ใต้ร่มวันฝนซา ☔ [E-Book มาแล้ว & รอบสต็อกเร็วๆ นี้]

ตอนที่ 6 : ☔ 4 ยิ่งรู้ยิ่งไม่เข้าใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,983
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 453 ครั้ง
    26 ก.ย. 63

ลงครั้งแรก 14 ก.ค. 2559

รีไรต์ 26 ก.ย. 2563


4

ยิ่งรู้ยิ่งไม่เข้าใจ


“เขาชอบวี ที่แต่งตัวประหลาด ทำตัวลึกลับเพราะอยากให้เป็นที่จดจำ อยากให้วีสนใจไง เลือกมาเฉพาะวันที่ฝนตกเพราะเมื่อไหร่ฝนตกวีก็จะคิดถึงเขา เนี่ย ฉลาดมาก”

นับตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงมื้อเที่ยงพี่ตรีก็ยังพูดเรื่องชายใต้ร่มไม่หยุด ผมปรามจนเหนื่อยจะปราม ได้แต่นั่งมองมือตัวเองที่พันผ้าพันแผลไว้

เพราะมือผมเจ็บจากการถูกเศษจานที่แตกบาด พี่ตรีจึงบังคับให้ผมหยุดร้าน

“เขาคงมีเหตุผลของเขา”

“ชอบวีไง นั่นแหละเหตุผล”

“ไม่มีงานให้ทำเหรอครับ” เบี่ยงประเด็นเพราะทำตัวไม่ถูก

“เรื่องงานไว้ที่หลัง เรื่องน้องชายพี่ต้องมาก่อน” พี่ตรีตาเป็นประกาย

“ตอนแรกยังทำท่าไม่ไว้ใจเขาอยู่เลยทีตอนนี้มาเชียร์”

สีหน้าของพี่สาวเปลี่ยนจากการหยอกล้อกลายเป็นจริงจังและกังวล

“วี ช่วงสองสามปีที่ผ่านมาเราผ่านเรื่องแย่มามาก จากที่วีจะได้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไปก็ต้องเทียวเข้าเทียวออกโรงพยาบาล ทำงานพิเศษหาเงินมารักษาพ่อ พอพ่อไม่อยู่ก็ต้องมาขลุกอยู่แต่ในห้องครัวกับเตาอบ ไม่มีเวลาไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน ไม่มีชีวิตเป็นของตัวเองเพราะต้องมาคอยจ่ายค่าเช่าบ้าน ค่าเรียนของพี่ วีมีความสุขจริงๆ เหรอ”

“ผมว่าเราคุยกันเรื่องนี้ไปแล้ว ร้านนี้เป็นทุกอย่างของผม ผมทิ้งมันไม่ได้” 

“พี่ถามว่าวีมีความสุขจริงๆ เหรอ” เธอย้ำอีกครั้ง

“ผมมีพี่ มีร้าน มีลูกค้าน่ารักอย่างน้องชะเอม น้องชะพลูหรือลุงโชค ผมรู้สึกโชคดีและพอใจกับทุกอย่าง พี่ตรีอย่าเครียดสิ”

“วีทำให้คนอื่นอยู่เสมอ พี่แค่อยากเห็นใครสักคนรักวี ทำเพื่อวีบ้าง มีความรักเป็นสิ่งที่ดี และชายใต้ร่มเขาดูแลวีได้พี่เชื่ออย่างนั้น”

ผมหัวเราะ “แค่เขามาเฝ้าไข้ผมครั้งเดียว พี่ชอบเขาเลยเหรอเนี่ย อีกอย่างผมมีพี่ตรีรักผม ทำเพื่อผมแล้วไง หรือพี่ตรีจะบอกว่าไม่ใช่”

“ความรักแบบครอบครัวกับคนรักมันต่างกัน สักวันถ้าวีมีแฟนเมื่อไหร่ วีจะรู้ว่าความสุขของการได้รักและถูกรักมันเป็นยังไง”

คำพูดคำจาแบบนี้หรือว่า

“พี่มีแฟนเหรอ ใครกัน! อายุมากกว่าหรือน้อยกว่า เจอกันที่ไหน ทำไมไม่เห็นเล่าให้ผมฟังบ้าง” พูดเสียงดังขึ้นด้วยความตื่นเต้น พี่ตรีเองก็ไม่เคยมีแฟนมาก่อน

“มีคนที่ดูๆ กันอยู่ แต่รู้ไหมพี่รู้สึกผิดทุกครั้งที่ออกไปไหนมาไหนกับเขา ใจพี่มีแต่วีที่รออยู่บ้าน พี่จะออกไปมีความสุขได้ยังไงทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าน้องทำงานหนักทุกวัน”

อดไม่ได้ที่จะตีมือพี่สาวไม่แรงนัก เธอร้องโอ๊ย เม้มปากทำหน้าเคืองผม

“ถ้าพี่จะหาแฟนให้ผมเพราะเหตุผลนี้ผมโกรธนะ”

เธอรีบส่ายหน้าเป็นพัลวัน “อย่าเพิ่งเข้าใจพี่ผิด ที่พูดถึงชายใต้ร่มเป็นเพราะพี่เห็นเขายิ้มตอนวีไข้ลดต่างหาก”

“เขาถอดผ้าปิดปากเหรอ!”

