Fatty Affect ♡ ปฏิบัติการ 'อัพไซส์' พิชิตใจเธอ!

ตอนที่ 2 : บบชย | ขั้นตอนที่ 01 สงครามไตรภาค #100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 86
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    4 พ.ค. 60









"ถามจริง ตอนเด็กดูละครเยอะอ่อ!"




ขั้นตอนที่ 01
ส ง ค ร า ม ไ ต ร ภ า ค
- 100% -





I’m still alive!

ฉันผ่านช่วงเวลาเข้าแถวเคารพธงชาติมาได้แบบหวุดหวิด

ตอนนั้นแบบอยากกรี๊ดออกมาดังๆ ระบายความอึดอัดเพราะอยู่ตัวคนเดียวไม่รู้จักใครสักคน มองไปทางไหนก็เจอแต่กลุ่มเพื่อนที่ไม่แม้แต่เข้ามาทักทายทำความรู้จักกับฉัน หลายคนที่อยู่ห้องเดียวกันก็ทำเพียงหันมามองแล้วก็หันกลับไปซุบซิบกับเพื่อนของตัวเอง หัวข้อสนทนาคงหนีไม่พ้นเรื่องของชาเย็นเด็กใหม่ผมแดง

คืออย่างน้อยก็ช่วยยิ้มต้อนรับได้มั้ยล่ะ

เอาเถอะ จริงๆ ฉันก็ชินกับอะไรแบบนี้นะ ไม่งั้นจะอยู่ในกลุ่มที่คนทั้งโรงเรียนขนานนามว่าแก๊งปลีกวิเวกเหรอ

...ถึงจะพูดแบบนั้นฉันก็ยังรู้สึกอึดอัดและแปลกแยกเหมือนถั่วฝักยาวที่อยู่ในข้าวผัดกระเพราอยู่ดี เฮ้อ เหนื่อยทางจิต

แต่เรื่องดีๆ ก็โผล่มาให้อุ่นใจอยู่บ้างนะ! เพราะคนที่ฉันเหม็นขี้หน้าอย่างนังฟาร์มโคนมเยลลี่ไม่ได้อยู่ในแถวไงล่ะ สงสัยจะมาสาย เหอะๆ

ระหว่างที่นั่งรำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา เสียงขาเก้าอี้เสียดสีกับพื้นกระเบื้องจากหนุ่มแว่นข้างตัวก็ดังขึ้น เรียกให้ฉันเลื่อนสายตาไปมองหน้าเจ้าของเสียง เมื่อเห็นว่าสายตาใต้แว่นจับจ้องไปยังหน้าห้อง ฉันเลยหันไปมองตาม ภาพที่ปรากฏคือคุณครูตัวเล็กวัยประมาณสามสิบปลายๆ ทรงผมซอยสั้นสุดเปรี้ยวขัดกับชุดกระโปรงแสนสุภาพที่เธอสวมยืนฉีกยิ้มอยู่ตรงนั้น

All stand up

คนอื่นรวมถึงฉันลุกขึ้นยืนทันทีที่จบคำของหนุ่มแว่น จากนั้นก็กล่าวทักทายเป็นภาษาอังกฤษไดอะล็อกทั่วไป คุณครูกิ่งทองที่เป็นครูที่ปรึกษากล่าวทักทายกลับเป็นภาษาเดียวกันก่อนจะทำสัญญาณมือให้ทุกคนนั่งลง

ฉันพึมพำขอบคุณ แล้วดึงเก้าอี้ให้เข้ามาชิดกับโต๊ะเรียนมากขึ้น จัดท่าทางการนั่งเตรียมพร้อมสำหรับคาบโฮมรูม ซึ่งอันที่จริงพอจะเดาได้ว่าครูจะคุยเรื่องอะไรบ้าง หนึ่งในนั้นคือเรื่องฉัน นักเรียนอัจฉริยะผมแดงสุดสวยผู้ขอสอบเข้าห้อง EP ตอนเลื่อนชั้นแบบค่อนข้างกะทันหันนี่แหละ

“ยังไงวันนี้ก็เป็นวันเปิดเทอมวันแรก เรามาเริ่มกันแบบสบายๆ ดีกว่า ครูขอโฮมรูมเป็นภาษาไทยละกันเนอะ” คุณครูฉีกยิ้มหวานประกอบคำพูด ฉันได้ยินเสียงขำในลำคอมาจากคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เดาว่านายแว่นนี่น่าจะขำที่ครูขอเริ่มวันแรกของภาคเรียนโดยการโฮมรูมภาษาไทย เพราะครูกิ่งทองเป็นครูสอนวิชาภาษาไทยยังไงล่ะ โรงเรียนตัดสินใจอีท่าไหนไม่รู้ให้แกมาเป็นครูที่ปรึกษาห้องอีพี แปลกดี

“ก่อนอื่นครูขออนุญาตแนะนำตัวก่อนนะจ๊ะ ครูชื่อกิ่งทอง เชื้อทอง เป็นที่ปรึกษาของทุกคนในปีการศึกษานี้ ทุกคนคงงงว่าทำไมครูไทยถึงมาเป็นที่ปรึกษาเด็กห้อง EP ครูขอตอบว่า...ครูก็ไม่รู้จ้ะ งงเหมือนกัน ฮะๆๆ เอาเป็นว่าการตัดสินใจในที่ประชุมของฝ่ายวิชาการนั้นดีที่สุดเสมอละกันเนอะ” คุณครูพูดกลั้วหัวเราะ “จริงๆ วันนี้ก็ไม่มีอะไรมากหรอกจ้ะ ครูแค่อยากมาสร้างความคุ้นเคยเพื่อว่าในอนาคตทุกคนจะได้รู้สึกเป็นกันเองกับครู มีปัญหาอะไรจะได้คุยกันง่ายๆ เนอะ เอาล่ะ ตอนนี้ทุกคนรู้จักครูกันแล้ว แต่ครูยังไม่รู้เลยว่าใครเป็นใคร ช่วยแนะนำตัวแบบสั้นๆ ทีละคนด้วยจ้ะ”

เสียงบ่นงึมงำดังขึ้นหลังครูพูดจบ ฉันเข้าใจนะว่าจะให้แนะนำตัวอะไรอีก คือรู้จักกันหมดแล้วไง (ยกเว้นฉัน) ผ่านไปหลายวินาทีก็ยังไม่มีใครยอมลุกขึ้น ครูกิ่งทองกวาดสายตาไปรอบๆ หาหน่วยกล้าตายก่อนจะมาสะดุดที่ฉัน แต่แทนที่ครูสั่งให้ฉันเป็นคนเริ่ม ครูกลับทำท่าเหมือนเพิ่งนึกบางอย่างได้ จากนั้นก็ดีดนิ้วทำท่ายกเลิกคำสั่งเมื่อครู่ชั่วคราว

