House No.14 บ้านเลขที่ 14 รวมเรื่องสั้น Yaoi/Boylove

ตอนที่ 2 : House No.1 ตุ๊กตาเจ้าชายน้อย -002- [END]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    13 ก.พ. 61

House No. 14

ตุ๊กตาเจ้าชายน้อย

-002-

 

           “กูถามอะไรมึงหน่อยได้ไหม?” ผมหันหน้าไปมองคนข้างๆ เมื่อได้ยินคำถาม

           “เออ”

           “มึงชอบปลายจริงๆเหรอวะ” ผมสงสัยกับคำถามของมันเล็กน้อย ทำไมรู้สึกว่าบรรยากาศมันไม่ค่อยดีเลยวะ ผมไม่ได้รู้สึกไปเองแน่ๆ

           “ชอบดิ มึงก็รู้อยู่แล้วจะถามกูทำไมอีกวะ”

           “แล้วถ้าสมมติปลายตาย มึงจะยังชอบอยู่ไหม” พอจบคำถาม ความเดือดในใจก็พุ่งขึ้นมาทันที

           “มึงถามอะไรของมึงหะ! ทำไมวะ มึงอยากให้ปลายตายนักหรือไง!” ความรู้สึกเริ่มคุมไม่อยู่จนตะคอกใส่มันทันทีด้วยความโมโห

           “กูก็แค่ถาม มึงจะตะคอกใส่กูทำไม!” ไอ้เจมส์จ้องหน้าผมเขม็ง ผมเองก็จ้องมันเหมือนกัน      

           ผมไม่ได้พูดอะไรต่อแต่กระแทกหลังกับเบาะพิงแล้วนั่งเงียบๆโดยที่สายตาเลื่อนไปมองที่กระจกรถอย่างเดียว พอถึงหน้าบ้านผมเดินลงจากรถทันทีโดยที่ไม่บอกลามันแต่อย่างใด เพราะตอนนี้ผมโกรธมันมาก โกรธที่พูดอะไรแบบนั้นออกมา...

 

           ผมเดินขึ้นห้องทันทีโดยที่ไม่ได้สนใจคนในบ้าน เพราะตอนนี้อยากนอนอย่างเดียวแล้ว และพอถึงห้องผมทิ้งตัวลงกับเตียงอย่างช่วยไม่ได้ พยายามข่มตาหลับก็หลับไม่ลงเพราะใจยังห่วงปลายอยู่ ถ้าเกิดว่าผมโดนจับไปจริงๆ ผมจะโดนจับไปเพื่อช่วยเธอ ถึงแม้ว่ามันจะยากก็ตาม...

           “ดินลูก” ผมลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงคนที่อยู่นอกประตู

           “วันนี้พ่อของเจมส์โทรมาว่าจะให้ตำรวจมาเฝ้าบ้านเรา มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า” แม่ถามร่ายยาว “ออกมาคุยกันหน่อยสิ”

           “วันนี้ดินเหนื่อยอ่ะแม่” ผมตะโกนบอกไป แล้วพลิกตัวเพื่อหลับต่อ

           “ดิน นี่แม่ห่วงเรานะ เปิดประตูให้แม่เข้าไปก็ได้” ขอโทษนะแม่ที่วันนี้ดินดื้อ แต่ขอวันนึงเถอะครับ พรุ่งนี้มีอะไรเดี๋ยวผมเล่าให้ฟังก็ได้

           หลังจากแม่พูดจบก็ไม่มีเสียงอะไรอีกเลย แม่คงจะลงไปแล้ว ยังไงซะผมก็ต้องอธิบายให้แม่ฟังอยู่ดี แต่ว่าตอนนี้ผมขออยู่กับตัวเองก่อน

           แม้ว่าใจอยากจะนอน แต่อีกใจก็หลับไม่ลง ผมกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่นานจนตัดสินใจรีบเด้งตัวออกจากเตียงมาเปิดคอมแล้วเข้าไปยังหน้าเว็บนั่นโดยทันที แล้วเลื่อนลงมาดูหน้าหลัก ปรากฏว่ามีการอัพเดตโพสต์ใหม่

 

           ดูเหมือนผมจะได้องครักษ์แล้วหละครับแต่เสียดายที่ได้แค่สองคน

         เที่ยงคืนนี้รอชมผลงานใหม่ของผมได้เลยครับ

         เพราะชุดที่จะให้องครักษ์คนใหม่ใส่ ผมตัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว

             

           ผมเผลอหอบออกมาโดยไม่รู้ว่าตัว ทั้งตกใจทั้งกลัวในเวลาเดียวกัน ใจผมเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อรู้สึกว่าอีกไม่นานผมจะเป็นเหยื่อรายต่อไป ไม่รู้ว่าใครเป็นคนที่โดนจับไปล่าสุด เพราะเจ้านั้นยังไม่เปิดเผยให้ดูและพอเลื่อนดูเหมือนว่าจะมีคอมเม้นต่อด้วย

 

           ‘yean_openeye : ตื่นเต้น อยากเห็นแล้วครับ

         ‘PANG699 : แอดคะ ช่วยตอบคำถามด้วยว่าทำไมถึงไม่มีเจ้าหญิง

         ‘QOS167 : รอเลยครับแอด

 

           เหมือนคนที่ชื่อ PANG699 จะมีข้อความตอบกลับด้วย ระหว่างความกลัวกับความอยากรู้...ความอยากรู้ดันมีมากกว่า ผมเลือกคลิกเข้าไปดู

 

           ‘[ตอบกลับPANG699] Admin_Way : เพราะถ้าได้เห็นเจ้าชายแล้ว คุณคงไม่อยากเห็นเจ้าหญิงหรอกครับ

         ‘[ตอบกลับPANG699] PANG699 : เจ้าชายหน้าสวยใช่มั้ยคะ'

         ‘[ตอบกลับPANG699] Admin_Way : เอาไว้เห็นเองจะดีกว่านะครับ'

         ‘[ตอบกลับPANG699] Singhasa : ต้องใช่แน่ๆ เห็นด้วยกับ@PANG699’

              

           ผมกดออกจากเว็บทันทีแล้วปิดคอมอย่างไว บ้ากันไปใหญ่แล้ว ผมนั่งนิ่งแล้วยกมือขึ้นกอดอก ถ้าจะลักพาตัวกันไวขนาดนี้ผมเชื่อว่าไม่ได้มีคนทำแค่คนเดียวแน่ๆ  ไม่งั้นก็เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะจัดการอะไรได้ไวขนาดนี้  ถ้าได้แม่งก็ไม่ใช่คนแล้ว

           ไม่เข้าใจว่าพวกนี้มันทำไปเพื่ออะไรกันแน่ แล้วทำไมตำรวจยังจับไอ้พวกนี้ไม่ได้ซักที ผมถอนหายใจหนักแล้วเอามือขึ้นเสยผมก่อนจะลุกไปนอนที่เตียงเมื่อรู้สึกว่าเปลือกตามันเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ หัวก็เริ่มปวด  ผมหลับตาลงอีกครั้งทั้งในชุดนักเรียนก่อนจะเข้าสู่ภวังค์ไป แต่...


           เวลาผ่านไปซักพัก ในระหว่างที่กำลังเคลิ้มอยู่ จู่ๆ โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงผมก็สั่นขึ้น ผมจิ๊ปากอย่างหงุดหงิดแล้วหยิบมันขึ้นมาดูว่าใครมันโทรมาตอนนี้

 

           สายเรียกเข้า

           เพื่อนเมษ

 

           ผมหรี่ตามองเบอร์ที่โทรมาแล้วกดรับทันที

           “ตอนนี้มึงอยู่ไหนวะ!” เสียงไอ้เมษดูตื่นแปลกๆ

           “ก็อยู่บ้านดิวะ มีเรื่องอะไรเปล่ามึง” ผมถามด้วยเสียงติดตกใจนิดๆ เพราะดูมันแปลกไปจริงๆ

           “มึงเปิดดูหน้าเว็บสิวะ แม่งเอ๊ย”   

           “เออๆๆ” ผมรีบตอบรับก่อนจะเปิดลำโพงแล้วเปิดเข้าเว็บในโทรศัพท์ทันที

           “กูยังใจชื่นที่มึงยังอยู่ดีนะเว่ย” คิ้วขมวดเข้าหากันโดยอัตโนมัติเมื่อได้ยินสิ่งที่ไอ้เมษพูด ผมกลืนน้ำลายแทบไม่ได้เมื่ออยู่ดีๆอาการมือสั่นก็กลับมา แล้วมันกลับสั่นมากกว่าเดิมเมื่อเจอสิ่งที่ไอ้เมษอยากให้ผมเห็น

           “ไอ้เจมส์...กับผา” เสียงที่เปล่งออกมาแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด เรี่ยวแรงแทบหาย

           “ดิน มึงยังอยู่มั้ยวะ!

