ใต้ร่มวันฝนซา ☔ [E-Book & รอบสต็อกเปิดแล้วค่า]

ตอนที่ 20 : ☔ 16 วันที่ไร้ฝน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,469
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 297 ครั้ง
    23 ต.ค. 63

ลงครั้งแรก 23 ต.ค. 2559

รีไรต์ 23 ต.ค. 2563


16

วันที่ไร้ฝน

“ผมไม่ไป” เจย์เดนพูดขึ้นทันทีที่พ่อของเขาและเด็กๆ กลับไปแล้ว

“นี่ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ” ผมยิ้มให้เขาอย่างเอ็นดู

เจย์เดนมองผมอย่างงุนงง เขานั่งกอดเข่าอยู่ที่มุมห้องและปิดไฟจนมืด ดูเหมือนว่าเวลาที่เขาเครียด เขาจะชอบทำแบบนี้อยู่เสมอ พอผมเปิดไฟเขาก็ก้มหน้าเอาหัวแตะเข่าตัวเองไว้เหมือนลูกบอล เขาไม่ได้ตัวเล็กแต่ผมกลับเห็นภาพว่าตอนเด็กเขาคงทำแบบนี้จนเคยชิน

“เจย์เดน”

“ยังไงก็อยากให้ผมไปอยู่ดีใช่ไหมล่ะ” เขาพูดเสียงอู้อี้ และเศร้าหมองมากกว่าตอนที่เขาคุยกับพ่อ ตอนนั้นเขากำลังโกรธ

“ผมไม่รู้ ผมไม่มีความรู้เรื่องพวกนั้นเลย ผมรู้แค่เรื่องขนมปัง และอยากจะถามคุณว่าก่อนนอนกินขนมปังปิ้งกันไหม”

เด็กน้อยตัวโตเงยหน้าขึ้นทันที ผมเดินเข้าครัวโดยไม่รอคำตอบ เงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าที่ตามมา

“นานๆ ทีก็อยากกินขนมปังแบบที่ขายอยู่ทั่วไปข้างนอกบ้าง ขนมปังเราก็มีอยู่แล้ว แค่เอามาอังกับกระทะใส่เนยกับน้ำตาลสักหน่อยอร่อยแน่นอน” ผมทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อสักครู่และไม่พูดถึง เพราะผมเองก็ยังไม่รู้ว่าควรทำตัวยังไง จะบังคับหรือออกความเห็นเรื่องนี้คงไม่ได้ อย่างที่ผมบอกไปว่าผมไม่มีความรู้เรื่องโรคของเขา

“รวี ไม่ต้องคิดเรื่องผมมากนักก็ได้ แค่นี้ผมก็ทำให้คุณเดือดร้อนไม่เว้นแต่ละวัน” เขาขมวดคิ้วแน่น

“เจย์เดน!” ผมส่งเสียงดุเขาทันที

“ครับ” เขาตอบรับอย่างตกใจ

“นี่เราเป็นเพื่อนกันรึยัง” ผมเอียงคอถามเขาอย่างสงสัย เขานิ่งไป คงไม่แน่ใจว่าจะควรจะตอบอะไร

ผมหันไปทาเนยลงบนขนมปังต่อ

“สำหรับผม เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ คุณจะเห็นผมเป็นเพื่อนหรือไม่ก็ช่างเถอะ แต่ถ้าเพื่อนผมมีปัญหาผมก็ต้องช่วย ถ้าเพื่อนผมเครียดผมก็จะทำขนมปังอร่อยๆ ให้กิน รสชาติที่ดีทำให้อารมณ์ดีว่าอย่างนั้นไหม” ผมจัดการนำขนมปังวางลงบนจาน มันเป็นขนมปังแถวที่เขาทำเอง

“อือ” เขาตอบรับอย่างเศร้าหมอง

“ขมวดเข้าไปคิ้วน่ะ จะพันกันเป็นครัวซองแล้ว ถ้าไม่กินผมกินเองคนเดียวนะ” ผมหั่นขนมปังออกเป็นชิ้นเล็กและหยิบมันขึ้นมากัด เขาก็เลยหยิบตาม

“รวี คิดถึงพ่อไหม”

“คิดถึงตลอด ยิ่งเวลาทำขนมปังนะเสียงพ่อบ่นลอยมาเลย บอกว่าให้ระวังไงวี! ทำอะไรไม่ได้เรื่อง! โอย สารพัด ปกติพ่อใจเย็นแต่พอเป็นเรื่องขนมปังจะดุขึ้นมาเลย” ผมพูดไปยิ้มไป แค่คิดถึงอดีตก็ทำให้ยิ้มได้

“ดีจัง พ่อของรวีคงเป็นคนดีมาก”

