ใต้ร่มวันฝนซา ☔ [E-Book มาแล้ว & รอบสต็อกเร็วๆ นี้]

ตอนที่ 5 : ☔ 3 ฝนไปแล้ว แต่คุณยังอยู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,290
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 470 ครั้ง
    26 ก.ย. 63

ลงครั้งแรก 9 ก.ค. 2559

รีไรต์ 25 ก.ย. 2563


3

ฝนไปแล้ว แต่คุณยังอยู่


“พ่อเจอแม่ครั้งแรกในสภาพไม่น่าดูเท่าไหร่ เพราะแทบไม่มีลูกค้าคนไหนเข้าร้าน ตอนแม่เปิดเข้ามาพ่อก็เลยลนลาน ทำอะไรแปลกๆ เยอะแยะ แต่แม่กลับหัวเราะ เสียงหัวเราะของแม่ในวันนั้นพ่อยังจำได้อยู่เลย เธอเป็นลูกค้าคนแรกของพ่อ ถ้าไม่ได้แม่ร้านนี้ก็คงปิดไปตั้งนานแล้ว”

เรื่องราวของแม่ออกจากปากพ่อไม่หยุดยามที่เขารอขนมปังในเตาอบ ไม่เคยเบื่อที่จะได้ฟัง แม้ว่าบางครั้งพ่อจะเล่าเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เป็นเพราะสีหน้าของพ่อตอนที่เล่านั้นเต็มไปด้วยความสุขและความรัก

แม่จากไปตั้งแต่ที่ผมยังเด็กมาก ความทรงจำทุกอย่างที่เกี่ยวกับแม่นั้นผมได้รับจากพ่อ โชคดีที่พอจะมีภาพแม่เก็บไว้อยู่บ้าง รอยยิ้มของแม่เหมือนนางฟ้า ไม่ว่าดาราคนไหนจะสวยยังไง ผมก็เห็นแม่สวยที่สุดเสมอ

“รวี แปลว่าดวงอาทิตย์ แม่เป็นคนตั้งชื่อนี้เพราะอยากให้ลูกแข็งแรงและสดใสเหมือนท้องฟ้าในวันที่มีแดดจ้า” พ่อกุมมือผมไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างกุมมือพี่สาว

“กลับกันราตรี เป็นตอนกลางคืนที่เย็นสบาย มีแสงจันทร์ส่องสว่างแทนที่ความมืดมิด กลางวันและกลางคืนจะคอยหมุนเวียนเปลี่ยนหน้าที่ ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปคงไม่ได้ พ่อและแม่อยากให้ลูกดูแลกันและกันอย่างนั้นไปตลอด รักกันให้มากๆ และพ่อจะคอยดูลูกอยู่ ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน”

พี่ตรีสะอื้น ซบหน้าลงกับท่อนแขนพ่อ

“ไม่ต้องร้องไห้ แม่เขาเหงามานาน คงจะรอพ่ออยู่ พ่อต้องไปหาแม่สักที”

“ผมจะดูแลร้านขนมปังของพ่อเป็นอย่างดี จะทำขนมปังที่ดีจนลูกค้าต้องบอกว่าอร่อยกว่าที่พ่อทำอีก”

“ขี้โม้ ถ้าลูกค้าหนีพ่อจะมาเข้าฝันบ่นให้นอนไม่ได้เลยคอยดู”

ทั้งผมและพ่อหัวเราะ แม้ว่าในดวงตาของพวกเราจะเต็มไปด้วยน้ำตา

มือของพวกเราเกาะกุมกันอย่างนั้นจนรอยยิ้มของพ่อจางหาย ไม่มีแรงบีบตอบจากมือเขาอีกต่อไป

เมื่อไม่มีพ่อเราสองพี่น้องก็ต้องดูแลตัวเอง

“เราจะทำยังไงกับค่าเช่าบ้านดี ไหนจะค่าเรียน ปีหน้าวีก็ต้องเข้ามหาวิทยาลัย” พี่ตรีขมวดคิ้วมุ่น ผลักใบเรียกเก็บเงินค่าเช่าบ้านให้พ้นจากสายตา

“ผมจะไม่เรียนต่อ ผมจะทำร้านนี้ต่อจากพ่อ”

“วี พี่จะเป็นคนลาออกเอง พี่สัญญากับพ่อไว้ว่าจะดูแลวี มันเป็นหน้าที่พี่”

“พระจันทร์กับพระอาทิตย์หมุนเวียนเปลี่ยนหน้าที่ ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้ ผมกับพี่ดูแลกันนั่นคือสิ่งที่พ่อและแม่ต้องการ”

