ใต้ร่มวันฝนซา ☔ [E-Book มาแล้ว & รอบสต็อกเร็วๆ นี้]

ตอนที่ 16 : ☔ 13 ความสุขที่เรียบง่าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,999
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 340 ครั้ง
    13 ต.ค. 63


ลงครั้งแรก 27 ก.ย. 2559

รีไรต์ 13 ต.ค. 2563


13

ความสุขที่เรียบง่าย


หลังจากวันนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่ฝนตกเจย์เดนกับผมจะเผลอมองหน้ากัน คิดถึงเรือกระดาษลำเล็ก สายฝน และเสียงหัวเราะของเด็กน้อย ยิ้มให้กันอย่างรู้ดีว่าอีกฝ่ายต่างคิดอะไร ฝนตกเป็นช่วงเวลาพิเศษของเรา

เจย์เดนเริ่มปรับตัวเข้ากับการทำงานได้ ผมคอยจับเวลาให้เขาอยู่ในครัวแค่สี่สิบห้านาที ออกมาพักสักครู่ค่อยกลับเข้าไปใหม่ ตัวเขาแดงบ้างบางครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยปริปากบ่น ผมจึงต้องคอยดูอยู่เสมอ หาเจลเย็นมาเก็บไว้ให้เขาใช้ประคบตามเนื้อตัว

“ใช่ แบบนั้นแหละ ค่อยๆ นวด เริ่มเก่งแล้วนี่” ผมเอ่ยปากชมผลงานของเจย์เดน เขาเป็นคนหัวไว แค่ไม่กี่วันเขาก็เริ่มนวดแป้งตามแบบที่ผมต้องการได้

“อีกไม่นานจะให้ลองทำขนมปังเองสักชนิดสองชนิด เด็กๆ ก็จะได้กินฝีมือพี่ชายด้วย” ผมยิ้ม และนำแป้งจากเขามาทาเนย จัดเป็นรูปร่างก่อนนำเข้าเตาอบ

เขาช่วยผมเพิ่มจำนวนสินค้าได้นิดหน่อย นี่เป็นสัญญาณที่ดี ถ้าทุกอย่างลงตัวความสงบก็จะกลับคืนมา

“มันยุ่งยากกว่าที่ผมคิดไว้ ตอนอ่านจากหนังสือการทำขนมปังดูง่าย แต่พอลองทำเองจริงๆ แล้ว ทำให้อร่อยแบบที่คุณทำมันไม่ง่ายเลย” เขาพึมพำ

“ใช่ไหมล่ะ เพราะฉะนั้นถ้าผมทำอะไรให้ทานก็ต้องกินให้หมด เพราะมันยากและผมตั้งใจทำมาก” ผมใช้โอกาสนี้ เนียนสั่งให้เขากินเยอะๆ เสียเลย

เขาไม่ตอบแต่อมยิ้มและมองดูผมจัดการนำแป้งขนมปังทั้งหลายเข้าเตาอบไปตามลำดับ

“วันนี้เจ็บไหม” ผมแตะแขนเขาอย่างสำรวจ ช่วงแรกเขามักสะดุ้งตกใจเมื่อถูกสัมผัส แต่ผ่านไปสองสามวันก็เริ่มชินยอมยืนนิ่งให้ผมตรวจสอบ

“ไม่ครับ”

“ขี้โกหก ไม่เชื่อหรอก” ผมออกแรงจิ้มตรงรอยแดง

เขาสะดุ้งรีบเอามือปิดส่วนที่แดงไว้ ผมเริ่มรู้ว่าส่วนไหนบอบบางที่สุด นั่นก็คือบริเวณหลังมือเขา ปลายจมูก โหนกแก้มและท้องแขน

อย่างน้อยผมก็มั่นใจได้ว่าเขาจะหายเป็นปกติถ้านั่งพักสักหน่อย

“คุยอะไรกันงุ้งงิ้ง” พี่ตรีเดินลงมาจากด้านบนด้วยชุดนอน

“พี่ตรีไปอาบน้ำแล้วมาช่วยผมเรียงของเลยนะ ตั้งแต่มีเจย์เดนพี่ก็อู้งาน”

“ก็เรามีคนช่วยแล้วนี่ สาวน้อยอย่างพี่คอยรับลูกค้าดีกว่า เจย์เดน! วันนี้ทำขนมปังได้รึยัง อาทิตย์นึงแล้วนะ ยังทำไม่ได้อีก” เธอยักคิ้วใส่ผมก่อนหันไปดุคนข้างตัว

