♠ สะใภ้มาเฟีย || SUZY x ??? ♠

ตอนที่ 1 : ♠ สะใภ้มาเฟีย || Prologue ♠

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 264
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    18 ต.ค. 58








PROLOGUE


...คนดี? อย่างพวกเราสะกดคำนี้ได้ด้วยเหรอครับ เราเป็นมาเฟียนะเฮีย....












 
 

ร่างสูงเจ้าของดวงตาคมมองทะลุกระจกใสของมินิมินยอคาเฟ่ และจับโฟกัสไปยังร่างบางที่กำลังเสิร์ฟชา กาแฟ ให้แขกในร้านอย่างคล่องแคล่วด้วยใบหน้าหวานแต้มรอยยิ้มของเธอ มือใหญ่ละจากการล้วงกระเป๋าแล้วยกขึ้นมาดึงแว่นกันแดดราคาแพงออกจากทัศนาวิสัย เผยให้เห็นคิ้วดกเข้มได้รูป ดวงตาสองชั้นคมกริบ จมูกโด่งเป็นสัน และริมฝีปากหนาสีพีชที่รับกับใบหน้าเรียวยาวนั่นเป็นอย่างดี

 

ริมฝีปากหนาสีพีชน่าสัมผัสหยักเป็นรอยยิ้มเมื่อเห็นว่าร่างบางกำลังหัวเราะขณะที่อ่านใบออเดอร์ให้พนักงานอีกคนไปจัดการทำ...เดาว่าเสียงหัวเราะของเธอจะต้องหวานใสพอๆ กับรอยยิ้มของเธอเป็นแน่

 

“นายครับ”

 

คนถูกเรียกว่านายเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเป็นสัญญาณบอกว่าเขารับรู้เสียงนั้นแล้ว โดยที่สายตายังคงจับจ้องไปยังร่างบางร่างเดิม

 

“ทางนั้นโทรมาบอกว่าอีกห้านาทีก็จะมาถึงแล้วครับ” ชายฉกรรจ์ร่างหนาในชุดสูทสีดำของบอดี้การ์ดเอ่ยต่ออย่างนอบน้อม “นายจะเข้าไปรอข้างในก่อนมั้ยครับ”

 

“ไม่ล่ะ” ร่างสูงตอบด้วยเสียงทุ้มชวนลุ่มหลงสั้นๆ ใบหน้าหล่อเหลาเจือรอยยิ้มบางเบาขณะมองใบหน้าสวยหวานของร่างบางที่อยู่ภายในร้าน

 

อีกเดี๋ยวเราก็จะได้เจอกันแล้วนะ...เบซูจี

 

บอดี้การ์ดร่างหนาโค้งเล็กน้อยพลางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวแล้วยืดตัวตรง กวาดสายตาไปรอบๆ บริเวณที่เขาและเจ้านายของเขายืนอยู่ตามหน้าที่และความเคยชิน จนกระทั่งซูเปอร์ไบค์คันหรูโผล่มาให้เห็นในระยะไม่ใกล้ไม่ไกลพร้อมกันนั้นคนขับเองก็โบกมือทักเขาอย่างร่าเริง...เดาไม่ยากเลยว่าเป็นใคร

 

ร่างกายสูงใหญ่ขยับทำท่าจะรายงานเจ้านายที่ยืนมองสาวไม่สนใจโลกว่าคนที่รอมาถึงแล้ว แต่ทว่าคนที่เพิ่งจอดรถและถอดหมวกกันน็อคอันใหญ่ออกกลับส่ายหน้ารัวๆ พลางยกนิ้วชี้ขึ้นจรดริมฝีปาก บอดี้การ์ดเห็นดังนั้นก็ชะงักปลายเท้าและยิ้มให้กับผู้มาใหม่อย่างสุภาพ

 

...คุณคนนี้ไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ

 

 

 

ร่างสูงเจ้าของซูเปอร์ไบค์คันงามเดินยิ้มแย้มโชว์เขี้ยวเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์มาหาคนนัด มือใหญ่ขยี้ผมชื้นเหงื่อจากการใส่หมวกกันน็อคลวกๆ ก่อนจะเก็บมือข้างนั้นไว้ในกระเป๋าแจ็กเก็ตหนังตัวโปรด

 

ทุกการเคลื่อนไหวของเขาช่างกระฉับกระเฉงทว่าเงียบเชียบ เมื่อระยะห่างของเป้าหมายเหลือไม่ถึงเมตร ใบหน้าหล่อก็ขยิบตาให้บอดี้การ์ดคนสนิทและกระโดดขี่หลังคนที่กำลังยืนนิ่งมองเข้าไปในร้านกระจกใสพร้อมกับเหวี่ยงตัวไปมา

 

“ผมมาแล้ว!”