นั่นไง คาดไว้ไม่มีผิด

“อุ๊ย! ครูลืมไปเลยว่ามีนักเรียนย้ายเข้ามาเรียนในห้องอีพีหนึ่งคน ซึ่งจริงๆ เค้าก็เรียนที่เอกบัณฑิตมาตั้งนานแล้วแต่อยู่คนละห้องกับพวกเธอนั่นแหละจ้ะ นักเรียนคะ ออกมาแนะนำตัวให้เพื่อนๆ รู้จักหน่อยเร้ววว”

ครืดดดดด

ฉันลุกขึ้นยืนท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมห้องที่พุ่งมาให้ความสนใจร่างเล็กของฉันเป็นเป้าเดียว ระหว่างที่ก้าวเท้าไปยังหน้าห้องมันรู้สึกกดดันมากกว่าปกติ เพราะไม่มีแม้แต่เสียงปรบมือหรือรอยยิ้มต้อนรับเลยแม้แต่น้อย ทุกคนทำเพียงจ้องตามการเคลื่อนไหวของฉันเท่านั้น

ให้ตายสิ ฉันก็นั่งกลางห้องเองนะ ทำไมมันดูไกลจัง อึดอัดอะ!

“อะ เริ่มเลยจ้ะ” ครูอมยิ้มพร้อมกับแตะข้อศอกฉันเบาๆ อย่างให้กำลังใจ

ฉันยิ้มตอบครูกิ่งทองผู้เป็นออกซิเจนหนึ่งเดียวในมวลความอึดอัดของห้องเรียนนี้สำหรับฉัน ก่อนจะมองไปรอบๆ อ่า...บางคนเริ่มซุบซิบกันแล้ว คือฉันมันทำไมเหรอ ประหลาดมากรึไง ชักจะหงุดหงิดมากกว่าอึดอัดละนะ

อยากกรี๊ดดังๆ แล้วจิกตาใส่ยัยริมหน้าต่างสองคนนั้นที่กำลังนินทาฉัน แต่ก็ทำได้แค่คิด สิ่งที่ต้องทำในโลกแห่งความเป็นจริงคือฉีกยิ้มที่เป็นมิตรที่สุดแล้วเอ่ยแนะนำตัว

“สวัสดีค่ะ ชื่อชาคริยา แซ่นั้ง ชื่อเล่นชื่อชาเย็น เพิ่งย้ายมาจากห้องหนึ่ง หวังว่าเราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะ”

...

กริบ

นี่ได้ยินเสียงหายใจของครูกิ่งทองเลยอะ คือทุกคนจำเป็นต้องเงียบเบอร์นี้เลย?

กรี๊ดดดดดดดดดดด เส้นความอดทนของฉันกำลังจะขาดแล้ว!

แปะ...แปะ...แปะๆๆๆ

เสียงปรบมือเบาบางที่ฟังดูก็รู้ว่ามาจากคนไม่กี่คนเปรียบดั่งน้ำเย็นที่รดลงบนกองไฟในใจฉัน เอาวะ ถึงจะดูไม่เต็มใจแต่อย่างน้อยก็ยังรักษาน้ำใจกันบ้าง ชาเย็นไม่วีนแล้วค่ะ ขอบคุณเพื่อนๆ

แต่เดี๋ยวนะ!

คนที่นั่งเรียงรายอยู่ตรงหน้าฉันไม่มีใครยกมือขึ้นปรบให้ฉันซักคน แล้วเสียงเนื้อกระทบเนื้อตะกี้ดังมาจากไหน?

...!!

โอย..ไม่นะ ถ้าเป็นอย่างที่สังหรณ์จริงคือโอกาสที่ฉันจะกลับมาหัวร้อนอีกรอบนี่ 90% เลยอะ

“ว้าววว ชาเย็นย้ายมาเรียนห้องอีพีด้วยเหรอเนี่ย ดีใจจังเลย”

Damn it!!!!!

“เสียดายจังเรามาสายนิดหน่อย แต่ก็...ยังมาทันเห็นเพื่อนรักแนะนำตัวเนอะ คิดถึงอะ” เจ้าของน้ำเสียงหวานๆ ที่ฟังยังไงก็ตอแหลจนอยากอ้วกเข้ามาใกล้ฉันทีละก้าวๆ ในขณะที่ฉันเองก็นับแกะโดดข้ามรั้วบอกใจให้เย็นเหมือนกัน

แกะตัวที่หนึ่งโดดข้ามรั้วไป ตามด้วยแกะตัวที่สอง...แกะตัวที่สาม...

“ทำไมเพื่อนๆ เงียบกันจังเลย ไม่ใช่ว่ายังสะลึมสะลือกับตอนเช้าอยู่นะ คิคิ” สิ้นเสียงหัวเราะเล็กแหลม บรรดาสิ่งมีชีวิตในห้องที่เพิ่งรู้ตัวว่าพกปากมาด้วยก็เอ่ยทักทายนังฟาร์มหมา เอ๊ย ฟาร์มโคนมดังเซ็งแซ่

ฮึ่มมมม... แกะตัวที่ห้าโดดข้ามรั้วไป ตามด้วยแกะตัวที่หก...

“อ้าว เพื่อนๆ ก็ดูร่าเริงกันดีนี่นา” ว่าแล้วก็วางมือบนลงไหล่อันเลอค่าของฉันพร้อมกับบีบเบาๆ “แล้วก่อนหน้านี้เงียบกันทำไมนะ ชาเย็นเสียใจแย่เลย”

แกะตัวที่...ช่างแม่งแล้วว้อยยยย!

เมื่อฟางแห่งขันติเส้นสุดท้ายขาดสะบั้น ฉันก็บิดไหล่ออกจากมือสกปรกที่คอยแต่ทำท่าทางกวนน้ำโหอย่างแรง ดวงตากลมโตล้อมรอบด้วยอายแชโดวส์สีชมพูซากุระตวัดมองร่างสมส่วนติดไปทางอวบอึ๋มแบบโคตรไม่พอใจ เรียกง่ายๆ ว่าถ้าเยลลี่อ้าปากพ่นอะไรออกมาแม้แต่พยางค์เดียว ฉันได้ข่วนหน้ามันด้วยเล็บที่เพิ่งไปทำมาเมื่อวานแน่ๆ!

ก่อนที่จะได้ทำอย่างที่คิด คุณครูกิ่งทองกับผู้ติดตามของเยลลี่ก็เข้ามายืนแทรกระหว่างฉันกับผู้หญิงนมโตเอาไว้ เจตนาของครูคือต้องการปรามนักเรียน ส่วนเจตนาของลิ่วล้อหน้าเหมือนสลิ่มนั่นคือมีเรื่องกับฉันแทนเยลลี่

เสียงบ่นระงมด้วยความเสียดายของนักเรียนห้องอีพีดังไปทั่วเมื่อฉากเด็ดราวกับละครตอนเย็นที่อาม่าชอบดูไม่เกิดขึ้นดังที่หวัง บางคนเตรียมโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมถ่ายคลิปแล้วด้วยซ้ำ

โอ๊ยยยยยยยย!