           “ยังอยู่ๆ” ผมพยายามตั้งสติตัวเองแล้วคุยกับเมษต่อ ผมชักงงแล้ว ไหนบอกว่าติด1 ใน 20 ต้องโดนแต่ไอ้สองคนนั้นไม่ได้มีชื่ออยู่ในแรงค์นั้นเลย หรือว่าแรงค์ถูกเปลี่ยนใหม่?

           “ไอ้ผา แรงค์ในหน้าเพจโรงเรียนมันเปลี่ยนหรอวะ!?” ผมถามปลายสายอย่างไม่รอช้า แล้วเปิดดูหน้าเพจบ้าง ปรากฎว่ามันเปลี่ยนไปจริงๆ อันดับที่ 20 ตอนนี้ไม่ใช่ผม แต่ดันเป็นผาแทน ส่วนเจมส์อยู่อันดับที่ 17 แล้วผมล่ะอยู่ตรงไหน...ผมไม่ได้เสียใจที่ไม่ได้อยู่ในแรงค์ มันออกจะรู้สึกดีด้วยซ้ำที่ตัวเองจะไม่ใช่เหยื่อรายต่อไป แต่ในเมื่อคนที่โดนเป็นเพื่อนสนิท...ความรู้สึกมันก็แย่ไม่แพ้กันเลย

           “มึงไม่มีชื่ออยู่ในแรงค์” เมษพูดก่อนจะเสียงสั่นเมื่อเห็นชื่อคนในแรงค์ 20 อันดับเป็นเจมส์กับผา

           “ตอนนี้แม่งก็เหลือองครักษ์กับเจ้าชายอีกคนใช่มั้ย...แต่ตอนนี้ 20 อันดับโดนไปหมดแล้ว เราควรไปช่วยเพื่อนนะเว่ย!” เสียงของเมษเจือไปด้วยความกังวลซึ่งผมสัมผัสมันได้

           “ไอ้เมษมึงใจเย็นก่อน ถึงอยากจะไปช่วยเราก็ไม่รู้ว่าต้องไปที่ไหนนะมึง”

           “มึงจะรอให้พวกมันสองคนตายก่อนเหรอวะ!

           “แล้วมึงรู้ไหมล่ะว่าต้องไปที่ไหน!! ตั้งสติหน่อยสิวะ!!” ผมตะคอกใส่ปลายสายเผื่อจะเรียกสติมันได้บ้าง

           เสียงในสายเงียบไปตามด้วยเสียงสะอื้นเบาๆ ตอนนี้หัวปวดหนึบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทางข้างหน้ามันดูมืดจนหาหางออกไม่ได้ จนความคิดที่ผมอยากจะเป็นฮีโร่เข้าไปช่วยพวกนั้นกลับหายไปเพราะสภาพตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

           “ดิน...มึงออกมาหากูหน้าบ้านมึงได้ไหม กูอยากคุยกับมึง กูไม่ไหวแล้วว่ะ”

           “แล้วตอนนี้มึงอยู่ไหน?”

           “กำลังถึงทางเข้าหน้าหมู่บ้านมึงแล้ว รอกูนะ” เสียงสั่นๆของมันทำผมกังวลหนัก 

           “ได้ๆ เดี๋ยวกูออกไปรอ” ปลายสายเงียบลงแล้ววางไป ผมมองนาฬิกาบนผนังห้อง ตอนนี้เวลาเที่ยงคืนสี่สิบคนในบ้านคงจะนอนกันหมดแล้ว ผมค่อยๆเดินออกมาจากห้องแล้วลงบันไดบ้านให้เงียบที่สุด ความจริงจะทำเสียงดังก็ได้ แต่ไม่อยากคุยกับแม่ตอนนี้


           ผมเปิดประตูรั้วออกไปยืนรอมันหน้าบ้านก่อนจะชะเง้อมองหาคนที่บอกว่าจะมาหา จะว่าไปมันมาถึงเร็วกว่าที่คิดไว้อีกนะ ไม่นานนักคนที่ผมกำลงรอก็มาถึง ไอ้เมษจอดรถของมันไว้หน้าบ้านก่อนจะเดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะสู้ดี

           “ทำไมมาเร็วจังวะ” ผมเอ่ยปากถามไปทันที

           “กูไปหาพ่อเจมส์มา”

           “แล้วพ่อมันว่าไงบ้างวะ?”