เจย์เดนขมวดคิ้วและมีท่าทีกังวลทันที ไม่ได้รู้เลยว่าท่าทางแบบนั้นทำให้พี่สาวผมชอบใจ เธอชอบแกล้งเขาบอกว่าหน้าหงอยๆ นั่นน่ารักดี

ผมดันตัวเจย์เดนไปไว้ด้านหลังตัวเอง

“ผมก็ใช้เวลานานกว่าจะทำเป็นเหมือนกันน่า อีกอย่างผมต้องทำขนมปังขายตลอดไม่ค่อยได้สอนจริงจังนัก อย่าดุเขาเลย” 

“จ้า แตะต้องน้องเจย์เดนของพี่รวีไม่ได้หรอก” เธอหัวเราะคิกคัก

“พี่ตรี! น้องเจย์เดนอะไรเล่า” ผมหน้าร้อนจนต้องคว้าเอาเจลเย็นในมือเจย์เดนมาแปะบนแก้มตัวเอง

“ไปอาบน้ำดีกว่า แกล้งวีสนุกจังเลย” เธอผิวปากก่อนจะเดินหนีผมไป

รอจนแก้มตัวเองหายร้อนค่อยหันไปเรียกให้คนที่ยืนนิ่งให้ช่วยผมเอาขนมปังออกจากเตามาพักให้หายร้อน ผมชอบแอบมองเวลาที่เขาคีบขนมปังลงบนถาด เพราะเขามักคีบและวางอย่างทะนุถนอม ซ้ำยังเชื่องช้าคล้ายกับว่ามันเป็นแก้วที่แตกหักได้ง่าย กว่าจะจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบก็กินเวลาไปอีกพักใหญ่

“ไม่ต้องระวังขนาดนั้นก็ได้ มันแข็งแรงและสดใหม่ ต่อให้ยุบนิดหน่อย เดี๋ยวก็จะคืนรูปเองตอนลูกค้ามา” ผมยิ้มขำ

“รวีตั้งใจทำทุกอันก็ต้องระวังถูกแล้ว” เขาก้มหน้าก้มตาวางต่อไป

เจย์เดนเป็นคนไม่ค่อยมั่นใจ แต่พอเป็นเรื่องของการชมคนอื่นกลับพูดได้ชัดถ้อยชัดคำและไม่หลบสายตา

ผมนับไม่ถูกว่าในวันวันหนึ่ง เขาชมผมทั้งหมดกี่ครั้ง

“ตอนนี้คุณก็เริ่มมีกลิ่นเหมือนผมแล้วนะ” ผมทำจมูกฟุดฟิด

“กลิ่นอะไรครับ” เขาขมวดคิ้ว ก้มลงดมเสื้อตัวเอง

“กลิ่นของคนทำขนมปัง มันทำให้ผ่อนคลายทุกครั้งที่ได้กลิ่น เป็นกลิ่นหอมของแป้ง เนย ไข่ไก่ บางครั้งก็มีกลิ่นหวานๆ มันทำให้ผมรู้สึกสงบ เหมือนเป็นกลิ่นของบ้าน” 

ผมยื่นมือไปเอาถาดจากเขามาเก็บ ตั้งท่าจะเดินเข้าไปหลังครัว แต่เขาโน้มหน้าลงมาใกล้ จมูกเฉียดผ่านแก้มผมและลงไปอยู่ที่ไหล่ ผมยืนนิ่งอย่างไม่ทันตั้งตัว

เขากำลังดมผมเหรอ?

“จริงด้วย เหมือนกันเลย” เขาเงยหน้ากลับขึ้นมาแล้วยิ้มกว้าง

ผมเผลอใจเต้นแรง เขาไม่รู้ตัวใช่ไหมว่าเข้าใกล้ผมขนาดไหน

“รวี?” เขาเอียงคออย่างงุนงง

ผมหลบสายตาไปทางอื่นและไล่ให้เขาไปนั่งพักในกระโจม

สงบใจไว้รวี ใจเต้นแรงกับผู้ชายได้ยังไงกัน

ผมดุตัวเองในใจหลายต่อหลายรอบ แต่พอมองเห็นเขาที่ส่งยิ้มมาให้จากช่องว่างเล็กๆ ของกระโจม หัวใจผมก็ทำเกินหน้าที่อีก

“หายใจเข้า หายใจออก คนหน้าตาดีก็คงมีอิทธิพลแบบนี้แหละ” ผมพึมพำกับตัวเอง ตอนนี้ผมคุ้นเคยกับใบหน้าของเขาและไม่เสียมารยาทจ้องมองแผลพวกนั้นอีกต่อไป ผมไม่เห็นว่าแผลพวกนั้นจะเป็นปัญหา เขาดูดีสำหรับผม