“อืม พ่อใจดี บางครั้งลูกค้าเด็กๆ มีเงินไม่พอพ่อก็จะลดให้ ตอนนั้นพี่ตรีโกรธมากเพราะเราแทบไม่มีกำไรเลย ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพ่อต้องใจดีขนาดนั้น แต่พอมาลองทำเอง ได้เห็นคนกินของของเรา บางครั้งเงินมันก็ไม่ได้ทำให้เราใจเต้นแรงเท่ารอยยิ้มของเด็กคนนึง” ผมนึกถึงตอนที่เจอน้องพลูกับน้องเอมครั้งแรกได้ ผมไม่ลังเลที่จะให้ขนมปังกับพวกเขา แม้จะรู้ว่าเด็กตัวเล็กๆ คงไม่ได้พกเงินมา และทันทีที่พวกเขายิ้มหลังจากกินขนมปังของผม ผมก็รู้ว่าผมทำถูกแล้ว

“พ่อของรวีใจดีเลยทำให้รวีโตมาน่ารัก”

“ไม่ต้องมาทำให้เขินเลยนะ เป็นฝรั่งแท้ๆ รู้จักใช้คำพูดคำจา” ผมแทบสำลักขนมปัง รีบยกมือพัดหน้าตัวเอง ให้ความร้อนมันจางลง

“ไม่ฝรั่งนะ เป็นคนไทย” เขาเถียง

“ครับผม คนไทยผมสีน้ำตาล ตาสีเทาเชียว” ผมแหย่

เจย์เดนนิ่วหน้า 

“ผมไม่ชอบมันสักหน่อย ผมอยากมีผมสีดำ ตาสีดำ เหมือนคุณ เหมือนแม่” เขาเอียงหน้าเข้ามาใกล้ ผมชะงักและเอานิ้วดันเขาออกเล็กน้อย

ใกล้ไปแล้ว

“ตาแบบนี้น่าอิจฉาจะตาย สวยนะ ผมชอบมอง” 

“มันเหมือนพ่อ” เขาพูดในลำคอ ยังคงขมวดคิ้วอยู่เหมือนเดิม

“กำลังเข้าวัยต่อต้านเหรอ แตกเนื้อหนุ่มช้าใช่ไหม” ผมยิ้มขำ แต่เจย์เดนมองผมอย่างไม่เข้าใจ ท่าทางคำนี้จะยากไปสำหรับเขา เขาถามย้อนว่าแตกเนื้อหนุ่มคืออะไร ลำบากผมต้องคิดหาคำอธิบาย แต่ในระหว่างที่กำลังคิดอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์ของร้านดังขึ้นเสียก่อน

พี่ตรีโทรมาบอกว่าเธอจะค้างที่หอเพื่อนมีงานต้องปั่นให้เสร็จ นับเป็นคืนแรกของการนอนคนเดียวหลังจากที่พ่อเสีย ไม่สิ ตอนนี้มีผู้ชายมืดมนอยู่ด้วยอีกคน

“คืนนี้พี่ตรีไม่อยู่ เรามาเป็นเด็กเกเรเปิดหนังดูจนดึกกันดีไหม” ผมพยายามปรับเปลี่ยนอารมณ์ที่เศร้าหมองของเขาให้สดใสขึ้น

“เด็กเกเร?” เขาทวนคำ จากนั้นก็ยิ้มออกมา

ผมเบาใจที่เห็นสีหน้าอย่างนั้น การทำให้คนที่เศร้าอยู่ตลอดอย่างเขายิ้มเป็นงานยากแต่ก็คุ้มค่าที่ได้เห็น

ผมกับเขาช่วยกันเก็บกวาดร้านตามปกติ อาบน้ำเปลี่ยนชุดนอนแล้วผมก็หอบหมอนหลายใบกับผ้าห่มลงมาปูนอนหน้าโซฟา ดูโทรทัศน์เครื่องเล็กด้วยกัน

“ปกติชอบดูหนังไหม” ผมถามเขาอย่างสงสัย

“ดูบ้างเวลาโทรทัศน์เปิด ตอนเด็กยังไม่เก่งภาษาไทยเลยฟังไม่รู้เรื่อง ฟังข่าวดีกว่า พูดชัดดี แม่บอกว่าให้พูดเพราะๆ แบบนักข่าวด้วย แต่ว่าแม่ก็ชอบดูละครนะ ผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ก็เลยหันไปอ่านหนังสือแทน”

ผมพยักหน้ารับและกดเลื่อนหาอะไรดูไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งไปเจอฉากเลิฟซีนของพระเอกนางเอกฮอลลีวูดเข้า ผมเผลอชะงักค้างอย่างไม่ได้ตั้งใจ เจย์เดนเอียงคอมองเล็กน้อยตาแทบไม่กะพริบ 

ผมรู้สึกอายเหมือนเปิดหนังผู้ใหญ่ให้เด็กดู ถึงเขาจะโตแล้วก็ตาม ได้แต่โกรธผู้กำกับหนัง ทำไมต้องจูบกันร้อนแรงขนาดนี้ด้วยเล่า

