ในรอยร้าว In the crack

ตอนที่ 72 : ในรอยร้าว 70 เจ็บเท่านี้ยังไม่พออีกหรือ...2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 967
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    27 มี.ค. 62


“จ๊ะ”

มุทิตาพาร่างที่มันทั้งชอกช้ำทั้งกายและใจมาเอนตัวลงที่เตียงเหล็กแคบในห้องคนใช้เล็กๆ มืออวบเอื้อมไปหยิบตุ๊กตาตัวโปรดเข้ามาโอบกอดไว้ด้วยความโหยหา น้ำตามันก็คลอปริ่มเธอคิดถึงมารดาอย่างจับใจ เธอยากจะหายออกไปจากโลกนี้เสียเหลือเกินไม่อยากจะต้องทนมองเห็นใบหน้าของผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว ดั่งที่ว่าเขาทำให้เธอเจ็บแต่ทว่าเขาไม่เคยที่จะคิดปลอบประโลมหัวใจดวงนี้เลย ได้เพียงเเต่คอยกระทืบซ้ำๆให้มันช้ำอยู่ร่ำไป ทั้งสมองและหัวใจคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยจนดวงตามันเริ่มที่จะปิดลงเพราะความเหนื่อยล้าเสียแล้ว...จนสุดท้ายสิ่งที่เธอสามารถทำได้ดีที่สุดในยามนี้ก็คือปิดเปลือกตาที่แสนล้านี้ลงเถิด ขอไปปล่อยตัวปล่อยใจลงในภวังค์แห่งความฝันของตัวเองมันคงจะดีกว่า...


 “ป้ามนมุทิตาไปไหนครับ” แอรอนเดินลงมาจากชั้นบนแล้วถามหามุทิตา เมื่อใช้สายตากวาดมองทั่วแล้วก็ไม่เห็นแม้แต่เงา


 “ป้าให้เข้าไปนอนพักในห้องนู้นแหละค่ะ คุณแอรอนมีอะไรรึเปล่าค่ะ”


 “ผมมีเรื่องจะคุยด้วยหน่อยน่ะครับ”


 “ฝากป้าไว้ก็ได้นะคะหรือจะให้ป้าไปเรียกให้มั้ยค่ะ”


 “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมไปเอง” บอกจบก็เดินย่างก้าวมุ่งตรงไปที่ห้องของมุทิตาทันทีทิ้งแค่ความมึนงงไว้ให้ป้ามนเท่านั้น


 “อะไรของเขา” นี่คือคำที่บ่นอุบอิบของป้ามนที่บางทีก็ไม่อาจจะเข้าใจในตัวของแอรอนได้นักแม้ว่าจะอยู่ด้วยกันมานานก็เถอะ



  “ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!” มือหนาเคาะประตูบานเล็กเพื่อเป็นมารยาทแม้ว่ามันจะไม่ค่อยมีให้กับมุทิตาก็เถอะ


 แต่ทว่าสิ่งที่ได้รับมันกลับมีเพียงแต่ความว่างเปล่าเท่านั้น มุทิตาไม่ได้ยินในสิ่งที่แอรอนทำเลยสักนิดเพราะร่างนี้กำลังหลงเข้าไปในภวังค์แห่งความเหนื่อยล้าและความฝันที่พาเธอพุ่งทะยานไปหาบุคคลที่รักและโหยหาเป็นที่สุด


 แอรอนรอบคอบคิดว่ามันคงต้องเป็นเช่นนี้ก็เลยเตรียมกุญแจห้องของมุทิตามากันไว้ แล้วก็ไม่คิดว่ามันจะได้ใช้จริงๆ แอรอนไขประตูเข้าไปด้านในได้อย่างง่ายดายแถมมันยังแผ่วเบาจนคนที่หลับใหลหาได้ยินเสียงอะไรเลย


 เข้ามาได้ก็จ้องมองร่างอวบที่นอนหลับอุตุกอดหมีตัวหนึ่งอยู่ในอ้อมแขน สังเกตจากท่านอนก็ดูว่าจะระมัดระวังแผลตัวเองดีเหลือเกิน แอรอนสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้ สมองคิดสนุกอยากจะแกล้งคนตรงหน้า เขาจึงค่อยๆเอื้อมมือไปดึงตุ๊กตาตัวเน่าๆของมุทิตาออกไปจากอ้อมแขนของสาวเจ้า คนที่โดนกวนก็ต้องนึกขัดใจเมื่อมีคนมาขัดเวลาความสุข เสียงพูดงัวเงียจึงถูกเอื้อนเอ่ยขึ้น