 

“เฮ้ย!” คนถูกจู่โจมร้องออกมาด้วยความตกใจ ก่อนจะเหวี่ยงใบหน้ามามองคนที่กำลังขี่หลังเขาอย่างกับเด็กๆ ด้วยสายตาขบขันปนหมั่นไส้ “ลงได้แล้วไอ้น้องบ้า อายคนเค้า”

 

เฮียก็ปล่อยผมลงดิ อายแต่รัดแน่นเชียว” คนนี้ก็พูดกลั้วหัวเราะ

 

จบคำคนเป็นน้อง เฮียก็คลายวงแขนออกทันที แต่ด้วยความที่เล่นกันมาอย่างนี้ตั้งแต่เด็ก การกระทำปุ๊บปั๊บแบบนี้จึงไม่ก่อเกิดอันตรายหรือความบาดเจ็บใดๆ ให้คนทั้งคู่เลย

 

“โดดมาได้ หนักยังกะควาย”

 

“ก็รับไว้ได้อย่างดีไม่ใช่อ่อ เฮียเองก็แรงควายไม่แพ้กันแหละ” ตอกกลับพร้อมกับแลบลิ้นใส่ จากนั้นก็ผินใบหน้าสดใสไปยังบอดี้การ์ดร่างหนาที่ยืนอมยิ้มมองพวกเขาทั้งคู่อยู่ก่อนแล้ว “สวัสดีแทคยอน ยืนแกร่วเฝ้าพี่ชายฉันถ้ำมองสาวเป็นเดือนๆ นี่เหนื่อยป้ะ”

 

“ไม่เลยครับคุณมาร์คอ๊คแทคยอน ส่ายหน้ายิ้มๆ

 

“เป็นฉันลาออกนานละ” มาร์คหัวเราะ “ว่าแต่พี่ใหญ่ยังไม่ถึงเหรอ?”

 

“ถึงก็เห็นแล้วสิไอ้งั่ง” ร่างสูงผู้หลุดกรอบไปชั่วขณะหนึ่งแทรกขึ้นมาเสียงกวน ซึ่งก็ต้องเงิบแทบหงายหลังเมื่อเจอน้องชายตัวแสบตอกกลับมา

 

“ปากสุนัขไม่รับประทานนี้จีบสาวไม่ติดหรอกครับคุณคริส

 

“ผมว่าคุณอูยองมาถึงแล้วล่ะครับ” แทคยอนรีบขัดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าพี่น้องกำลังจะทำสงครามปากกัน และมันก็ได้ผลชะงัดนัก เพราะทั้งคู่รีบหันรีหันขวางมองหารถปอร์เช่คู่ใจของพี่ชายคนโตทันที

 

“โอ๊ะนั่น...” มาร์คชี้ไปยังอีกฝั่งของถนนที่มีรถปอร์เช่สีกรมคุ้นตาหยุดรอสัญญาณไฟอยู่ ซึ่งไม่ได้ผิดคาดเลยแม้แต่นิด เพราะบุคคลในบทสนทนาลดกระจกลงมาแล้วใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางแตะปลายคิ้วก่อนยกออกเป็นการทักทาย “พี่ใหญ่ของผมมมม”

 

“ถุย ทำเป็นแอ๊บแบ๊ว”

 

“เฮียปากหมาอีกแล้วนะครับ”

 

“ไอ่ต้วน!!”

 

“เอาล่ะครับๆ ผมว่าคุณทั้งสองเตรียมตัวเดินเข้าร้านดีกว่า” แทคยอนรีบแทรกร่างหนาบึกบึนของตัวเองไว้ระหว่างพี่น้องทันทีเพื่อห้ามทัพ แต่กำแพงสูงๆ อย่างเขาก็ยังไม่สามารถบดบังสีหน้าล้อเลียนจากคุณชายคนเล็กของบ้านได้

 

“แบร่!”