ใจผมกระตุกทันที

“เปล่า แต่ต่อให้ปิดทั้งตัวมิดชิดยังไง ขอแค่เห็นตาอย่างเดียวก็อ่านความรู้สึกได้ ตาคนเรามันโกหกได้ยากกว่าคำพูดหลายร้อยเท่า ชายใต้ร่มของวีเขาคอยมองวีตลอดเวลา บ่นร้อนก็เช็ดเหงื่อ บ่นหนาวก็ห่มผ้า ขยันเช็ดตัวเปลี่ยนน้ำให้ ขนาดพี่กลับมาแล้วเขายังไม่ยอมไปไหน ขออยู่เฝ้าไข้วีเองทั้งคืน จนไข้ลดตอนเช้ามืดถึงได้ยอมกลับ”

“ทั้งคืน?”

“อืม ทำเอาพี่อดหลับอดนอนไปด้วยเพราะคอยแอบดูเขา ตอนเฝ้าไข้นะชายใต้ร่มหน้านิ่วคิ้วขมวด พอไข้ลดเขาก็ยิ้มดีใจใหญ่ ทีนี้วีคิดว่ายังไงล่ะ ถ้าเขาไม่ชอบไม่รู้สึกจะต้องอดหลับอดนอนดูแลวีไหม”

หัวใจของผมเริ่มสั่นไหวขึ้นมา แต่ก็ยังไม่อยากเชื่ออยู่ดี

“จริงสิ มีอีกอย่างหนึ่งที่พี่คิดว่าวีควรรู้ไว้”

ยังมีอะไรมากกว่านี้อีก แค่นี้ผมก็สับสนจะแย่

พี่ตรีผละออกจากโต๊ะขึ้นไปด้านบน สักพักจึงกลับมาพร้อมหนังสือเล่มหนึ่ง เธอวางมันลงบนโต๊ะให้ผมได้เห็น หยิบมันขึ้นมาพลิกดูแล้วก็ต้องวางคืน

“A long way down? ภาษาอังกฤษล้วน วีอ่านไม่ออก”

“พี่วางมันไว้ใกล้เตียงเมื่อคืนนี้ ชายใต้ร่มเขาขออนุญาตอ่าน คงกลัวว่าจะหลับมั้งเลยหาอะไรทำ” เธอหยิบมันขึ้นมาพลิกหน้ากระดาษหา

“We all spend so much time not saying what we want because we know we can't have it.*”

“?”

“เป็นสิ่งที่เขาพูดตอนคืนหนังสือพี่มา”

“มันแปลว่าอะไร”

“เราทุกคนใช้เวลามากมายไปกับการไม่พูดถึงสิ่งที่ต้องการ เพราะรู้ว่าเราไม่อาจมีมันได้”

ถึงพี่ตรีจะแปลเป็นภาษาไทยให้แล้วแต่ผมก็ยังไม่เข้าใจความหมายที่ชายใต้ร่มต้องการจะสื่อ

“พี่รู้ว่าวีคิดอะไร เจอหน้าเขาวีก็ถามเองแล้วกัน แต่วันนี้ต่อให้ฝนตกหนักเขาก็คงไม่มาแล้วมั้ง ยังไม่ได้นอนนี่นา”

“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าให้ฝนตกเลย เขาจะได้นอนพัก”

“เป็นห่วงเป็นใย” พี่ตรีกลับมาล้อเลียนได้เหมือนเดิม

“ผมไปนอนพักดีกว่า เบื่อคนชอบจับคู่”

หนีหน้าพี่สาวเพื่อกลับไปนอนบนเตียง อยากหายให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะได้กลับมาเปิดร้านต้อนรับลูกค้าอีกครั้ง และจะได้นำเสนอขนมปังแบบใหม่ๆ ให้ชายใต้ร่มด้วย

เคยคิดว่าแค่เขายอมกินขนมปังของผมสักครั้งก็คงจะพอใจ แต่ไม่ใช่เลย ยิ่งได้เข้าใกล้มากเท่าไหร่ยิ่งอยากรู้จักมากขึ้นเท่านั้น แต่รู้ว่ามันคงเป็นไปได้ยาก ในเมื่อชื่อเขาผมก็ยังไม่รู้ หน้าก็ไม่เคยได้เห็น

ผมปิดร้านอยู่หนึ่งอาทิตย์เต็ม เป็นช่วงเวลาที่ฝนตกแต่ตอนกลางดึก กลางวันท้องฟ้าแจ่มใส แดดจ้า อากาศร้อนอบอ้าวจนน่าหงุดหงิด