“รวีเคยจูบไหม” จู่ๆ เขาก็ถามขึ้น

“มะ ไม่เคยหรอก” ผมหน้าแดง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะอายอะไรนักหนา

“ไม่เคยมีแฟนเหรอ”

“จะเรียกว่าแฟนดีไหม ส่วนใหญ่ตอนเด็กเป็นเหมือนปั๊บปี้เลิฟ มากสุดก็จับมือ ยิ้มเขินกันไปมา ตอนนั้นเริ่มสนใจขนมปังมากกว่าแล้วด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องจูบนี่ลืมไปได้เลย” ผมรีบกดเปลี่ยนช่องเมื่อเขาไม่ได้หันไปสนใจ

“มันคงจะรู้สึกดีนะ” เจย์เดนพูดลอยๆ

“ก็น่าจะดีถ้าทำกับคนที่ชอบ” ผมเห็นด้วยกับเขา

“มีอะไรอีกเยอะที่ผมยังไม่เคยทำ รวีจะทำกับผมไหม”

“อะไรนะ!” ผมหันไปมองเขาอย่างตกใจ หัวใจเต้นแทบจะชนซี่โครงข้างใน แต่เจย์เดนกลับดูไม่มีท่าทีอะไร เขางงด้วยซ้ำที่ผมส่งเสียงดัง ผมรีบเอามือทาบอกตัวเองปลอบจิตใจที่คิดตามหนังเมื่อสักครู่ให้กลับมาสงบ เจย์เดนพูดถึงอย่างอื่น ไม่ได้บอกว่าจะจูบกับผมสักหน่อย

“อะไรที่พอจะทำได้ผมก็จะทำเป็นเพื่อน ไว้วันหยุดของร้านเราก็ไปเที่ยวเล่นกันบ้างดีไหม ผมเองเวลาหยุดร้านก็แค่นอนพักผ่อน เบื่อเหมือนกัน”

“ผมหมายถึงจูบ”

“เฮ้ย ไม่ได้” ผมพูดเสียงดัง เบิกตาโตใส่เขา

“ไม่ได้ก็ไม่ได้” เขาพึมพำ ซุกตัวอยู่กับหมอนและผ้าห่ม โผล่มาแค่ตาสีเทาที่จ้องไปยังโทรทัศน์

“คือ...เพื่อนกันเขาไม่จูบกันนะ” ผมรีบอธิบาย

“ผมรู้น่า” เขางึมงำ เอียงตัวลงทำท่าเหมือนพร้อมจะนอน

“จะนอนแล้วเหรอ” ผมถามเขาพลางเตรียมปิดโทรทัศน์

นึกเสียดายนิดหน่อย ที่ไม่มีหนังอะไรน่าดูเปิดอยู่เลย นานๆ ทีผมจะได้ทำตัวเหมือนเด็กนอนค้างบ้านเพื่อนบ้าง 

เขาเหลือบมองผมเล็กน้อย ท่าทางเหมือนคนงอนคืออะไร ผมอมยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ เราสนิทกันมากขึ้นแล้วสิเขาถึงได้แสดงท่าทางแบบนี้ใส่ผม

“โกรธอะไรน่ะ” ผมแหย่

“เปล่าสักหน่อย” เขาส่ายหัว

“น้องเจย์เดนอยากให้พี่รวีจุ๊บเหรอ หันหน้ามาสิ” ผมดันแก้มเขาให้หันมา เขาขืนตัวแล้วขมวดคิ้วใส่ผม ดิ้นจนหัวของเขาชนปากผม กลายเป็นผมจูบขมับเขาเข้าให้ 

ดวงตาสีเทาค่อยๆ เบิกกว้างขึ้นในขณะที่ผมเองก็ชะงัก มัวแต่คิดจะแกล้งเขาเลยลืมตัวไปหน่อย ผมรีบปล่อยมือจากเขาเหมือนจับโดนของร้อน เป็นผลให้หัวของเขาหล่นลงกระแทกกับหมอนเกิดเสียงเล็กน้อย เกิดความเงียบขึ้นฉับพลัน แม้แต่เสียงโทรทัศน์ก็แทรกเข้ามาไม่ได้

“เอ่อ ขอโทษนะ คือ…” ผมไม่อาจสรรหาคำพูดอะไรมาลดความกระอักกระอ่วนที่เกิดขึ้น เจย์เดนมองผมด้วยความอึ้ง มือข้างหนึ่งจับตำแหน่งที่โดนผมรังแกไว้

“รวี”

“ฮะ?” ผมตอบรับและเผลอสะดุ้งกับเสียงเรียก มุมปากของเขายกยิ้มขึ้น ดวงตาของเขาเป็นประกาย

