ใต้ร่มวันฝนซา ☔ [E-Book มาแล้ว & รอบสต็อกเร็วๆ นี้]

ตอนที่ 17 : ☔ 14 เขากลับมาแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,758
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 329 ครั้ง
    21 ต.ค. 63

ลงครั้งแรก 8 ต.ค. 2559

รีไรต์ 14 ต.ค. 2563


14

เขากลับมาแล้ว

( :: เจย์เดน :: )

การออกไปข้างนอกมันน่ากลัว สายตาที่จับจ้อง เสียงกระซิบรอบตัว ผมไม่ชอบสิ่งเหล่านั้นเลย ผมอึดอัดจึงเอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในบ้าน

มือของรวีที่จับผมเอาไว้ทำให้ภาพบางอย่างที่จางหายไปกลับคืนมา ครั้งหนึ่งแม่ก็จับมือผมพาผมดูของน่าตื่นตาตื่นใจทั้งหลายที่ผมไม่เคยได้เห็น ความอบอุ่นของฝ่ามือรวีไม่ต่างกับแม่ในวันนั้น

“นี่ข้าวเหนียวมะม่วง ถ้ายังไม่อิ่มมากก็พักสักหน่อยแล้วกินก่อนนอนนะ มันอร่อยจริงๆ รับประกัน” เขาส่งถุงพลาสติกสีขาวให้ผมและยิ้มกว้าง

รวีขับรถมาส่งผมที่หน้าบ้าน ถอดหมวกกันน็อกให้ผม แล้วยังซื้อของให้ผมอีก ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนแบบนี้อยู่บนโลก เขาช่วยผมหลายต่อหลายครั้งโดยไม่เคยเรียกร้องอะไร ผมนึกว่าทุกคนจะใจร้ายเหมือนกันหมดเสียอีก

“อย่าลืมกินแล้วมาบอกผมนะว่าเป็นยังไง”

ผมบอกลาเขาและกลับเข้าบ้าน ได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์ขับออกไป ผมกดเปิดสวิตช์ไฟ พบว่ายังคงมืดสนิท ผมลองปิดและเปิดอีกครั้ง ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ไฟถูกตัดแล้วเพราะไม่ได้จ่ายค่าไฟ ก่อนหน้านี้ตั้งใจว่าจะไปจึงไม่สนใจแจ้งเตือน พอผิดแผนอย่างนี้ก็ยุ่งยากสักหน่อย ผมยืนนิ่งไม่นานจึงเดินไปในความมืด หยิบเทียนหอมที่เก็บเอาไว้ในครัวมาจุด ผมใช้มันบ่อยๆ ในเวลาที่รู้สึกเศร้า แสงเทียนและกลิ่นหอมช่วยให้ผมสงบอย่างน่าประหลาด ผมนั่งลงที่โต๊ะ เปิดถุงพลาสติกที่ได้รับออก

“ข้าวเหนียวมะม่วงสินะ” ผมเปิดกล่องโฟมและได้กลิ่นหอมที่ไม่คุ้นเคยนัก

“อร่อย” ผมพึมพำ รสชาติของมันหอมหวาน อดไม่ได้ที่จะคิดถึงคนให้ ผมนั่งกินจนหมดก่อนลองเปิดก๊อกน้ำเพื่อล้างมือและพบว่าน้ำยังไหลอยู่

แต่คงอีกไม่นานนักก็คงจะโดนตัดเช่นกัน

แม้ว่าวันนี้เราจะออกไปเดินตลาดและมีความสุขเหมือนคนทั่วไป แต่พอคิดว่าผมต้องออกไปข้างนอกตอนกลางวันและติดต่อเรื่องพวกนี้ก็ทำให้รู้สึกยุ่งยากลำบากใจ ปล่อยให้ตัดไปก็คงไม่เป็นอะไร ยังไงเสียก็ไปหารวีทุกวันอยู่แล้ว จะตั้งใจทำงานชดเชยที่ทำให้เขาต้องลำบากเพราะผม

“โอ๊ะ” ผมสะดุ้งเมื่อเข่ากระแทกโดนโต๊ะ คงต้องใช้เวลาอีกสักพักให้ชิน

ผมเข้าห้องน้ำและเตรียมตัวเข้านอนท่ามกลางแสงเทียนอ่อนๆ ผมเป่ามันให้ดับ ทันใดนั้นทุกอย่างรอบตัวมืดสนิท พลันนึกถึงคำพูดของรวี

“อยู่ในเงามืดก็มีความสุขได้”

ผมนึกว่าเขาพูดเพราะแค่อยากปลอบใจผม แต่วันนี้เขาทำให้ผมรู้สึกได้ว่าการใช้ชีวิตอยู่แบบนี้มันไม่ยาก ผมนึกถึงใบหน้าของรวีจนหลับไป


ตื่นขึ้นอีกครั้งในเวลาเดิมของทุกวัน ผมแต่งตัวและเตรียมออกไปหารวี ชะงักเมื่อหมวกและร่มไม่อยู่ที่เดิม ผมลืมมันไว้ที่ร้านจึงจำเป็นต้องใช้หมวกใบอื่น หยิบผ้าปิดปากสำรองและรีบเร่งออกไป

