คัดลอกลิงก์เเล้ว

[ONE DIRECTION] Little black dress [HARRY]

เรื่องนี้เขียนไว้นานสักพักแล้ว ก่อนไปดูคอนเสิร์ต แต่พบว่าอิหยอยน่ารักมวากกก รู้สึกผิดที่เขียนแบบนี้ ต้องขอโทษเมนอิแฮด้วย แต่เรื่องนี้หยอยก็อร่อย(?)อยู่นะ

ยอดวิวรวม

301

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


301

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


6
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  25 มี.ค. 58 / 21:20 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 25 มี.ค. 58 / 21:20

บันทึกเป็น Favorite


Little Black Dress

 

คุณเคยเห็นอะไรแบบนั้นไหม?

แบบที่เห็นแล้วต้องตะลึงในความงาม เหมือนที่ชอบเขียนอยู่ในนิยายของสาวๆในยุคนี้หน่ะ แบบที่สวยจะลืมหายใจ...เฮ้! ผมรู้ว่ามันฟังดูเลี่ยนชะมัด แต่แม่สาวในชุดเดรสตัวจิ๋วสีดำพึ่งเดินเข้ามาในห้องคนนั้น ผมขอให้เธอเป็นข้อยกเว้นละกัน เพราะเธอทำให้ทุกๆคนต้องหันไป...ใช่ ทุกคน

แต่ผมก็ยอมรับนะ ผมก็เป็นหนึ่งในหนุ่มๆทั้งหลายที่หยุดมองเธอไม่ได้เหมือนกัน

ดวงหน้าสวยหวานนั่นติดตรึงสายตามาก คงเพราะมีนัยน์ตาสีฟ้างามย้อยที่ดึงดูด ทั้งๆที่เป็นสีเย็นตาแต่กลับเหมือนมีไฟลุกโชนอยู่ในนั้น ฮะๆ นั่นไม่ใช่เหตุผลหลักที่ผมมองเธอหรอก คงเพราะ...หุ่นเธอเจ๋งสุดๆต่างหาก ไม่ใช่แบบหุ่นดินระเบิดหรอก แต่เป็นแบบ...อืมมม อธิบายออกจะยากไปเสียหน่อย พูดง่ายๆ ก็คือแบบที่คุณอยากจะกกกอดเอาไว้ทั้งคืน 

ทั้งผมสีดำที่หยักเป็นลอนชวนให้หลงใหลนั่น ทั้งขาขาวๆ ที่โผล่พ้นชายกระโปรงนั่นมันไม่มีที่ติ ผิวสีขาวสะอาดราวกับท้าทายแฟชั่นอาบแดด กับใบหน้าที่แสนสวยและหวานละมุน จะให้พูดออกมาตรงๆล่ะก็ความงดงามที่เป็นเอกลักษณ์ เหมือนมีบรรยากาศที่พิเศษอบอวลอยู่รอบตัว ขนาดคนที่ไม่รู้จักอะไรด้วยแค่ดูแวบเดียวยังรู้ว่าใส่ชุดเดรสราคาแพงสั่งตัดพิเศษอย่างปราณีตโดยเฉพาะ

ก็เพราะเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลบ้าบอนั่นทำให้ผมหยุดมองเธอไม่ได้เลย ใช่เธอสวย...สวยมาก แต่เธอก็มาพร้อมกับอันตรายเช่นกัน ร่างกายเล็กบางนั่นแผ่รังสีอันตรายออกมาจะแจ่มแจ้ง เหมือนสลักเสลาจากน้ำแข็งแหลมคม

