ใต้ร่มวันฝนซา ☔ [E-Book มาแล้ว & รอบสต็อกเร็วๆ นี้]

ตอนที่ 19 : ☔ 15 มีชีวิตที่ยาวนาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,544
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 310 ครั้ง
    22 ต.ค. 63

ลงครั้งแรก 10 ต.ค. 2559

รีไรต์ 22 ต.ค. 2563



แจ้งข่าวว่านอกจากจะมีหนังสือขายแล้ว มีสติ๊กเกอร์ขายด้วยนะ เป็นเซ็ตสติ๊กเกอร์ที่แถมสำหรับคนพรีออเดอร์หนังสือ แต่ถ้าเป็นสาย E-Book แต่อยากได้สติ๊กเกอร์เหมือนกันก็มาจับจองได้เลย >> http://honeynovel.lnwshop.com/product/35 ส่วนหนังสือสามารถพรีออเดอร์ได้ที่ >> http://honeynovel.lnwshop.com/product/8

**************


15

มีชีวิตที่ยาวนาน

หลังจากที่รู้ว่าบ้านของเจย์เดนไม่มีไฟฟ้าใช้ ผมก็บังคับแกมขู่ให้เขามาพักที่บ้านของผมก่อนชั่วคราว เขาไม่ตอบรับ ไม่ปฏิเสธ เอาแต่เงียบใส่ ผมเลยควานหาเสื้อผ้าเขาในเงามืด หกล้มไปสองที จนเขารีบเข้ามาช่วย และยอมเก็บของมาอยู่ด้วยจนกว่าผมจะจัดการให้ไฟฟ้าใช้งานได้เหมือนเดิม

“นอนได้ใช่ไหม” ผมถามอย่างไม่แน่ใจนัก

เนื่องจากบ้านผมมีขนาดเล็ก จะให้นอนข้างบนที่มีพี่ตรีอยู่ด้วยก็ไม่ได้ ขาของเจย์เดนก็ยาวเกินโซฟาไปเยอะอีก จึงต้องหาผ้ามาปูให้นอนบนพื้นแทน

“ได้ครับสบายมาก”

“ห้องน้ำใช้ได้ตามสบาย ผมเอาผ้าขนหนูผืนใหม่มาให้แล้ว พรุ่งนี้เราตื่นแต่เช้ามาทำขนมปังเหมือนเดิมนะ” ผมส่งเสียงร่าเริงให้กำลังใจและขอตัวขึ้นไปพักผ่อน

พอตื่นขึ้นในตอนเช้าก็พบว่าเจย์เดนเปลี่ยนเสื้อผ้าและผสมวัตถุดิบรอผมอยู่ในห้องครัวแล้ว ผมเดินเข้าไปใกล้พลันได้กลิ่นที่เหมือนผมยิ่งกว่าเดิม ตอนนี้ตัวเขาไม่ได้มีแค่กลิ่นขนมปังแต่มีกลิ่นสบู่ด้วย

เจย์เดนสะดุ้งเมื่อเห็นผมยื่นหน้าข้ามไหล่ไปมองผลงานของเขา แป้งผสมเข้ากันได้เนียนดี จังหวะก็ใช้ได้

“วันนี้ถึงคิวของเมนูใหม่ประจำสัปดาห์ คราวนี้ผมจะให้คุณลองทำ ผมเลือกเมนูที่ทำง่ายเอาไว้ มันคือชีสบอล” 

ผมบอกวัตถุดิบและวิธีผสมแป้งให้เขา นวดมันออกเป็นแผ่น ก่อนจะตัดแป้งออกเป็นวงกลมเพื่อใส่มอสซาเรลลาชีสอันใหญ่ลงไปด้านใน ห่อมันเป็นทรงกลมเหมือนซาลาเปาขนาดจิ๋วจากนั้นนำไปอบ เป็นขนมปังที่ทำได้ในเวลาอันรวดเร็ว

“ผมทำให้ดูแล้ว ต่อไปก็ตานาย”

ระหว่างการทำสายของเขาเหลือบมาทางผมอย่างลังเล ผมพยักหน้าให้กำลังใจ เขาทำทุกอย่างถูกต้องแม้ว่าจะช้าและต้องคิดสักหน่อย

“นวดให้เห็นรอยปิดน้อยที่สุดครับ อย่างนั้นแหละ พอเราอบเสร็จก็จะทาเนย โรยออริกาโนลงไปเป็นอันเสร็จ” ผมอธิบายและหันไปทำขนมปังที่ต้องขายเป็นประจำ ต่างคนต่างทำจนเสร็จเรียบร้อยก็มาเช็กอีกที

ผมจับเจ้าชีสบอลลูกกลมขนาดพอดีมือขึ้นมา บิมันออกนิดหน่อยจะเห็นชีสที่ยืดอยู่ด้านใน หน้าตาใช้ได้ ลองชิมดูรสชาติก็ถือว่าผ่าน

“เยี่ยมมาก ลูกค้าต้องชอบแน่” ผมยิ้มกว้าง มีความสุขจนลืมไปแล้วว่าเมื่อวานเกิดเรื่องอะไรขึ้น เขาพักสักครู่ก่อนที่จะจัดการเก็บอุปกรณ์ด้านใน ส่วนตัวผมออกมาเรียงขนมปังและเจอเข้ากับลูกค้ารายแรกยามเช้า น้องชะเอม น้องชะพลูและคุณพ่อ

