ใต้ร่มวันฝนซา ☔ [E-Book มาแล้ว & รอบสต็อกเร็วๆ นี้]

ตอนที่ 21 : ☔ 17 ใบที่สาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,060
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 310 ครั้ง
    26 ต.ค. 63

ลงครั้งแรก 29 ต.ค. 2559

รีไรต์ 26 ต.ค. 2563


17

ใบที่สาม

เจย์เดนถูกส่งไปที่โรงพยาบาลตามลำพังเพราะผมต้องอยู่เฝ้าน้องชะเอมและน้องชะพลูจนกว่าคุณพ่อของพวกเขาจะมารับ ผมทั้งกังวลและร้อนใจ กลัวว่าเจย์เดนจะเครียดหรือแอบหนีไปตอนที่ไม่มีใครเฝ้า ต้องย้ำกับบุรุษพยาบาลหลายครั้งว่าเขาแพ้แสงจนได้รับการยืนยันว่าเขาจะได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง ผมค่อยวางใจได้

"น้องพลูทีหลังไม่ทำแบบนี้แล้วนะครับ มันอันตราย ถ้าโดนทำร้ายขึ้นมาจะสู้ไหวเหรอ" ผมย่อตัวลงดุเด็กน้อยหลังจากที่เขาหยุดร้องไห้แล้ว

"โจร! โจรเอาของพี่วีไป" น้องขมวดคิ้วยังกอดถุงเงินไว้กับอกแน่น ตาของเขาแดงก่ำและชื้นไปด้วยน้ำตา

"ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพี่วีเรียกตำรวจให้เอาคืนมาได้ น้องพลูไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น จำพี่วีไว้นะครับ โจรตัวจริงไม่เหมือนในการ์ตูน เขาจะทำให้น้องพลูเจ็บ หรือทำให้ไม่ได้กลับมาเจอพี่เอม พี่วี พี่ชายอีก แบบนั้นจะดีเหรอครับ" ผมควานหาทิชชูมาซับน้ำตาให้น้องพลู เด็กน้อยสูดน้ำมูกส่ายหัวยกใหญ่

"ไม่ดี" 

ผมยิ้มอย่างอ่อนใจ ทันใดนั้นน้องเอมก็โถมตัวกอดน้องชายตัวเองไว้แน่นอย่างกับกลัวน้องจะหายไป

"น้องเอมดูแลน้องพลูไม่ได้ พี่ชายก็เจ็บด้วย พี่ชายร้องไห้ใหญ่เลย น้องเอมอยากไปหาพี่ชาย ฮึก พี่ชายจะเป็นอะไรไหม" เธอสะอื้นส่งผลให้น้องพลูที่เพิ่งหยุดร้องไห้กลับมาร้องโยเยใหม่ พวกเขาคงไม่เคยเห็นผู้ใหญ่ร้องไห้แบบที่เจย์เดนทำ ผมเองก็ไม่เคยเห็นเช่นเดียวกัน ถ้าไม่เคยรู้เรื่องเขามาก่อนผมคงจะกลัวยิ่งกว่านี้

ผมดึงตัวเด็กๆ เข้ามากอดไว้ ไม่ตอบคำถามเพราะผมเองก็ตอบไม่ได้

ระหว่างที่เรากอดกันอยู่นั้นเอง คุณพ่อของพวกเขาก็มาถึงด้วยท่าทีร้อนรน

“เกิดอะไรขึ้น”เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าโต๊ะเก้าอี้กระจัดกระจายอยู่บนพื้น

“มีโจรเข้ามาน่ะครับ” 

“แล้วเป็นอะไรมากไหม จับโจรได้รึยัง เด็กๆปลอดภัยไหม เจย์เดนล่ะ เจย์เดนอยู่ไหน?” คุณพ่อมองหาลูกชายคนโตอย่างตื่นตระหนก

“น้องพลูวิ่งตามโจรไปเพื่อเอาเงินคืนให้ผม เจย์เดนตามไปช่วยน้องพลูจึงโดนทำร้ายและถูกแสงแดด น้องเอมคอยอยู่ในร้านและเรียกตำรวจให้ ส่วนน้องพลูหกล้มสองสามครั้ง พาน้องไปตรวจกับคุณหมอก็ดีครับ ผมไม่แน่ใจว่าน้องล้มแรงมากไหม ตอนนั้นทุกอย่างวุ่นวายมาก” ผมอธิบายเท่าที่จะทำได้ เรื่องที่เกิดขึ้นมันรวดเร็วชวนสับสน

"งั้นเรารีบไปโรงพยาบาลกัน ชะพลูคืนของพี่เขาด้วย" คุณพ่อก้มตัวลงสำรวจอาการบาดเจ็บของลูกชายก่อน จากนั้นจึงดันหลังน้องให้เดินมาทางผม

"ขอบคุณนะครับ แต่ห้ามทำอีก สัญญากันนะ" ผมลูบหัวน้องเพื่อปลอบใจ

น้องพลูก้มหน้าลงและเปิดถุงออก ผมเพิ่งสังเกตเห็นของที่แลบออกมาจากด้านบนบริเวณปากถุง...กระดาษสีเขียว

