ใต้ร่มวันฝนซา ☔ [E-Book มาแล้ว & รอบสต็อกเร็วๆ นี้]

ตอนที่ 22 : ☔ 18 ฝนช่วยตกทีนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,397
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 312 ครั้ง
    30 ธ.ค. 63

ลงครั้งแรก 3 พ.ย. 2559

รีไรต์ 27 ต.ค. 2563


หลังจากตอนนี้ไป

สามารถอ่านได้ใน E-Book

จิ้มได้เลย

v

v

bit.ly/umbrellaEbook



18

ฝนช่วยตกทีนะ

( :: เจย์เดน :: )

รวีทำให้ผมแปลกใจเสมอ เขาทำให้ความกังวลที่กัดกินผมตลอดทั้งคืนหายไปได้ด้วยรอยยิ้มเพียงครั้งเดียว

แม้ว่าตัวผมจะน่าเกลียดแค่ไหนรวีก็ไม่ได้มองผมอย่างสงสาร รังเกียจหรือดูถูก เขามองผมเหมือนทุกอย่างยังเป็นปกติ

“นะ...น่าสนใจดี รีบกินเถอะ มันจะเย็นหมด” รวีพูดตะกุกตะกัก  แก้มแดงระเรื่อเพราะผมบอกความหมายของใบโคลเวอร์

“เปิดไฟสิรวี เดี๋ยวจะหกล้ม”

เขามองผมอย่างลังเลใจผมจึงพยักหน้ายืนยัน ไฟห้องสว่างวาบจนผมต้องหรี่ตาเพื่อปรับสายตาสักครู่ ทีแรกผมไม่ยอมให้พยาบาลเปิดไฟเพราะรู้สึกไม่ปลอดภัยและไม่อยากให้รวีเห็นตัวผมที่น่าเกลียดน่ากลัว แต่รวีนั้นพิเศษ เขาไม่เคยกลัวผม ทำให้ผมรู้สึกอยากอยู่ด้วยเสมอ ผมจึงยอมให้เขาเห็น เพื่อที่ผมจะได้มองหน้าเขาเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ตอนที่ผมเห็นภาพรวียืนอยู่ใกล้กับคนร้ายซึ่งมีมีดในมือ เป็นเสี้ยวนาทีที่ผมไม่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป ยิ่งเห็นว่าหนึ่งในคนร้ายจับน้องพลูเอาไว้ผมก็ลืมทุกอย่าง ลืมแม้กระทั่งความจริงที่ว่าผมออกไปข้างนอกไม่ได้และแดดส่องลงมาแรงแค่ไหน ผมรู้แค่ว่าพวกเขาต้องปลอดภัย

“รวี กลัวไหม” ผมถาม

“กลัวอะไร” เขามองผมด้วยความงุนงง

“กลัวว่าผมจะตาย”

รวีขมวดคิ้ว ในดวงตามีความโกรธฉายขึ้นวูบหนึ่ง เขายื่นมือมาตีมือผม ผิวหนังของผมยังบวมอยู่จึงทำให้ผมเจ็บ พอผมร้องความโกรธของเขาก็จางหายไปทันที

“ขอโทษ เป็นอะไรไหม แต่มันน่าตีจริงๆ นี่ ดูพูดจา” เขาฮึดฮัด

“ผมกลัวนะ” ผมไม่ได้สนใจที่เขาพูด จับมือเขาที่ยื่นมาหาเอาไว้ เขาชะงัก ดวงตาที่สว่างไสวเหมือนดวงอาทิตย์ของเขาหม่นลง เขาเหลือบตามองไปทางอื่น เวลาที่เขาทำหน้าแบบนี้ผมรู้ว่าเขากำลังพยายามเปลี่ยนเรื่องคุย

รวีเบี่ยงเบนความสนใจได้ดีเสมอ บางครั้งตอนได้อยู่กับเขาก็เหมือนเวลาไม่ได้เดินไปไหน แต่เปล่าเลยผมแค่หลงลืมจะดูเวลาซึ่งเคลื่อนที่อย่างไม่มีวันหยุด

“ผมกลัวโจรจะทำร้ายคุณ กลัวคุณเป็นอะไร ผมเข้าใจแล้วว่าคุณรู้สึกยังไงตอนที่ผมบอกว่าจะไป มันเป็นความรู้กลัว ผมกลัวโลกใบนี้จะไม่มีรวี”

รวีพยายามทำทุกอย่างให้ผมรู้สึกดีแม้ว่าผมจะเอาแต่เศร้า เขากลัวแค่ไหนตอนที่ผมพยายามบอกลา แค่คิดก็เสียใจ มันคงถึงเวลาที่ผมจะตอบแทนรวีบ้าง