           “พ่อมันก็ตกใจ แต่ตอนนี้ไปที่โรงพักแล้ว” น้ำเสียงเมษดูเรียบลง คงจะช็อคอยู่ใช่ไหม

           “เข้าบ้านกูก่อนมา ยุงมันเยอะ” ผมพูดแล้วเดินนำมาเข้ามา แต่เมษยังยืนนิ่ง แต่จังหวะที่ผมกำลังจะเอ่ยปากเรียกนั้น เหมือนมีอะไรบางอย่างเข้ารัดเอวจากด้านหลัง พร้อมกับผ้าสีดำที่เข้ามาปิดทั้งปากทั้งจมูก หัวเริ่มมึนขึ้น ผมมองภาพเบลอของเมษที่ยังยืนนิ่ง ก่อนสติทั้งหมดจะดับมืดลง

          

           “ดิน...” ทำไมมันมึนแบบนี้

           “ดิน” เหมือนได้ยินคนกำลังเรียกอยู่ ผมลืมตาขึ้นช้าพร้อมกับตาที่กรอกไปมาช้าๆเพื่อพยายามลดอาการมึนของตัวเอง               

           “ตื่นแล้วเหรอ” ใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มกำลังมองลงมาที่ผม

           “นี่ใคร...” ผมถามทั้งๆที่เสียงยังแหบพร่า ตอนนี้ลำคอมันแสบมาก

           “จำกันไม่ได้เลยหรอ”

           “ไอ้เจมส์...” ไม่ใช่...

           “ใช่กูเจมส์เอง” ผมเลื่อนสายตาไปยังมือที่จับหน้าของเจมส์ไว้ เสียงที่ดูดัดให้ทุ้มลง จนสายตาไปคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเจมส์

           “มึงทำแบบนี้ทำไมไอ้หนึ่ง...” ผมกัดฟันแน่นเมื่อเห็นตัวการที่ทำเรื่องแบบนี้

           “กูไม่ต้องการให้ใครเอามึงไป” มันยกยิ้มขึ้นทำเอาขนสันหลังลุกวาบ ผมปรายตามองข้างๆเตียงที่มีผานั่งอยู่ในชุดองครักษ์ ใจของผมกระตุกวาบเมื่อมือของหนึ่งลูบแก้มผมช้าๆ มือที่พยายามจะปัดปล้องถูกมัดติดกับเตียง มีเพียงแค่ขาเท่านั้นที่ไม่โดนอะไร     

           “มึงพูดเรื่องอะไรของมึง! แล้วทำไมมึงต้องจับพวกมันมาทำอะไรแบบนี้ด้วยวะ นี่เพื่อนมึงเลยนะเว่ย!”    

           “กูชอบมึงไง!” หนึ่งตะโกนใส่หน้าทันที ผมหลับตาแน่นอย่างยอมรับความจริงไม่ได้...รับไม่ได้จริงๆ

           “แล้วไอ้ผาล่ะ มึงชอบไอ้ผาไม่ใช่หรอ” ผมถามเสียงสั่น

           “เปล่า” ไม่ตอบเปล่ามันเดินไปหาผาที่นั่งนิ่งอยู่กับพื้นแล้วพยุงตัวขึ้น “กูรู้ว่าผามันชอบกู แต่ขอโทษด้วย กูไม่ได้ชอบ”

           “แล้วมึงทำแบบนั้นกับไอ้ผาไปเพื่ออะไรวะ”

           “เพราะไอ้ผามันรู้ความจริงแล้ว กูเลยต้องจัดการ” มันพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “ส่วนไอ้เจมส์ มันเคยบอกกูว่ามันชอบมึง” ผมมองตามนิ้วที่ไอ้หนึ่งชี้ไปทางเจมส์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ดวงตาของมันหม่นลง เหมือนผมเห็นปากของเขากำลังขยับเพื่อบอกอะไรบางอย่าง แต่ถึงอย่างนั้นน้ำตาก็เริ่มคลอเบ้า ทั้งความกลัวความเจ็บปวดมันแล่นเข้ามาในใจพร้อมกัน   

           “ส่วนปลาย กูเห็นมึงชอบปลายก็เลยจับมาด้วย เผื่อมึงจะรู้สึกดีขึ้นบ้างถ้าได้เห็นคนที่มึงชอบ ดูดิ นี่กูตามใจมึงมากขนาดไหน มึงรู้บ้างไหม”

           “...” ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

           “ร้องไห้หรอ ไม่ร้องสิวะ” หนึ่งบอกเสียงอ่อน มือสากของมันเข้าเกลี่ยน้ำตาให้ แต่ผมไม่ต้องการ

           “เมษ...”