“อรุณสวัสดิ์ครับ” ผมทักทาย กะว่าจะนำเสนอขนมปังชนิดใหม่ให้เด็กๆ แต่ไม่แน่ใจว่าควรพูดถึงเจย์เดนตอนนี้ไหม ผมจึงเงียบไว้

“เขายังไม่มาเหรอ” คุณพ่อถามเป็นภาษาไทยอย่างคล่องแคล่วแต่ในสำเนียงของฝรั่ง เทียบกันแล้วเจย์เดนออกเสียงได้ชัดเจนกว่ามาก พวกเขามีสำเนียงที่คล้ายกัน แม้แต่เสียงก็คล้ายกัน ผมเม้มปาก ควรบอกไปตามตรงหรือว่าโกหกดี

“เขา? คุณหมายถึงเจย์เดนเหรอครับ ผมไม่แน่ใจนักว่าเขาอยากพบคุณรึเปล่า” ผมตัดสินใจพูดอย่างตรงไปตรงมาเมื่อชายตรงหน้าผมมองอย่างรอคอย

“อันนี้อะไร” น้องพลูชี้มาที่ขนมปังก้อนกลมใกล้มือผม

“ขนมปังใหม่ครับ พี่ชายเป็นคนทำนะ ลองชิมไหม” ผมยื่นให้เขาอย่างใจดี

น้องชะเอมรีบหันมาและขอชิมด้วย เด็กน้อยสองคนทำตาโต แบมือขอเพิ่มเมื่อกินหมด นึกอยากให้เจย์เดนมาเห็นสีหน้าของเด็กๆ เขาคงดีใจมาก

“ผมซื้อทั้งหมดได้ไหมครับ” คุณพ่อชี้มาที่ขนมปังของเจย์เดน

“ทั้งหมดเหรอครับ?” ผมอุทานอย่างแปลกใจ ได้ยินเสียงของตกดังมาจากด้านหลังร้าน ผมหันรีหันขวางอย่างลังเล จนเด็กสองคนกระโดดขึ้นลงและบอกว่าจะกินทั้งหมด ผมจึงนำมันใส่ถุงแบ่งออกเป็นสามถุงให้พวกเขา

ลอบมองคุณพ่ออีกครั้งด้วยความสนใจสีตาของเขาเหมือนกับเจย์เดน

แม้แต่ความรู้สึกที่อยู่ในนั้นก็ยังเศร้าอย่างน่าประหลาด เหมือนมีเมฆฝนในดวงตาแบบเดียวกับที่เจย์เดนเป็น แค่นี้ก็เป็นหลักฐานที่เพียงพอว่าพวกเขาเป็นพ่อลูกกัน

“เจย์เดนทำเหรอ” คุณพ่อพูดเสียงเบา หยิบมันขึ้นมาชิม

“ครับ เขายังเป็นมือใหม่แต่ก็เป็นมือใหม่ที่เก่งมาก” 

“ฝากบอกเขาว่าอร่อยมาก”

คุณพ่อจูงมือเด็กๆ คนละข้าง มองเข้าไปด้านหลังเคาน์เตอร์สักพักก่อนจะออกจากร้าน หลังจากเสียงรถที่ขับออกไปเงียบลงเจย์เดนก็ออกมา

“เขาบอกว่าอร่อยมาก” ผมส่งต่อสารที่ถูกฝากเอาไว้

“ได้ยินแล้วล่ะ” เจย์เดนพึมพำ เหลือบมองถาดขนมปังที่ไม่มีอะไรเหลืออยู่

“แบบนี้ก็เหนื่อยหน่อยต้องทำเพิ่มอีกเยอะเลย” ผมตบบ่าเขาหวังให้คลายความตึงเครียด ตาที่หม่นหมองของเขาสดใสขึ้นเมื่อเราสบตากัน

“ผมไปทำขนมปังต่อนะ”

“อืม ดูเวลาด้วยหรือถ้าแสบตัวก็ออกมา” ผมเตือน

ด้วยราคาที่ไม่แพงนักและขนาดเล็กกะทัดรัดทานง่ายทำให้การขายชีสบอลเป็นไปได้ด้วยดี เจย์เดนต้องเข้าครัวไปทำเพิ่มอยู่หลายครั้ง จนผมกลัวว่าเขาจะฝืนเกินไปจึงสั่งให้ไปนั่งพักในกระโจม

ตกเย็นลูกค้ายามเช้าก็กลับมาแบบพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งพ่อทั้งลูก

“ขนมปังหมดแล้วเหรอครับ” คุณพ่อถามพลางเลื่อนสายตาไปทั่วร้าน

น้องชะเอมกับชะพลูวิ่งเข้ากระโจมไป ผ้าใบที่เปิดออกเผยให้เห็นเจย์เดนที่กำลังมองออกมา เขารีบหันหลังกลับและปิดกระโจมมิดชิด

“ครับ ช่วงนี้ขายดีก็เลยปิดร้านเร็ว แต่จะเปิดต้อนรับเด็กๆ ช่วงเลิกเรียนเป็นกรณีพิเศษ ระหว่างรอคนมารับก็กลัวพวกเขาจะเบื่อ อยู่ในร้านจะได้กินขนมปังหรือกินข้าวเย็นรอ” ผมยิ้มให้เขาอย่างนึกเห็นใจ การที่พวกเขาหน้าตาคล้ายกันทำให้ผมใจอ่อนกับคุณพ่อได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อเขามีสีหน้าเศร้าหมอง