“ผมจะตรวจร่างกาย ผมไม่อยากให้รวีรู้สึกแบบนั้นอีก ผมจะโชคดีสี่เท่าเพราะขนมปังของคุณและผมจะไม่เป็นอะไร” ผมยิ้มและกัดขนมปังที่รวีทำมาให้ กลิ่นหอมของสังขยาและขนมปังเข้ากันดี แค่กินก็ทำให้มีความรู้สึก เป็นเวทมนตร์วิเศษที่รวีมี

“ต้องอย่างนั้นสิ!” เขาพูดเสียงดังอย่างอารมณ์ดี

ผมยังคงกลัวหมอและพยาบาล แต่รวีอยู่กับผมตลอดทำให้ผมผ่อนคลายลง แน่นอนว่านอกจากสังเกตอาการและรักษาแผลภายนอกหมอก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก ถ้าพวกเขาทำได้ ผมคงไม่ต้องใช้ชีวิตแบบนี้มาเนิ่นนาน

 “เจย์เดน” ประตูห้องเปิดหลังจากที่หมอออกไปได้ไม่นาน ผมกลับเข้าไปในผ้าห่มอีกครั้งอย่างทันท่วงที

นั่นเป็นเสียงของพ่อ ผมจำเสียงเขาได้ไม่เคยลืม มันตามมาด้วยเสียงพูดคุยของเด็กน้อย น้องสาวและน้องชายที่ผมไม่เคยรู้ว่ามี

“พี่ชายๆ น้องมาหา น้องเอากบมาให้” เสียงเล็กของน้องพลูดังใกล้เข้ามา ผมเกร็งตัวยิ่งกว่าเดิม หวั่นวิตกแม้ว่ารวีจะเห็นผมแล้วแต่ผมก็ยังไม่อยากให้คนอื่นเห็น ผมกำผ้าห่มแน่นไม่ให้ใครเปิดได้ ขณะนั้นมีฝ่ามืออุ่นแตะลงบนไหล่ผม ต่อให้มองไม่เห็นผมก็รู้ว่าเป็นมือของใคร รวีกำลังปลอบให้ไหล่ที่แข็งเกร็งผ่อนคลายลง

“พี่ชายเล่นซ่อนแอบ” น้องพลูหัวเราะคิกคัก มือเล็กแตะลงที่ชายผ้าห่ม

ผมลังเลใจว่าควรจะเปิดดีไหมแต่แล้วเขาก็ยัดอะไรเข้ามา

ผ้าห่มของโรงพยาบาลนั้นบางพอที่แสงไฟในห้องจะส่องเข้ามาได้ ผมจึงเห็นตุ๊กตากบที่น้องพลูยัดเข้ามา น้องมักอุ้มมันมาที่ร้านเป็นประจำ เป็นตุ๊กตาตัวโปรดของเขา ผมจับตุ๊กตาอย่างไม่เข้าใจ

“น้องให้ยืม คุณกบอยู่ด้วยไม่เหงา”

“น้องพลูอย่าปีน!” เสียงร้องของรวีทำให้ผมโผล่หน้าออกไปมอง พอดีกับที่น้องพลูหงายหลังจะตกเตียงเพราะตกใจเสียงรวี ผมจับตัวน้องไว้ให้นั่งลงบนเตียง เราสบตากัน ดวงตาใสแจ๋วของเด็กน้อยจ้องมองผมแล้วก็เบะปาก ผมรีบกลับเข้าไปในผ้าห่มเมื่อคิดได้ว่าตัวเองน่ากลัวแค่ไหนในเวลานี้

“ฮึก พี่ชายเจ็บ เจ็บ” น้องพลูร้องไห้สะอึกสะอื้น

“พี่ชายเจ็บมากเลยเหรอคะ” น้องเอมถามด้วยเสียงที่สั่นไม่แพ้กัน

“ค่ะ แต่เดี๋ยวพี่ชายก็จะหาย ได้พลังของคุณกบมาแล้วนี่เนอะ ไม่ร้องไห้นะ มานี่มา” รวีปลอบพวกเขาอย่างอ่อนโยน ถึงแม้ว่าผมจะไม่อยากออกไปแต่ผมก็แอบแง้มผ้าดูอยู่ดี รวีย้ายมาอยู่ข้างเดียวกับน้องพลูและกอดเด็กๆ ไว้ พ่อของผมอยู่ถัดออกไป เขากำลังมองผมด้วยสีหน้าที่เศร้าสร้อย

มันเป็นสีหน้าที่ผมไม่อยากเห็น เพราะตั้งแต่ที่ผมเริ่มป่วยพ่อกับแม่มักทำหน้าแบบนั้นเสมอ ราวกับผมจุดผิดพลาดในชีวิตที่ทำให้พวกเขาไม่มีความสุข

