[Osomatsu-san] addict (AllxIchi)

ตอนที่ 17 : Chapter17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 345
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    4 ธ.ค. 60

สิ่งที่ยืนยันมาตลอดชีวิตก็คือจะไม่เข้าใกล้ แต่ไม่ทันได้รู้ตัวคุณก็ค่อยเสพมันเข้าไปทีละนิดทีละนิดแล้ว...




ก็อก ก็อก ก็อก

     "เปิดประตูหน่อยครับ!"
     เสียงเคาะประตูดังอย่างต่อเนื่องเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วแต่เจ้าของห้องผู้มาใหม่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเปิดออกมาพบเขาเลย และไม่ว่าจูชิมัตสึจะตะโกนเรียกดังขนาดที่ได้ยินไปสามบ้านแปดบ้านแล้วก็ไม่ยอมเปิดออกมาสักที
     "จะพังประตูแล้วนะครับ" ในเมื่อใช้วิธีดีๆไม่ชอบก็จะเริ่มใช้วิธีที่รุนแรงขึ้นมาล่ะนะ
     "หนึ่ง สอง สา.."

แกร็ก 

     "มีอะไร" ในที่สุดอิจิมัตสึก็ยอมเปิดประตูห้องออกมาพร้อมกับใบหน้ารำคาญขั้นสุด ดูจากสภาพผมที่กระเซิงกว่าปกติคงจะเพิ่งตื่นได้ไม่นาน ทั้งๆที่เขาเคาะประตูดังขนาดนี้ตั้งนานแล้วเนี้ยนะ จะว่าหลับลึกหรือขี้เซาดีล่ะ
      "มีอะไร" อิจิมัตสึถามซ้ำอีกครั้งเมื่อยังเห็นว่าจูชิมัตสึยังยื่นบื้ออยู่อย่างนั้น
     "ไปทานอาหารเช้าก่อนไหมครับ" จูชิมัตสึถาม อิจิมัตสึมองนิ่ง นี่จะมาปลูกเขาด้วยเหตุผลแค่นี้หรอ!?
     "ไม่ล่ะ" อิจิมัตสึเตรียมปิดประตูห้องแต่จูชิมัตสึก็ขืนประตูเอาไว้ทำให้ปิดไม่ได้  อิจิมัตสึจ้องตาเขม็งออกแรงดันประตูให้มากกว่าเดิม ยื้อกันอยู่สักพักอิจิมัตสึก็เป็นฝ่ายผ่ายแพ้ต่อแรงช้างสารของชายหนุ่มบ้าพลัง
     "อะไรอีก!" อิจิมัตสึกระแทกเสียงใส่ด้วยความหงุดหงิด
     "ถ้าไม่ทานก็ไปแต่งตัวเถอะครับ วันนี้พี่ต้องมาช่วยผมทำงานนะ" จูชิมัตสึระบายยิ้มราวกับเป็นเรื่องตื่นเต้นน่ายินดี ต่างจากที่อิจิมัตสึทีทำหน้าเหมือนไม่เข้าใจคำพูดเมื่อกี้
     "ทำไมฉันต้องทำ งานของฉันก็มีเหมือนกันนะไม่ว่างไปช่วยนายหรอก" อันที่จริงอิจิมัตสึนั่งทำล่วงหน้าไปก่อนแล้วเมื่อคืนนี้แค่ต้องการหาข้ออ้างไม่ต้องออกไปกับคนคนนี้เฉยๆ 
     "ไปเถอะครับทำงานน่ะแค่เดี๋ยวเดียวก็เสร็จแล้ว แต่หลังจากนั้นเราจะไปเที่ยวกัน!" จูชิมัตสึอธิบายเสริมหวังให้อิจิมัตสึสนใจขึ้นมาแล้วยืนนิ่งยิ้มค้างเพื่อรอคำตอบ แต่กลับกันพอรู้ว่าจะต้องเสียเวลาไปทำอะไรแบบนั้นอิจิมัตสึก็ขี้เกียจขึ้นมาดื้อๆ และเหมือนว่าจูชิมัตสึจะเดาความคิดของอิจิมัตสึออกจึงได้กล่าวเสริมเข้าไปอีก
     "ผมรู้มาว่าตั้งแต่ตอนนั้นพี่ก็เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านแทบไม่ออกไปไหนเลย ถ้าไม่ยอมออกไปคลายเคลียดบ้างจะไม่ดีต่อร่างกายของพี่เอานะครับ" ตอนนั้นที่จูชิมัตสึละไว้ไม่พูดออกมาให้เขารู้สึกไม่ดีก็คือตอนนั้นตอนที่เขาให้โทโดมัตสึบาดเจ็บ
     "....ไม่--"
     "ผมเป็นห่วงพี่นะครับ" ทั้งแววตาและน้ำเสียงที่จริงจังของจูชิมัตสึนั้นไม่ได้เห็นกันบ่อยๆอิจิมัตสึจึงไม่กล้าปฏิเสธ และที่มากไปกว่านั้นคือประโยคที่อีกฝ่ายบอกมันทำให้เขาปฏิเสธไม่ลง...
     "งั้นก็รอข้างล่างเดี๋ยวจะรีบแต่งตัวแล้วจะตามลงไป"
     "ครับผม~!"


