ใต้ร่มวันฝนซา ☔ [E-Book มาแล้ว & รอบสต็อกเร็วๆ นี้]

ตอนที่ 14 : ☔ 11 ใต้ท้องทะเล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,571
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 385 ครั้ง
    10 ต.ค. 63

ลงครั้งแรก 27 ก.ย. 2559

รีไรต์ 10 ต.ค. 2563


11

ใต้ท้องทะเล


เราช่วยกันถือถาดขนมปังออกไปหน้าร้าน สอนเขาว่าขนมปังชนิดไหนวางตรงไหน อันที่ขายดีและสีสันน่าทานจะวางไว้ข้างหน้าต่างเพื่อให้ลูกค้าที่เดินผ่านไปมาได้เห็น เจย์เดนตั้งอกตั้งใจจัดวางเป็นอย่างดี

“รวีพี่มีของขวัญให้” พี่ตรีวิ่งลงมาจากชั้นบน แต่แทนที่จะอยู่ในชุดนอนกลับใส่ชุดนักศึกษาแต่งตัวทำผมเรียบร้อย เมื่อคืนพี่ตรีทำงานถึงดึกจึงไม่ได้มาช่วยผมทำขนมปังอย่างเคย ถึงอย่างนั้นกลับตื่นเช้า

เจย์เดนหันหน้าไปอีกทางอัตโนมัติ คงเพราะเขาไม่ได้สวมผ้าปิดปากและหมวก ผมกับพี่มองหน้ากันไม่นาน พี่ตรีก็ส่งเสียง

“ไม่เป็นไรน่า พี่เห็นหน้าเราแล้วจำไม่ได้เหรอ ยังไงก็ยินดีต้อนรับนะพ่อคนงานใหม่ ตั้งใจทำงานเข้า พี่จะถือซะว่าเราเป็นน้องชายอีกคน มีอะไรลำบากก็มาบอกได้ แต่เดี๋ยวพี่จะเปิดประตูร้านแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไหม” คำพูดที่เป็นมิตรของเธอทำให้เจย์เดนหันหน้ากลับมาที่เดิม แต่เขายังคงไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่

“พี่ตรีรู้เรื่องทั้งหมดและไม่ต้องกลัวหรอกพี่ผมใจดี ถึงจะขี้บ่นไปหน่อยก็เถอะ คุณไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ จะอาบน้ำก็ได้ตัวคุณดูแดงๆ อุณหภูมิในห้องครัวอาจร้อนเกินไป คุณไม่เคยทำงานในนั้นมาก่อนคงไม่ชิน” ผมแตะแขนเขาเล็กน้อย เขาก็สะดุ้ง

“เดี๋ยวผมมา” เขาเลี่ยงไปด้านหลัง

“เอาล่ะ ใช้โอกาสนี้แหละ” พี่ตรีเดินออกไปนอกร้าน

จากนั้นก็ตามมาด้วยความวุ่นวาย มีคนหลายคนเข้ามาพร้อมอุปกรณ์ พวกเขาติดตั้งแท่งไม้ ผ้า ชุลมุนอยู่ที่มุมในสุดของร้านซึ่งเป็นโต๊ะประจำของเจย์เดน

ผมอ้าปากจะห้ามแต่พี่ตรีก็ยกนิ้วชี้ขึ้นมาปราม สั่ง-ให้ผมอุ้มกระถางดอกสวีทพีที่ปกติใช้จองโต๊ะนั้นเอาไว้

“เกิดอะไรขึ้นครับ” เจย์เดนกลับออกในสภาพของชายใต้ร่ม เขาเข้าห้องน้ำไปนานพอสมควร ผมเลิกแขนเสื้อเขาเพื่อมอง รอยแดงจางลงผมก็วางใจ

“เสร็จแล้ว! เจย์เดนนี่คือมุมพิเศษของนาย” พี่สาวผมหันมายิ้มแฉ่ง

คนงานออกไปจากร้านจนหมด เหลือเพียงกระโจมหน้าตาน่ารักและของประดับตกแต่ง แถมยังมีป้ายไม้เขียนว่า V.I.P Zone แขวนอยู่ด้านหน้า ผ้าใบของกระโจมคลุมรอบโต๊ะให้เขาเข้าไปนั่งข้างในและปิดผ้าได้