“ถ้าอย่างนั้นก็เรียนทั้งคู่ ทำงานทั้งคู่”

ส่ายหน้าปฏิเสธ มองไปยังห้องครัวซึ่งเต็มไปด้วยความทรงจำ พ่อเลี้ยงเราสองคนด้วยตัวคนเดียว ผมจึงได้วิ่งเล่น ดูพ่อทำขนมปังตั้งแต่เริ่มจำความได้

ร้านนี้สำคัญกว่าผมยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น

“เราเรียนเพื่อที่จะทำงาน ผมเรียนกับพ่อมาเป็นสิบปี ไม่อยากเรียนอะไรเพิ่มแล้ว มีงานให้ทำแล้วด้วย ให้ผมได้ทำร้านนี้ต่อเถอะนะครับ”

แม้ว่าจะพูดคุยกันกี่ครั้ง ผมก็ยืนยันคำเดิม พี่ตรีจึงต้องยอมแพ้โดยมีเงื่อนไขว่าผมต้องเรียนให้จบม.ปลาย

ฉับพลันภาพทุกอย่างพร่าเลือน เสียงฝนแว่วอยู่ในหูมันเลือนรางจนแยกไม่ออกว่าความจริงหรือความฝัน

“กินไหม เราทำเองนะ อร่อยมากๆ พลาดแล้วจะเสียใจ”

ภาพรอบตัวเปลี่ยนไป ผมมุดเข้าไปในบ้านของเล่นสีสดใส ข้างในนั้นมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งนั่งกอดเข่าก้มหน้าอยู่

รอบตัวเรามืดครึ้ม ฝนตกหนักไม่มีวี่แววจะหยุด มือผมหยิบครัวซองต์จากถุงกระดาษออกมา ยื่นมันไปตรงหน้าเขา เสียงสะอื้นจากเด็กชายหยุดลง เขาเงยหน้าขึ้นมองผม รอบกายเขาดำสนิทคล้ายความมืดดูดเขาเข้าไป มีแค่ตาเท่านั้นที่โผล่ออกมา

ดวงตาสีเทา

สะดุ้งเฮือกลุกขึ้นนั่งบนเตียง ใจเต้นแรงและหายใจเร็ว หันมองไปทางหน้าต่างพบว่าฝนกำลังตก เสียงฝนคงทำให้ผมคิดถึงพ่อและทำให้ผมฝันประหลาด

เดี๋ยวก่อน ฝนงั้นเหรอ

วิ่งลงจากห้องนอนไปยังประตูหน้า รีบเร่งดันบานประตูเหล็กขึ้นด้านบน ผมไอเล็กน้อยเมื่อลมพัดเอาฝนมาโดน เย็นจนผมตัวสั่น

แต่แล้วก็มีถุงมือสีดำเลื่อนมาใกล้มือผม ช่วยดันบานประตูขึ้น ร่มสีดำที่ด้านในมีเมฆและท้องฟ้าสีสดใสยื่นมาบดบังฝนให้ผม

ชายใต้ร่มวันนี้ไม่ได้อยู่ใต้ร่มอีก เพราะกลายเป็นผมแทนที่อยู่ใต้ร่มของเขา

“เข้ามาก่อนครับคุณ เดี๋ยวตัวจะเปียก” ดันหลังเขาเข้าร้าน

ท้องฟ้ายังคงมืดสนิท ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกแว่วมาจากด้านบน อีกหลายชั่วโมงกว่าร้านจะเปิด ทำไมเขาถึงอยู่ที่นี่เวลานี้

สีหน้าของผมคงถามออกไปหมดแล้ว เขาจึงพึมพำ

“ฝน”

“เพราะฝนคุณถึงมา แต่ร้านยังไม่เปิด ถ้าวีไม่เปิดประตูคุณก็จะยืนอยู่หน้าร้านจนฝนหยุด? คนปกติเขาไม่มาด้อมๆ มองๆ หน้าร้านคนอื่นเขาในเวลาแบบนี้หรอกนะ”

ถึงแม้ว่าผมจะสงสัย แต่นั่นไม่คำถามจากปากผม พี่ตรีเดินลงมาจากชั้นบน ดึงตัวผมให้ออกห่างจากชายใต้ร่มด้วยความระแวง 

“ต้องการอะไร”

“ผมไม่ได้ต้องการอะไร นอกจาก...”

“รวี?”

