House No.14 บ้านเลขที่ 14 รวมเรื่องสั้น Yaoi/Boylove

ตอนที่ 1 : House No.1 ตุ๊กตาเจ้าชายน้อย -001-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 ก.พ. 61

House No.1

ตุ๊กตาเจ้าชายน้อย

-001-

 

             วันนี้ฝนยังตกอีกตามเคย แต่มันก็ดีที่ผมได้สูดกลิ่นไอดินอ่อนๆในเวลาแบบนี้ เพราะมันทำให้ความเครียดจากเรื่องในโรงเรียนผ่อนคลายลงได้บ้าง

             ผมกับเพื่อนอีกสี่คนพากันเดินไปร้านบอร์ดเกมที่อยู่ห่างจากโรงเรียนประมาณหกกิโลเมตรโดยแต่ละคนมีร่มกันคนละคัน เว้นแต่ผมที่ต้องอาศัยเพื่อนคนใดคนนึงไป ระหว่างทางพวกเราเริ่มรู้สึกว่าคงเดินต่อไปไม่ไหวแน่ๆ เพราะฝนเริ่มตกหนักขึ้นกว่าเดิม

             “มึง...กูว่าเราขึ้นรถม่วงกันดีกว่าว่ะ เสียตังค์ไม่เท่าไหร่หรอก” เมษ เพื่อนที่ถือร่มคันเดียวกับที่ผมอยู่ด้วยพูดเปิดขึ้นเมื่อเห็นว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่ค่อยจะดี และดูเหมือนว่าหนึ่งกับผาจะเห็นด้วย

             “ต้องรอรถอีกนะเว่ย อีกนานกว่ารถจะมาถึง เดี๋ยวคนก็เยอะไม่ได้เล่นอีกอ่ะ เดินไปแหละดีแล้วเจมส์คัดค้านทันที ก่อนจะทำหน้าบึ้งออกมา ผมเห็นแบบนั้นแล้วก็เปลี่ยนไปยืนใต้ร่มคันเดียวกับมันพร้อมใช้มือขยี้หัวมันแรงๆ

             “นานอะไรครับ มึงเห็นนั่นมั้ยน่ะ รถม่วงมานู่นแล้ว” ผมคล้องคอไอ้เจมส์แล้วดึงคอมันให้หันหลังไปดูรถสองแถวคันสีม่วงที่กำลังแล่นมาจอดเทียบฟุตบาทที่ป้ายจอดรดข้างหน้าพวกผม เจมส์ถอนหายใจออกมาหนักๆแล้วพยักหน้า ทำเอาพวกเราที่เห็นแล้วพากันยิ้มก่อนที่ผมจะลากคอมันให้วิ่งไปขึ้นรถ


             ผมกับเจมส์ขึ้นไปนั่งทางฝั่งซ้ายของรถส่วนอีกสามคนนั่งอีกฝั่ง ยังดีที่วันนี้ในรถไม่ค่อยมีคน ไม่งั้นพวกผมคงได้ยืนตัวงอจนปวดแน่ๆ

             “ดีนะวันนี้พกร่มมา” เมื่อสิ้นเสียง ผาก็หุบร่มของตัวเองแล้วเหน็บใส่ข้างกระเป๋าเป้ทันที ก่อนจะดึงร่มในมือของหนึ่งมาหุบให้ ทำเอาไอ้หนึ่งทำหน้าอึ้งไปนิด

             “ผา...มึงป่วยเหรอ ทำไมวันนี้มึงเอาใจกูแปลกๆวะ” ผาเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย

             “บ้าบอ ใครบอกมึงว่ากูป่วย” คำว่าบ้าของมึงนี่เสียงสูงเลยนะไอ้ผา

             “เออๆ แล้วไป” หนึ่งพยักเพยิดหน้าแล้วก้มไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ามาเล่น สายตาไอ้ผาก็คอยแอบมองคนข้างๆ ทำเอาผมต้องหลุดยิ้มออกมา เฮ้อ...มึงจะรู้ไหมว่ากูกำลังมองพวกมึงสองคนอยู่

             ระหว่างที่กำลังติดไฟแดงอยู่ผมก็หยิบโทรศัพท์มาเล่นบ้าง และเมื่อเวลาผ่านไปซักพักมือของเมษก็มาสะกิดที่แขนผมทันที ไม่สะกิดเปล่ายังเขย่าอีก

             “อะไรของมึงวะ สะกิดกูอยู่ได้” ผมหันไปถามเสียงขุ่น เพราะเมื่อกี้โดนตีป้อมแตกไปป้อมนึง