ผมมองพี่สาวอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

“ผ้ากันยูวีด้วย แพงมาก เพราะงั้นจงตั้งใจเป็นลูกน้องให้เราซะ พี่ลงทุนไปมากอย่าให้ขาดทุน” เธอกอดอกทำหน้าตาจริงจัง

หันมองคนข้างตัว ตาของเจย์เดนโตขึ้นเล็กน้อย ประหลาดใจไม่แพ้ผม

“ครอบครัวคุณเป็นคนน่ารักทั้งหมดเลยเหรอ”

ทั้งผมและพี่ตรีหน้าแดง เรากระแอมพร้อมกันเพื่อแก้เขิน ดูเหมือนเขาจะติดนิสัยชอบชม มันไม่ใช่เรื่องแย่แต่ผมไม่ชินเลย

“เพราะน้องชายพี่เอาแต่รอคนแถวนี้ พี่สาวจะอยู่เฉยให้น้องรอไปวันๆ ได้ยังไง ก็ต้องทำอะไรสักอย่าง ถ้าโดนแดดไม่ได้ก็ไม่ต้องโดน ถ้าไม่อยากให้ใครเห็นก็ไม่ต้องให้เห็น แค่มาหาวีก็พอ อะไรที่ทำไม่ได้ก็ไม่ต้องทำ จริงไหม” พี่ตรียิ้มให้เจย์เดน

ไม่เคยรู้ว่าพี่เก็บรายละเอียดทุกอย่างของเจย์เดนจากการบอกเล่าของผมและตัดสินใจที่จะช่วยเหลือ

“ขอบคุณครับ” เจย์เดนก้มหัวให้เธออย่างขอบคุณ

“ไม่ต้องเป็นทางการหรอก อายุไล่เลี่ยกันทั้งนั้น อยู่ให้สบายใจก็พอ พี่จะไปเรียนล่ะ ดูแลรวีด้วยนะ” เธอยิ้มล้อก่อนออกจากร้านไปอย่างรวดเร็วปานพายุหมุน

“งานเสร็จแล้ว คุณลองเข้าไปนั่งดูสิ จะได้ถอดผ้าปิดปากถอดหมวกได้ หายใจสะดวกขึ้นหน่อย เดี๋ยวผมไปทำอาหารเช้ามาให้”

“แต่ว่า” เขามองผมอย่างลังเลว่าควรพูดดีไหม

“ถ้าไม่ชอบก็เอาออกได้นะพี่ตรีไม่ว่าหรอก ความสบายใจและความปลอดภัยของนายสำคัญที่สุด” ผมรีบพูด บางทีเขาอาจอึดอัดแต่ไม่กล้าบอก

“ถ้าเข้าไปก็ไม่เห็นรวีน่ะสิ อุตส่าห์มาหา”

ความร้อนแล่นจากหัวใจขึ้นมาที่แก้มทันที ผมยืนนิ่งอย่างพูดไม่ออก ประโยคสั้นๆ ที่เหมือนกับจะบอกว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเขามาเพื่อนั่งดูผม?

ผมขบริมฝีปากล่างอย่างประหม่า ส่วนเขาพูดจบก็เข้าไปด้านในกระโจมปิดผ้าใบเรียบร้อย ทำให้ผมไม่เห็นสีหน้าเขาอีก

“ถ้าลูกค้าน้อย จะเข้าไปหาบ่อยๆ นะ” ผมวางกระถางดอกสวีทพีไว้หน้ากระโจมแล้วรีบเดินหนีเข้าไปในครัว เขาไม่รู้จริงใช่ไหมว่าเขินมันเป็นยังไง

เพราะแค่วันเดียวเขาก็ทำให้ผมเขินไปหลายต่อหลายครั้งแล้ว

ผมตบแก้มตัวเองเรียกสติ หันมองรอบตัวเพื่อหาเมนูทำอาหารเช้า ได้ขนมปังโฮลวีตมาหนึ่งแถว ทาด้วยทูน่า ไข่ลวก ผักโรย มะเขือเทศ ผมพยายามทำแต่อะไรที่บำรุงสุขภาพให้เขา แม้ว่ามันจะเป็นทางอ้อมแต่อย่างน้อยผมก็อยากให้เขาแข็งแรง

