นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

เวตาลเรื่องที่ ๒๖ : จะนั่งอย่างไร

โดย Hornline

เมื่อนิทานของเวตาลไม่ได้จบใน25ตอน แล้วตอนต่อไปเล่า จะเป็นเรื่องราวนิทานแบบไหนกันหนอ

ยอดวิวรวม

39

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


39

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  19 ก.ย. 62 / 20:39 น.
นิยาย ǵͧ : йҧ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
นิทานเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งในวิชาภาษาไทยพื้นฐานของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยนครปฐม (พระตำหนักสวนกุหลาบมัธยม)
สมาชิกกลุ่มที่ 6 ห้อง ม.4/9
นายภควัต เลขที่5
น.ส จารุวรรณ ปิ่นประชา 10
น.ส ณัฐจิตต์. ชมภูสวัสดิ์ 13
น.ส. ปารีณา บุญเกื้อ 18
น.ส ปิยาพัชร วงค์พิพันธ์. 19
น.ส. อมิตา  ทองสว่าง 36


   ข้าพเจ้าเป็นตัวแทนกลุ่มนำผลงานชิ้นนี้ลงบนเว็บนิยาย เพราะข้าพเจ้าเห็นว่าผู้คนในยุคปัจจุบันเข้าถึงข้อมูลเรื่องราวต่างๆได้ง่ายขึ้นด้วยอินเทอร์เน็ต ข้าพเจ้าเห็นว่าเว็บนิยายdek d เป็นเว็บนิยายที่มีมานานและผู้คนส่วนใหญ่ที่อ่านนิยายออนไลน์ย่อมรู้จักเว็บไซต์นี้ดี และข้าพเจ้าเห็นว่าสามารถเข้าถึงผลงานชิ้นนี้ได้ง่ายไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆในการลงนิยายรวมทั้งผู้ที่เข้ามาอ่านนิยายก็ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายเหมือนบางแอปพลิเคชั่นอ่านนิยายออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 19 ก.ย. 62 / 20:39


เวตาลเรื่องที่ ๒๖

     เมื่อพระวิกรมาทิตย์ได้เผลอตอบคำถามของเวลตาลไปเป็นครั้งที่ ๒๕ แล้ว เวตาลจึงบินกลับไปอยู่ที่ต้นอโศกดังเดิม แต่พระวิกรมาทิตย์ผู้มีความมุ่งมั่นและอดทน ก็หาได้มีความย่อท่อไม่ พระองค์เดินวกกลับไปยังต้นอโศกต้นเดินที่เวตาลอาศัยแล้วแบกศพที่เวตาลสิงอยู่เดินทางไปหาฤาษี ระหว่างทางบรรยากาศป่าโดยรอบยามค่ำคืนนั้นช่างเงียบและวังเวง ได้ยินเสียงแว่วสัตว์ป่าเป็นระยะ ด้วยบรรยากาศเช่นนี้เอง เวตาลจึงได้เปิดปากกล่าวขึ้น

 

    “ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวนานท่านกษัตริย์ ข้าจะขอเล่านิทานสนุกๆถวายพระองค์ เพื่อคลายความเงียบเหงานี้เอง”

 

     เวตาลพูดเป็นเชิงยั่วยุให้พระวิกรมาทิตย์ผู้แบกตนมาถึงยี่สิบหกครั้ง ได้ตอบคำถามของเรื่องเล่าตนอีกสักเรื่อง หากพระวิกรมาทิตย์ตอบได้ เวตาลก็จะบินกลับไปยังต้นอโศกอีกครั้ง หวังให้พระวิกรมาทิตย์ยอมแพ้เสียที

.

.

.

.

.

 

     ในเมืองที่มีความเจริญแห่งหนึ่งมีพระราชาปกครอง พระองค์มีพระราชธิดาอยู่หนึ่งองค์ พระราชธิดาของพระองค์นั้นมีใจใฝ่เรียนรู้ในการศึกษา  วันหนึ่ง พระธิดาได้ขอกราบทูลบิดาตนขอออกเดินทางไปศึกษาวิชาความรู้ที่ต่างเมืองเพื่อนำความรู้ที่ได้เรียนมาปกครองบ้านเมือง พระราชาเห็นดังนั้น จึงอนุญาตให้พระราชธิดาเดินทางไปต่างเมืองเพื่อศึกษาเล่าเรียนวิชาการจนแตกฉาน ก่อนที่พระราชธิดาจะออกเดินจากวังหลวงเพื่อไปต่างแคว้น พระธิดากล่าวกับบิดาว่า

 

     “การเดินทางครั้งนี้ ลูกจะไปด้วยตนเอง จนถึงวันที่ลูกศึกษาศาตร์ความรู้ได้แจ่มแจ้งแล้ว ลูกจะส่งจดหมายมาหา ขอให้ท่านพ่อมารับลูกกลับไป”

 

     พระราชาผู้เป็นพ่อแม้จะเป็นห่วงลูกสาวตนเพียงใดแต่ก็เข้าใจถึงนิสัยพระราชธิดาตนดี อีกทั้งพระธิดาก็พอได้ร่ำเรียนวิชาการต่อสู้ไว้ป้องกันตัวบ้าง อีกทั้งยังเป็นผู้ที่มีไหวพริบเอาตัวรอดได้ดี พระราชาจึงรับปากแล้วอวยพรให้พระธิดาก็จะออกเดินทาง

.