           “ไอ้เมษหรอ เมษมันเป็นคนจัดการเรื่องเว็บไซต์อีกคนกับกู” หนึ่งหัวเราะในลำคอแล้วยิ้มเผล่ “แต่มึงไม่ต้องห่วงนะ เพราะไอ้เมษมันไม่ได้ชอบมึง มันทำไปเพราะความชอบส่วนตัว แม่ง...โรคจิตชิบหายเลย มึงว่างั้นไหม” มึงก็พอๆกันนั่นแหละ

           ผมรู้สึกผิดหวังในตัวพวกมันมาก เหมือนว่าผมไม่สามารถไว้ใจใครได้อีกแล้ว และผิดหวังในตัวเองที่ไม่สามารถช่วยใครได้เลย ทั้งเพื่อนทั้งคนรัก แต่กลับโดนจับได้ง่ายๆเพราะเพื่อนที่คิดว่าไว้ใจได้       

           “ถึงเวลาแล้ว นอนรอนิ่งๆอย่าส่งเสียงดัง” พูดจบ มันเดินออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้ผมอยู่กับเจมส์และไอ้ผา ไม่ทันใดเสียงรถเข็นก็ดังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เสียงนั้นหยุดลงข้างเตียงตามด้วยไอ้หนึ่งที่ถือเข็มฉีดยาขึ้นมา ข้างในบรรจุน้ำสีใสไว้ ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ที่รู้อีกแน่ๆคือ ผมต้องกลายเป็นเหยื่อในเหตุการณ์นี้

           “ยาตัวนี้มันอาจจะทำให้มึงทรมานนิดหน่อย แต่ไม่ต้องห่วง...” มันเอาสำลีเช็ดบริเวณข้อพับของผมอย่างเบามือ “กูจะอ่อนโยนกับมึงเอง” ตามด้วยปลายเข็มที่แทงเข้ามา ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกถึงแรงอัดจากกระบอกเข็ม

           “ทนหน่อยนะ” ไอ้หนึ่งก้มลงมาจูบหน้าผากผม แต่ผมสะบัดหน้าหนี มันไม่ได้ทำอะไรต่อนอกจากยืนมองหน้าผมนิ่งๆ ในช่วงนั้นความร้อนบางอย่างเริ่มแผ่ไปทั่วตัวจนรู้สึกได้ว่าเหงื่อเริ่มออก ก้อนเนื้อใต้อกเต้นถี่ระรัวจนแทบจะหลุดออกมา ภายในร่างกายเหมือนมีเข็มร้อยๆเล่มแทงผ่าน ร่างกายผมเริ่มกระตุกกับปฏิกิริยาของยาอย่างคุมไม่ได้ ปากที่กำลังจะถามกลับเปล่งออกไปแล้วไม่มีเสียงเลยซักนิด นี่ผมกำลังจะตายใช่ไหม...

           “หลับตาลงแล้วมึงจะรู้สึกดีขึ้น” มืออุ่นเลื่อนเข้ามาปิดเปลือกตาของผมลง ผมอยากจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้งแต่ทว่าแรงที่จะลืมขึ้นลับไม่มีเลย สมองคิดได้ว่าจะพูดอะไร อยากจะทำอะไร แต่ไม่สามารถสั่งการการเคลื่อนไหวเหมือนคนเป็นอัมพาต

           “ฝันดีนะเจ้าชายน้อย” และเสียงอ่อนทุ้มคือสิ่งสุดท้ายที่ผมได้ยิน ก่อนสติจะดับลงอีกครั้ง

                 

           ในที่สุดปราสาทที่ทุกคนรอคอยก็สมบูรณ์แล้วล่ะครับ

 

           ข้อความของแอดมินถูกโพสต์ลงหน้าหลักตามด้วยโพสต์ของภาพตุ๊กตาเจ้าชายน้อย

           ใบหน้าคมของตุ๊กตาตัวนั้นก้มลงเล็กน้อย กับสายตาที่ไร้ซึ่งแววเหมือนคนทั่วไปพอดีสีผิวที่ดูซีดลง ถ้าจะบอกว่าสวยก็คงไม่ใช่ เพราะดินก็แค่ผู้ชายหน้าตาธรรมดาๆคนนึง แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของหนึ่งนั้นเกินกว่าอะไรจะอธิบายได้...เพรามันงดงามจนใจของเขาเต้นไม่หยุด

