คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

337

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


337

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


13
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  25 มี.ค. 58 / 21:21 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 25 มี.ค. 58 / 21:21

บันทึกเป็น Favorite


Act My Age

 

“ในเวลาสามร้อยหกสิบห้าวันของทั้งปี…ผมไม่เข้าใจเอาซะเลย ว่าทำไมเจ้าหวัดโง่เง่าถึงต้องมาเล่นงานผมในวันนี้ด้วย”

“วันไหนที่คุณอยากจะเป็นหวัดกันคะ?”

“จริงๆแล้ว ผมก็ไม่อยากเป็นซักวันหรอก!!”

ในเย็นวันหนึ่งเด็กสาวก็ได้รับบทนางพยาบาลอย่างไม่คาดฝัน และคนป่วยก็ไม่ใช่ใคร...แฟนหนุ่มของเธอเอง ไนออล เจมส์ ฮอแรน

เมื่อวานนั้น อาการครั่นเนื้อครั่นตัวเล็กน้อยจากช่วงเช้าค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความหนาวสั่นและปวดหัวขึ้นเรื่อยๆ…มากขึ้นจนกระทั่งเด็กหนุ่มหลอกตัวเองและแฟนสาวไม่ได้ ไนออลผู้ที่ปกติจะชอบทำตัวร่าเริงเกินกว่าจะวัดได้มาตลอด เขาได้กลายสภาพเป็นหมาน้อยครางหงิงและดูเหงาหงอยอย่างที่สุด...ถึงแม้เขาจะดูโทรมด้วยพิษไข้ แต่ก็ทำให้เธอแอบเตะตัวในใจแรงๆ เพราะกลับคิดว่าเขาน่ารักเสียได้

เด็กสาวจัดแจงจับเขาที่ตัวโตร่วมห้าฟุตเก้านิ้วที่มึนๆ เหนื่อยๆ จากอาการหวัด ให้ล้มตัวลงนอนลงเตียงคิงไซส์สีฟ้าเทอร์คอยซ์ที่ทั้งคู่ลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าดูดีที่สุดในร้าน ไนออลครางในลำคอ

“ที่รักครับ...”

ไม่มีเสียงตอบรับก็จริง แต่เด็กสาวก็หันมามองเจ้าหมาตัวโตที่นอนแผ่หมดสภาพ

“วันนี้อย่าไปไหนนะ...อยู่กับผม”

นี่เป็นความคิดที่แม้แต่ไนออลเองก็รู้ว่าช่างเอาแต่ใจและไม่มีเหตุผลเลย…แต่ในเวลาที่ป่วยจนต้องนอนซมแบบนี้ เด็กหนุ่มก็อดคิดเข้าข้างแบบนิสัยไม่ดีไม่ได้ว่าอยากให้คุณแฟนมาคอยดูแลคอยเอาใจบ้าง อาการนิสัยไม่ดีที่ปกติแฟนสาวของตนคงจะย่นจมูกใส่และไม่มีทางยอม…หากในตอนที่โดนหวัดเล่นงานจนเปื่อยสนิทแบบนี้คงต้องจัดเป็นกรณียกเว้นสักหน่อย...มั้งนะ

เธอปาตุ๊กตายีราฟใส่พลางถอนหายใจแรงๆ 

“ไนล์…พ่อฉันรออยู่นะคะ ท่านคงหัวฟัดหัวเหวี่ยงแน่ๆ ถ้าฉันไม่รีบกลับไป” ไม่รอคำตอบจากคนป่วย เด็กสาวเดินออกจากห้องไป

ไนออลพลิกตัวไปมาบนเตียงอีกสองสามรอบ กวางหน้าตาประหลาดบนเสื้อสเวตเตอร์สีดำพลอยหน้าตาบิดเบี้ยวไปด้วย นาฬิกาบนหน้าจอไอโฟนในมือบอกให้รู้ว่านี่เป็นเวลาสองทุ่มกว่าแล้วจริงๆ ด้วย…ซึ่งถ้าตามปกติ ตอนนี้แฟนสาวของเขาต้องเดินทางเพื่อกลับบ้านแล้วเรียบร้อย 