"กบของพี่วี"

ผมใจสั่นกับกบกระดาษที่ถูกวางลงบนมือผม เมื่อเช้าผมเก็บมันเอาไว้ในลิ้นชักที่เดียวกับเงิน พวกโจรคงรีบมากจนโกยเอามันมาด้วย ผมอยากร้องไห้เมื่อรู้ว่าน้องตามไปเอากบคืนแม้ว่าจะกลัวมาก

"น้องจะโตเร็วๆ ตัวใหญ่ๆ ใหญ่กว่าพี่ชายและพี่วี น้องจะปกป้องทุกคนเอง ไม่ร้องไห้นะ" น้องพลูยื่นมือมาแตะแก้มผม คงเพราะทุกอย่างในวันนี้มันถาโถมเข้ามาโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัวทำให้ผมควบคุมความรู้สึกไม่ค่อยได้ และเด็กน้อยรับรู้ว่าผมกำลังรู้สึกแย่

ผมเอียงหน้าซบฝ่ามือเล็ก ยิ้มกว้างให้น้องพลู

“น้องเอมจะโตไวๆ ด้วย ไม่ให้โจรที่ไหนมาขโมยของพี่วีอีก” น้องเอมกอดผมไว้อีกด้านหนึ่ง ความจริงใจและอ่อนโยนของพวกเขาทำให้ผมยิ่งอย่างร้องไห้กว่าเดิม

"ครับ โตไวๆ นะ" ผมยิ้มและกอดพวกเขาตอบ

“ปิดร้านสิรวี ไปโรงพยาบาลพร้อมกันนี่แหละ เจย์เดนคงรอนายอยู่” เสียงจากคุณพ่อเตือนให้ผมรีบลุกขึ้น เสียเวลาต่ออีกสักนาทีเดียวก็ไม่ได้

เราต่างรู้ว่าเจย์เดนเกลียดโรงพยาบาล

เจย์เดนได้พักในห้องเดี่ยวเช่นเคย พยาบาลที่ดูแลเขามีสีหน้าโล่งใจเมื่อรู้ว่าพวกเราเป็นญาติของคนไข้

"ทางเราไม่มีหมอที่เชี่ยวชาญโรคเฉพาะทางนี้จึงรักษาตามอาการภายนอกก่อน อีกทั้งคนไข้ต่อต้านเป็นอย่างมาก เขาไม่ยอมให้เราเปิดไฟและซ่อนตัวอยู่แต่ในผ้าห่ม” คุณพยาบาลเปิดประตูห้องพักออก เผยให้เห็นด้านในห้องที่มืดสนิท ผ้าม่านและไฟถูกปิด มีเงาคนซุกตัวอยู่บนเตียงตามอย่างที่พยาบาลว่า

"คุณหมออยากคุยกับญาติคนไข้สักหน่อย สะดวกไหมคะ" พยาบาลมองเราสองคนอย่างไม่แน่ใจว่าควรถามใคร คุณพ่อของเจย์เดนจึงพยักหน้ารับ ส่งสัญญาณให้ผมเป็นคนเข้าไปดูเจย์เดน ส่วนเขาพาเด็กๆ ออกไปจากห้อง

เหลือแค่ผมกับคนใต้ผ้าห่ม ประตูปิดลงทำให้มองอะไรได้ยาก มีเพียงแสงที่ลอดมาจากช่องกระจกใสขนาดเล็กที่ประตู

"เจย์เดน" ผมเรียกแต่เขาไม่ตอบและไม่ยอมออกมาจากผ้าห่ม ไม่นานนักก็มีเสียงร้องแผ่วเบาเหมือนเขายังคงทรมานและเจ็บปวด 

"ผมอยู่เป็นเพื่อนนะ" 

"ผมไม่ต้องการ! ออกไป!" เขาสวนกลับมาทันควัน

"ถ้าผมไม่ไปแล้วคุณจะทำยังไง"

"ผมจะโกรธ อึก" เขาส่งเสียงขู่แต่แล้วเสียงก็ขาดหายไป ผมได้ยินเสียงเล็บขูดกับผิว เลื่อนมือไปแตะเขาผ่านผ้าห่ม เสียงร้องเพราะเจ็บปวดทำให้ผมรีบชักมือออก 

"คุณก็เหมือนพ่อ ผมไม่น่าเชื่อคุณเลย" เขาพึมพำ

หัวใจของผมบีบตัวอย่างอึดอัด เสียงของเขามีทั้งความเศร้า โกรธ น้อยใจ และหลากหลายอารมณ์ไม่ดีที่ซ้อนทับกัน ผมทนฟังเสียงเกาของเขาได้ไม่น่าก็ดึงผ้าห่มออกจากตัวเขารวดเดียว

"อย่านะรวี!" เขาร้องเสียงดัง ผวาเฮือก 

ผมมองไม่ค่อยเห็นอะไรนอกจากมือและขาทั้งสองข้างของเขามีถุงน้ำแข็งประคบเอาไว้ เขารีบดึงผ้ากลับไปคลุมตัวอย่างรวดเร็วและตวาดเสียงดัง

"ออกไป! บอกว่าให้ออกไปไง!" 