“น้องเอมจะมาหาบ่อยๆ ดีไหมคะ จะมาเล่นด้วยทุกวัน พี่ชายจะหายไวๆ ”

“พี่ชายต้องพักผ่อน ไว้พี่ชายหายดีแล้วค่อยเล่นด้วยกันนะ” รวีตอบ

ผมซ่อนตัวกลับไปอีกครั้งเมื่อเห็นเด็กสาววิ่งมาหา เธอสูงกว่าน้องพลูทำให้ไม่ต้องปีนขึ้นมา มือของผมถูกจับเอาไว้เพราะมันอยู่นอกผ้าห่ม ผมไม่กล้าขยับตัว รู้สึกได้ถึงไออุ่นและอะไรบางอย่างพันรอบข้อมือผมไว้ แง้มผ้าออกดูเล็กน้อยเห็นน้องเอมกำลังตั้งใจผูกโบที่มือของผม และโบจากเปียข้างหนึ่งของเธอหายไป

“เรามีโบคนละอันแทนสัญญาว่าจะมาเล่นด้วยกันอีก พี่ชายต้องเอาโบของน้องเอมกับกบของน้องพลูมาคืน พวกเราอยากเล่นกับพี่ชายแล้ว หายไวๆ นะคะ” น้องเอมยิ้มหวาน ไม่หวาดกลัวแม้จะเห็นแผลตามตัวของผมแล้ว

“เจย์เดน พ่อรู้ว่าเราคงไม่อยากคุยกับพ่อนัก แต่ว่าหลังจากตรวจร่างกายถ้าผลออกมาดีลูกก็จะไม่ต้องกังวลอะไร”

“แล้วถ้าไม่ล่ะ”

“เราก็ต้องรักษา”

ทั้งผมและพ่อเงียบไปพร้อมกัน รวีจึงพูดขึ้น

“จะเป็นไปได้ไหมถ้าจะตรวจพร้อมกัน ให้ผมตรวจด้วย เขาคงสบายใจมากกว่าถ้ามีคนที่ทำแบบเดียวกัน”

“น้องเอมตรวจด้วย!”

“ด้วย!” น้องพลูร้องตาม

“ตรวจกันหมดเลยดีไหมครับ” รวีหัวเราะ

ผมอยู่ที่โรงพยาบาลอีกสองสามวันจนอาการปวดแสบปวดร้อนทุเลาลงและแผลบาดเจ็บภายนอกดีขึ้น หลังจากนั้นกลายเป็นว่าทุกคนเข้าร่วมการตรวจสุขภาพรวมทั้งพ่อของผมด้วย ผมกลัวไปหมดแต่พอเห็นเด็กเดินเข้าออกจากห้องตรวจด้วยใบหน้าแจ่มใสร่าเริงความกังวลของผมก็หายไป มันไม่เจ็บและไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คาด

ผลของรวีและเด็กๆ ออกมาตามคาด พวกเขาแข็งแรงดีทุกอย่าง แต่ผลของผมอยู่กับพ่อ เขาเข้าไปคุยกับหมอเป็นการส่วนตัว นั่นยิ่งทำให้ผมเครียดมากขึ้น ผมเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับเป็นชุดดำกันแดดกับหมวกสีดำที่รวีเอามาให้ เราเตรียมตัวที่จะกลับบ้านและนั่งรอผลอยู่หน้าห้องตรวจจนพ่อกลับออกมา

“เป็นยังไงบ้างครับ” รวีเป็นฝ่ายถาม ดูกังวลกว่าผมเสียอีก

“เจย์เดนมานี่” พ่อกวักมือเรียก ผมลังเลอยู่ไม่นานก็เดินเข้าไปใกล้เขา เมื่อเราใกล้กันมากพอที่พอจะจับตัวผมได้เขาก็ดึงผมไปกอด

“ไม่มีโรคแทรกซ้อน ลูกแข็งแรงดี” เสียงของเขาสั่นอยู่ข้างหูผม

ผมเงียบไปชั่วอึดใจ ไม่รู้ว่าจะตอบสนองยังไง จนกระทั่งสมองของผมเริ่มตีความ ผมไม่มีโรคแทรกซ้อน ผมจะยังไม่เป็นอะไรในเร็วๆ นี้ ผมแข็งแรงดี ผมจะได้อยู่กับรวีต่อไป เมื่อคิดได้ผมก็กอดตอบพ่อด้วยความดีใจ