เด็กหนุ่มเรียวปากเม้มนิดๆ ตอนไตร่ตรองและดวงตาก็จับจ้องกับชื่อในรายชื่อผู้ติดต่อบนหน้าจอโทรศัพท์อย่าง ‘บิดาบังเกิดเกล้าของคุณแฟน’ จะขอร้องยังไง จะเรียบเรียงคำพูดยังไงไม่ให้โดนดุ จะพูดยังไงให้ดูดี เขามัวแต่คิดจนไม่ได้ตั้งตัวกับประตูห้องนอนที่ถูกเปิดออกโดยไร้การเคาะ และเสียงคุ้นหูที่ดังขึ้นอย่างจับผิด ทันทีที่เจ้าตัวเห็นว่าเขาทำอะไรอยู่

“แหน่ะ…หยิบมือถือมาเล่นทำไมคะ? ลุกขึ้นมากินข้าวกินยาเดี๋ยวนี้นะ”

เธอก็เดินกลับมาพร้อมชามข้าวต้มและแก้วน้ำที่นำมาให้เขาทาน เด็กสาวไม่ได้พูดออกไปว่าภาพไนออลที่หันขวับมามองและตกใจจนตาโตแบบนี้มันช่างตลก และน่าเอ็นดูแค่ไหน…ใบหน้าแดงระเรื่อนั้นทำให้เส้นผมของเขาดูสดสว่างยิ่งกว่าเก่า มันชี้โด่ชี้เด่มากกว่าปกติและยุ่งมากเป็นพิเศษ…แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาดูดีน้อยลงเลย ไนออล ฮอแรนยังคงเป็นชายหนุ่มหล่อที่เข้ากันกับเรือนผมสีทองสว่างนั่นเป็นอย่างยิ่ง

“ทำไมคะ? ตกใจอะไร? จะไม่ยอมกินยาใช่ไหม?” 

“ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น…” เด็กหนุ่มทำเสียงจึ้กจั้กเล็กๆ ไนออลก็ต้องขอยอมรับว่า เขาดีใจมาก ดีใจจนน่าหัวเราะที่ได้เห็นหน้าหวานๆ ของเธอ

“ลุกขึ้นมากินข้าวกินยาเดี๋ยวนี้นะคะ” เด็กสาวกล่าวซ้ำ ไนออลทิ้งตัวลงบนเตียงคว้าผ้าห่มคลุมโปง สิ่งที่โผล่พ้นผ้าผืนนุ่มมีเพียงดวงตาสีฟ้าที่ติดจะเยิ้มไปเสียหน่อยแต่ก็ดูแพรวพราวดี เด็กสาวขมวดคิ้วขึงตาใส่ พอเขาส่ายหน้าเธอก็อยากจะตีเขาให้เหมือนเด็กที่โดนแม่ลงโทษ แต่นี่เขาโตแล้วและแถมยังไม่สบายอยู่ เด็กสาวเลยยั้งมือไว้ เธอส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจพร้อมกับคาดโทษทดไว้ในใจ

“โธ่ ทำไมล่ะคะ จะรอให้ฉันไปป้อนหรือไง” เธอประชดแต่ไม่คิดว่าเขาจะพยักหน้ารับ เด็กสาวได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่กับความดื้อรั้นของแฟนหนุ่มที่ทำตัวงอแงมากขึ้นไปอีกขั้น

“ป้อนผมหน่อยนะ” มีเสียงอู้อี้ลอดออกมาจากผ้าห่ม ฟังแล้วเป็นเสียงนิ่มนวลนิดหน่อยและดูเยาวว์วัยที่เธอคุ้นเคยแต่แกล้งทำเสียงอ่อยจนน่าตีซะทีจริงๆ

“ป่วยหน่ะใช่ แต่มือไม่เจ็บไม่ใช่หรอคะ?” เธอแกล้งย้อนเสียงดุ

“นะ? นะ น้า?” นัยน์ตาทั้งสองเป็นสีฟ้าราวกับท้องฟ้ากว้างเว้าวอน เธอรู้สึกพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง แค่เขามองมาแค่นี้หัวใจเธอละลายเหมือนขี้ผึ้งเหลว …ขี้โกงชะมัดผู้ชายคนนี้

“กะ..ก็ได้ แต่แค่ครั้งนี้นะ” 

“เย้!!” ไนออลยันตัวขึ้นมากึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียงอย่างกระตือรือร้น แต่เมื่อคำแรกที่ล่วงเลยเข้าปากไปดูจะไม่ค่อยถูกปาก เขาเคี้ยวช้าๆ 