“หน้าแดงเหมือนแยมสตรอว์เบอร์รี่”

“เงียบเลย!” ผมร้องและโถมตัวเข้าใต้ผ้าห่ม อับอายเป็นอย่างมากกับการคิดจะหยอกเขามากไปหน่อย ดันส่งผลให้ตัวเองอายเสียเอง เสียงหัวเราะเบาๆ จากเขาทำให้ผมแอบออกมาจากผ้าห่ม เพราะเขาหัวเราะจึงทำให้ผมหัวเราะตามไปด้วย ความร้อนของแก้มจางลงทีละน้อย

“แต่ผมชอบนะ” เจย์เดนชี้ไปที่ขมับของตัวเอง

“อย่ามาล้อเลียน เดี๋ยวนี้กล้าแล้วสิ ไม่เกรงใจกันแล้วนี่ หยุดยิ้มเลยเจย์เดน!” ผมเอาหมอนฟาดเขา เสียงหัวเราะของเขายิ่งดังขึ้น กลายเป็นเราฟาดหมอนใส่กันไปมาเหมือนเด็ก ฝุ่นที่ฟุ้งขึ้น ทำให้เราสองคนจามพร้อมกัน พอสบตากันอีกครั้งก็ขำออกมา 

เราล้มตัวลงนอนและพูดถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้และเคลิ้มหลับไปโดยที่ยังไม่ได้ปิดโทรทัศน์ ราวกับว่าเรื่องวุ่นวายทั้งหมดก่อนหน้าเป็นแค่ความฝัน

ผมเผชิญหน้ากับความจริงอีกครั้งในวันต่อมา เจย์เดนหน้าบึ้งและไม่ยอมออกจากห้องครัวเพราะคุณพ่อของเขาที่ขยันมาหาเช้าเย็น

“เขาว่ายังไงบ้างครับ” เมื่อคุยกับเจย์เดนไม่ได้ คุณพ่อจึงคุยกับผมแทน

“เรายังไม่ได้คุยกันเรื่องนั้น มันค่อนข้างยากสำหรับเขา คุณน่าจะรู้นะครับว่าเพราะอะไร” ผมพูดกับเขาอย่างอ่อนใจ ผมไม่ใช่คนที่จะใจร้ายกับใครได้ลง ทำให้ไม่กล้าไล่เขาแต่ก็ไม่อยากเรียกเจย์เดนออกมาเช่นเดียวกัน

“ผมเข้าใจ แต่ผมไม่ได้จะพาเขาไปทำแบบเดิมอีกแล้ว แค่ตรวจร่างกายเท่านั้น เจย์เดน ถ้าได้ยินที่พ่อพูดเชื่อพ่ออีกสักครั้งนะ” คุณพ่อพูดเสียงดังพร้อมยืดคอมอง

“ไม่แกล้งพี่ชายนะ คุณพ่อไปทำงานเลย” น้องเอมร้องขึ้นเมื่อเห็นผมขมวดคิ้ว เธอเอามือเล็กๆ ดันหลังพ่อออกไปอย่างขยันขันแข็ง

“เข้าข้างพี่ชายมากกว่าพ่อเหรอ” เขาถามอย่างเศร้าสร้อย

“คุณพ่อชอบบังคับนี่นา ให้น้องเอมไปเรียนบัลเล่ต์ด้วย น้องเอมไม่เอาหรอก น้องเอมจะเรียนว่ายน้ำ น้องเอมจะเป็นเมอร์เมด ใช่ไหมคะพี่วี” เธอหันมามองผมอย่างขอตัวช่วย จากที่ผมกำลังหนักใจอยู่ก็ยิ้มออก ยังอยากเป็นเมอร์เมดอยู่อีกเหรอท่าทางจะจริงจัง ผมพยักหน้าให้เธออย่างตามใจ

“ก็ได้ๆ จะบอกคุณครูให้นะ”

ผมมองพ่อลูกที่จูงมือกันออกไปขึ้นรถ แต่แล้วก็แปลกใจเมื่อพบน้องพลูยังยืนที่เดิมเงยหน้ามองผมอยู่

“ไปหาพี่เอมเร็วครับ เดี๋ยวไปโรงเรียนสายหรอก” ผมรีบเตือน

“ให้พี่ชาย” น้องแบมือส่งกระดาษยับย่นสีเขียวให้ผมหนึ่งอัน ยิ้มตาหยีก่อนจะควักกระเป๋ากางเกงส่งอีกหนึ่งอันให้ผมแล้วพูด “พี่วี”

น้องพยักหน้ากับตัวเองแล้ววิ่งออกไปขึ้นรถ ผมมองมันอย่างพิจารณาอีกครั้ง

“อะไรเหรอ” เจย์เดนโผล่หน้าออกมา เขามักจะแอบมองมาจากห้องครัว คงเห็นว่าน้องพลูส่งของให้ ผมเลยเดินไปหาเขา แบมือให้ดู