“มาแต่เช้าเสมอเลยนะ” รวียิ้มทักทายผม มีสีหน้าแปลกใจนิดหน่อย “มีหมวกสีอื่นด้วยเหรอ? แปลกตาดีจริง” 

ผมขยับตัวอย่างไม่มั่นใจ มันเป็นหมวกสีฟ้าสดใสที่แม่เคยซื้อให้แต่ผมไม่เคยใส่มัน สีสดใสไม่เข้ากับผมเท่าไหร่ ยิ่งรวีจ้องมองอย่างพิจารณายิ่งทำให้ประหม่า

“เขินเหรอ? ไม่ต้องคิดมากหรอก ใส่แบบนี้ก็น่ารักดี แต่ถอดหมวกแล้วมาเริ่มงานกันดีกว่า” เขาเปิดประตูร้านให้ ผมก็รีบเข้าไปและถอดหมวกออก

ตอนนี้การใส่มันน่าอายกว่าการถอด ผมไม่รู้สึกแย่อีกแล้วเวลาที่เปิดเผยใบหน้าในร้านของเขา ระหว่างที่ผมมองหาหมวกใบเดิม รวีก็หยิบหมวกสีฟ้าไปใส่

“ดีใช่ม้า ใส่สีแบบนี้บ้างก็ทำให้ดูสดชื่นขึ้นนะ”

ผมนิ่งไปสักพัก มันดูดีกับรวีมากกว่าผมแน่นอน พอเห็นเขาใส่หมวกของผมแล้วยิ้มแบบนั้นก็ทำให้ผมหยุดมองอย่างไม่รู้จะพูดอะไร 

“ทำเป็นจ้อง ไม่เล่นแล้ว ไปเตรียมตัวเข้าครัว” เขาเบ้หน้านิดหน่อยและคืนหมวกให้ผม คงนึกว่าผมหวงของ แต่เปล่าเลยผมแค่อยากมองเขาเท่านั้น

รวีสอนผมผสมวัตถุดิบและให้ผมจำส่วนผสมของขนมปังชนิดต่างๆ อะไรใส่ก่อนอะไรใส่หลัง ตีช้า ตีเร็ว เบาหรือแรง รายละเอียดค่อนข้างเยอะแต่ผมก็จดจำมันอย่างตั้งใจ จนกระทั่งผมจำได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องให้เขาทวนซ้ำ

รวีมองผมตาโตเมื่อผมเริ่มผสมวัตถุดิบของขนมปังประจำวันให้เขา 

“ความจำดีนะเนี่ย ดีมาก แบบนี้ต้องมีรางวัล” เขาชูนิ้วโป้งให้ผม เวลาที่รวีชม ผมจะรู้สึกตื่นเต้นและต้องเกร็งหน้าเอาไว้

“ทุกวันนี้ก็เหมือนได้รางวัลอยู่แล้ว” ผมพูดกับตัวเอง

“อะไรนะ?” เขาหันมามองผม แต่ผมก็ส่ายหน้าทำเป็นไม่ได้พูด

พอผมผสมวัตถุดิบเป็นก็ได้เริ่มนวดแป้งและทำขนมปังแถว แต่รวียังต้องคอยคุมและเช็กให้แน่ใจว่าจะออกมาเหมือนที่เขาทำ ผมต้องออกไปพักบ้างเมื่อนาฬิกาจับเวลาร้องเตือนแต่นั่นไม่ทำให้ผมหงุดหงิดใจ เพราะผมเห็นความเป็นห่วงของรวีที่คอยไล่ผมมานั่ง คอยลงเจลเย็นประคบตามผิวให้ ความตึงและแสบยังเกิดขึ้นเป็นประจำ แต่ทั้งผมและรวีเริ่มคุ้นชินกับมัน

“เจย์ เรียกเจย์ได้ไหม เจย์เดนมันยาว นายเองก็เรียกวีได้นะ” เขาทักขึ้นเมื่อเรารอขนมปังในเตาอบ 

“เรียกอะไรก็ได้” ผมตอบกลับ ไม่ค่อยมีใครเรียกชื่อผม ดังนั้นอะไรที่รวีสะดวกผมก็เต็มใจ กลับกันแล้วผมชอบชื่อเต็มของเขา

รวี ดวงอาทิตย์ เป็นชื่อที่น่ารักและเหมาะกับเขา

“แต่ผมชอบชื่อคุณรวี มันเพราะออก ผมเรียกไม่ได้เหรอ” ผมท้วง

“บางทีก็คิดนะว่าคำพูดคำจานายเหมือนการหยอด ไหนจะน้ำเสียงแบบนี้อีก เก็บไว้ใช้กับสาวๆ เถอะ” เขาเกาแก้มเล็กน้อย

ผมถามว่าเรียกได้ไหมแต่เขากลับตอบไปอีกอย่าง ผมขมวดคิ้ว หยอดคืออะไรนะ ยังมีศัพท์อีกหลายคำที่ผมไม่เคยได้ยินแต่ดูจากสีหน้ารวีแล้วคงไม่ใช่เรื่องแย่