“ไม่อร่อยเลย ผมอยากกินพิซซ่า”

“ไหนคุณบอกว่าอาหารเอเชียอร่อยมากไง นี่คืออาหารยอดฮิตคนป่วยของบ้านฉันนะ”

“ใช่! ผมบอกว่าอย่างนั้น และก็อยากจะตระเวนชิมอาหารพวกนั้นด้วย”

“…แต่ผมว่ายังไงนันโดก็อร่อยกว่าอันนี้นะ” ไนออลขยับปากขมุมขมิบ

“ไว้คุณหายป่วย ฉันจะทำอย่างอื่นให้กินนะ คุณอยากกินอะไรคะ? ต้มยำกุ้ง? สปาเก็ตตี้? บัคเกิ้ล?”

“อะไรที่คุณทำผมกินได้หมดแหละ” เขาอาศัยเธอเผลอกดจูบที่จมูกเบาๆ เด็กสาวบีบจมูกเขากลับอย่างหมั่นเขี้ยว ไนออลหัวเราะคิกคักตามประสา ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ “ทำไมคุณยังไม่กลับบ้าน?”

เด็กสาวป้อนเขาอีกคำก่อนจะตอบ

“พ่อฉันบอกให้วันนี้ค้างที่นี่ สภาพอากาศไม่ดี” แฟนสาวตอบเรียบเรื่อย เธอกลอกตาพร้อมถอนหายใจเฮ้อแบบไม่ปิดไม่บังราวกับนี่เป็นคำถามที่ไร้หัวคิดชะมัด…ก่อนจะจ้องหน้านิ่ง “หรือคุณอยากให้ฉันกลับ?” คำตอบของแฟนหนุ่มเป็นการส่ายหน้าระรัวจนริมฝีปากล่างสั่นไปมา

“อิ่มแล้วหรอคะ?” ชายหนุ่มพยักหน้าหงึกหงัก เธอยื่นเม็ดยาให้เขาพร้อมแก้วน้ำ ไนออลอ้าปากทำท่าจะเกเรอีกรอบ เด็กสาวเลยชิงขู่สำทับว่า

“ถ้าไม่ยอมกินต้องไปฉีดยานะ” เขาได้แต่พยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้

“ทำไมเขาไม่ทำยาให้น่ากินกว่านี้นะ? อย่างพวกของอร่อยๆ มัฟฟิน มันฝรั่งแผ่น มาร์ชเมลโล” ไนออลทำหน้าแหยพลางกล้ำกลืนกินเข้าไป

“เดี๋ยวผมออกไปนอนโซฟาข้างนอก” เด็กหนุ่มบอกขณะที่เธอกำลังเก็บชามที่เขาเพิ่งกิน

“ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณนอนในนี้แหละ...เดี๋ยวฉันหาที่นอนเอง” เด็กสาวตอบโดยไม่มองหน้าเขามากนัก

“ได้ยังไง ผมเป็นผู้ชาย ผมดูแลตัวเองได้! ผมแข็งแกร่งเหมือนเพนกวิน!” ไนออลเถียงแม้จะลืมตาไม่ค่อยขึ้นเพราะโดนพิษไข้เล่นงานอยู่

“ตัวเองไม่สบายแบบนี้ยังจะดื้ออีก ฉันหาที่นอนของตัวเองได้หน่า” เด็กสาวดุเขาอีกรอบ เธอวางเอาไว้ใกล้ประตูตั้งใจว่าเขาหลับเมื่อไหร่จะเอาไปเก็บ เธอเดินกลับมาที่เตียงอีกครั้ง คราวนี้เธอทิ้งตัวลงนั่งไม่ไกลเขามากนัก

“คุณไม่ต้องออกไปนอนข้างนอกหรอก นอนข้างผมบนเตียงนี้ก็ได้ เอาหมอนข้างกั้นกลางไว้คงไม่ติดหวัดผมหรอกมั้ง” ไนออลยันยืนขณะเล่นผมเธอ มือซุกซนของเขาปะป่ายบนหัวของเธอ ซึ่งมันเป็นการแสดงตัวเป็นเจ้าของอย่างไม่ปิดบัง

