ในรอยร้าว In the crack

ตอนที่ 91 : ในรอยร้าว 89 ก้อนเนื้อที่อก...ข้างซ้าย 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 731
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    23 มิ.ย. 62

“เป็นยังไงบ้าง หายหน้ามืดหรือยัง” แอรอนห่วงใยกลัวว่าไข้ที่เพิ่งจะสางไปมันจะกลบมาเล่นงานสาวเจ้าอีก

 “ดีขึ้นแล้วค่ะ”


อาการหน้ามืดของเธอมันเริ่มหายไปบ้างแล้วเพราะได้อยู่ในที่ร่ม “ดี...แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใคร”

 “คะ?” เพราะกำลังมึนๆกับตัวเองอยู่ เธอจึงไม่ทันที่จะได้ยินเขาพูดชัดเจนนัก “ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ทำไมเธอต้องไปกอดไปหอมแก้มออกนอกหน้าขนาดนั้น”

 “อ๋อ เขาเป็นคนที่ฉันรักมากรักที่สุดอีกคน แถมรักมากกว่าคุณเสียด้วย”

 “ไม่! เธอจะรักใครมากกว่าฉันไม่ได้นอกจากพ่อเธอแล้ว เธอต้องรักฉันที่สุด!” กล้าพูดออกมาได้ทั้งๆที่เขาก็นั่งอยู่ตรงนี้ เธอยังไงกล้าบอกว่ารักคนอื่นมากกว่าเขา ไม่! ไม่ยอมหรอก! นอกจากบิดาของสาวเจ้าแล้วเธอห้ามรักใครนอกจากเขา คนเดียว!

 “คุณจะบ้าเหรอ ใครมันจะบ้าจมปลักรักคนที่แทบจะไม่เคยพูดคำว่ารักกับตัวเองกัน โดยเฉพาะคุณ!”

 “แล้วไอผู้ชายนั้นมันเป็นใครมีสิทธิ์อะไรมากอดเธอ มันพูดคำว่ารักมากกว่าฉันหรือยังไง”

  “ถ้าใช่...แล้วคุณจะทำไม? อีกอย่างฉันกับเขายังเคยนอนกอดกันด้วยซ้ำไป” หมั่นไส้นัก! ผู้ชายหน้ามึนอย่างเขาเนี่ย

 “นี่เธอพูดว่าอะไรนะ!” ประโยคหลังนี่เขาฟังผิดไปใช่มั้ย...? ตอนนี้คล้ายว่าเขาเองนั้นแหละที่กำลังหน้ามืดตามัวหึงหวงสาวเจ้าอย่างไม่รู้ตัวเอง

 “ฉันบอกว่าเราเคยนอนกอดกัน” คำตอบนี้เธอไม่อายอะไรสักน้อยหนึ่ง พี่น้องกันมันก็ต้องนอนกอดกันเป็นเรื่องธรรมดาแต่สีหน้าของแอรอนตอนนี้เนี่ยสิ ที่มันไม่ธรรมดา “ทำแบบนั้นได้ยังไงเธอเป็นผู้หญิงนะมุทิตา อีกอย่างตอนนี้เธอเป็นของฉัน! การที่ไปยืนกอดหอมกันแบบนั้นรู้มั้ยว่ามันน่าเกลียด!” ลั่นคำประกาศิตบอกถึงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ อารมณ์เสียเป็นที่สุด! มีอย่างที่ไหน มาพร่ำบอกว่านอนกอดชายอื่นต่อหน้าเขาแบบนี้ แอรอนอารมณ์ร้อนเดือดปุๆราวกลับลาวาที่มันกำลังปะทุพร้อมที่จะระเบิดได้ตลอดเวลา                                                                                                                                                                 

 “ทำไมจะทำไม่ได้ ในเมื่อผู้ชายที่คุณพูดถึงเขาเป็นพี่ฉัน!” ไม่รู้ว่าจะอารมณ์เสียทำไม คุยกันดีได้ไม่กี่นาทีก็ต้องมาทะเลาะกันในเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกแล้ว

 “.......!” อารมณ์ที่มันร้อนๆเมื่อครู่ของแอรอนแทบจะสงบลงได้อย่างทันตา เมื่อมุทิตาพูดในสิ่งที่เขาเองก็คิดไม่ถึง มุทิตาที่เห็นว่าเขาเงียบได้แล้วเธอจึงสวนขึ้นมาอีกครั้ง “ผู้ชายที่คุณกำลังพาดพิงอยู่เขาเป็นพี่ชายคนเดียวของฉัน และเป็นผู้ชายที่ฉันรักมาก คุณพูดถึงเขาแบบนั้นมันทำให้พี่ฉันเสียหายมาก จำไว้ด้วย!”