ไม่เป็นไร...ดีแล้ว

ดีแล้วนะ รู้ไหม? ถ้ามีคนที่น่าสะดุดตาอยู่ขนาดนี้อยู่ในงาน อะไรๆ ก็ดูเหมือนจะไม่น่าเบื่อเท่าไหร่ เพราะนั่นยิ่งกระตุ้นให้ผมอยากจับเธอมาหลอมละลายจนขาดใจตายบนอกผมเหลือเกิน แต่ถึงอย่างนั้น...สายตาของเธอคนนี้ไม่ธรรมดา ในชั่วเวลาที่ได้สบกับดวงตานั้นก็เหมือนมีไฟฟ้าไหลผ่านไปทั่วทั้งร่าง จะให้พูดยังไงดีแต่อย่างน้อยก็ไม่ใช่แบบพวกคนเดินดินทั่วไปแน่ๆ แค่นัยน์ตาสีฟ้าใสนั่นจ้องมองมาก็รู้แล้ว เพียงส่งสายตามาก็สามารถควบคุมให้ทำตามคำสั่งได้ เป็นแววตาที่หาไม่ได้ง่ายๆ

‘โว้ว…เธอช่างมีแรงดึงดูดสูงสุดๆไปเลย’

ยิ่งเธอดูอันตรายมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ผมอยากจะเข้าไปหยอกเย้ากับเธอ อืมมม…มันก็คงจะเหมือนเวลาที่เราเป็นเด็กยิ่งโดนห้ามว่าห้ามเล่นไฟแช็ค ห้ามปากระดาษในห้องเรียน ห้ามกินนูเทลล่าบนเตียง เราก็ยิ่งอยากจะทำ ยิ่งทำก็ยิ่งรู้สึกถึงชัยชนะในกระแสความรู้สึก

ผมว่าตอนนี้ถึงผมจะโตแล้ว ความรู้สึกนั้นก็ไม่ได้หายไปไหน...เพียงแต่ความสนใจมันได้เปลี่ยนทิศทางของมันไป และลดลงเหลืออยู่ไม่กี่อย่างที่อยากจะทำ ซึ่งมันก็น่าสนุกไม่น้อยเลยทีเดียว สองขาที่ถูกห่อหุ้มด้วยสกินนี่ยีนส์สีเข้มก้าวออกไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ จุดหมายปลายทางของมันก็คือสิ่งที่น่าดึงดูดใจในงาน...เธอนั่นเอง

“แม่สาวชุดดำ เธอมาคนเดียวหรอ?”

เธอยิ้ม ผมรู้สึกว่าเดินเกมพลาดไปครั้งใหญ่ พื้นใต้เท้าของผมจู่ๆ ก็โคลงเคลงและยวบยาบอย่างกับยืนบนเยลลี่ เพราะนั่นเป็นการโปรยเสน่ห์อย่างร้ายกาจของหญิงสาวร่างบาง หัวใจของผมแทบจะหยุดเต้นเมื่อได้ยินเสียงของเธอ

“ถ้ามากับคนอื่น คุณจะมาทักฉันหรือเปล่า?” เสียงหวานใสที่แสนไพเราะจากริมฝีปากที่น่าหลงใหลได้เอ่ยตอบ

“ก็ไม่แน่...ถ้าคุณมากับกอริลล่าตัวยักษ์ ผมก็คงต้องขอคิดดูก่อน”

หญิงสาวหัวเราะ ท่าทางของเธอดูมีจริตอย่างที่ควรจะเป็น...เยี่ยม ริมฝีปากของเธอที่ยังค้างอยู่ในองศาการยิ้มที่งดงาม ผมพยายามจะไม่คิดว่าน่าจูบชะมัด และพยายามสนใจในเสียงของเธอ มันใสกังวานเหมือนระฆังแก้ว

“ถ้ามากับเพื่อนที่มีเอกลักษณ์ขนาดนั้น ฉันก็คงตอบว่ามาคนเดียวค่ะ”

ดีแล้ว…ดีแล้วนะ ผมไม่ดีใจซักนิดหรอกที่ได้ยินเธอพูดแบบนั้น เลือดในกายรุ่มร้อนไปหมดคงเพราะแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดที่เริ่มทำพิษ ไม่ใช่หรอก...ไม่ใช่เพราะเธอแม้แต่น้อย

“เยี่ยม…แสดงว่า คุณยังคงต้องการคนนั่งคุย”

“จริงๆ นั่งคนเดียวก็ไม่เลวร้ายนะคะ ว่าไง?”