“กลับไปนั่งที่ของเธอได้แล้ว สองคนที่มาสายน่ะ” ครูกิ่งทองทำเสียงขรึมพร้อมกับพยักพเยิดให้เยลลี่กับสลิ่มกลับหลุม เอ๊ย หมายถึงไปนั่งที่ ตำแหน่งของสองคนนั้นคือริมหน้าต่างข้างหน้าผู้หญิงสองคนที่สุมหัวซุบซิบฉันก่อนหน้านี้ ซึ่งถือว่าไกลจากฉันพอประมาณ โอเค๊ พอรับได้

“ส่วนเธอ ชาคริยา ถึงผลการเรียนเธอจะดีแค่ไหนก็ไม่ควรวู่วามมีเรื่องนะ”

ขอโอ๊ยยาวๆ อีกที โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!! นี่ทุกคนเอาอะไรคิดเนี่ยว่าฉันจะมีเรื่องตบตีกับเยลลี่! ดูปากนะคะ ชาเย็นคนนี้เป็นคนมีการศึกษา ไม่ใช่มนุษย์ถ้ำที่เอะอะไม่พอใจใช้กำลังอย่างเดียว ถึงฉันจะหัวร้อนจนอยากทำร้ายร่างกายมันแทบบ้าก็เถอะ มากสุดฉันก็แค่คิดแต่ไม่ทำย่ะ!

“อย่าทำสีหน้าแบบนั้นใส่ครู” ครูกิ่งทองกดหัวคิ้วเข้าหากัน ...ฉันขอสบถได้มะ คือเผลอกรอกตาใส่ครู วอดวายแล้วไงล่ะ “ถ้าควบคุมอารมณ์ไม่ได้ก็ไปห้องปกครองกับครูชาคริยา”

เอ้าครู! เห็นกันอยู่ว่านังฟาร์มโคนมนั่นหาเรื่องหนูก่อนอะ!!

และนั่นแหละ เกรี้ยวกราดได้แค่ในความคิดอะฉัน ชีวิตจริงน่ะเหรอ...

“หนูขอโทษค่ะครู” ตามนั้น

“ไม่เป็นไร เพราะครูรู้ว่ามีปัจจัยกระตุ้นเธอ” ครูกิ่งทองพูดพร้อมกับปรายสายตาดุไปยังตัวต้นเหตุ เยลลี่หน้าถอดสีนิดๆ เลยทีเดียว

กรี๊ดดดดด หนูรักครูค่ะ!

“ทัณฑ์บนไว้ก่อนนะทั้งสอง...ไม่สิสามคน ถ้ามีคราวหน้า จิตพิสัยติดลบแน่นอน”

โอ้...holy sh**!! ฉันน่ะไม่ลดตัวไปยุ่งกับมันอยู่แล้ว แต่มันอะบ้า ชอบหาเรื่องทำให้ฉันหัวร้อน แล้วเยลลี่มันมีพวกแต่ฉันไม่มีใครอะ สัมผัสได้ถึงเค้ารางแก้ร.อยู่ไวๆ ฮือ หนูไม่รักครูแล้ว

“วันนี้แค่นี้แล้วกันจ้ะ ตั้งใจเรียนคาบต่อไปนะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้ ตาม schedule” คุณครูร่างเล็กกล่าวเปื้อนรอยยิ้มก่อนจะตบหลังฉันเบาๆ เป็นเชิงให้กลับไปนั่งที่ พร้อมกันนั้นนายแว่นเพื่อนที่นั่งคู่กับฉันก็สั่งทำความเคารพ

ฉันถอนหายใจยาวเหยียด เพิ่งเปิดเทอมได้แค่สองสามชั่วโมงทำไมเหนื่อยขนาดนี้กันนะ คิดพลางเดินกลับไปนั่งที่ ขณะกำลังหย่อนก้นลงหางตาก็เห็นว่านายแว่นหัวหน้าห้อง (ล่ะมั้ง) กำลังจ้องฉันตาไม่กระพริบ

มองอะไรของเขา ก่อนหน้านี้ไม่เห็นสนใจกันสักนิด

“นี่ๆ” เมื่อเห็นว่าฉันเมิน นายแว่นจึงเอานิ้วสะกิดแขนฉันยิกๆ และอากัปกิริยาที่ฉันใช้ตอบสนองคือเอียงเสี้ยวหน้าสี่สิบห้าองศาพร้อมกับเลิกคิ้ว ใช้ท่าทางต่างภาษาถามเขาว่ามีอะไร “ชื่อชาเย็นใช่ป้ะ”

ฉันพยักหน้า

“เราชื่อดินนะ เป็นหัวหน้าห้อง ยินดีที่ได้รู้จัก” นายแว่น ไม่สิ...นายดินแนะนำตัวพร้อมรอยยิ้มอวดเม็ดข้าวโพดเรียงสวย มือใหญ่ยื่นออกมาเชิญชวนให้ฉัน handshake

ฮึก...ในที่สุด ในที่สุดก็มีคนพูดคำนี้กับฉัน! ซาบซึ้งมากนายหัวหน้า อย่างน้อยคนในห้องนี้ก็ไม่ได้เป็นซอมบี้กันไปหมด

แต่การแสดงออกถึงความซาบซึ้งของฉันคือ กรีดยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยตอบสั้นๆ โดยไม่สนใจมือที่ยื่นออกมานั่นเลยซักนิด “เหมือนกันนะ” จากนั้นก็พุ่งการรับรู้เกือบทั้งหมดไปยังคุณครูอีกท่านที่เพิ่งเดินหน้าขรึมเข้ามาในห้อง

“โห...หยิ่งว่ะ” ดินบ่นเบาๆ ก่อนจะนำทำความเคารพตามหน้าที่ของเขา

เหอๆ โทษทีนะ นิสัยฉันมันก็ทำนองนี้แหละ

บรรยากาศในห้องเรียนเข้าสู่ความสงบ ทุกคนเงียบและแผ่ออร่าเด็กเนิร์ดออกมาจนท่วมไปทั่วห้อง เรียกได้ว่าใครที่เปิดประตูเข้ามาตอนนี้ จะเจอมวลความตั้งใจเรียนอัดใส่อย่างรุนแรงจนต้องกลับไปหาหนังสืออ่านเลยทีเดียว

ฉันเองก็เข้าสู่ห้วงนั้นแล้วเช่นกัน

ชิ้ง!

หือ?