หันไปมองรวีก็พบว่ากำลังยิ้ม ยิ้มที่สว่างไสวเหมือนพระอาทิตย์

“มาตรวจสม่ำเสมอนะ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นเราจะได้ดูแลทัน”

“ครับ” ผมตอบรับ ความกลัวที่เคยมีกับโรงพยาบาลทุเลาลง

“แล้วแม่ล่ะ ไม่เห็นมาเยี่ยมเลย” พ่อผละออกและถามอย่างสงสัย

“แม่เสียไปได้ปีกว่าแล้วครับ” ผมตอบอย่างตรงไปตรงมา

สีหน้าของพ่อบ่งบอกว่าเขาไม่ได้เตรียมใจจะได้ยินข่าวนี้ เกิดความเงียบที่แปลกประหลาดขึ้นครู่ใหญ่ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเอง

“แล้ว แล้วตอนนี้เจย์เดนอยู่ยังไง”

“อยู่กับเขา” ผมชี้ไปทางรวีโดยไม่ต้องคิด

“พ่อขอโทษจริงๆ มีอะไรอยากให้ช่วยไหม อยู่ได้รึเปล่า ตอนนี้ไม่ได้เรียนหนังสือใช่ไหม อยากเรียนไหม” พ่อพูดรัวด้วยความสับสนและกังวล

“ผมมีความสุขดีแล้ว ไม่ต้องกังวล ผมจะทำขนมปังกับรวี และถ้าพ่ออยากมาหาแวะมากินขนมปังที่ผมกับรวีทำก็ได้” ผมพูดอย่างใจเย็น

น่าแปลกที่พอเห็นเขาร้อนรน ความกลัวที่เคยมีก็สลายหายไป คุณพ่อที่แสนน่ากลัวกับผู้คนในชุดขาวค่อยๆ จางลงจากความทรงจำของผม ตอนนี้พ่อเหมือนคนแก่ขี้กังวลและเศร้าสร้อย ผมไม่อยากเป็นภาระให้ใครอีกแล้ว

“พ่อไปได้เหรอ” เขามองผมอย่างไม่แน่ใจ

“ต่อให้ผมบอกว่าไม่ได้พ่อก็มาอยู่ดี”

“หึ โอเค พ่อจะไปหาบ่อยๆ นะ” เขายิ้มออกมาในที่สุด 

พ่อมาส่งพวกเราถึงหน้าร้าน ระหว่างนั้นรวีไม่ได้พูดอะไร ผมไม่แน่ใจว่าเขาฟังที่เราคุยกันเข้าใจรึเปล่าเพราะผมกับพ่อคุยกันด้วยภาษาอังกฤษทั้งหมด

“ก่อนจะไปพ่ออยากบอกอะไรอย่างหนึ่ง”

“?”

“ถ้าลูกอยากลองอยู่ในแสงอาทิตย์สักครั้ง ตอนนี้มันเป็นไปได้”

“หมายความว่ายังไง” ผมขมวดคิ้วอย่างสับสน

“บริษัทยาทั้งหลายไม่ได้นิ่งนอนใจ มีคนเป็นโรคเดียวกับลูกเพิ่มมากขึ้นทุกวัน และตอนนี้มียาที่จะช่วยให้คนที่แพ้แสงอยู่ภายใต้แสงได้นานขึ้น มันไม่ได้ช่วยให้หายแต่

มันจะช่วยให้ลูกมีโอกาสที่จะทำสิ่งที่อยากทำ เราต้องใช้ใบอนุญาตและเอกสารมากมาย แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น พ่อพร้อมจะทำให้” 

ผมนิ่งอึ้งกับข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อ

“โลกกำลังพัฒนาอยู่ทุกวัน มีความหวังไว้นะเจย์เดน มันไม่เสียหายหรอกที่จะหวัง ทั้งหมอและนักวิจัยทั่วโลกก็สู้เพื่อให้ความหวังเป็นจริง ยานี้จะทำให้ลูกออกไปข้างนอกได้นานกว่าปกติ มันจะไม่เจ็บ และไม่ต้องใส่เสื้อผ้าแบบนี้ ฤทธิ์ยาอาจจะอยู่ได้ไม่นานขึ้นมาก แต่พ่ออยากทำให้ลูก พ่อไม่ได้บังคับ ถ้าลูกสนใจค่อยบอกก็ได้ ไปพักผ่อนเถอะ วันนี้เหนื่อยมามากแล้ว”

ผมเดินกลับเข้ามาในร้านโดยไม่ได้บอกลาพ่อ สมองสับสนอย่างหนัก เหมือนโลกกำลังหมุนกลับด้าน ผมไม่เคยคิดว่าผมจะได้รับความหวังอีกครั้ง มันเป็นความยินดีที่ท่วมท้น มากมายเสียจนผมจัดการกับมันไม่ถูก