 “อื้อออออ หนูจะนอน” สมองพลันคิดว่าในยามนี้มารดานั้นเป็นผู้ที่มาดึงเอาตุ๊กตาเน่าของเธอออกจึงงัวเงียเอ่ยบอกในสิ่งที่ต้องการจะทำต่อ


 “ตื่นได้แล้ว”


 “ขอห้านาทีนะแม่” พูดทั้งๆที่ดวงตาไม่ได้เปิดออกมามองเลยว่าคนที่กำลังพูดด้วยอยู่นี่คือใครหาใช่มารดาอย่างที่ใจคิด


 “มันมากไป”


 “อื้อ!” เริ่มที่จะงัวเงียมากกว่าเดิม มืออวบปัดสะบัดไปทั่วจนมันโดนเข้ากับแขนข้างที่เป็นแผล แอรอนที่มองเห็นมือที่อยู่ไม่สุขของมุทิตาก็นึกอยากจะเอามาตัดทิ้งเสีย ไม่รู้ว่าลืมหรืออย่างไรถึงได้ปัดมันแรงขนาดนั้นจนตัวเองต้องเจ็บตัว


 “โอ๊ย!” เพราะความเจ็บที่มันพลุ่งพล่านเข้ามาทำให้ต้องจำใจลืมตาของตัวเองขึ้น ตื่นจากภวังค์แห่งความฝันแล้วพบพานกับโลกแห่งความเป็นจริง


 เมื่อตัดสินใจลืมตาตื่นขึ้น สมองมันก็คำนวณเรื่องราวเรียบเรียงอยู่นาน เพราะยังคงมึนๆอยู่กับคนตรงหน้า สรุปว่าคือใครกันแน่หาใช่มารดาดั่งที่ใจเธอนึกฝันหรอกหรือ


 “จะมองอีกนานมั้ย” แอรอนปาตุ๊กตาที่อยู่ในมือไปที่ร่างของสาวอวบที่กำลังนอนมึนอยู่บนเตียงเล็กแคบ จนตุ๊กตาตัวนั้นมันกระทบเข้ากับแขนข้างที่เป็นแผลอย่างไม่ตั้งใจ แต่ทว่ามันก็ไม่ได้มีแรงอะไรมากนักจนทำให้เธอต้องรู้สึกเจ็บไปกว่าเดิม


 “คะ...คุณแอรอน” ดวงตาแทบจะตื่นได้เต็มตาเมื่อคนที่เธอเห็นอยู่ตรงหน้ามันคือผู้ชายใจร้ายที่ทำให้เธอต้องชอกช้ำได้แทบจะทุกครั้ง


 “ใช่ฉันเอง ทำไมคิดว่าเป็นแม่เธอหรือไง”


 “......”


 “ทำไมไม่พูด”


 “......”


 ”จะเล่นสงครามประสาทกับฉันหรอห๊ะ!” สาวเท้าเข้าไปใกล้แล้วจับกระชากแขนข้างปกติของมุทิตาเข้ามาปะทะเข้าที่อกแกร่ง ส่วนสาวเจ้าแม้ว่าจะรู้สึกเจ็บก็กัดฟันไว้อย่างเต็มกำลัง ไม่อยากจะแสดงอารมณ์หรือความรู้สึกอะไรออกไปสักนิด ครั้งที่มาจากโรงพยาบาลเขาก็ไม่วายที่จะให้เธอได้เจ็บตัวแล้วในยามนี้ก็มาหาเรื่องถึงห้องทั้งๆที่เธอแทบจะไม่มีแรงหรือคำพูดอะไรมาต่อล้อต่อเถียงกับผู้ชายคนนี้แล้ว จะให้เธอได้อยู่อย่างสงบบ้างจะได้มั้ย?


