คาวแค้นแสนเสน่หา

ตอนที่ 4 : บทที่1 ต่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 237
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 มี.ค. 59

18 ปีผ่านไป...

ร่างระหงปราดเปรียวในชุดเดรสสั้นรัดรูปสีส้มทองก้าวเดินฉับๆ เข้าไปยังสำนักงานเล็กๆ ทว่าสะอาดเอี่ยมแวดล้อมด้วยต้นไม้ดอกไม้บานสะพรั่งงดงามและยังเป็นสำนักงานต้นสังกัดของ พริตตี้ชั้นแนวหน้าของเมืองไทยด้วย พิมพ์ภัสสร เร่งฝีเท้ายิ่งขึ้นเมื่อมองเวลาจากนาฬิกาเรือนเล็กบนข้อมือบางพบว่ามันเลยเวลานัดของตนมาร่วมชั่วโมงแล้ว


จากเด็กหญิงที่เกือบจะจมน้ำหายไปจากโลกนี้เมื่อสิบแปดปีก่อน บัดนี้เธอคือหญิงสาววัยยี่สิบห้าเจ้าของใบหน้าพริ้มเพราประกอบด้วยรูปหน้าเรียวไข่ประดับด้วยดวงตากลมโตสีน้ำตาลสกาวสุกใสพราวระยับเป็นประกายเหมือนเจ้าของดวงตากำลังเชื้อเชิญให้เข้ามาหา อย่างที่เรียวกว่าตาหวานเซ็กซี่ จมูกโด่งเรียวเล็กน่ารักโดยไม่ได้ผ่านมีดหมอและริมฝีปากอวบอิ่มเต็มตึงแดงระเรื่อด้วยวัยสาว เมื่อยามยิ้มแย้มจะเผยให้เห็นไรฟันขาวสะอาดราวไข่มุกและรอยยิ้มของเธอก็เป็นที่ประทับใจของผู้พบเห็นเสมอ 

แม้ว่าเธอจะอายุมากกว่าบรรดาพริตตี้ทุกคนในบริษัทแต่ความสวยความแซบเซ็กซี่ของเธอก็ทำให้พิมพ์ภัสสรยังเป็นพริตตี้ชื่อดัง สวยเซ็กซี่ที่สุด มีงานอีเวนต์และผู้ต้องการจ้างเธอมากที่สุดในสังกัดของ เจ๊หวาน อดีตหนุ่มใหญ่ใจสาวซึ่งบัดนี้ก็เป็นหญิงทั้งร่างกายและจิตใจและตอนนี้กำลังยืนเท้าสะเอวจ้องลูกรักในสังกัดตาเขียวปัด...


“ต๊าย นี่กี่โมงแล้วยะน้องเพื่อนขา แม่หวานรอจนเหงือกแห้งจนจะกรอบแล้วค่ะ ตอนนี้ลูกค้าเราก็หงุดหงิดมาก...” เจ๊หวานหวานแผดเสียงใส่คนที่เรียกได้ว่าเป็นลูกรักอย่างอารมณ์ร้อนจัด


“เพื่อนขอโทษค่ะแม่หวาน วันนี้เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะเลยมาสาย...”

“ไหนเป็นอะไร หล่อนก็ปกติดีนี่ยะ”

“รถเพื่อนถูกชนค่ะ ตอนนี้อยู่ที่อู่แต่เพื่อนไม่เป็นอะไรมาก แต่หากไม่คาดเข็มขัดนิรภัยอาจจะเป็นวิญญาณเพื่อนนะคะที่มายืนคุยกับแม่หวานอยู่ตอนนี้ แต่ก็ถูกกระจกบาดนิดหน่อยค่ะที่ต้นแขนนี่ไงคะ...” พิมพ์ภัสสรหันข้างที่แขนถูกกระจกบาดเป็นรอยแดงมีเลือดซึมน้อยๆ ให้เจ๊หวานดูซึ่งเมื่อเจ๊หวานเห็นต้นแขนเรียวมีตำหนิก็หน้าซีดตกใจ


“ต๊าย ตายแล้ว ไปๆ ทำแผลก่อนเดี๋ยวเป็นแผลเป็นขายไม่ออกกันล่ะงานนี้ ว่าแต่ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ หึ...” แล้วคำถามมากมายก็ตามมา แต่พิมพ์ภัสสรก็ได้แต่ยิ้มให้ผู้เป็นเสมือนมารดาคนที่สองของเธอด้วยความซาบซึ้ง เจ๊หวาน หรือที่เธอมักเรียกว่า แม่หวาน นั้นแม้เป็นคนปากร้ายและค่อนข้างออกตัวแรงในทุกเรื่องแต่ความจริงแล้วเจ๊หวานนั้นเป็นคนจิตใจดีมาก และแม่หวานคนนี้ก็ดีกับเธอมาตลอดยี่สิบปีที่เธออยู่กับเจ๊หวานมาในฐานะ ลูกบุญธรรม...