“กบ” เขาพึมพำ

พอผมมองอีกครั้งก็เห็นว่ามีลูกตาดำอันใหญ่ข้างบน และรอยขีดเขียนเบี้ยวๆ 

เหมือนนิ้วเท้า มันออกจะดูยากสักหน่อยแต่ก็น่าจะใช่ ที่ด้านหลังมีลายมือโย้เย้ตัวใหญ่เขียนว่าพี่ชายและอีกตัวหนึ่งเขียนว่าพี่วี 

“น่ารักนะ” ผมอดพูดไม่ได้ เด็กๆ มักจะทำการบ้านโดยมีผมกับพี่ชายอยู่ด้วยเสมอ ทั้งรูปวาดและกบกระดาษตัวนี้ ผมเดาว่าคุณครูน่าจะให้พับ

“เจย์เดน?” ผมเรียกเขาอย่างลังเลเมื่อเขามองกบกระดาษเป็นเวลานาน

“ถ้าผมมีน้องตั้งแต่ตอนนั้นอาจจะมีความสุขกว่านี้ก็ได้” เขาสอดมันไว้ในกระเป๋ากางเกง ผมนึกเห็นด้วยกับคำพูดเขา อยู่คนเดียวในบ้านคงจะเหงามาก ผมไม่ค่อยรู้สึกเหงาเท่าไหร่เพราะมีพี่ตรีให้คอยคุยด้วยตลอด

เรากลับไปทำกิจวัตรประจำวันอันแสนสงบ จนใกล้ถึงเวลาเลิกเรียนขนมปังก็หมด เจย์เดนเก็บกวาดของในครัว ส่วนผมก็รดน้ำต้นไม้

ระหว่างที่ผมเข้าไปหลังร้านเพื่อเติมน้ำ ได้ยินเสียงกระดิ่งดัง ผมขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ ลืมเปลี่ยนป้ายหน้าร้านหรือไงนะ ผมรีบวางของและกลับออกไปเพื่อเตรียมต้อนรับลูกค้า แต่กลับพบผู้ชายตัวใหญ่ประมาณสองคนในหมวกกันน็อก กำลังเปิดลิ้นชักและโกยเงินใส่ถุง

“เฮ้! หยุดนะ” ผมร้องออกไปก่อนที่จะทันคิด พวกเขาสองคนตกใจและรีบวิ่งหนีออกไปนอกร้าน ชนกับโต๊ะเก้าอี้จนเกิดเสียงดัง

“โจร! โจร!” เสียงเด็กดังขึ้นที่ประตูหน้าร้านทำให้ผมใจหายวาบ น้องเอมกับน้องพลูมาเร็วกว่าปกติ ตัวเล็กๆ ของเด็กชายวิ่งตามไป

“น้องพลูกลับมานะครับ!” ผมพุ่งตัวออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว หัวใจแทบตกไปอยู่ที่ตาตุ่มกับภาพของเด็กชายตัวน้อยที่กระโดดไปแย่งถุงนั้นมา ขนาดตัวของโจรกับเด็กเล็กต่างกันมากจนน่ากลัว ผมวิ่งเข้าไปให้เร็วที่สุด แต่แล้ววัตถุสีเงินก็เป็นประกายสว่างวาบสะท้อนกับแสงอาทิตย์ มันมีมีด?

“น้องพลูปล่อยมือ!” ผมร้องเสียงดังที่สุดในชีวิต มันไม่ได้เอามาขู่เด็ก แต่ขู่ไม่ให้ผมเข้าไปใกล้

“ไม่” น้องพลูส่ายหน้า เริ่มสะอื้นอย่างหวาดกลัวแต่ออกแรงกระชากถุงนั้นจนน้องล้มกลิ้งลงมาที่พื้น

“อย่าทำเขา! ผมจะเอาเงินให้” ผมรีบตะโกน

เสียงร้องอย่างตกใจของน้องเอมดังอยู่ข้างหลังตามมาด้วยเสียงเปิดประตู ผมยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็มีใครบางคนวิ่งผ่านผมไป เจย์เดนตรงเข้าไปหาน้องพลู แต่โจรคนหนึ่งไวกว่ามันคว้าตัวน้องพลูได้และกอดไว้กับตัว

“ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้” เจย์เดนกดเสียงต่ำ ไม่กล้าขยับเขยื้อนเพราะมันมีมีดและเด็ก ผมหายใจไม่ออก ยืนตะลึงอยู่ตรงนั้น

“ปล่อยมือนะ ไอ้เด็กบ้านี่” โจรคนที่จับน้องพลูไว้พยายามเขย่าเขา ให้ปล่อยมือจากถุงเงิน ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเขาทำแบบนั้น เด็กเล็กขนาดน้องพลูน่าจะยังไม่หวงเงินแต่เขากลับไม่ยอมปล่อย เขาสะอื้นและกอดถุงไว้กับตัวแน่น พวกเราต่างก็ตึงเครียด