             “เด็กโรงเรียนเราหายไปอีกแล้วว่ะ” มันขมวดคิ้วโดยที่ตาจ้องไปยังหน้าจอโทรศัทพ์ของมัน แล้วหันมามองหน้าผมด้วยสีหน้าเครียดกว่าเดิม ทำเอาใจคอไม่ดีตาม           

             “ทำไมทำหน้างั้นวะ...อย่าบอกนะว่าคนที่หายตัวไปเป็นเพื่อนในห้องเราอ่ะ” ผมถามเสียงเครียด ซึ่งนั่นก็เรียกความสนใจจากเจมส์และผาได้เป็นอย่างดี เมษไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่กลับพยักหน้าเป็นคำตอบแทน 

             “ใครวะ?...” ผมถามอีกครั้ง เมษยกมือขึ้นมาบีบไหล่ผมข้างหนึ่งเบาๆก่อนจะยืนโทรศัพท์มาให้ดู และเมื่อสายตาก้มไปเห็นภาพคนที่กำลังพูดถึงผมถึงกับมือสั่นและเหมือนว่ามีอะไรมาทำให้ร่างกายชาไปทั้งตัว

             เพราะภาพคนในโทรศัพท์ก็คือผู้หญิงที่ผมกำลังแอบชอบอยู่...และอีกไม่กี่วันก็วันวาเลนไทน์แล้ว ผมคิดไว้ว่าจะไปสารภาพรักกับเธอก่อนจะจบม.6 แต่ดูเหมือนจะไม่ทันแล้ว

             “เราจะทำไงกันดีวะ...” เมษถามเสียงค่อย ผมหันไปสบตากับมันแล้วส่ายหน้าช้าๆอย่างหาทางไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนี้คือภาวนาให้ตำรวจหาตัวเธอเจอ และภาวนาให้เธอยังมีชีวิตต่อ...

             แต่สิ่งที่ผมภาวนาคงจะเห็นหนทางที่มันดีน้อย เพราะเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น มันมีมาตั้งแต่ที่สภานักเรียนปีที่แล้วจัดแรงค์เด็กนักเรียนยอดนิยมในโรงเรียน แล้วคนที่หายไปต่างก็เป็นคนที่ติดท็อป 20 ในโรงเรียนทั้งนั้น  และสิ่งที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือเด็กโรงเรียนอื่นซึ่งเป็นที่ยอดนิยมก็ถูกจับตัวไปด้วย จนเมื่อเดือนกันยายนของปีที่แล้วมีเว็บแปลกๆถูกแชร์ขึ้นหน้าฟีด ทำให้มียอดแชร์ต่อสูงจนเหยียบห้าแสนคน และเว็บนั้นคือเว็บโชว์ตุ๊กตาตัวเท่าคนจริงในชุดแฟนตาซีของปราสาท มีทั้งคนใช้หญิงคนใช้ชาย องครักษ์  หรืออื่นๆที่ในปราสาทควรมีตามนิทานทั่วไป และที่หน้าสะพรึงไปกว่านั้นคือ ตุ๊กตาเหล่านั้นล้วนแล้วแต่มีหน้าตาเหมือนคนที่หายตัวไปทุกประการ มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่แตกต่างออกไป คือ สีผิวที่ดูซีดลงกว่าเดิม

             ผมยื่นโทรศัพท์คืนให้เมษแล้วกุมขมับตัวเองแทบจะทันทีเมื่อรู้สึกว่าปวดหัวจนแทบจะระเบิด เพราะตอนนี้นอกจากจะมีเรื่องเข้ามหาลัยแล้ว ยังมีเรื่องที่ต้องระวังตัวจากโรคจิตอีก

             “มึงโอเคใช่มั้ยดิน” ผมพยักหน้าให้ไอ้เมษช้าๆ แล้วละมือออกจากหน้าผากมากดเปิดดูหน้าเว็บนั้นบ้าง

             “มึงจะเปิดดูทำไมหะ!!” เสียงดุจากไอ้เจมส์ดังขึ้นพร้อมกับโทรศัพท์ที่ถูกมันคว้าไป “ก็รู้ว่าเครียดอยู่จะไปเพิ่มอะไรแบบนี้เข้าหัวทำไม!!” ผมอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อคนข้างๆขึ้นเสียงใส่ และเหมือนมันจะรู้ตัว เจมส์ถอนหายใจออกมาหนักๆ