กลับกันผมจินตนาการใบหน้าเขาที่ไม่มีแผลเหล่านั้นไม่ออก เขาอาจเป็นแค่ฝรั่งทั่วไป ไม่ใช่เจย์เดนที่ผู้แสนเศร้าและน่าปกป้อง

เดี๋ยวก่อนรวี น่าปกป้อง? นี่ผมคิดกับผู้ชายตัวโตกว่าผมว่าน่าปกป้องเหรอเนี่ย ไปกันใหญ่แล้ว ผมยิ้มขำกับความคิดพิลึกพิลั่นของตัวเอง


“น้องพับเป็นแล้ว Paper boat ของพี่ชาย!” น้องชะพลูร้องเสียงดัง เมื่อเปิดประตูเข้ามาในร้านผมตอนเย็น มือเล็กโบกเรือกระดาษที่บิดเบี้ยวไปในอากาศ บนใบหน้ามีรอยยิ้มกว้างขวาง พวกเขาวิ่งตึกตักไปทางกระโจม

ผมตามเข้าไปพบเจย์เดนกำลังลูบหัวน้องพลูด้วยความเอ็นดู

“เก่งมาก”

“คุณครูให้ทำเหรอคะ” ผมถามน้องชะเอมที่มีเรือกระดาษในมือเช่นกัน

“คุณครูสอนพับกระดาษ พับนก พับเต่า พับอะไรเยอะแยะเลย แต่น้องเอมอยากพับเรือ น้องเอมสอนน้องพลูด้วย เมื่อไหร่ฝนจะตกน้า อยากเล่นเรือแล้ว” เธอเอาเรือวางบนโต๊ะ ขยับมันไปมา พอน้องพลูเห็นก็เริ่มทำตาม

ผมปล่อยให้พวกเขาเล่นกัน และไปทำขนมปังกับข้าวเย็นมาให้

“อ้าว พี่ตรี กลับมาไวจัง” ผมทัก เมื่อฟ้ายังไม่มืดแต่พี่สาวผมก็อยู่ในร้านแล้ว เธอมองไปทางเจย์เดนกับเด็กๆ นิดหน่อย ขยับมากระซิบกับผม

“วันก่อนพี่ไปเที่ยวกับเพื่อนที่เยาวราชมา แล้วก็นึกถึงพ่อหนุ่มแพ้แสง ลองพาเขาไปเที่ยวบ้างสิ อุดอู้อยู่แต่ในร้านทำขนมปังตลอดเบื่อแย่เลย เดี๋ยวพี่ทำความสะอาด เก็บร้าน เตรียมของสำหรับพรุ่งนี้ให้ ไม่ต้องห่วงทางนี้ พอฟ้ามืดก็ไปเที่ยวกันได้เลยนะ” พี่ตรีตบบ่าผมและปลีกตัวเข้าหลังร้านไป

ไปเที่ยวงั้นเหรอ ผมลอบมองหน้าเจย์เดน ที่ที่เราสามารถไปได้ในตอนกลางคืนมันก็มีอยู่ ผมมีความทรงจำตอนที่พ่อพาเราสองคนพี่น้องไปกินข้าว กินขนม เดินตลาดนัด เราไปกันตอนกลางคืนเพราะพ่อเองก็ว่างแค่ตอนนั้น

ผมต้องขอบคุณพี่ตรีซะแล้ว สิ่งนี้จะทำให้เขาเห็นว่าเขาใช้ชีวิตแบบปกติได้

“เราไม่ต้องเก็บของเหรอ” เขางุนงง เมื่อเราส่งเด็กๆ ขึ้นรถกลับบ้านและผมคว้าตัวเขาไว้ ดันไปทางประตูหน้า

“ไม่ต้องหรอก วันนี้พี่ตรีเป็นกะดึกให้เธอทำความสะอาดไป ส่วนเราไปข้างนอกกันเถอะ” ผมเขย่ากุญแจรถมอเตอร์ไซค์ตรงหน้าเขา

“งั้นผมไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”

“ไม่ ไม่ต้องเจย์เดน เชื่อผมไปแบบนี้แหละ” ผมขวางเขาไว้

ตอนนี้ฟ้ามืดสนิท ไม่มีอะไรทำร้ายเขาได้ แสงไฟจากตลาดก็ไม่ได้แรงนักเมื่อเทียบกับในห้องครัว อากาศก็เย็นกำลังดี เขาอยู่ในเสื้อผ้าสบายตัวเพราะผมสั่งให้เขาเอามาเปลี่ยนเวลาพักอยู่ในกระโจม เสื้อยืดแขนสั้นธรรมดากับกางเกงผ้าสีดำ