“พวกเขาชอบที่นี่มาก นอกจากเรื่องเพื่อนที่โรงเรียนแล้วก็พูดถึงแต่ขนมปัง พี่วี แล้วก็...พี่ชาย” เขาเว้นระยะไปสักพักก่อนจะพูดคำสุดท้าย

 “พวกเขาเข้ากันได้ดีครับ” ผมตอบรับ

“คุณรู้ใช่ไหมว่าเขามีโรคประจำตัว” คิ้วของคนตรงหน้าผมขมวดกันแน่น เขาพูดอย่างแผ่วเบาราวกับไม่อยากให้คนข้างในได้ยิน

“ผมทราบดี”

“ถ้าเขามีความสุขผมก็ดีใจ ต่อไปคงได้เจอกันบ่อยๆ นะครับ” คุณพ่อยิ้ม

ตอนนั้นผมไม่แน่ใจนักว่าเขาหมายถึงอะไร แต่แล้วผมก็ได้ลูกค้าประจำหน้าใหม่เพิ่มมาอีกคน คุณพ่อมาส่งลูกตอนเช้าและมารับกลับตอนเย็น มักแอบมองเข้าไปในกระโจมเสมอ วันหยุดก็มานั่งจิบชาและขนมปัง เด็กๆ วิ่งมาคุยกับคุณพ่อบ้าง วิ่งเข้าไปในกระโจมบ้าง ส่วนเจย์เดนไม่โผล่หน้าออกมาแม้สักครั้ง

“ไม่คุยกับเขาหน่อยเหรอ” ผมเข้าไปถามเจย์เดนในกระโจมอย่างนึกห่วง

“ไม่ครับ” เขาไม่สบตากับผม ทำทีเหมือนสนใจของเล่นในมือน้องเอม

“แต่เขามารอทุกวันเลยนะ” 

เจย์เดนหน้างอเล็กน้อย เขากำลังไม่พอใจที่ผมเข้าข้างพ่อเขา ทำหน้าเหมือนน้องพลูเวลาโดนแย่งขนมปัง มันแสดงออกมาผ่านทางสีหน้าเขาแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ผมคุ้นเคยกับเขามากขึ้นแล้วจึงดูออกว่าเขารู้สึกยังไง

“ยังไม่ต้องตอนนี้ก็ได้ ผมแค่ลองถามดู ทำอะไรที่นายสบายใจก็พอ” ผมยอมถอยและมองดูคนพ่อที่นั่งเปิดโน้ตบุ๊กหน้าตาเคร่งเครียด เขาคงทำงานหนัก ก่อนหน้านี้ไม่เคยมารับลูกเอง และเด็กๆ ก็บอกเสมอว่าคุณพ่องานยุ่ง เจย์เดนคงสำคัญกับคุณพ่อมากพอที่จะทำให้เขามานั่งอยู่ที่นี่ พอคิดได้แบบนั้นความใจอ่อนของผมก็สูงขึ้น

“รับน้ำอะไรเพิ่มไหมครับ” ผมเข้าไปทักคุณพ่ออย่างเป็นมิตร

“น้ำเปล่าก็ได้ครับ อ้อ เจย์เดนทำขนมปังทั้งหมดนี่เองเหรอ” เขาละมือจากคีย์บอร์ดเล็กน้อย ชี้ไปยังจานที่ว่างเปล่า

“ไม่ใช่ครับ เขายังอยู่ในช่วงพัฒนาฝีมือ ทั้งหมดนี่ผมเป็นคนทำ”

“มันอร่อยมาก ว่าแต่ยังดูเด็กอยู่เลยเรียนจบแล้วเหรอ”

ผมส่ายหัวแทนคำตอบ แยกตัวออกมาดูแลลูกค้าที่เข้ามาใหม่ ส่วนคุณพ่อยังคงนั่งทำงานจนถึงเวลาปิดร้าน

ระหว่างที่เขาเก็บของเข้ากระเป๋าเตรียมกลับนั้นเอง เขาหันมาถามผม

“เจย์เดนทำงานที่นี่ทุกวันมานานแค่ไหน ผมไม่เคยเอะใจมาก่อน”

“ไม่นานหรอกครับ เขาเพิ่งมาใหม่”

“ถ้าอย่างนั้นก็คงจะยังเรียนไม่จบเหมือนกัน” เขาทำท่าครุ่นคิด

“คุณเชื่อว่ามันมีวิธีที่เขาจะหายใช่ไหมครับ” ผมถามออกไปอย่างลังเล จำได้จากที่เจย์เดนเคยเล่าว่าพ่อพยายามรักษาเขา

“ผมหวัง” คุณพ่อตอบกลับมาด้วยแววตาแสนเศร้า ผมแน่ใจว่าเจย์เดนได้ยินแต่ผมไม่แน่ใจว่าเขาคิดยังไง

“แบต้าแคโรทีนจะช่วยให้อาการของเขาดีขึ้น อาจจะเล็กน้อยแต่มันจะดีขึ้น” จู่ๆ เขาก็พูดและยังเสริมต่ออย่างตั้งใจ “มีอยู่ในผลไม้สีแดงและผักสีเข้ม แครอท แคนตาลูป...” เขาร่ายชื่อผักผลไม้ออกมายาวเหยียดจนผมตั้งตัวไม่ทัน

“ฝากเขาด้วยนะครับ”