กลายเป็นว่าผมไม่ชอบอากาศในวันที่ฝนไม่ตกไปเสียแล้ว

“พรุ่งนี้ก็คงเปิดร้านได้”

ขยับมือที่รอยแผลจางไปมาก ไม่รู้สึกเจ็บปวดอีก ผมจึงนำวัตถุดิบออกมาผสม ทำแป้งโดเตรียมไว้ก่อน อารมณ์ขึ้นมาฉับพลัน

ระหว่างที่นำพักแป้งโดนั้นเองเสียงฟ้าคำรามจากด้านนอกทำให้ผมต้องรีบล้างมือ ดึงผ้ากันเปื้อนออกจากตัวและเปิดประตูออกไปเพื่อมองหน้าชายในชุดสีดำ

อดทนรอไม่ไหว ผมคว้าเอาร่มและตัดสินใจเดินออกจากร้าน ก้าวไปตามทางอย่างไม่มีจุดหมาย ครุ่นคิดว่าเขากำลังเดินเล่นมองร้านคนอื่นอยู่รึเปล่า

พื้นถนนยังเฉอะแฉะและเปียกชื้นเหมือนทุกครั้ง แต่ความรู้สึกที่ผมมีต่อฝนเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง หลายอย่างที่ผมหลงลืมกลับมาในความทรงจำ

บางครั้งพ่อพาเราออกไปช่วยซื้อของที่ร้านใกล้บ้าน เมื่อฝนตกลงมาทั้งผม พี่ตรีและพ่อต่างเปียกปอนไปทั้งตัว แต่เรายังคงพูดคุยและหัวเราะให้กันไม่ต่างจากวันที่ไร้ฝน

ขาของผมหยุดลงเมื่อถึงสนามเด็กเล่น ชายใต้ร่มเคยมานั่งที่ชิงช้า คิดได้ดังนั้นจึงเดินเข้าไปทิ้งตัวลงที่เดียวกับเขา ปล่อยร่มลงกับพื้น ให้น้ำฝนสัมผัสโดนผิว

ในจังหวะที่ผมหลับตาลง ความทรงจำแสนเลือนรางมาแทนที่ความทรงจำของพ่อ ที่ชิงช้าตัวเดียวกันนี้ เด็กชายในชุดสีดำก้มลงกินขนมปังในมือ เห็นหน้าของเขาไม่ชัดคล้ายมีเมฆหมอกมาบดบัง มีเพียงดวงตาสีเทาเท่านั้นที่แจ่มชัด มันสดใสกว่าครั้งไหน ผมสีน้ำตาลเข้มของเขาเปียกปอนด้วยน้ำฝน ครั้งนี้เขาไม่ได้ร้องไห้แต่แย้มยิ้มดีใจ

“Thank you”

ผมสะดุ้ง ลืมตาขึ้นด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรงราวกับเพิ่งวิ่งหนีอะไรสักอย่างมา

และสิ่งแรกที่ผมเห็นคือดวงตาสีเทาเหมือนกับในความทรงจำ ชายใต้ร่มยืนอยู่ตรงหน้าผมด้วยคิ้วที่ขมวด ร่มยื่นมาทางผม ตั้งแต่ไหล่ลงไปถึงปลายเท้าของเขาจึงเปียก

“ตากฝนทำไม คุณป่วยอยู่”

โดนดุโดยไม่ทันตั้งตัว

“ผมหายแล้ว คุณนั่นแหละจะป่วย” ยื่นมือไปผลักก้านร่มของเขาให้ออกไป แต่เขายังคงไม่ขยับตัว

“รวี กลับร้าน”

“ไม่กลับ ผมอยากนั่งตรงนี้ นั่งด้วยกันสิ”

“ทำไมดื้อ”

แม้มองไม่เห็นใบหน้าทั้งหมดแต่ผมรู้ว่าเขากำลังทำหน้ายุ่ง เป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกว่าเขาน่ารัก อาจเพราะความน่ารักไม่ได้จำกัดอยู่แค่ที่หน้าตา

ชายใต้ร่มยอมนั่งลงที่ชิงช้าข้างผม เขาเหลือบตามามอง

“มือเป็นยังไงบ้าง”

“หายสนิทแล้วครับเหลือแค่รอยแผลนิดหน่อย”

ถุงมือสีดำยื่นมาแตะมือผม

“ขอโทษนะ”

“ครับ?” ผมไม่แน่ใจว่าเขาพูดอะไร เพราะเสียงฟ้าร้องแทรกเข้ามา 

“ผมน่าจะคว้าคุณได้เร็วกว่านั้น มันอาจเป็นแผลเป็น” 

หัวใจผมเต้นผิดจังหวะไปเล็กน้อย เขาสบตากับผมราวกับรู้สึกผิดมากมาย ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของเขา ผมส่ายหน้าให้เพื่อบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่

“ผู้ชายจะมีแผลเป็นสักแผลสองแผลก็คงไม่เป็นไร”