“ผ้าปิดปาก” เขาพึมพำอีก เริ่มก้มหน้าลง

“คุณอยู่กับผมไม่มีอะไรต้องกังวลใช่ไหม ถ้าใครว่าคุณหรือพูดถึงคุณไม่ดีผมจะต่อยเขาให้เลย มีผมคุณไม่ต้องกลัวอะไร” ผมจับมือเขาไว้และแกล้งพูดโอเวอร์ให้เขาผ่อนคลาย มันได้ผลเมื่อเขายิ้มและตอบออกมา

“ก็ได้รวี” 

ผมบอกลาพี่สาวและพาเขาซ้อนท้ายขึ้นมอเตอร์ไซค์คู่ใจ

“ผมไม่เคยนั่งมอเตอร์ไซค์เลย” เขาพูดติดๆ ขัดๆ ท่าทางจะเกร็ง จากอาการแพ้ของเขา มอเตอร์ไซค์คงเป็นของต้องห้าม

ผมเอี้ยวตัวไปหยิบหมวกกันน็อกสีชมพูที่มีไว้ให้พี่ตรีสวมลงบนหัวเขา เจย์เดนกะพริบตามองผม หน้าตาเหมือนเด็กน้อยที่ไม่เคยพบเจอกับเรื่องใหม่

“งั้นก็เกาะผมไว้” ผมรวบมือขาวซีดให้มาอยู่ที่เอว ออกรถและขับไปข้างหน้าอย่างไม่รีบร้อน จากมือที่เกร็งแน่นกำชายเสื้อผมพลันผ่อนคลายลง

“อากาศดีนะ คุณชอบไหม” ผมพูดเมื่อลมเย็นปะทะหน้าเรา

“อืม” เขาตอบกลับมาสั้นแต่น้ำเสียงที่มีชีวิตชีวากว่าที่เคย

ขับมาจนถึงย่านชุมชน มีแสงไฟสว่างและร้านอาหารน่าอร่อยมากมาย มือของเจย์เดนกลับมากำชายเสื้อผมอีกครั้ง รู้สึกได้ว่าเขาเอาหน้าซบลงกับหลังของผม

“เงยหน้าขึ้น คุณไม่เป็นไร” ผมหันไปถอดหมวกกันน็อกให้เขา แต่เขาทำท่าเหมือนไม่อยากถอดมัน ตาเหลือบมองไปรอบตัวอย่างหวาดระแวง

“คนอาจจะมองคุณ แต่จำคำผมเอาไว้นะพวกเขาทำได้แค่มอง ปล่อยให้เขามองไป ถ้าเราไม่สนใจเดี๋ยวเขาก็เลิกมองเอง อีกอย่างเขาอาจจะมองเพราะคุณหล่อก็ได้ และที่สำคัญที่สุดคือผมอยากมองหน้าคุณ อย่าปิดหน้าเลยนะ คิดซะว่ามีผมคนเดียวที่มองคุณอยู่ก็ได้” ผมประคองแก้มเขาให้สบตากัน

“รวีจะอายไหม คนจะมองผม ผมไม่อยาก…”

“ไม่เลยสักนิด ไปเดินดูของกันนะ มีอะไรที่คุณสนใจก็บอกผมเลย ถ้าคุณกลัวจับมือผมไว้แบบนี้ ดีขึ้นไหม” ผมจับมือเขา ประสานมันเอาไว้ในมือผมอย่างมั่นคง คราวนี้ไม่ผ่านถุงมือสีดำเนื้อหนา มือผมได้สัมผัสกับมือของเขาโดยตรง

เขานิ่งและมองมือของเราที่เกาะกุมกันไว้ ไม่นานนักก็เลื่อนสายตามามองผม

“ไปนะ?” ผมถามอีกครั้ง

เขาพยักหน้า ยอมให้ผมจูงเข้าไปในกลุ่มคน

เจย์เดนเกร็งและก้มหน้าอยู่พักใหญ่ แต่ผมชี้ให้เขาดูของกิน ดูของขายที่เรียงรายตามทาง ผ่านไปสักพักเขาก็เริ่มมองตามและถามคำถามผมมากมาย มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาไม่เคยเห็น ผมมองสีหน้าที่ตื่นเต้นของเขา คิดไม่ผิดที่พาออกมา

“รวี! นั่นอะไร” เจย์เดนตาโตขึ้นเมื่อเห็นแม่ค้าลงแป้งขนมเบื้อง

“นี่เป็นขนมไทยชื่อว่าขนมเบื้อง คล้ายเครปแต่กรอบกว่า มีไส้หวาน ไส้เค็ม คุณอยากลองชิมไหม อร่อยนะ”