“ผมไม่แน่ใจว่าพ่อคุณพูดอะไร มีปัญหาอะไรรึเปล่า” 

“ผมจะอยู่ใต้แสงแดดได้รวี” ผมอ้าแขนออกกอดรวีไว้แน่นด้วยความดีใจ “ผมจะออกไปได้โดยไม่เจ็บ มันอาจจะแค่ชั่วคราว แต่แค่สักครั้งหนึ่งที่ผมจะไปข้างนอกกับรวีได้โดยไม่ต้องคอยหลบแดดก็เป็นมากกว่าฝันแล้ว”

“จริงเหรอ ดีจัง เราจะไปไหนกันดี ไปสนามเด็กเล่นวันที่ฝนไม่ตกดีไหม”

“ที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะที่ไหน มันก็เพียงพอสำหรับผม”

ผมกอดกับรวีอยู่กลางร้านเป็นเวลานาน จนกระทั่งมีเสียงเคาะเบาๆ

“ไง หนุ่มเจ้าปัญหา กลับมาก็กอดกันกลมดิ๊กเลยนะ” พี่สาวของรวีเดินออกมาจากหลังร้าน ผมรีบผละออกจากรวี

“แค่แสดงความยินดีให้เขาเท่านั้นเอง” รวีเถียงด้วยแก้มที่แดงระเรื่อ

“จ้า วีว่าไงพี่ก็ว่างั้น ส่วนเจย์เดนไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้รีบกลับมาทำงานเลยนะอู้ไปตั้งหลายวัน เงินเดือนเดือนนี้จะต้องหักให้เกลี้ยง” พี่ตรีชี้นิ้วมาที่ผม แม้ว่าจะทำเสียงดุ แต่เธอมีรอยยิ้มที่คล้ายคลึงกับรวี รอยยิ้มที่อ่อนโยน

“ผมจะตั้งใจทำงานครับ” ผมโค้งให้พวกเขาอย่างขยันขันแข็ง

คืนนั้นผมนอนคิดเรื่องยาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ดีใจและกังวลปะปนกัน 

ผมจึงยังตัดสินใจไม่ได้ รวีเองก็ไม่ได้กดดันเรื่องยาและไม่ได้พูดถึงบ้านของผม ไม่ถามว่าจะกลับบ้านเมื่อไหร่ ผมจึงทำเนียนนอนบ้านเขา ตื่นมาก็ทำขนมปังด้วยกันเหมือนทุกที

ผมเรียนรู้ที่จะทำครัวซองค์เนยสด ของโปรดของพ่อกับแม่รวี มันเป็นขนมปังที่ทำยากแต่ผมก็ฝึกฝนเพื่อที่จะทำให้พวกเขา

“วันนี้ทำได้ดีเลย เอาไปให้พ่อกับแม่ผมสิ” รวีพาผมมาที่หิ้งด้านหลัง ผมตื่นเต้นเล็กน้อยเมื่อมันเป็นครั้งแรกที่ผมได้วางขนมปังให้พวกเขา

“ลูกศิษย์เบอร์หนึ่งของผม ทำขนมปังของโปรดพ่อกับแม่ได้แล้วนะ” รวียืนยิ้มแฉ่งมองไปที่รูป พอเขายกมือไหว้ผมก็ทำตาม ขอบคุณพ่อกับแม่รวีในใจ ขอบคุณที่ทำให้รวีกับพี่ตรีเกิดมา ผมจะตั้งใจทำให้ขนมปังให้อร่อยและเอามาให้ทุกวัน

เสียงเปิดประตูร้านทำให้เราทั้งคู่กลับออกมา เด็กน้อยสองคนวิ่งโร่มาหาผม

“พี่ชายหายแล้ว ไม่เจ็บน้า” น้องพลูกอดขาผมแน่น

“เพราะกบของน้องพลูเป็นเพื่อนที่ดีของพี่ชาย พี่ชายเลยหายเร็ว นี่ครับพี่ชายคืนให้” ผมยื่นตุ๊กตากบที่ซักเตรียมไว้คืนให้น้อง

“หอมๆ” น้องพลูซุกจมูกลงบนตุ๊กตา ยิ้มดีใจใหญ่

“พี่ชายจะคืนโบด้วย” ผมย่อตัวลงตรงหน้าน้องเอม ผูกโบที่เปียอีกข้างหนึ่งของเธอ ผมแน่ใจว่าน้องเอมมีโบอีกมากมายให้ผูกแต่เธอก็ตั้งใจผูกข้างเดียวเพื่อให้ผมรีบหาย และรีบเอาโบมาคืน