เสียงฟ้าร้องดังแว่วมาราวกับท้องฟ้ากำลังตอบสนองต่ออารมณ์ของเขา ไม่นานนักเสียงฝนตกก็ดังกระทบหน้าต่าง ในจังหวะเดียวกับเสียงสะอื้นเพราะความเจ็บปวด 

เขาพูดถูก หมอทำอะไรไม่ได้นอกจากคอยดูอาการ

“ผมขอโทษ”

“มันก็เหมือนเดิม! พวกเขามองผมเป็นตัวประหลาด ถามนั่นถามนี่ เอาเข็มมาจิ้มผม คุยกันว่าผมเป็นอะไร สงสัย อยากรู้ แต่ไม่เคยช่วยอะไรได้เลย! มันเจ็บ! เจ็บจะตายอยู่แล้วได้ยินไหม อึก ไอ้น้ำแข็งนี่ก็เปล่าประโยชน์!” เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง เขาปาถุงน้ำแข็งออกมาโดนตัวผมจนเกิดเสียงดัง

“เจย์เดน” ผมไม่ถือสา ความเจ็บที่ผมได้รับคงไม่เท่าความเจ็บของเขา

“ไม่ต้องมาเรียก” เสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อย 

ผมนั่งลงข้างเตียงอย่างระมัดระวังไม่ให้เขาตกใจ มือแง้มผ้าห่มของเขาออกทีละน้อย แม้ว่าเขาจะพยายามดึงมันเอาไว้แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้

“นายจะหายใจไม่ออกนะ มาเถอะ เปิดมัน”

“ไม่” เขายืนกราน พยายามดันมือผมออก

“โกรธผมจริงๆ เหรอ จะไม่คุยกันอีกแล้วเหรอ” ผมยอมปล่อยมือจากผ้าห่ม

เจย์เดนไม่ตอบแม้ว่าผมจะยืนมองเขาจนเวลาผ่านไปหลายนาที มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาเคลื่อนที่ เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นที่แทรกมาเป็นระยะ

“ออกไปเถอะรวี ผมอยากอยู่คนเดียว” เขาพูดออกมาในที่สุด

“ฝนตกหนักขนาดนี้ก็ยังใจร้ายไล่ผม ผมคงต้องเดินตากฝนกลับบ้านคนเดียว” ผมแสร้งทำเป็นถอนหายใจ

“ให้ฝนหยุดก่อนก็ได้” เขาพึมพำแต่ยังคงไม่ยอมออกมาจากใต้ผ้าห่ม

“เจย์เดน”

เขาไม่ยอมตอบและพยายามกลั้นเสียงเวลาที่รู้สึกเจ็บ ผมไม่อยากให้เขาอดกลั้นมันเอาไว้จึงยอมถอยออกมา พอผมปิดประตูก็ได้ยินเสียงร้องไห้ เขาเจ็บปวดและคงไม่อยากให้ผมเห็น

“เขายังไม่ยอมคุยเหรอ” คุณพ่อพาเด็กๆ กลับมาที่หน้าห้องพอดี

“ครับ คงต้องรอให้อาการดีขึ้นก่อน” ผมพูดอย่างเศร้าสร้อย

“เรื่องค่ารักษาผมจะดูแลเอง รวีไม่ต้องเป็นกังวล เราคงใช้โอกาสนี้ตรวจร่างกายเขาได้ ผมคุยกับทีมแพทย์เรียบร้อยแล้ว” 

“แค่ตรวจใช่ไหมครับ” ผมขมวดคิ้วอย่างระแวง แค่พามาโรงพยาบาลเจย์เดนก็ไม่ยอมมองหน้ากันแล้ว ขืนทำมากกว่านี้คงแย่

“แค่ตรวจเท่านั้น ถ้าเขาไม่มีอาการแทรกซ้อนเราก็วางใจได้ เดิมทีโรคของเขาไม่ได้ร้ายแรงถึงชีวิต แต่มีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนได้มาก ซึ่งถ้ามันเกิดแล้วโอกาสที่เราจะเสียเขาไปมันสูง” คุณพ่อพูดเบาลงพลางมองไปทางประตูห้อง

“น้องเอมเข้าไปได้ไหมคะ” น้องเอมดึงแขนคุณพ่อเพื่อถาม

“ตอนนี้พี่ชายกำลังป่วย ให้พี่ชายพักผ่อนนะคะ ไว้ค่อยเจอกันตอนพี่ชายหายดีแล้วนะ” ผมตอบแทนเพราะเจย์เดนไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะคุยกับใคร

“น้องอยากเจอ น้องขอบคุณ!” น้องพลูพูดเสียงดัง พยายามเขย่งเท้าหมุนลูกบิดประตูของโรงพยาบาล คุณพ่อรีบจับตัวน้องไว้ก่อน