ผมใช้เท้าเขี่ยแอ่งน้ำบนพื้นจนมันกระเด็นเปรอะรองเท้า บรรยากาศระหว่างผมและเขาเต็มไปด้วยความเงียบเหมือนทุกครั้ง แต่คราวนี้เราอยู่ข้างนอก เสียงฟ้าร้องและฝนตกฟังดูใกล้กว่าที่คิด เสียงแมลงและเสียงกบดังเสียงของเราสองคน

นี่เป็นโอกาสที่ผมจะได้คุยกับเขา ผมไม่ควรปล่อยมันไปอีก

“คุณมาที่นี่บ่อยไหม” 

“เมื่อก่อนก็บ่อย แต่ตอนนี้บางครั้ง”

“คุณคงชอบที่นี่มาก ทั้งที่มันถูกทิ้งร้างไม่มีใครเข้ามานานแล้ว”

มีแค่ชิงช้าที่ยังคงสภาพดี อย่างอื่นสนิมขึ้นและผุพังไปหมด พ่อแม่เห็นว่าอันตรายก็ไม่ให้เด็กมาเล่น จนหญ้าขึ้นสูง มีแต่บริเวณนี้เท่านั้นที่พอจะเข้ามาได้

“ผมเคยชอบที่นี่ที่สุด แต่ไม่นานมานี้ผมมีที่ที่ชอบมากกว่า”

“ที่ไหนเหรอครับ” ผมถามโดยไม่ได้คิดอะไร

“ร้านขนมปังร้านนึงที่มีต้นไม้เต็มไปหมด”

ผมหยุดแกว่งชิงช้า มือกำสายโซ่ที่เปียกชื้น

“ผมชอบที่นั่น”

ร้านของผม

ภาพเด็กน้อยดวงตาสีเทาพูดภาษาที่ผมไม่เข้าใจเริ่มผุดขึ้นมาในหัวมากมาย แต่มันยังคงเบลอและเรียบเรียงได้ยาก

“เราเคยเจอกันใช่ไหม”

ชายใต้ร่มตาโตขึ้นเล็กน้อยราวกับเป็นคำถามที่เขาไม่ได้คาดคิด

“ชิงช้า บ้านเด็กเล่นข้างหลังนั่น ในซอย ต้นไม้ใหญ่ก่อนถึงร้าน ทั้งหมดเป็นที่ที่เราเจอกัน ฝน! เราเจอกันวันฝนตก”

“ผม...” เขาพึมพำ จู่ๆ ก็เงยหน้าขึ้นมองบนฟ้า ผมแหงนมองตาม ก้อนเมฆมืดครึ้มแหวกทางให้พระอาทิตย์ แสงสว่างกำลังส่องลอดลงมาและฝนกำลังจะหยุดตก

ชายใต้ร่มลุกขึ้น ออกวิ่งจากไป

ทิ้งผมไว้เพียงลำพัง

ผมนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นนานจนท้องฟ้าสดใส นกบินออกจากที่หลบฝน ผมพาตัวเองกลับบ้านด้วยใจห่อเหี่ยว ทั้งที่รู้ว่าเขาต้องไป แต่ก็อดเสียใจไม่ได้เมื่อเขาไม่แม้แต่จะร่ำลา


“วี! ทำไมเปียกแบบนี้ เพิ่งจะหายไข้ไม่ใช่เหรอ รีบไปอาบน้ำเลย” พี่ตรีโวยวายใหญ่เมื่อผมก้าวเข้าไปในร้าน เธอดึงผมเข้าห้องน้ำ เอาผ้าขนหนูมาเช็ดผมเช็ดหน้าให้

“เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น” เสียงของพี่ตรีอ่อนโยนลง ราวกับรู้ว่าผมกำลังรู้สึกแย่

“ผมแค่ ไม่รู้สิ” ผมถอนหายใจ ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคาดหวังอะไรอยู่

“เรื่องชายใต้ร่มแน่ ไปเจอเขามาเหรอ เขาทำอะไรให้น้องพี่เสียใจ”

“เขาไม่ได้ทำอะไร แต่เพราะไม่ได้ทำอะไรนั่นแหละถึงได้น่าโมโห มาหาที่ร้าน มาดูแล แต่พอถามกลับไม่ตอบ บางครั้งอยู่ด้วยได้ บางครั้งอยู่ไม่ได้ ตกลงคิดยังไงกันแน่ ต้องโทษพี่ด้วยที่เอาความคิดประหลาดมาใส่หัวผม จะไม่ให้ผมอดคิดได้ยังไงว่าเขา...” ผมพูดรัว แต่พอเห็นสายตาพี่สาวก็ต้องหันหน้าหนี

“ว่าเขาชอบ จะพูดแบบนี้ใช่ไหม”

“พี่ออกไปเลย ผมจะอาบน้ำ”

เธอหัวเราะ ขยี้ผ้าขนหนูลงบนหัวผม

“ถ้าเขาไม่ตอบ วีก็ลองพูดก่อนเป็นยังไง เล่าเรื่องของวีให้เขาฟัง วันละนิดวันละหน่อย พอเราเปิดใจให้เขา เขาก็จะเปิดใจให้เรานะ มันไม่ยากหรอกวี”