“ขอบคุณค่ะ” น้องชะเอมยิ้มหวาน ชี้ชวนให้ผมไปนั่งในกระโจมด้วยกัน

“น้องเอมเรียนว่ายน้ำแล้วน้า เดือนหน้ามีแข่งว่ายน้ำด้วย พี่ชายไปดูไหมคะ ไปดูน้องเอมแข่งนะ น้องเอมเป็นเมอร์เมดที่ว่ายเร็วที่สุดเลย จะเอาเหรียญทองมาให้ด้วย” เธอจับแขนผมเขย่าอย่างออดอ้อน

“พี่ชายคงไปไม่ได้หรอก พี่ชายต้องอยู่ในร้าน ถ้าไปข้างนอกจะป่วย” รวีเปิดกระโจมเข้ามาตอบแทน เขามักไวกับคำถามเหล่านี้เสมอ

“งั้นไม่เอา ไม่ต้องไป น้องเอมอยากให้พี่ชายแข็งแรง ไม่อยากให้ป่วยแล้ว” เธอหงอยลง

“พี่ชายไปได้ ...ฝนตก น้องจะทำตุ๊กตาให้ฝนตก” น้องพลูเงยหน้าขึ้น ตาของเขาเป็นประกาย ผมไม่รู้ว่าเขาคิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้ยังไงหรือจำได้จากตอนที่ผมมาเฉพาะวันฝนตก ผมมองน้องพลูที่เริ่มวาดรูปตุ๊กตาไล่ฝนในกระดาษ

“งั้นน้องเอมจะทำด้วย ฝนต้องตกแน่ๆ เลย” เธอกลับมายิ้มอีกครั้ง

ผมมองพวกเขาที่ตั้งอกตั้งใจทำแล้วก็หันมองหน้ารวี เขาดูกังวลแทนผม คงไม่อยากสัญญาอะไรกับเด็ก ถ้าเกิดวันนั้นฝนไม่ตกมันก็คงลำบาก 

“ผมไปได้ ฝนไม่ตกผมก็ไปได้” ผมพึมพำ

“?” รวีที่กำลังจะกลับออกไปชะงักค้างอยู่หน้ากระโจม

“ผมจะรับยา ผมจะลองดู” ผมพูดอย่างจริงจัง เด็กๆ มัวแต่วาดรูปและไม่ได้ฟังสิ่งที่ผมพูด มีเพียงรวีซึ่งได้ยินชัดเจน

“ผมจะเอาใจช่วย หลังจากคุณรับยาแล้วผมจะทำขนมปังฉลอง เอาของกินออกไปปิกนิกกันข้างนอก ไปดูน้องเอมแข่งว่ายน้ำด้วยกัน” เขาตอบอย่างกระตือรือร้น

ความคิดนั้นทำให้ผมยิ้ม ผมรอจนถึงตอนเย็น เมื่อพ่อมารับเด็กๆ กลับบ้านและแสงด้านนอกมืดลงผมจึงออกไปบอกกับพ่อว่าผมพร้อมที่จะรับยา

พ่อเงียบอยู่เกือบนาที จากนั้นเขาก็ตื่นเต้นและเปิดโน้ตบุ๊กให้ผมดูรายละเอียด ผมจะต้องไปสวิตเซอร์แลนด์เพื่อรับยา*นั้น มันช่วยให้ผมอยู่ภายใต้แสงอาทิตย์ได้นานกว่าปกติไม่มากนัก มันจะมีผลอยู่เพียงแค่หกสิบวัน อาจมีผลข้างเคียงอื่นและสีผิวผมจะเปลี่ยนไปชั่วคราว แต่นั่นดีพอที่จะทำให้ผมตอบตกลง

“พ่อจะเตรียมของทุกอย่างให้ เด็กๆ ก็ใกล้ปิดเทอมแล้ว ใช้โอกาสนี้ไปเที่ยวแบบครอบครัวเลยดีไหม และถ้าลูกไม่ถือภรรยาของพ่ออยากจะเจอลูกด้วย”

พ่อยิ้มให้ผม มีความสุขมากกว่าตัวผมเองเสียอีก

“ผมไม่ถือ แต่ว่าเราจะไปกันนานแค่ไหนเหรอครับ” ผมถามอย่างกังวล 

“คงสักอาทิตย์หรือสองอาทิตย์ การให้ยาไม่ได้ใช้เวลานานนักหรอก มีเสื้อผ้าหนาๆ ไหม ถ้าไม่มีพ่อจะพาไปซื้อ ที่นั่นหนาวมากเลย”

“ผมคงต้องถามรวีก่อน” ผมพูดเสียงเบาลง ไม่คิดว่าจะต้องไปให้ยาไกลขนาดนั้น แต่พอผมบอกรวี เขากลับทำตาโต

