[Fic Tsukipro] แมวสองหางกับคุณยักษ์

ตอนที่ 3 : บทสนทนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    24 เม.ย. 62

ตอนที่ 3 บทสนทนา

 

     กลางค่ำกลางคืนนั้นช่างเงียบสงัดผิดกับตอนกลางวันที่ผู้คนพลุกพล่านบริเวณศาลเจ้า ภูตกระจกที่มีอายุเป็นครึ่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นกับปีศาจแมวสองหางที่อายุห่างกับเขาเกือบสหัสวรรษ   ทั้งสองเดินตามกันไปโดยมีฮารุเดินนำขึ้นบันไดศาลเจ้ากว่าร้อยขั้น เพราะทั้งสองใช้เวลาเที่ยวในเมืองพื้นล่างกันนานไปหน่อย แต่ถึงอย่างไรฮารุก็ไม่ได้ใส่ใจอยู่แล้ว

 

          “ไกลจังเลยนะครับ ฮารุซัง”

          “อีกนิดเดียวก็ถึงแล้วล่ะ นั่นไง”

    

     ฮารุซังเงยหน้ามองโทริอิสีแดงอันใหญ่ตรงปลายทางบันไดที่เดินขึ้นมา โซระมองตามไปด้วยความรู้สึกที่ว่า ...ในที่สุดก็ถึงสักที  โซระรีบก้าวเท้าเมื่อเห็นปลายทาง ฮารุเดินตามไปอย่างเงียบๆ กระทั่งเมื่อถึงด้านบนเรียบร้อยก็หยุดยืนพักสักครู่ โซระกวาดตามองรอบบริเวณที่ยืนอยู่ เบื้องหน้าคือศาลเจ้าหลังใหญ่สีแดงงดงาม มีทางเดินนำไปให้เห็นเด่นชัด หากเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ซากุระสีชมพูริมทางเบ่งบานปลิวไสวไปตามลมคงเป็นภาพที่งดงามไม่น้อย ปีศาจแมวคิดเช่นนั้น

 

     ฮารุซังลอบมองปฏิกิริยาปีศาจข้างตัวจนกลายเป็นเรื่องปกติ ดูท่าจะสนใจสถานที่และบริเวณรอบๆ ราวกับแมวที่มีสีหน้าอ่านได้ยาก แต่ดวงตากลับฉายความเจ้าเล่ห์ปนความสนุก ชายหนุ่มหลับตาลงก่อนจะลืมตาขึ้นทันใดเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของปีศาจบางตน

 

          “กลับมาแล้วหรือขอรับ แล้วผู้ทียืนอยู่ข้างๆคือผู้ใดกัน”

 

     โซระรีบมองตามต้นเสียงทันใด สายตาสบเข้ากับร่างที่แฝงตัวในเงามืด รูปร่างสูงเพรียวมีน้ำเสียงเป็นหนุ่มแต่อ่อนน้อมไพเราะน่าฟัง โซระใช้สายตาของแมวที่มองความมืดมิดได้ดีมองให้ชัดอีกครั้ง ก็พบเห็นเป็นหนุ่มร่างบางผมสีดำมีเขาสองเขาบนหัว ตาสีฟ้างดงามน่าหลงใหลเข้ากับรอยยิ้มหวานดูมีเสน่ห์ สวมใส่กิโมโนลายประหลาดครึ่งหนึ่งสีแดงเข้มมีลายใยแมงมุมประดับ อีกครึ่งหนึ่งเป็นลายเสือโคร่งสีเหลือง ข้างหลังเป็นเชือกใหญ่มัดทรงประหลาดสีดำประดับอยู่  ชายหนุ่มร่างบางเดินมาอย่างช้าๆ ไม่รีบร้อนพร้อมส่งยิ้มให้ ฮารุนิ่งก่อนตอบ

 

          “พอดีว่าพาแมวมาด้วย เจ้าตัวอยากจะไปดินแดนภูตพรายเลยพามาส่ง”

          “แมว? เข้าใจแล้วขอรับ ท่านฮาจิเมะกำลังรออยู่เลยขอรับ”