“พูดแบบนี้กับรวีแล้วมันไม่ดีตรงไหน”

“ฮึ่ย เจย์เดน” เขาเอามือมาประกบตรงแก้มผม โยกหัวผมไปมา

เรากลับเข้าสู่การทำงาน ผมนำขนมปังไปวางเรียงบนถาดและกลับไปในกระโจมก่อนที่ร้านจะเปิด รวีให้สมุดจดสูตรของเขามาอ่าน ผมค่อยๆ อ่านและเรียนรู้พวกมันอย่างเพลิดเพลิน เริ่มชอบขนมปังมากขึ้นและมากขึ้นทุกวัน

ช่วงบ่ายฝนตกหนัก เสียงฟ้าร้องและเสียงฝนที่กระทบหน้าต่างดังกลบเสียงเพลงที่เปิดคลอในร้าน ผมแอบแง้มผ้าใบของกระโจมออกดูก็เห็นว่าลูกค้าบางคนทยอยกลับ ลูกค้าของรวีเยอะขึ้นมากและเป็นเด็กผู้หญิงเสียส่วนใหญ่ คงไม่ได้มีแค่ผมที่เห็นว่ารวีน่ารัก แต่ผมไม่แปลกใจหรอก รวีอ่อนโยนและสุภาพ ใครบ้างที่จะไม่ชอบเขา

แม้ว่านั่นจะทำให้ผมไม่ได้ออกไปจากกระโจม แต่เห็นรวีมีความสุขกับขนมปังที่ขายหมดในทุกวัน ผมก็ยินดีกับเขาด้วย

“เด็กๆ จะมาได้ไหม น้ำเริ่มนองขึ้นมาแล้ว” รวีพูดขึ้นอย่างกังวลเมื่อเราปิดร้าน และรอเวลาเลิกเรียนแต่ฝนก็ยังคงไม่หยุดตก ฟ้ามืดมากและน้ำด้านนอกไม่ยอมระบายออก มันน่าจะสูงเกือบเท่าเข่าของเด็กเล็ก

“ให้ผมออกไปรับก็ได้นะ” ผมเสนอ 

“รู้เหรอว่าโรงเรียนอยู่ตรงไหน” คำถามของเขาทำให้ผมชะงัก ผมไม่ได้ไปไหนไกลจากบ้านของผม ร้านของเขา และสนามเด็กเล่น ผมไม่แน่ใจนักว่าโรงเรียนอยู่ตรงไหน แต่ถ้าพวกเขาเดินมาเองได้ก็คงไม่ไกลมาก

“ไปใส่เสื้อผ้ากันแดดแล้วออกไปด้วยกันสิ” เขาหยิบร่มของผมส่งมาให้ เอาหมวกสีฟ้าสวมลงบนหัวผม นอกจากจะใจดีแล้วรวียังเป็นคนรอบคอบ แม้ว่าฟ้าจะมืดหม่นแต่มันก็มีโอกาสที่ฝนจะหยุดตกฉับพลัน เขาคิดถึงเรื่องนั้นจึงบอกให้ผมไปใส่เสื้อที่ปลอดภัย ผมยิ้มให้รวี เตรียมตัวเองให้พร้อมและออกไปรับเด็กๆ ด้วยกัน

“ฮึก พี่วี พี่ชาย!” เสียงเรียกที่ปนเสียงสะอื้นดังมาทันทีเมื่อเราไปถึงหน้าประตู มีคุณครูพยายามยื้อตัวเด็กน้อยทั้งสองเอาไว้

“ฝนตกหนัก คุณครูไม่ให้ออกไป นึกว่าจะไม่ได้ไปแล้ว ฮือ” น้องเอมชูมือหารวี เขาก็รับตัวน้องไว้ คุณครูรู้จักรวีจึงยอมให้เรารับพวกเขา ผมมองรวีที่โยกตัวปลอบน้องเอมและก้มลงไปจับมือน้องพลูไว้

เด็กสองคนถึงกับร้องไห้เพียงเพราะอาจไม่ได้มาที่ร้านแค่วันเดียว คงเหมือนกับผม แค่วันเดียวก็มีค่ามากสำหรับเรา ผมไม่รู้ว่ารวีรู้ตัวไหมว่าทำให้ทั้งผมและเด็กๆ อยากจะมาที่ร้านเขาขนาดไหน

“ฮือ แง้” น้องพลูสะอื้นออกมาเมื่อเสียงฟ้าผ่าดังกึกก้อง ฟ้าแลบทำให้ท้องฟ้าที่มืดมัวสว่างเป็นระยะเหมือนมีคนเปิดปิดไฟบนท้องฟ้า ผมย่อตัวลงอุ้มเขาขึ้น มือเล็กกอดก่ายผมเอาไว้ ผมรู้สึกประหลาด อ้อมกอดน้อยๆ ทำให้ผมยืนนิ่งอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งรวีที่อุ้มน้องเอมอยู่หันมา