คุณพ่อจูงมือน้องชะเอมและชะพลูที่กลับออกมาจากกระโจมออกจากร้านไป ทิ้งผมไว้กับความงุนงง แต่พอตั้งสติได้ผมก็ทวนในหัว แครอทกับผลไม้สีแดง

ผมวิ่งเข้าไปหลังครัวและพบว่าพอมีวัตถุดิบอยู่บ้าง จัดการปั่นมันรวมกับผลไม้สีแดงส้มอื่นๆ และน้ำแข็ง ระหว่างนั้นเจย์เดนเดินตามผมเข้ามา เขาจับข้อมือผมไว้และกดหยุดการทำงานของเครื่องปั่น

“?” ผมขมวดคิ้วมองเขา 

“ผมไม่กิน”

“เจย์เดน?” ผมลดมือลงข้างตัว นอกจากความเศร้าหมองที่อยู่ในดวงตาแล้ว เหมือนจะมีความแข็งกร้าวที่ซ่อนอยู่ แววตาที่ผมไม่เคยเห็น

“ผมไม่กินไอ้น้ำอะไรนี่ ทำไมคุณไม่เข้าใจว่าทำอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์ อย่ามาตั้งความหวังกับผม แม้แต่คุณเองก็จะทำแบบนั้นเหรอรวี!”

ผมนิ่งอึ้งเพราะเขาขึ้นเสียงใส่เป็นครั้งแรก เจย์เดนเบือนหน้าหนีเมื่อรู้ตัว ผมไม่โกรธเขาหรอก เพราะนอกไปจากความหงุดหงิดเย็นชาในน้ำเสียงนั้นมีความกลัวแฝงอยู่

“ไม่ได้ทำเพราะคิดว่านายจะหาย”

“แล้วทำทำไม” เขาหันกลับมา คิ้วขมวด มือกำเอาไว้แน่น

“เพราะอยากให้นายแข็งแรง เจย์เดน โกรธผมเหรอ” 

ทันทีที่เสียงของผมอ่อนลงสีหน้าและท่าทีของเขาก็อ่อนลงด้วย เขาก้มหน้า เอาแต่มองพื้นและรองเท้าของตัวเอง

“แต่ผมจะไม่โกหก ผมอยากให้คุณหาย มีใครบ้างไม่อยาก แม้แต่คุณเองก็ต้องมีสักครั้งที่คิดถึงมันใช่ไหม”

“ความผิดหวังมันเจ็บปวด เราจึงไม่ควรหวัง” เขาเงยหน้ามาสบตากับผม แววตาที่สั่นไหวคือคำตอบ เขาเคยหวังและอาจยังคงหวังอยู่ แต่เลือกที่จะปฏิเสธ

เด็กน้อยเจย์เดนที่ครั้งหนึ่งคงหวังอย่างเต็มหัวใจว่าเขาจะหายและเป็นเหมือนคนปกติ เขาอดทนกับรอยเข็มมากมายบนนั้น แต่ความหวังพังทลายไม่มีชิ้นดี เขาไม่ต้องการให้ใครหยิบยื่นความหวังให้อีก โดยเฉพาะพ่อของเขา

“งั้นให้ผมหวังได้ไหม คุณไม่ต้องหวังอะไรเลย ผมจะหวังให้คุณ และถ้ามันผิด ผมก็เจ็บ แต่มันไม่มากหรอก ผมผิดหวังบ่อยจะตายไป ผมชินกับมันแล้วล่ะ” ผมยิ้ม กดปุ่มเครื่องปั่นเพื่อปั่นน้ำผลไม้ให้เขาต่อ

“ดื่มนะ ผมเองก็จะดื่มด้วย เราจะแข็งแรงไปด้วยกันไง” ผมเทใส่แก้วใบใหญ่สองใบ ส่งให้เขาที่ยังคงมองหน้าผม

“รวี”

“หืม อร่อยใช่ม้า ผมทำอะไรก็อร่อย ผมคือเทวดาแห่งห้องครัว” ผมเอาคำที่น้องเอมชอบพูดมาปรับใช้ มุมปากของเจย์เดนยกขึ้นเล็กน้อย

“ยอมแพ้คุณจริงๆ” 

ผมหัวเราะเมื่อเขาถอนหายใจแล้วยอมดื่มจนหมด 

“ผมแปลกใจที่นายวิ่งหนีพ่ออย่างนั้นแต่กลับยังเล่นกับน้องๆ เหมือนปกติ ทั้งสองคนเป็นน้องสายเลือดเดียวกับนายใช่ไหม น้องพ่อเดียวกัน”

“ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นมาก่อน” เขายืนนิ่ง ดูเหมือนว่าจะเอาแต่ครุ่นคิดเรื่องของพ่อจนหลงลืมความจริงบางส่วนเกี่ยวกับเด็กๆ ไป “น้องเหรอ”

เขาหันมองไปที่กระโจม มีตุ๊กตากบตัวหนึ่งอยู่บนเก้าอี้ น้องพลูคงลืมเอากลับ

หลายครั้งเด็กๆ ลืมของเล่นเอาไว้ แต่พวกเขารู้ว่าจะกลับมาในวันรุ่งขึ้นเลยไม่งอแง บางครั้งก็จงใจฝากผมไว้ด้วยซ้ำ ผมมองเจย์เดนแล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้ เขาสับสนและงุนงง ถ้าจู่ๆ มีคนมาบอกว่าผมมีน้องสาวและน้องชายก็คงตกใจไม่แพ้กัน

“นายชอบเด็กๆ ไหม”

