ในรอยร้าว In the crack

ตอนที่ 35 : ในรอยร้าว 34 ทรมาน...3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,040
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    27 พ.ย. 61



“เพี๊ยะ!!!!!!!!”

เสียงมือหนาตบเข้าที่หน้าของมุทิตาดังสะท้านไปทั่วแต่ยังดีที่ตรงนั้นมีแค่เธอและเขาเพียงแค่สองคนเท่านั้น แรงตบที่มันกระทบลงที่ใบหน้าทำให้เธอต้องหันตามไปด้วยแรงของชายหนุ่ม เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ยังไม่มีใครกล้าตบหน้าตนเลยขนาดแม่ที่บ่นว่าด่าทอแทบทุกวันก็ไม่เคยทำรุนแรงถึงขั้นนี้จะมีก็แค่ตามร่างกายเล็กน้อยเท่านั้น แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะโดนเข้าที่ใบหน้าสักครั้งนึง มุทิตาค่อยๆหันหน้าที่มันช้ำไปแล้วข้างนึงหันมาปะทะกับชายหนุ่มที่ยืนอย่างไร้ความรู้สึกผิดต่อสิ่งที่กระทำ

“คุณมันเลว!!”



ตอนนี้เธอแทบจะสะกดคำว่าเกรงกลัวต่อชายหนุ่มไม่เป็นเลย แอรอนที่ยืนนิ่งอยู่ในคราแรก เขาเองก็ตกใจที่พลั้งมือตบเข้าที่ใบหน้าของหญิงสาวจนเป็นรอยช้ำแถมยังมีเลือดที่มุมปากเล็กน้อย ใจนั้นมันก็ยากจะเอ่ยขอโทษแต่พอได้ยินในสิ่งที่มุทิตพ่นมันออกมา เขาแทบอยากจะพุ่งเข้าบีบคอเธออีกรอบเสีย


 “.........” เขานิ่งเงียบใช้สายตาไล่มองหญิงสาวด้วยแววตาที่มันแทบจะกลืนกินหญิงสาวตรงหน้านี้ได้ ก่อนที่จะกระชากข้อมือของมุทิตาให้กลับเข้าไปด้านในนั้นอีกครั้ง


  มุทิตาแม้ว่าจะพยายามฉุดกระชากกับแรงของเขาจนสุดแรงแต่สุดท้ายเธอก็ไม่สามารถที่จะดึงรั้งร่างของตัวเองให้กลับคืนมาได้ ได้เพียงแต่เดินตามไปในทิศทางที่เขานำเธอไป


 ‘ตุ้บ!’ 


  เสียงร่างของมุทิตากระแทกเข้ากับโซฟาที่มีอัครพลนั่งอยู่ใกล้กัน เขาเหวี่ยงเธอลงมาด้วยแรงที่มันไม่น้อยเลย แถมตอนนี้ยังยืนจ้องหน้าราวกับจะฆ่ากันให้ตายโดยผ่านสายตา ก่อนที่จะหันไปพูดกับคนที่มึนงงอยู่กับสถานการณ์ตรงหน้า โดยสายตาของอัครพลบ่งบอกได้ทันทีเลยว่ามันเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่ งงไปหมดแล้ว


 “วันนี้กูให้มึงเอาผู้หญิงคนนี้ไปเป็นเด็กนั่งดริ๊งให้คืนนึง จะทำอะไรก็เชิญ”


 “มะ...ไม่” เสียงแผ่วเบาที่เล็ดลอดออกมา แต่ทว่ากลับไม่มีกระแสคลื่นใดส่งเขาหาชายหนุ่มเลย แต่ถึงแม้ว่าใจอยากจะคัดค้านแทบขาด ตอนนี้มันก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว


 “อะไรนะ! พูดใหม่ดิ” อัครพลที่อยากจะทวนในคำสั่งของเพื่อนหนุ่มอีกรอบ เพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ ได้ยินอะไรผิดใช่หรือไม่