“ไปกันเถอะ” เขายิ้มให้ผม ออกเดินกลับมาที่ร้าน

“ท้องฟ้าน่ากลัวเหรอ” ผมกระซิบถามเด็กชายในอ้อมกอด น้องพลูเอียงหน้าออกมามองผม น้ำตาคลออยู่ในดวงตา เขาพยักหน้าตอบ

“ถ้าอย่างนั้นคงเกลียดฝนแล้วสิ”

“ไม่” น้องส่ายหน้า กำเสื้อผมเอาไว้แน่น

“แต่เวลาฝนตกท้องฟ้าน่ากลัวนะ” ผมถามเขาอย่างไม่เข้าใจ

“ไม่เป็นไร ฮึก ถ้าเวลาฝนตกมีแด๊ดกับมัม มีพี่วี พี่ชาย จะ ฮึก ไม่กลัวแล้ว” เขาเอามือปาดน้ำตาและเอียงหัวซบผมไว้ ผมกระชับอ้อมกอด ความอุ่นแผ่ขยายออกมาจากตัวของเด็กน้อย ซึมซับลงมาในความรู้สึก ผมเดินอย่างระวังไม่ให้ฝนหยดโดนตัวเขา

เรากลับมาถึงร้านในที่สุด รวีให้ผ้าผมมาเช็ดตัวเด็กๆ

“ขนมปังวันนี้พี่ชายนวดเองเลยนะ ลองชิมดูนะคะ” รวีกลับออกมาเมื่อผมให้เด็กๆ นั่งลงที่โต๊ะเรียบร้อยแล้ว ผมตื่นเต้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ผมเป็นคนนวดขนมปังแถวและยังไม่ได้ชิมมันเลย รวียิ้มขำผม ทาแยมผลไม้ลงไปบนขนมปังที่หั่นเรียบร้อย

“พี่ชายเก่งจังเลย โตขึ้นน้องเอมก็อยากทำขนมปัง” น้องเอมที่ได้รับไปหนึ่งชิ้นยิ้มกว้างให้ผมเมื่อเธอชิมไปหนึ่งคำ

“จริงเหรอคะ อย่างนี้พี่วีก็มีคู่แข่งแล้วสิ แย่จัง” รวีแสร้งถอนหายใจ 

ผมกัดขนมปังดูบ้าง ความรู้สึกหลายอย่างแล่นเข้ามา มันนุ่ม หอม และอร่อย แน่นอนว่าแตกต่างจากของรวีอยู่เล็กน้อย แต่นี่คือขนมปังชิ้นแรกของผม

“ไม่เป็นคู่แข่ง น้องเอมจะมาเป็นคนทำขนมปังที่ร้านพี่วีตอนโต มาช่วยพี่ชาย 

นะคะ นะคะ ได้ไหมคะ” เธอหันหน้ามองเราทั้งคู่ มือก็กำขนมปังไว้แน่น

ผมเหลือบมองรวีเพราะไม่มีสิทธิ์ตอบแทนเจ้าของร้าน รวีพยักหน้า บอกว่าถ้าได้แบบนั้นก็คงจะดี

ระหว่างที่เรากำลังคุยกันเพลินๆ เสียงฟ้าผ่าดังลั่นก็แทรกเข้ามาและไฟในร้านดับลงกะทันหัน น้องพลูที่อยู่ข้างผมสะดุ้งและดิ้น ผมจึงรีบจับตัวเขาไว้

“ชู่ ไม่เป็นไรนะคะ แค่ไฟดับ เดี๋ยวพี่วีไปหาไฟฉายก่อน อย่าเพิ่งขยับไปไหน” รวีส่งเสียงอย่างใจเย็น ได้ยินเสียงกุกกักและเสียงของหล่น ผมรีบบอกให้เด็กๆ อยู่กับที่และขยับตัวไปหารวี ไม่นานก็จับโดนข้อมือของรวีที่อยู่หลังเคาน์เตอร์

“เป็นอะไรไหม” ผมถามอย่างกังวล

“แค่ชนของนิดหน่อย แต่หาไฟฉายไม่เจอเลย ไฟไม่ได้ดับมานานแล้ว ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ามีอยู่” เขาควานไปทั่ว ผมกลัวจะโดนอะไรจนเจ็บตัวเข้า

“ไปนั่งรอเถอะ ผมจะเอาเทียนที่บ้านมาให้”

“แต่ฝนตกหนักอยู่นะ” เขาเถียง ฟ้าที่แลบมาเป็นระยะทำให้ผมมองเห็นหน้าเขาวูบหนึ่ง เขากำลังขมวดคิ้วและเด็กๆ กำลังหวาดกลัว

“ลืมไปแล้วเหรอว่าฝนก็เหมือนส่วนหนึ่งในชีวิตผม ยิ่งตกหนักก็ยิ่งดี ไม่มีแสงอะไรส่องลอดมาได้ ผมจะปลอดภัย รอก่อนนะรวี” ผมเดินออกไปหยิบร่ม ออกวิ่งไปที่บ้านซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก เดินเข้าบ้านที่มืดทึบเพราะไม่มีแสงไฟด้วยความคุ้นเคย หยิบเทียนออกมาได้หลายอัน ผมห่อมันไว้กับชายเสื้อและรีบกลับมา