 

“ฝากไว้ก่อนเหอะไอ่ต้วน” คริสยกกำปั้นขึ้นขู่

 

บอดี้การ์ดร่างยักษ์มองสองพี่น้องแล้วได้แต่ส่ายหัวอยู่ในใจ...ไม่รู้จักโตกันทั้งคู่นั่นแหละ

 

ร่างสูงสง่าที่มาในชุดสบายๆ อย่างเสื้อยืดแขนยาวลายขวางสีเทาอ่อน และกางเกงสามส่วนสีขาวดึงแว่นกันแดดอันหรูออกไปให้พ้นใบหน้าหล่อแล้วเหน็บไว้ตรงคอเสื้อ ดวงตาชั้นเดียวรีเล็กเมื่อริมฝีปากบางแย้มรอยยิ้มอบอุ่นน่ารักทว่าแฝงไปด้วยอำนาจ ลักยิ้มบางบุ๋มลงที่ข้างแก้มยุ้ยๆ ราวกับซาลาเปาของพี่ใหญ่ หรือที่รู้จักกันดีในนามของนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง จางอูยอง

 

“ไง มาถึงกันนานรึยังเนี่ย”

 

“ผมเพิ่งถึงตะกี้ รถพี่ใหญ่ก็จอดอยู่ข้างลูกรักผมเลยนะรู้สึก” น้องเล็กกล่าวอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับเดินเข้าไปกอดพี่ชายด้วยความคิดถึง เพราะช่วงสองสามปีมานี้อูยองขึ้นมารับตำแหน่งดูแลงานอย่างเต็มตัว จึงทำให้พี่ชายหน้าซาลาเปางานยุ่งตลอด แทบไม่มีเวลาออกมาสังสรรค์กับน้องๆ เลย

 

“อ๋อ ว่าละทำไมคุ้นๆ” อูยองยิ้ม ก่อนจะหันไปไฮไฟว์กับน้องชายคนรอง “แล้วทำไมไม่เข้าไปกันวะ”

 

“ก็รอเฮียนี่แหละ” คริสพูดพลางจัดสูทตัวนอกไปด้วย

 

“ก็มาละนี่ไง ป่ะๆ เฮียอยากซัดอเมริกาโน่ซักสามแก้ว เมื่อคืนโหมงานดึกไปหน่อย” พี่คนโตโอบไหล่น้องสองคนด้วยท่าทางอารมณ์ดี พร้อมทั้งออกแรงลากให้คริสและมาร์คตามมา คนหลังนี่ก็ว่าง่ายอยู่หรอก แต่คริสเนี่ยสิ...จะขืนตัวไว้ทำไมก็ไม่รู้

 

“เดี๋ยวเฮีย!” คริสเบรกเสียงตื่น ก่อนจะดึงตัวเองออกมาจากแขนของพี่ชาย เขาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากในเสื้อสูทและส่งให้บอดี้การ์ดคนสนิท ซึ่งแทคยอนก็รับไปอย่างรู้งาน “ให้แทคยอนไปส่งสาส์นก่อนแล้วเราค่อยเข้าไป”

 

“เพื่ออะไรวะเฮีย ลีลาแท้”

 

“เออน่า แป๊บเดียว”

 

“เอ้า!” มาร์คขมวดคิ้ว

 

“พอๆๆ คริสมันคงมีเหตุผลของมันแหละ รอไม่นานหรอก...นั่นไง แทคยอนเดินกลับมาแล้ว ป่ะ” อูยองโบกมือพร้อมกันนั้นก็ตวัดแขนไปเกี่ยวคอน้องชายผู้มากเรื่องเอาไว้แล้วลากอย่างไร้ความปราณีจนกระทั่งเดินเข้ามาในร้านได้ในที่สุด

 

กริ๊งงงง...

 

ทันที่สามพี่น้องผลักประตูเข้ามา ร่างบางที่อยู่ใกล้ประตูที่สุดในขณะนั้นก็เอ่ยต้อนรับตามความเคยชิน รอยยิ้มสดใสที่คริสเฝ้าแอบมองจากระยะไกลมาร่วมสองเดือนทำเอาหนุ่มหล่อตัวแข็งทื่อไปไม่เป็น

 

“มินิมินยอยินดีต้อนรับค่า ไม่ทราบว่าคะ...คุณลูกค้า...” เจ้าของรอยยิ้มหวานชะงักไปชั่วครู่เมื่อสบตากับใครบางคน...บางคนที่ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างห้ามไม่อยู่ “...จะ...ทานที่ร้านหรือรับกลับบ้านคะ...”

 

“พวกเราทานที่นี่แหละครับ” เป็นอูยองที่เอ่ยตอบเสียงกลั้วหัวเราะ ด้วยความตลกน้องชายคนกลางของตัวเอง โถ่ ไม่คิดว่าจะเป็นเอามากถึงขนาดนี้

 

“ช่วยพาไปที่โต๊ะหน่อยสิครับ” มาร์คเอ่ยเสียงทะเล้น ในเวลาเดียวกันนั้นดวงตาคมก็เหลือบมองป้ายชื่อที่กลัดอยู่บนอกของพนักงานสาวสวย เบซูจี งั้นเหรอ..?