“แต่ถ้ามีคนนั่งคุยเดียวซักคน เครื่องดื่มในมือก็อาจจะมีรสชาติมากขึ้นนะครับ”

“คุณจะแนะนำใครให้ฉันหรอคะ? ไม่เอาหนุ่มๆ ตรงนั้นนะคะ” เธอพยักเพยิดไปมุมหนึ่งของห้อง หญิงสาวยักไหล่เล็กน้อย “พวกเขาดูยุ่งๆ กับสาวอีกโต๊ะอยู่”

“ว้า…ผมก็ว่างั้น ก็เลยจะแนะนำผู้ชายที่ผมหยิก สูงห้าฟุตและอีกไม่รู้กี่นิ้ว และยังโสดซักหน่อย หวังว่าคุณคงจะชอบ”

“ว้าว ฟังดูน่าสนใจนะคะ” 

“และเขาก็อยู่ตรงหน้าคุณแล้วครับ” 

“แหม…รวดเร็วทันใจจริงๆ”

ผมและเธอหัวเราะพร้อมกัน

“ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองหรือเปล่า? แต่ผู้หญิงกลุ่มนั้นเค้ามองคุณอยู่นานแล้วนะ”

ท่าทางจะเป็นเรื่องยุ่งยากนิดหน่อยเสียแล้ว ปกติเวลามาในสถานที่แห่งนี้ ผมไม่ค่อยอยากพูดหรอกนะ แต่ท่าทางสงสัยเชิงหยอกเย้าของเธอมันเซ็กซี่ชะมัด 

“จริงๆแล้วผมค่อนข้าง อ่า…เป็นที่รู้จักในวงกว้างหน่ะ”

“หืม? คุณเป็นใครกันแน่”

“เป็นใคร? ไม่ค่อยสำคัญหรอกครับ คุณผู้หญิง แต่ถ้าอยากเรียกอย่างอื่นนอกจากคำว่าคุณ ก็เปลี่ยนเป็นมิสเตอร์สไตล์ก็ได้นะครับ”

“ฉายาหรอคะ? คุณคงเป็นดีเจงั้นสิ?”

“ไม่ใช่หรอก....” ผมเม้มปากพยายามไม่จินตนาการถึงปฏิกิริยาน่าเบื่อเหล่านั้น หวังว่าเธอจะไม่เหมือน ไม่เหมือนสาวๆเหล่านั้น ไม่เอาหน่า ผมคาดหวังกับคุณนะ “ผมเป็นหนึ่งในสมาชิกบอยแบนด์”

“อ้อ…ดีใจจัง ฉันคงเอาไปอวดเพื่อนได้แล้วสิ?” เหมือนเทพีแห่งโชคจะเข้าข้างผม เธอดูไม่รู้จักผมจริงๆ เพราะถ้าเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมมากเกินไปเสียหน่อย

“อวดเลยหรอ?”

“จริงๆแล้ว” หญิงสาวมีสีหน้าที่เครียดขึ้งขึ้นเล็กน้อย “ฉันเองก็มีเรื่องที่กำลังจะบอกอยู่พอดี”

ผมแอบตื่นเต้นไม่น้อย...ความลับของเธอคืออะไรกันนะ ไม่ว่าจะเรื่องไหนก็น่าสนใจทั้งนั้น เพราะความลับเกี่ยวกับเธอมันมากเกินไป มากจนผมอยากจะรู้ไปซะทุกเรื่อง

“ว่าความจริงแล้ว...ฉันหน่ะ” 

“เวลาร้องเพลงในห้องน้ำก็กลายเป็นนักร้องโอเปร่าเหมือนกัน” หญิงสาวตอบเสียงใส มือเรียวบางยกขึ้นทัดหู เธอยักคิ้วหลิ่วตาให้ผม

“พนันได้เลยว่าที่นั่งบนบ๊อกซ์คงเป็นของแชมพู”

“ลอรีอัลค่ะ เฮอร์เบิ้ลเอสเซนต์ก็เบียดมาติดๆ”

“ขอบเวทีของผมก็เป็นไนกี้เหมือนกัน ไนกี้แอร์นะครับ”

เราทั้งสองต่างยิ้มให้กันอีกครั้ง เป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ แต่ก็ยังคงให้ความรู้สึกที่ดี ผมรู้ว่ามันแย่...แต่ผมชอบที่เธอไม่รู้ว่าเป็นคนดัง และชอบมากที่เธอดูไม่ค่อยสนใจด้วย

“มันดึกแล้วนะ แม่สาวชุดดำตัวน้อย”

“ดึกแล้ว?”