“ไม่ได้ค่ะ” เด็กสาวตอบเสียงแข็ง เอื้อมสองมือมาวางหนักๆ ลงบนบ่าแต่ละข้างของไนออล

“ถ้าคุณจามหรือไอ ฉันก็ติดน่ะสิ” 

ใบหน้าอันหล่อเหลาสลด นัยน์ตาสีฟ้าใสหม่นลงจนน่าใจหาย เธอส่ายหัวอย่างอ่อนใจ เดี๋ยวจะให้ป้อนข้าวให้ เดี๋ยวจะให้เธอนอนด้วย พอป่วยไนออลแห่งวงวันไดเรกชั่นก็กลายเป็นเด็กห้าขวบที่เดาใจไม่ถูก ไนออลทำหน้ายู่ พลิกตัวหนีเด็กสาว

“คุณรังเกียจผม” เด็กหนุ่มกล่าวเสียงแผ่วเบา อ่อนระโหย และปะปนไปด้วยความน้อยใจ เขาเลือกที่จะเปลือกตาปิดสนิท เขาเลยไม่ทันได้เห็นสีหน้าติดจะหงุดหงิดของเด็กสาวเพราะอาการโยเยของชายหนุ่มตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นยิ้มบางด้วยความอ่อนใจนิดๆ

“ฉันไม่เคยรังเกียจคุณเลย”

“คุณไม่ห่วงผมด้วย”

“แฟนฉันป่วยนอนซมทั้งคนนะ…ใครจะไม่ห่วงได้ไงหล่ะคะ?” ไนออลขยับตัวกลับมาด้วยสีหน้าเบลอๆ กะพริบตาปริบกับคำตอบตรงไปตรงมาที่คุณแฟนเหมือนจะไม่พูดบ่อยนัก ชายหนุ่มผมทองยังคงดูมึนงงด้วยพิษไข้อยู่ แต่อย่างน้อย…เจ้าตัวก็ดูโล่งใจขึ้นมาบ้างแล้ว

“อีกอย่างถ้าฉันป่วยคุณก็ต้องมาดูแลอีก ให้ฉันดูแลคุณก็พอแล้ว” เด็กสาวไม่เคยคิดเลยว่าพอป่วยแล้วเหมือนนิสัยลึกๆ ของเขาจะโผล่ออกมา นอกจากจะเหมือนเด็กกว่าเดิมด้วยแล้ว ยังแถมงี่เง่ามาอีกข้อด้วย

“อย่าดื้อสิ นะคะ...คุณแฟนของฉัน” เสียงของเธอฟังดูอ่อนลงจนเกือบจะเรียกได้ว่าหวาน แม้จะเบลอด้วยพิษไข้ ชายหนุ่มก็กระตุกปากยิ้มน้อยๆ น้ำหนักอันหม่นหมองหายไปจากดวงตาสีฟ้าใส

“ก็ได้ครับ” 

ในเวลาแบบนี้…ไนออลก็พบว่าตัวเองไม่สามารถต้านทานหรือทำอะไรอื่นได้เลยนอกจากเอนตัวเข้าไปหาจนหน้าผากแนบชิดในซอกบ่าของเธอ เด็กหนุ่มเขยิบเข้าใกล้แอ่งชีพจรแอบสูดดมกลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมกลิ่นโปรดของเธอ โอบเอวเธอเอาไว้หลวมๆ พึมพำประโยคเดียวที่อยู่ในใจตอนนี้

“ขอบคุณนะ…ผมดีใจจัง”

…และนั่นเองที่ทำให้มันอบอุ่นอ่อนโยนกว่าคำหวานอื่นใดทั้งนั้นสำหรับเธอ

เด็กสาวรีบกระแอมกระไอแก้เขิน หยิบตุ๊กตายีราฟของไนออลที่ตนเลือกให้มาถือ…ขยับตัวเพื่อรีบหนีสถานการณ์ใจสั่นนี้แต่อีกฝ่ายก็เร็วกว่า ไนออลกระชับอ้อมกอดขึ้นมาอีกนิด ไอร้อนจากคนป่วยแผ่ออกมาแต่ไม่รู้ทำไมมันไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่เลย

“ผมคิดว่าผมจะขอแต่งงานคุณแบบไม่ให้คุณรู้ตัว ผมจะเซอไพร์สตอนลอยอยู่บนบอลลูนยักษ์ด้วยกัน” ไนออลงึมงำในลำคอ