สะดุ้งกับการต่อประโยคของพี่สาว รีบสะกิดให้หยุดพูด

“ก็เขาเหลือบมองวีจะให้คิดว่าไง ถ้าจะมาจีบก็เปิดหน้าเปิดตาหน่อย อยู่ในที่ร่มดันใส่หมวก ไหนจะผ้าปิดปากอีก ทำตัวเป็นโจร”

“พี่ตรี! รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมเข้าครัวเดี๋ยววีตามไป”

ทั้งผลักทั้งดันพี่สาวเข้าไปทางหลังร้าน ก่อนกลับออกมา

ลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองก็ใส่ชุดนอนอยู่ ผมเผ้าแบบคนเพิ่งตื่นนอน หน้ายังไม่ได้ล้างด้วยซ้ำ อายเขาไหมเนี่ย

“ฝนตกแต่เช้า ตอนกลางวันอาจไม่ตกอีก”

“อะไรนะครับ”

“ถ้าฝนไม่ตกคงไม่ได้เจอคุณ”

“แล้วถ้าผมไม่ได้เปิดประตู”

“ก็คงไม่ได้เจอ”

ดวงตาที่ผมเคยเห็นว่ามันเศร้ากลับมีประกายความสุข

คำพูดของพี่ตรีดังสะท้อนในหัว

จีบรึเปล่า

แต่ไม่ใช่หรอก ไม่มีทาง เป็นผู้ชายทั้งคู่นี่นา แถมผมยังไม่มีอะไรน่าดึงดูดสักอย่าง มีแค่ผ้ากันเปื้อนเลอะๆ เสื้อผ้าเก่าที่มีรอยขาด กับคำพูดเฉิ่มเชยไม่รู้จักการชวนคุย

ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่ทำให้เขามารอหน้าร้านทั้งที่ยังไม่เปิดก็เหลืออย่างเดียว

“ขนมปังร้านผมอร่อยใช่ไหมล่ะ ติดใจสิท่า วันนี้ผมให้คุณชิมขนมปังตัวใหม่เป็นคนแรกเลยแล้วกัน มันยังไม่เคยวางขายในร้าน”

“รวี จะทำไมขนมปังน่ะ!” พี่สาวตะโกนแทรกมา

“จะไปเดี๋ยวนี้” ป้องปากตะโกนตอบ “คุณหาที่นั่งตามสบายเลยครับ”

“รวี”

เท้าที่กำลังจะเดินเข้าครัวหยุดอยู่กับที่เมื่อได้ยินเสียงเขาเรียกชื่อผม เสียงที่นุ่มและเบา ทุกอย่างที่ออกมาจากตัวเขาเข้ากับบรรยากาศของสายฝนที่ตกพรำๆ

“เป็นชื่อที่เพราะมาก” พูดจบเขาก็เดินไปนั่งที่ประจำโดยไม่รอการตอบรับ

แล้วคุณละชื่ออะไร

ผมไม่ได้ถามเพราะคิดว่ายังไม่ใช่จังหวะที่เหมาะ ตัดสินใจกลับเข้าหลังร้าน อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเข้าครัวเหมือนที่ทำเป็นประจำ

บางวันพี่ตรีจะตื่นมาช่วยผมทำขนมปังตั้งแต่เช้ามืด บางวันจะช่วยหมักแป้งโดและเตรียมวัตถุดิบหลังก่อนเข้านอน

เราสองคนได้ช่วยพ่อทำตั้งแต่ยังเล็กจึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะสานต่อ

ขนมปังแต่ละชนิดใช้เวลาในการทำไม่เท่ากัน ระยะเวลาในการรอขนมปังให้ขึ้นฟู เวลาในการอบ อุณหภูมิที่ใช้ก็ไม่เท่ากัน ดังนั้นการเปิดร้านตัวคนเดียวเป็นเรื่องยาก ต้องอาศัยการวางแผน ความขยัน อดทน ความใส่ใจและประสบการณ์

ยิ่งได้มาสัมผัสด้วยตัวเองยิ่งภูมิใจในตัวพ่อที่เปิดร้านคนเดียวเลี้ยงดูผมกับพี่

“ชอบเขาไหม”

“พี่ตรี เขาเป็นผู้ชาย ผมเป็นผู้ชาย” เหลือบมองพี่อย่างดุๆ ก่อนหลุบตาลงสนใจแป้งโดทั้งหลายตรงหน้า

“ตอบไม่ตรงคำถาม” เธอยกถาดขนมปังที่ทาเนยแล้วเขาไปในเตาอบ “ชะเง้อคอมองทุกครั้งที่ฝนตก ฝนไม่ตกก็หงอยทั้งวัน แค่นั้นยังตอบตัวเองไม่ได้อีกเหรอ”