เจย์เดนพยักหน้าตอบอย่างกระตือรือร้น เมื่อได้ทานก็ตาเป็นประกาย

“ดีใช่ไหม” ผมหุบยิ้มไม่ได้ สีหน้าของเขาน่ารักมาก

“อร่อยจัง ขนมเบื้อง” เขาออกเสียงแปร่งๆ เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าเขามาจากต่างประเทศ เพราะปกติเขาพูดชัดและคล่องอยู่เสมอ

มองริมฝีปากเขาที่กำลังเคี้ยวอย่างมีความสุข มุมปากที่เลอะครีมทำให้ผมยื่นมือไปเช็ดให้โดยอัตโนมัติ เขาชะงัก ผมก็ชะงัก นิ้วผมค้างอยู่บนริมฝีปากเขา

“เอ่อ มันเลอะ ลืมไปว่าผมก็ไม่มีทิชชู” ผมยกนิ้วชี้ค้างไว้อย่างทำตัวไม่ถูก เจย์เดนเองก็หน้าแดงเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเพราะร้อนหรือเพราะการกระทำอุกอาจของผม เขากินขนมเบื้องชิ้นสุดท้ายและหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากางเกงออกมา

“คุณจำได้ไหม ครั้งหนึ่งคุณเคยให้ผ้าเช็ดหน้ากับผมตอนที่ผมร้องไห้ ยังไม่ทันได้คืนผ้าผมก็ต้องกลับอังกฤษ ระหว่างที่ผมทรมานผมจะเอาผ้าเช็ดหน้าของคุณมากอด คิดถึงวันที่คุณกอดปลอบผม เพราะช่วงเวลานั้นไม่มีใครกอดผมไว้เลย” มือเขาดึงข้อมือผมไว้ นำผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าลายตารางมาเช็ดครีมที่เลอะออกจนสะอาด

“มันคือผ้าผืนนี้ เป็นตัวแทนของคุณมาตลอดหลายปี แต่ตอนนี้ผมมีตัวจริงอยู่ตรงหน้าแล้วคงต้องคืนเสียที”

เรื่องเล็กน้อยที่ผมจำไม่ได้กลับเป็นสิ่งที่เขายึดเหนี่ยวเอาไว้ ผมมองผ้าเช็ดหน้านั้นและยิ้ม ชี้ไปยังคราบที่เขาเพิ่งเช็ดไปจากนิ้วผม

“คุณคงต้องซักก่อน”

“จริงด้วย” เขาพับมันเก็บลงกระเป๋า “เดี๋ยวซักแล้วจะเอามาคืน”

“ไม่ต้องคืนหรอกครับ คิดซะว่าผมให้เป็นของขวัญ แต่ไม่ต้องกอดตอนที่คุณรู้สึกว่าไม่มีใครอีกแล้วนะ เพราะคุณมีผมตัวจริงเสียงจริง”

“แปลว่าผมกอดคุณได้ทุกครั้งที่อยากกอดเหรอ” เจย์เดนถามอย่างใสซื่อ

ราวกับขุดหลุมฝังตัวเอง ผมอึกอักมองดวงตาที่รอคอยอย่างมีความหวังแล้วไม่สามารถใจร้ายได้ลง ผมพยักหน้ารับ หันมองรอบตัวเพื่อหลีกหนีจากสถานการณ์ชวนว้าวุ่น สายตาของผมไปหยุดอยู่ที่กระทะปาท่องโก๋

“คุณรู้จักอันนั้นไหม”

เจย์เดนหันมองตามมือของผม ส่ายหน้าอย่างสับสน “ขนมปังทอด?”

ผมหัวเราะ เดินนำเขาไปที่หน้าร้านและสั่งปาท่องโก๋สังขยาหนึ่งชุด จับมือเขาให้นั่งลงที่โต๊ะเล็กด้านหน้าร้านด้วยกัน

“นี่ไม่ใช่ขนมปัง เป็นขนมของจีนทำจากแป้งทอด คนเรียกมันว่าปาท่องโก๋ ซึ่งที่จริงไม่ใช่ชื่อของมันหรอก” ผมจุ่มขนมลงในสังขยา ยื่นมันให้เจย์เดนชิมพร้อมเล่าต่อ “สมัยก่อนมีขุนนางนิสัยไม่ดีชื่อ ฉินข้วย ชาวบ้านที่ไม่ชอบเขาก็เอาแป้งสองอันแทนตัวเขากับภรรยามาประกบกันทอด ตั้งชื่อว่า อิ่วจาก้วย แปลว่าน้ำมันทอดฉินข้วย แต่ขนมนี่มันขายคู่กับขนมที่ชื่อคล้ายปาท่องโก๋ คนก็จำว่ามันเป็นปาท่องโก๋มาตลอด”