“ดึกเกินกว่าจะกลับบ้านคนเดียว”

“ไม่เป็นไรหรอก เพราะเพื่อนกอริลล่าคงพาฉันกลับได้” เธอกล่าวยิ้มๆ ยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบ  บุคลิกฉลาดเฉลียวของเธอยิ่งเพิ่มความน่าสนใจในตัวของเธอ 

“ดีแล้ว อย่ากลับคนเดียวเลย”

ดีแล้วนะรู้มั้ย เพราะมันดีสำหรับผม

“แม่สาวในชุดเดรสตัวจิ๋วสีดำ” ผมเรียกเธออีกครั้ง ดูเหมือนเธอเองก็ชอบใจที่ผมเรียกเธอเช่นนั้น เพราะเรียวปากนั่นยกมุมขึ้นสูง “วันนี้เธอแต่งแต้มใบหน้าด้วยเครื่องสำอาง เธอหยิบชุดประโปรงตัวสวย เธอเดินเข้ามาที่นี่ด้วยรองเท้าราคาแพง เธอทำเพื่อใครหรอ?”

“เพื่ออะไรสักอย่าง....” หญิงสาวนิ่วหน้าเล็กน้อย ใบหน้าปรากฏร่องรอยการใช้ความคิด ใช่…มันเซ็กซี่ชะมัด “ที่ไม่ใช่เหตุผลโรแมนติกเอาซะเลย”

“คุณไม่ชอบเรื่องโรแมนติก”

เธอส่ายหน้าเล็กน้อย “จริงๆ ฉันชอบอะไรที่ดูร้ายๆ ซักหน่อย แปลกไหมคะ?”

“ไม่เลย...เพราะอะไรที่ดูเสี่ยงหน่อยก็ดูน่าตื่นเต้นดี” ผมตอบทำท่าคล้ายจะเห็นด้วยกับหญิงสาวแปลกหน้า พยายามจับจ้องเธอด้วยดวงตาสีมรกต ผมรู้ว่าท่าทางเหล่านั้นมันดูมีสเน่ห์ และตอนนี้ผมก็ต้องการสเน่ห์เอามากๆเสียด้วย

“เหมือนผมเลย”

“อะไรที่ดูเสี่ยงๆ หรอคะ?”

“ถ้าคุณคิดอย่างนั้น ผมก็จะรับมันอย่างหน้าชื่นตาบาน”

หญิงสาวหัวเราะคิก “คุณก็ตลกใช่เล่นนะ”

มันไม่ดีเลย ผมทนไม่ไหวแล้วนะ แม่สาวชุดดำ ภาพในหัวผุดพรายยิ่งกว่าฟองอากาศ สิ่งที่เกิดขึ้นในหัวระหว่างเธอและผม...ถ้าคิดว่าเป็นอะไรบางอย่างที่น่ารักและโรแมนติกนั่นหน่ะเป็นสิ่งสุดท้ายที่อยู่ในสมองผมเลยหล่ะ เป็นไปไม่ได้สำหรับผมหรอกนะ อยากรู้หรอ? ต้องขอโทษด้วย ผมบอกไม่ได้เพราะมันไม่ดีเลย....ไม่ดีเลยรู้ไหม

ฉันอยากเห็นท่วงท่าของเธอจะเร่าร้อนแค่ไหนนะ...ที่รัก

โอเค ผมมันแย่มาก แต่เฮ้!  ผมก็เป็นผู้ชายนะ...ผู้ชายที่กำลังแตกเนื้อหนุ่ม กำลังมีเรี่ยวแรงพอควร ผมก็มีแรงผลักดันทางเพศเหมือนกันนะ

“แม่สาวชุดดำ เพลงโปรดของเธอคือเพลงอะไร?”