 

“เห...เอ่อ ฉัน? ฉันเหรอคะ?” พนักงานสาวชี้นิ้วเข้าหาตัวด้วยท่าทางเอ๋อสุดขีด ก็สติสตังของเธอมันลอยหายไปตั้งแต่คุณคนนั้นเดินเข้ามาในร้านแล้ว...ไหนจะยังคุยกับเธอด้วยน้ำเสียงและใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มแบบนั้นอีก

 

บอกคำเดียวเลยว่า ช็อก!

 

“ก็คุณน่ะสิคุณพนักงานเบซูจี ขอวิวดีๆ นะครับ” มาร์คขยิบตาใส่ และนั่นก็ยิ่งทำให้ซูจีรู้สึกเบลอหนักเข้าไปอีก เธอโค้งเล็กน้อยแล้วเดินนำพวกเขาสามคนด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ ดวงตากลมใสที่มองพวกเขาก็ฉายแววประหลาด ทั้งตกใจ ดีใจ และขวยเขินไปด้วยในเวลาเดียวกัน

 

พอเจ้าหล่อนเลื่อนสายตามาปะทะกับเขาพอดี ร่างสมส่วนก็สะดุ้งแล้วรีบก้มหน้าจนคางชิดอกแล้วเดินหนีหายไปหลังเคาน์เตอร์ทันที

 

เอ๋...แบบนี้นี่มัน... J

 

“ไปซะละ ยังไม่ทันได้สั่งอะไรเลยเนี่ย” อูยองชะเง้อคอมองตามแล้วส่ายหัวเบาๆ “แต่ก็น่ารักเอาเรื่องเลยนะเบซูจีคนนี้น่ะ แกตาถึงไม่เบาเลยไอ้น้องชาย” พูดพร้อมกับคว้าหัวคริสมาขยี้เล่น

 

“โอ๊ยเฮียยยย ผมเสียทรงหมด ปล่อยๆ!”

 

“มาเจอสาวแค่นี้ทำเป็นใส่สูท โหย มาร์คต้วนขอเบะปากใส่สิบที” น้องชายคนเล็กคว่ำปากตามที่พูดแล้วยื่นสีหน้าแบบนั้นไปใกล้ๆ พี่ชายคนรอง ก่อนจะหัวเราะชอบใจที่เห็นตาโตๆ ดุๆ นั่นถลึงมอง ส่งผลให้ใบหน้าของคริสละม้ายคล้ายแองกรี้เบิร์ดยังกะฝาแฝดที่พลัดพราก หลังจากระเบิดขำจนพอใจแล้วก็กวักมือเรียกพนักงานที่อยู่ใกล้ๆ มาเพื่อสั่งเครื่องดื่ม โดยที่ไม่ลืมกำชับด้วยสุ้มเสียงเจ้าเล่ห์ว่า “อย่าลืมให้พนักงานที่ชื่อเบซูจีมาเสิร์ฟนะครับ คนสวย”

 

“ค..ค่ะ!” พนักงานสาวรับคำตัวบิดเป็นเกลียว ก็คุณลูกค้าหน้าหล่อเล่นกระซิบข้างหูเลยนี่นา ไม่หัวใจวายตายตรงนั้นก็เก่งละ!

 

ด้านมาร์คก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางมีความสุข

 

จะพิสูจน์อะไรสักหน่อย...หึๆ J

 

 

 

“แล้วแกไปปิ๊ง..ชื่ออะไรนะ เอ้อ ซูจีตอนไหนวะคริส” ในระหว่างรอเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ พี่ใหญ่ของบ้านก็เอ่ยเปิดประเด็นที่ทำให้สามคุณชายจากตระกูลดังมานั่งรวมตัวอยู่ในร้านกาแฟแห่งนี้ได้ หากใครที่ติดตามหน้าข่าวสังคมเป็นประจำย่อมรู้ดีว่า โอกาสที่พี่น้องสามคนอยู่กันครบทีมมันหายากแค่ไหน

 

“ก็...ไม่นานหรอกเฮีย แฮ่ม” เจ้าของเรื่องลูบหน้าอย่างเก้อเขิน วงหน้าเย็นชาซับสีระเรื่อ และนั่นก็สร้างความแตกตื่นให้กับน้องชายคนเล็กเป็นอย่างมาก รู้จักกันมายี่สิบกว่าปีเพิ่งเคยเห็นคริสทำสีหน้าแบบนี้!!