“งั้นก็เป็นขนมที่ไม่ดีน่ะสิ” เขาเคี้ยวมันอย่างสับสน

“ขนมก็แค่ขนม ถ้ามันอร่อยเราก็กิน ส่วนนี่สังขยา คนไทยมักใช้ทานกับปาท่องโก๋หรือขนมปังนึ่งเพิ่มความหอมอร่อย” อธิบายจบผมก็นำขนมเข้าปากตัวเองบ้าง พลันนึกสงสัย “คุณไม่เคยกินของพวกนี้เลยเหรอ เมื่อก่อนกินอะไรบ้าง”

สีหน้าที่มีความสุขของเขาหมองชั่วครู่

“ผมหวาดกลัวผู้คนจึงไม่ออกจากบ้าน แม่เป็นคนซื้ออาหารและขนมมาให้ ส่วนใหญ่เป็นของที่เก็บได้นานไม่ใช่ขนมที่ทำสดใหม่อย่างนี้ แม่ทำงานหนักตัวคนเดียว ดังนั้นมีเวลาซื้อของเข้าบ้านไม่มาก เรามักกินอาหารที่ทำเองเพื่อประหยัดเงิน เพิ่งมารู้ตอนที่แม่เสียว่าเธอประหยัดเพราะเก็บเงินเอาไว้ให้ผม คงกลัวผมจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ”

“อยู่กับแม่สองคนเหรอ คุณพ่อล่ะ” ผมถามอย่างระมัดระวัง

“ผมไม่รู้หรอก แม่เลิกกับพ่อนานแล้ว ผมไม่เคยคุยกับพ่อหลังจากนั้นเพราะพ่อทำให้ผมเจ็บมาก ตอนที่เลิกกันพ่อให้เงินค่าเลี้ยงดูผมมาค่อนข้างมาก แม่จึงใช้เป็นค่าครูที่มาสอนที่บ้าน ค่าข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับผม ค่าหนังสือมากมายที่ผมอยากอ่าน ที่จริงยังพอมีเหลืออยู่ เพียงแต่ผมบริจาคมันไปหมดแล้วตอนที่คิดว่า...จะไป” เขาเหลือบมองผม รู้ว่าผมไม่ชอบให้เขาพูดถึงเรื่องคราวนั้น ผมพยักหน้าอย่างรับรู้

“ช่างมัน หมดแล้วก็หาใหม่ เป็นพนักงานที่ร้านฉันได้กินข้าวฟรีสามมื้อ ขนมปังและน้ำปั่นไม่อั้น ส่วนเงินเดือนฉันขอเคลียร์สภาพคล่องก่อน เดี๋ยวนายจะได้เงินแน่นอน ไม่เอาเปรียบลูกน้องคนขยันหรอกน่า”

“ต่อให้ไม่ได้สักบาทผมก็ไม่ไปไหน ผมจะเป็นผู้ช่วยทำขนมปังให้คุณ” เขายิ้มให้ผม เป็นรอยยิ้มที่จริงจังและบอกให้ผมไม่ต้องเป็นห่วงเขา

เราออกเดินเล่นต่อ ชิมขนมร้านนั้นร้านนี้ทีละอย่างสองอย่าง คอยอธิบายสิ่งที่เจย์เดนสงสัย ตาของเขามีชีวิตชีวาเหมือนมีดาวระยิบระยับอยู่ข้างใน เขาเลิกสนใจไปแล้วว่าจะมีคนมองเขาอยู่รึเปล่าและสนุกกับการมาเที่ยว

“แปลกจัง นี่อะไรเหรอ” เขาชี้ไปยังน้ำแข็งไสแบบไทยที่มีเครื่องมากมาย

“น้ำแข็งไส เลือกได้ว่าอยากกินอันไหน เขาก็จะใส่รวมกันแล้วราดน้ำเชื่อม กินอันนี้เป็นอย่างสุดท้ายนะ ผมเริ่มอิ่มแล้วล่ะ” ผมชี้ให้เขาดูโถที่วางเรียงกันอยู่ เขาก็พยักหน้าและบอกแม่ค้าว่าเอาสีชมพู แม่ค้าหัวเราะและตักให้เสียเยอะเมื่อได้ยินเจย์เดนฝึกออกเสียงคำว่าทับทิมกรอบ กระดก ร.เรืออย่างชัดเจน