          “ขอบใจมากนะ โยรุ”

 

     โซระมองคู่สนทนาไปมา นี่ฮารุซังลืมเขาไปแล้วหรอ? ผมยังอยู่นะครับฮารุซังง! สนใจผมหน่อย หันมามองผมบ้างก็ดีนะครับ ฮารุซัง ฮารุซางงงงงง~

 

          “ฉันรู้น่า โยรุเป็นปีศาจแมงมุม เป็นผู้อารักขาเทพเจ้าเท็นโกะขาว”

          “เชิญเข้ามาก่อนเถอะขอรับ”

 

     โยรุผายมือเข้าสู่ทางด้านหลังศาลเจ้า ฮารุเดินไปแล้วโซระก็เดินตามไปเช่นกัน ......

 

 

 

          “มาโมรุ?  ใช่ปีศาจหุ่นเงารึเปล่า?”

          “ถูกต้องอย่างที่เจ้าว่า”

 

     ชายหนุ่มสองคนคุยกันยามค่ำคืนมันก็คงไม่แปลกกันเสียเท่าไร หากแต่พวกเขาทั้งสองล้วนมิใช่มนุษย์ทั่วไป ตนหนึ่งเป็นปีศาจผมทองรูปงามกับหางจิ้งจอกทั้งเก้า ใบหน้านั้นงดงามไม่ว่าจะชายหรือหญิงต่างต้องหลงเสน่ห์ ส่วนอีกตนผมสีดำมีเขาสีดำสองเขาเล็กๆประดับบนหัว สวมอาภรณ์เปลือยท่อนบนกางเกงหนังสัตว์ ที่คอนั้นมีเชือกอาคมเส้นใหญ่ผูกอยู่ที่คอ ลักษณะที่ใครเห็นต่างต้องรู้จัก...พวกเขาทั้งสองคือปีศาจจิ้งจอกเก้าหางและยักษ์ญี่ปุ่น

 

          “หมอนั่นน่ากลัวขนาดนั้นเชียวหรือ ขนาดที่จิ้งจอกจอมยโสอย่างเจ้ามาขอความช่วยเหลือจากข้า”

          “...ถ้าข้ามีพลังมากพอคงไม่มาขอความช่วยเหลือเจ้าหรอก แต่เพราะข้าอ่อนแอเกินไปเมื่อจะนำฝีมือตนไปทัดเทียมกับเหล่าเทพ อีกอย่าง...ข้าไม่อาจเมินเฉยการกระทำของเจ้านั่นที่จะส่งผลกระทบต่อเหล่ามนุษย์”

    

     ยักษ์หนุ่มนิ่งเงียบพร้อมขมวดคิ้วเป็นปม ปีศาจแต่เดินทีก็มีตัวตนเพื่อหลอกเหล่ามนุษย์อยู่แล้ว แต่การที่มีผลกระทบต่อมนุษย์นี่คงมิใช่ว่า ยังไงก็ไม่น่าเป็นไปได้ ทำไปแล้วได้อะไรขึ้นมา? เขาพยายามตั้งสมมติฐานหลายอย่างแต่ก็ดูจะไม่มีเหตุผลที่คุ้มกับการกระทำเลย  ปีศาจจิ้งจอกเห็นดังนั้นก่อนจะยกจอกสุราขึ้นมาจิบอย่างช้าๆ แล้วเอ่ยต่อ

 

          “ข้าก็ไม่เข้าใจความคิดเจ้านั่นเหมือนกัน ทำไปก็ไม่เห็นจะมีผลดีอะไร”

          “แต่เดิมทีถึงทำไป...มนุษย์จะเป็นอย่างไรก็ไม่เห็นเกี่ยวกับพวกปีศาจอย่างเรามิใช่รึ?”

         “...เหล่าเทพจะเป็นตัวปัญหาใหญ่กับพวกเราแทน..”