“ไว้เราค่อยมากันใหม่ วันนี้พี่ชายคงเหนื่อยแล้ว และรวีคงมีแค่คุณที่พูดให้เขายอมตรวจร่างกายได้ อะไรที่คุณต้องการบอกผมได้เลยนะ ผมจะช่วยคุณทุกอย่างขอแค่คุณช่วยผมเรื่องเดียวเท่านั้น ให้เจย์เดนได้รับการตรวจ ให้ผมรู้ว่าเขายังแข็งแรง” คุณพ่อมองผมอย่างขอร้อง

“ถึงคุณไม่ขอร้อง ผมก็อยากให้เขาแข็งแรงเช่นเดียวกัน” ผมตอบกลับ

เด็กๆ และคุณพ่อของเจย์เดนกลับบ้านไป ส่วนผมพยายามพูดคุยกับเจย์เดนแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์ เขาไม่ยอมกินข้าวถ้าผมไม่ออกจากห้อง เขาเคยอดข้าวมาแล้ว ถ้าผมไม่ทำตามเขาคงทำอย่างที่พูด ผมจึงต้องปล่อยเขาไว้ตามลำพัง 


“ผมจะทำยังไงดีพี่ตรี เขาโกรธผมแล้ว” ผมทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างท้อแท้

“พี่ควรหนักใจเรื่องไหนก่อน เรื่องโจรขึ้นร้านหรือเรื่องหนุ่มชุดดำจอมดื้อ หัวใจพี่แทบวายตอนที่ได้ยินเรื่องโจร พี่นึกว่าวีเป็นอะไรไปซะแล้ว” พี่ตรีนั่งลงข้างผม

“ผมไม่เป็นไร แต่เขาเป็น” ผมขยับตัวไปนอนตักพี่สาว

“ไม่สบายก็ต้องหาหมอ วีทำถูกแล้ว เด็กดื้อน่ะหาวิธีง้อเดี๋ยวก็หายเอง”

“ผมก็หาทางง้อแล้วนะ แต่เขาไม่ยอมคุยด้วย หน้ายังไม่ให้มอง เอาแต่มุดอยู่ในผ้าห่ม” ผมถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างเหนื่อยอ่อน

“มีอะไรที่เขาชอบหรืออยากได้เป็นพิเศษรึเปล่า ที่จริงแค่วีทำขนมปังอร่อยๆ ให้ก็น่าจะหายแล้วมั้ง ใจอ่อนกับน้องพี่เสียขนาดนั้น”

เผลอนึกถึงฉากจูบในหนังที่ดูกับเจย์เดนวันก่อน

“ไอ้ที่เขาอยากได้ก็พอรู้อยู่ แต่จะทำได้รึเปล่าเนี่ยสิ” ผมพึมพำ 

“การถูกส่งไปโรงพยาบาลคงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขา พี่แค่มองอยู่ห่างๆ ยังรู้ว่าเขาพึ่งพาและมองเห็นแต่วี พอวีทำในสิ่งที่เขาไม่ชอบก็เหมือนถูกทรยศ”

“มันจำเป็นนี่นา” ผมยิ่งเศร้าหนักเมื่อโดนพี่ตรีตอกย้ำ 

“พี่รู้ แต่เขาไม่มีใครนอกจากวี ถ้าไม่มีวีจะหันไปหาใคร เราปล่อยเขาไว้ตามลำพังไม่ได้หรอก พรุ่งนี้พี่จะหยุดเรียนมาเฝ้าร้านให้ดีไหม ส่วนวีไปหาพ่อหนุ่มนั่น เคาะกะโหลกสักทีแล้วบอกว่าไม่อนุญาตให้หยุดงาน จะป่วยตามใจชอบได้ยังไงรีบกลับมาทำงานเลยนะ พี่จะได้อู้” เธอพูดกลั้วหัวเราะแต่แววตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน

“นั่นสิ ผมยังไม่อนุญาตให้หยุดเลยนะ”

เราหัวเราะให้กัน ความกังวลของผมถูกปัดเป่าออกไป

“ขอบคุณนะพี่”

“รับเขามาเป็นน้องอีกคนแล้วจะนิ่งดูดายได้ยังไง” เธอขยี้หัวผมด้วยความเอ็นดู

เช้าวันต่อมาเราสองพี่น้องช่วยกันทำขนมปังจนเสร็จพร้อมเปิดร้าน ส่วนผมแอบทำขนมปังพิเศษที่ไม่เคยมีขาย ทำมันขึ้นมาใหม่เพื่อเจย์เดนโดยเฉพาะ

ผมเดินทางไปโรงพยาบาลท่ามกลางแดดที่ส่องลงมา ทั้งชีวิตผมไม่เคยคิดว่าเรื่องธรรมดาอย่างการออกมาข้างนอกจะทำร้ายคนคนหนึ่งได้ ผมเหม่อมองความร้อนระอุอย่างใจลอย คนธรรมดาหลีกเลี่ยงที่จะเจอกับแสงแดด กลับกันแล้วอาจมีใครสักคนเฝ้ามองและหวังจะยืนอยู่ภายใต้ท้องฟ้าโดยไม่ต้องหลบซ่อน