     ใช้เวลาจัดการตัวเองนานตามประสาคนขี้เกียจอิจิมัตสึก็เดินลงไปหาจูชิมัตสึข้างล่าง ระหว่างทางอิจิมัตสึก็พยายามมองหาคนบางคนที่เป็นฝ่ายรับปากว่าจะดูแลเขา แต่ไม่ว่าจะมองไปที่ไหนก็ไม่เห็นวี่แววของเจ้าคิ้วหนาน่ารำคาญคนนั้นเลย ตอนนี้ไม่ใช่แค่คารามัตสึเท่านั้นที่อิจิมัตสึหาไม่เจอแต่จูชิมัตสึก็หายไปแล้วเช่นกัน บอกว่าให้รออยู่ข้างล่างแท้ๆแต่ดันหายไปเฉยเลยแล้วคิดว่าอิจิมัตสึจะตามหาเจอไหมกับสถานที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้
     อิจิมัตสึตัดสินใจเดินเข้านั่งไปรอในห้องๆหนึ่งที่จำได้ลางๆว่าเป็นห้องรับแขกจากที่เคยมาเล่นตอนเด็กๆเพราะไม่อยากออกไปยืนแตกแดดรอข้างนอก พลางมองสำรวจภายในห้องรับแขกที่ตกแต่งไว้อย่างหรูหรางดงาม อีกทั้งข้าวของราคาแพงมากมาย ด้านหน้าห้องมีภาพของหญิงวัยกลางคนที่ยังดูสวยอยู่แม้อายุจะมากขึ้นแค่ไหนแขวนเอาไว้ อิจิมัตสึเผลอจ้องตาคนในรูปก็สัมผัสได้ถึงความอึดอัดจนต้องเบนหน้าหนี เป็นความอึดอัดที่เขาเคยได้รับจากหญิงในรูปตอนมีชีวิตอยู่แม้จะจากไปแล้วและเป็นเพียงรูปถ่ายก็ยังรู้สึกอึดอัดอยู่ดี
     ...ไม่รู้ว่าสองคนนั้นทนได้ไง?
     "รอนานมั้ยครับ" อิจิมัตสึสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ๆก็มีเสียงจูชิมัตสึถามดังมาจากด้านหลัง อิจิมัตสึส่ายหน้าแทนคำตอบ ยังไม่อยากพูดกับจูชิมัตสึมากนักเพราะยังรู้สึกเคืองๆเหตุการณ์เมื่อครู่อยู่
     จูชิมัตสึเดินนำอิจิมัตสึเดินไปขึ้นรถที่ขับมาจอดหน้าคฤหาสน์ จูชิมัตสึด้านไปเปิดประตูด้านข้างคนขับให้เขาเข้าไปพร้อมระบายยิ้มสดใสอย่างสนุกสนานราวกับเด็กที่กำลังเล่นอะไรบางอย่าง นึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่ขึ้นมานั่งแล้วไม่เห็นคนขับรถอยู่ข้างๆและทุกอย่างก็กระจ่าง จากหลังที่จูชิมัตสึเปิดประตูรถลงเขาก็เดินล้อมรถมาอีกฝั่งและเปิดประตูเข้ามานั่งในตำแหน่งคนขับรถ อิจิมัตสึหน้าซีดลงทันใด
     "เดี๋ยวๆๆๆ อย่าบอกว่านายจะเป็นคนขับรถเองนะ!?" จูชิมัตสึเอียงคอทั้งใบหน้ายังคงประดับรอยยิ้มที่เจ้าตัวไม่เคยคลาย
     "ครับ! เชื่อใจได้นะผมเพิ่งสอบใบขับขี่ได้เมื่อสองสามวันที่แล้วเอง รับรองความรู้ยังไม่จางหายไปแม้แต่น้อยครับ!" ว่าแล้วก็ทุบเข้าแรงๆที่แตรรถจนเกิดเสียงดังลั่น จูชิมัตสึยังคงกดแตรรถต่อเนื่องอีกหลายครั้งๆ 
     แต่แบบนี้มันยิ่งน่าเป็นห่วงไม่ใช่หรอ!?
     เพิ่งสอบผ่าน ประสบการณ์ยังไม่มี แล้วยิ่งหมอนั่นคือจูชิมัตสึด้วยแล้วน่ะ!
     นี่เขายังไม่ได้ทำประกันชีวิตเลยนะ!!!

