระกอดเขาแน่นขึ้นไปอีก แต่เขาก็ยังไม่โต้แย้งใด เพราะคำพูดที่ออกมาจากพี่ชายตัวสูงมันกลับทำให้พวกเขายิ้มได้ กับคำพูดที่ว่า





             กอดเราแล้วมันต่างจากกอดแฟนพี่มาก.... รู้อะไรไหมวัยรุ่นเป็นวัยที่สับสน ในบางทีพี่ก็แค่สับสนกับความรู้สึก แต่สุดท้ายแล้วอะไรที่ใช่สำหรับเรา เรากลับหนีห่างจากเขาไม่ได้เลยจริงๆ




            “พี่ครับ...




            “อย่าเพิ่ง...คยองซู...คนตัวสูงกว่ายังคงกระชับกอดเขาเอาไว้ และยังคงพูดถึงสิ่งที่พี่อยากจะพูดมันกับเขา คยองซูยังคงยืนนิ่งและเขารับฟังอย่างเงียบๆอยู่อย่างนั้น





            “กับเรื่องของความรู้สึกบางทีมันต้องใช้เวลา...แต่พี่ว่าถ้าเราค้นพบคำตอบ การพูดออกไปก็เป็นเรื่องที่ดี พี่ไม่เสียใจที่บอกเราไปว่าพี่ชอบ พี่ไม่เคยมองว่ามันคือความผิดพลาด เพราะถ้าพี่ไม่ได้บอกเราไปในวันนั้น พี่คงไม่พบว่าจริงๆแล้วพี่รักแฟนพี่มากขนาดไหน...




            “....




            “พี่คิดว่าเราก็มีคำตอบแล้ว...อ้อมกอดอุ่นๆค่อยๆถูกผละออก พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูขี้เล่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของพี่ดูมอบให้และการบอกลาระหว่างพวกเขาถูกเอ่ยบอก เอาล่ะ...พี่หวังว่าเราจะเดินทางปลอดภัย




            “หวังว่าเราจะได้พบกันอีกครั้งนะครับ”  รอยยิ้มถูกมอบให้กันและกันอีกครั้งระหว่างเขาและพี่ คยองซูคิดว่ามันคงดีมากต่อจากนี้ กับความสัมพันธ์ในแบบพี่น้องของเขาและพี่มินโฮ



            แบคฮยอนโทรฯหาเขาทันทีที่เครื่องลงจอด ดูเหมือนว่ากิจกรรมระหว่างเพื่อนสนิทกำลังจะเริ่มขึ้น คยองซูและแบคฮยอนกอดกันราวกับไม่ได้เจอมา 10 ปี พวกเขาต่างพูดคุยกันไม่หยุดตั้งแต่เจอหน้า รวมถึงการขับรถมาซุปเปอร์มาเก็ต การทำหม้อไฟกินด้วยกันเป็นความคิดของเพื่อนสนิท ที่อยากจะกินฝีมือของเขา และคยองซูไม่คิดที่จะปฏิเสธดูเหมือนการพูดคุยตั้งแต่บ่ายทำให้เขาลืมเรื่องบางอย่างหลังจากที่กลับมาถึงบ้านเกิด แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นแบคฮยอนที่เปิดประเด็นเรื่องใหม่เข้ามา และเขาก็แค่ลืมไปว่าเขากำลังจะทำอะไร เวลาค่อยๆผ่านไปเรื่อยๆและเรื่อย จวบจนคำถามที่ทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาได้เกิดขึ้นอีกครั้งในขณะที่         แบคฮยอนคีบหมูสามชั้นเข้าไปในปาก





            “นี่คนสำคัญของนายเขาชื่ออะไรนะคยองซู




            “ชื่อจงอิน...อ่า ฉันว่าฉันลืมอะไรบางอย่าง และ       แบคฮยอนนา นายกินเลอะอีกแล้ว




            “นายไม่ลืมเหรอก กระเป๋าทั้งหมดของนายวางอยู่ในห้องครบ ฉันลืมเหรอ และถ้าให้ดีวันหลังพามารู้จักบ้างสิ อ้อเช็ดให้ฉันสิคยองซูว่ายังไม่ทันจบใบหน้าที่เหมือนลูกหมาก็ยื่นมาตรงหน้าของเขา คยองซูหยิบทิชชู่เช็ดปากเพื่อนสนิทให้ราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติ และแบคฮยอนก็ทำได้แค่หัวเราะชอบใจ