             “กูเป็นห่วงมึงนะ...ไม่อยากให้มึงเครียดมาก” เจมส์เสียงอ่อนลง และนั่นทำให้ผมขมวดคิ้วทันที อะไรของมันวะ...อยู่ดีๆก็ขึ้นเสียง ก็เข้าใจนะว่ามันห่วงผม แต่ไม่เห็นต้องขึ้นเสียงใส่กันขนาดนี้ แล้วอีกอย่างมันไม่เคยเป็นแบบนี้ด้วยซ้ำ

             “เออๆ กูไม่เปิดก็ได้” ผมรีบหยิบโทรศัพท์คืนมาแล้วเอาเข้ากระเป๋ากางเกงตัวเอง เจมส์ไม่ได้พูดอะไรต่อ ผมแอบมองซีกหน้าด้านข้าง มันยังทำหน้าเครียดต่อ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกับมัน เพราะกลัวของขึ้นใส่ผมอีก

             หนึ่งกับผาหันมามองผมแล้วเหมือนจะทำหน้าถามว่าเจมส์เป็นอะไร ผมส่ายหน้าเป็นเชิงบอกกับพวกมันว่าไม่มีอะไร และเมื่อรถจอดถึงหน้าที่หมายแล้ว พวกเราพากันลงโดยมีเจมส์เดินลงตามมาติดๆ หนึ่งอาสาออกเงินค่ารถให้ก่อน พวกผมเลยรีบเดินเข้าร้านเพราะเห็นว่าฝนยังตกอยู่

 

             “นึกว่าคนจะเยอะ” เมษพูดแล้วเดินนำหน้าไปนั่งที่โต๊ะใหญ่ซึ่งอยู่ในสุดของร้าน

             “ไม่แปลกหรอก วันนี้มันวันพุธนะเว่ย” ผมบอกกับมันก่อนจะวางกระเป๋าไว้ที่ข้างเก้าอี้

             “พวกมึงจะเอาน้ำอะไรไหม กูจะได้สั่งทีเดียว” ไอ้ผาถามขึ้น ผมดึงใบเมนูที่เหน็บอยู่ข้างๆแจกันดอกไม้บนโต๊ะมาแล้วชี้ให้ผาดู

             “ของกูเอาชามะนาวไม่ใส่ไข่มุก ไม่ปั่นด้วย” เมษสั่งต่อ 

             “โอเค แล้วมึงอ่ะไอ้เจมส์ จะเอาอะไร” 

             “...” เจมส์ไม่ได้ตอบอะไรแต่เอาเมนูไปดูด้วย “กูเอาเหมือนไอ้ดิน”

             ผมหันไปมองมันแล้วขมวดคิ้วเข้าหากันกับท่าทีของมัน มันเองก็หันมามองแล้วเลิกคิ้วให้

             “มองกูทำไม?”

             “เปล่า” ผมตอบทั้งๆที่ก็อยากจะถามมันว่าเป็นอะไร แต่ขอเก็บไว้ดีกว่า  

             “อ้าว แล้วมึงไม่รอไอ้หนึ่งก่อนหรอ” เมษถามผาที่กำลังจดรายการที่พวกผมสั่ง

             “ไม่อ่ะ กูรู้ว่ามันจะกินอะไร” พูดจบผาก็เดินไปส่งใบรายการที่เคานเตอร์ทันที ทำเอาพวกผมหันมามองหน้ากันแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ คงจะได้เห็นเพื่อนกินเพื่อนแล้วล่ะมั้ง

 

             ไม่นานนักไอ้หนึ่งก็เดินเข้ามาในร้านตามด้วยผาที่เดินตามกันมา ผมหยิบบอร์ดเกมๆหนึ่งขึ้นมาเล่นก่อนจะนั่งอ่านกติกาให้ฟัง แล้วเริ่มเล่นโดยทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา และเมื่อเล่นไปได้ซักพักเกมก็จบลงโดยที่ฝ่ายผากับเมษชนะไปโดยปริยาย

             “กูว่าข้าศึกกูกำลังบุกว่ะ เดี๋ยวกูมานะ” ว่าแล้วเมษก็รีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำทันที ผมมองตามหลังมันไปแล้วหัวเราะออกมา

             “ดิน”

             ผมหันไปเจมส์เมื่อสิ้นเสียงเรียก “ว่า?”

             “ถ้ามึงอยากจะเปิดดูมึงก็เปิดเลยก็ได้” เจมส์บอกเสียงเบาแล้วหันไปดูดน้ำ

             “ถ้างั้นกูจะเปิดนะ กูจะเช็ค...”