ผมมุดเข้าไปในกระโจม พบว่าพี่ตรีติดไฟดวงเล็กเอาไว้ด้านใน มันน่ารักและสว่างพอที่จะมองเห็นได้โดยไม่ลำบาก และมันก็ออกจะโรแมนติกยังไงก็ไม่รู้

“ได้กินข้าวเช้ากับคุณในร้านนี้ เหมือนไม่ใช่เรื่องจริง” เขาถอดผ้าปิดปากออกและอมยิ้ม แสงเหลืองนวลจากหลอดไฟทำให้ร่องรอยบนใบหน้าของเขาถูกกลืนหายไป ผมเผลอมองเขาแบบเหม่อๆ แล้วก็เสตามองผ้าใบของกระโจมแทนเมื่อเขาจับได้

“คุณชอบมองผม”

“คุณหล่อนะ ผมพูดจริง” ผมตอบอย่างจริงจัง

“อย่าปลอบผมเลยรวี” เขายิ้มบาง น่าหยิกเหลือเกินที่ไม่เคยเชื่อผม

“ผมจะชมทุกวันจนกว่าคุณจะรู้ตัวเลยเจย์เดน แผลนิดหน่อยไม่ได้ทำร้ายคุณเท่าไหร่นักหรอก ผมบอกว่าหล่อก็หล่อสิ”

เขายอมพยักหน้ารับ

“ก็ได้ ผมหล่อในแบบของรวีก็ได้”

“นี่เขินยัง รู้สึกตึกตักในใจบ้างไหม” ผมล้อเพราะเห็นว่าแก้มของเขาเปลี่ยนสีเล็กน้อย ผิวที่ขาวซีดทำให้ซ่อนอะไรไม่ได้มากนัก

เขาหยิบขนมปังขึ้นมาบดบังสายตาของผม

น่าเอ็นดู ผมนั่งหยอกเขาจนได้ยินเสียงกระดิ่งที่ประตูจึงขอตัวออกมา

“Tent Tent! น้องเอมเข้าไปได้ไหมคะ” น้องชะเอมส่งเสียงอ้อนผม

ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบ เจย์เดนก็แง้มผ้าด้านหน้าของกระโจมออกมาคงรู้ว่าเป็นเสียงเด็กๆ

“พี่ชาย!” น้องพลูวิ่งปรู๊ดไปหาทันที

พวกเขาคงใจหายมาก วันที่เขาหมดสติไปผมพาเขาเข้ามาในร้านอย่างยากลำบาก และต่อให้เด็กๆ ร้องไห้ดังขนาดไหนเขาก็ไม่ขยับตัว ไม่มีการตอบสนอง ตอนนั้นผมเองก็กลัวไม่แพ้พวกเขา แต่เพราะว่าเป็นผู้ใหญ่ผมจำเป็นจะต้องใจเย็น รวบรวมสติเรียกรถพยาบาลและเรียกคนมารับเด็กน้อยทั้งสองกลับบ้าน

“ไว้เรียนเสร็จค่อยกลับมาเล่นกับพี่ชายนะ ตอนนี้หาของหม่ำก่อน มาเร็ว” ผมกวักมือเรียก ทั้งสองคนทำหน้าบูดแต่ก็ยอมมาเลือกอาหารเช้าและโบกมือลาผมกับเจย์เดนเพื่อไปโรงเรียน

หลังจากที่เริ่มมีลูกค้าวัยเรียนในวันหยุด วันทำงานก็มีลูกค้าจากบริษัทข้างเคียงมาด้วย บางคนก็อาจจะเป็นฟรีแลนซ์เพราะพกคอมมานั่งทำงาน กลายเป็นว่าผมมีลูกค้าอยู่ตลอด  การที่พี่ตรีเอารูปผมไปโปรโมตได้ผลระยะยาว แม้ว่าจะปิดร้านไปหลายวันก็ยังคงมีลูกค้าใหม่แวะเวียนมาชิม

ระหว่างที่ผมรับลูกค้าด้านนอก ผมกลัวเจย์เดนที่ต้องอยู่ด้านในคนเดียวจะเบื่อจึงเปิดเพลงคลอในร้านไปด้วย แอบเห็นเขาแหวกผ้าด้านหน้าออกเล็กน้อย จากมุมนั้นเอง เขาจะเห็นผมที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์ แต่ไม่มีลูกค้าคนไหนสังเกตเห็นเขา เราสบตากันและอมยิ้ม ผมขยับปากบอกว่าจะเอาขนมไปให้ 