“ไร้สาระน่าพี่ตรี ฝากพี่เอาเจ้าพวกนี้เข้าเตาอบด้วยละกัน เดี๋ยวผมเอาขนมปังไปให้เขาก่อนฝนจะหยุดตก”

“จ้า ปากบอกไร้สาระแต่กลัวเขากลับก่อนจะได้กิน”

แกล้งทำเป็นไม่สนใจ เร่งฝีเท้านำจานขนมปังออกไปด้านนอก หูคอยฟังเสียงฝนอยู่ตลอดว่ามันยังคงตกสม่ำเสมอ

“เซตอาหารเช้าครับ อิงลิชมัฟฟิน ไข่ดาว แฮมและชีส”

“Crumpets*”

“ครับ?”

“มันคล้าย Crumpets แม่ชอบทำให้ผมกินเป็นมื้อเช้า” เขาใช้มีดและส้อมหั่นมันออกเป็นสองส่วน “English muffins? We just called them muffins.”

ผมยืนงงอยู่ครู่ใหญ่จนเขาเงยหน้าขึ้นมามอง ดวงตาโค้งลง ริมฝีปากใต้หน้ากากขยับ ครั้งนี้ไม่ใช่การคิดไปเอง เขากำลังยิ้ม

“ผมมาจากอังกฤษ”

อังกฤษนี่ไกลจากที่นี่มากไหม เขามาทำอะไร คำถามเพิ่มขึ้นในหัวไม่หยุดหย่อน แต่คำถามที่สำคัญที่สุดคงไม่พ้น

“แล้วจะกลับเมื่อไหร่เหรอครับ”

“ไม่กลับ”

“ทำไมล่ะครับ”

“ชอบที่นี่”

กระแอมกระไอขึ้นมาทันทีเพราะเขาจ้องตาผมระหว่างพูด

“ผมทำขนมปังต่อดีกว่า”

หนีเข้าครัวด้วยความรู้สึกร้อนวูบวาบ ตั้งหน้าตั้งตาทำขนมปัง จนพี่ตรีขอตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปเรียน เสียงฝนด้านนอกก็ยังคงไม่เบาลง ฝนตกยาวนานจนถึงเวลาเปิดร้านเหมือนไม่ยอมให้ผมหลบอยู่แค่ในครัว

“พี่ชาย สวัสดีค่า” เสียงน้องชะเอมดังแว่วมา

เมื่อออกไปหาพวกเขากลับเจอภาพที่ทำให้ต้องยืนอึ้ง 

มือของชายใต้ร่มกำลังลูบหัวน้องชะเอม ส่วนน้องชะพลูขึ้นไปนั่งบนตักเขาและโชว์รูปวาดในมือให้ดู ผมตาโตรีบวิ่งไปอุ้มน้องชะพลูขึ้น 

“ขอโทษนะครับ น้องรบกวนคุณรึเปล่า น้องพลูขอโทษสิครับ” ผมจับมือน้อยของน้องให้ยกมือไหว้เขา แต่น้องพลูกอดคอผมแน่น ยื่นหน้ามาจุ๊บแก้มผมแทน

“ฝนตกเปาะแปะ เปาะแปะ พี่ชายมา น้องก็รีบมา”

“เดี๋ยวนี้ไม่มาหาพี่วีแล้วเนอะ มาหาแต่พี่ชาย” ผมเซเล็กน้อยเพราะน้องพลูขยับตัว ปกติอุ้มได้สบายมากแต่วันนี้แรงผมลดน้อยลง

“น้องเอมมาหาพี่วีนะคะ” น้องชะเอมดึงชายผ้ากันเปื้อนผมพร้อมยิ้มหวาน

“ชื่นใจ แต่มาหาพี่วีทำไมถึงไปรบกวนพี่ชายคะ”

“น้องเอมกับน้องพลูไม่รบกวน มาเล่นด้วยต่างหาก พี่ชายจะได้ไม่เหงา พี่วีก็เล่นกับพี่ชายด้วยสิคะ พี่ชายนั่งคนเดียว” เธอดันขาผมให้นั่งข้างชายใต้ร่ม ผมเกร็งตัวไม่ยอมนั่งแต่เพราะน้ำหนักของน้องพลู ทำให้ผมเซไปชนคนที่นั่งอยู่

“รวี”

“ขอโทษครับผมไม่ได้ตั้งใจชน”