“สวิตเซอร์แลนด์เชียวนะ ไปเที่ยวให้สนุกเลย ระหว่างนี้เดี๋ยวให้พี่ตรีมาช่วยอีกก็ได้ ผมคงต้องทำขนมปังจนกล้ามโตระหว่างคุณไม่อยู่ เพราะฉะนั้นอย่าลืมซื้อของฝากมาปลอบใจด้วยล่ะ” เขายิ้มสดใส คนรอบตัวต่างก็ตื่นเต้นยินดีกับเรื่องนี้มากกว่าผม

“สองอาทิตย์นะรวี” ผมพูดอย่างเศร้าหมอง

“อื้อ ทำไมเหรอ ทำไมดูเศร้าจัง” เขามองผมอย่างสงสัย

“ไม่ได้เห็นรวีตั้งสองอาทิตย์เลยนะ”

เขาสบตากับผม จู่ๆ ก็แก้มแดงขึ้นมา รวีชอบเขินอะไรที่ผมไม่เข้าใจ

“จะไม่คิดถึงผมเหรอ” เป็นฝ่ายถามเขากลับบ้างด้วยความน้อยใจ

“ถ้าฝนตกก็คงจะคิดถึง” รวีพูดเสียงเบา 

“ถ้าอย่างนั้นขอให้ฝนตกทุกวัน” ผมกระซิบตอบ

“ไปเก็บจานดีกว่า!” เขาพูดเสียงดังแล้ววิ่งหนีผมไป

ผมหัวเราะพลางมองออกไปที่ตุ๊กตาเรียกฝนนอกหน้าต่าง

ระหว่างที่ผมไม่อยู่ช่วยทำให้ฝนตกทีนะ


( :: จบพาร์ตของเจย์เดน :: )


#ใต้ร่มวันฝนซา


☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂


นานๆ ทีพาเจย์เดนมาเล่าบ้าง จะเห็นได้ว่าความหม่นที่ซ่อนอยู่ของเขาค่อยๆลดลงแล้ว

การไม่มีโรคแทรกซ้อน ก็หมายความว่าจะยังแข็งแรงดีไปอีกพักใหญ่ๆ

การตรวจร่างกายเป็นประจำเป็นเรื่องจำเป็นค่ะ


ความรู้เพิ่มเติม

ยาชื่อ SCENESSE เป็นการปลูกถ่ายยาลงใต้ผิวหนังเพื่อเปลี่ยนเม็ดสีผิวทำให้ผิวเข้มขึ้น

รับแสงแดดได้นานขึ้นและไม่เจ็บเมื่อถูกแสง แต่ว่ายังเป็นตัวยาทดลองและต้องรับยาจากหมอที่มีใบอนุญาตเท่านั้น

ตอนแต่งเรื่องนี้ในปี 2559 ยารับได้แค่ที่อิตาลีและสวิตเซอร์แลนด์ ราคายาอยู่ที่ครั้งละ 6,200 เหรียญหรือสองแสนกว่าบาท

ร่างกายจะดูดซึมยาจนหมดในระยะเวลาประมาณ 60 วัน

ปัจจุบันราคาอาจเปลี่ยนแปลง และมีประเทศที่สามารถรับยาได้เพิ่มมากขึ้น

ถ้าอยากอยู่ทั้งปีก็ต้องไปรับเพิ่ม ราคาสูงมาก คงรับยากันตลอดไม่ไหว ขนาดยังไม่รวมค่าหมอนะ

อ่านข้อมูลยาเพิ่มเติมได้ที่ https://scenesse.com/ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 312 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,249 ความคิดเห็น

  1. #2085 HanaTarita (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 16:21
    โอ้วววว ไรเตอร์ข้อมูลแน่นมากเลยค่ะ แบบนี้ก็อ่านแล้วสนุกใหญ่เลย ขอบคุณมากนะคะที่ตั้งใจเขียนมากขนาดนี้
    #2,085
    0
  2. #2061 Mariko_k (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 07:36
    น้องพลูกับน้องเอมน่ารักมากก
    #2,061
    0
  3. #2041 _jppm (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:51
    ;-; งื้อ 🌾????🌷
    #2,041
    0
  4. #1942 mileylovely (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 23:18
    การให้ยาจะผ่านไปด้วยดีใช่มั้ย กังวลไปหมด
    #1,942
    0
  5. #1843 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 08:37
    น่าร้ากกกก
    #1,843
    0
  6. #1833 sleepy-sheep (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 16:48

    อ่ะขี้หยอดไปอีกสิเจย์เดน

    #1,833
    0
  7. #1772 KiHaE*129 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 21:51