.

.

.

 

     ครั้นเมื่อถึงวันที่พระราชธิดาผู้เป็นที่รักได้ส่งจดหมายมาถึงพระราชา  พระองค์ดีพระทัยเป็นอย่างมาก สั่งให้ขุนนางที่ปรึกษาดูแลบ้านเมืองแทนตนสักระยะ การเดินทางไปรับพระธิดาครั้งนี้พระองค์จะไปรับแต่เพียงผู้เดียว พระองค์ขี่ม้าคู่ใจไปรับพระธิดากลับมา พระธิดาที่เห็นพระราชาทันใดก็รีบสาวเท้าก้าวไปหาพนมมือไหว้ตามธรรมเนียมพร้อมกล่าวว่าตนนั้นได้สำเร็จศาสตร์ความรู้แล้ว พระราชาเรียกให้พระธิดาขึ้นมานั่งบนหลังม้าก่อนควบม้าเดินทางกลับไปยังเมืองตน

 

     ผ่านมายังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง สายตาชาวบ้านพากันจ้องไปยังเจ้าม้าตัวเตี้ยแต่กลับต้องแบกคนถึงสองคนแล้วเริ่มพากันซุบซิบนินทา ดูสิ! สงสารเจ้าม้าตัวนั้นเสียเหลือเกิน ไปทำบาปกันอันใดไว้หนอถึงโชคร้ายเช่นนี้ สองพ่อลูกนี่ก็แปลกเสียจริง ใจดำเสียเหลือเกินปล่อยให้ม้าตัวเล็กๆเช่นนั้นแบกคนถึงสองคน พระราชาได้ยินดังนั้นก็เกิดเศร้าเสียใจ พระธิดาเสียสละอาสาตนจะเป็นคนลงจากหลังม้าเอง

 

     ผ่านไปยังหมู่บ้านแห่งที่สองสายตาชาวบ้านพากันจ้องไปยังพระราชาที่นั่งอยู่บนหลังม้าแล้วหันไปมองพระธิดาที่เดินด้วยเท่าตามอยู่ข้างๆ เสียงซุบซิบนินทาจึงเกิดขึ้นอีกครา ดูสิ เห็นไหม คนแก่ที่นั่งอยู่บนหลังม้าช่างใจดำอำมหิตเหลือเกิน ปล่อยให้ลูกสาวตน ส่วนตนก็นั่งสบายอยู่บาหลังม้า พระราชาที่ได้ยินดังนั้นก็เกิดความละอายแก่ใจ เรียกพระธิดาขึ้นมาบนนั่งหลังม้าแล้วตนเดินแทนแต่ก็มิวายโดนชาวบ้านนินทาพระธิดาที่ให้พ่อแท้ๆเดินดินว่าลูกอกตัญญู เมื่อทั้งคู่ได้ยิงดังนั้นจึงไม่ยอมขึ้นขี่ม้าทั้งคู่ ชาวบ้านกลับด่าสองพ่อลูกว่าโง่

.

.

.

.

.

.

.

     “ก็จบไปกับนิทานอีกสักเรื่องที่ข้าเล่า พระวิกรมาทิตย์ผู้มากด้วยปัญญาช่วยตอบคำถามข้าทีเถิด สองพ่อลูกนี้ควรจะทำเช่นไรเพื่อไม่ให้ถูกนินทา”

 

    เวตาลกล่าวจบก็เผยรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์เมื่อเห็นสีหน้านึกตึกตรองหาคำตอบให้แก่คำถามของตน พระวิกรมาทิตย์นึกคิดไม่นานก็ได้คำตอบ จึงกล่าวแก่เวตาลว่า ...

 

     “คำถามนี้ช่างง่ายนัก จริงๆแล้วทั้งคู่จะทำแบบไหน จะใครสักคนขึ้นนั่งหรือจะนั่งทั้งคู่ก็ต่างเป็นสิทธิของพวกเขาสองคน ถ้าทั้งสองมีความคิดเช่นนี้ก็มิมีความจำเป็นต้องลงมาเดินทั้งคู่”

 

     พระวิกรมาทิตย์พูดขาดสติลืมคำพูดของเวตาลที่เคยกล่าวไว้ ว่า หากพระวิกรมาทิตย์ฟังนิทาลเวตาลแล้วไม่ปริปากพูดอันใด เวตาลจะยอมให้พระวิกรมาทิตย์แบกกลับเมืองโดยดี แต่หากพระวิกรมาทิตย์เอ่ยตอบขึ้นมา เวตาลจะบินกลับไปที่ต้นอโศกดังเดิม เพื่อพระวิกรมาทิตย์ตอบคำถามของนิทานเวตาลได้เช่นนี้แล้ว เวตาลบินกลับไปต้นอโศกดังเดิม...

    

 

ผลงานอื่นๆ ของ Hornline

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น