 “จะเอาผู้หญิงคนนี้ไปทำอะไรก็เชิญ ยิ่งงานอย่างว่าคงยิ่งชอบ” เขาทวนซ้ำอีกรอบ


 “เอาจริงหรอวะ” อัครพลถามอีกครั้งว่าที่พูดออกมานี่มันจริงแล้วใช่มั้ย เพราะหน้าของสาวเจ้าร่างอวบตอนนี้จะร้องไห้อยู่ร่อมร่อ อีกทั้งหญิงสาวตรงหน้ายังมีรูปร่างที่อวบแม้ว่าจะไม่ได้มากเท่าไร แต่ถ้าไปนั่งอยู่ในจุดนั้นเธออาจจะโดนจับได้แบบเต็มไม้เต็มมือแน่นอน


 “เอ่อ ไม่ต้องถามมากจะทำอะไรก็ทำ!” เริ่มโมโหเมื่อโดนเพื่อนถามซักไซ้ไล่ความ


 “เอ่อๆๆ”


 จากนั้นร่างของมุทิตาก็โดนจับไปแต่งเนื้อแต่งตัว เนื้อใบหน้านวลถูกแต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางอย่างเบาบางและเสื้อผ้าที่มันแสนจะรัดรูปเว้าโน่นเว้านี่ก็ถูกประดับเข้ากายอวบ โดยชุดที่เธอใส่เข้าไปนั้นคือชุดเดรสสั้นเหนือเข่าขึ้นมา เป็นเกาะอกสีดำขลับรัดทุกสัดส่วนของร่างกาย 


ผมยาวจากที่เคยมัดรวบเป็นหางม้าไว้ก็ถูกปล่อยม้วนเป็นลอนใหญ่ให้สยายลงมาจนถึงกลางหลัง จากนั้นหญิงสาวก็ต้องจำใจเดินออกไปภายในสถานที่ที่มีบุคคลพลุ่กพล่านไปหมด


 “อยู่แถวเนี่ยแหละ ถ้ามีลูกค้าเข้ามาเพิ่มเดี๋ยวฉันจะให้เธอไปรองรับลูกค้า” ผู้หญิงที่อายุคล้ายว่าจะมากกว่าอยู่หลายปีเอ่ยบอกพร้อมกับเดินออกไปรับลูกค้าที่ทยอยเข้ามากันเรื่อยๆ โดยลูกค้าที่เธอคนนั้นหมายถึงก็คือจำพวกเสี่ยกระเป่าหนักที่มักจะชอบหิ้วสาวในร้านไปสักสองสามคนเพื่อบำบัดความใคร่


 ตอนนี้มุทิตายืนด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา เธอยืนอยู่ข้างๆเคาน์เตอร์บาร์ที่ต่างก็มีผู้คนเข้ามาสั่งเครื่องดื่มอย่างไม่ขาดสาย เธอแทบจะทำอะไรไม่ได้เลยเพราะทุกอย่างมันอยู่ในสายตาของแอรอนหมด เขาจ้องมองมาที่เธอ ครั้งที่คล้ายว่าจะเดินหนีสายตาที่ส่งให้มาก็แทบจะคาดโทษว่าหากเธอทำอย่างนั้นได้ไม่ตายดีแน่ แล้วเธอจะทำอย่างไรตอนนี้มันก็เหมือนกับกำลังตายทั้งเป็นอยู่แล้ว


 “เดินตามฉันมา มีคนสนใจเธอ” แค่พูดเสียงเรียบๆแต่ก็เหมือนแกบบังคับว่าเธอต้องเดินตามไปอย่าขัดคำสั่ง


 “นี่ค่ะเสี่ย นาวพาคนที่เสี่ยสนใจมาให้แล้วค่ะ” หญิงสาวร่างสวยตรงหน้าพูดทักทาย ‘เสี่ย’ ที่นั่งอยู่ตรงหน้าของหญิงสาวทั้งสอง มุทิตาก้มหน้ามองพื้นตลอดเวลาเธอไม่อยากจะเอ่ยพูดหรือมองอะไรรอบตัวทั้งนั้น หน้าของคนที่หญิงสาวอีกคนพามาพบเธอก็ไม่อยากมอง