     เวลาสามสิบนาทีที่อยู่บนรถยาวนานจนเหมือนเป็นปีๆ เป็นการนั่งรถที่อิจิมัตสึไม่ได้รู็สึกปลอดภัยเลยสักนิด น่ากลัวยิ่งกว่าภารกิจไหนๆที่เคยทำไม่ว่ายังไงก็เทียบไม่ติดเลยจริงๆ มีบางจังหวะที่จูชิมัตสึขับเข้าไปไม่ใกล้ไม่ไกลจากท้ายรถบรรทุกแทนที่จะชะลอให้ช้าลงหรือเหยียบเบรกแต่เจ้าตัวดันเหยียบพลาดไปโดนคันเร่งเข้าเต็มๆ โชคยังดีที่จูชิมัตสึหักหลบไปทางอื่นได้(ถ้าจะให้เบรกคงไม่ทัน) หรือจะเป็นตอนที่จูชิมัตสึละมือจากพวงมาลัยไปคว้านหาอะไรบางอย่างด้านท้ายรถอิจิมัตสึจึงต้องเป็นฝ่ายมาควบคุมรถแทนจนจูชิมัตสึหาสิ่งๆนั้นเจอและมันก็คือขนมถุงเล็กๆที่จูชิมัตสึเอามาเผื่อเขาจะหิว ก็อยากจะไม่โกรธหรอกนะที่ทำเผื่อเขาแต่มันก็ควรโกรธอยู่ดีมั้ยที่ทำให้เขาเกือบขับรถตกข้างทางตายอย่างน่าอนาถน่ะ! 
     แต่ช่วงเวลาแห่งฝันร้ายก็หมดลงตอนนี้เขามาถึงที่ที่จูชิมัตสึจะมาทำงานแล้ว ถึงจะบอกว่าเป็นที่ทำงานแต่มันก็แค่ร้านอาหารบนถนนเส้นหนึ่งที่มีคนเดินพลุกพลานผ่านไปมาเท่านั้น และดูเหมือนว่าสถานที่นี้จะคุ้นตาเหมือนโอโซมัตสึก็เคยพาเขามาเช่นกัน และสิ่งที่เหมือนกันอีกอย่างก็คืออิจิมัตสึถูกสั่งให้รออยู่บนรถห้ามลงไปไหนเช่นเดิม ต่างกันที่ครั้งนี้ไม่มีใครมาคอยยืนเฝ้าเขาถึงมีก็ไม่ต้องห่วงเพราะหลังจากคราวที่แล้วเขาก็เข็ดจนไม่อยากลงไปไหนอีก จูชิมัตสึหายเข้าไปในร้านอาหารแห่งนั้นเพียงไม่นานก็กลับออกมาพร้อมรอยยิ้มที่ดูแปลกไป แต่ทันทีที่กลับขึ้นมาบนรถประจำตำแหน่งเดิมเรียบร้อยแล้วรอยยิ้มดั่งเดิมก็โผล่มาให้ได้เห็น อิจิมัตสึอยากจะถามว่าที่เข้าไปข้างในนั้นมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นรึเปล่าทำไมถึงมีสีหน้าแบบนั้น แต่ก็รู็ว่ามันคงไม่ใช่เรื่องที่เขาควรเข้าเกี่ยวข้อง
     ....แม้มันจะเป็นเรื่องของอิจิมัตสึเองก็ตาม