            “โอเค...ถ้านายไม่แกล้งน้องหน่ะนะ




            “ย๊า!! เห็นฉันเป็นคนยังไง และสุดท้ายพวกเขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา อีกครั้งและอีกครั้งตลอดมื้อค่ำที่ผ่านมา

 




            คยองซูนั่งรถเมล์มาด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้น มันเปี่ยมล้นไปด้วยความคิดถึง มันอาจจะดูเหมือนคนเสียสติที่เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ในเวลาสามทุ่มกว่ากับการลากรองเท้าแตะ และชุดนอนแบบบ้าๆออกมาแบบนั้น แต่สุดท้ายมันก็ไม่เป็นอุปสรรค เพราะสุดท้ายแล้วเขาก็แค่ยืนอยู่ที่หน้าบ้านของจงอิน แสงไฟและประตูบ้านที่ไม่ได้ล็อค ทำให้เขาถือวิสาสะเข้าไปในบ้านอย่างเคยชิน คยองซูจินตนาการถึงท่าทางของจงอินว่าจะรู้สึกอย่างไรกับการเซอร์ไพรส์ และเขาอดใจไม่ไหวที่จะเห็นท่าทางที่แปลกไปของน้อง และเขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา




             คยองซูค่อยๆเปิดประตูบ้านเข้าไปในชั้นแรก พลางสอดส่องสายตาไปทั่วบริเวณบ้านแต่พบเพียงความเงียบ มันเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาเลือกที่จะขึ้นไปบนชั้นสอง เขาคิดว่าน้องน่าจะอยู่ที่นั่น ดวงตากลมโตนั้นมองไปที่ทั่ว มีเสียงแปลกๆเกิดขึ้น       คยองซูรู้สึกว่ามันแปลกไปจนอธิบายไม่ถูก เขาเริ่มกังวลกับเสียงที่ได้ยิน จนต้องเผลอขบกัดริมฝีปากอย่างลืมตัว ทันทีที่ดวงตากลมโตจ้องมองลอดผ่าบานประตูที่ค้นเคย มันปิดไม่สนิท และทั้งหมดทำให้คยองซูได้พบกับคำตอบกับความรู้สึกที่หลากหลายถาโถมใส่ความคิดของเขา





            “จงอิน...น้ำเสียงแผ่วเบา ราวกับการกระซิบมันถูกเอ่ยมาจากริมฝีปากที่แห้งผากของเขา









#ลอลkaido 
 

..................................................
 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