“กินเยอะๆ ล่ะพ่อหนุ่ม น่ารักจริงๆ เลย” เธอส่งชามให้เราสองคนพร้อมรอยยิ้ม เจย์เดนชะงักและก้มหน้าลง เขาหน้าแดงเล็กน้อย

“เห็นไหม บอกแล้วว่าคุณน่ารัก น้อยคนนะที่จะมองว่าคุณน่าเกลียด”

“ไม่จริงหรอก” เขาส่ายหน้า เอาช้อนคนขนมไปมา

คนอื่นชมเขินกว่าผมชมอีกเหรอ ผมมันเขี้ยวเลยยื่นมือไปหยิกแก้มเขา

“คนน่าเกลียด รีบกินได้แล้วเดี๋ยวละลาย”

“ว่าผมเหรอ” เขาขมวดคิ้ว วางช้อนลงทันที ทีอย่างนี้เชื่อโดยไม่ลังเล 

“ก็บอกเองว่าไม่น่ารัก ไม่หล่อ ชมยังไงก็ไม่ฟัง งั้นผมจะเรียกคุณว่าคนน่าเกลียด เรียกทุกวันเลย” ผมเลิกคิ้วใส่เขา

เจย์เดนมองผมอยู่สักพักก็เข้าใจ เขาพยักหน้า

“รวีน่าเกลียด”

“ว่าอะไรนะ?” ผมขึ้นเสียงเล็กน้อย 

“รวีว่าผม ผมก็ว่ารวีได้เหมือนกัน คนน่าเกลียด” เขาสวนกลับและตักขนมกินหน้าตาเฉย ผมตักลอดช่องเข้าปากและมองเขาอย่างครุ่นคิด

“ไม้เสียบลูกชิ้น” 

“หือ?” เขามองผมอย่างไม่เข้าใจ

“เสาไฟฟ้า หลอดดูดน้ำ” ผมได้ทีรีบว่าต่อ เขาไม่เข้าใจความหมายแฝง ผมกำลังว่าเขาผอมและหัวเราะคนเดียวเพราะเขาไม่เข้าใจ

“สังขยา!” เขาไม่ยอมแพ้ ลองพูดอะไรมั่วๆ ขึ้นมาบ้าง

ผมหัวเราะเสียงดัง เจย์เดนเองก็หัวเราะออกมา เราพูดชื่อสิ่งของรอบตัวขึ้นมาอย่างไม่มีความหมาย พูดกันไปเรื่อยจนกระทั่งทานหมด

“ผมเพิ่งเคยรู้สึกแบบนี้เป็นครั้งแรก รู้สึกเหมือนเป็นคนปกติ ขอบคุณนะรวี” 

เขาพูดกับผมเมื่อเราเดินมาถึงมอเตอร์ไซค์ ผมเขย่งเท้านิดหน่อยและสวมหมวกกันน็อกให้เขา ดึงแก้มเขาที่กำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

“ผมบอกคุณแล้วว่าผมจะทำให้เห็น ไม่ต้องอยู่ใต้แสงแดดเราก็ได้กินของอร่อยๆ ได้หัวเราะ ความสุขน่ะเรียบง่ายจะตาย ว่าอย่างนั้นไหม”

“อืม ผมมีความสุขและมันง่ายจะตาย” เขาตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้ม


#ใต้ร่มวันฝนซา


☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂


อย่าไปยึด อย่าไปถือ อย่าไปเอามากอดไว้ก็จะไม่เสียใจ

ตลอดชีวิตต้องผ่านการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าใคร

จะทุกข์ จะสุขแค่ไหน ก็อยู่ที่จะมอง... ใช่ไหม 

มีคนเคยให้เพลงร่มสีเทามาบอกว่าฟังแล้วคิดถึงชายใต้ร่ม

ตอนนี้ร่มสีเทาเป็นสีชมพูแล้วมั้ง หวานจนขนมเบื้องอาย


ช่วงนี้มีพายุฝนตกทุกวัน บางทีก็ทั้งวัน

แต่ในเรื่องวันนี้ไม่มีฝน มีแต่ความหวานและความละมุนล้วนๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 340 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,249 ความคิดเห็น