เมื่อรู้สึกถึงสายตาพิฆาตที่ส่งมาจากแถวริมหน้าต่างฉันจึงเงยหน้าขึ้นมอง แอบผิดคาดนิดหน่อยที่เจ้าของเสียงชิ้งในดวงตาไม่ใช่นังหนองโพเยลลี่ กลับเป็นลิ่วล้อหน้าสลิ่มก่อนหน้านี้แทน แต่สลิ่มก็มองแค่แว้บเดียวพอให้ฉันรับรู้ถึงความไม่พอใจของนางแล้วก็กลับไปสนใจการเรียนต่อ พอๆ กับเยลลี่ที่เมื่อคุณครูก้าวเท้าเข้ามาในห้องก็ตัดความสนใจจากฉันทันที

ก็นะ ฉันกับนังนี่เป็นสายเนิร์ดเหมือนกัน เวลาเรียนไม่ได้สนใจอย่างอื่นหรอก

 

 

 

 

เวลา 12.15 น. ณ โรงอาหาร

“นั่นไง ยิ่งเจอเยลลี่แกก็ยิ่งประสาทเสีย แล้วจะย้ายห้องไปเพื๊อออ” มนุษย์ที่เค็มราวกับเกลือเดินได้นามว่าเอพริลบ่นใส่ฉันทันทีที่ฟังเรื่องตอนคาบโฮมรูมจบ ดีนะที่ยัยสองลี่กับส้มแป้นไปซื้อข้าว ไม่งั้นเด็กเนิร์ดผู้เลิศเลออย่างฉันต้องโดนเพื่อนเทศนาจนอารมณ์บูดกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน

เฮ้อออออ คิดแล้วก็เซ็ง

“ทำไมแกไม่ไปซื้อข้าว ไม่หิวเหรอ” เกี๊ยวเอ่ยเสียงเรียบเรื่อยพลางยกมือบางลูบที่ไหล่ฉันเบาๆ ดวงตาใสกิ๊งมองมาราวกับเห็นอกเห็นใจ แต่ทุกคนอย่าเพิ่งคิดว่าเกี๊ยวมันจะเข้าใจฉันนะ จริงๆ มันไม่รู้เรื่องหรอก มันแค่เห็นว่าตรงหน้าฉันปราศจากอาหารเหมือนมันก็เลยถาม

ฉันยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ เป็นการตอบ

เกี๊ยวพยักหน้ารับรู้ จากนั้นก็ตักข้าวมันไก่เข้าปากเคี้ยวหยุบหยับไม่ได้ถามอะไรต่อ นี่แหละมั้งฉันถึงได้สบายใจเวลาอยู่กับเกี๊ยวที่สุด โอ๋มันที่สุด เพราะเกี๊ยวไม่เคยขัดฉัน ไม่เคยว่าฉัน มันจะคอยรับฟังและเห็นด้วยเสมอแม้มันจะไม่เข้าใจว่าฉันกำลังคุยเรื่องอะไร ยัยมึนน่ารักใช่มั้ยล่าาา

“เอ้า ไมไม่กินข้าว” ส้มแป้นตราเด็กสมบูรณ์เลิกคิ้วถามพร้อมกับวางถาดอาหารเที่ยงอันประกอบด้วยถ้วยก๋วยเตี๋ยว มินิแพนเค้กทาเนยและน้ำส้มปั่นแก้วใหญ่อีกหนึ่งแก้ว แล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างฉัน ส้มแป้นไม่รอให้ฉันตอบคำถามเมื่อกี้โดยการใช้ตะเกียบคนๆ ในชามพอให้เครื่องปรุงเข้ากัน แล้วคีบกินด้วยสีหน้าแบบโคตรมีความสุข

เอาเถอะ พอสองลี่มาเดี๋ยวก็ถามฉันอีกอะแหละ ค่อยตอบทีเดียวละกัน

“เย็นไม่กินข้าวอ่อ” แน้ เห็นมะ ลิลลี่มาถึงปุ๊บมันก็อ้าปากถามปั๊บ แอลลี่ที่มาถึงพร้อมกันก็มองหน้าฉันอย่างรอคำตอบ

แต่เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ลิลลี่มันเรียกฉันด้วยคำต้องห้ามนี่!

“บอกให้เรียกชื่อเต็ม” พอฉันติงจบแอลลี่ก็สวนสายตาที่บอกว่าอย่าหลงประเด็นกลับมาทันที จ้า เพื่อนชาเย็นกำลังจะตอบอยู่นี่ไงเพื่อนแอลลี่ “ฉันเซ็งๆ อะ เลยไม่หิว”

สองลี่พยักหน้ารับรู้ ในขณะที่ส้มแป้นเงยหน้าจากชามก๋วยเตี๋ยวมาเบ้ปากแซะฉัน

“ลำไย ผอมยังกะกระดูกเดินได้ยังจะอดข้าวอีก”

ฉันเลยสวนกลับพร้อมรอยยิ้มมุมปาก “แกก็ลดบ้างสิส้มแป้น จะได้เป็นสปอร์ตเกิร์ลแบบที่พี่บีเอ็มชอบไง”

“แค่กๆๆๆ!” / “ฮ่าๆๆๆ”

เสียงไอเนื่องจากสำลักน้ำซุปของส้มแป้นและเสียงหัวเราะจากชาวแก๊งปลีกดังขึ้นพร้อมกันหลังฉันพูดจบ ประเด็นนี้เป็นอันรู้กันดีทั้งหกคน เรื่องราว puppy love story ของส้มแป้นมักจะถูกยกมาแซวเสมอเมื่อมันกวนบาทาเพื่อนในกลุ่ม หรือเวลาที่พวกเราว่างๆ ไม่มีอะไรทำก็จะแกล้งแซวมันนี่แหละ รีแอ็คมันน่ารักดี ฮ่าๆ

“ตอนกินใครเค้าให้ล้อเล่นกันห๊ะ” คนโดนแซวโวยวายหน้าแดงแปร๊ด

“เรื่องจริงทั้งนั้นป้ะละ” ลิลลี่ยักคิ้วหลิ่วตา

“พวกแกอะ” ส้มแป้นหยิบแก้วน้ำส้มมาดูดตัดบท แต่ลิลลี่ก็ยังไม่หยุดล้อ สักพักเอพริลก็ร่วมวงด้วยอย่างสนุกสนาน

ฉันมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ก่อนสายตาเจ้ากรรมจะไปโฟกัสเรือนร่างอวบอึ๋มของคนที่คุณก็รู้ว่าใครเข้า ยัยเยลลี่กำลังมองมาที่ฉันแล้วยิ้มหวาน ซึ่งฉันดูยังไงก็โคตรตอแหลอะ โอย หัวชักจะร้อนๆ

เมื่อมวลอารมณ์เอนจอยโดนรอยยิ้มตอแหลปั่นให้ขาดกระเจิง ฉันจึงตัดปัญหาโดยการทำเป็นไม่เห็นยัยเยลลี่ซะ สี่ชั่วโมงที่ผ่านมาฉันเหนื่อยทางจิตมากพอแล้ว ขอฟื้นฟูตัวเองแป๊บ

“เอพริลเขยิบไปชิดไอ้แอลหน่อยดิ เจอตัวรำคาญลูกตา” ฉันว่าพลางเท้าคาง เอพริลเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะทำตามที่ฉันขอโดยไม่ปริปากถาม เมื่อเห็นดังนั้นฉันเลยปล่อยเปลือกตาที่หนักอึ้งมาสักพักให้ปิดลงตามแรงโน้มถ่วง “ของีบสักสิบนาทีนะ”

“ตามบาย”

...