“ผมพูดไม่เก่ง”

“พยายามเข้า ถ้าเขาไม่ได้ชอบเราอย่างที่พี่คิด อย่างน้อยเขาก็ต้องรู้สึกอะไรบ้าง แต่ถ้าเราชอบเขาแล้วก็เดินหน้า เป็นฝ่ายจีบเขาเองไปเลย”

“พี่ตรี! จีบอะไร!” ผมร้องเสียงดังทันควัน

“ถ้าเขามาแต่วันฝนตกพอหมดหน้าฝนวีจะไม่ได้เจอเขาอีก หน้าฝนอาจดูเหมือนยาวแต่มันสั้นกว่าที่คิด ใช้เวลาให้คุ้ม ทุ่มสุดตัว ชอบใครทั้งทีจะเอาแต่มองได้ยังไง”

“ผมไม่ได้...” พอผมจะปฏิเสธ เธอกลับเอานิ้วชี้ขึ้นมาแตะปากผมให้หยุด

“เชื่อฟังพี่แล้วทุกอย่างจะดีเอง”

พี่ตรีวางแผนช่วยผมเต็มที่ เธอบอกว่าควรเปลี่ยนเมนูขนมปังให้เขาทุกครั้ง เขาจะได้ตื่นเต้น ตั้งตารอคอยสิ่งใหม่จากผมอยู่เสมอ

และเมนูแรกก็คือขนมปังเพรทเซล เป็นขนมปังที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มักทำเป็นเส้นยาวพันเป็นเกลียวที่ตรงกลาง แต่ก็สามารถทำเป็นรูปอื่นได้เช่นกัน ผมจัดรูปร่างของมันตามต้องการ จุ่มน้ำผสมเบกกิ้งโซดา เพื่อให้ผิวนอกมีสีเหลืองทองตอนอบ และช่วยให้มีรสสัมผัสกรุบกรอบที่ต่างจากขนมปังอื่น

ฟ้าฝนก็ช่างรักผม มันเริ่มตกตั้งแต่วินาทีที่เปิดประตูร้านหลังจากปิดไปหลายวัน

“สวัสดีครับ” เอ่ยทักทายด้วยความประหม่าเมื่อเห็นชายใต้ร่มเปิดประตูเข้ามา 

เขามาเร็วราวกับรู้ว่าวันนี้ฝนจะตก

“ผมมีเมนูใหม่ฉลองที่มือหายดีด้วย คุณนั่งที่โต๊ะเดิมใช่ไหมครับ รอสักครู่ เดี๋ยวผมจะเอาไปเสิร์ฟ” รีบพูดรีบจัดการไม่ปล่อยให้เขาได้ปฏิเสธ

ผมอุ่นขนมปังไม่นานนักก็เสิร์ฟมันบนถาดไม้น่ารักพร้อมช็อกโกแลตปั่น 

“วันนี้น่ารักเป็นพิเศษ” ชายใต้ร่มมองมันก่อนเลื่อนสายตาขึ้นมามองผม

“!!!”

“รูปหัวใจ” นิ้วเขาชี้จนไปที่เพรทเซลรูปหัวใจสองชิ้นบนถาด

เพิ่งรู้ตัวว่าผมปั้นมันเป็นรูปหัวใจ มันเหมือนผมกำลังจีบเขารึเปล่า เขาคงไม่คิดมากเหมือนพี่ตรีใช่ไหม ผมเม้มปาก มือซุกลงในกระเป๋าผ้ากันเปื้อน นั่นทำให้ปลายนิ้วของผมแตะโดนอะไรบางอย่าง

หยิบมันออกมาดูจึงเห็นว่าเป็นลูกอมรูปหัวใจที่เขาฝากน้องชะเอมไว้ ผมมือสั่นจนมันตกลงที่พื้น ชายใต้ร่มโน้มตัวลงเก็บมันขึ้น ส่งคืนมาให้ผม

“ขอบคุณสำหรับลูกอมนะครับ น้องชะเอมเอามาให้ น้องเป็นเด็กดี พอได้ขนมหลายชิ้นก็เอามาแบ่ง” ผมพูดแก้เก้อ ถือโอกาสนั่งลงตรงข้ามเขาอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก

“ผมตั้งใจให้คุณ”

คำพูดของเขาไม่ช่วยอะไรผมเลย ทำให้แย่ลงด้วยซ้ำ แก้มผมเริ่มร้อนขึ้น เจอแบบนี้จะชวนคุยอะไรได้

ชายใต้ร่มยิ้ม เขาหลุบตาลงมองขนมปัง ทำแค่มองอยู่อย่างนั้นไม่มีทีท่าว่าจะกิน เมื่อลองทบทวนอีกทีจึงพบว่าผมไม่เคยเห็นตอนเขากินสักครั้ง เห็นแค่ตอนที่เหลือแต่จาน