543 ความคิดเห็น

  1. #525 numewy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 14:28
    อะไรแวววววววววว้
    #525
    0
  2. #489 ยัยปีโป้ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 / 05:59
    ค้างงงงง จงอิน ว้อท แฮพเพ่นนนนน
    #489
    0
  3. #487 jkyx (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2558 / 01:26
    อิชห โอ้ย จงอินว้อยยย แกทำอะไรลงไปปปปปปปปปปปป
    #487
    0
  4. #435 Hztp (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มกราคม 2558 / 19:58
    แกต้องเอาผู้หญิงมานอนที่บ้านแน่เลยอ่า =  [] =
    ทำแบบนั้นมันไม่ถูกต้องนะ T T
    #435
    0
  5. #411 PK611 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 14:24
    น่าจะมีฉาก nc ให้ด้วยนะ 5555555 เขินจังงงงค่า
    #411
    0
  6. #403 ดโยดีโอ,,(ಠ_ಠ ) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2557 / 15:42
    อ้าาาา ที่จริงงงไืมไลน์คยองซูกลับมาแล้วพอดีเหรอออออออออออ ตอนที่จงอินไปxxxx เลยเลิกติดต่อเหรอแล้วบอกว่าโทรศัพท์หายเหรอ เฮ้ยมันใช่ไหมขอย้อนอ่านอีกรอบ
    #403
    0
  7. #387 omoeme_fern (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2557 / 13:21
    ชิบหายจะเซอร์ไพรส์เค้าดันเซอร์ไพรส์ตัวเองซะได้ เกิดอะไรขึ้นเนี่ยยยย
    #387
    0
  8. #368 viewvy_tangmo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 / 12:31
    จงอิน ทำอะไร!?!! มันไม่ถูกหรือเปล่า
    โอ๊ยยยย ตื่นเต้น
    #368
    0
  9. #322 t-t-thn56 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 23:18
    ดราม่ามาแล้ววว จงอินว้อยยยยยยย
    #322
    0
  10. #310 mew2233 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มีนาคม 2557 / 19:27
    ตอนแรกตกใจนึกว่าจะมีดราม่า เย้ๆที่แท้ก็ละมุนมากๆต่างหาก >/////< จงอินทำอะไร 55
    #310
    0
  11. #280 babie5314 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2556 / 01:14
    อิเสี่ยเองทำไรห้าา ทำอารายยยยยยยยยย
    #280
    0
  12. #236 mybr2th (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2556 / 22:58
    แอ้ เราเข้าใจผิดไปหรอเนี่ย ที่แท้จงอินก็ . . . ;////////; เซอไพร์สสุดๆ 55555555
    #236
    0
  13. #214 fernyim.sw (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2556 / 15:23
    อิเสี่ยยยยยยย ไหนแกบอกว่าจะไม่ทำอีกแล้วไง={ }=
    #214
    0
  14. #129 iArenzx' (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กันยายน 2556 / 21:54
    อิกัมมมม แกทำอะไรย้าาาาาาาา!
    หนูโด้ ไม่เป็นไรนะ โอ๋เอ๋ 
    #129
    0
  15. #116 รัก3ลี(เอสเจ) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กันยายน 2556 / 20:54
    แกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    จงอินหิ้วสาวที่ไหนมาฟัดอีกกกกกก
    แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    โด้หนูเดินออกมาลูก T3T 
    ฮือออออ งานเข้าแล้วอิดรรมมมมมม
    #116
    0
  16. #114 คนไม่สำคัน~ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กันยายน 2556 / 13:18
    ไม่นะ ะ จงอินแกทำอะไรของแกกกก ก  ศรีโด้อย่าไปมองนะลูกเดินออกมาเลย ย ดราม่าา า าTT กลิ่นอายของดราม่า า ไรเตอร์มาอัพต่อเลยค่ะ  

    กำลังมันตัดเฉยเล ย ย สา ด ด ด

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 กันยายน 2556 / 13:18
    #114
    0
  17. #113 คนไม่สำคัน~ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กันยายน 2556 / 13:16
    จงอินแกทำอะไร รร รของแกอยู่ๆท ไม่นะศรีโด้ของฉันอย่าไปดูอย่าไปมอง ดราม่าา า ามาแล้ว ววอ้า าTT ไรเตอร์มาอัพต่อเลยค่ะ ตัดได้จังมาก = =

    แบบกำลังมันเลยอะ
    #113
    0
  18. #111 NeverLand_Peter_Jam (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กันยายน 2556 / 03:19
    ลุ้นจัง !!!!

    กลัวเสี่ยมืดจะพาผู้หญิงมาที่บ้าน

    แล้วคยองอาจจะเข้าใจผิด เง้อออ


    #111
    0
  19. #104 Nanme Yaori (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กันยายน 2556 / 18:35
    จงอินแกไม่ได้ทำอย่างนั้นใช่ไหมมม ??
    ไรท์มาต่อเถอะนะค้ะ ฮือออออ อย่าเลยยย สงสารคยองซู 
    #104
    0
  20. #101 Aislinnz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กันยายน 2556 / 22:26
    เราเพิ่งเข้ามาอ่านเราชอบเรื่องนี้มากๆเลย ตอนแรกรู้สึกว่าทำอย่างกำลังจะไปด้่วยดีแต่ทำไมตอนนี้มันหน่วงจัง
    มันคงไม่ใช่แบบที่เราคิดใช่ไหมอ่าาา  ไม่นะะะ T___T

    ตังใจสอบนะคะ สู้ๆๆ^___^
    #101
    0
  21. #100 kaisoo^^ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กันยายน 2556 / 22:08
    อะไรจงอินทำอะไร
    อัพเถอะค่ะไรท์มันค้าง T~T
    #100
    0
  22. #99 kaisoo^^ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กันยายน 2556 / 22:07
    อะไรจงอินทำอะไร
    อัพเถอะค่ะไรท์มันค้าง T~T
    #99
    0