“อ้าว! แล้วกัน...อย่างนี้ฉันก็รู้แล้วสิ” 

“ไม่เป็นไรๆ ผมจะให้คุณเลือกสีบอลลูนตามใจเลย” เด็กหนุ่มหลับตาตอบ แนบแก้มของเขาลงข้างกระดูกไหปลาร้าของเธอความร้อนแผ่ซ่านออกมา ท่าทางง่วงงุนดูน่ารักจนแทบอยากจะถ่ายเก็บไว้

“เดี๋ยวก่อน...” ไนออลทักด้วยน้ำเสียงจริงจังที่ฟังดูก็รู้ว่าแกล้ง แม้จะป่วยจนร่าเริงไม่เท่าเก่าแต่ดีกรีความแสบไม่ได้ลดลงเลย ดวงตาสีฟ้าดูหยาดเยิ้มด้วยพิษไข้

“ในทวิตเตอร์มีแฟนคลับหลายคนที่พยายามขอผมแต่งงาน อย่างนั้นผมก็ต้องมีภรรยาหลายคนน่ะสิ” คำพูดผิดที่ผิดทางของไนออลเรียกความโกธรขึ้นมาเป็นริ้วบนใบหน้าของเด็กสาว ก่อนจะทำหน้าครึ่งยิ้มครึ่งบึ้งใส่แฟนหนุ่ม เธอตบลงไหล่เขาอย่างฉุนๆ เด็กหนุ่มหัวเราะคิกคัก

“ล้อเล่นหน่า...ยังไงตอนนี้ผมก็มองแค่คุณ” เขาปรือตาลืมขึ้นมองเธอ

“ผมจะพาคุณไปเดทในสถานที่สุดแสนโรแมนติก และก็จะร้องเพลงให้คุณฟัง”

“แล้วยังไงต่อคะ?”

“คุณยังเด็กเกินไปที่จะรู้!” เขาเงยหน้าขึ้นมาขมวดคิ้วใส่ ท่าทางจริงจังของไนออลทำเอาเธอหลุดขำพรืด แล้วเจ้าตัวแสบก็ยืดตัวขึ้นมา…หอมแก้มเธอแรงๆ แบบน่าตีชะมัดเข้าให้หนึ่งที แถมยังรีบกลับไปกอดในท่าเดิมอย่างรวดเร็ว

“แต่ผมจะไม่เดทกับพวกนางแบบโมเดล เพราะพวกเธอเพอร์เฟกต์ และเพอร์เฟกต์มันน่าเบื่อสุดๆ”

“ถ้าเราอยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆก็ดีนะ คุณอยู่กับผมนะ ผมจะร้องเพลงให้คุณฟังทุกเช้าด้วยโอเปร่า ผมจะแบ่งขนมให้คุณกินบ่อยๆ ผมจะแบ่งมันฝรั่งชิ้นสุดท้ายให้คุณทุกถุงที่ผมเป็นคนแกะเลยเอ้า!”

เด็กสาวหัวเราะคิก ที่จริงเธอเองก็พอใจในที่เป็นตอนนี้ อยู่กันไปเรื่อยๆ แบบนี้ก็ได้…เพราะจังหวะของทุกอย่างตอนนี้ก็อ่อนหวานมากพอแล้ว มากเกินที่เธอสมควรจะได้รับด้วยซ้ำ

“เมื่อเราอยู่กันไปเรื่อยๆ จนจำปีไม่ได้ จนถึง…” เขานิ่งเงียบไปคล้ายจะใช้ความคิด “ตอนที่ผมอายุมาก แก่หงั่ก และอ้วนสุดๆ ไปไหนมาไหนก็จะมีแต่เด็กหัวเราะคิกคัก เพราะผมเป็นตัวตลกในสายตาพวกเขา”

“ทำไมหล่ะคะ?” เด็กสาวถามเอื้อมมือไปเกาะมือของเขาออก ไนออลเลยเปลี่ยนเป็นกุมมือเธอไว้แทน ชายหนุ่มกล่าวต่อเสียงอู้อี้

“เพราะในเวลานั้น...ทุกครั้งที่เต้นผมชอบขยับตัวช้าๆ สเตป สเตป หนึ่ง สอง สเตป สเตป กว่าผมจะเต้นจบเพลงแรกคนอื่นก็ขึ้นเพลงที่สาม”