อาจเป็นเพราะเขาไม่ต้องการให้เห็นหน้า

เราต่างนั่งเงียบจนกระทั่งสายตาของชายใต้ร่มเลื่อนมาที่กระถางดอกกล้วยไม้ซึ่งผมแขวนไว้ริมหน้าต่าง ผมลูบกลีบดอกสีม่วงของพวกมันอย่างทะนุถนอม

“ผมชอบต้นไม้ตั้งแต่เด็ก เห็นพวกมันงอกขึ้นมาตามริมทางเดิน บนทางเท้า น่าเหลือเชื่อที่สามารถมีชีวิตอยู่ได้แม้ว่าจะโดนเหยียบหลายครั้ง ได้น้ำฝนก็แค่นิดเดียว ถ้าผมไม่ได้ทำร้านขนมปังอาจจะเปิดร้านขายต้นไม้ดอกไม้”

ท่าทีตั้งใจฟังของเขาทำให้ผมมีกำลังใจจะคุยต่อ

“แต่ผมก็ชอบขนมปังเหมือนกัน มันทำให้ผมคิดถึงพ่อ เหมือนว่าพ่อยังคงอยู่กับผมเสมอ พ่อจากไปเมื่อปีที่แล้ว เหลือแค่ร้านนี้ที่ทำให้ผมยังสัมผัสพ่อได้” ผมเงียบไปเล็กน้อย ภาพของพ่อที่แนะนำขนมปังให้ลูกค้ายังคงชัดเจนเหมือนพ่อไม่เคยจากไปไหน

“ผมเลยเลือกที่จะเปิดร้านต่อ แล้วก็ปลูกต้นไม้ไปด้วย คุณรู้ไหม ดอกไม้มีความหมายเฉพาะของมันนะ แต่ละสีก็แตกต่างกันออกไป กล้วยไม้สีม่วงนี้ หมายถึงความเคารพและชื่นชม ผมปลูกมันให้พ่อและแขวนไว้รอบร้าน ให้รอบตัวผมมีแต่สิ่งที่ผมรัก”

เล่าไปเรื่อยอย่างไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับการตอบกลับ แต่ชายใต้ร่มก็ตอบ

“ดีสำหรับคุณ สำหรับผมต่อให้รักขนาดไหนก็ไม่อาจอยู่ใกล้ได้”

ดวงตาสีเทาจ้องมองมาขณะพูด มันเหมือนเขาพูดถึงผม

“พี่ชาย! พี่วี!” เสียงเด็กน้อยที่ผมไม่ได้ยินมาสักพักดังขึ้นหน้าร้านช่วยผมออกจากความเขินอายที่ไม่ควรเกิดขึ้นได้อย่างทันเวลา

“พี่วีหายแล้วเหรอคะ ดีจัง น้องเอมขอพรทุกวันเลย ตักบาตรให้พี่วีด้วย”

“อะไรนะครับ?” ผมก้มลงมองเด็กน้อยก็เห็นน้องชะเอมยิ้มหวาน ตามมาด้วยน้องชะพลูซึ่งวิ่งตามมากอดผมแน่น

“พี่วี พี่วี” เด็กชายเขย่งเท้าหอมแก้มผมดังจุ๊บ

“พี่วีเปิดร้านแล้ว ขอโทษนะครับ วันนั้นคงตกใจกันแย่ พี่วีทำขนมปังใหม่ออกมาด้วย อยากกินไหม” ผมดึงตัวพวกเขามากอดให้หายคิดถึง

“กิน!” ชะพลูตอบอย่างกระตือรือร้น ผละจากอ้อมกอดผมไปปีนเก้าอี้ชายใต้ร่มแทน อ้าปากจะปรามแต่ถุงมือสีดำจับตัวน้องชะพลูไว้ อุ้มให้นั่งลงบนตัก

สงสัยมานานวันนี้ได้เห็นกับตาว่าชายใต้ร่มชอบเด็กๆ มิน่าพวกเขาถึงได้พูดถึงแต่พี่ชายและบอกว่าอยากเล่นด้วย แม้แต่น้องชะเอมเองก็ขึ้นไปนั่งที่เก้าอี้ข้างเขา ผมจึงออกมาอุ่นขนมปังและทำน้ำปั่นอีกสองชุด ปล่อยให้พวกเขาอยู่ด้วยกัน

เด็กน้อยทั้งสองตาลุกวาวเมื่อเห็นขนมปังเพรทเซล

“หัวใจ เหมือนลูกอมรูปหัวใจของพี่ชาย!” น้องชะเอมยิ้มหวาน  

“หัวใจของพี่ชาย หัวใจของพี่วี คิก” น้องพลูโยกหัวไปมา 

“หัวใจของน้องเอม หัวใจของน้องพลู” ผมชี้ไปยังขนมปังของพวกเขา ไม่กล้าหันไปสบตากับชายใต้ร่ม