“ปล่อยเด็กเถอะครับ ผมจะเอาเงินมาให้ใหม่ ปล่อยเขากลับมา” ผมพยายามต่อรองแม้ว่าจะไม่มีเงินอยู่กับตัวเลยก็ตาม ในลิ้นชักที่พวกเขาเอาไปคงเป็นเงินทั้งหมดในร้าน พวกมันหันไปมองหน้ากัน

“หมื่นนึง ไปเอามา”

“ผมไม่มีมากขนาดนั้นหรอก” ผมพูดอย่างลังเล พวกมันมองเห็นโอกาสที่จะได้เงินเยอะกว่าที่ขโมยตอนแรกเสียอีก

“งั้นขอยืมก่อนแล้วกัน” พวกมันเริ่มตั้งท่าจะเอาเด็กขึ้นรถไปด้วย

“พี่ชาย!” น้องพลูร้องเสียงดังและดิ้น 

เจย์เดนกำมือแน่นตัดสินใจถีบเข้าที่ด้านหลังของรถจนมันล้มลง  

“น้องเอมคะ โทรหาตำรวจ 191 รู้จักใช่ไหม เข้าไปในร้าน เร็วที่สุดเลยนะคะ” ผมกระซิบกับเด็กสาว ใช้ช่วงที่พวกเขาไม่ทันสังเกต น้องเอมมีน้ำตาแต่ก็พยักหน้าและรีบวิ่งเข้าไป ส่วนผมเข้าไปดึงตัวน้องพลูที่ล้มคว่ำและกลิ้งออกมาห่างจากตัวโจร เจย์เดนพยายามต่อสู้และกันไม่ให้พวกมันเข้าใกล้ ผมจึงคว้าน้องพลูได้

“หนี!” พวกมันส่งเสียงเมื่อเห็นว่าไม่มีตัวประกัน แค่พริบตาก็ขึ้นรถขับออกไป

“ฮึก” น้องพลูตะกายตัวกอดผมไว้แน่น ในขณะเจย์เดนเซและทรุดลงกับพื้น เขาคงโดนต่อย ผมอุ้มน้องพลูและเดินไปสำรวจอาการเขา

“อา” เจย์เดนส่งเสียงลอดไรฟันและก้มหน้าลงกะทันหัน

ช่วงเวลาบ่ายแก่แต่แดดยังแรงจัดและพื้นถนนร้อนระอุกำลังรายล้อมรอบตัวเขา ผมเบิกตาโตขึ้นเมื่อเพิ่งสังเกตว่าเขาอยู่ในเสื้อบางๆ ไม่มีเครื่องป้องกันอะไรเลย 

“ไหวไหม ลุกขึ้นเร็วเข้า เข้าไปในร้าน” ผมแตะตัวเจย์เดน แต่เสียงร้องของเขาทำให้ผมรีบปล่อยมือ

“โอย” เขาส่งเสียงออกมาเป็นระยะ เริ่มขูดที่แขนของตัวเอง

“พี่ชาย พี่ชายเป็นอะไร” น้องพลูเอียงหน้าออกมามองโดยที่ยังสะอื้นอยู่

ผมไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้ ตอนที่เขาผิวแดงเพราะว่าไฟในห้องครัว สีหน้าของเขาต่างกับตอนนี้มาก มันทรมานและดูเหมือนเขาไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงผม เขาม้วนตัวและพยายามป้องกันให้ร่างกายโดนแดดให้น้อยที่สุด แต่ในระหว่างที่เราช่วยน้องพลูเขาอยู่ข้างนอกนานเกินไปแล้ว

“เข้าไปในร้านและรออยู่ข้างใน เป็นเด็กดีเข้าใจนะครับ” ผมปล่อยน้องพลูลงกับพื้น น้องลังเลแต่ก็รีบวิ่งเข้าไปเมื่อผมมองดุๆ

“รวี” เจย์เดนส่งเสียงแผ่วเบาลอดไรฟันมา เหงื่อเขาออกเต็มไปหมด

“ครับ คุณต้องลุกนะ เร็วเข้า” ผมเข้าไปแตะเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ พยายามรั้งเขาเข้าไปในร่ม

“น้องพลูปลอดภัยใช่ไหม” เขาเค้นเสียงออกมาในที่สุด 

“ปลอดภัย น้องปลอดภัย อดทนไว้นะ” ผมเสียงสั่นอย่างไม่ได้ตั้งใจ รู้สึกได้ว่าเขากำลังเจ็บปวดมาก มันไม่มีอาการใดแสดงออกที่ภายนอก แต่สีหน้าของเขา ตัวที่แข็งเกร็งและเสียงร้องทำให้ผมกลัว เขาร้องเป็นระยะแม้ว่าจะพยายามเก็บเสียง แววตาของเขาเจ็บปวดจนผมแทบทนมองไม่ไหว