“อยู่นิ่งๆ” เขาถอดถุงมือออก ยื่นมือเปล่ามาอังหน้าผากผมอย่างระมัดระวัง 

ผมสะดุ้งเฮือก จับคอตัวเองไว้เมื่อเขาหยิบถุงมือกลับมาใส่ตามเดิม แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาแค่เสี้ยวนาทีผมก็มองเห็นมือของเขาซึ่งซีดขาวราวกับไม่เคยโดนแดด

“คุณไม่สบาย”

“งั้นผมใส่ผ้าปิดปากเอาไว้ดีกว่า เด็กๆ จะได้ไม่ติด”

ลุกหยิบผ้าปิดปากที่มีสำรองเอาไว้หลังเคาน์เตอร์ เมื่อใส่มันเรียบร้อยน้องพลูก็วิ่งมาหา แหงนหน้ามองผมตาแป๋ว น้องมองหน้าผมทีมองหน้าชายชุดดำที

“เหมือนกันเลย” มือเล็กชี้ที่ผ้าปิดปากของผมกับชายใต้ร่มสลับกัน

หันไปมองอีกคน ผมใช้ผ้าปิดปากเหลือแค่ตาเหมือนกับเขา ทำให้น้องพลูกับน้องเอมพึมพำและยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ผมต้องยกมือพัดความร้อนให้ออกจากใบหน้า

“รออยู่ตรงนี้กันก่อนนะครับ พี่วีเข้าไปเอาขนมปังออกมาก่อน วันนี้มีขนมปังพิเศษด้วย อร่อยมาก พี่ชายกินหมดเกลี้ยง” 

ต่อให้เขาไม่พูดผมก็จะเออออเองว่ามันอร่อยมาก ไม่อย่างนั้นจานคงไม่สะอาดจนเหมือนไม่เคยมีขนมปังหรอกจริงไหม

วันนี้ฟ้ายังมืดแม้ว่าพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว คงเพราะฝนตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน ผมเดินเข้าออกระหว่างครัวและร้าน ความร้อนสลับความเย็นทำให้ผมรู้สึกวิงเวียนและควบคุมการทรงตัวไม่ได้ แถมผ้าปิดปากก็ทำให้หายใจไม่สะดวก

ทำไมชายใต้ร่มถึงได้ใส่มันตลอดเวลากันนะ

“น้องพลูอย่าวิ่งในร้าน” ร้องเตือนเมื่อเห็นน้องพลูวิ่งเล่นตามประสา

วางถาดขนมปังลงเพื่อตามไปจับเจ้าตัวน้อย แต่จู่ๆ เกิดหน้ามืด สะโพกชนเข้ากับโต๊ะวางจาน ทั้งผมทั้งโต๊ะเซล้มลงกับพื้น เสียงกระเบื้องแตกดังต่อเนื่อง ตามมาด้วยเสียงเด็กร้องดังลั่นด้วยความตกใจ

พยายามยันตัวลุกขึ้นเพราะกลัวเด็กน้อยได้รับบาดเจ็บ แต่ความวิงเวียนเพิ่มมากขึ้น หายใจเสียงดัง เจ็บแปลบที่มือ

“พี่วี ฮือ พี่วีเลือด” เด็กๆ ร้องไห้จ้า พยายามจะวิ่งเข้ามาหาผมแต่มีคนจับเอาไว้ก่อน ชายใต้ร่มนั่นเอง

“ไม่ต้องกลัว พี่ชายอยู่ที่นี่ รวีจะไม่เป็นอะไร เป็นเด็กดียืนอยู่ตรงนี้”

เขาลูบหัวเด็กทั้งสองก่อนผละมาหาผม จับผมที่อ่อนแรงให้พิงอกเขา ดึงผ้าปิดปากออกและคว้ามือขึ้นดูแผลที่โดนเศษกระเบื้องบาด ร่างกายของผมร้อนไปทั้งตัว มึนงงจนแทบไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดจากแผลเล็กน้อย

“พี่ชาย พี่วีเป็นอะไร ฮึก” น้องพลูสะอื้นแต่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

“พี่วีแค่ไม่สบาย พี่ชายต้องพาพี่วีไปพักก่อน” เขาอุ้มผมขึ้น พาเดินเข้ามาด้านหลังร้าน มีโซฟาตัวหนึ่งซึ่งผมกับพี่ตรีใช้นั่งดูโทรทัศน์ก่อนนอนตั้งอยู่ เขาวางผมลงบนนั้นอย่างระมัดระวังเป็นอย่างมาก

“ฝากคุณออกไปดูเด็กๆ ได้ไหม พวกเขาขวัญเสียกันหมดแล้ว ผมไม่เป็นไร นอนพักสักหน่อยคงดีขึ้น”