 

สงสัยต้องถ่ายเก็บไว้แบล็คเมล์สักหน่อย...

 

“ทำไรวะมาร์ค”

 

“ถ่ายรูป”

 

“แกจะถ่ายไปทำซากอะไร ลบทิ้งเดี๋ยวนี้เลยนะ” คุณชายแองกรี้เบิร์ดตีหน้าเคร่ง แต่ก็นั่นแหละ ไอ้น้องชายตัวดีมันเคยกลัวซะที่ไหนล่ะ

 

“แกยังไม่ตอบคำถามพี่”

 

คริสเปลี่ยนสีหน้าอีกครั้งราวกับกิ้งก่า แต่ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากเล่า คนในบทสนทนาก็เดินถือถาดสั่นๆ นำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ ทำเอาชายหนุ่มใบ้กินไปอีกรอบ

 

“อะอะ อเมริกาโน่ร้อน 1 ที่ ส่วนนี่ช็อคโกแลตเฟรบเป้เพิ่มวิปครีมค่ะ...ว้าย!” จะว่าสวรรค์แกล้งหรือผีผลักก็ไม่ใช่ เพราะตัวการที่ทำให้มือสั่นๆ ของเบซูจีปัดไปโดนแก้วกาแฟร้อนๆ ที่เจ้าตัวเพิ่งวางลงบนโต๊ะเมื่อกี้จนอเมริกาโน่กระฉอกไปโดนเสื้อของพี่ใหญ่เต็มๆ ก็คือมาร์ค

 

ร่างสูงแอบยิ้มร้ายในขณะที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจอเมริกาโน่บนเสื้อของอูยองอยู่

 

“อ๊ะ ขะขอโทษนะคะคุณลูกค้า เปื้อนหมดเลย ขอโทษนะคะ” ร่างบางกล่าวอย่างลนลานพลางใช้มือเปล่าปัดที่เสื้อของลูกค้า ด้วยหวังว่าคราบกาแฟจะหลุดติดมือเธอออกมาบ้าง

 

“ไม่เป็นไรครับคุณ ไม่เป็นไร” อูยองดึงมือสาวสวยออกแล้วยิ้มบางส่งให้ ทว่าก็ไม่สามารถทำลายสีหน้าตกใจปนรู้สึกผิดของซูจีได้ อันที่จริงเธอดูเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

 

“เดี๋ยวดิฉันไปทำมาให้ใหม่ค่ะ” ซูจีดึงถาดมากอดไว้แน่นพร้อมกับโค้งซ้ำๆ แสดงความเสียใจ ดวงหน้าหวานเม้มปาก แต่ในขณะที่เธอกำลังหมุนตัวเพื่อไปทำกาแฟมาไถ่โทษ มาร์คก็ลุกพรวดพราดขึ้นมากันทางเอาไว้ทำให้ร่างบางเสียหลักหงายหลัง

 

หงายไปนั่งบนตักของอูยองพอดิบพอดี...

 

“เอ๊! เป็นพนักงานประสาอะไรทำไมซุ่มซ่ามงี้ครับ” มาร์คแสร้งโวยวายให้โต๊ะของเขาเป็นจุดสนใจมากกว่าเดิม พร้อมกับแอบดีดนิ้วเปาะในใจ...ผลออกมาสำเร็จตามแผนเด๊ะ

 

คุณพนักงานจอมซุ่มซ่ามเองก็ค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นเมื่อไม่รู้สึกเจ็บอย่างที่คาดเอาไว้ หลังจากปรับโฟกัสสักพักเธอก็มองไปรอบตัว ก่อนที่สายตาจะหยุดลงที่ใบหน้าเรียวยาวของใครคนนั้น...ที่ทำเอาเธอแทบหยุดหายใจ

 

นี่คุณอูยองเขา...อยู่ใกล้เธอมากขนาดนี้เลยเหรอ...