“น้องเอมคิดถึ๊งคิดถึงพี่วี พี่ชายก็คิดถึงพี่วีใช่ไหมคะ”

ชายใต้ร่มสบตากับผม พยักหน้าแทนคำตอบ

จากที่คิดจะนั่งร่วมโต๊ะก็ร้อนจนนั่งไม่ติด ต้องลุกไปคว้าผ้าเช็ดโต๊ะมาทำความสะอาดร้านทั้งที่มันยังสะอาดดีอยู่ ก้มหน้าก้มตาอย่างนั้นพักใหญ่

“ฝนจะหยุดแล้ว พี่ชาย!” น้องพลูร้องเตือนขึ้น

เห็นเขาหยิบร่มเตรียมกลับก็รู้สึกหวิวในใจ เพราะผมไม่รู้ว่าฝนจะตกอีกเมื่อไหร่ ผมยืนอยู่ที่หน้าประตูร้านพอดี เราจึงประจันหน้ากันเมื่อเขาต้องการจะออกไป 

“คุณจะมาในวันที่ฝนไม่ตกบ้างได้ไหม” ผมถามกึ่งขอร้อง

“ผมก็อยากให้มันเป็นไปได้”

“ผมไม่เข้าใจ”

“อย่าใส่ใจผมนักเลย พรุ่งนี้ผมอาจไม่มีโอกาสได้มาแล้วก็ได้” เขาผลักประตูเปิดออก ขายาวในกางเกงสีดำก้าวไปตามทางอย่างไม่รีรอ ผมวิ่งตามไป ตะโกนถามเขา

“ถ้าพรุ่งนี้ ไม่มีโอกาสแล้วจริงๆ คุณก็จะเดินหนีผมไปแบบนี้เหรอ!”

เขาหันกลับมากะทันหัน จับข้อมือและดึงอย่างแรงให้เข้าไปยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในซอย ภาพของเด็กผู้ชายคนเดิมที่ผมมักเห็นในช่วงนี้ซ้อนทับเข้ามา

ต้องเป็นเขา เป็นเขาแน่

“ผมแค่อยากเป็นเพื่อนกับคุณ เหมือนที่เราเคยเป็น” ผมพูดอย่างไม่แน่ใจ

ภาพเหล่านั้นต้องไม่ใช่ความฝัน เด็กชายที่มีดวงตาแสนเศร้าเคยยิ้มให้ผม หัวเราะให้ผม กินขนมปังที่ผมทำ

“ผมอยู่คนละโลกกับคุณ” ดวงตาเขามีแต่ความเจ็บปวด มันเศร้ากว่าทุกครั้ง เหมือนเขากำลังร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา

“เราเป็นเพื่อนกันไม่ได้”

ฝนหยุดตกแล้ว เขานิ่งงันมองความแจ่มใสของท้องฟ้า

สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะเดินจากไปอีกครั้งหนึ่ง ทิ้งผมไว้กับความไม่เข้าใจที่นับวันจะมีแต่ยิ่งพอกพูน


#ใต้ร่มวันฝนซา


☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂


* ข้อความหนึ่งจากหนังสือ A long way down นักเขียน Nick Hornby


สำหรับขนมปังแขกรับเชิญของเราในตอนนี้ คือขนมปังเพรทเซล

ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกับยี่ห้อ Auntie Anne's ขนมปังเลขแปดนั่นเอง

ตอนหน้าก็เฉลยแล้ว ว่าทำไมชายใต้ร่มถึงได้ลึกลับนักกก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 453 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,249 ความคิดเห็น

  1. #2120 View_Aranya (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 10:05
    ลีลาเยอะเหลือเกินพ่อคุณ ชาตินี้จะรู้ไหมว่าเป็นใคร
    #2,120
    0
  2. #2096 Pookie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 12:05

    พี่ชอบแนวนี้น่ะ... เหมือนได้ดูซีรีย์??’•❤️อ่านทีไรเหมือนได้บรรยากาศตอนฝนตกปรอยๆ????️????️

