[Fic Tsukipro] แมวสองหางกับคุณยักษ์

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2 : พบเจอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 ก.พ. 62

  สิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์นี่สะดวกสบายดีจังน้า~  ตอนนี้ผม แมวสองหางนามว่า โซระ

กำลังปลอมเป็นมนุษย์มานั่งขบวนรถไฟฟ้ากับมนุษย์ทั่วไป! ผมนี่เนียนจริงๆ หนทางยังอีกไกล แอร์ก็เย็น ผมนอนสักงีบละกัน ผมทอดมองวิวธรรมชาติด้านนอกหน้าต่างไปเรื่อย ขณะที่กำลังจะพาตนเข้าสู่ภวังค์ฝัน ก็มีเสียงหนึ่งสะกิดเรียกผมซะก่อน

"ขอโทษนะครับ ผมขอนั่งตรงนี้ได้ไหมครับ"

"เชิญครับ"


   มนุษย์ที่สวมแว่นตาสีดำเดินเข้ามาขอนั่งที่ข้างๆกับผมที่เว้นว่างอยู่ ผมตอบกลับ

พร้อมรอยยิ้มตามมารยาท แล้วก็หันไปมองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง อยากจะงีบต่อแต่ก็รู้สึกอึดอัดเพราะมีมนุษย์...เดี๋ยวนะ ถึงจะมีกลิ่นมนุษย์ก็เถอะ ..แต่ก็มีกลิ่นอายของภูตอยู่ แถมทรงอำนาจด้วย ไม่คิดว่าจะปกปิดไว้ได้เนียนขนาดนี้ มองผ่านๆผมก็คงไม่คิดอะไร เป็นภูตประเภทไหนกันนะ


"น่าแปลกใจจังนะ ที่แมวอย่างเธอขึ้นรถไฟฟ้าได้ด้วย"

"รู้---"


     ชายหนุ่มคนนั้นรีบนำนิ้วชี้มือข้างหนึ่งแตะลงบนริมฝีปากผมเป็นความหมายให้ผม

เงียบ ผมเงียบแต่โดยดี แต่สายตายังคงจับจ้องที่แววตาชายผมอ่อนคนนี้

"ฉันคืออุนไงเกียว ปีศาจกระจก อายุฉันก็เกือบ1,000ปีแล้วละนะ กระจกของฉันสามารถสะท้อนร่างจริงของสิ่งต่างๆได้ อ๊ะ..ลืมแนะนำตัวไป เธอเรียกฉันว่าฮารุแล้วกันนะ" 

"โซระครับ..."

"ไม่ต้องระแวงขนาดนั้นก็ได้ ฉันไม่ได้คิดจะทำอะไรเธออยู่แล้ว แค่รู้สึกแปลกใจน่ะ ปีศาจน้อยตนนักที่จะเดินทางด้วยรถไฟฟ้า"

"ผมก็แค่ขี้เกียจเดินครับ"


     พอพูดออกไปแบบนั่นฮารุซังก็หลุดขำอแกมาน้อยๆ สรุปแล้วเป็นภูตที่ดีหรือไม่ดี
กันแน่สำหรับผม ฮารุซังพอรู้สึกตัวว่าโดนผมจ้องอยู่ ก็หยุดขำแล้วกลับมาชวนคุยต่อ


"เธอเกิดที่โลกฝั่งนี้สินะ"

"..เท่าที่จำได้ คงจะเป็นอย่างนั้นครับ"

"แล้วเธอกำลังจะเดินทางไปที่ไหนกันล่ะ"

"แดนภูตพรายครับ"

"หืม...จะว่าไปเธอเดินทางเพื่ออะไรกัน ปีศาจประเภทเธอส่วนใหญ่จะอยู่กับที่นี่น่า"