...

ไม่ ฉันไม่ได้งีบเลยสักนิด!

นังหนองโพรสสตรอเบอร์รี่ตามมาหลอกหลอนถึงใน nap เลยอะ ภาพเหตุการณ์ตั้งแต่สมัยมัธยมต้น...เรื่องราวความเป็นมาของสงครามระหว่างฉันกับเยลลี่ฉายวนในความคิดไม่หยุด!

 

 

วันลงทะเบียนนักเรียน ม.1

“เธอๆ เราชื่อเยลลี่นะ เธอชื่อไรอะ” เสียงหวานๆ ของนักเรียนร่างอวบผมเปียเอ่ยถามฉันอย่างร่าเริง ฉันที่ยังไม่ทันตั้งตัวเลยตอบกลับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามนิสัย

“ชื่อชาเย็น”

“อะ..อ๋อๆ” เยลลี่ยิ้มแห้ง แต่เดี๋ยวเดียวก็กลับมาร่าเริงสดใสอีกรอบ “เราขอดูใบปพ.ของชาเย็นหน่อยดิ”

ถึงจะงงๆ แต่ฉันก็เปิดแฟ้มแล้วยื่นใบปพ.ให้ เยลลี่รับไปพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่งคืน

“ชาเย็นเรียนเก่งจังเลย” ฉันยิ้มบางๆ รับคำชมที่ได้ยินจนเคยชิน “เราได้เกรดเหมือนชาเย็นเลยนะ แต่เกรดวิชาพละเราดันได้เอน่ะสิ เยอะกว่าชาเย็นอีกเนอะ อิอิ”

ห๊ะ?

“โถ่ ไม่ต้องตกใจหรอก เราแค่เก่งกว่าเอง” เยลลี่ยิ้มจนตาปิด ส่วนฉันงงปนไม่พอใจจนหัวคิ้วผูกเป็นโบว์ “ไว้เจอกันวันเปิดเทอมเนอะ บ๊ายบาย”

...อะไรของเขาเนี่ย

 

ม.2 คาบเรียนวิชาคณิตศาสตร์

“ทำแบบฝึกหัดข้อ3.1ก เฉพาะข้อคู่ส่งภายในคาบค่ะ”

สิ้นคำสั่งของคุณครูฉันก็ลงมือทำทันที ทว่าเขียนโจทย์ข้อแรกยังไม่ทันเสร็จส้มแป้นที่นั่งคู่กันก็สะกิดแขนฉัน

“ฉันลืมเอาหนังสือมาอะ ดูด้วยได้ป้ะ” ฉันยิ้มอ่อนจางพลางเขยิบตำแหน่งหนังสือให้เพื่อนดูได้ถนัดตาขึ้น แต่ชั่วครู่เดียวส้มแป้นก็เปลี่ยนความคิด “แต่ฉันง่วงๆ แฮะ แกดูเลยก็ได้ เดี๋ยวฉันส่งย้อนหลังเอา”

“แต่ครูบอกให้ส่งในคาบนะส้มแป้น” เสียงฉันขรึมขึ้นมาทันที เพราะถ้าเป็นเรื่องเรียนเด็กหญิงชาคริยาจะจริงจังมากถึงมากที่สุด

“ฉันทำไม่เป็นนนน” นี่ก็งอแงจะนอนลูกเดียว

“ฉันสอนได้ ห้ามนอนนะส้มแป้น หยิบปากกาขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลย” ว่าพร้อมกับทำหน้าดุระดับครูห้องปกครอง ก่อนจะเขย่าตัวเพื่อนเพื่อช่วยไล่ความง่วงออกไป ส้มแป้นบ่นขมุบขมิบแต่ก็ยอมทำงานตามคำสั่งฉัน  เออ ค่อยโล่งใจหน่อย

เวลาผ่านไปประมาณสิบห้านาที เสียงขาเก้าอี้เสียดสีกับพื้นก็ดังขึ้นบ่งบอกว่ามีคนทำงานเสร็จแล้ว ฉันไม่ได้เงยหน้าดูหรอกว่าใคร ส่งก่อนส่งหลังไม่สำคัญเท่าฉันกับเพื่อนส่งทันไปด้วยกันหรอก

ทว่านักเรียนที่ทำงานเสร็จคนแรกกลับมาหยุดอยู่ข้างตัวฉัน ก่อนจะวางมือลงบนไหล่แล้วตบเบาๆ

“ชาเย็น เราทำเสร็จก่อนเธออะ...คงไม่ใช่ว่ากำลังงงตรงไหนหรอกนะถึงได้ทำช้า”

เสียงนี้มัน...เยลลี่

ฉันเงยหน้าขึ้นมองต้นเสียงด้วยสายตาเบื่อหน่ายที่แปรเปลี่ยนเป็นหงุดหงิดทันทีเมื่อประสบเข้ากับใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม...รอยยิ้มราวกับจะประกาศว่าเธอชนะฉัน เธอเก่งกว่าฉัน

“ไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามเราสิชาเย็น เราไม่หวงวิชานะ” เยลลี่พูดพร้อมกับก้าวขาเดินกลับไปนั่งที่ของตัวเอง

ปุดๆ ปุดๆ

ความเดือดดาลกำลังปะทุภายในอก คือยัยเยลลี่เป็นอะไรกับฉันมากรึเปล่า ทุกวันตลอดสองปีที่เรียนอยู่ห้องเดียวกัน ทุกวันที่ต้องแวะมาแจกรอยยิ้มอวดชัยชนะกับคำพูดถากถางที่ไม่รู้ว่าเธอไปเอาความเข้าใจผิดๆ นั่นมาจากไหน ซึ่งฉันว่าเธอคงเอามาจากเซลล์ประสาทสั่งการในสมองของตัวเองนั่นแหละ

ถามจริง ตอนเด็กดูละครเยอะอ่อ!