             “ก็เปิดดิ” ผมพยักหน้าแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะเข้าไปในเว็บ ตอนนี้ภาพปกหน้าเว็บขึ้นเรียบร้อย มันเป็นภาพปราสาทสีดำแดง กับพื้นหลังสีน้ำเงิน ภาพมันจะดูแฟนตาซีกว่านี้ถ้าไม่มีตุ๊กตาโลลิต้านั่งทำหน้าหลอนๆตรงกลาง

             ผมไม่รอช้ากดเข้าไปที่หน้าหลัก แล้วพบกับโพสต์ๆหนึ่งที่ขึ้นมาล่าสุดทันที

 

          ตอนนี้คนรับใช้ของผมครบแล้วล่ะครับ จะเหลือก็แต่องครักษ์อีก 3 คน และเจ้าชายน้อย

          ผมจะบอกกับทุกคนว่าอีกไม่นาน...ความฝันของผมใกล้จะเป็นจริงแล้วล่ะครับ

          ปราสาทที่ทุกคนรอคอยใกล้จะสมบูรณ์แล้ว

 

             โรคจิตชิบหาย...

             ผมหน้าเหยทันที เมื่ออ่านข้อความนั้นจบ ก่อนจะใช้นิ้วเลื่อนลงมาดูโพสต์ก่อนหน้า

             และก็ต้องชะงักค้างเมื่อเห็นหญิงสาวในชุดคนรับใช้สีขาวนวลกับผ้ากันเปื้อนสีดำที่มีคริบสีชมพูอ่อนวนรอบอก แล้วเหมือนลมหายใจขาดห้วงเมื่อหญิงสาวคนนั้นคือคนที่ผมกำลังเช็คว่าเธอปลอดภัยหรือไม่ ผมหลับตาซักพักเพื่อคุมสติตัวเองแล้วลืมตาขึ้นพร้อมกับสายตาที่เลื่อนลงไปอ่านคอมเม้นข้างล่างภาพ ผมกำมือแน่นเมื่อมีพวกที่เห็นดีเห็นงามเข้ามาคอมเม้นด้วยข้อความที่ทำเอาสติแทบแตก โรคจิตไปปะวะ!

 

             ‘Petara1994 : น่ารักจังเลยครับ สมแล้วที่เป็นหนึ่งในท็อป 20 ของโรงเรียน

           ‘MA_Y_Ya : สวยมากเลยค่ะ เราอยากได้ตาของเธอมาก สอนเราทำแบบนี้บ้างได้ไหมคะ?

           ‘Singhasa : คนใช้สวยขนาดนี้ แล้วเจ้าหญิงจะขนาดไหน

 

             ตามด้วยข้อความตอบกับของเจ้าของคอมเม้น

           

             ‘[ตอบกลับ Singhasa] PANG699 : เน้อะๆ เราก็รอดูเจ้าหญิง อยากเห็นจังเลยค่ะแอดมิน รีบๆหาตัวเธอเร็วๆนะคะ

           ‘[ตอบกลับ Singhasa] Oran : ทีมรอดูเจ้าหญิงครับ

           ‘[ตอบกลับ Singhasa] Admin_Way : เสียใจด้วยครับ เราไม่มีเจ้าหญิง

            

             ผมขมวดคิ้วเข้าหากันจนจะผูกกันเป็นปม เมื่อเห็นข้อความตอบกลับของแอดมิน

            

             ‘[ตอบกลับ Singhasa] PANG699 : ทำไมล่ะคะแอดมิน?

           ‘[ตอบกลับ Singhasa] Singhasa : สงสัยเหมือนกัน ตอบด้วยนะแอด

            

             หลังจากนั้นก็ไม่มีข้อความอะไรตอบกลับอีก

             ผมเลื่อนขึ้นไปดูภาพของเธออีกครั้ง...แววตาของเธอดูหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ สีผิวที่ขาวอยู่แล้วกลับขาวมากกว่าเดิมจนซีด แต่เธอก็ยังคงสวยเสมอ...และผมอาจจะรู้สึกดีกว่านี้ถ้าเธอยิ้ม

             “ดิน...ไอ้ดิน!