“ชอบ” เสียงของเขาแผ่วเบาเหมือนไม่ค่อยแน่ใจ

“งั้นก็ทำตัวตามปกติ เป็นพี่ชายชุดดำของเด็กๆ ทำแบบไหนแล้วไม่อึดอัด ทำแบบไหนแล้วมีความสุขก็ทำอย่างนั้น ไม่ต้องคิดเยอะหรอกนะ” ผมแนะนำ  

เจย์เดนพยักหน้ารับ

เขาลังเลเมื่อเด็กๆ มาเล่นด้วยครั้งต่อมา พูดน้อยลงแต่ก็ไม่มีท่าทีปฏิเสธและซ่อนตัวอยู่ในกระโจม ไม่ยอมออกไปพบคุณพ่อที่แวะเวียนมาหาอยู่เนืองๆ

จนวันที่ฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก เด็กน้อยสองคนชวนเจย์เดนออกไปเล่นน้ำฝน ผมคิดว่าเขาจะปฏิเสธแต่เขากลับแต่งตัว สวมผ้าปิดปาก หมวกสีดำและร่ม เดินผ่านหน้าคุณพ่อไปโดยไม่แม้แต่จะเหลือบมอง

พอผมทำท่าจะเข้าไปคุยกับคุณพ่อเขาก็คว้าแขนผมไว้

“ไปข้างนอกกัน”

“แต่ว่า…” ผมอ้าปากค้าง การทำเหมือนพ่อไม่มีตัวตนเป็นเรื่องลำบากใจสำหรับคนอย่างผม เพราะผมกับพ่อมีความผูกพันต่อกันมาก ผมอยู่กับพ่อมาตลอดและผมทนเห็นสีหน้าของคนเป็นพ่อที่แสนจะเศร้าสร้อยไม่ได้

“นะ รวี” เขามองผมอย่างอ้อนวอน

ผมใจอ่อน ผมคงจะใจอ่อนกับดวงตาสีเทาของเขามาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นและไม่เคยต้านทานได้ ผมมองไปทางพ่อของเขานิดหน่อย คุณพ่อพยักหน้าให้อย่างไม่ถือสา ผมจึงหันมาใส่ชุดกันฝนให้เด็กๆ พาพวกเขาออกมาเล่นฝนที่ซอยข้างร้านเหมือนปกติ 

“พี่ชายไม่ชอบคุณพ่อเหรอคะ” จู่ๆ น้องเอมก็ถามขึ้น

ผมมองเธออย่างตกใจ แม้ว่าพวกเขาจะยิ้มและส่งเสียงดังเหมือนไม่รู้อะไรเลย แต่พวกเขาก็รู้สึกได้อย่างนั้นเหรอ คิ้วเล็กของเธอขมวดเข้าหากัน เป็นสีหน้าที่ไม่เหมาะกับเด็กเอาเสียเลย

เจย์เดนเงียบ เขาจงใจที่จะไม่ตอบ

“คุณพ่อไม่ค่อยว่างหรอก คุณพ่อทำงานตลอด น้องเอมก็เหงานะแต่คุณแม่บอกว่าเด็กดีจะต้องตั้งใจเรียนและไม่ดื้อ เพราะคุณพ่อเหนื่อยมาก ตอนนี้น้องเอมดีใจ คุณพ่อมาที่ร้านกับน้องเอมทุกวัน น้องเอมจะมีน้องพลู พี่วี พี่ชายและคุณพ่อ ถ้าคุณแม่มาด้วย น้องเอมก็จะมีความสุขที่สุดเลย” เธอตั้งอกตั้งใจพูด

“แต่พี่ชายไม่มีความสุข เพราะพี่ชายไม่ชอบคุณพ่อ” เสียงของเธอเศร้าลง

แววตาของเจย์เดนเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาคงตกใจเช่นเดียวกันที่เด็กน้อยรับรู้ว่าเขารู้สึกยังไง เขาย่อตัวลงเพื่อที่จะมองหน้าเธอให้ชัด

“น้องเอมขอโทษ ต่อไปจะไม่พาคุณพ่อมาอีกแล้วดีไหมคะ” เธอสบตากับเจย์เดน แม้ว่าจะไม่ได้มีดวงตาสีเทาที่แสนเศร้าเหมือนเจย์เดนหรือคุณพ่อ แต่พวกเขาเหมือนกันมาก การแสดงออกทางดวงตาของพวกเขาทำให้ผมปวดใจทุกที

“ไม่ต้องขอโทษหรอก” เขาพึมพำ

“แต่น้องเอมชวนคุณพ่อมา ฮึก คุณพ่อก็ไม่มีความสุขเหมือนกัน คุณพ่อร้องไห้ด้วย คุณพ่อก็เกลียดพี่ชายเหรอ น้องเอมไม่ชอบเลย” เธอร้องไห้ออกมาในที่สุด น้องพลูหันหน้ามามองและวิ่งตรงเข้ามากอดปลอบพี่สาวไว้

“นายตั้งใจจะไม่คุยกับเขาไปตลอดชีวิตเหรอ” ผมลูบหัวน้องพลูและน้องเอม พยายามให้สถานการณ์สงบลงพลางถามเจย์เดนที่นิ่งอึ้งไป 