ระหว่างเดินไปยังห้องพักผู้ป่วย ผมได้ยินเสียงพูดคุยของนางพยาบาล

“เขาเป็นโรคแพ้แสงเหรอ”

“ใช่ ไม่เคยเจอคนที่แพ้หนักขนาดนี้มาก่อน เสียงร้องทรมานมาก ตัวของเขาก็เริ่มบวมด้วย”

“บวมเหรอครับ” ผมหันไปหาพวกเธอทันที ถามย้ำอีกครั้งแม้จะรู้ว่าคงไม่มีคนป่วยโรคเดียวกับเจย์เดนมากนัก “คุณหมายถึงคนไข้ห้องแปดศูนย์หนึ่งใช่ไหม”

“ญาติคนไข้เหรอคะ” พวกเธอสะดุ้งเล็กน้อย

ผมได้โอกาสถามถึงอาการของเจย์เดน พยาบาลบอกว่าการที่เขาโดนแดดจัดและเจ็บปวดจนเอามือถูและข่วนกับผิวหนังอย่างแรงมีผลให้ผิวหนังบวมและตกสะเก็ด อีกทั้งเขายังดื้อมากจนหมอกับพยาบาลต่างก็หนักใจ

ผมเข้าใจแล้วว่าเขาซ่อนตัวอยู่ในนั้นเพราะอะไร ในสภาพปกติเขายังปิดหน้าปิดตา ยิ่งมีบาดแผลเขาคงจะเครียดและกลัวมากขึ้น

ผมกล่าวขอบคุณพยาบาลและยืนรวบรวมกำลังใจที่หน้าห้อง แอบมองผ่านช่องกระจกที่ประตูก็พบว่าถึงแม้จะไม่มีใครอยู่เขาก็ไม่ออกมาจากผ้าห่ม  

“เจย์เดน ผมมาแล้ว” ผมเปิดประตูเข้าไปด้วยเสียงที่สดใส

“ผมทำขนมปังมาให้คุณ เป็นขนมปังพิเศษ ต้องออกมากินได้แล้วนะ เชฟมือดีแห่งวงการขนมปังทำมันให้คุณคนเดียว โอกาสทองแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ ” ผมจัดวางขนมปังลงบนจานของโรงพยาบาล แอบเหลือบมองเขาไปด้วย

เจย์เดนขยับตัวเล็กน้อย ยังคงไม่ส่งเสียง เขานั่งอยู่ตรงกลางเตียงโดยมีผ้าห่มคลุมตัวเหมือนเด็กเวลาเล่นซ่อนแอบ

“จะไม่ออกมาจริงๆ เหรอ” ผมเข็นโต๊ะสำหรับผู้ป่วยไปทางเตียง

“ไม่อยากเห็นหน้ารวี”

“ใจร้ายจัง” ผมถอนหายใจ

ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าเขากำลังหลบผมเพราะอะไรคำพูดนี้คงทำให้ผมเสียใจไม่น้อย แต่ตอนนี้ผมรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและรู้ว่าเขาคงไม่อยากพูด ปกติแค่ผมทำหน้าเศร้าเขาก็กังวลไปหมด การพูดจาร้ายๆ ใส่ผมเขาเองก็คงไม่ชอบ

ผมมองผู้ชายในผ้าห่มที่นั่งนิ่ง มองจนแน่ใจว่าส่วนหัวของเขาอยู่ตรงไหนแล้วก็ตัดสินใจทำสิ่งที่กล้าหาญที่สุดในชีวิต ผมเอานิ้วจากหน้าผากเขาลงมาจนพบจมูกและริมฝีปาก ก่อนที่เจย์เดนจะขยับตัวหนีผมก็ผมหลับตา ยื่นหน้าไปจูบเขาผ่านผ้าห่มผืนบางของโรงพยาบาล

แรงที่ยื้อผ้าห่มไว้หายไป ผ้าห่มหล่นลงมากองอยู่ที่ตักเขา เจย์เดนมองผมด้วยความตกใจ

เหมือนที่นางพยาบาลบอกไว้ไม่มีผิด ทั้งผิวหนังและปากของเขาบวมและยังมีร่องรอยตกสะเก็ดจากรอยข่วนไปทั่วหน้า ลำคอและแขน แค่เห็นก็รู้สึกเจ็บแทน

ผมคว้ามือของเขาไว้เมื่อเขาจะดึงผ้ามาปิดหน้าตามเดิม

“ออกมาแล้วนะ” ผมยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน 

“รวีทำอะไร” เขามีท่าทีสับสน

“ไม่รู้สิ ปลอบใจคนป่วยมั้ง” ผมทำเป็นไม่รู้เรื่อง การขโมยจูบเขามันน่าอาย แต่ก็เหลือแค่ทางเดียวที่ผมคิดออก

“ขี้โกงนี่ คุณจูบผมตอนนี้ไม่ได้ อย่ามอง ไม่ให้มองด้วย” เขาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เบี่ยงตัวพยายามจะหันหลังให้ผม