    เอ็นดูวววววววววววววววว

    เจย์เดนน่ารักอะ

    #1,772
    0
  8. #1691 Naraprinnnt (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:00
    หงอยหรอจ๊ะะะ 555น่ารัก
    โอ้ยย อบอุ่น
    #1,691
    0
  9. #1541 snowwy pcy 61 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 21:25
    โอ๊ยยยยยยยน พี่เจย์เดนเต๊าะน้องงงงงงงงงง เขินนนนน
    #1,541
    0
  10. #1509 ดอ ชฎา (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 22:30
    มีความสุขจริงๆ เลยที่เห็นพ่อลูกเขาคุยกันดีๆ แบบนี้ เป็นอะไรที่อบอุ่นหัวใจมากเลยค่ะ
    #1,509
    0
  11. #927 Whanzaaaa (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 18:02
    ขอชื่นชมไรท์เรื่องการเขียนว่าเขียนได้ลื่นไหล ใช้ภาษาแทบไม่ผิดเลย อ่านสบายตามาก ที่สำคัญมีการหาข้อมูลทั้งเรื่องอาการป่วยและการทำขนมปัง มันทำให้นิยายเรื่องนี้ดูจริงมาก ชื่นชมจริงๆ ค่ะ
    #927
    0
  12. #875 JessaPias (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 12:01
    ฟินอ่ะ ดีงามมากกกก มาต่อเร็วฟน้าาาา *O*
    #875
    0
  13. #873 บยอนกัสสึ. (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 15:01
    อยากรู้ตอนจบแล้วนะเนี่ย55 น่ารักจังเลยอะชอบบบบ
    #873
    0
  14. วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 21:38
    เมื่อไหรจะขอเป็นแฟนกันสักทีเนี่ย รออยู่น้า
    #872
    0
  15. #871 tukkaka14 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 12:41
    นู๋อ่านแล้วน้ำตาก้อไหลไม่รู้ตัว
    ชอบรวีชอบชะเอมชอบชะพูลชอบพี่เจย์เดนชอบไรท์คร้าาา
    #871
    0
  16. #870 tukkaka14 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 12:38
    ขอให้ไรท์เขียนนิยายต่อไปเรื่อยๆๆๆๆๆ
    ชอบนิยายไรท์ทุกเรื่อง
    #870
    0
  17. #869 tukkaka14 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 12:37
    ชอบมากๆๆมันดูอบอุ่นหัวใจ
    #869
    0
  18. #868 Lutusss (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 08:25
    เต๊าะเข้าไปปป ฮือออ เจย์เดนนนนน อบอุ่นอะ อยู่ด้วยกันนะ
    #868
    0
  19. #863 Pop nomsod (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 23:31
    งานหยอดก็มาาาา หยอดตลอดอ่ะ
    #863
    0
  20. #861 white-monster (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 20:09
    อบอุ่นหัวใจยิ่งนัก
    #861
    0
  21. #860 baekbow (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 17:19
    เหมือนทุกอย่างคลี่คลายแล้วเลยอ่ะ เจย์กลับมาดีกับพ่อมียารักษาถึงแม้จะไม่หาย แต่ก็ดีขึ้นได้ ดีจัง ขอให้ยาได้ผลดีทีเถอะ
    #860
    0
  22. #859 Purplenose (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 05:08
    โอ้ยยยยยยยถ้าเจย์เดนจะเต๊าะเบาๆแต่กระชากใจแบบนี้ก็ทำต่อไปเถอะค่ะ555555555 อ่านตอนนี้ละยิ้มไม่หยุดเลย555555 น่าร้ากกกกก ดีงามทั้งคู่พ่อลูก เจย์เดนรวี เด็กๆ โอ้ยอ่านละต้องยิ้มออกม่จริงๆอ่ะ
    #859
    0
  23. #858 ♡.jaja (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 02:08
    เจย์เดนรพีน่ารักกกกกก แต่น้องๆน่ารักกว่า อิอิ
    #858
    0
  24. #857 Feremaka (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 23:27
    พร้อมจะเป็นเบาหวานนานแล้วค่าาา
    #857
    0
  25. #856 _MsPrClC_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 21:55
    อะไรๆก็เริ่มดีขึ้นแล้วน้าาาาา ความรู้สึกตอนนี้แบบ เจย์เดนไม่ต้องหายก็ได้อ่ะ ขอแค่อาการดีขึ้นก็พอ พี่วีกับคุณพ่อดูแล้วเจย์ดีๆนะ ถ้าดูแลไม่ดีเราจะดูแลเอง//โดนตบ
    รอติดตามค่า ชอบมากเลออออออ
    #856
    0