“ผมไม่รู้” เขาก้มหน้าลงมองหยดน้ำที่ตกกระทบพื้น

“เจย์เดน ถ้ามีอะไรอยู่ในใจพูดมันออกไปก่อนที่จะไม่มีโอกาส นายบอกเองใช่ไหมว่าเราไม่มีทางรู้เลยว่าพรุ่งนี้เราจะเป็นยังไง ตอนที่พ่อผมเสียมีอีกหลายอย่างที่ผมไม่เคยบอกเขา ผมไม่เคยบอกว่าพ่อเก่งแค่ไหนที่ดูแลผมกับพี่สองคนด้วยตัวคนเดียว ผมไม่เคยบอกว่าขนมปังของพ่ออร่อยที่สุดในโลก และผมเสียใจจนถึงทุกวันนี้ ผมไม่อยากให้นายรู้สึกเหมือนผมว่าเราอยากกลับไปทำในสิ่งที่ไม่อาจทำได้อีกแล้ว” ผมยิ้มบาง

รู้ว่าสถานการณ์อาจไม่เหมือนกัน แต่ผมก็รู้ว่าการรู้สึกเสียใจในสิ่งที่ไม่ได้ทำมันแย่แค่ไหน

“…”

“แต่ถ้าไม่มีอะไรอยากคุย ไม่สนใจและจะไม่เสียใจ ผมจะไม่ว่าและช่วยบอกให้เขาไป นายว่าดีไหม ผมเคารพการตัดสินใจของนายและอยู่ข้างนายนะ” ผมย้ำ ไม่อยากให้เขาคิดว่าผมเข้าข้างพ่อของเขา

“ผมจะคุย” เขาออกเสียงเบาๆ พยักหน้าให้ตัวเอง

ผมยิ้ม หันไปมองด้านหลังก็เห็นประตูร้านเปิดออก คุณพ่อยืนมองเขาจากข้างหลังด้วยท่าทางลังเลใจไม่แพ้กัน พอเห็นผมมองเจย์เดนก็หมุนตัวกลับไปบ้าง พวกเขาเผชิญหน้ากัน เสียงสะอื้นของน้องเอมหยุดไปแล้ว ฝนเองก็ค่อยๆ ซาลง

“อย่าพาผมกลับไปในที่แบบนั้นอีกได้ไหม” เจย์เดนเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน

“ไม่ ไม่อีกแล้ว” พ่อของเขาส่ายหน้าทันที ก้าวเท้ามาหาลูกชายอย่างเชื่องช้า

เจย์เดนยื่นร่มไปด้านหน้าอัตโนมัติ ทำให้พ่อของเขาอยู่ใต้ร่มคันใหญ่และสายฝนเทลงบนตัวเขาแทน ผมเม้มปาก ลุ้นจนไม่กล้าขยับตัว น้องเอมกับน้องพลูหยุดนิ่งในอ้อมกอดผม มองคุณพ่อกับพี่ชายอย่างสงสัย

“สบายดีไหมเจย์เดน” เสียงของคุณพ่อสั่น แม้เสียงของฝนจะกลบจนฟังได้ยาก แต่มันก็กลบความสั่นนั้นไม่มิด

“ผมสบายดี เพราะมีรวี…ผมจึงสบายดี”

“ขอบคุณนะครับ ถ้าไม่มีคุณ เขาคงไม่ยอมคุยกับผม” คุณพ่อหันมาหาผม

“ผมคุยกับพ่อ เพราะพรุ่งนี้ผมอาจไม่มีโอกาสได้คุยก็ได้” เขายิ้มเศร้า ทั้งผมและคุณพ่อชะงัก เสียงฟ้าร้องที่ดังแว่วมายิ่งทำให้หัวใจเราบีบตัวอย่างหนัก

“พ่อครับ ตอนนี้ผมอายุยี่สิบแล้ว” 

ร่มของเจย์เดนตกกระทบพื้นเมื่อเขาถูกดึงเข้าไปในอ้อมกอดของพ่อ พวกเขาสองคนตัวเปียกปอนด้วยฝนแต่คงไม่เท่ากับน้ำตาของคนเป็นพ่อ 

“คุณพ่อร้องไห้ทำไมคะ” น้องเอมพึมพำ ดิ้นเล็กน้อย ทำท่าเหมือนอยากไปหาคุณพ่อแต่ผมกอดเด็กๆ ทั้งสองคนเอาไว้

“คุณพ่อคงดีใจมั้งคะ คุณพ่อกับพี่ชายไม่เกลียดกันแล้วไง” ผมกระซิบ

“ดีจัง ดีจัง ไม่ทะเลาะกันนะ” น้องพลูยิ้ม

ผมละสายตาจากใบหน้าของเด็กน้อยกลับไปมองคนทั้งคู่อีกครั้ง

เจย์เดนไม่ได้ร้องไห้และไม่ได้ขืนตัวหนี เขายอมให้พ่อกอด 

“เจย์เดน ลูกจะมีชีวิตที่ยืนยาว เราจะมีชีวิตที่ยืนยาว”

“พ่อก็รู้ว่าเราพยายามแล้ว” เจย์เดนพึมพำ 

“มันเป็นไปได้ พ่อพยายามมาตลอดหลายปีไม่เคยหยุดหวังและพ่อก็อยากเจอลูกเพื่อที่จะบอกว่ามันเป็นไปได้ เชื่อพ่ออีกครั้งได้ไหม มันจะไม่เจ็บอีกแล้ว ไม่มีใครต้องเจ็บอีกแล้ว” เขาจับใบหน้าของเจย์เดนไว้อย่างทะนุถนอม เหมือนเจย์เดนเป็นเด็กชายตัวน้อย ไม่ใช่ผู้ชายอายุยี่สิบปีตรงหน้า 