 

ประกาศรายชื่อนักเรียนที่ผ่านการสอบเข้าเรียนต่อชั้นม.4 (โรงเรียนเดิม)

“อ้าวชาเย็น เรานึกว่าเธอจะสอบเข้าห้องอีพีนะเนี่ย” เสียงนรกของคนที่คุณก็รู้ว่าใครดังแทรกบรรยากาศเฉลิมฉลองของฉันกับผองเพื่อนชาวแก๊งปลีก เฮ้อออออ ขอกลอกตาสามร้อยหกสิบห้ารอบ! ยัยโนตมนี่จะตามจองเวรฉันไปถึงไหน

เมื่อฉันไม่ได้หันไปให้ความสนใจ ยัยเยลลี่ผีเจาะปากก็พูดขึ้นมาอีก “เราไปดูรายชื่อมาตะกี้ไม่เห็นมีชาคริยา เลยมาถามเฉยๆ น่ะ” มันเว้นช่วงเล็กน้อยก่อนพูดต่อ “ว่าไงล่ะชาเย็น”

เออ หันไปคุยด้วยก็ได้วะ

“อ๋อเหรอ”

“อื้อ” เยลลี่ยิ้มกว้างอย่างไม่สะทกสะท้านกับหน้าเหวี่ยงๆ เสียงหยิ่งๆ ของฉันเลยสักนิด “พอดีเราได้ที่หนึ่งไง ก็คิดว่าจะเห็นชื่อชาเย็นอยู่ใกล้ๆ แต่ดันหาไม่เจอ แปลกจัง คนเก่งๆ แบบชาเย็นทำไมไม่สอบเข้าห้องอีพีล่ะ” ร่างอวบอึ๋มเอามือลูบคางทำท่าคิด “เอ...หรือว่าสอบเข้าไม่ได้กันนะ”

ปุดๆ ปุดๆ

“ชาเย็นมีเพื่อนก็ต้องเรียนห้องเดียวกันกับเพื่อนสิ ส่วนเธอมีเพื่อนกับชาวบ้านเค้ารึเปล่าเถอะ ฉันเห็นมีแต่ลูกน้องเดินตามตูดต้อยๆ” ลิลลี่แร็ปเป็นไฟสวนคืนยัยฟาร์มโคนมแทนฉันที่กำลังเดือดจนแทบจะเดินไปขอใบสมัครเข้าห้องอีพีบัดเดี๋ยวนั้น ถือว่าเจ็บแสบใช้ได้ ให้ลิลลี่สิบคะแนน

“เราไม่ได้คุยกับลิลลี่สักหน่อย” เยลลี่ตอกกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“เอ้าอี..!!” ฉันจับแขนของลิลลี่ที่เม้งแตกให้ถอยไปอยู่ข้างหลัง ส่ายหน้าเบาๆ เป็นการบอกมันว่าอย่าเอาตัวมาเกลือกกลั้วกับตัวปัญหาเลย เมื่อเห็นว่าเพื่อนยกมือขึ้นกอดอกอย่างพยายามข่มความโกรธ ฉันจึงหันกลับมาขึงตามองเยลลี่อย่างเอาเรื่อง

“สงสัยมากใช่ป้ะ” เยลลี่พยักหน้ารับด้วยท่าทางกวนประสาท เห็นดังนั้นฉันเลยเดินกระแทกไหล่มันเข้าห้องวิชาการ กวาดสายตามองหาลิ้นชักใบสมัครห้อง EP เมื่อพบแล้วฉันก็จัดการกรอกรายละเอียดลงไป ก่อนจะกลับมายืนประจันหน้ากับชะนีโนตม ถึงจะเตี้ยกว่าแต่ฉันก็ไม่ดูแพ้ เพราะฉันจิกตาแรงมาก แรงชนิดที่แทบจะระเบิดหน้าอกบวมๆ ของมันกระจุยได้เลย! “งั้นไว้เจอกันในห้องอีพีนะ เยลลี่!”

“เฮ้ย!!!” ขบวนการปลีกวิเวกร้องเสียงหลงทันทีที่ฉันประกาศออกไปแบบนั้น เพื่อนรักทั้งห้าวิ่งตามหลังฉันเข้ามาในห้องบริการกิจการนักเรียน พยายามกล่อมให้ฉันอารมณ์เย็นลงสุดฤทธิ์

และพวกมันก็ทำสำเร็จ

 

การคัดเลือกตัวแทนนักเรียนไปแข่งสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ ระดับชั้นม.4 ณ ห้องพักครู

“อืม...จากที่ครูฟังนะ ทั้งชาคริยาและจีรนันท์อ่านได้ดีมากๆ ทั้งคู่ ใจจริงครูอยากส่งไปทั้งสองคนเลยอะ เฮ้อ” คุณครูชมพูนุชเคาะปากกากับมือด้วยสีหน้าคิดหนัก จากนั้นก็หันไปปรึกษากับมาสเตอร์แพท คุณครูร่างท้วมชาวอเมริกัน

คือลุ้นจนฉี่แทบราด ฉันจะไม่กระหายอยากได้ยินชื่อตัวเองมากขนาดนี้เลยถ้าว่าที่ตัวแทนอีกคนไม่ใช่ยัยนมหนองโพเยลลี่ เฮอะ ตัวแทนการไปแข่งขันวิชาการของโรงเรียนครั้งนี้จะต้องเป็นฉัน!

“อ่า ครูกับมาสเตอร์ตกลงกันว่า...” ครูชมพูนุชหันมายิ้มหวานให้ฉัน กรี๊ดดดดดด สรุปเลือกหนูใช่มั้ยคะครู! “...ว่าจะให้จีรนันท์เป็นตัวแทนของเรา ชาคริยาไม่ต้องเสียใจนะ คือครูกับมาสเตอร์คิดว่าเด็กห้องอีพีน่าจะใช้ภาษาได้คล่องปากกว่าน่ะจ้ะ จริงๆ หนูเก่งมากเลยนะชาคริยา สนใจรายการอื่นมั้ยจ๊ะ”

มีเพลงเหมือนฉันโดนยิงมั้ย?

“ว่าไงจ๊ะชาคริยา หนูอยากจะลงแข่งรายการอื่นมั้ย”

“ม...ไม่เป็นไรค่ะครู ขอบคุณมากค่ะ” ฉันตอบอย่างเลื่อนลอย แต่เมื่อหันไปเห็นสีหน้าพึงพอใจของเยลลี่ สติฉันก็วิ่งสี่คูณร้อยกลับเข้าร่างทันที ให้ตายสิ เหตุการณ์ครั้งนี้มันโคตรอัปยศอะ ใช้หูแปดข้างฟังยังตัดสินได้เลยว่าต้องเลือกฉัน เมื่อกี้ยัยเด็กห้องอีพียังเผลออ่านสะดุดไปคำนึงอยู่เลย จะมาใช้ภาษาได้คล่องปากกว่าฉันได้ยังไง!

“อ่อโอเคจ้ะ หนูกลับไปเตรียมตัวเรียนภาคบ่ายได้แล้วชาคริยา ส่วนจีรนันท์ อยู่คุยกับครูแป๊บนึงนะจ๊ะ”

“สวัสดีค่ะ...” ฉันยกมือไหว้ครูด้วยสีหน้าที่พยายามเก็บความโมโหเอาไว้สุดฤทธิ์ พอก้าวเท้าออกมาจากห้องพักครูเท่านั้นแหละ ชาเย็นคนสวยแห่งเอกบัณฑิตวิทยาก็บรรเลงสเต็ปกระทืบเท้าระบายอารมณ์ทันที

กรี๊ดดดดดดดดด

กึก!

ร่างบอบบางหยุดนิ่งทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตู เพียงครู่เดียวต้นเสียงก็เดินมาหยุดตรงหน้า ก่อนจะโยนคำพูดสั้นๆ แต่มีอนุภาพรุนแรงราวกับระเบิดปรมาณูใส่ฉัน

“ว๊ายแพ้!”