             “ว่าๆ” ผมสะดุ้งทันทีแล้วหันไปหาเจมส์ที่นั่งหน้าเครียดอยู่ข้างๆ

             “โอเคไหม?” ถ้าตอบไปว่าไม่โอจะโดนด่าไหมนี่แหละ

             “กูโอเค” สุดท้ายก็ต้องตอบไปแบบนี้

             “หน้ามึงดูไม่ดี” ว่าแล้วไอ้เจมส์ก็ถอนหายใจตามด้วยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ผมนั่งมองมันเงียบๆก่อนที่มันจะยื่นมาให้  

             “ดิน มึงรู้ใช่มั้ยว่าซักวันหนึ่งมึงจะโดนเหมือนกัน” พูดจบ ผมเม้มปากแน่นแล้วพยักหน้าให้มัน ผมรู้ดี และก็รู้มาตลอดว่าซักวันต้องโดนอย่างที่ไอ้เจมส์มันพูด แต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องเจอวันไหน...ตอนนี้ผมทำได้แค่ขอให้มีคนอันดับเลื่อนขึ้นมาแทนที่ผม เพราะชื่อของไอ้ดินคนนี้มันอยู่อันดับที่ 20 พอดีเป๊ะ ต้องทำบุญกี่วัดถึงจะรอด         

             “กูรู้” ผมตอบแล้วหยิบนมสดปั่นมาถือไว้เฉยๆแล้วมองไปที่แก้ว

             “โรงเรียนเราเหลือมึงคนเดียวแล้วนะ” หนึ่งพูดขึ้นมาทันที

             “กูรู้...” กูรู้แล้วโว่ย อย่าย้ำสิวะ กูยิ่งเครียดๆอยู่

             “แล้วมึงจะทำยังไงต่อ” เจมส์ถามพร้อมขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ผมมากขึ้น “ให้ตำรวจไปเฝ้าบ้านมึงมั้ย”

             “พูดอย่างกับว่ามึงทำได้” ผมพูดติดตลกแล้วดันหน้าผากมันเล่นๆเล็กน้อย

             “กูจริงจังนะมึง...” เจมส์บอกเสียงจริงจัง

             ผมเลิกคิ้วขึ้นแล้วพยักหน้า

             “เอางี้นะ กูจะบอกพ่อกูให้คนมาเฝ้ามึงที่บ้าน แล้วกูจะไปนอนกับมึงที่บ้านด้วย ส่วนเรื่องกลับจากโรงเรียนมึงซ้อนมอไซต์กู ห้ามเดินกลับเด็ดขาด” มันบีบไหล่ผมแน่นแล้วจ้องหน้าผมไม่วางตา ใจเย็นๆนะไอ้เจมส์ ถ้าจะห่วงกูขนาดนี้ ความจริงแล้วกูอาจจะไม่โดนอะไรเลยก็ได้ แรงค์อันดับสุดท้ายเปลี่ยนอย่างกับอะไร

             “ได้ กูขอบใจมึงมากนะเว่ย” ผมบอกขอบคุณแล้วแล้วคลี่ยิ้มบางให้ มันชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็พยักหน้ารับ หนึ่งกับผาที่นั่งดูการสนทนาอยู่ถึงกับยิ้มกริ่ม

             “เจมส์ มึงดูห่วงไอ้ดินมากอ่ะ” ผาพูดขึ้นทำให้ผมต้องหันไปมองหน้ามัน

             “ก็เพื่อนป้ะวะ” เจมส์พูดเสียงห้วนแล้วหยิบเมนูมาเปิดดูเล่น

             “ความจริงให้ไอ้ดินซ้อนท้ายมอไซต์กูก็ได้นะ” ผาว่าแล้วยักคิ้วใส่ให้ไอ้เจมส์ ดูก็รู้ว่าแหย่มันอยู่ แต่การสนทนาของพวกมันสองคนทำผมงงว่าแหย่เรื่องอะไรกัน

             “ไม่ได้!” เจมส์ว่า “กูยื่นคำขาด! มึงต้องกลับบ้านกับกูนะไอ้ดิน” อะไรของมัน...

             “เออๆ กูกลับกับมึงก็ได้...อะไรของพวกมึงวะ” ผมตอบพวกมันแล้วยกมือขึ้นเกาหัวด้วยความไม่เข้าใจ ช่วยอธิบายทีว่าอะไร ไอ้เจมส์มันก็แค่ห่วงแต่ก็ไม่จำเป็นต้องแหย่นะเว่ย


             หลังจากที่นั่งคุยรอเพื่อนเมษอยู่นาน มันก็กลับมา

             “ตกส้วมหรอ?” หนึ่งถามทันทีที่เห็นหน้าเมษ เมษมองหน้าไอ้คนที่แซวเล่นแล้วชูนิ้วกลางให้ ทำเอาผมแปลกใจเพราะไอ้เมษไม่ใช่คนที่จะด่าไอ้หนึ่ง