“ไปโรงพยาบาลกับพ่อนะ”

“ไม่!” เจย์เดนก้าวถอยหลังทันที แววตาของเขาแข็งกร้าวขึ้น

คุณพ่อพยายามก้าวเข้าหาแต่เจย์เดนส่ายหน้าและหันมามองผม ดวงตาไร้ที่พึ่งและหวาดกลัว ผมรีบลุกขึ้นจับมือเขาเอาไว้

“ค่อยคุยกันใหม่นะครับ เขาคงเหนื่อยมากแล้ววันนี้” ผมรีบแยกตัวเขาออกมา และดันหลังเจย์เดนให้กลับเข้าร้าน มือข้างหนึ่งของผมถูกยื้อเอาไว้

 “มันยังมีโอกาส ได้โปรดเถอะคุณเจ้าของร้าน ผมดีใจที่คุณให้โอกาสลูกผมทำงาน และผมเชื่อว่าคุณคงอยากให้เขามีชีวิต เรายังมีโอกาส ได้โปรดพาเขาไปโรงพยาบาล” คุณพ่อจับมือผมอย่างขอร้อง น้ำตามากมายที่หยดลงบนมือผมมันอุ่นต่างจากน้ำฝนเย็นๆ จากท้องฟ้า

มือของเราหลุดออกจากกันเพราะเจย์เดนดึงผมไปกอด ปิดประตูร้านใส่พ่อเป็นสัญญาณว่าเขาจะไม่คุยและไม่ให้ผมคุย

มีชีวิตที่ยาวนานงั้นเหรอ

ผมควรทำยังไงเมื่อคำขอของพวกเขาต่างกันขนาดนี้ ลึกๆ แล้วผมกล้าที่จะรับความผิดหวังเหมือนที่เจย์เดนเคยได้รับมันรึเปล่า



#ใต้ร่มวันฝนซา


☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂


เดิมทีอายุขัยเฉลี่ยของคนเป็นโรคแพ้แสงแบบ XP(Xeroderma Pigmentosum) จะอยู่ได้ถึง 20 ปี

มีคนอายุเกินบ้างแต่ก็น้อย ส่วนเจย์เดนเป็นแบบ EPP(Erythropoietic Protoporphyria) ไม่ได้มีอายุระบุ

แต่มักเสียชีวิตด้วยโรคข้างเคียง สมัยก่อนนั้นหมอรักษาไม่ค่อยได้ ผู้เสียชีวิตก็มากกว่า

ตอนนี้พอมีวิธีที่จะช่วยได้แล้ว ดังนั้นมามีความหวังกันเถอะ


เรื่องคุณพ่อไม่ขอลงละเอียดเพราะคุณพ่อไม่ใช่ตัวเอก

บางครั้งความเห็นที่ไม่ตรงกัน ทำให้คนเลิกรักกันได้

คุณพ่อกับคุณแม่เจย์เดนรักกันแค่ไหน ขอให้เป็นปลายเปิดแล้วแต่คนจะคิดได้เลยค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 310 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,249 ความคิดเห็น

  1. #2141 doldo (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 23:37
    เป็นอีกตอนที่ทำเราเสียน้ำตามากมายไปกับมัน...
    #2,141
    0
  2. #2129 SuperMark93 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 01:55
    ตอนบอกพ่อว่าผมอายุ20แล้ว คือน้ำตาร่วงเลย
    #2,129
    0
  3. #2082 HanaTarita (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 13:40
    ตกลงมันพอที่จะรักษาได้ หนือมีโอกาสพยุงให้โรคไม่ร้ายแรกและมีชีวิตรอดต่อไปใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นก็เอางานวิจัยมายืนยันนะคะคุณพ่อ ขอเรฟแน่นๆ เจย์จะได้ยอมรับ
    #2,082
    0
  4. #2038 _jppm (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:25
    ง่ะ TT สงสารน้อง ????
    #2,038
    0
  5. #1939 mileylovely (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 19:20
    อยากให้เจย์เดนหาย แต่ไม่อยากให้เจย์เดนกลับไปสู่ช่วงที่เคยทรมานอีก
    #1,939
    0
  6. #1842 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 23:18

    ฮืออออออแงงงงงงงง
    #1,842
    0
  7. #1835 Hye_kiki (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 22:56
    ร้องไห้หนักมาก แสบตาไปหมด สงสาร
    #1,835
    0
  8. #1769 KiHaE*129 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 04:47