     ทว่าการเดินทางครั้งนี้แตกต่างและปลอดภัยจากครั้งที่แล้วพอควร อันที่จริงก็มากเลยล่ะจูชิมัตสึดูจะตั้งใจขับรถขึ้นมามากๆจนอดคิดไม่ได้ว่าครั้งนั้นจูชิมัตสึจะจงใจแกล้งเขาหรือไม่ จูชิมัตสึเอื้อมมือมาปลดล็อคเข็มขัดนิรภัยบนตัวของอิจิมัตสึให้เมื่อเห็นว่ามาถึงที่หมายที่สองแล้วแต่อิจิมัตสึก็ยังไม่ยอมขยับ แต่นั้นทำให้พวกเขาต้องมาตกอยู่ในสภาพแปลกๆเพราะหากจูชิมัตสึจะปลดล็อคเข็มขัดนิรภัยได้ก็ต้องโน้มตัวลงมาหาเขา ร่างกายเกือบแนบชิดกัน ปลายจมูกที่เกือบจรดกัน ดวงตาที่เกือบประสานกันดังต้องมนต์ อีกทั้งลมหายใจของอีกฝ่ายที่รดอยู่บริเวณช่วงอกทำให้ก้อนเนื้อที่อยู่ตรงนั้นเต้นรัวจนแทบระเบิด ใบหน้าหล่อเหลาของเด็กหนุ่มยังคลอเคลียอยู่ไม่ห่างช่วงอกเนื่องจากปลดล็อคไม่ได้เริ่มทำให้อิจิมัตสึกลัว กลัวเหลือเกินว่าจะได้ยินเสียงหัวใจของเขา
     "ได้แล้วครับ!" เสียงสวรรค์ดังขึ้น อิจิมัตสึเผลอถอนหายใจแรงโดยไม่รู้ตัวเลยว่าเมื่อกี้นี้ตนเกร็งแค่ไหน
     "อืม ขอบใจ" ร่างเล็กเพรียวบางกว่าตัวเขาเดินลงจากรถไป ด้านหลังแผ่นหลังนั่นจูชิมัตสึยกยิ้มอย่างพอใจกับปฎิกิริยาเหล่านั้น แบบนี้ตัวเขาเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าคนอื่นสินะ
     หลังจากเดินออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อหนีหน้าใครบางคนและกำจัดความรู้สึกแปลกๆไปให้พ้นอิจิมัตสึก็เริ่มกวาดสายตามองไปรอบๆว่าตนกำลังอยู่ที่ไหน แต่ไม่ว่าจะหันไปที่ไหนก็เห็นเพียงทุ่งหญ้าร่มรื่นและต้นไม้สีเขียวขจีเต็มไปหมด ผู้คนเบาตาจำนวนน้อยราวหยิบมือกำลังเดินเล่นไปมารับอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด บ้างมากับครอบครัว บ้างมากับคนรัก บ้างมาทำงานกับกลุ่มเพื่อนที่โต๊ะไม้ใจกลางสวน บ้างก็มาเดินเล่นเพียงคนเดียว ที่นี้ก็คือ"สวนสาธารณะ"นั้นเอง
     "ทำไมถึงมาที่นี่ล่ะ?" อิจิมัตสึถามเสียงสูงด้วยความสงสัยอย่างไม่ปิดบัง ก็ไม่ได้ไม่ชอบที่นี่หรอกเพียงแค่แปลกใจที่คนอย่างจูชิมัตสึจะพาเขามาที่แบบนี้ ขัดกับบุคลิกสุดๆ
     "เห็นว่าพี่เครียดอยู่พามาเดินเล่นสูดอากาศน่าจะดีกว่าไปเที่ยวที่สถานที่ที่มีคนเยอะๆแบบที่พี่ไม่น่าจะชอบนะครับ หรือว่าไม่ชอบที่นี้หรอหรอครับ?"
     "เปล่าๆชอบสิ ที่นี่ก็ดีเหมือนกัน" ...ก็ไม่ได้มีดีแค่บ้าพลังนี่น่า
     อิจิมัตสึคลี่ยิ้มบางๆเพียงแวบเดียวไม่ได้ตั้งใจให้จูชิมัตสึเห็นก่อนเรียวขายาวจะก้าวเดินนำไปก่อน จูชิมัตสึเลือกที่จะไม่วิ่งขึ้นไปตีคู่แต่เลือกเดินตามหลัง เลือกที่จะเก็บภาพเหล่านั้นให้อยู่ในความทรงจำนานที่สุดก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้เห็น ภาพของรอยยิ้มแสนอ่อนโยนประดับบนใบหน้าของคนที่ได้ชื่อว่ามืดมนที่สุด ภาพของของสายลมพัดโชยเพียงเบาบางเส้นผมนุ่มก็ปลิ้วคล้อยตามแรงลม ภาพของของผิวกายขาวในชุดเสื้อเชิ้ตสีม่วงกระทบกับแสงแดดเป็นประการดุจเพชรล้ำค่า ภาพของดวงตาคู่งามซึ่งสบกับเขาพอดีพร้อมทั้งเสียงเอ่ยเอื้อนอันแผ่วเบาเรียกให้เขาเดินเข้าไปหา ถ้าหยุดเวลาตรงนี้ได้จะดีแค่ไหน จูชิมัตสึยิ้มตอบและเดินเข้าไปหาอิจิมัตสึ ในหัวเริ่มเกิดคำถามมากมายจนสับสน
