ในรอยร้าว In the crack

ตอนที่ 27 : ในรอยร้าว 26 เรือนดอกไม้...(ซวย) จบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 893
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    10 พ.ย. 61




ยามเมื่อกัณฑ์ธิราและคาร์มิลลับหายไป ดวงใจของเธอก็รู้สึกหวั่นๆอย่างบอกไม่ถูกพูดไม่ออกว่าสถานการณ์ที่เจอตรงหน้ามันจะเป็นอย่างไร เธอรู้สึกจิตใจหวั่นไหวขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหนอีก แต่ท่าทางตอนนี้แล้วมันคงจะไม่ใช่มาดของเทพบุตรแน่นอนเพราะเขามันไม่เคยมีอยู่ด้วยซ้ำไปจะมีก็เพียงแค่ร่างเดียวเท่านั้นแหละก็คือซาตาน!

มุทิตาค่อยๆขยับตัวถ่อยห่างออกมาจากแอรอนเมื่อเขาเริ่มมีการเคลื่อนไหว ยิ่งเขาเดินเข้ามาใกล้เท่าไรเธอก็ยิ่งออกห่างเขาเรื่อยๆเท่านั้น การถอยของเธอมันยิ่งทำให้เดินเข้าไปด้านในของเรือนดอกไม้มากกว่าเดิม ซึ่งเขาก็ยังคงสาวเท้าไม่ยอมหยุดจนเมื่อมุทิตาเห็นว่ามีทางที่เธอพอจะวิ่งหลีกออกไปได้จึงออกตัวทันที แต่ทว่ามือหนากลับคว้าแขนของเธอไว้ได้ทัน มันน่าเสียใจนัก ก่อนจะเหวี่ยงเธอลงไปกองอยู่กับพื้น

“พลั่ก!!”

“โอ๊ย!!”

 เจ็บตัวอีกแล้วเธอต้องเจ็บเพราะเขาอีกแล้ว แต่ครั้งนี้มันเจ็บจนน้ำตาซึมเพราะจุดที่เธอล้มลงไปนั้นมันไม่ใช่พื้นที่ว่างเปล่าแต่มันกลับมีเต็มไปด้วยดอกกุหลาบที่เป็นหนามเต็มไปหมดมันทั้งขีดทั้งข่วนเธอจนเรียวแขนเต็มไปด้วยเลือดซิบๆที่เกาะพล่า น้ำตาเจ้ากรรมก็ซึมอยู่ทั่วกรอบดวงตา จะร้องไห้ก็ร้องไม่ได้เพราะกลัวว่าจะโดนคำด่าออกมาว่า ‘สำออย’


 “ใครใช้ให้เธอพากัณฑ์ธิรามาที่นี่” ที่นี่มันคือสถานที่ที่เขาเกลียดที่สุดในคฤหาสน์หลังนี้ ไม่อยากแม้แต่จะเข้ามาเหยียบมันแต่วันนี้กลับต้องเข้ามาเพราะมีคนขัดคำสั่ง 


สถานที่นี่มันเป็นที่ต้องห้ามจะเข้ามาได้ก็แค่บุคคลเพียงสองสามคนเท่านั้น แม้จะเกลียดมันแทบขาดใจแต่ก็ไม่เคยปล่อยให้มันรกร้างทุกอย่างในสวนของเรือนดอกไม้นี้เขาจะไม่เกี่ยวข้องมันแม้แต่น้อยจะมีเพียงแค่คนสวนและป้ามนเท่านั้นที่จัดการดูแลมันโดยที่ใครไม่เกี่ยวข้องก็ห้ามเข้ามาเด็ดขาด!!!


 “.........” มุทิตาไม่อยากจะตอบคำถามของคุณตรงหน้าเพราะมันไม่มีเหตุผลเลยที่จะเข้ามาไม่ได้ซึ่งตรงนี้มันเป็นสถานที่สวยๆทั้งนั้นทำไมกันแค่เข้ามาชมความสวยงามแค่นี้มันก็ไม่ได้หรือ


 “ทำไมไม่ตอบมาห๊ะ!!!” เมื่อไม่ได้คำตอบก็ยิ่งเดือดด้านเข้าไปใหญ่ แล้วมือหนาก็จับกระชากมงกุฎดอกไม้ดอกเดซี่สีแดงที่มันอยู่บนศีรษะของหญิงสาวออกมาอย่างไม่คิดว่าเจ้าของที่สวมใส่มันอยู่จะรู้สึกเจ็บหรือไม่เพราะความเกรี้ยวโกรธของเขาที่ทำให้หญิงสาวคนนี้ต้องเจ็บตัวอีกครั้ง 


"พลั่ก!!!"