           “ชุดเจ้าชายเข้ากับดินที่สุดแล้ว” หนึ่งเอ่ยออกมาเบาๆข้างหูของดินที่นั่งนิ่งไม่ไหวติงกับสิ่งใด

           มึงจัดการเปลี่ยนแรงค์แล้วใช่ไหมคนถูกถามพยักหน้าแล้วเลื่อนโน้ตบุ๊คให้คนที่กำลังอยู่กับการจัดชุดให้ตุ๊กตาดู

           “ดินอยู่อันดับ 20 เหมือนเดิม ส่วนไอ้เจมส์กับผาไม่ได้อยู่ในแรงค์แล้ว”

           “คนคงสงสัยแน่ว่าทำไมพวกมันโดน เอาเป็นว่าเจมส์กับผาเป็นของแถมแล้วกัน” หนึ่งตอบอย่างไม่ใส่ใจนักเพราะสิ่งตรงหน้านั่นน่าสนใจกว่าเป็นไหนๆ

           “อีกอย่างกูก็บอกไปว่าโรงเรียนเราเหลือดินคนเดียวที่ต้องโดน แต่องครักษ์เราเหลือตั้งสามคน”

           “ก็เลยให้กูเปลี่ยนแรงค์?” เมษกอดอกมองเพื่อนตัวเอง แล้วหัวเราะออกมาเบาๆ “กว่ากูจะแฮกได้มันยากนะ ทำอะไรซับซ้อนจริงนะมึง”

           หนึ่งหัวเราะ “เอ้อ องครักษ์อีกคนไม่ต้องไปหาแล้วนะ ตอนนี้กูเริ่มอยากจะป็นองครักษ์แทนแล้ว”

           “จะให้กูเปลี่ยนมึงหรอ” เมษถามแล้วดึงโน้ตบุ๊คกลับมา

           “ไม่ต้อง มึงไปทำหน้าที่มึงต่อเถอะ กูขออยู่กับเจ้าชายของกูซักพัก” หนึ่งหันไปยิ้มบางให้เพื่อนของตน  ก่อนจะหันกลับมามองดินในชุดเจ้าชาย นิ้วเรียวไล่เกลี่ยเส้นผมที่บังหน้าให้อย่างเบามือ

           “อยู่กับกูนะ กูจะดูแลมึงอย่างดีเลย เชื่อกูสิ” ว่าแล้วริมฝีปากบางของคนที่นั่งนิ่งถูกประกบอย่างอ่อนโยนอยู่เนิ่นนาน แล้วถอนออกช้าๆ พร้อมกับฝ่ามือของหนึ่งที่ลูบแก้มอีกฝ่ายเบาๆ “กูรักมึงนะดิน”

 

          ‘Singhasa : แอบผิดหวังที่เจ้าชายไม่ได้หน้าสวย แต่ผมชอบนะครับ

          ‘PANG699 : งดงามจริงๆ ค่ะ

          ‘Oran : จริงอย่างที่แอดบอกนะ อาจจะไม่จำเป็นต้องมีเจ้าหญิงก็ได้

             

             ริมฝีปากหนาได้รูปคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะพิมพ์ตอบกลับความคิดเห็นด้วยความดีใจ

 

          ‘[ตอบกลับ PANG699] Admin_Way : ใช่ครับ'

          '[ตอบกลับ PANG699] Admin_Way : งดงามมากจริงๆ'



-THE END-

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

และแล้วเรื่องแรกก็จบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ

เรื่องนี้เป็นเรื่องแนวกลุ่มเพื่อนที่คิดไม่ซื่อ 

บางทีคนใกล้ตัวเราที่คิดว่าไว้ใจได้ อาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิดก็ได้

ที่เขาว่าความรักทำให้คนตาบอด ก็อาจจะจริงก็ได้เน้อะ 

ยังไงก็อย่าลืมติดตามเรื่องต่อไปในโปรเจค House No. 14 นะคะ


-Hoshiyama-








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น

  1. #2 flower_grow (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:46
    ชอบพล็อตนะแต่แอบเสียดายที่ไม่ happy end. ยังไงก็รอติดตามเรื่องต่อไปนะ.. :)
    #2
    0