     ทำไม...?
      ทำไมเขาจึงเลือกที่จะเป็นฝ่ายปกป้องมากกว่าครอบครอง
     ทำไมเขาถึงไม่เห็นแก่ตัวและแย่งชิงมาเสีย
     ทำไมเขายังอดทนไปเพื่ออะไร
     แล้วทำไมเขาถึงหนีไม่พ้น
     ทำไม...ทำไม...ทำไม!
     "มัตสึ...จูชิมัตสึ! เป็นอะไรไปทำไมจู่ๆก็ทำหน้าตาน่ากลัวแบบนั้นล่ะ" อิจิมัตสึถามด้วยน้ำเสียงเชิงหยอกเย้าแม้จะแฝงไปด้วยความกังวลเล็กๆ จูชิมัตสึสะดุ้งเมื่อเพิ่งหลุดพ้นจากภวังค์ 
     "ไม่มีอะไรครับ" คนอายุน้อยกว่าส่ายหน้าปฏิเสธและหัวเราะแห้งออกมาก่อนจะเปลี่ยนเรื่องทันที "นอกจากที่นี่มีดีเรื่องอากาศกับต้นไม้แล้วยังมีดีเรื่องไอศกรีมอร่อยด้วย ลองไปเดินหากันไหมครับ"
     เขาก็ไม่ได้เห็นแก่กินหรอกนะแต่การปฏิเสธคนนั้นนับเป็นเรื่องเสียมารยาท อิจิมัตสึจึงตอบทันทีโดยไม่ลังเล "ไปสิ"
     สวนสาธารณะสีเขียวร่มรื่นแห่งนี้ไม่ได้แคบนักออกจะกว้างเสียด้วยซ้ำบวกกับที่ไม่ได้ตระเตรียมข้อมูลล่วงหน้ามาก่อนทำให้ชายหนุ่มทั้งสองต้องเดินหาร้านไอศกรีมแสนอร่อยปริศนาที่ไม่มีที่ตั้งของร้านเป็นหลักเป็นแหล่ง จูชิมัตสึแอบเหลือบมองคนข้างๆเป็นระยะ อิจิมัตสึไม่ได้แสดงท่าทีใดๆออกมาว่ากำลังรู้สึกเหนื่อยหรือเบื่อแต่อย่างใด ถึงอย่างนั้นจูชิมัตสึก็รู้สึกผิดอยู่พอสมควรที่ไม่ได้หาข้อมูลมาก่อนว่าวันนี้ร้านไอศกรีมร้านนี้จะไปขายส่วนไหน พอได้ยินแม่บ้านสาวในคฤหาสน์พูดกันก็เลยอยากพามา แรงกระตุกเบาๆที่ชายเสื้อทำให้จูชิมัตสึหยุดความคิดทั้งหมดหันหน้าไปหาอิจิมัตสึเชิงถามว่ามีอะไรหรือเปล่าแต่อิจิมัตสึก็ขมวดคิ้วใส่ พอลองมองคิดดูดีๆจะรู้ว่าแรงกระตุกนั้นมาจากร่างเล็กๆของเด็กหญิงคนหนึ่ง
     "ครับ...?"
     "พ่อ...พ่อจ๋า...ฮือ" 
     "ห้ะ! พ่อ?!" อิจิมัตสึเผลอถามเสียงดังด้วยความตกใจ 
     "ม..ไม่ใช่นะครับ! อย่าเข้าใจผิดสิครับ!!" จูชิมัตสึล้นลานยกมือขึ้นปฏิเสธพัลวัน
     "พ่อจ๋าหาย...หาไม่เจอ..อึก" อิจิมัตสึถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อรู้ว่าเด็กหญิงตัวเล็กน่ารักคนนี้ไม่ใช่ลูกของจูชิมัตสึเช่นเดียวกับเจ้าตัวที่โล่งใจเมื่อเขาหายเข้าใจผิด แต่ก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลยเมื่อรู้ว่าเด็กคนนี้หลงกับพ่อตัวเอง
     "พาไปศูนย์ประชาสัมพันธ์ดีไหม" อิจิมัตสึถามสายตาที่แสดงความเป็นห่วงจับจ้องไปที่เด็กหญิงที่กำชายเสื้อจูชิมัตสึแน่น
     "ผมว่าไม่น่ามีนะครับเท่าที่เดินๆมาก็ไม่เห็นเลย" จูชิมัตสึตอบ 
     ทั้งสองคนเงียบไปเพื่อใช้ความคิด เด็กหญิงยังสะอื้นด้วยความกลัวและเสียใจอยู่จูชิมัตสึจึงอุ้มเด็กหญิงขึ้นมาขี่คอ แรกๆเด็กหญิงตัวสั่นกลัวแต่พอจูชิมัตสึเริ่มออกเดินไปเรื่อยๆเด็กหญิงก็หยุดสะอื้นแล้วเพลิดเพลินไปกับการชมวิวจากมุมสูงและสายลมเย็นๆแทน เสียงหัวเราะใสของหนึ่งเด็กหญิงกับอีกหนึ่งเด็กชาย(ที่โตแต่ตัว)ดังขึ้นดังขึ้นลั่นสวนสาธารณะอย่างหน้าอาย แต่คนที่มองดูอยู่ใกล้ๆอย่างอิจิมัตสึไม่รู้สึกเช่นนั้นเขากลับรู้สึกชื่นชอบมันแสดงด้วยซ้ำ ชื่นชอบรอยยิ้มสดใสดั่งแสงอาทิตย์และความบริสุทธิ์จริงใจจากชายหนุ่มตรงหน้า แม้จูชิมัตสึจะไม่ใช่คนเลวร้ายที่มีอะไรปิดบังเหมือนคนคนนั้นแต่เขาก็ไม่ได้สัมผัสตัวตนจริงๆของจูชิมัตสึมานานแล้ว อิจิมัตสึเผลอยิ้มให้ภาพตรงนั้นรู้สึกตัวอีกทีจูชิมัตสึก็มองมาทางเขาพร้อมรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าแล้ว