…ความอ่อนโยนถูกสื่ออย่างไร้เสียงด้วยมือที่เกี่ยวกุมไว้และรอยยิ้มกว้างที่แต่งแต้มบนใบหน้า เธอจับจ้องเขาผู้มีดวงตาใสซื่อเป็นประกายบนใบหน้าแดงระเรื่อ เขาเริ่มขมวดคิ้วอย่างงุ่นง่านและกังวล

“ให้ตายสิ...ทำไมผมถึงพูดไม่หยุดเลย” ไนออลยื่นหน้าเข้ามาใกล้อีกนิดอย่างเผลอตัว ถามเสียงเครียด “คุณคิดว่าผมพูดจาเพ้อเจ้อใช่ไหม?”

เธอได้แต่ส่ายหน้า…กระซิบเสียงเบาหวิว ความแตกต่างอันน่าขันนักกับเสียงหัวใจที่เต้นแรงอยู่ในตอนนี้

“ไม่เลยค่ะ พูดต่อสิ...ไนล์” ไม่ใช่ครั้งแรกในชีวิตที่ได้เห็นคุณแฟนเปิดเผยความรู้สึก แต่มันเป็นครั้งที่เธอที่ได้รับรู้เรื่องราวบางอย่างนั้น เธอคนเดียวที่รู้เรื่องเหล่านี้...มันทำให้เธอรู้สึกบางอย่างที่แปลกประหลาดจนไม่สามารถหาคำพูดออกมาได้ แต่เธอแน่ใจว่ามันเป็นความรู้สึกที่ดี

เขาหัวเราะแผ่วทำให้มีความรู้สึกเจิดจ้าอย่างที่เขาทำให้เธอรู้สึก อบอุ่น..และสดใส 

“ผมรู้ว่าคุณจะเข้าใจผมเสมอ ผมรักคุณจัง”

'ขี้โกงชัดๆ...' พูดแบบนั้นออกมาแล้วอย่างเธอจะไปกล้าพูดอะไรออกไปได้!

“พวกเค้าคงถามว่า เฮ้! คุณปู่ คุณอายุเท่าไหร่ ทำไมยังมาเต้นบนฟลอร์ แต่ในเวลานั้นผมจะไม่บอกอายุของผมออกไปหรอก ไม่มีทาง!” เขายักไหล่ก่อนจะกลับมากอดเธออีกครั้ง ซุกใบหน้าลงที่คออีกครั้ง

“เพราะผมจะเป็นคุณปู่ที่เฟี้ยวฟ้าวที่สุด เท่ที่สุด และหล่อที่สุดด้วย!” เขายกมือขึ้นเย้วๆ ตามประสา แต่อีกข้างก็ยังไม่ยอมปล่อยจากเอวของเธอ “ผมจะไม่บอกอายุจริงๆ ของผมหรอก ให้เด็กๆ พวกนั้นต้องมาทายกันเอง แต่ผมพนันได้เลยว่าจะไม่ใครทายถูก”

“เพราะผมจะทำตัวเหมือนเดิมไม่ว่าจะในอีกสิบปี ยี่สิบปีข้างหน้า ผมก็คือผมคนเดิม” เด็กหนุ่มเงยหน้ามายักคิ้วหลิ่วตา มันดูทะเล้นจนน่ารักมากจริงๆ

ไนออลยกมืออีกข้างออกจากเอวของเธอมานับแทน เขายกนิ้วนับตามประโยคที่ตนพูด เด็กสาวลอบมองเสี้ยวหน้านั้นอย่างเพลิดเพลิน

“เป็นผมที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ซื้ออาหารกินเอง เพราะซื้อมาเยอะเกินไป”

“เป็นผมที่กลัวนก และกลัวที่แคบ”

“เป็นผมที่ใช้ตะเกียบไม่ค่อยเก่ง”

“เป็นคนเดิมเด๊ะ?” เธอถามเชิงหยอกเย้าพร้อมกับรอยยิ้มพราวบนดวงหน้า

“ใช่! ผมยังคงรู้สึกเหมือนเดิมเวลาอยู่รอบตัวคุณ” ไนออลเงยหน้ามาสบตา เขาเก๊กหน้าตามสไตล์ที่คิดว่าหล่อที่สุด เธอหลุดหัวเราะอีกครั้ง