 “มุทิตา!” เมื่ออารมณ์ที่แอรอนมีมันเริ่มจะฉายแววชัดออกมาให้เห็นเด่นอย่างน่ากลัวสุดท้ายเธอต้องจำใจโต้ตอบกับคำพูดนั้นไป


 “มีอะไรค่ะ”


 “พูดได้แล้วหรอ ฉันพูดด้วยแล้วทำไมไม่พูด”


 “ไม่อยากพูด...เหนื่อย” นี่คือความจริงตอนนี้เธอเหนื่อยเหลือเกิน ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากจะพูดอะไรเลยแล้วยิ่งกับผู้ชายคนนี้เอยิ่งอยากจะเอาเข็มมาเย็บปากตัวเองไว้ด้วยซ้ำจะได้ไม่ต้องคอยอ้าปากต่อเถียงกับเขา


 “โดนยิงแค่นี้ทำเป็นเหนื่อย สำออย!”


 “จะมาโดนเองมั้ยล่ะค่ะ” โต้กลับไปแบบไม่ทันคิดเพราะสมองมันสั่งให้พูดเช่นนั้นออกไปแบบไตร่ตรองได้ไม่ดีนัก สายตาของแอรอนก็ยิ่งคาดโทษเธอมากยิ่งขึ้นเมื่อทำปากเก่ง มือหนาก็บีบเน้นลงน้ำหนักไปที่แขนของมุทิตา จนมันเกิดเป็นรอยแดงจ้ำๆ


 “ปะ...ปล่อย” กดฟันพูด เขาลงแรงมามากจนเธอแทบจะทนไม่ได้ จนต้องเอ่ยปากบอกให้ร่างหนานี้คลายมือหนาที่เป็นดั่งครีมเหล็กออกจากแขนเธอเถิด


 “เธอไม่มีสิทธิ์มาร้องขอ”


 “ฉันไม่ได้ร้องขอแค่บอกให้คุณปล่อย”


 “มุทิตา!!!”


 “โอ๊ย!”


 แอรอนผลักปล่อยมุทิตาออกอย่างแรงจนหลงลืมไปว่าสาวเจ้ายังคงมีแผลอยู่ที่แขนอีกข้างเพราะในยามที่ล้มลงเสียหลักลงเตียง มุทิตาก็เผลอที่จะเอาแขนอีกข้างยันร่างไว้เหมือนกัน


 “โอ๊ย! ฮึก!”


 เสียงร้องออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เธอเจ็บราวกับร่างนี้มันกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆมันทั้งเจ็บทั้งปวดและหน่วงไปหมดจนน้ำตามันต้องไหลเล็ดอยู่ที่ดวงตาทั้งสองข้างไม่อาจที่จะสั่งให้มันหยุดไหลได้ดั่งที่ต้องการ แอรอนเมื่อเห็นว่ามุทิตาล้มตัวลงไปอย่างแรงด้วยแรงของเขาแถมเอยังเอาแขนอีกข้างยันร่างของตัวเองไว้อย่างลืมตัวมันก็ทำให้สมองนี้มันสั่งการให้เขารีบรุจเข้าไปดูทันที


 “เป็นไงบ้าง”


 “.......” เชยหน้าเงยขึ้นมาเขาทั้งน้ำตาที่มันไหลออกมาอาบแก้มทั้งสองข้าง ดวงตาของเธอกำลังไหววูบแดงก่ำด้วยความเจ็บระทม


 “อย่ามาทำเป็นเงียบมุทิตา” ไม่ชอบใจนักยามเมื่อผู้หญิงคนนี้ทำกับเขาราวกับว่าไม่มีตัวตน มองไม่เห็นยามเมื่อเข้าใกล้ มือของแอรอนยื่นเข้าไปประคองร่างนั้นเข้ามาอยู่ในท่าที่เหมาะสมแต่ทว่าสิ่งที่ไดรับกลับมาเป็นมืออวบที่ปัดมือของทิ้งอย่างแรง!


 “ไม่ต้องมายุ่ง!” นึกโกรธนักที่จะปล่อยก็ปล่อย ถ้าจะทำอะไรกับเธอก็ทำให้มันเบามือกว่านี้หน่อยจะไม่ได้หรือ การกระทำของเขามันแต่ละครั้งมีแต่เธอที่ต้องเจ็บทั้งนั้น


มาเเล้วจ้าา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

141 ความคิดเห็น

  1. #101 Jerrypari (@RungarunSch) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 23:39

    เย้ๆๆๆ ไรท์มาแล้ว

    #101
    0