     "ผมพวกเราเจอร้านไอศกรีมแล้วครับเด็กคนนี้ก็คงอยากกิน เดี๋ยวผมจะเป็นคนไปซื้อนะครับพี่อุ้มไว้ทีนะ" ในขณะที่อิจิมัตสคกำลังงงๆอยู่จูชิมัตสึก็อุ้มเด็กหญิงมาตรงหน้าเขาเพื่อเปลี่ยนผลักกันบ้างแล้ว หลังจากอิจิมัตสึพยักหน้าจูชิมัตสึก็พุ่งปรี่ไปที่ร้านไอศกรีมทันที
     "เอ่อ..." อิจิมัตสึอึกอัก ไม่รู้ควรทำยังต่อดี
     "อุ้มๆ" เด็กหญิงกางแขนสองข้างออก อิจิมัตสึลังเลเล็กน้อยแต่ก็ค่อยๆย่อตัวลงมาอุ้มเด็กหญิงตัวน้อย แต่ไม่ได้ให้ขี่คอแบบจูชิมัตสึเพราะขืนทำแบบนั้นเขาคอหักแน่จึงได้แค่อุ้มไว้ตรงอก ไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่เด็กหญิงก็ซุกหน้าลงไปที่อกของอิจิมัตสึมือขย้ำเสื้ออิจิมัตสึแน่นราวกับกำลังคิดถึงใครบางคนหรือกลัวอะไรบางอย่าง อิจิมัตสึเรือนลูบผมของเด็กหญิงเบาๆเป็นการปลอบประโลม เด็กหญิงเงยหน้ามาพบกับรอยยิ้มละไมของอิจิมัตสึความกลัวทั้งหมดค่อยๆหายไปเด็กหญิงจึงยิ้มตอบอิจิมัตสึเช่นเดียวกัน
     จูชิมัตสึซื้อไอศกรีมเสร็จนานแล้วและแอบยืนมองภาพเหล่านั้นมาสักพัก และที่ยังไม่เดินเข้าไปหาเพราะยังไม่อยากให้ภาพนี้หายไป ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึก รู้สึกว่าอิจิมัตสึตอนยิ้มนี่แหละล้ำค่ากว่าอะไรทั้งปวงแล้ว...
     และทันใดนั้นเขาก็ได้ล่วงรู้คำตอบของคำถาม
     "ได้แล้วครับ! ช้าไปรึเปล่าขอโทษนะครับ" จูชิมัตสึแสร้งหอบเหนื่อยจากการวิ่งมาหาเขา จูชิมัตสึทำท่าจะขอรับเด็กหญิงมาอุ้มเองต่อแต่เด็กหญิงก็ยังกำเสื้ออิจิมัตสึไม่ยอมปล่อย
     "ให้ฉันอุ้มต่อก็ได้ไม่ได้หนักอะไรมากหรอก" จูชิมัตสึพยักหน้า มือยื่นไอศกรีมนมสดที่ตามหาให้เด็กหญิงได้ถือทานตามใจอยาก แต่เขากลับยื่นไอสกรีมไปที่ปากของอิจิมัตสึแทนที่จะยื่นใส่มือที่แบขอ
     "เอ๊ะ..อะไร?"
     "ผมถือให้ดีกว่านะ ทานสิครับเดี๋ยวละลายก่อน" อิจิมัตสึมองไอศกรีมในมือสลับกับคนถือนิ่ง ในใจลังเลอยู่ชั่วครู่แต่ก็ก้มลงมางับไอสกรีมในมือของจูชิมัตสึแต่โดยดี รสชาติหวานละมุนหอมกรุ่นด้วยกลิ่นนมสดทำให้อิจิมัตสึเผยรอยยิ้มออกมา สายตาเหลือบไปเห็นเศษครีมที่ติดอยู่ที่ริมฝีปากบาง จูชิมัตสึอยากจะเช็ดมันโดยการเลียเหลือเกินแต่ก็ชั่งใจไว้เช็ดมันออกด้วยมือแทน แต่ไม่วายจะเลียชิมรสชาติของครีมที่นิ้วของตัวเองอยู่ดี
     "หวานจัง..." จูชิมัตสึพูดด้วยเสียงเบาดูคล้ายพรึมพร่ำ รอยยิ้มสดใสแทบจะแปรเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์หากเผลอตัว
     "จูชิมัตสึ!" ตวาดไปแบบนั้นทั้งที่หน้ากำลังขึ้นสีแดงระเรื่อ อิจิมัตสึรีบสาวเท้าเดินไปหนีพร้อมเด็กหญิงในอ้อมกอดที่ไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