“ผมชอบสาวสวยที่สวยธรรมชาติ โดยไม่แต่งหน้า และดวงตาสีน้ำตาล” มือร้อนผะผ่าวแตะลงที่ข้างแก้มเธอเบาๆ กิริยาที่เหมือนแตะต้องตุ๊กตากระเบื้อง มันถนุถนอมเกินไป...ไม่ดีต่อหัวใจเลยจริงๆ นัยน์ตาสีฟ้าจับจ้องที่เธออย่างไม่ปิดปัง หนุ่มสาวสบตากัน ไม่มีใครพูดอะไร คล้ายแอบฟังเสียงหัวใจของอีกฝ่ายว่ามันดังเท่าของตัวเองไหม จังหวะเต้นของหัวใจสอดประสานคล้ายจะส่งเป็นรหัสมอร์สคุยกัน ก่อนไนออลจะพูดขึ้นทำลายความเงียบ

“แต่จริงๆ แล้วผมชอบแบบที่คุณเป็นเนี่ยแหละ ถึงคุณจะไม่ได้เป็นบิลิเบอร์แบบผม แต่คุณก็ชอบกินอะไรเหมือนๆ ผม และก้อ...กินเยอะมาก นั่นแหละที่ทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี”

“เฮ้!” เธอท้วง

คนป่วยขำก้าก…ไนออลก็เขยิบหน้าเข้าไปหาอีกฝ่ายมากขึ้นอีกนิดจนได้กลิ่นหอมของสบู่โชยมาจากร่างกายอันใหญ่โต และความใกล้ชิดที่เธอไม่เคยจะชินกับมันซักทีทำให้ไหล่ของเธอสั่นระริก 

‘กะ...ใกล้เกินไปแล้วนะ!’

ระยะที่อยู่ใกล้ชิดจนเธอแทบจะมองเห็นภาพสะท้อนของตัวเองจากนัยน์ตาสีฟ้าใสคู่นั้น

“กว่าจะถึงตอนนั้น...คุณก็คงลืมไปแล้วว่าคุณรู้สึกยังไง” เธอเถียงอ่อยๆ

“ไม่มีทาง ผมจะยังคงรู้สึกเหมือนเดิมเวลาอยู่รอบตัวคุณ” แก้มยุ้ยๆ นั่นแดงแจ๊ดจากอาการเจ็บป่วย เธอแอบเข้าข้างตัวเองว่ามันมีสาเหตุอื่นแฝงอยู่ด้วย

เธอเลิกคิ้วขึ้นข้างนึง

“ไม่ ผมจะยังคงรู้สึกเหมือนเดิม และคุณก็เหมือนกัน” เขายืนกราน “เราจะอยู่ด้วยกันเหมือนปลาเฟรนช์ แองเจิลฟิช ตราบคุณไม่หายจากผมไป ผมก็จะไม่มองใคร ไม่สิ...ถึงคุณจะจากผมไปแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนั้นผมยังจะอยากมองคนอื่นอยู่หรือเปล่า?”

“คุณรู้อะไรไหม? คนอื่นมักจะคิดว่าเสมอว่าคุณเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลก” คงเพราะความง่วงที่เริ่มคืบคลานกลับมาเพราะไข้ที่ยังไม่หายสนิทดีก็ทำให้ไนออลกะพริบตาถี่ๆ เด็กสาวไม่ได้คิดจะสงสัยอะไร เธอคิดว่าแอบเห็นไนออลสัปหงกไปหลายรอบด้วยซ้ำ

“แต่จริงๆผมว่า ผมต่างหากเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลก ที่ได้รักคุณ”

“จ้าๆ” เด็กสาวดีดปลายจมูกแดงแปร๊ดของเด็กหนุ่มที่คล้ายว่าเขาจะเปลี่ยนสถานภาพจากแฟนหนุ่มเป็นคนป่วยเบาๆ อย่างมันเขี้ยว

“เฮ้! ผมพูดจริงนะ” เด็กหนุ่มประท้วง

“พอถึงตอนนั้นผมอาจจะแทบจะเดินไม่ได้ และเส้นผมบนหัวร่วงออกไปทีละกระจุกๆ”

“ฟังดูเป็นอาการที่ดูย่ำแย่มาก” เด็กสาวแค่นเสียงพยายามจะไม่หลุดขำ แต่ใบหน้าระบายไปด้วยรอยยิ้ม ไนออลเอื้อมมือไปม้วนปลายผมเธอเล่น

“แต่คุณรู้อะไรไหม? เราจะยังคงอยู่อย่างนี้ได้จนถึงเช้าวันต่อไป”

“เราจะโยนเรื่องร้ายๆ ทิ้งไปหลังจากงานปาร์ตี้”

“ปาร์ตี้?”