 

ดวงตากลมเผลอสำรวจเครื่องหน้าของเขาอย่างลืมตัว ตั้งแต่คิ้วทรงสวยที่แม้จะไม่ได้หนาดกดำแต่ก็ยังดูดี ไปจนถึงดวงตาชั้นเดียวที่แฝงความอบอุ่นทว่ามีอำนาจน่าหลงใหล สันจมูกโด่ง และริมฝีปากบางที่เข้ากับใบหน้านี้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

ร่างบางไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองเผลอแสดงสีหน้าแบบไหนออกไป รู้แค่ว่าหัวใจขนาดเท่ากำปั้นของเธอกำลังสั่นระรัวราวกับจะทะลุออกมาโชว์เจ้าของตักว่ามันเต้นแรงแค่ไหน

 

แต่ช่วงเวลาราวกับความฝันนี้ก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะมีมือลึกลับกระชากแขนเธอให้ลุกขึ้นจากตักอุ่นๆ อย่างแรง จนหญิงสาวกระเด็นไปชนอกเขา

 

“คิดจะอ่อยพี่ชายฉันหรือไง ไปชงกาแฟมาได้แล้ว” เสียงเจ้าเล่ห์ก้มกระซิบข้างหู ก่อนจะปล่อยแขนซูจีให้เป็นอิสระ

 

ซูจีตวัดสายตามองคนพูดอย่างขุ่นเคือง ทำไมปากเสียแบบนี้นะ เพราะเขาเองไม่หรือไงเธอถึงได้ตัวปลิวไปนั่งตักคุณอูยองอย่างนั้นน่ะ!

 

...

 

หรือควรจะขอบคุณดีนะ? ////////

 

 

 

ทั้งโต๊ะเงียบกริบในทันทีที่ซูจีเดินออกไป สามพี่น้องแสดงสีหน้าแตกต่างกัน โดยพี่คนโตกำลังยิ้มสุภาพให้กับผู้จัดการร้านที่เดินเข้ามาขอโทษเกี่ยวกับเรื่องวุ่นวายเมื่อครู่ คนรองของบ้านหน้าเรียบนิ่งทว่าดวงตาฉายแววผิดหวังออกมาอย่างเห็นได้ชัด ส่วนคนสุดท้อง...กระตุกยิ้มมุมปาก พร้อมกับยกช็อคโกแลตเฟรบเป้ขึ้นดื่มอย่างสบายอารมณ์

 

ว่ากันตามตรง...คิดไม่ถึงว่าเรื่องมันจะหักมุมขนาดนี้นะเนี่ย!

 

น่าสนุกชะมัด...

 

“อเมริกาโน่ได้แล้วค่ะ ส่วนนี้กรีนทีชีสเค้กเป็นของแถมจากร้านเรา” คุณผู้จัดการตัวเล็กผมสั้นสีแสบตับยิ้มหวาน “เป็นเมนูแนะนำเลยนะคะ ถือว่าเป็นการขอโทษสำหรับอุบัติเหตุเมื่อครู่ค่ะ” แล้วเธอก็เดินจากไป

 

มาร์คมองตามแผ่นหลังนั่นจนลับตา ก่อนจะหันกลับมาตักกรีนทีชีสเค้กเข้าปาก และเอ่ยเข้าประเด็นทันทีแบบไม่มีการบอกกล่าว

 

“เจ็บมั้ยล่ะเฮีย ยัยเบซูจีนั่นแหกโค้งไปทำตาหวานใส่พี่ใหญ่ซะงั้นอ่ะ ผมว่าเรื่องนี้ลึกซึ้งแน่ๆ”

 

“แต่ฉันไม่เคยเห็นเธอมาก่อนเลยนะเว้ย” อูยองเองก็พอจะรู้ได้จากอุบัติเหตุตะกี้ว่าซูจีชอบเขา แต่ได้ยังไงเขาก็ไม่รู้ ในความทรงจำไม่เคยมีคนคนนี้อยู่เลย

 

“เฮ้อ น่าสงสาร” มาร์คเบะปากอย่างน่าหมั่นไส้ ก่อนจะตักเค้กเข้าปากอีก “พาพี่น้องมาดูตัวว่าที่เมียขนาดนี้ แต่กลับหน้าแหกเพราะคุณเธอดันชอบพี่ชายตัวเอง! โห โคตรนิยายเลยว่ะ”

 

“เลิกพูดจาส้นตีนได้แล้ว” คริสพูดเสียงรอดไรฟัน เขาพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะไม่พุ่งไปต่อยน้องชายปากหมาให้หายขุ่นเคือง

 

“มันจริงปะละ หืม?”

 

“ไอ้ต้วน!!!”

 

“พอได้แล้ว! กัดกันอย่างกับหมา มีสติหน่อยสิวะ” อูยองลุกขึ้นขวางคริสเอาไว้ ก่อนเขาจะหันมาเสียงดุใส่มาร์ค น้องชายคนเล็กที่เห็นแก่ความสนุกเป็นใหญ่ “แกก็หุบปากได้แล้ว วอนหาเรื่องจริงๆ”

 

“เค้กนี่อร่อยสุดๆ สั่งเพิ่มเหอะ” มาร์คยักไหล่พร้อมกับเฉไฉเปลี่ยนเรื่องด้วยท่าทางกวนประสาท จนคริสแทบจะระเบิดอีกรอบ

 

น้องเวรตะไล!