“คำก็ไล่สองคำก็ไล่ ผมเสียใจนะ ขนมปังที่ทำมาก็คงไม่อยากกิน ผมจะทิ้งมันให้หมด ผมจะใส่หน้ากากทุกวันจะได้ไม่ต้องเห็นหน้าผม ไม่อยากมองหน้ากันแล้วนี่” ผมแกล้งทำเสียงดังเหมือนจะเทขนมปังทิ้ง เขารีบหันกลับมาจับมือผมไว้พลางมองมาที่ขนมปังบนจาน ผมจึงเลื่อนมันไปหาเขา

“เขาว่าถ้าพบใบโคลเวอร์สี่แฉกจะโชคดี ที่ไทยไม่มีใบโคลเวอร์ผมเลยทำขึ้นมาเอง ขนมปังฝีมือผมจะทำให้คุณโชคดีสี่เท่า ทุกอย่างจะดีขึ้น เชื่อผมนะ” 

ผมทำขนมปังเป็นรูปกลีบใบไม้สี่อันหันเข้าหากัน ใส่สังขยาลงไปด้วยเพราะเจย์เดนชอบสังขยา ผมเห็นแววตาของความสุขในวันที่เขาได้ชิมสังขยาเป็นครั้งแรก

“ถึงจะเห็นผมแบบนี้ก็ยังไม่ไปเหรอ” เขาพูดเสียงเบาหวิว

“กลับกันถ้าคุณเห็นผมเป็นอีสุกอีใส เป็นตุ่มสีแดงไปหมดทั้งตัวก็จะปล่อยผมทิ้งไว้หรือไง ผมรู้ว่าคุณไม่ทำหรอก ผมก็ไม่ทำเหมือนกัน”

ผมลากเก้าอี้มานั่งตรงข้ามกับเขา จัดการหั่นขนมปังและเทน้ำให้เรียบร้อย

“ผมไม่อยากให้คุณจำผมแบบนี้ได้”

“โอย แบบนี้แหละดี จะล้อไปอีกสิบปีเลย คนน่าเกลียด คุณเรียกผมว่าคนน่าเกลียดใช่ไหม เราก็เป็นคู่หูคนน่าเกลียดไง” ผมยักคิ้ว แม้ว่าจะกังวลกับอาการของเขาแค่ไหน ผมก็พยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะไม่แสดงออก ตอนนี้เขาเต็มไปด้วยแผลจนดูน่ากลัว แต่ดวงตาสีเทาคู่นั้นที่มองกลับมายังเป็นดวงตาคู่เดิม ยังเป็นเจย์เดนคนเดิม

“รวีไม่น่าเกลียดสักหน่อย ผมแค่พูดเฉยๆ”

“แน่นอน ผมหล่อที่สุดในซอย” ผมสวนเขากลับได้ทันควัน

“คุณเก่งจริงๆ”

“?”

“คุณเก่งจริงๆ เรื่องทำให้ผมรู้สึกดี”

หัวใจผมเต้นแรงขึ้นมาชั่วขณะ มือผมชนเข้ากับจานขนมปังเสียงดัง เขารีบยื่นมือมาจับไว้ไม่ให้มันร่วงหล่น เขาหยิบขนมปังขึ้นมาพิจารณา พอหั่นแล้วก็ดูเหมือนรูปหัวใจไปเสียอีก

“ดีขึ้นแล้วใช่ไหม งั้นเลิกมุดผ้าห่มเสียที ผมมาหาคุณไม่ได้มาหาก้อนผ้าห่มนะ พี่ตรีก็บอกให้รีบกลับไปทำงานด้วย” ผมรีบเปลี่ยนเรื่อง

“ผมอยากกลับจะแย่อยู่แล้วรวี ผมไม่ชอบที่นี่”

“เอาน่า ได้กลับแน่นอน ระหว่างนั้นก็อยู่ตรวจสักหน่อยนะ ผมก็จะอยู่ด้วย ได้อู้แล้ว พี่ตรีเฝ้าร้านให้ทั้งวันเลย เราจะนั่งดูสารคดีหรือหนังกันก็ได้นะ” ผมรีบพูดรัวเพราะไม่อยากให้เขาโฟกัสคำว่าตรวจสักเท่าไหร่ แต่มันไม่มีทางรอดพ้นเขาไปได้ เจย์เดนหรี่ตาลง มองผมอย่างระแวง

“ผมตรวจด้วยนะดีไหม ผมเองก็ไม่เคยตรวจสุขภาพหรอก แต่เขาบอกว่าพออายุเยอะขึ้นก็ควรจะตรวจไว้ เราตรวจพร้อมกันเลย ตรวจสุขภาพประจำปี!” ผมส่งเสียงดังเพราะตื่นเต้น กลัวเขาต่อต้านขึ้นมาอีก

“ก็ได้ ถ้าเป็นรวีจะยอมก็ได้” เขายิ้มออกมาในที่สุด ดวงตายังดูเศร้าสร้อยแต่รอยยิ้มนั้นทำให้ผมเบาใจลง