 “นั่งสิ” หญิงสาวร่างสวยหันไปสั่งมุทิตาให้นั่งลงไปข้างๆ ‘เสี่ย’ ลูกค้าวีไอพีของที่นี่ แต่ทว่าท่าทีของมุทิตาไม่มีทางว่าจะขยับไปไหนเลยได้แต่ยืนนิ่งๆน้ำตาคลอ เพราะดูเหมือนจะเริ่มรับรู้ชะตากรรมตัวเองแล้วว่ามันจะเป็นอย่างไร


 “ไม่เป็นไรหรอก เธอมีอะไรก็ไปทำไป เดี๋ยวฉันจัดการเอง”


 “ค่ะ” จากนั้นก็เดินจากไปเหลือไว้เพียงแค่มุทิตากับเสี่ยที่นั่งอยู่ตรงหน้าเพียงสองคนเท่านั้น


 “นั่งลงสิ สาวน้อย” เอ่ยเรียกหญิงสาวร่างอวบให้มานั่งลงข้างๆกาย เขาชอบเธอเพราะมันดูจับได้แบบเต็มไม้เต็มมือดีแล้วอีกอย่างใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆจำพวกสาวนั่งดริ๊งก์ที่มีรูปร่างแบบนี้


 “.............”


 “นั่งสิ” ครั้งเขาไม่รอให้หญิงสาวตรงหน้าได้ยืนนิ่งปฏิเสธเป็นครั้งที่สาม จัดการจับข้อมือของมุทิตาแล้วดึงหญิงสาวลงมานั่งที่ตักของตนทันที


 “ว้าย!!”


 “แค่นี้ก็สิ้นเรื่อง มาทำงานแบบนี้แล้วจะหวงตัวไปทำไม” จะบอกว่าเสียอารมณ์นิดๆก็ได้เพราะไม่เคยมีใครที่ไม่อยากวิ่งเข้าหาเขาเท่าเธอ เพราะด้วยรูปร่างหน้าตาที่จะเรียกว่าหล่อมากก็ยังได้ รูปร่างทุกส่วนบนร่างกายมันสมส่วนทุกอย่างทั้งบนและล่าง ฐานะในวงการธุรกิจมันก็เรืองลือ เงินทองก็มีมากโข


 “ฉะ...ฉัน” มุทิตาค่อยเงยหน้ามองใบหน้าของชายตรงหน้าในคราแรกเธอก็คิดว่าคงจะเป็นเสี่ยพุ่งยุ้ย แต่ที่ไหนได้กับเป็นชายหนุ่มรูปร่างดีหน้าตาหล่อเหลา


 “ทำไมฮึ คิดว่าคนที่ถูกเรียกว่าเสี่ยนี่ต้องพุ่งนำหน้า อ้วนอย่างเดียวหรือไง” เพราะเห็นดวงตาที่มันนิ่งฉายแววสงสัย จึงเอ่ยถามตอกกลับไปแทนเพราะที่เธอเป็นแบบนี้มันก็คงจะไม่มีเรื่องอะไรมากนักหรอก


 “ปะ...เปล่านะคะ” รีบปฏิเสธทันควัน


 “งั้นก็ดี เรามาสนุกกันดีกว่า” มือหนาเรียวเริ่มซุกไซ้เข้าไปตัวของหญิงสาวเรื่อยๆ อยากจะสัมผัสเนื้อนุ่มนิ่มนี้แทบแย่มันชั่งเต็มไม้เต็มมือดีเสียจริง


 “อะ...อย่านะคะ ฉะ...ไม่ได้อยากทำงานนี้ สะ...เสี่ยยะ...หยุด” 


เธอปฏิเสธและสะบัดมือของเขาออกไปจากเรียวขาของตนเอง แต่ท่าทีที่ปฏิเสธนี้ เมื่อมองจากสายตาของแอรอนที่มองมาเห็นจากทางด้านหลังมันเสมือนกลับเป็นว่าหญิงสาวชอบเสียมากกว่าพยายามปัดป้อง 


  “ฮึ ทุเรศสิ้นดี”




ฝากด้วยจ้าาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

141 ความคิดเห็น