“ว้าว โรแมนติก” น้องเอมยิ้มหวาน เมื่อเทียนถูกจุดที่กลางโต๊ะ มันเป็นเทียนในขวดแก้ว ดังนั้นไม่ต้องกลัวเด็กๆ จะทำมันหล่น

“ไปเรียนคำนี้มาจากไหนหือ เป็นเด็กเป็นเล็ก โรแมนติกคืออะไรทราบไหมคะ” รวีดูแปลกใจทั้งเรื่องเทียนและสิ่งที่น้องเอมพูด

“ก็เหมือนในหนังไงคะ น้องเอมเคยดูกับคุณแม่ พระเอกกับนางเอกกินข้าวกัน แล้วก็มีเทียนสวยๆ ตรงกลาง ดีจังเลย น้องเอมอยากกินข้าวแบบนี้เหมือนกัน” เธอยังคงสะดุ้งเวลาฟ้าผ่า แต่หยุดร้องไห้และดูมีความสุข ผมหันมองน้องพลูบ้าง เจ้าตัวเล็กจ้องเทียนเขม็ง จากนั้นก็ยู่ปากและเป่าเต็มแรง

“น้องพลู!!” เสียงพี่สาวดังลั่นขึ้นทันทีเมื่อทุกอย่างมืดสนิท

“เป่าๆ แฮปปี้เบิร์ทเดย์ทู้ยู” น้องพลูตบมือและหัวเราะ เห็นเด็กๆ หยุดร้องไห้ผมก็ผ่อนคลายลง จุดเทียนอีกอันหนึ่งให้น้องพลูเป่าเล่นโดยเฉพาะ

“พอแล้วครับเดี๋ยวก็ปวดแก้มหรอก นี่ก็ตามใจน้อง เอ้า กินขนมปังครับ” รวีดุผม และยึดเทียนไปไว้ไกลๆ น้องพลูเบะปากนิดหน่อย แต่พอได้ขนมปังเขาก็หยุดเล่นและตั้งอกตั้งใจเคี้ยว ผมชักจะเข้าใจเวลาที่รวีแอบมองผมกิน เวลาขนมปังของเราทำให้คนกินยิ้มได้แบบน้องพลูมันรู้สึกอย่างนี้นี่เอง

“นั่งในกระโจม” น้องพลูกินเสร็จหนึ่งชิ้นก็กระโดดลงจากเก้าอี้ ดึงแขนเสื้อผมไว้ ชี้ไปที่กระโจมมุมร้าน

“ก็ได้ครับ” รวีเป็นฝ่ายใจอ่อน

เราย้ายข้าวของและเทียนเข้าไป น้องพลูกับน้องเอมปิดกระโจมลง พอเหลือพื้นที่เล็กๆ แสงสว่างจากเทียนก็สว่างมากขึ้น

“แบบนี้โรแมนติก เทียนดวงน้อยในกระโจม ขนมปังของพี่วี พี่ชาย” น้องเอมเอามือปิดปากแล้วหัวเราะ รวีหน้าแดง เขาเป็นคนเขินง่าย เวลาผมพูดอะไรนิดหน่อยเขาก็จะมีสีหน้าแบบนี้ มันเป็นภาพที่น่ามองผมจึงอดไม่ได้ที่จะพูดชมเขาบ่อยครั้ง

เรากินขนมปังด้วยกัน ฟังเสียงเด็กพูดเจื้อยแจ้ว

“อร่อยดีนะครับ ต่อไปผมคงมอบหมายให้คุณดูแลขนมปังแถวได้เลย เก่งมาก” เขาหันมาชมผม เทียบกับสิ่งที่รวีทำเป็นประจำแล้วมันก็แค่ขนมปังไม่มีไส้ 

“มันเป็นขนมปังพื้นฐาน” ผมพูดในลำคอ เขินอายขึ้นมาเล็กน้อย

“การทำขนมปังพื้นฐานให้อร่อยไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ มันไม่แห้ง ยังมีความชุ่มชื้นและนุ่มนิ่ม ไม่ใช่ทุกคนจะใส่ใจกับคุณภาพของมันเพราะเห็นว่ามันเป็นแค่ขนมปังแถว แต่พวกเขาคิดผิด ขนมปังอะไรก็ควรได้รับความใส่ใจทั้งนั้นและนายทำมันได้ดี เยี่ยมมาก ผมดีใจ” เขายิ้ม ชิมขนมปังของผมโดยไม่ทาอะไรเลย

“พี่ชายเก่งๆ กินเยอะๆ” น้องพลูตบมือ ส่งขนมปังที่กัดแล้วมาให้

“น้องพลูครับ พี่วีบอกหลายครั้งแล้วนะ ของที่กินแล้วต้องกินให้หมด ถ้าอยากแบ่งให้ใคร ให้ฉีกเอาหรือยกให้เขาก่อนที่จะกัดรู้ไหมครับ” รวีขมวดคิ้ว