     อาจเป็นภาพที่ไม่ได้เห็นบ่อยนักที่จะมีผู้ชายตัวไม่เล็กไม่ใหญ่สองคนกำลังจูงมือเด็กหญิงคนหนึ่งอยู่ บางคนมองดูก็อดคิดไม่ได้ว่าชายสองคนนั้นกำลังจะจับเด็กหญิงไปเรียกค่าไถ่หรือไม่ อิจิมัตสึและจูชิมัตสึตกลงกันว่าจะพาเด็กหญิงไปรอพ่อที่พลัดหลงกันตรงสนามเด็กเล่นหลังจากสอบถามดูแล้วว่าพลัดหลงกันที่ไหน
     น้ำตาของเด็กหญิงรื้นขึ้นมาเกาะขอบดวงตาน้อยๆเมื่อหายชายที่เด็กหญิงเผ้าคิดถึงมาตลอดเกือบทั้งวัน กำลังนั่งรอใครบางคนด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยแสนหดหู่ เด็กหญิงวิ่งไปเข้ากอดชายผู้เป็นพ่อทันที ไม่มีคำด่ากล่าวที่เธอไม่ระวังตัวจนพลัดหลงกัน มีแค่อ้อมกอดแสนปลอดภัยแสนอบอุ่นที่ไม่มีใครมาแทนที่ เด็กหญิงหันหน้ามาทางอิจิมัตสึและจูชิมัตสึกล่าวขอบคุณพร้อมรอยยิ้มสดใสให้พวกเขา ผู้เป็นพ่อมองตามเมื่อเห็นว่าพวกเขายืนอยู่จึงเดินเข้ามาหา
     "ขอบคุณนะครับ ขอบคุณมากจริงๆนะครับที่ช่วยพาแกมาส่ง หากไม่เห็นเธออีกผมคงไม่รู้จะอยู่ยังไง ขอบคุณเหลือเกิน..." ชายวัยกลางคนกอบกุมมือของอิจิมัตสึพร่ำพุดแต่คำขอบคุณจากใจและหันไปทำเช่นเดียวกันกับจูชิมัตสึ อิจิมัตสึระบายยิ้มให้ทั้งคนเป็นพ่อและเด็กหญิง
     "คราวหน้าระวังนะครับคุณลุงอาจไม่เจอคนใจดีแบบพวกผมแล้วนะ" อิจิมัตสึเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนปนกับความจริงจัง คนเป็นพ่อพยักหน้ารับ กล่าวขอบคุณอีกครั้งแล้วขอตัวพาเด็กหญิงกลับบ้านไปเมื่อตะวันลาลับขอบฟ้าแล้ว 
     ทั้งสองเดินทอดน่องตากไอเย็นยามค่ำคืนที่ไม่ค่อยส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายเท่าไหร่เพื่อเดินกลับไปที่รถ โดยมีจูชิมัตสึเป็นคนเดินนำหน้า
     "วันนี้เป็นยังไงบ้างครับ?" จูชิมัตสึถาม น้ำเสียงที่ใช้มีความคาดหวังปะปนมาเล็กน้อย
     "รู้สึกดีมากๆฉันไม่ได้มาเดินเล่นนานแล้วด้วยต้องขอบใจนายที่อุตส่าห์ชวนฉันออกมานะ" อิจิมัตสึหยุดเดิน มือบางจับที่ชายเสื้อของจูชิมัตสึเบาๆ ใบหน้าขาวนวลที่ขึ้นสีเพราะอากาศก็ยิ่งเข้มขึ้นไปอีก น้ำเสียงอู้อี้จากอิจิมัตสึพรึมพร่ำอะไรบางอย่างเบาๆ แต่มันก็ดังพอที่คนได้ยินจะฉีกยิ้มให้กว้างขึ้นกว่าเดิม "วันหลังพวกเราสองคนมาด้วยกันอีกนะ"
     "ครับ! วันหลังพวกเราสองคนจะมาที่นี่กันอีกครับ!"