“น้ำแข็งไหม ผมจะทำยังไงดี เราไปโรงพยาบาลกันเถอะ”

“ไม่! อย่า ผมทนได้ ทนได้” เขารีบส่งเสียงเมื่อผมดึงจนเขาเข้ามาอยู่ในร้านได้แล้ว แต่มือของเขาแตะทั่วแขนขาและใบหน้า น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด อาการไม่ใกล้เคียงกับคำว่าทนได้เลยแม้แต่น้อย 

ระหว่างที่ผมกำลังสับสนตำรวจก็มาถึง ผมแจ้งความไปก่อนและลังเลเรื่องเจย์เดน เจ้าหน้าที่เองก็เห็นว่าเขามีท่าทางผิดปกติ

“ผมจะเรียกรถพยาบาลให้” คุณตำรวจตัดสินใจและกลับออกไป

“ไม่ต้องกลัวนะ ผมจะไปด้วย เราต้องไป คุณทรมานมากเลย” ผมเดินกลับไปหาเจย์เดนที่นอนอยู่บนพื้น เขาไม่มีแม้แต่แรงจะยืน เหมือนเขาโดนคำสาปที่ผมมองไม่เห็น เขากรีดร้องอยู่หลายครั้ง บอกว่าแสบ ปวดและร้อน ยิ่งมองไม่เห็นความเจ็บปวดที่ภายนอกมันก็ยิ่งน่ากลัว

“ไม่ ไม่” เขาส่ายหัว พูดวนอยู่แค่นั้น

“เจย์เดน ไปกันเถอะ ไปกับผมนะ” ผมพยายามปลอบ รถพยาบาลจอดที่หน้าร้านแล้ว เจย์เดนตีมือผมให้ออกห่าง มองผมทั้งน้ำตา

“พวกเขาช่วยผมไม่ได้ ออกไปให้พ้น!”

“ได้โปรดเถอะเจย์เดน” ผมแทบร้องไห้ตามเพราะเขามองผมด้วยสายตาที่ผิดหวัง แต่ความเจ็บปวดของเขามันลบล้างทุกอย่างในใจผมออก มองเขาทรมานอยู่พักใหญ่ผมก็พยักหน้าให้เจ้าหน้าที่ซึ่งยกเตียงหามเข้ามา

“ทำไมทำแบบนี้รวี” เขาตัดพ้อด้วยแรงเฮือกสุดท้าย ก่อนที่จะถูกยกตัวขึ้นรถพยาบาลไป

ราวกับผมเป็นคนใจร้ายที่ส่งเขาไปนรก



#ใต้ร่มวันฝนซา


☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂


ครึ่งแรกแสนสดใสกับครึ่งหลังของการที่รวีจะได้เห็นอาการของเจย์เดนกับตาเป็นครั้งแรก

อาการของโรคนี้มองไม่เห็นจากภายนอก

เพราะไม่มีการแสดงออก นอกจากความเจ็บปวดที่มีแต่คนเป็นโรคนี้เท่านั้นที่รู้

เป็นอาการเจ็บที่สูงมากและปางตายด้วยค่ะ

ส่วนตอนนี้เจย์โดนจับส่งโรงพยาบาลซะแล้ว รวีคงต้องการมาตรการเข้าหาอีกครั้ง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 297 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,249 ความคิดเห็น

  1. #2231 thesky13 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2563 / 18:53
    ปวดหนึบที่หัวใจ ฮือออออ
    #2,231
    0
  2. #2083 HanaTarita (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 15:42
    แงงงง หมาน้อยยย นายต้องไปโรงพยาบาลนะ ถ้านายไม่ไปแล้วเป็นไรขึ้นมาจะทำยังไง นายจะแน่ใจได้ยังไงว่าจะทนได้จนไม่เป็นอะไร ระหว่างที่นายทนคนมองหัวใจจะวายเว้ยยย
    #2,083
    0
  3. #2039 _jppm (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:34
    ปวดใจ TT
    #2,039
    0
  4. #1940 mileylovely (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 22:46
    สงสารเจย์เดน อยากกอดมากๆ ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกอยากดึงมากอด
    #1,940
    0
  5. #1778 K-NaThan (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 22:25
    ปัจจุบันนี้พอมียาหรืออะไรที่ทุเลาอาการให้เบาลงรึยังคะ ไม่คาดหวังให้หายแค่ดีขึ้นหน่อยก็ยังดี
    #1,778
    0
  6. #1770 KiHaE*129 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 09:38