“น้องชิมก่อนสิ อร่อยก็แบ่ง” น้องพลูเถียง

ผมหัวเราะออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ต้องรู้ก่อนว่าอร่อยรึเปล่าถึงจะแบ่งได้ คิดอย่างนั้นก็ไม่ผิดเสียทีเดียว แม้แต่รวีเองก็อธิบายไม่ถูก เขาส่ายหัวแต่ก็ยิ้มตามผม

หลังจากทานจนอิ่ม เด็กสองคนก็พับเรือกระดาษ

“ออกไปลอย” น้องพลูยิ้มหวาน ถือเรือไว้ในมือ

“วันนี้คงไม่ได้หรอกครับ น้ำขึ้นมาสูงแล้ว เดี๋ยวจะอันตราย”

“งื้อ” น้องพลูดูเศร้าลงแต่ก็ไม่ดื้อดึง ท่าทางเด็กๆ เชื่อฟังรวีดีกว่าคุณครูเสียอีก ผมมองหน้าอันเศร้าสร้อยของเด็กน้อยทั้งสองแล้วก็หันไปขอกระดาษกับรวี

“ทำอะไรเหรอครับ” เขาเอียงหน้ามองเมื่อผมเอากระดาษมาต่อกันหลายใบ และยืมสีเทียนน้องพลูมาระบาย ผมทำให้มันเหมือนบ่อน้ำเล็กๆ มีโขดหินล้อมรอบ วาดรูปใบบัวและตัดมันออกเป็นใบเพื่อวางลงไปตามตำแหน่งที่ต้องการ และวาดกบให้น้องพลูด้วย เด็กๆ ทำตาโต รีบเอาเรือของตัวเองมาลอย

“พี่ชายทำบ่อน้ำด้วยล่ะ เก่งจังเลยค่ะ” น้องเอมตื่นเต้นชมผมใหญ่

“เล่นกับเด็กเก่งนะเนี่ย น้องเจย์เดน” 

“ต้องบอกว่าผมเล่นคนเดียวเก่งจะถูกกว่า อะไรก็ตามที่ไม่ต้องออกไปข้างนอก ผมทำได้เกือบหมดนั่นแหละครับ” ผมหลบสายตาเล็กน้อยเมื่อรวีหยอกผม

“ตอนเด็กคุณก็เล่นแบบนี้คนเดียวเหรอ”

“ไม่เชิง ตอนเด็กผมเข้ารับการรักษา เจ็บและป่วยอยู่ตลอด ไม่ค่อยได้ทำอะไรนอกจากนอน ผมก็เลยเล่นได้แค่ในจินตนาการ”

“แต่ตอนนี้เล่นได้แล้วนะ มีเพื่อนเล่นสองคนด้วย” รวีจับไหล่ผม ชี้ให้ดูเด็กน้อยสองคน แม้ว่าอายุจะห่างกันมากไปหน่อยแต่ก็ทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง เวลาอยู่กับพวกเขาผมไม่ต้องกังวลสิ่งใดเลย

“ไฟมาแล้ว ดีใจไหม” รวีร้องขึ้น เมื่อแสงสว่างส่องลอดเข้ามา

แต่กลับกลายเป็นว่าเด็กๆ เรียกร้องให้ปิดไฟและบอกว่าเล่นใต้แสงเทียนสนุกกว่า เราก็ตามใจพวกเขา จนกระทั่งฝนเริ่มซาลงและมีรถมาจอดหน้าร้าน ถึงเวลากลับแล้ว ผมช่วยพวกเขาเก็บของเล่นและยกแอ่งน้ำในกระดาษให้เป็นของขวัญ 

“สวัสดีครับ ผมเป็นพ่อของน้องชะเอมและชะพลู ขอบคุณที่ดูแลเด็กๆ มาตลอดนะครับ พวกแกพูดถึงพี่วีกับพี่ชายทุกวัน ผมเลยอยากมาขอบคุณด้วยตัวเอง” ภาษาไทยในสำเนียงแปร่งคล้ายกับผมตอนฝึกพูดไทยทำให้ต้องเปิดกระโจมออกไปมอง

เราประสานสายตากันโดยไม่ได้ตั้งใจ ดวงตาสีเทาที่เหมือนกับผม 

“Jayden?” 

ผมปิดกระโจมกลับไปทันทีด้วยความตกใจ

พ่อ? นั่นพ่อใช่ไหม? ผมไม่ได้เจอเขามานานจนแทบจำหน้าไม่ได้ แต่ทันทีที่เห็นผมก็รู้สึกได้ว่าเป็นเขา

กระโจมถูกเปิดขึ้นอีกครั้งและเขายืนอยู่ใกล้ผมแค่เอื้อม ผมไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไง มันงุนงงไปหมด ในขณะที่ในดวงตาของพ่อมีน้ำตารื้นขึ้นมา

“เจย์เดน ได้เจอกันเสียทีนะ” เขาพูดกลับมาเป็นภาษาอังกฤษ 

ผมเบี่ยงหน้าออก ไม่รู้ว่าควรทำตัวยังไง เขายื่นมือมาแตะที่ข้อมือผมแต่ผมขยับตัวหนี มือผมสั่นเล็กน้อย เขาคงไม่พาผมกลับไปในห้องสีขาวนั่นใช่ไหม