นัง...นังเยลลี่!

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

 

“ชาเย็น...เย็น...อีเย็น!!!”

“เฮ้ย” ฉันสะดุ้งตื่นจากภวังค์แห่งความเคียดแค้นเมื่อเอพริลตะโกนเรียกพร้อมกับเขย่าแขนฉันอย่างแรง “อ..เออแต้งกิ้ว”

“เรื่อง? นี่โดนน้ำย่อยกัดสมองป้ะเนี่ย” เอพริลเท้าเอวถามเสียงหงุดหงิด “ฉันเรียกแกจนน้ำลายแห้งหมดละ เสียค่าปรับมา”

ฉันตอบกลับมือเรียวที่แบอยู่ตรงหน้าด้วยสายตานิ่งๆ

ชีวิตฉันมันอะไรวะเนี่ย จะหลับตางีบก็เจอม้วนฟิล์มแห่งสงครามตามหลอกหลอน พอลืมตาขึ้นมาพบโลกแห่งความจริงดันเจอเพื่อนไถเงินอีก ตกลงจะให้ชาเย็นเป็นนางเอกหรือแรมโบ้คะ

“คือเอพริลมันหมายถึงจะบ่ายโมงแล้ว ขึ้นเรียนกันเหอะ” พูดจบแอลลี่ก็ตีมือที่ยังคงแบรอเงินจากฉันรัวๆ เออ สั่งสอนมันเลยแอล ยิ่งโตยิ่งหน้าเลือดไปใหญ่

“โอเค” ฉันว่าพร้อมกับคว้ากระเป๋าเป้มาถือ แล้วเกี่ยวแขนเกี๊ยวเดินเคียงคู่กันมาจนถึงตึกเรียน ตอนนี้แหละที่มนุษย์หน้าอึนหันมามองหน้าฉันก่อนจะตบไหล่เบาๆ สามที เป็นการบอกลาในแบบของเธอ

“โชคดีนะเพื่อน” ร่างเล็กพอๆ กับฉันว่าจบก็หมุนตัวเดินขึ้นบันไดฝั่งห้องเรียนของตัวเองทันที

“เจอกันเลิกเรียน” เอพริลโบกมือไล่ฉัน พร้อมกับชี้นิ้วไปยังบันไดอีกฝั่ง

ไอ้เพื่อนใจร้าย ชิ!

หลังจากส่งห้าสาวขึ้นบันไดเรียบร้อยทุกคน ฉันก็เดินเหงาๆ มาบันไดฝั่งห้องอีพี คิดหาวิธีผ่อนคลายตัวเองไม่ให้หัวร้อนเพราะเยลลี่ขณะที่ก้าวขาขึ้นไปแต่ละขั้น เมื่อเดินมาจนถึงหน้าประตูห้องฉันก็ค้นพบสัจธรรมที่ว่า หากต้องการระงับอารมณ์โกรธให้ได้มีทางเดียวคือไปบวช

ขวับ!

“???” อยู่ดีๆ ฉันก็กลายเป็นเป้าสายตาจากเพื่อนร่วมห้องอีกครั้ง แต่คราวนี้ต่างจากเมื่อเช้าตรงที่สายตาเหล่านั้นไม่ได้เย็นชา แต่มองมาด้วยความขบขันแทน

เกิดอะไรขึ้นอีก

“อ้าวมาแล้วเหรอ” ไม่รอให้ฉันสงสัยนาน ศัตรูหนึ่งเดียวในชีวิตก็อ้าปากทักทายด้วยเสียงสองยกกำลังสี่ เป็นการบอกฉันกลายๆ ว่าสายตาขบขันเหล่านี้เป็นฝีมือมันเอง เยลลี่ไงจะใครล่ะ

แต่เฮ้ย!

นังบ้าเยลลี่มันนั่งไขว้ห้างอยู่บนโต๊ะเรียนของฉัน!

ฉันพาร่างบอบบางเดินดุ่มๆ เข้ามาประจันหน้ากับมนุษย์ที่สะกดคำว่ามารยาทไม่เป็น แล้วเอ่ยเสียงคุกกรุ่นจากความหงุดหงิดที่ได้เห็นหน้า และเห็นว่าเยลลี่นั่งอยู่บนโต๊ะเรียนแสนสะอาดสะอ้านของตัวเอง “ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”

“ก็ไม่อยากนั่งหรอกจ้ะ” เยลลี่เด้งตัวออกมาอย่างว่าง่าย แต่คำพูดที่มันใช้นี่กวนน้ำโหชะมัด “แค่กลัวว่าเอกสารสำคัญของชาเย็นจะปลิวเท่านั้นเอง”

เอกสารสำคัญ?

...เอกสารอะไร

ฉันมองร่างอวบอัดอย่างต้องการคำอธิบาย แต่เยลลี่ก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากชี้ไปที่กระดาษสีขาวแผ่นหนึ่งที่เจ้าตัวคงนั่งทับมันก่อนหน้านี้

อี๊! แล้วจะให้ฉันเอามือมาจับกระดาษที่โดนก้นสกปรกของหล่อนงั้นเรอะ

ไม่มีวัน!

ฉันกอดอกแล้วเอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้มขณะทำสงครามทางสายตาและกระแสจิตกับนังฟาร์มโคนม ซึ่งท่าทางนี้ของฉันทำหน้ากากยิ้มแฉ่งของเยลลี่หลุดออกจากดวงหน้าจิ้มลิ้ม ฮะๆๆ เยลลี่กำลังไม่พอใจสุดๆ ที่ฉันบอยคอตมัน เรื่องกำลังจะจบลงที่ฉันชนะเพราะเสียงออดหมดเวลาพักดังขึ้น เป็นสัญญาณว่าคุณครูที่ตรงต่อเวลายิ่งกว่านาฬิกาทุกเรือนบนโลกนี้กำลังจะเข้ามาทำการสอน และอีพีมุงจะกลับไปให้ความสนใจกับการเรียน รวมถึงฉันและมันด้วย

ถ้าไม่ติดว่าดินลุกขึ้นมาขวางเสียก่อนอะนะ

“พอเหอะเยลลี่ เราว่าเธอเล่นมาทั้งวันแล้วนะ” ดินพูดพร้อมกับก้าวออกมาบังฉันเอาไว้ ทำให้ตอนนี้ฉันมองเห็นเพียงแผ่นหลังกว้างของเขาแทนร่างอวบอัดของเยลลี่ วิวดีใช้ได้ อย่างน้อยๆ ก็ดีกว่าเมื่อกี้เยอะ ให้ดินห้าคะแนน...

แป๊บนึงนะ ดินถือกระดาษอะไรอะ ทำไมมีรูปฉันติดอยู่

ไม่รอให้ตัวเองคิดอะไรมากกว่านั้น ฉันก็แย่งกระดาษที่อยู่มือของดินมาอ่าน และสิ่งที่รับรู้ทำเอาฉันหัวร้อนไปตามเวย์ที่เยลลี่ต้องการในทันที!