    ฮืออออออออออออออออออออออ

    ร้องไห้เลยอะ

    เข้าใจทั้งคุณพ่อทั้งเจย์เดน

    #1,769
    0
  9. #1712 pommys (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 22:38
    ขอให้.....
    #1,712
    0
  10. #1549 nuiiny (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 08:12
    เศร้าจัง..ขอให้มีชีวิตที่ยืนยาวน้า...อินๆๆ ????
    #1,549
    0
  11. #824 Oshfly (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 21:24
    เชื่อว่าคุณพ่อรักคุณแม่ของเจย์เดน และรักเจย์เดนมาก ทั้งคู่ต่างก็รักเจย์เดนมากๆ อยากให้เจย์เดนหาย แต่ทางที่จะเดินไปข้างหน้ามันคนละทาง เลยต้องเดินแยกทางกัน แต่เชื่อว่าที่ทุกคนทำไปก็เพราะรักเจย์เดน ดังนั้นเจย์เดนต้องเข้มแข็งนะ เห็นมั้ย มีคนรักเจย์เดนเยอะแยะไปหมด
    #824
    0
  12. #705 ชีวิตมีดีแค่หน้าตา (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 11:57
    อินมากเลย มาต่อเร็วๆนะค่ะ
    #705
    0
  13. #693 DsnoopyD (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 14:44
    เพิ่งมาตามอ่านค่ะ รู้สึกเศร้าไปด้วยเลย แต่ก็เขินทุกครั้งที่เค้าสวีทกัน> เป็นกำลังใจให้พี่เจย์นะ พี่ต้องหายแน่ๆ อยู่เป็นเพื่อนรวีไปนานๆ
    #693
    0
  14. #690 แมวสีรุ้ง (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 14:55
    รอๆๆๆๆค่ะ
    #690
    0
  15. #689 Iphone6s-naja (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 18:45
    มาต่อเร็วๆนะคะ อยากให้เจย์เดนหาย มีความสุขกับวี น้องเอมน้องพลู คุณพ่อตลอดไป หายแล้วอาจจะมีเรื่องฟินๆ หวานๆมากขึ้นนน มีหวังเสมอ หวังว่าเจย์เดนจะหาย ขอให้หายจริงๆเถอะะะะ
    #689
    0
  16. #683 - หิมะสีเลือด - (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 01:01
    มีความหวานขมสลับเขินหน่วงวนไปค่ะ 5555 ตอนยิ้มก็ยิ้มปากจะฉีก (อันนี้จริงๆ ปิดหน้ากัดฟันกรี๊ด) พอเศร้าแล้วน้ำตาคลอเลยให้อารมณ์หน้าฝนแต่ผ้าห่มไม่เพียงพอ(?) เย็นอุ่นละอองน้ำฝนฟุ้งๆ ฟู้ๆ //นางต้องการจะสื่ออะไร...
    #683
    0
  17. #681 Whatever it is (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 09:51
    อ่านเรื่องนี้ทีไร น้ำตาซึมตลอดอะ T_T
    #681
    0
  18. #679 Ying Chidchanok♥♥ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 03:59
    ถึงดับตาบวมอ่ะ
    #679
    0
  19. #678 Ying Chidchanok♥♥ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 03:59
    ฉันร้องไห้ตั้งแต่บทนำจนถึงตอนนี้ นิยายวายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ร้องไห้หนักสุดๆ
    #678
    0
  20. #677 Pearl exo-l (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 19:21
    เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกเลยที่รู้สึกว่าอ่านแล้วเนื้อเรื่องดูเหมือนสีเทาๆ แต่ว่าคนแต่งแต่งออกมาได้น่าสนมาก ตั้งแต่ตอนแรกเลย คืออ่านแล้วมีความรู้สึกว่าหาคนแต่งแบบนี้ยากมาก อ่านมาหลายเรื่องแต่แต่งออกมาได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
    #677
    0
  21. #676 N (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 15:48
    เพิ่งได้มาอ่านเรื่องนี้ค่ะ ดีมากๆเลย เราชอบโทนเรื่องมากๆ นี่ร้องไห้ไปหลายตอนแล้ว จริงๆนะคะ555555 ติดตามนะคะ ดีมากๆเลย เนื้อเรื่องสีเทาๆหม่นๆ ก็มันยังมีความอุ่นอยู่ในนั้น ประมาณว่า warm grey น่ะค่ะ เราชอบความค่อยเป็นค่อยไปของเรื่องราว ออกไปทางslice of life หาคนแต่งแบบนี้สนุกยากเหมือนกัน แต่ยอมรับว่าเรื่องนี้น่าติดตามในทุกตอนนะคะ :) แล้วจะรออ่านตอนต่อไปนะ
    #676
    0
  22. #675 Dream_Ursy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 17:55
    อ่านตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนนี้ อ่านแล้วรู้สึกหน่วงๆ ทำเอาร้องไห้ไปหลายรอบบ แต่ก็ชอบบนะอิ้อิ้ เหมือนว่าเราอยู่ในเหตุการณ์นั้นๆ????
    #675
    0
  23. #671 Purplenose (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 03:48
    อ่านตอนนี้แล้วจะร้องไห้ ฮือ สัมผัสได้ว่าคุณพ่อรักเจย์เดนมากอ่ะ อยากให้ลูกมีชีวิตที่ดี หายเป็นปกติ แต่ก็สงสารเจย์เดนนะ ผิดหวังมาตั้งกี่ครั้ง เจ็บปวดมาตั้งกี่หน ชีวิตนี้เลยไม่หวังอะไรแล้วไง ขอให้รวีเป็นความหวังให้เจย์เดนมีชีวิตต่อไปนะฮืออออ ถ้าไม่อยู่แล้วจะไม่คืดถึงรวีเหรอฮะ! คิดดีๆนะเว้ยเจย์เดนฮือออ
    #671
    0
  24. #670 baekbow (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 21:07
    ถ้่คุณพ่อบอกว่ามีโอกาสมันก็น่าเสี่ยงนะ แต่ด้วยความทรงจำที่เลวร้ายนี่สิ จะทำยังไงให้ยอม
    #670
    0
  25. #669 shshshx (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 20:35
    เราไม่หวังให้เจย์หายเราหวังให้ยื้อเวลาเจย์ให้นานที่สุด
    #669
    0