พิมพ์ภัสสรเดินตามเจ๊หวานไปโดยไม่อิดออดเพราะรู้ดีว่าตนเองนั้นมาสายกว่าเวลานัดเป็นชั่วโมงแต่แล้วร่างบางสมส่วนหยุดกึกแทบจะหัวคะมำเมื่อเจ๊หวานหยุดเดินกะทันหันโดยไม่บอกไม่กล่าว...

“มีอะไรคะแม่หวาน”

“ที่แม่หวานจะพูดนี่ แม่อยากให้เพื่อนคิดดีๆ และตัดสินใจเองในทุกๆ เรื่อง”

“เรื่องอะไรคะ...”

“ตอนนี้น้องแพงอาการไม่ดี หมอบอกว่าน้องแพงอาจจะอยู่กับเราได้อีกไม่นาน... แม่หวานกลัวว่าเพื่อนจะคิดสั้นๆ ยอมเป็นเมียเก็บไอ้เสี่ยนั่น” ใบหน้าที่มีรอยยิ้มยู่เสมอหมองลงไป


“ค่ะเพื่อนเข้าใจ เพื่อนจะทำทุกอย่างเพื่อรักษาแพงค่ะ แต่ไม่ยอมเป็นเมียน้อยหรือเด็กเสี่ยคนไหนแน่นอน” 

พิมพ์ภัสสรกล่าวออกมาอย่างหนักแน่นเมื่อนึกถึงน้องสาวฝาแฝดที่กำลังป่วยหนักอยู่ตอนนี้ น้องแพง น้องสาวฝาแฝดผู้อาภัพไม่แตกต่างจากเธอ เพียงแต่เธอโชคดีกว่านิดเดียวที่รอดพ้นเหตุร้ายๆ นั้นมาได้อย่างเฉียดฉิวเท่านั้นเอง พิมพ์ภัสสรสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วเดินต่อไปด้วยฝีเท้าที่มั่นคง...

 

ร่างสูงสง่าในชุดนักแข่งรถสีดำคาดเทาก้าวยาวๆ เข้าไปในห้องโถงของคฤหาสน์หลังงามของตนอย่างไม่พอใจเป็นอย่างมาก ที่วันนี้เขาไม่อาจจะลงแข่งขันได้เพราะมารดากับน้องสาวตัวดีเข้าไปขัดขวางและอาละวาดจนงานแข่งขันรถยนต์สนามล่าสุดที่เขากับ เคน เพื่อนสนิทจัดขึ้นล้มไม่เป็นท่า...


“นี่ตาธาม หยุดนะอย่าเดินหนีแม่แบบนี้ ธามแม่บอกให้หยุด...” คุณธิติมา ร้องเรียกบุตรชายคนโตอย่างฉุนเฉียว ร่างอวบอิ่มในวัยห้าสิบปลายเดินมาขวางหน้าร่างสูงใหญ่ของ ธาม สุวลักษณ์ ธอมป์สัน ชายหนุ่มวัยสามสิบเอ็ดปีเลือดผสมไทย จีน อังกฤษ ไว้ก่อนที่เขาจะเดินหนีหน้าไป ชายหนุ่มหยุดเดินแล้วหันมามองมารดาด้วยแววตาเรียบเฉย


ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้ายาวได้เหลี่ยมได้รูปนั้นคมเข้มประกอบด้วยดวงตาใหญ่สีดำสนิทแววหวานชวนฝันภายใต้คิ้วยาวหนา จมูกโด่งเป็นสันตรงรับกับริมฝีปากหยักสวยสีชมพูเข้ม กรามแกร่งมีไรเคราเขียวครึ้มเสริมให้ใบหน้าของเขาดูหล่อเหลาตรึงใจ ยิ่งยามที่เขายิ้มให้สาวๆ ดวงตาคมจะพราวด้วยประกายฉ่ำหวานจนคนมองแทบละลายไปกับแววตาของเขาเลยทีเดียว ฟันขาวสะอาดเรียงตัวสวยส่งให้เขาดูน่าหลงใหลมากขึ้นซึ่งมันทำให้สาวน้อยสาวใหญ่พร้อมจะทอดกายให้เขาเชยชมและขอให้ได้เป็นคู่ควงของเขาสักวันหรือสักคืนพวกเธอก็แสนจะยินดี เพราะมันจะทำให้พวกเธอเป็นที่สนใจของบรรดาเหยี่ยวข่าวและอาจจะเป็นบันได้ไปสู่การเป็นนักแสดงหากมีคนสนใจพวกเจ้าหล่อนเยอะๆ แต่ที่สำคัญ ธามจ่ายงามมากเมื่อพวกเธอพ้นจากเตียงของเขา แต่ทว่าตอนนี้ดวงตาพราวหวานของธามไม่มีรอยยิ้มแม้แต่น้อย...

“คุณแม่ต้องการอะไรครับ...”


“แม่แค่ต้องการให้ลูกเลิกแข่งรถบ้าๆ นั่นไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์...”

“แค่นั้นใช่มั้ยครับ”


“ใช่แค่นี้แหละค่ะที่คุณแม่กับแทมมี่ที่ต้องการ...” แทมมี่ หรือ แทนฤทัย พูดแทนมารดา ใบหน้าสวยจัดคมเข้มแบบฉบับลูกครึ่งละม้ายพี่ชายบึ้งตึงด้วยลักษณะของคนเอาแต่ใจและไม่ยอมคน ร่างบางยืนหลังตรงหน้าเชิดด้วยความเคยชิน


“แค่นั้นเหรอแทมมี่ แค่นั้นเหรอครับคุณแม่ แค่นี้แต่คุณแม่กลับทำให้ทุกอย่างของผมพังไม่เป็นท่า...” 

ธามเสียงดังเต็มไปด้วยความฉุนเฉียว ใบหน้าหล่อเหลาไร้รอยยิ้มเล่นหัว ดวงตาไม่มีแววอ่อนโยน ริมฝีปากที่มักมีรอยยิ้มแสนสำราญอยู่เนืองนิตย์เม้มสนิท

“ธาม แม่...”


“ผมขอตัวนะครับ ผมเหนื่อยมาก...” ตัดบทแล้วเดินขึ้นห้องไปอย่างไม่สนใจมารดาที่หน้าเจื่อนจืดไป...


“พี่ชายเราโกรธแม่แล้วเห็นมั้ยแทมมี่” คุณธิติมาร้อนใจเพราะไม่เคยเห็นบุตรชายมีอาการโกรธจัดขนาดนี้มาก่อน


“โธ่คุณแม่ขา พี่ธามน่ะโกรธง่ายหายเร็วจะตาย เดี๋ยวเดียวก็หายโกรธค่ะ เราทำถูกแล้วนะคะ หากพี่ธามยังคงลงแข่งรถแบบเสี่ยงๆ อย่างนี้พี่ธามอาจจะได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตได้นะคะ แทมมี่รู้ดีค่ะว่าฝ่ายคู่แข่งธามเล่นไม่ซื่อ...” แทนฤทัยปลอบมารดาให้เหตุผลซึ่งทำให้มารดายอมรับได้ หญิงสาวยิ้มบางๆ แล้วตบหลังมือมารดาเบาๆ อย่างให้กำลังใจกันและกัน


แทนฤทัยถอนใจแล้วนึกถึงผู้ชายคนนั้น คนอย่าง ราฟาเอล ฟร้องซ์ ชายหนุ่มวัยสามสิบเอ็ดปีชาวฝรั่งเศสคนนั้น ที่เป็นคู่ปรับพี่ชายของตนมาตลอดและเธอก็เห็นฤทธิ์ของราฟาเอลว่าแค่ไหน ผู้ชายคนนั้นที่เธอตั้งฉายาให้เขาว่า ซาตานหน้าหยก เขาเป็นคนที่น่ากลัวเกินไปและเธอก็กลัวว่าพี่ชายของเธอจะเสียทีเขา ซึ่งเธอก็ไม่อาจจะทนได้หากพี่ชายของตนจะแพ้ราฟาเอล...



ฝากติดตามผลงานของ หงส์  จันรัญจวน ด้วยนะคะ 

ขอบคุณค่าาา 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น