 

“นี่เฮีย” หลังจากเงียบไปสักพัก ตัวแสบประจำบ้านก็เอ่ยขึ้นมาอีกด้วยน้ำเสียงจริงจัง “สรุปวันนี้เฮียพาผมมาดูตัวพี่สะใภ้ช้ะ? ตามแผนเดิมคือหลังจากนี้จะเดินหน้าจีบช้ะ?”

 

“เออ”

 

มาร์คคนช็อคโกแลตเฟรบเป้แล้วถามต่อ “คิดว่าจะจีบนานแค่ไหนล่ะ”

 

“....ไม่รู้”

 

“แต่ก็มโนไปว่าถึงขั้นแต่งงานแล้ว?”

 

“กินเค้กไป!” อูยองจัดการอุดปากที่เอาแต่พ่นถ้อยคำกวนบาทาด้วยเค้กคำเบ้อเร้อ พร้อมกับหันไปตับบ่าน้องชายคนกลางเบาๆ “อย่าเพิ่งเครียดว้อย เขาคงแค่ปิ๊งเฮียแบบเฮ้ยหล่อไรงี้แหละ ไม่ได้ลึกซึ้งอะไรหน่า อีกอย่างเฮียคงไม่มาที่นี้แล้วว่ะ ดีไม่ดีคราวหน้าอาจจะโดนไข่กระทะแทนอเมริกาโน่”

 

อูยองเอ่ยติดตลก ซึ่งค่อนข้างได้ผล เพราะน้องชายต่างก็หลุดเสียงหัวเราะออกมา

 

ทว่า มารผจญก็ยังคงเป็นมารผจญ มาร์คเอ่ยขัดบรรยากาศที่เริ่มกลับมาครื้นเครงอีกครั้งด้วยสีหน้ามั่นอกมั่นใจ “ไม่จริงว่ะพี่ใหญ่ จากเซ้นต์ของเซียนผู้หญิงอย่างมาร์คต้วนแล้ว ยัยคนนั้นต้องชอบพี่ใหญ่มานานแล้วแน่ๆ” น้องสุดท้องรีบเอานิ้วชี้จรดริมฝีปากทันทีที่เห็นว่าอูยองกำลังจะพูดขัด “ชู่ว ไม่เชื่อผมก็หันไปดูนั่นนะ เบซูจีแอบมองพี่ใหญ่อยู่หลังเคาน์เตอร์ล่ะ”

 

ดวงตาสามคู่มองไปยังจุดเดียวกันแบบไม่ปิดบัง เล่นเอาพนักงานสาวสวยที่ตกเป็นประเด็นเบนหน้าหนีไม่ทัน ใครจะคิดล่ะว่ารู้ตัวกันแล้ว ให้ตายเถอะ

 

“บิงโก!” มาร์คดีดนิ้วเปาะ เขายิ้มในใจที่เห็นว่าพี่ชายทั้งสองไม่สามารถหาคำมาปฏิเสธได้ เหอะ พวกเขาสามคนผ่านโลกมาไม่น้อย เรื่องง่ายๆ แค่นี้ดูออกอยู่ละ

 

คริสทิ้งแขนทั้งสองข้างลงข้างตัวทันที เขารู้สึกราวกับมีเข็ดนับแสนๆ เล่มซาดซัดใส่ใจเขาแบบไม่ยั้ง เขาเคยรู้สึกเจ็บจนอยากจะตะโกนออกมาดังๆ แค่ครั้งเดียวคือตอนที่แม่ตาย ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สอง

 

อกหักตั้งแต่ยังไม่เริ่มเพราะพี่ชายตัวเอง แถมต้นเหตุยังไม่รู้เรื่องอีก...