ชายใต้ร่มยืนมองผมอยู่ครู่หนึ่งจึงหายออกไป ไม่นานนักเด็กน้อยวิ่งมาแทนที่

“ไปโรงเรียนเลยดีไหมคะ วันนี้พี่วีคงเล่นด้วยไม่ได้แล้ว” ผมพูดเสียงแหบลงในชั่วพริบตา รู้สึกแย่จนไม่อยากขยับตัวหรือลืมตา

“น้องเอมเฝ้าพี่วี พี่ชายบอกว่าให้เฝ้าพี่วี” น้องเอมกำชับ ยืนมองผมตาแป๋วโดยจับมือน้องพลูที่ยังร้องไห้อยู่ ยิ่งเห็นเลือดบนมือผมก็ยิ่งร้อง ผมยิ้มอย่างอ่อนล้า เอามือข้างที่ไม่เป็นแผลไปลูบหัวพวกเขา

“เดี๋ยวพี่วีก็หาย ไม่ต้องร้องไห้นะ ไม่งั้นพี่วีจะร้องไห้ด้วย”

“น้องไม่ร้อง” น้องพลูปาดน้ำตาออก ปากยังคงเบะอยู่

“โอ๊ะ พี่ชายมาแล้ว” น้องชะเอมร้องอย่างดีใจ

“แค่กๆๆ” ผมอยากจะออกเสียง แต่แสบคอจนไอไม่หยุด เอียงหัวมองเขา เห็นสภาพเปียกปอนและน้ำที่หยดลงจากเส้นผมที่พ้นหมวก ถัดมานั้นมีถุงขนาดใหญ่จากร้านขายยา เขาคว้ามือผมไปและเริ่มทำแผล จากนั้นก็เอายาแก้ไข้และน้ำมาให้ผม

“ทำไมตัวเปียกแบบนี้ คุณมีร่มไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวก็ไม่สบายไปอีกคน”

“ผมไม่กลัวฝนหรอก กลัวตอนฝนไม่ตกมากกว่า”

อาการป่วยและฤทธิ์ยาทำให้ผมเข้าใจสิ่งที่เขาพูดยากขึ้นอีก

“คุณครับ ขอโทษทีต้องรบกวนอีกหน่อย แค่ก ช่วยปิดหน้าร้านให้ได้ไหมครับ แล้วก็ให้เด็กๆ ไปโรงเรียน”

“ฝนจะหยุดแล้ว น้องเอมพาน้องพลูไปโรงเรียนเองได้ค่า พี่วีหายไวๆ น้า เดี๋ยวน้องเอมกับน้องพลูมาหา บ๊ายบายค่า” เด็กน้อยโบกมือให้ พากันเดินออกไป

แต่ชายใต้ร่มยังอยู่ เขานั่งลงข้างตัวผม ยื่นมือมาแตะหน้าผาก

“ไม่ได้ยินน้องเอมเหรอ ฝนเริ่มซาแล้ว คุณต้องกลับ คุณอยู่ที่นี่ไม่ได้...ใช่ไหม”

ไม่เคยรู้เหตุผลว่าทำไมถึงมาได้แค่ตอนฝนตก ผมรู้แค่ว่าเขาต้องไป

“พักผ่อนนะ รวี”

แม้ว่าจะพยายามลืมตาแค่ไหน เปลือกตาของผมก็หนักอึ้ง ผมสะลึมสะลือมองผู้ชายชุดดำที่มักพูดน้อย ไม่เคยกินขนมปังให้เห็น มาแค่เฉพาะตอนฝนตก

เวลานี้เสียงฝนหายไปแล้ว แต่เขากำลังบิดผ้าและนำมาเช็ดหน้าเช็ดตัวให้ผม กำลังฝันอยู่รึเปล่า ไม่แน่ใจว่านี่นับเป็นฝันดีได้หรือไม่

“คุณ... มีแต่อะไรที่ผมไม่เข้าใจ ทำไมมาตอนฝนตก ทำไมต้องรีบกลับ ชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ คุณเล่นกับเด็กๆ คุยกับพวกเขา แต่ไม่ค่อยคุยกับผม คุณชอบขนมปังผม แต่ไม่ชอบผมเหรอ แค่กๆ” พึมพำเท่าที่เสียงแหบแห้งของผมจะทำได้

ความเปียกชื้นของผ้าเลื่อนมาที่หน้าผากผม

“ว่าไงละ เกลียดผมขนาดไม่อยากพูดด้วยเลยเหรอ”