“ใช่…ผมจะพาคุณเต้นจนลืมแก่ โยนไม้เท้าทิ้ง เหวี่ยงคุณไปรอบๆ ทุกคนในงานไม่มีใครสนุกเท่าเราแล้ว เราจะเป็นคู่เต้นที่เจ๋งที่สุดบนฟลอร์”

เหมือนลมหายใจสะดุดลงเมื่อเขายิ้มออกมาอีกครั้ง เธอพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิงให้กับเด็กน้อยวงบอยแบนด์อังกฤษเสียแล้ว...ถ้าแข่งในเรื่องนี้แล้วเธอไม่เคยจะชนะเขาเลย แต่ก็ใช่ว่าเธอจะไม่ชอบสถานการณ์นี้แต่อย่างใด

“งั้นคืนนี้นายก็นอนพักผ่อนให้มากๆนะ ไม่งั้นพรุ่งนี้จะไม่หายหวัดนะ” 

“ครับผม ขอบคุณอีกครั้งนะ...รักคุณมาก”

สิ้นคำร่างสูงใหญ่ก็ไหลลงที่นอน เขากางแขนอย่างหมดมาดสุดๆ เด็กสาวแทบกลั้นยิ้มแทบไม่อยู่ เธอเดาว่าเขาคงถึงขีดสุดของร่างกายแล้วผล็อยหลับไป เด็กสาวจึงจูบเร็วๆ ก่อนจะกระซิบเสียงเบาข้างหู

“ขอบคุณมากนะ…ฉันก็รักคุณมากนะรู้ไหม”

ท่าทางการคาดเดาของเธอคงจะไม่ถูกต้องเต็มร้อยนัก เพราะถึงจะไม่ได้ลืมตาขึ้นมาดี๊ด๊าและตอบรับแบบปลื้มปริ่มกับคำบอกรักนี้อย่างที่เจ้าตัวจะทำแน่ๆ ถ้ายังตาสว่าง…แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้นิ่งสนิทอยู่ดี คนโดนขโมยจูบพยายามจูบตอบแบบง่วงๆ…ทำให้สามารถแค่แปะป่ายริมฝีปากของตัวเองลงไปผิดทิศทาง กลายเป็นปะบนเปลือกตาของเด็กสาวแทนที่จะเป็นเรียวปากของเธอ

เธอกลั้วหัวเราะในลำคอ พลางห่มผ้าให้เขา จัดท่าทางการนอนให้ไนออลสบายขึ้นอีกนิด ก่อนจะคว้าอุปกรณ์เฝ้าไข้ออกจากห้องไป

แล้วเมื่ออยู่คนเดียว…

เด็กสาวถึงค่อยอนุญาตให้ตัวเองหน้าแดงและยิ้มเขินๆ กับคำเหล่านั้นทีหลัง

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Snow flake LOVER จากทั้งหมด 6 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 zugariizz (@zugariizz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 13:48
    ชอบมากกกก เฮ่ยยยคือใช้ภาษาได้ดีมากอะ ชอบๆเหมือนนิยายแปลเลย อยากอ่านต่อ
    #2
    0
  2. #1 HuLie (@hazzunajinadit) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มีนาคม 2558 / 13:54
    ใจเต้นรัวๆเลยค่ะ หน้าแดงมาก อยากให้เป็นฟิคยาวเลย -//-
    #1
    1
    • #1-1 ฮอแรนน้อย (@hopeiinstockholm) (จากตอนที่ 1)
      27 มีนาคม 2558 / 00:22
      อิอิ ขอบคุณมากจ้าาา ตอนนี้ก็กำลังเขียนเรื่องยาวของหนูพลุ้ยอยู่นะ
      #1-1