มีลูกค้าหลายคนสนใจกระโจมเหมือนกัน สาวๆ ท่าทางอยากเข้าไปนั่งถ่ายรูป แต่ผมบอกว่ามีลูกค้า พวกเธอเลยทำหน้าเสียดาย

วันแรกระหว่างผมกับเจย์เดนเป็นไปด้วยดีกว่าที่คิด เขานั่งมองผมตลอด ไม่มีการบ่นว่าเบื่อหรืออะไร ผมก็ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่การที่ลูกค้าเยอะก็ช่วยลดความเขินของผมลง เพราะต้องไปยุ่งวุ่นวายอยู่กับการเตรียมอุ่นขนมปังและเสิร์ฟเครื่องดื่ม

จนกระทั่งสายผมก็ปิดร้านเพราะขนมปังหมด

ช่วงนี้มีกำไรพอตัว ไม่นานคงคืนทุนค่ารักษาพยาบาลของเจย์เดนได้

“ผมช่วยเก็บนะ” เขาออกมาจากกระโจมโดยไม่ได้ใส่ผ้าปิดปาก คงเห็นว่าผมปิดประตูเหล็กลงเพื่อกันแดดให้แล้ว 

เขาช่วยผมล้างจาน เช็ดโต๊ะ ท่าทางขยันขันแข็งจนอดยิ้มออกมาไม่ได้ มีคนช่วยมันดีแบบนี้นี่เอง ความเหงาของการเฝ้าร้านคนเดียวก็หายไปด้วย

“กระโจมๆๆๆ” เด็กๆ ร้องอย่างร่าเริง เมื่อมาถึงร้านในตอนเย็น

พวกเขาเข้าไปนั่งเล่นกับเจย์เดนได้โดยไม่ต้องปิดผ้าด้านหน้า ช่วงเวลาแบบนี้เป็นสิ่งที่ผมชอบที่สุด เขาดูผ่อนคลายและเข้ากับเด็กทั้งสองได้ดี เจย์เดนนั้นอ่อนโยน แม้ว่าจะเก็บตัวแต่สายตาที่เขามองเด็กๆ ทำให้ผมยิ้ม

“วันนี้คุณครูถามน้องเอมว่าอยากเป็นอะไร น้องเอมก็บอกว่าอยากเป็นเมอร์เมด แต่คุณครูดุ บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ น้องเอมเป็นเมอร์เมดไม่ได้จริงๆ เหรอคะ เมอร์เมดสวย ว่ายน้ำเก่ง แล้วก็ร้องเพลงเพราะด้วย” เธอพึมพำ มือก็ฉีกขนมปังเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยก่อนจะเอาเข้าปาก

“เพราะน้องเอมเป็นคนไงคะ เมอร์เมดเป็นปลา แต่ถ้าน้องเอมอยากเก่งเหมือนเมอร์เมดก็เรียนว่ายน้ำหรือเรียนร้องเพลงดีไหม” ผมเสนอ

ตอนนี้เรานั่งกันอยู่ในกระโจมสี่คน น้องเอมอยู่บนตักผม ส่วนน้องพลูอยู่บนตักเจย์เดนกำลังพยายามป้อนขนมปังที่ตัวเองกัดแล้วให้เขา ผมจะดุก็ไม่ทันเพราะคนตรงข้ามผมดูจะไม่ถือสา แต่ยอมงับและลูบหัวน้องพลู

ผมเผลอมองเป็นภาพพ่อลูกไปชั่วขณะ เขาคงเป็นพ่อที่ดีได้อย่างไม่ต้องสงสัย น้องพลูยื่นขนมปังที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งมาให้เมื่อเห็นผมมอง

“หย่อยๆๆ” น้องยิ้มเมื่อผมงับที่เหลือไป เจย์เดนชะงักเล็กน้อย

“ผมกัดไปแล้ว” เขาขมวดคิ้ว ท่าทางกังวล

“คุณไม่ได้เป็นโรคติดต่อนี่ ผมไม่รังเกียจหรอก” ผมเคี้ยวขนมปังจนหมดแล้วฉีกยิ้ม เขาเม้มปากเล็กน้อยยังคงไม่สบายใจ