 

     ยักษ์หนุ่มที่กำลังยกจอกสุราจิบต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินคำว่า เทพเจ้า ตัวตนอันสูงส่งคอยดูแลสมดุลของโลกให้เป็นไปตามที่ควร ถึงอย่างไรเขาก็ไม่เข้าใจที่อีกฝ่ายพูด จำต้องสบตาบอกเป็นนัยๆให้อธิบายต่อ

 

     “หากประตูมิติเปิดพร้อมกันตลอดเวลา ปีศาจอย่างเราไม่น่าเป็นห่วงเท่ามนุษย์หรอก เจ้าลองคิดดูถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นมาจะเป็นอย่างไร? มนุษย์จะเกรงกลัว หลบซ่อน ถูกฆ่าโดยเหล่าปีศาจ  เหล่าเทพเจ้าก็คงได้ลงมากวาดล้างพวกเราจนแทบสิ้นแทน ยังไงเรื่องลบความทรงจำก็เป็นของถนัดสำหรับเหล่าเทพเจ้าอยู่แล้ว”

 

     อ่า...ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าถ้าปล่อยให้หุ่นเงาตนนั้นทำเรื่องแบบนั้นขึ้นมาจริงๆจะเป็นอย่างไร ถึงเขาไม่อยากเกี่ยว สุดท้ายก็โดนพวกเทพกวาดล้างอยู่ดีสินะ ...ในฐานะที่เขาเป็นผู้นำของหมู่บ้านยักษ์ ถ้าคิดจะทำเพื่อหมู่บ้านก็คงจำเป็นต้องหยุดเจ้าหมอนั่นไว้ แม้ว่าเขาจะไม่ชอบการสุงสิงกับปีศาจเผ่าอื่นตนอื่น แม้แต่เดิมเหล่ายักษ์จะกระหายการต่อสู้ แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปพวกเขาก็ตระหนักได้ว่า ทำไมพวกเขาต้องสู้ ต้องฆ่ากันต่อไป เหล่ายักษ์ที่เลือกจะใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายต่างเกาะกลุ่มอยู่ด้วยกันจนเป็นหมู่บ้าน ยักษ์หลับตาคิดก่อนวางจอกสุราแล้วเปรยออกมาอย่างปลงๆ

 

          “เฮ้อ...สุดท้ายข้าก็ต้องช่วยเจ้าอยู่ดีสินะ  แต่เอาเถอะ ถึงข้าจะไม่ชอบการสุงสิงแต่เพื่อทุกตนที่อยู่หมู่บ้านนี้ ข้าคงมองข้ามเจ้านี่ไปไม่ได้ละนะ”

 

    ยักษ์หนุ่มเผยรอยยิ้มและดวงตาที่ยากจะคาดเดา ปีศาจจิ้งจอกเห็นดังนั้นก็แอบยิ้มน้อยๆ เขากะไว้แล้วว่าสุดท้ายผู้นำหมู่บ้านยักษาก็ต้องช่วยเขาอยู่ดี ก่อนจะรินสุราให้แก่ยักษหนุ่มที่จิบสุราร่ำไป...

 *****************************************************************************************************


   รู้สึกเหมือนว่าเราจะหายไปนานพอควร ต้องขออภัยจริงๆค่ะ ช่วงขึ้นม.4นี่วุ่นวายหลายอย่างมากกว่าที่คิด

พยายามจัดตารางชีวิตใหม่แต่ทำไม่ได้สักที เหนื่อยกับการขายของมากค่ะ ฮรืลลล

ตอนนี้ก็ยังคงสั้นๆเพราะเรายังตันอยู่ในระหว่างที่คิดว่า..เอ..จะจบแบบแฮบปีหรือดราม่าดีนะ

ผู้อ่านว่าจบแบบไหนดีคะ ช่วยเราเลือกหน่อยยย 

ที่คาดไว้ก็...น่าจะประมาณ20ตอนจบ ไม่น่าเกินไปกว่านี้


ทักทวงนิยายเราได้ที่เพจ Hornline : นักเขียนสายดอง นะคะทุกคน ฝากนิยายเรื่องนี้อีกครั้งค่ะ


ผู้แต่งอยู่เสมอ ถ้าไม่ตอบ เราไม่ได้หยิ่ง เราแค่นอนค่ะ ถ้าเราไม่นอนเราก็ขายของกับเรียนนน555

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น