ถ้านี่เป็นความฝัน ผมจะพูดอะไรก็ได้ใช่ไหม ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงในความฝันพร้อมกับเสียงกระซิบข้างหู

“จะเกลียดได้ยังไง”


ผมหลับไม่รู้เรื่อง ตื่นอีกทีก็พบว่าตัวเองอยู่บนเตียงในห้องนอน

“บอกมาเลยว่าเกิดอะไรดีๆ ขึ้นระหว่างที่พี่ไปเรียน จากที่เอาแต่มองหาเขาทุกวัน กลับกลายเป็นเขามานั่งเช็ดตัวป้อนยาให้” พี่ตรีห้อยหัวลงมาจากเตียงชั้นบน

“พี่หมายถึงอะไร”

“ชายใต้ร่มคนนั้นไง พี่กลับมาถึงเจอร้านปิดก็ตกใจแทบแย่แล้ว เข้ามาข้างในเจอคนใส่ชุดดำทั้งตัวทำท่าลับๆ ล่อๆ อีก เกือบจะคว้าไม้กวาดตีเข้าให้ แต่ทันได้ยินเสียงน้ำก่อน เขากำลังบิดผ้าเพื่อเช็ดตัวให้วี มีซองยา มีชามข้าวต้มพร้อม”

เช็ดตัว? ยา? ข้าวต้ม?

ความทรงจำที่ขาดช่วงเริ่มปะติดปะต่อเข้าด้วยกัน เสียงของชายใต้ร่มที่บอกให้ผมนั่ง ให้ผมอ้าปากกินข้าว ให้ผมดื่มน้ำยังคงติดค้างอยู่ในใจ ผมลุกขึ้นนั่ง ยังคงมึนหัวเล็กน้อย แต่ไม่รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวอีก หลุบตาลงมองชุดนอนของตัวเองแล้วก็ต้องตกใจ

เขาเปลี่ยนชุดให้ผมด้วยงั้นเหรอ

“รวี เสื้อคุณเปียกเหงื่อหมดแล้ว จะไม่สบายตัว ชุดนอนอยู่ที่ไหนครับ”

“ห้องนอนข้างบน”

“ผม...เปลี่ยนให้นะ”

“อือ”

เสียงในความทรงจำตอบคำถามผมอีกครั้ง ถึงกับต้องยกมือขึ้นตีแก้มตัวเองเบาๆ ปล่อยให้เกิดเรื่องน่าอายแบบนี้ขึ้นได้ยังไง แค่เปลี่ยนเสื้อยังไม่พอ ผมกลับบ่นเพิ่ม

“ปวดหลังจัง”

“ขึ้นไปนอนบนห้องไหมครับ”

“เดินไม่ไหว”

“ผมอุ้ม”

ทุกสิ่งที่หวนกลับมาในหัวทำให้ผมอยากจะกัดลิ้นเสียให้รู้แล้วรู้รอด

“พี่แทบไม่เคยเห็นวีป่วย แข็งแรงออกจะตายไป คงเพราะช่วงนี้ตากฝนมาก แต่ต่อไปคงไม่ต้องตากฝนอีก สนิทกันแล้วนี่”

“สนิทอะไรล่ะพี่ตรี ชื่อยังไม่รู้เลย”

“อ้าว คนไม่รู้จักชื่อกัน ไม่สนิทกัน เขานั่งเฝ้าไข้ ดูแลทั้งวันด้วยเหรอ แปลกดี”

ชายใต้ร่มคงเป็นคนจิตใจดี เป็นห่วงกลัวว่าผมจะนอนตายอยู่ในร้านขนมปังอย่างโดดเดี่ยวเสียมากกว่า


#ใต้ร่มวันฝนซา


☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂


* Crumpets และ English muffins เป็นขนมปังที่ทำให้สุกด้วยการทอด โดย English muffins นั้นมักผ่าตรงกลางเพื่อทาแยม ทาเนยหรือใส่ไข่ ใส่แฮมแบบที่รวีใส่ แต่ crumpets จะมีรูพรุนมากกว่า บางกว่า ลักษณะคล้ายแพนเค้ก ทานโดยไม่ต้องผ่า นิยมทานเป็นอาหารเช้าทั้งคู่


หูยยยยย มีความมาเฝ้าไข้ เป็นอะไรกันมาเฝ้าไข้

ขนาดพี่ตรียังต้องล้อ 555


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 470 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,249 ความคิดเห็น