เพราะกระดาษแผ่นนี้มันคือใบเกรดของฉัน!!!

Oops ฮ่าๆๆ เห็นแล้วเหรอชาเย็น” เยลลี่แสร้งเอามือทาบอกราวกับตกใจหนักหนา “เกรดวิชาพละเธอน้อยมากเลยอะ ดูสิ...ได้ห้าสิบคะแนนเป๊ะ อีกนิดเดียวติดศูนย์เลยนะ” พอเยลลี่พูดจบนักเรียนห้องอีพีก็หัวเราะออกมา ทำให้ฉันเพิ่งเห็นว่าในมือของทุกคนมีกระดาษแบบเดียวกันอยู่

มันจะมากเกินไปแล้วนะ

“ชาเย็น” นายหัวหน้าคว้าข้อมือฉันไว้แล้วออกแรงรั้งให้ยืนอยู่กับที่ ฉันมองค้อนอย่างโกรธจัดเพราะดินแส่ไม่เข้าเรื่อง แต่เมื่ออ่านข้อความทางสายตาที่บอกว่าจำทัณฑ์บนเมื่อเช้าได้มั้ย? ฉันก็ถอนหายใจยาวเหยียดไปถึงเกาหลีอย่างพยายามระงับความเดือดดาล “เก่งมาก”

เอ๊ะหมอนี่ เรื่องอะไรมาลูบหัวแล้วเอ่ยชมเหมือนฉันเป็นหมาที่เขากำลังฝึกแบบนี้

คิดแล้วก็ดึงหัวหลบ ดินชะงักเพียงครู่เดียวก่อนไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นก็หันไปจัดการกับเยลลี่และลิ่วล้อทั้งสามตามสิทธิและอำนาจของหัวหน้าห้อง

“ไปนั่งได้แล้วเยลลี่ ตอนเลิกเรียนก็เก็บกระดาษพวกนั้นไปคืนห้องวิชาการด้วย”

“แต่มันยับหมดแล้วนะดิน” นางสาวสลิ่มแย้งขึ้นด้วยเสียงและสีหน้ากระเง้ากระงอด

ดินยิ้มบางเบาก่อนจะตอบกลับด้วยประโยคที่ทำให้ฉันและคนอื่นในห้องหลุดขำ ส่วนนางสาวสลิ่มหน้าถอดสีไปเลย

“เสียงเป็นไรอะอานา ตอนเที่ยงกินเป็ดโปรเข้าไปรึเปล่า”

โอ้โห ปากคอเราะร้ายใช่ย่อยนะนายดิน เอาไปยี่สิบคะแนน

“ดิน...”

“อะแฮ่ม!!”

เสียงกระแอมที่ดังแทรกเสียงหงอยๆ ของสลิ่มอานา (ชื่อก็ดีแต่ทำไมนิสัยไม่ดี) ทำเอาทุกคนหันขวับไปมองต้นเสียงพร้อมกันแบบไม่ต้องนัดหมาย แน่นอนว่าจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากมาสเตอร์วิลเลี่ยม คุณครูสอนวิชาเคมีที่ยืนพิงหน้ากระดานพลางใช้สันหนังสือดันกรอบแว่นให้ชิดสันจมูก

ฉันเคยบอกหรือยังว่าปลื้มมาสเตอร์วิลเลี่ยมมาก เพราะเขาโคตรหล่อ แถมยังหนุ่มอยู่ด้วย ฮือ

Shall we start the reason??

Of course, master

Well, so we…!$%%^$(*&%$#$@%

บรรยากาศในห้องเรียนกลับเข้าสู่สภาวะเนิร์ดดี้อีกครั้ง แต่ทว่ามีคนหนึ่งแหวกอากาศออกมาและกำลังดึงฉันให้ร่วมแหวกออกไปด้วย

เออ มีมันแค่คนเดียวนั่นแหละ!

ฉันจ้องใบเกรดอันน่าอับอายที่มีข้อความเขียนด้วยปากกาไฮไลท์ตัวใหญ่ๆ ว่า อ่อนกีฬาเหรอเนี่ย ตามด้วยแผ่นต่อมา และต่อมา

ไม่พัฒนาเลยนะชาเย็น

แบบนี้เราคงได้เกรดเป็นอันดับหนึ่งอีกแล้วน่ะสิ

นึกว่าพอเธอย้ายมา เราจะต้องกังวลซะอีก

กาก?

ครึก!

ฉัน – จะ – บ้า – ตาย !!

ครึกกก!

“ทำไรอะ”

จะเอางี้ใช่มั้ยเยลลี่ ต้องการแบบนี้ใช่ป้ะ!

ครึกกกกกกกกก!

“เอาปากกากรีดสมุดทำไม ขาดหมดแล้วเว้ยชาเย็น” เพราะคำว่ากากดังก้องในหัวกลบเสียงอื่นๆ เกือบหมด ประโยคโวยวายที่หัวหน้ากัดฟันถามจึงไม่เข้าโสตประสาทฉันเลยแม้แต่น้อย

ท้าทายดีนัก...

เดี๋ยวได้เห็นดีกัน นังโตแต่นม!




 TBC.



TALK.

วั้ยตั่ยแล้วววววว มาอัพแล้วววว

อหหหหหห บอกเลยว่าตอนนี้เผ็ชระดับพริกแปดเม็ด!

ในอนาคตเหรอคะ...more and more แน่นวลลลลลล

ตอนเขียนนี่อยากพุ่งเข้าไปตบเยลลี่มาก ชะนีบ้าอะไรน่าหมั่นไส้ขนาดนี้

5555555555555 เนี่ยๆ เดี๋ยวตอนหน้าพระเอกจะมาแล้วนะ

บอกเลยว่าเปิดตัวได้บับ...ปังมาก 55555555 รอแป๊บนึงนะครัช

เม้นท์สิคะ รออัลไลลลล จิบิ ♥



รับประกันความดีงาม โดย _ชอนซามอซอ


พุยพุย
© themy butter

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

28 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 19:49
    ชาเย็นเยลลี่เป็นศัตรูคู่แค้นกันมานานแสนนานสินะ 55555555
    เข้าใจละทำไมชาเย็นถึงเกลียดนาง นี่อ่านไปเหม็นตอแหลไปอะ 555 มีความอิน
    ที่อยากบอกมากคือชอบดิน ชอบความเหมือนจะนิ่งๆ เงียบๆ แต่ปากคอเราะร้าย ช๊อบบบบ
    555555555555555 ในส่วนของส้มแป้นนั้น... เออ ข้ามไปเถอะ 55555
    #21
    0
  2. #18 Wiwapaksa Anantaleela (@wiwapaksa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 18:46
    สนุกมากกกก
    #18
    0
  3. วันที่ 9 เมษายน 2560 / 19:21
    อีเย็นนนนน เจิมๆๆ
    #16
    0
  4. วันที่ 9 เมษายน 2560 / 19:21
    อีเย็นนนนน เจิมๆๆ
    #15
    0