     ก็จริงอย่างที่ฮารุซังว่า...บางทีผมก็ยังสงสัยตัวเองอยู่ว่าผมเดินทางไปเพื่ออะไร

 ถึงจะไม่เข้าใจแต่ก็เหมือนมีบางสิ่งบางอย่างบอกกับผมแบบนั้นมาโดยตลอด

"ตามหา..อะไรบางอย่าง"


     ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ผมตามหาคืออะไร สิ่งของ มนุษย์ สหาย หรือภูตพราย

หรือสมบัติเงินทอง หรือบ้านที่ให้ผมอยู่ได้ตลอดเวลา มีคนใจดีนำอาหารมาให้ ถึงจะไม่รู้ว่าสิ่งที่ตามหาคืออะไร แต่ผมก็จะเดินทางไปตามที่ใจเรียกร้อง

"งั้นหรอ...คงเพราะเป็นเด็กอยู่ละมั้ง"


     เด็กหรอ...บางทีอาจจะเป็นอย่างที่ฮารุซังพูดก็ได้ ก็ถ้าให้เทียบกับฮารุซังที่อายุ

เกือบพันปีแล้ว ผมก็เด็กจริงๆ ....หรือจะเรียกว่าเกิดกันคนละยุคเลยดีนะ ผมหันไปมองวิวทิวทัศน์ด้านนอกอีกครั้งแล้วเลือกที่จะหลับแบบจริงจัง เพราะการเดินทางที่ต้องใช้เวลานาน ส่วนฮารุซังก็ดูเหมือนจะหยิบหนังสือจากกนะเป๋าของเจ้าตัวขึ้นมาอ่าน ในเมื่อต่างคนต่างก็ก็ต้องการใช้เวลาพักผ่อนของตัวเอง ผมก็ขอใช้เวลานี้งีบยาวๆละกันครับ!

*********************************************************************





     ตู้มมม!!! ซ่าาา!!!


     "เป็นการต้อนรับที่ค่อนข้างเต็มใจนะ"
     "แขกอย่างเจ้าไม่จำเป็นต้องต้อนรับก็ได้ด้วยซ้ำ...มาโมรุ"

     พรายน้ำจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่ละสายตา บุรุษปริศนาผู้มีควันดำลอยอยู่รอบตัวได้
แต่ยืนมองเฉยๆ ก่อนจะค่อยถอดหมวกสานปีกกว้างเพื่อให้คุยกับพรายน้ำตรงหน้าตนได้ถนัดตา ปรากฎดวงตาสีดำอมม่วงที่ไร้ซึ่งความรู้สึก เรือนผมเฉดสีเดียวกันปล่อยละเข้ารูป
กับใบหน้าบุรุษปริศนามาดนักพรตสวมอาภรณ์กิโมโนสีดำ พรายน้ำอาภรณ์ฟ้าขาวจ้องอีก
ฝ่ายอย่างหวาดระแวง

     "แล้วคราวนี้อยู่ฝั่งเทพหรือปีศาจกันละ หุ่นเงา"
     "กระผมจะอยู่ฝั่งไหนมันก็ไม่มีผลต่อทั้งสองฝั่งหรอกนะ"
     "...ข้าหวังว่าเจ้าเพียงแค่เดินทางผ่านมานะ"

     ดวงตาสีชมพูแดงของพรายน้ำเรืองแสงอ่อนๆ  ธาราในบึงปั่นป่วนไปตามอารมณ์
ของพรายน้ำที่ลอยตัวอยู่เหนือสระ  บรรยากาศที่ออกมาจากตัวเต็มไปด้วงแรงอาฆาต ทั้ง
ความโกรธแค้น ชิงชัง อารมณ์ด้านลบทั้งหลายร่วมผสมปนไปมา เพียงแต่ชายหนุ่มผู้เป็น
ภูตหุ่นเงากลับกระตุกยิ้มแฝงความเจ้าเล่ห์  ค่อยๆก้าวเท้าเข้าไปหาอย่างช้าๆ

     "ท่าทีที่เหมือนกับแมวขู่แบบนั้นมันอะไรกันครับ?"
     "...ทั้งๆที่กลัวตัวสั่นขนาดนั้นแท้ๆ?"