ก่อนจะเหวี่ยงมงกุฎดอกไม้นั้นทิ้งไปไกลจนร่างอวบต้องรีบถลาตัวเข้าไปเก็บแต่ยังไม่ทันที่จะไปถึงมันก็โดนเขาจับกระชากกลับมาอีกครั้ง แถมยังล้มซ้ำลงที่เดิมเสียด้วยสิ ครั้งนี้น้ำตาใสที่มันซึมและซ่อนอยู่มันก็ไหลออกมาอย่างอัตโนมัติ แอรอนที่เห็นเช่นนั้นก็เหยียดยิ้มออกมาทันที


 “เธอทำผิดมากรู้มั้ยมุทิตา” เดินเข้ามาจับคางของหญิงสาวเชยขึ้น ทั้งหน้าของเธอมันท่วมท้นไปด้วยรอยน้ำตาเหตุที่เขาต้องคาดโทษเธอขนาดนี้เพราะเขาถือว่ามันหายครั้งแล้วที่หญิงสาวฝ่าฝืน


 “ฉะ...ฉันไม่รู้ว่ามันเข้ามาไม่ได้” เธอรู้มาเพียงแค่ว่าที่นี่มีเรือนดอกไม้ที่ซ่อนยู่หลังคฤหาสน์หลังนี้แต่ไม่ร็เลยว่าจุดๆนี้มันจะเป้นพื้นที่


 “แล้วทำไมไม่รู้จักถามห๊ะ สมองน่ะมีมั้ยหัดถามก่อนจะทำอะไรสิ! หรือว่าเธอไม่มีมันอยู่ห๊ะ!!!” สะบัดใบหน้าของหญิงสาวให้หลุดจากมือเขาเกลียดคนจำพวกนี้มีสมองแต่ไม่หัดใช้ให้มันมีประโยชน์ ถ้าใช้มันไม่เป็นอย่างนั้นก็อย่ามีมันเลยจะดีกว่ามั้ย? เกิดเป็นคนก็น่าจะคิดไตร่ตรองให้มันมากกว่านี้สิว่าสิ่งที่ทำมันควรหรือไม่ควร!!  


   “ขะ...ขอโทษคะ ต่อไปฉันจะไม่เข้ามาที่นี่แล้วหรือคุณจะไล่ฉันออกก็ได้ฉันยินดีถ้าในสิ่งที่ฉันกระทำอยู่มันไม่ถูกต้อง” รวบรวมความกล้าทั้งหมดก่อนจะเอ่ยออกไปอย่างมาดหมั้น ถ้าหากว่าเขาไม่พอใจเธอขนาดนั้นเธอก็พร้อมที่จะออกเสมอเพราะการทำงานในแต่ละครั้งมันก็ต้องมาพร้อมกับความถูกต้องซึ่งเธอก็รู้ตัวเองดีว่าฝ่าฝืนเหตุผลข้อนี้หลายครั้งแล้ว ถ้าเขาจะไล่ตนออกมันก็คงไม่ผิด


   “ฉันไม่ไล่เธอออกหรอกมุทิตา” เขาพูดสิ่งใดออกไปทั้งๆที่ใจนั้นแทบอยากจะทำในสิ่งที่หญิงสาวพูดนัก แต่สุดท้ายก็เลือกเอ่ยสิ่งตรงข้ามออกไปหรือเพราะเห็นว่าเธอคนนี้สามารถที่จะทำให้กัณฑ์ธิรายิ้มออกมาได้กันแน่ถึงยังเก็บไว้ รอยยิ้มของเธอที่มันเลื่อนหายออกไปจากดวงหน้าสวย ตอนนี้เขารู้สึกเช่นไรกับกัณฑ์ธิรากัน? 