“อืม ขอโทษนะที่ทำให้ตกใจ ผมแค่เป็นห่วง แค่อยากช่วย”

“ช่างเถอะ ผมรู้ว่าอาการผมมันน่ากลัว ตัวผมเองเป็นกี่ครั้งก็ยังกลัว” เขาลูบแขนตัวเองเและก้มมองแผลบนนั้น

ผมพยายามเรียกเขากลับมาด้วยการกินขนมปังให้ดู อวดสรรพคุณว่าสังขยานี่ทำพิเศษ หวานน้อย ดีต่อสุขภาพ แถมยังวางมะเขือเทศลูกเล็กที่พกมาให้เขาอีก

“รวีรู้ไหมว่าทำไมมันถึงต้องเป็นสี่ใบ” เจย์เดนพูดขัดผม

“ก็เพราะปกติมันมีสามใบ ใบที่สี่หายาก พอมันหายากก็เลยพิเศษล่ะมั้ง นายก็ด้วยเจย์เดน นายไม่เหมือนใคร ดังนั้นนายพิเศษ” ผมยิ้มกว้าง

เขากระตุกยิ้ม ชี้ลงบนกลีบรูปหัวใจอันที่หนึ่ง

“ใบที่หนึ่งหมายถึงความเชื่อ  ใบที่สองหมายถึงความหวัง ใบที่สี่หมายถึงโชคดี” เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ 

ผมงงเล็กน้อยว่าเขาอธิบายถึงมันทำไม แต่งงยิ่งกว่าเมื่อเขาพูดข้ามใบที่สามไป จึงถามอย่างสงสัย “แล้วใบที่สามล่ะ” 

“ใบที่สาม” เจย์เดนสบตากับผม เขายิ้มอย่างอ่อนโยน 

“ความรัก”


#ใต้ร่มวันฝนซา


☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂


หนุ่มมืดมนของเรามีจูบแรกกับเขาเสียที... แต่ผ่านผ้าห่มนะ 555

เจย์เดนไม่ได้โกรธรวีตั้งแต่แรกแต่จงใจไล่ไปเพราะไม่อยากให้เห็น

รวีปล่อยไม้เด็ดง้อออกมารัวๆ และโดนย้อนกลับด้วยของของตัวเองเสมอ 

เห็นเจย์เดนเงียบๆ แบบนี้ก็แอบร้ายนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 310 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,249 ความคิดเห็น

  1. #2211 KronkanokKeanak (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 19:41
    อ่านเรื่องนี้คือแต่ละตอนต้องมีกลั้นใจสักสองสามรอบ
    #2,211
    0
  2. #2084 HanaTarita (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 15:59
    เสียน้ำตาให้นิยายเรื่องนี้ไปเยอะมาก ยิ่งตอนกบกระดาษนี้โฮเลยค่ะ น้องพลูน่ารักมากกก ความใสซื่อของเด็กอ่ะเนาะ
    แต่พีคสุดคือใบที่สาม โฮรววว เพิ่งเคยรู้ความหมายของใบโคลฟเวอร์
    #2,084
    0
  3. #2040 _jppm (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:39
    อุดปากกรี๊ด💌💖
    #2,040
    0
  4. #1941 mileylovely (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 23:03
    ได้แต่ภาวนาว่าตรวจแล้วจะไม่มีโรคซ้อนนะ อยากกอดเจย์เดนมากๆ เลย
    #1,941
    0
  5. #1771 KiHaE*129 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 20:54

    สงสารเจย์เดน

    แล้วก็คิดแบบรวีถ้าไม่รู้ว่าเจย์เดนเป็นยังไงคงเสียใจกับคำพูดร้ายๆ ของเจย์เดน

    เย้

    ยอมตรวจสุขภาพแล้ว

    #1,771
    0
  6. #1714 pommys (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 23:03
    ความรักกกกกก
    #1,714
    0
  7. #1602 Angzaa (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 20:05
    สงสารเจย์เดน อยากให้หาย
    #1,602
    0
  8. #867 Lutusss (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 08:11
    งอนน่ารักอะไรเบอร์นี้ จูบผ่านผ้าห่มยังเขิน เจย์วีทำให้เรากลายเป็นคนใสๆเลยอะ555 รวีนี่อยู่กับใครใครก็ชอบ น่ารักกก
    #867
    0
  9. #826 Oshfly (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 21:48
    อ่านตามทันแล้วววววววว เจย์เดนนายจะหายไม่หายไม่รู้ รู้แต่นายจะอยู่กับรวีไปนานแสนนาน
    #826
    0
  10. #822 Yaluc_1100 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 20:50
    เพิ่งมาอ่านค่ะะะ สนุกมากกกกกก ละมุนนนนน
    #822
    0
  11. #805 [PAIN] RITSU-KAMI (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 21:33
    ตายยย โดนง้อจากรวีว่าตายแล้ว ถูกคำพูดอันแทบไม่มีอะไรพิเศษของเจย์ตอบมา ตายกว่าเลยค่ะ 555
    #805
    0
  12. #804 Naiicue98 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 21:20
    สงสารเจย์ รวีต้องจูบหลังอาหารทุกสามมื้อเลยนะ เจย์จะได้หายไวๆ อิอิ
    #804
    0
  13. #803 N (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 12:58
    /ล้มลงไปนอน ตายตาหลับแล้วค่ะ.....
    โอย ขนาดนี้แล้ว พูดคำว่ารักกันสักทีสิ
    แต่เราก็ชอบความสัมพันธ์แบบนี้นะ ประคองๆกันไป
    ยังไงก็ภาวนาให้กู้ดแอนด์นะคะ(.....) แบดแอนด์เราต้องใจสลายรุนแรงแน่นอน โฮฮฮฮ
    #803
    0
  14. #802 - หิมะสีเลือด - (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 23:12
    การหยอดของเจย์เดนคือบับ.. ม้วนไปร้อยห้าสิบตลบตบพื้นกัดหมอนกรี๊ดรัวๆ
    #802
    0
  15. #801 pcyc (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 21:47
    อยากจะเขินอยู่หรอกแต่สงสารเจย์เดนด้วยยย
    #801
    0
  16. #800 Feremaka (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 21:41
    อยากจะกรี๊ดให้บ้านแตก5555
    เขินมาก
    รวีน่ารักมากกกก
    ส่วนเจย์เดน คือแบบ อื้มมมม//แทะผ้าห่ม