  1. #2230 thesky13 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2563 / 11:36
    ตอนนนี้คือแบบดี ดีมากๆ เลยค่ะ ใจฟูมากๆ ดีใจที่เจย์ได้สัมผัสถึงความธรรมดา เห็นเจย์มีความสุขยิ้มได้ก็ดีมากกก
    #2,230
    0
  2. #2195 mukmanee123 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 06:50
    น้องน่ารัก มีเเต่คำว่าน่ารักเต็มไปหมด
    #2,195
    0
  3. #2110 someoneuknow (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 11:20
    น่ารักจังเลยน้า ☺️
    #2,110
    0
  4. #2079 HanaTarita (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 01:10
    ดีจังเลยค่ะ อ่านแล้วอบอุ่นใจมากๆ ชอบความค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากันของทั้งคู่ น่ารักละมุนมากกก
    #2,079
    0
  5. #2054 OummMamii (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 10:57
    อยากหอมหัวเจ้าเจย์เดน แบบตอนนี้ยิ้มทั้งน้ำตา ลูกชายมีความสุขมากๆแล้ว ฮือออ รวีหนูดีมากๆเลย น่ารักมากๆ ขอบคุณๆเป็นร้อยๆรอบเลยที่เข้าไปในชีวิตเจ้าเจย์เดน
    #2,054
    0
  6. #2035 _jppm (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 06:12
    เจย์เดนสู้ๆ!
    #2,035
    0
  7. #2009 qrdqt (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 12:48
    โง้ยยยยย น่าร๊ากกกก
    #2,009
    0
  8. #1985 LOMAbin (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 01:50
    ตี2ค่ะ อยากกินสังขยา
    #1,985
    0
  9. #1936 mileylovely (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 11:38
    เจย์เดนน่ารัก อยากหยิกบ้างงงงงงงงง
    #1,936
    0
  10. #1881 forfaye (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:29
    น่ารักมาก
    #1,881
    0
  11. #1864 อาร์ลิส (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 11:12

    หิวเลย

    #1,864
    0
  12. วันที่ 21 กันยายน 2561 / 20:10
    ฮื้อออออออ น่ารักมากกกกกก หิวด้วย ㅠㅠ
    #1,813
    0
  13. #1766 KiHaE*129 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 04:33

    งื้อออออออออออออออออออออออออ

    น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    ตอนนี้อ่านแล้วยิ้มได้เต็มปากเลย

    #1,766
    0
  14. #1709 pommys (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 19:51
    อยากกินเลยยยย
    #1,709
    0
  15. #1690 Naraprinnnt (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:22
    เราจะหิวจริงๆแล้วนะ ....
    #1,690
    0
  16. #1651 yuyyeah (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 21:55
    น่ารักกกกกกก
    #1,651
    0
  17. #1584 Yanapat. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 23:08
    ฮ้าาา ความละมุนนี้อยากให้มีไปตลอดทั้งเรื่องเลย~
    #1,584
    0
  18. #1540 snowwy pcy 61 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 14:39
    พี่เจย์เดนน่ารักกกกกกกกกกกก เอ็นดู มีความเด็กๆใสๆน่ารักกกกกกกกก สังขยาไม่ใช่คำล้อที่เจ็บนะ55555
    #1,540
    0
  19. #1508 maylacha (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 21:25
    โอ้ยยยยยยยย ตอนนี้มันละมุนดีจริงๆเลยค่ะ???????????? ทับทิมกรอบด้วย ฮ่าาาา นิยายอะไรไม่รุ เส้าก้อนอนกอดกล่องทิชชู่ น่ารักก้อน่ารักจนหวาน นี่ยังคอมเมดี้อีก ไรท์แต่งได้ทุกเเนวจริงๆ????????????????????????
    #1,508
    0
  20. #1056 *Jung_L* (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 00:07
    ฮือออ นี่พูดทับทิมกรอบแบบร.เรือชัดเจนตามตามเจย์เดนเฉยเลย ขำตัวเอง5555 ตอนนี้น่ารักมากและหิวมากเช่นกันค่ะ
    #1,056
    0
  21. #1045 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 16:42
    โอ้ย น่ารักกกกกก
    #1,045
    0
  22. #688 I'm B2UTY (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 10:03
    เขินนนนนน
    น่ารักมาก ฮืออออ ความสุขที่เรียบง่ายของพระนาย ยืนยันคำเดิมว่าอ่านเรื่องนี้แล้วทั้งเขินทั้งหิวทุกที .____.
    #688
    0
  23. #650 `ptnn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 00:44
    โอ้ยเขินน่ารักไม่ไหวแล้วน่ารักมากเลยหุบยิ้มไม่ได้ ฮื้อออออ เขินนนนนนนนนนนน
    #650
    0
  24. #616 C.Clover (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 22:35
    โอ๊ย น่ารักมากเลยเจย์เดนกับคุณรวี อ่านแล้วมีความสุขตามเลย
    #616
    0
  25. #596 ดอ ชฎา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 12:12
    ตอนนี้เจย์แดนเหมือนเด็กน้อยเลย เป็นเด็กน้อยที่มีความสุขกับสิ่งรอบตัวโดยไม่ปรุงแต่ง
    #596
    0