..................................................................................







ในที่สุดก็ถึงสักที...ผมโซระเอง  สถานะตอนนี้คือตะคริวกินครับ แมวสองหางก็ตะคริว
เป็นแบบมนุษย์ได้สินะ  เหมือนเข้าใจความรู้สึกและความลำบากของมนุษย์ขึ้นมาหน่อยนึงแล้วสิ ตะคริวกินนี่ไม่ใช่เรื่องตลกจริงๆ 

     "ภูตอย่างพวกเราเป็นตะคริวได้ด้วยหรอ"
     "อ้าว พวกเราไม่มีทางเป็นตะคริวหรือครับ"
     "เพราะยังเด็กก็คงเป็นง่ายน่ะ ช่างมันเถอะ"

ถึงจะลงจากสถานีแล้วก็ตาม แต่ผมก็ยังเดินตามฮารุซังไปเพราะเหมือนว่าเราจะมีจุด
หมายเป็นสถานที่เดียวกัน  เดี๋ยวความไม่ชำนาญเส้นทางและประหยัดเวลา ผมจึงให้ฮารุเป็นคนเดินนำผมไป อีกอย่างเดินตามฮารุซังไปก็ไม่เสียหายเพราะได้กินข้าวฟรีด้วยครับ ขนมที่ไม่เคยได้ทาน ฮารุซังก็ซื้อให้ผมกินด้วย! ฮารุซังเป็นภูตที่ใจดีจังเลยน้า

     "ฮารุซังไปทำอะไรที่ศาลเจ้าหรอครับ? แล้วทำไมถึงมาอยู่รวมกับมนุษย์ได้"
     "ยาวหน่อยนะ สั้นๆก็คือฉันเป็นผู้อารักขาของเทพเจ้าน่ะ"
     "เทพเจ้าจำเป็นต้องมีคนดูแลด้วยหรอครับ"
     "ไม่เสมอไป ถ้าเทพที่มีหน้าที่ใหญ่ๆและเป็นที่เคารพบูชาของมนุษย์ก็ต้องมีคน
ที่เปรียบบเหมือนกับเลขามาช่วยจัดการ  แต่กรณีเทพเจ้าที่ฉันดูแลเป็นเทพเจ้าที่มีพลัง
ที่สามารถทำลายสมดุลของโลกใบนี้ได้ เพื่อการนั้นจึงต้องมีผู้อารักขาเพื่อคอยควบคุมพลังของเทพเจ้าน่ะ"
     "เรื่องแบบนี้เพิ่งเคยได้ยินครั้งแรกเลย..."

นึกไม่ถึงเลยว่าเทพเจ้าเองก็ลำบากเหมือน  ไม่รู้ว่าตอนนั้นผมทำสีหน้าออกมายังไง
ฮารุซังหลุดขำออกมาอีกครั้ง  ก่อนจะวางมือลงบนหัวผมพร้อมขยี้เล่นอย่างเอ็นดู ถึงในใจผมอยากปฏิเสธก็เถอะ  แต่ไม่รู้เพราะสัญชตญาณแบบแมวรึเปล่านะ ผมถึงชอบให้คนอื่นมาลูบหัวแบบนี้

     "รีบไปกันเถอะ ก่อนที่ร้านประจำของฉันจะปิดก่อน"
     "ครับ!"

 ******************************************************

จบไปแล้วอีกตอนแบบกาวๆ เย้~~ 
จะยังไงก็ตามพยายามบอกกับตัวเองเสมอว่าต้องจบให้ได้ละนะเรื่องนี้
คาดว่าตอนต่อไปน่าจะมาหลังวันสอบเข้าม.4ของเรา ว่าง่ายๆคืออีกนานเลย 555
ก็ขอฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ`~`
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น