    #2,096
    0
  3. #2069 HanaTarita (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 22:21
    พระเอกจะไม่ตายตอนจบใช่มั้ยคะเนี่ย พระเอกเป็นคนใช่มั้ยคะ คนแหละเนาะ
    #2,069
    0
  4. #2025 _jppm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:51
    น้องคับ ;-; สุดจะน่ารัก🎂
    #2,025
    0
  5. #1997 premmiii (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 14:32
    หงึ จอดอ.ของแม่
    #1,997
    0
  6. #1971 Berlin†† (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 00:02
    ชอบบรรยากาศในเรื่องมากเลยค่ะ มันดูเรียบง่ายแต่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึก เขินและลุ้นไปกับรวีจริงๆว่าเมื่อไหร่คุณเค้าจะพูด้วย5555555
    #1,971
    0
  7. #1959 fffyty (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 21:58
    เด็กที่หลบฝนวันนั้นใช่คุณชายใต้ร่มใช่มั้ย
    #1,959
    0
  8. #1930 rattanalak44 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 14:40
    มีปมอะไรในใจนะ..
    #1,930
    0
  9. #1921 mileylovely (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 15:38
    อยากรู้จักคุณชุดดำมากกว่านี้แล้ว แง
    #1,921
    0
  10. #1911 เดือนสิบไงจะใครล่ะ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 16:33
    ชอบตรงภาพปลากรอบ(ประกอบ)นี่ล่ะ
    #1,911
    0
  11. #1906 premmiii (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 22:38
    ฮื่อออ น้อน
    #1,906
    0
  12. #1899 Olaf_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 17:38
    ช่วงนี้หน้าฝนพอดีเลยค่ะ ชอบบรรยากาศเรื่องนี้มากๆ อ่านตอนฝนตกนี่อินสุดๆ อยากวิ่งไปคาเฟ่เเถวบ้านเลย^^
    #1,899
    0
  13. #1792 trois.z (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 20:52
    ชอบบบบบ บรรยากาศดูหม่นๆ หมองๆ ดี ชอบแนวนี้มากค่ะ เป็นกำลังใจให้น้องวี
    #1,792
    0
  14. #1756 KiHaE*129 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 19:03

    เคยเจอกันมาก่อน

    พี่ชายชุดดำจำวีได้ แต่กลัววีจำตัวเองไม่ได้หรอ

    #1,756
    0
  15. #1723 MookNok (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 20:09
    น่ารักอ่าาาา เขินนน งื้อออ
    #1,723
    0
  16. #1680 สายฝนที่หายไป (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 23:53
    ชอบมากก ความสโลไลด์ค่อยๆเข้าอารมณ์ของตัวละครไปเรื่อยๆชอบสุดบรรยากาศก้ดีอย่างกับเราเข้าไปอยู่ในนั้นจริงๆเลยอ่าาา ชอบมากกกกก
    #1,680
    0
  17. #1671 Mune (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 04:18
    เราชอบความเรื่อยๆของนิยายเรื่องนี้นะคะ ค่อยๆซึมซับบรรยากาศในเรื่อง ซึมซับความรู้สึกตัวละคร :) เลื่อนมาท้ายตอนทีไรก็หิวค่ะ ฮืออออ ทำร้ายมาก 55555555555
    #1,671
    0
  18. #1670 Mune (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 04:18
    เราชอบความเรื่อยๆของนิยายเรื่องนี้นะคะ ค่อยๆซึมซับบรรยากาศในเรื่อง ซึมซับความรู้สึกตัวละคร :) เลื่อนมาท้ายตอนทีไรก็หิวค่ะ ฮืออออ ทำร้ายมาก 55555555555
    #1,670
    0
  19. #1662 K-NaThan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 12:51
    เคยเจอคนตาสีเทาอยู่ค่ะ(มันไม่เชิงว่าเทาซะทีเดียวแต่สำหรับเรามันคือเทา...)แค่ไม่นาน แต่มันมีเสน่ห์มาก จำได้ว่าที่หันมาชอบสายฝ. เพราะเคยเจอนี้แหระทีแรกที่กดเข้ามาเพราะเราหลงเข้ามาค่ะ! แต่เริ่มมีแรงอ่านตอนที่วีบรรยายว่าพระเอกตาเทานี้เอง5555(ความคลั่งไคล้ส่วนตัวแน่...)
    #1,662
    0
  20. #1590 fest02 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 23:05
    อ่านเกร็ดความรู้แล้วหิวขึ้นมาเลย
    #1,590
    0
  21. #1563 ffy97 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 00:29
    ชอบนิยายแนวนี้มากเลยค่ะ ><
    ชื่อเสียงเรียงนามพี่แกก็ยังคงปริศนาต่อไป คิดจนปวดหัวแล้วค่ะ5555 งั้นเรียกพี่ดำทมิฬละกัน #โดนตบ
    #1,563
    0
  22. #813 Oshfly (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 11:27
    อยากรู้จังว่าชายชุดดำอายุเท่าไหร่?
    #813
    0
  23. #725 -Shawty- (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 04:14
    ชอบเวลาที่พี่ร่มเรียกวีว่า รวีจัง ฟังละละมุนสุดดดๆ งื้อออออ
    #725
    0
  24. #576 Pop Blieber (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 12:20
    ชื่อนั้นสำสัญไฉนหากใจรัก ฮ่า
    #576
    0
  25. #535 อนุบาลตัวแม่ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 00:15
    มีการสื่อความหมายอะไรเล็กๆ เหมือนจะได้กลิ่นมาม่าลอยมา
    #535
    0
  26. #531 benjawun708 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 22:06
    วี ชื่อ ระวี
    ผู้ชายใต้ร่ม ชื่อ -ดำ 5555
    #531
    1
    • #531-1 Nanako_zz(จากตอนที่ 6)
      13 ธันวาคม 2559 / 01:25
      อัปลักษณ์ก็มาาา5555 #ขอโทษที่พาดผิงนะค่ะ
      #531-1