  1. #2247 patyx_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2563 / 15:12
    หู้ยยยยย พัฒนาเเล้วนะเรานะอยู่เฝ้าไข้ด้วย
    #2,247
    0
  2. #2179 Ineedtoreed (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 22:43
    แง้ อยากอ่านเรื่องนี้ในหนังสือแล้วว
    #2,179
    1
    • #2179-1 (จากตอนที่ 5)
      26 กันยายน 2563 / 21:44
      อดใจรออีกนิดเดียววว
      #2179-1
  3. #2168 Oill1478 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 12:30
    แง น่ารักจังเลย
    #2,168
    0
  4. #2119 View_Aranya (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 09:26
    พอเด็กแล้วทำให้นิยายน่ารักขึ้นเยอะเลย นี้ชอบอ่านนิยายที่มีเด็กด้วย แต่ไม่เอาม่านะ55
    #2,119
    0
  5. #2106 wnbelp (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 05:19
    น้องเอมน้องพลูน่ารักจนเจ้บใจไปกมดเลยค่ะ เอนดู
    #2,106
    0
  6. #2101 canookss (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 12:47
    หนูน้อยเคยเจอพี่ชายชุดดำก่อนพี่วีอีกหรอเนี่ยยย
    #2,101
    0
  7. #2068 HanaTarita (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 22:03
    อ่านแล้วหิว แต่ทำ if อยู่ ฮืออออออออ if จะแตกมั้ยเนี่ยยย ไม่ใช่พรุ่งนี้เหมาขนมปังกลับบ้านนะ
    #2,068
    0
  8. #2024 _jppm (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:47
    ทำไมน่ารัก
    #2,024
    0
  9. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  10. #1996 premmiii (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 11:19
    ;_; ♡♡
    #1,996
    0
  11. #1920 mileylovely (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 20:43
    น้องเอมน้องพลูน่ารักมากเลย ส่วนคุณชายชุดดำใจดีจังเลย สัมผัสได้ถึงความใจดี
    #1,920
    0
  12. #1919 mileylovely (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 20:43
    น้องเอมน้องพลูน่ารักมากเลย ส่วนคุณชายชุดดำใตดีจังเลย สัมผัสได้ถึงความใจดี
    #1,919
    0
  13. #1905 premmiii (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 22:35
    ????🍦🍑🌴????🍒
    #1,905
    0
  14. #1827 sleepy-sheep (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 18:57

    ว้าวเด็กๆเจอพี่ชายชุดดำก่อนพี่วีอีก

    #1,827
    0
  15. #1755 KiHaE*129 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 18:42

    น้องเอมเป็นพี่ที่ดีมากเลยลูกกกกกกกกกกก

    ถึงน้องพลูจะดื้อไปหน่อย แต่พี่เอมก็รักกกกก

    น่ารักกันจริงๆ ว่าแต่ทำไมพี่ชายชุดดำถึงเลือกที่จะพาเด็กๆ มาที่ร้านพี่วีนะ

    #1,755
    0
  16. #1745 Thensan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 16:48
    ชอบความเด็กที่ชอบให้คนอื่นรักกันๆอ่ะ น่ารัก
    #1,745
    0
  17. #1706 มาย คนธรรมดา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 12:13
    รักกกกกก จะอ่านอีกกี่รอบก็รักอยู่ดี 😍😍😍😘😘😘😘
    #1,706
    0
  18. #1701 EarthMayer (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 15:26
    สุดใจจจ
    #1,701
    0
  19. #1648 Vit Sabaho (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 21:09
    ดูอบอุ่น5555
    #1,648
    0
  20. #1624 ไม่บอกกก1 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 13:02
    น่ารักมากก
    #1,624
    0
  21. #1562 ffy97 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 15:05
    น้องเอมน่ารักมาก น้องพลูก็น่ารักแต่น่าจับมาตีตูดมาก ดื้ออออ ส่วนชายชุดดำนี่รู้จักเด็กๆหรือแม่เด็กๆมั้ยอะ ทำไมร้องเพลงที่แม่เด็กร้องให้ฟังก่อนนอนได้อะ สงสัย
    #1,562
    0
  22. #1296 winterwinddd (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 14:09
    น่ารักจังเลย น่าเอ็นดูววว
    #1,296
    0
  23. #1111 mniolmk (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 23:47
    น้องเอมกับน้องพลูน่ารัก
    #1,111
    0
  24. #1103 พชรพล ประทุมรัตน์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 23:37
    ง้อยยยยยยย น่าร้ากกกแแ น่ารักแบบเด็กๆ ฮืออออ น่ารักอ่าาา
    #1,103
    0
  25. #1039 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 02:40
    ตกลงเด็กๆรู้จักกับพี่ชายชุดดำมาก่อนนี่เอง
    #1,039
    0