ผมเม้มปากและคว้าผ้าปิดปากมาใส่ไว้ดังเดิมพร้อมกับหมวกสีดำ ผมชนตัวเขาและวิ่งหนีออกมาจากร้านโดยมีเสียงรวีดังแว่วมา

กลัวเหรอ? ก็อาจใช่ ผมสับสนจนอยากหนี แค่หนีออกมาให้ไกล ผมปิดประตูล็อกแน่นหนา และนั่งอยู่ในความมืดมิดอย่างคิดอะไรไม่ออก

เวลาผ่านไปเนิ่นนานมีเสียงเคาะที่ประตูบ้าน

“เจย์เดน นี่ผมเอง เปิดประตูให้หน่อยได้ไหม” เสียงเรียกของรวีดังลอดมา

“ไม่มีใครนอกจากผม ไม่ต้องกลัวนะ” เขาพูดอย่างอ่อนโยน ผมลุกขึ้นช้าๆ เดินไปที่ประตูอย่างลังเล ผมไม่แน่ใจว่าเขาพูดจริงหรือไม่ จึงนิ่งอยู่อย่างนั้นพักใหญ่ก่อนแง้มประตูออกไปมอง

รวีไม่ได้โกหก เขาอยู่หน้าบ้านผมเพียงคนเดียว

“เข้าไปนะ” เขาแทรกตัวเข้ามาและปิดประตูให้

“ทำไมอยู่มืดๆ ไม่เปิดไฟเหรอ” เขาคลำหาสวิตช์แต่ผมจับมือเขาไว้

“ไม่มีไฟ”

“เจย์เดน? นายนี่ มีอะไรไม่พูดอีกแล้วใช่ไหม ผมจะถามเรื่องไหนก่อนดีระหว่างบ้านมืดๆ กับการที่นายวิ่งหนีมา” เขาบ่นแต่เสียงเต็มไปด้วยความกังวล

ผมยิ้มในความมืด ดึงตัวเขาเข้ามากอดอย่างหาที่พึ่ง รวีเงียบลงทันที

“ไม่ถามได้ไหม อย่าถามเลยนะ” ผมพึมพำ

เขานิ่งงัน สักพักก็เลื่อนมือขึ้นมาลูบหลังผม ได้ยินเขาถอนหายใจ ผมคงทำให้เขาเหนื่อย ผมจึงผละออกและนั่งลงกอดเข่าตัวเอง

“ผมเป็นห่วง ถ้าไม่อยากเล่าอะไรก็ไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยจัดการเรื่องไฟนี่สักหน่อยเถอะ คุณอยู่แบบนี้ไม่ได้หรอก แล้วคุณไปไหนน่ะ” เขาเดินไม่กี่ก้าวก็ชนตัวผม เขาจึงค่อยๆ ย่อลงมา มือวางลงบนหัวเข่าผม

“นั่นพ่อ พ่อกลับมาแล้ว เขาคงไม่พาผมกลับไปทดลองยาอีกใช่ไหม ผมเหนื่อย ผมไม่อยากหายแล้ว มันไม่มีวันหายแล้ว” ผมพึมพำ ลูบมือตัวเองที่ยังมีรอยเข็มเรียงรายอยู่ทั่ว ไม่อยากกลับไปทรมานอีก

“ไม่มีใครบังคับคุณได้หรอก ตอนนี้คุณโตแล้ว คุณมีสิทธิ์เลือกเอง”

“จริงเหรอ”

ผมมีสิทธิ์เลือกอะไรในชีวิตได้ด้วยเหรอ

( :: จบพาร์ตของเจย์เดน :: )


#ใต้ร่มวันฝนซา


☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂


คุณพ่อมาแล้ววววววว

ด้วยชื่อไทยๆ บางคนอาจลืมไปว่าน้องเอมน้องพลูเป็นเด็กลูกครึ่งนะเออ

ช่วงแรกหวานหยดย้อย แอบทิ้งความหม่นไว้ช่วงท้าย ดับน้ำตาลในเลือดลงบ้าง


เวลาเจย์เดนเป็นคนเล่าทีไรต้องมีความหม่นหมองอยู่ในเนื้อเรื่องเสมอ 

แต่ไม่ต้องกลัวเรื่องนี้ไม่ต้องกลัวไม่ได้เป็นเรื่องดราม่าจ๋า

แค่หม่นๆ มืดๆ สลับสว่างเหมือนท้องฟ้าเท่านั้นเอง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 329 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,249 ความคิดเห็น

  1. #2222 0932351133 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 22:08

    น้ำตามันไหล
    #2,222
    0
  2. #2080 HanaTarita (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 12:31
    เจย์เดนน้องมากกกกก ลูกหมาตัวโน้ยโน้ย ฮือออออ
    #2,080
    0
  3. #2036 _jppm (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:51
    โอ๋ๆนะเจย์เดนน
    #2,036
    0
  4. #1968 tunty0505 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 18:23
    แงงงง ฮึบๆ
    #1,968
    0
  5. #1937 mileylovely (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 15:48
    อยากกอดเจย์เดนแน่นๆเลย ไม่ต้องกลัวนะ
    #1,937
    0
  6. #1865 อาร์ลิส (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 13:37