 “ฉะ...ฉันขอโทษ ฉันไม่รู้”

 “......” เธอไม่ตอบ เธอกำลังงอนผู้ชายคนนี้อยู่

 “มุ มุทิตา ฉันไม่ตั้งใจที่จะพูดแบบนั้นเลยนะ ฉัน...ฉันแค่...”

 “...หวง” เขาเว้นระยะคำพูดนั้นไว้สักพัก แล้วก็พูดมันออกมาอีกครา จนทำให้คนที่นั่งนิ่งอยู่หันมาสบตากับเขา “เพราะฉันหวงเธอ ฉันไม่อยากให้ใครเข้าใกล้เธอไปมากกว่าฉัน” เพราะความคิดนี้เนี่ยแหละที่มันทำให้เขาฟุ้งซ่านได้เช่นนี้

 “คุณแอรอน...พี่เมธเป็นพี่ชายฉัน”

 “เพราะฉันไม่รู้ ก็เธอเล่นพูดซะแบบนั้นเป็นใคร ใครเขาก็เข้าใจผิดกันทั้งนั้น”

 “ถ้าอย่างนั้นฉันก็ขอโทษค่ะ ที่พูดแบบนั้นออกไป”

 “มันไม่ใช่แบบนั้น โอเคๆ ฉัน ฉันเข้าใจผิดเองทั้งหมด ฉันขอโทษ” สุดท้ายเป็นเขาเองที่ต้องขอโทษสาวเจ้า มันเป็นเพราะอะไรก็ไม่รู้แต่เขาอยากจะให้เธอนั้นสบายใจหรือแท้จริงแล้วเขาพ่ายให้แก่เธอกัน และแอรอนก็ขอโทษที่พาดพิงพี่ชายของเธอแบบนั้น หากเป็นเขาเองก็คงไม่ชอบใจนัก แต่! ใครใช้ให้ไปกอดกันหอมกันกลางแจ้งอย่างนั้นเล่า! รู้มั้ยว่าคนมองอย่างเขามันหงุดหงิด!  

 “ฉันว่าเรารีบไปเถอะค่ะเสียเวลามานานแล้ว เกรงว่าถ้าตกเย็นมารถจะติด” มุทิตารีบเปลี่ยนเรื่องทันที แต่ว่าแอรอนไม่มีท่าทีว่าจะขับรถมุ่งหน้าไปไหนเลย สาวเจ้าสังเกตอาการของเขา เธอรู้ว่าแม้แอรอนจะพูดคำว่าขอโทษออกมาแล้ว แต่แอรอนยังไงก็คือแอรอนเขายังคงนั่งนิ่งทำหน้าเรียบอยู่นั้นแหละ รู้เลยว่าเจ้าตัวกำลังงอนอยู่ “คุณแอรอน...”

 “...คุณแอรอน” เธอมองเขาและเรียกรอบสองแต่ก็หาได้มีปฏิกิริยา โตจนป่านนี้แล้วยังจะมาทำตัวเป็นเด็กไปได้ มุทิตาสังเกตอาการงอนที่มันออกนอกหน้าของเขา จนแล้วจนรอดก็นิ่งอยู่เหมือนเดิม นิสัยแบบนี้มันต้องแก้ให้ขาด ไม่รู้ว่าจะเอาแต่ใจตัวเองไปถึงไหน

 “ปึก!” เสียงบางอย่างเกิดขึ้นคนที่นั่งงอนอยู่ก็ต้องเหลียวมองว่ามันคือเสียงอะไรกัน

 “จะไปไหน” ใช่! ต้นเสียงมันมาจากมุทิตา สาวเจ้ากำลังเปิดประตูรถออกไปจากนอกรถ แต่เขาหันมาทันจึงคว้าเอาแขนของเธอไว้ “จะกลับบ้าน ในเมื่อคุณไม่ยอมออกรถ ฉันก็จะกลับเอง”

 “โอเคๆ ไปก็ได้” แอรอนแพ้อย่างราบคาบ ว่าจบก็ออกรถทันทีไม่อย่างนั้นมุทิตาคงจะได้กระโจนออกจากรถเป็นแน่ แต่ก่อนที่จะกลับถึงบ้านมุทิตาก็แวะลงไปซื้อของสดเพื่อมาทำอาหารเย็นที่ตลาดใกล้บ้าน แอรอนก็ช่วยเป็นลูกมือที่ดี คอยหยิบจับโน่นนี่ช่วยสาวเจ้า แม้ว่ามันจะป่ำๆเป๋อๆไปหน่อยแต่ก็ยังพอใช้ได้


 วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่อภิวัฒน์จอดรถอยู่หน้าบ้านของนาธินันท์หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลมา เขาก็วนเวียนเข้านอกออกในบ้านเธอเป็นว่าเล่น ทำราวกับว่าเป็นเจ้าของบ้านเธออย่างไงอย่างนั้น นาธินันท์ที่เดินออกเพื่อไปข้างนอกเมื่อเห็นเขาเข้า เธอก็รีบจ่ำเท้าเดินออกมาอย่างเร็วไว แต่สุดท้ายมันก็ไม่ทัน อภิวัฒน์คว้ามือของหญิงสาวไว้ได้ทัน ก่อนที่จะลากเธอให้เดินมาขึ้นรถแล้วออกรถทันที ไม่หันมาถามเธอสักคำว่าจะไปไหน เธอพร้อมใจที่จะมาด้วยหรือเปล่า

 “คุณวัฒน์ นี่คุณจะไปไหน”

 “นั่งเงียบๆไปก็พอแล้ว” เขาหันมาตอบแค่นั้น อภิวัฒน์ก็ตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อไป สถานที่ที่เขามุ่งหน้าไปนาธินันท์ไม่อาจรู้เลยว่าเขาจะไปที่ไหน พาไปทำไม ไปเพื่ออะไร

 รถแล่นอยู่บนถนนลาดยางยาวนานเกือบสี่ชั่วโมงเพราะรถที่เน้นขนัดจึงกินเวลายาวนานนัก ป้ายที่แสดงต้อนรับเข้าสู่จังหวัดนั้นทำให้เธอรู้ว่า เขาพาเธอมาที่ตราดอีกแล้ว “พาฉันมาที่นี่ทำไม” อภิวัฒน์ไม่ตอบ เอาแต่ขับรถมุ่งหน้าไปจุดหมายอย่างเดียว ผ่านไปสักพักภาพตรงหน้ามันก็ชัดเจนมากขึ้น บ้านหลังนี้ เขาเคยพาเธอมา แต่การที่พามาครั้งนั้นหาใช่มายู่อาศัย แต่เขาพาเธอมาเพื่อเจอน้องสาวของเขา พราวพรรณราย...

 “คุณจะพาฉันมาอีกทำไม คุณต้องการอะไรกันแน่”

 “แค่นั่งเงียบๆ เธอทำไม่ได้เลยเหรอ” เขาหันมาสวนกลับ

 “ถ้าอยากให้เงียบมากนักก็บอกมาว่าพามาทำไม” ครานี้เขาก็ไม่ตอบเช่นเดิม แถมตอนนี้รถที่วิ่งบนถนนอยู่นานมันก็จอดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อภิวัฒน์เดินลงจากรถไม่พูดไม่จา นาธินันท์เองก็ต้องสาวเท้าตามเขาไป

 พอลงมาจากรถได้ลมทะเลก็พัดปะทะเข้าร่างของนาธินันท์มันทำให้อารมณ์ของเธอสงบลงได้ กลิ่นโชยของน้ำทะเลที่ปะทะเข้าที่จมูกก็เรียกร้องให้เธอนั้นสูดดมมันเข้าอย่าเต็มปอด รอยยิ้มน้อยๆผุดออกมาจากใบหน้าของหญิงสาว อภิวัฒน์ที่ลอบมองปฏิกิริยาของนาธินันท์เขาเองก็แอบยิ้มออกมาอย่างมิรู้เนื้อรู้ตัว “คุณจะบอกได้หรือยัง จู่ๆก็ลากมาแบบนี้ ฉันก็ตรัสรู้ไม่ได้หรอกนะว่าคุณต้องการอะไร”

 อภิวัฒน์หันมามองเธอด้วยสายตาที่ต่างออกไปในทุกครั้ง แต่เขาก็ไม่ยอมพูด ปิดปากเงียบทำเสมือนว่าเธอนั้นสามารถรับรู้ได้จากจิตของเขาเอง แต่แล้วนาธินันท์ก็ป็นฝ่ายที่ล่าถอยไป เธอเดินจากไปตรงนั้นเพราะถ้าเขาไม่ให้คำตอบเธอ เธอก็หารู้คำตอบไม่ ว่าความต้องการของเขามันคืออะไรกันแน่

 “หมับ!” อภิวัฒน์คว้าไว้ได้ทัน จากนั้นเขาก็ดึงสาวเจ้าเข้าหาตัวเอง มือเรียวหนาทั้งสองข้างกอดรัดเกี่ยวเป็นพันธการจนแน่นขนัด

 “ปล่อย! ปล่อย!”