“เพลงโปรดงั้นหรอคะ?” เธอทวนคำ “ก็คงแล้วแต่อารมณ์ค่ะ แต่ตอนนี้มีสิ่งอื่นที่ฉันโปรดปรานมากกว่าฟังเพลงนะคะ”

“มันคืออะไรครับ”

“โอ…ฉันว่านั่นคือสิ่งที่คุณต้องค้นหาแล้วค่ะ” เธอหลิ่วตา ดวงตาสีฟ้าแผดเผาอย่างน่าประหลาด “แต่ก็ไม่ใกล้ไม่ไกลจากนี้มากหรอกค่ะ”

แม่สาวในชุดเดรสตัวจิ๋วสีดำแตะริมฝีปากของเธอไล่นิ้วไปตามเรียวปากนั่น ท่าทางพิษสงของเธอคงเป็นสิ่งที่ประมาทไม่ได้เลยสินะ นั่นก็เป็นสเน่ห์ที่น่าสนใจดีเหมือนกัน

“หืม?…เดาว่าคงเป็นอะไรที่ดูร้อนแรง และร้ายกาจสินะครับ”

“อาจจะใช่....และอาจจะไม่”

ผมหัวเราะ

“ให้ตาย! คุณน่าจะถูกจัดเป็นสิ่งอันตรายอันดับที่สอง รองจากแอลกอฮอล์ในค่ำคืนนี้เลย”

“คุณก็เป็นสิ่งหนึ่งที่อันตรายค่ะ มิสเตอร์สไตล์”

“เฮ้! ผมไม่ทำร้ายคุณหรอกนะ”

“ฉันรู้ค่ะ” เธอเหวี่ยงแก้วค็อกเทลในมือเบาๆ มือเรียวบางเท้าคาง “ฟังดูน่าเบื่อนิดหน่อย”

“แต่ก็ไม่เลวร้ายนะคะ” หญิงสาวยิ้มให้ผมอีกครั้ง ผมเผลอหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง

“อ๊ะ เครื่องดื่มคุณพร่องลงไปแล้วนะมิส” ไม่รอให้เธอตอบคำใด ผมขยับตัวสั่งเครื่องดื่มใหม่จากบาร์เทนเดอร์ “ผมขอมาร์ตินี่ออทอดอกซ์สไตล์สองที่ครับ”

“ปกติคุณสั่งเครื่องดื่มให้ผู้หญิงทุกคนหรือเปล่าคะ?”

“เฉพาะวัน วันนี้เหมาะดีที่จะดื่มมาร์ตินี่”

“ฮืมม..วันมาร์ตินี่หรอ?” ดวงตาสีฟ้าพร่างพราวตัดกับความมืด “เหมาะกับคุณดีนะ มิสเตอร์บอนส์ หรือจะเรียกว่ามิสเตอร์สไตล์ดี?”

“จะเรียกอะไรผมก็หันหมด โดยเฉพาะสวยๆแบบคุณ”

เธอยิ้มมุมปากเล็กน้อย ผมบอกคุณไปหรือยังว่าลิปสติกสีแดงแบบวินเทจที่เธอแต่งแต้มบนริมฝีปากนั่น มันเข้ากับเธอมาก เป็นหนึ่งในสองสีที่ผมชอบรองลงมาจากสีฟ้าในม่านตาของเธอเลยทีเดียว

“แต่ถ้าให้ดี...สไตล์ก็จะดีกว่า บอนส์มันอเมริกันไปหน่อย”

“โอ้” เธอยิ้มอีกแล้ว “ได้ค่ะ บริติชบอย”

“แก้วสุดท้ายขอเป็นซินเดอริลล่านะคะ” หญิงสาวยกแก้วบางใสทรงสูงขึ้นเขย่าเล็กน้อย ของเหลวสีสดไหลตามแรง “เพราะหลังเที่ยงคืนไปฉันก็คงต้องไป”

“งั้นก่อนจะถึงแก้วสุดท้ายไว้เป็นหน้าที่ของผม”

“ก็ฟังดู...น่าสนใจดีนะคะ”

ยิ่งคุยกับเธอ ก็ยิ่งแน่ใจ ผมชอบที่จะคุยกับเธอ และมองเธอ ในตอนนี้ผมอยากทำอย่างอื่นมากกว่าแล้วสิ 

อยากรู้หรอว่าคืออะไร...เฮ้! ไม่เอาหน่า เดาไม่ยากหรอกเพื่อน!