    ช่วงแรกน่ารักมากกก

    เขินเลยยยยยยยย

    เอ็นดูเจย์เดนงอนตอนวีไม่จูบด้วย

    แต่พาร์ทหลังก็เรียกน้ำตาได้

    เจย์เดนอ๊าา อย่าโกรธวีเลยนะ

    #1,770
    0
  7. #1713 pommys (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 22:49
    สงสาร เจย์เดน
    #1,713
    0
  8. #1659 Megasweetty (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 01:30
    ในถุงมีกบแน่ๆ
    #1,659
    0
  9. #825 Oshfly (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 21:36
    เสียใจจัง ฮืออออออออ เจย์ต้องเจ็บ ต้องทรมานมากแน่ๆ แง่ๆๆๆๆๆ เจย์เดนอดทนนะ อดทน
    #825
    0
  10. #752 baekbow (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 11:08
    เจย์ทุกคนทำเพื่อนายนะ เข้าใจหน่อยสิ แต่ก็สงสารแหละ สิ่งที่เจย์เจอตอนเด็กมันฝังลึกเกินไป เจย์ถึงเป็นแบบนี้ ขอให้รักษาได้เถอะ เจย์จะได้เข้าใจว่าหวังดีจริงๆ
    #752
    0
  11. #751 I'm2nd (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 00:25
    ขอให้เข้าใจรวีนะเจย์เดน สูๆ
    #751
    0
  12. #749 Kuroko..cchi (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 22:56
    งื้อออออออออออออออ เศร้าใจง่า ขอให้ได้เงินคืนและให้เรื่องดีขึ้นด้วย!
    #749
    0
  13. #745 Kaning Guliko (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 07:05
    สงสารรรรร เจย์เดนสู้ๆนะ รวีเค้าหวังดี
    #745
    0
  14. #744 Na mw_svt. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 22:31
    เจย์เดนหนูต้องเห็นความหวังดีของรวีนะ อื่ออออ
    #744
    0
  15. #743 Kisaragi Ryuji (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 20:04
    อย่าเพิ่งมองด้วยสายตาแบบนั้นสิเจย์เดน รวีเขาหวังดีน้า
    #743
    0
  16. #742 lovemelikeyoudo (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 17:38
    จะได้ไปหาหมอไง รักษาไว ๆ จะได้หายดี
    #742
    0
  17. #741 NuaNan (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 14:26
    ฮืออออ สงสารอ่ะ ประโยคสุดท้ายกระแทกใจเรามาก ><
    #741
    0
  18. #740 Som O Usanee (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 06:49
    โอ๊ยยยยยยยย ปวดใจจจจจจ ฮือออออออ เจย์เดนอย่าโกรธรวีเลย รวีเป็นห่วงเจย์เดนมากนะ โธ่ คนดี อย่าตัดพ้อกันอย่างนั้นสิ น้ำตาจะไหล ฮืออออออออ เพิ่งจะจุ๊บกันไปเอง แงงงงงงง อิโจรบ้า มาทำไมเนี่ย ดีนะที่น้องพลูไม่เป็นไร แต่น้องหวงอะไรนะถึงไม่ยอมปล่อย แต่คิดว่าความคิดน้องต้องทำให้เราเข้าใจแน่ ๆ เพราะน้องเป็นเด็กดี
    #740
    0
  19. #739 lover pc (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 02:02
    เจย์จ๋า หนูเข้าใจวีเถอะ ฮื่อออออ
    #739
    0
  20. #738 shshshx (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 21:53
    โอ๊ยยยยยยบยยสงสารอ่าาาา เราคิดว่ารวีทำถูกแล้ว
    เจย์เดนต้องสู้ๆๆต้องเข้าใจรวีนะ
    #738
    0
  21. #737 Nuanan (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 21:40
    เจย์เดน อย่าโกรธรวีเลยนะ ทนไม่ได้จริงๆถ้าต้องเห็นนายทรมานขนาดนั้น T T
    #737
    0
  22. #736 Nuanan (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 21:38
    เจย์เดน อย่าโกรธรวีเลยนะ ทนไม่ได้จริงๆถ้าต้องเห็นนายทรมานขนาดนั้น T T
    #736
    0
  23. #735 Whatever it is (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 15:49
    มืดมนตลอด 555
    #735
    0
  24. #734 I'm B2UTY (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 12:14
    น้องพลูลูกกกก ฮ่อยยยยย
    โชคดีที่ไม่เป็นอะไร แต่เจย์เดนของพวกเรานี่เป็นหนักเลย ขอให้หายทีเถอะ อยากให้มีชีวิตที่สดใสได้ใช้ชีวิตดีกว่านี้ อย่าโกรธวีเลยนะ เห็นใจทั้งสองคนเลยจริงๆ //ล้องห้ายแลง ;_______;
    #734
    0
  25. #732 ริปไทด์ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 07:53
    เจย์เดนนน ฮืออออ รอออออ
    #732
    0