     เรื่องวันนี้แม้จะเหนือความคาดหมายไปมากเปลื้องแรงไปก็เยอะแต่อิจิมัตสึรู้สึกว่ามันก็คุ้มค่า เขาเองก็รู้ตัวว่าไม่ได้ยิ้มมานานแค่ไหน การมาที่นี่วันนี้พร้อมกับจูชิมัตสึเป็นการผ่อนคลายที่ดีมากจริงๆ เพียงแค่เห็นรอยยิ้มของจูชิมัตสึก็รู้สึกเหมือนว่าได้รับพลังงานด้านบวกมาเติมจนเต็มหลอด ความรู้สึกกังวลเรื่องตายๆก็หายไปราวกับไม่เคยมีอยู่ ได้เห็นมุมที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นจากคนคนนี้ มุมที่นึกถึงอีกครั้งก็หัวใจมันก็...
     ตึกตัก...ตึกตัก...
     อา...แย่แล้วสิ





------------------------------------------------
     ผิดคาร์จูชิอย่างแรง แล้วก็นี่มันเอยูมาเฟียแน่หรอทำไมมันมุ้งมิ้งงี้ล่ะ555555 สารภาพตามตรงคือไม่รู้ว่าต้องแต่งออกมาแบบไหนถึงจะใช่จูชิมัตสึเลยขอเอาตามแต่งในมโนผู้แต่งนะคะ555(หากไม่ชอบต้องขอโทษด้วยตริงๆ) สำหรับตอนนี้อยากได้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้มากๆ(คาร์น้องจูชิ)เลยค่ะอยากจะขอความกรุณานักอ่านทุกท่านช่วยด้วยนะคะ
     แล้วก็ลองแต่งในโน๊ตบุ๊คครั้งแรกกะเนื้อหาไม่ถุกเลยไม่รู้ว่ามันยาวเกินไปรึเปล่า หากยาวเกินไปต้องขอโทษด้วยนะคะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

82 ความคิดเห็น

  1. #71 soyakurikung2 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 10:07

    รอไรท์อยู่นะคะ ;w; เรารอรูทคารามากเลย อุตส่าห์บุกถึงบ้าน เเต่เราก็ยังไม่เจอคาราซักที ฮรือออ รอนางค่ะ นางคือเรือหลักเราเลย♡ ส่วนเรื่องคาร์จูชิคงไม่หลุดมากไปมั้งค่ะ เเค่อาจจะเห็นนางจริงจังมากขึ้น หรือคิดมากมากขึ้น เเต่ก็เป็นมุมที่อร่อยมากๆค่ะ! ยังไงก็ถ้ามีปัญหาก็ขอให้เคลียร์ให้เสร็จนะคะ รอรูทคาราอิจิอยู่นะคะ ;w; เป็นกำลังใจให้ไรท์ค่ะ♡

    #71
    0