             “เอ้า ด่ากูอีก”

             “เมื่อกลางวันมึงเอาอะไรให้กูกินวะ มึงรู้มั้ยว่ากูท้องเสียอ่ะ” ไอ้เมษทำเสียงเคืองใส่ จนพวกที่นั่งอยู่ที่โต๊ะถึงกับหัวเราะร่วน ผมลุกขึ้นไปตบบ่ามันเบาๆ แล้วดึงแขนให้นั่งลงที่เก้าอี้

             “แล้วนี่พวกมึงจะกลับกันหรือยังวะ” เมษถามทันทีเมื่อนั่งลง

             “ก็กะจะกลับแล้ว” ผาพูดขึ้นแล้วเตรียมหยิบกระเป๋ามาสะพายหลังไว้ ผมเองก็หยิบขึ้นมาสะพายบ้างแล้วลุกขึ้นยืน

             “งั้นกูกลับเลยนะมึง ไม่ไหวละ มันจะมารอบสอง” ไอ้เมษทำท่างอตัวพร้อมนิ่วหน้าด้วยความปวด เห็นแล้วกูก็ทรมานแทนมึงนะ

             “ไอ้เมษ งั้นมึงนั่งแท็กซี่กลับกับพวกกูเลยก็ได้” ผาพูดแล้วดึงแขนให้หนึ่งเตรียมกลับบ้าน  ไอ้คำว่าพวกกูนี่คนจะหมายถึงมึงกับไอ้หนึ่งใช่มั้ย ตัวติดกันตลอดเลยนะ       

             “เออๆ งั้นกูไปแล้วนะเว่ย บายพวกมึง เจอกันที่โรงเรียนพรุ่งนี้” มันโบกมือก่อนจะเอามือกลับไปจับท้องของตัวเองแล้วเดินออกจากร้านอย่างไวตามด้วยไอ้หนึ่งกับผาที่โบกมือลาเช่นกัน จะขำหรือสงสารดี 

             “กลับกันดีๆนะพวกมึง” ผมพูดไล่หลังมัน แล้วเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์...พรุ่งนี้ค่อยไปเรียกเก็บพวกมันทีหลังละกัน


             ช่วงที่ผมกำลังจ่ายเงิน เจมส์ที่สะพายกระเป๋าแล้วเดินมายืนข้างๆทันที

             “นั่งแท็กซี่กลับด้วยกันนะ” มันหันมาพูด ผมก็พยักหน้ารับเพราะยังไงบ้านมันกับบ้านผมก็ไปทางเดียวกันอยู่แล้ว และที่แน่ๆวันนี้มันคงยังไม่มานอนที่บ้านหรอก

            หลังจากที่จัดการเสร็จผมเดินออกมารอแท็กซี่หน้าร้านกับเจมส์ เราสองคนไม่ได้คุยอะไรกันต่อเพราะต่างคนต่างเงียบ บรรยากาศตอนนี้ชวนอึดอัด ถึงแม้ว่าฝนจะหยุดตกแล้วก็ตาม จนแท็กซี่มาถึงพวกผมก็ขึ้นไปนั่งโดยที่ยังเงียบกันต่อไป

            “เจมส์” ผมเอ่ยเพื่อทำลายความเงียบ

            “ทำไม?” มันถามทั้งๆที่หน้ายังหันไปทางกระจก

            “พรุ่งนี้มึงจะมานอนกับกูเลยใช่มั้ย?” เจมส์หันมามองหน้า

            “ใช่ เตรียมที่นอนไว้ให้กูเลยก็ได้” ผมพยักหน้าแล้วหันออกไปมองนอกหน้าต่างบ้าง สายตาของผมมองแสงไฟตามข้างทางไปเรื่อยๆ ซึ่งมันทำให้ผมเห็นเงาสะท้อนของคนข้างๆที่กำลังจ้องมาทางนี้ไม่วางตา ผมไม่ได้พูดหรือหันไปมองหน้ามันแต่อย่างใด บางทีสายตาที่มันมองมาที่ผมก็ทำให้แอบกลัวมันอยู่เหมือนกัน...แต่ทำไงได้ในเมื่อมันก็เป็นเพื่อนสนิทคนนึง

 

To Be Continued

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น

  1. #1 flower_grow (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:14
    จะผิดมั้ย??ถ้าเรารู้สึกสงสัยเจมส์แปลกๆ
    #1
    0