 

น่าสมเพชชิบหายเลยว่ะ

 

“คำถามสุดท้ายละ เฮียชอบผู้หญิงคนนั้นจริงๆ ใช่ป่ะ” น้องชายตัวดีของเขาถามขึ้นมาอีกครั้ง

 

คริสนิ่ง...เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน ความสัมพันธ์ที่ผ่านมาเพียงแค่ฉาบฉวย แต่กลับเบซูจีมันไม่ใช่ ตั้งแต่วินาทีแรกที่เขามองเห็นเธอในคาเฟ่แห่งนี้ เขาก็ไม่สามารถละสายตาไปจากร่างบางๆ กับรอยยิ้มหวานๆ ของเธอไปได้อีก

 

ถึงแม้จะทำได้เพียงแอบมองจากระยะไกล และคอยฝากการ์ดการ์ตูนที่เขาลงทุนวาดเองกับมือและลูกอมรสโปรดของเขาไปให้ทุกวัน แค่สีหน้างงงวยที่มักจะตามมาด้วยรอยยิ้มขอบคุณเพียงเท่านั้นก็สามารถเติมเต็มความรู้สึกในใจของเขาได้

 

สิ่งที่เกิดขึ้นมันลึกซึ้งและละเอียดอ่อนมาก...

 

“อืม”

 

“งั้นผมก็พอมีวิธีนะ” มาร์คพูดจบก็ตบท้ายด้วยรอยยิ้มระรื่นโชว์เขี้ยวเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์

 

แต่เขาขอพูดในฐานะพี่ชายนะ โคตรเกลียดยิ้มแบบนี้ของมันเลย

 








100%
โปรดติดตามตอนต่อไป





 






ในที่สุดอินโทรก็มาครบแล้วค่ะ! หลังจากที่แอบรีไรท์ไปสองสามรอบ
เค้าไม่สบายแหละเฮ้ย ปวดหัวหนักมาก เป็นหวัดลงคอด้วย
หนีแอบหนีหม่าม้าออกมาอัพฟิคกลางดึก 555555555555
หักมุมม้ะ? หรือพอจะเดาออกกันอยู่แล้ววว? ฮั่นแน่
ไปสกรีมฟิครอ #ซูจีเป็นสะใภ้มาเฟีย และติดตามการอัพของไรท์ได้ในทวิตนะคะ
หรือใครที่ไม่เล่น ไรท์สร้างเพจ (ด้วยความลวกและมั่นหน้า5555) ไว้แล้วนะ
กดไลค์กันได้ ถึงไรท์จะยังไม่ได้อัพเดทอะไรมากก็เถอะ จิ้ม
เม้นต์ไว้นะ เห็นเยอะๆ แล้วรู้สึดกระปรี้กระเปร่าอยากอัพ 5555555555555555









© themy  butter
Cigarette
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

23 ความคิดเห็น

  1. #22 AnNita 'Ks (@anna1808) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 21:41
    รอเรื่องนี้นะ อยากฟินๆ ได้ทั้งสามคู่เลย ชอบหมดดดดด
    #22
    0
  2. #21 noopha (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 12:19
    รอเรื่องนี้อยู่น้าาาา ชอบ Mark Dark
    #21
    0
  3. #17 sad_smile (@_cysh_) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 00:43
    เหมือนมีแนวโน้มว่ามาร์คจะไม่ใช่พระเอก TT แต่เราเชียร์มาร์คนะ มาร์คเบ จงเจริญ555555555

    #17
    0
  4. #16 soompu (@soompu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 21:45
    ในที่สุดไรท์ก้มาอัพเเล้วหนุกมากบอกเลย
    #16
    0
  5. #15 SweettieDream (@dreammy10) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 20:43
    เย้ ในที่สุดก็มาแล้วววว สนุกมากอยากรู้จะเป็นไงต่อ แล้วเฮียคริสจะทำยังไง?
    แต่เรื่องนี้มาร์คกวนประสาทและมาก55555 
    สงสารเฮียคริส ไม่เป็นไรนะเฮีย สู้ต่อไป ฮึ้บ
    -หายไวๆนะคะไรท์
    #15
    0
  6. #13 love (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 00:08
    รอคอยมานานแสนนาน ในที่ฝุดก็ได้ฟินแล้ว มาบ่อยๆนะคะ
    #13
    0
  7. #12 sandwich (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 11:03
    โอ้ยยย อยากอ่านมากก มาอัพตอนหนึ่งด่วนเลยค่าไรท์ อัพเรื่องoops! ด้วยนะคะ เราจะรอ><
    #12
    0
  8. #11 KPOP (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2558 / 22:42
    จะมาร์คเบ หรือคริสเบก็ได้ จิ้นหมดชอบทุกคน Love ป๋ามากหน่อย
    #11
    0
  9. #8 SweettieDream (@dreammy10) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 22:06
    ว้าวๆๆๆมาแว้วนิดนุง ขอเดาว่าเป็นคริสละกัน?? มั่วล้วนๆเลยจ้า555555

    #8
    0