    โลกกลมพรหมลิขิตอะไรป่านนั้นเนี่ย แต่ก็ดีนะ ได้เจอแบบนี้รวีต้องกล่อมให้เจย์เดนคืนดีกับพ่อแน่นอน

    #1,865
    0
  7. #1832 sleepy-sheep (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 07:29

    ก็ยังว่าอยู่เจย์เดนกับเด็กๆให้ความรู้สึกคล้ายๆกัน เราว่าคุณพ่อก็คงห่วงอยากให้เจย์เดนหายนะแต่อาจจะดูทรมานเกินไปสำหรับเด็กเล็กๆในตอนนั้น

    #1,832
    0
  8. #1767 KiHaE*129 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 23:27

    เอาจริงลืมพ่อเจย์เดนไปละ

    ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ

    คือไม่ได้โฟกัสและเชื่อมโยงใดๆ ทั้งสิ้น

    แต่เจย์เดนอย่ากลัวไปเลยนะ

    #1,767
    0
  9. #1710 pommys (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 22:12
    พ่อออออออ
    #1,710
    0
  10. #1577 ⓒoup . t (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 14:23
    น้องพลูน้องเชมคงดีใจมากที่รู้ว่าเฮียเจเป็นพี่ .ถึงจะคนละแม่ก็เถอะ #อยากให้เฮียหายอะ
    #1,577
    0
  11. #1046 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 16:50
    แสดงว่า น้องชะเอม กับชะพลูก็เป็นพี่น้องต่างแม่ของเจย์เดนน่ะสิ
    #1,046
    0
  12. #821 Oshfly (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 13:20
    หวั่นใจมานานกลัวว่า น้องเอมกับน้องพลูจะเป็นลูกของพ่อเจย์กับภรรยาใหม่ เพราะน้องทั้งสองเป็นลูกครึ่ง แล้วเจย์เดนเองแม้ไม่เคยบอกว่าพ่อเป็นใครที่ไหน แต่เจย์เดนเองก็อยู่เมืองนอกมาก่อน แถมเวลาเจย์เดนเล่นกับน้องมันดูมีสายสัมพันธ์บางอย่างแล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ  
    #821
    0
  13. #624 fahfyd (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 08:45
    โอ้ยยย เราเศร้าแทนเจย์เดนนน พ่อที่สร้างปมให้กับเจย์เดนเขากลับมาแล้ววว เราสงสารรรร
    #624
    0
  14. #617 berry kiki (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 22:37
    งือออ ไม่เป็นไรนะเจย์แดนยังมีรวีอยู่นะ
    #617
    0
  15. #597 ดอ ชฎา (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 12:29
    โอ้ววว พี่ชาย!?
    #597
    0
  16. #592 reborn_tsuna (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 23:30
    อ่านเเล้วหิวตลอดเลยค่ะ ชื่อของกินเเค่ละอย่าง บรรยายซะเห็นภาพ จนอยากไปซื้อมากินเลยค่ะ
    #592
    0
  17. #591 Pop Blieber (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 17:53
    เจย์เดนยังกลัวในสิ่งที่พ่อเคยทำไว้ แต่ตอนนี้มีรวีแล้วต้องต่อสู้ต่อไปนะ
    #591
    0
  18. #563 อนุบาลตัวแม่ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 22:56
    เจย์น่ารักนะ เข้ากับเด็กๆได้ดีเลย แต่เรื่องพ่อนี่สิจะยังไงต่อ
    #563
    0
  19. #559 ริปไทด์ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 20:59
    อย่างน้อยก็พี่น้องรักกันนะ เจย์เดน ชะเอม ชะพลู 
    #559
    0
  20. #555 Yingnaajaa (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 15:11
    โอ๊ยยย รอนะค๊าาา
    #555
    0
  21. #554 ค รู ซ . (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 14:52
    อ่านเรื่องนี้แล้วหิว55555....เมื่อไหร่เขาจะคบกันอะค้าาา
    #554
    0
  22. #551 lover pc (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 01:18
    เราชอบกินขนมปังแถวมากกกก
    #551
    0
  23. #546 Feremaka (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 22:31
    เงอะ!!!! พ่อหรอ!! แอบตะหงิดๆใจไม่คิดว่าจะมาจริง ลืมไปเลยค่ะว่าเด็กน้อยเค้าเป็นลูกครึ่งกัน 555555
    เจย์เดนลงทุนมากอะ ฝ่าฝนไปเอาเทียนที่บ้าน บ้านก็มืดๆอีก แล้วก็กลับมาร้านอีก ฮือออ ทำไมรักก
    #546
    0
  24. #545 baekbow (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 22:16
    หุยยยย โลกกลมมากอ่ะ งั้นเด็กๆก็เป็นน้องเจย์อ่ะดิ
    #545
    0
  25. #541 Whatever it is (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 20:19
    ทำไมเศร้า T_T
    #541
    0