 “ฉันแค่อยากพาเธอมา...” จู่ๆ เขาก็พูดขึ้นมาขณะที่หญิงสาวนั้นยังดิ้นรนหาทางรอด แต่สุดท้ายแล้วแรงดิ้นมันก็แผ่วลงเมื่อเขาพูดสิ่งนี้

 “อะ...อะไร”

 “แค่อยากพามาสูดอาการบริสุทธิ์แค่นี้ไม่ได้เหรอ”

 “มันแปลก คุณไม่เคยทำแบบนี้กับฉันตั้งแต่เกิดเรื่องครั้งนั้น แล้ววันนี้เป็นอะไรไป ผีตัวไหนเข้า” ใช่! มันแปลก มันแปลกมาก จู่ๆ เขาจะบอกว่าอยากพาเธอมาสูดอากาศ เพื่ออะไรกัน มันไม่มีเหตุผลเลย ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขาเกียจหน้าเธอจะตายไป แล้ววันนี้มันเป็นอะไรถึงต้องมาทำดีให้กัน

 “ไม่เห็นจะแปลกเลยสักนิด” เขาพูดหน้านิ่ง สายตาหันไปมองท้องทะเลเบื้องหน้าที่ไกลออกไปสุดลูกหูลูกตา

 “ว๊าย!” เสียงใสร้องลั่น เมื่อจู่ๆ ก็โดนอภิวัฒน์ดึงแขนของเธอให้เดินตามเขาไป

 “นี่! จะไปไหน!”

 อภิวัฒน์ไม่ตอบเธอแต่เขาเลือกที่จะดึงเธอไปตามชายหาดสีขาวลาดยาว เปลือกหอยตัวเล็กตัวน้อยเกลือนกลาดอยู่เต็มพื้น สายตาคู่ใสก็จ้องมองไปยังเส้นทางที่เขาพาเดินไปเรื่อยๆ โดนที่ไม่ได้เอ่ยปากอะไรอีกเลย เพราะรู้ดีว่าหากถามออกไปเธอก็ไมได้คำตอบกลับมาเพราะฉะนั้นเธอจะไม่ถามให้มันเปลืองน้ำลายอีกแล้ว! สักพักเธอก็เห็นพื้นที่ที่มันปรากฏอยู่เบื้องหน้า ซึ่งมันทำให้นาธินันท์นั้นพูดอะไรไม่ออกนอกจากคำว่าสวย...เพียงคำเดียว

 ดอกหญ้าดอกสีทองต้นสูงปรากฏอยู่เบื้องหน้าของนาธินัท์ ทุ่งดอกหญ้าสูงที่ห่างออกมาจากทะเลเล็กน้อย มันกำลังพัดไสวไปตามแรงลม สายตาของเธอมิอาจที่จะละออกไปจากความสวยงามเบื้องหน้าได้เลย...เธอกำลังเฝ้าฝันอยู่ในห้วงแห่งจินตนาการอยู่เพียงลำพัง เรียวเท้าที่วิ่งน้อยๆท่ามกลางทุ่งหญ้ามันคือสิ่งที่เธอปรารถนา ที่ยามนี้กำลังปลดปล่อยรอยยิ้มที่พิมพ์ใจออกมาอย่างสุดกลั้นเพราะมันมาจากความสุขจริงๆ หาใช่ความสุขจอมปลอมที่มันปะปนไปด้วยความทุกข์ตรอมตรม “ชอบมั้ย?”



มาเเล้วจ้าาา

หึงไม่เข้าเรื่องจริงๆเลยน้าา อิคุณแอรอนนนน

ส่วนอีกคนก็ทำอะไรแปลกๆไป แล้วเเบบนี้หัวใจของนาจะไม่ไหวหวั่นบ้างเหรอออ

ปล.คอมเม้นกันมาเยอะๆนะคะ ไรท์จะรออ่าน หุุหุ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

141 ความคิดเห็น

  1. #140 pawareek (@pawareek) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 15:19

    รออยู่นะ


    #140
    0
  2. #138 Chalalabo (@Chalalabo) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 07:56
    รอๆ อยู่นะ
    #138
    0