ในใจสับสนไปเสียทุกอย่างไม่อาจจะให้คำตอบที่แน่ชัดต่อการตัดสินใจได้หรือเพระกัณฑ์ธิรายังมีประโยชน์ต่อเขาอยู่เลยไม่อยากที่จะทำให้จิตใจของเธอต้องหม่นหมองไปกว่านี้ถึงยอมทำสิ่งนี้เพื่อเธอ


   คนที่ได้ยินอย่างนั้นอย่างมุมิตาก็แทบจะไม่เชื่อหูของตัวเอง ทำไมในยามที่เธออยากจะออกมาจากเขาเช่นนี้แต่เขากลับไม่ยอมให้เธอออกกัน รู้มั้ยว่ามันทรมานทุกครั้งที่ต้องเจอหน้ากันไม่รู้ว่าจะต้องทำหน้ายังไง ทำตัว ทำท่าทางอย่างไรมันถึงจะถูกหูถูกตาเขา ไม่ดูขว้างหูขว้างตา 


การที่ต้องทำงานทั้งๆที่เจ้านายแทบจะเกลียดตัวเองเข้าไส้แบบนี้มันทำใจยากกว่าการที่เพื่อนร่วมงานเกลียดชังเสียด้วยซ้ำไปเพราะบางครั้งที่เราทำอะไรไปมันอาจจะดูผิดไปเสียหมดในสายตาของเขา


 “..........” แม้ว่าจะไม่เข้าใจเหตุผลอะไรแต่ก็ไม่ถามมันเพระกลัวว่าถ้าถามไปอีกเธออาจจะเจ็บตัวมากกว่านี้ และอาจจะได้คำด่ามาแทนคำตอบ สู้อยู่นิ่งๆไม่เอ่ยคำพูดที่มันไปสะกิดต่อมโกรธเขาคงจะดีกว่า


   ผ่านไปสักพักเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้จะพูดสิ่งใดออกมาอีก เธอจึงถือวิสาสะโดยการหยันกายของตัวเองลุกขึ้นหวังเพื่อว่าจะไปทำตามหน้าที่ของตนต่อ แล้วเปิดปากตัวเองเพื่อบอกจุดประสงค์การจากไปจากเขาเพื่อไปทำตามหน้าที่


  “ถ้าคุณไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ฉันขอตัวไปทำงานต่อนะคะ” พูดได้เท่านั้นก็ก้าวเท้าออกมาทันที ไม่อยากจะยืนอยู่ต่อให้มันเป็นที่รกหูรกตา เมื่อเดินห่างออกมาจากชายผู้นั้น น้ำตาใสที่มันอดกลั้นไว้ครั้งแรกก็ไหลออกมาจนสุดจะห้ามอยู่ ทุกอย่างมันเกินจะอดสู้ ยามก้าวเดินออกไปมือทั้งสองข้างก็ต้องยกขึ้นมาเพื่อปิดกลั้นเสียงสะอื้นไห้ ยามที่ก้าวเท้าเข้ามา เธอก้าวเข้ามาด้วยความสดใสแต่ทำไมเล่ายามเมื่อเดินออกไปมันกลับหม่นหมอง...?


 “โธ่เว้ย!!!!” 


เมื่อมุทิตาเดินจากไปทิ้งให้เขาที่ยังคงสับสนกับความรู้สึกของตัวเองต้องว้าวุ่นใจใช้เท้าเตะกวาดดอกไม้ที่มันไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแม้แต่น้อยกระจัดกระจายเต็มไปหมด ตอนนี้เขาสับสนความรู้สึกของตัวเองเขาต้องการอะไรจากกัณฑ์ธิรากันมันจะเป็นหนี้สินที่ค้างคากันอยู่หรือความรักที่อยากจะมีให้เธอ


 สิ่งที่ทำมันทั้งหมดมันใช่เพื่อเธอผู้นั้นใช่หรือไม่ ทั้งหมดมันคือความรู้สึกอะไรกันแน่หรือมันจะแปรเปลี่ยนเป็นรักเสียแล้ว โดยที่เขาเองก็ไม่อาจจะรู้ตัวได้เลย



มาเเล้วจ้าา

ฝากเม้นฝากไลค์ด้วยนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

141 ความคิดเห็น

  1. #20 SEternally (@SEternally) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 21:43

    หายไปไหนมาไรท์...คิดถึง
    #20
    1
    • #20-1 hoshisuki (@hoshisuki) (จากตอนที่ 27)
      11 พฤศจิกายน 2561 / 00:00
      เผลอสลบไสลค่ะ555
      #20-1