    มันต้องปวดมากๆแน่เลยอ่ะ เง้อออ
    #800
    0
  17. #799 ริปไทด์ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 20:55
    สงสารเจย์เดนนนน ฮรืออออ
    #799
    0
  18. #798 berry kiki (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 20:36
    น้องๆสองคนก็น่ารัก
    รวีอยู่เป็นกำลังใจเจย์เดนไปนานๆนะ เขาง้อกันน่ารักมากอ่ะ งือออออ
    #798
    0
  19. #797 BlackPearlSJK (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 20:31
    เป็นอะไรที่ดี ฟิคนี้ ละมุนละไมมากก ฮืง
    #797
    0
  20. #796 galaxy night (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 19:23
    ไรต์เขียนดีงามตลอด น้องพลูกับน้องเอมทำไมน่ารักแบบนี้ ฮือออออ ไอ้หนูน้อย เป็นห่วงพี่ชายกันใหญ่เลย ว่าด้วยเรื่องการงอนของเจย์เดน เข้าใจเขานะมีนเป็นความกลัวที่ฝังลึกไปแล้วเจอแบบนั้นมาตั้งแต่เด็กก็คงไม่อยากต้องเจออีก แต่รวีก็เก่งเสมอ เขาเอาใจใส่รายละเอียดของเจย์เดนตลอด ชอบสิ่งไหน ไม่ชอบอะไร ไม่ได้ถามแต่สังเกตเอา มันโรแมนติกดี แต่นั่นล่ะ เจอหมัดฮุกเรื่องใบที่สามเข้าให้ จูบก็จูบเถอะค่ะ ยกนี้เจย์เดนชนะ 555555555 อยากให้คนรอบข้างค่อยๆ เปิดใจเจย์เดนให้เข้าตรวจและรับการรักษาได้ เราชอบที่ไรต์เขียนตรงนี้แบบค่อยเป็นค่อยไป มันดูเรียลมาก ดูเข้าใจคนที่มีความกลัวฝังลึกอยู่ในใจ จะคอยรอดูต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ
    #796
    0
  21. #795 wazabii (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 19:02
    น่ารัก
    #795
    0
  22. #794 View Ha Bin (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 18:58
    อื้อหือออ หยอดไปอีกกกกก เขินให้ตัวแตกไปเลยรวี 5555555
    #794
    0
  23. #793 จินดา วรรณา หมื่นวงค์ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 18:58
    ถ้าเจเดนย์ตายเคเาโป้งไรด์แน่คอยดู 555
    #793
    0
  24. #792 Purplenose (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 17:49
    โอ้ยยยยยยอ่านประโยคสุดท้ายแล้วอินี่เขินเลยค่ะ ใจเต้นเลยอ่ะจริงๆนะ ใจเต้นตุบตับๆเลยฮืออออ เขินนน เขินจนลืมความเศร้าก่อนหน้านี้ไปเลย โง้ยยย แบบทำไมต้องยิ้มแบบอ่อนโยนแบบนี้ด้วยคะ เป็นรวีนี่คงหน้าแดงเถือกไปเลยโฮกกกกกก ละไหนจะจูบกันผ่านผ้สห่มอีก กรี๊ดดดดดดด เขาจูบกันแล้วค่ะแม่ น้องใจบ่ดีเลย น้องเขิน ฮื่อออออ
    อ่านไปๆเริ่ทกลัวตอนจบ ; - ; อย่าเป็นอะไรนะเจย์เดน ขออย่ามีโรคแทรกซ้อน อยู่กับรวีไปนานๆนะเว้ย ฮื่อ
    #792
    0
  25. #791 Tanee Lov (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 17:36
    ฮืออออ ขออย่าให้เป็นโรคอะไร หายได้ยิ่งดีนะคนับ แงง
    #791
    0