ไม่นานเกินรอก็ถึงเวลาคลับจะปิด ผู้คนเริ่มทยอยออกรวมทั้งเราทั้งสอง ร่างกายแบบบางของเธออ่อนปวกเปียกราวกับขี้ผึ้งลนไฟด้วยฤทธ์ิของแอลกอฮอล์ …เฮ้ๆ ผมไม่ได้มอมเหล้าเธอนะ เราดื่มกันทั้งคู่ แค่บังเอิญผมคอแข็งกว่าเท่านั้นเอง

“ไม่เป็นไรนะ”

“สบายมากค่ะ” เธอตอบ ดวงหน้าสีน้ำนมยังคงความงดงาม ดวงตาสีฟ้าฉ่ำเยิ้มและสุกสกาวล้อแสงที่มีอยู่ริบหรี่ หญิงสาวลุกขึ้นด้วยท่าทางโซเซเล็กน้อย...ผมเข้าใจ และสิ่งที่ผมคาดไว้ก็เกิดขึ้นร่างบอบบางแต่เย้ายวนไร้เรี่ยวแรงในการเดินออกไปอย่างสิ้นเชิง อ้อมแขนของผอมมันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้มาตลอดชีวิต

ผอมมาก...แต่ก็นุ่มนิ่ม

“ถึงเวลากลับบ้านแล้วนะ ซินเดอริลล่า” เด็กหนุ่มกระซิบข้างหู กระชับร่างบางในอ้อมแขนเข้ามาใกล้อีกนิด สัมผัสแนบชิดที่ทำเอาผมแทบคลั่ง เรือนร่างอันบอบบางของเธอราวกับว่าถ้ากอดจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ซึ่งมันทำให้ผมอยากทำเรื่องไม่ดีกับเธอ...ไม่ดีเลย

“รองเท้าแก้วของเธอหายไปจากเท้าแล้ว”

ดวงตาหรี่ปรือของเธอดูเย้ายวน “รถฟักทองของฉันก็คงหายไปแล้วหล่ะ”

ลมหายใจอันร้อนผ่าวได้เล็ดรอดออกไปทางริมฝีปากอันบอบบาง

“ดีแล้ว” ผมมองเห็นลึกลงไปข้างในดวงตาของเธอ ผมค่อนข้างมั่นใจยิ่งกว่าขับรถมีแสงไฟยามค่ำนำทาง...ว่าเธอก็ต้องการสิ่งเดียวกัน สิ่งเดียวกับที่ผมคิด เราเข้าใจตรงกันโดยไม่ต้องมีคำพูดสื่อสาร เธอหลุบตาลงพร้อมก้มหน้าลงนิดๆ แพขนตาระแก้มใส เพราะปอยผมของเธอร่วงลงจากการทัดหูมาปรกหน้า ผมจึงมีโอกาสหยิบช่อผมนั้นทัดมันกลับไป ทั้งเธอและผมจึงได้ข้ออ้างที่ทำให้เกิดมีช่วงเวลาสบสายตากันอีกครั้ง ผมยกมุมปากขยับยิ้มอย่างที่สาวๆ ชอบกัน เยี่ยม…ผมรู้...ผมรู้ ว่าเธอก็เป็นหนึ่งในนั้น

ผมเงยหน้ามองเข้าไปลึกถึงนัยน์ตาของอีกฝ่ายด้วยแววตาที่ย้ำถึงความต้องการภายใน ก่อนกล่าวเสียงพร่าออกจากลำคอ

“เพราะผมจะพาเธอกลับบ้านเอง”

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Snow flake LOVER จากทั้งหมด 6 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 Hazza
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 10:39
    แงงงงงงงงงง ชอบมาก ทำไมต้องเป็นเรื่องสั้นด้วยย
    #1
    0