“แต่มัน...คุณ...ผม”

“คุณยังกินต่อจากน้องพลู ถ้าเป็นอะไรสงสัยจะเป็นด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ”

โรคแพ้แสงของเขาไม่ใช่โรคติดต่อ แพร่เชื้อไม่ได้ ท่าทางการสร้างความมั่นใจให้เขาจะเป็นงานยากพอตัว

“เป็นโรคไม่ได้ เป็นโรคจะเจ็บคอร้องเพลงไม่เพราะ พี่วีพี่ชายฟังน้องเอมสิ น้องเอมร้องเพลงเพราะไหม” เธอกำมือไว้ที่ปากเริ่มร้องเพลงจากการ์ตูน 

ผมหัวเราะและเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อไม่ให้คนคิดมากขมวดคิ้วมากไปกว่านี้

“คุณมีตัวการ์ตูนที่ชอบและอยากเป็นบ้างไหมครับ ของผมก็คงเป็นเจปัง การ์ตูนญี่ปุ่นที่ทำขนมปังน่ะ อยากจะเก่งได้เหมือนเขาจริงๆ” 

“ของผมก็คงเป็นนางเงือก” เขาตอบพร้อมมองหน้าน้องเอม

“จริงเหรอคะ เป็นนางเงือกด้วยกันเลย พี่ชายร้องเพลงเพราะม๊ากมาก” เธอเตะเท้าเล็กน้อยอย่างตื่นเต้น

“เคยได้ยินพี่ชายร้องเพลงด้วยเหรอคะ”

“อื้อ Rainbow น้องชอบ” ชะพลูเริ่มร้องเพลงบ้าง แต่ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องนักว่าเป็นเพลงอะไร

“นึกไม่ถึงว่าคุณจะอยากเป็นนางเงือก คุณชอบทะเลเหรอครับ”

“ผมจำความรู้สึกที่ทะเลไม่ได้หรอก ตอนที่ผมได้ไปครั้งแรกมันก็เจ็บปวดแล้ว และไม่เชิงว่าผมอยากเป็นนางเงือก แต่นางเงือกมีชีวิตเหมือนผม”

ผมไม่แน่ใจนักว่าเขาเปรียบเทียบตัวเองกับตัวละครในการ์ตูนอย่างไร แต่ผมคิดว่านางเงือกค่อนข้างจะโชคดี ได้พบรักและแต่งงานกับเจ้าชาย แปลงร่างเป็นคนได้

“น้องพลูอยากเป็นอะไรครับ” เขาก้มหน้าถามเด็กน้อยที่ยังร้องเพลงไม่หยุด

“ปัง เป็นหนมปัง อาหย่อย” น้องชูของในมือขึ้นพร้อมรอยยิ้มน่ารัก ทั้งผมและเจย์เดนหัวเราะออกมาพร้อมกัน จะเป็นขนมปังได้ยังไงเจ้าตัวเล็ก

คุยเล่นกันสักพักรถคันเดิมก็มาคอยท่า ผมหยิบกระเป๋าส่งให้เด็กน้อยสะพาย ก่อนที่จะบอกลาน้องเอมกอดอกมองเจย์เดน

“พี่ชายต้องดูแลตัวเองนะคะ ห้ามป่วยอีก เพราะพี่วีจะร้องไห้ น้องเอมก็จะร้องไห้ น้องพลูก็ด้วย กินขนมปังพี่วีเยอะๆ แล้วทุกคนจะแข็งแรง”

“ครับ” เขายิ้มรับ

ร้านกลับเป็นของเราสองคนอื่นครั้ง เจย์เดนช่วยผมเช็กจำนวนวัตถุดิบและจดชื่อของที่จะต้องซื้อเพิ่ม ระหว่างนั้นเขามีสีหน้าที่แย่ลงเล็กน้อย

“ผมออกไปซื้อของกับคุณไม่ได้” เขาพึมพำ

“ผมคนเดียวสบายมาก มันไม่ได้หนักหนาอะไร อีกอย่างผมขับมอเตอร์ไซค์ไปซื้ออยู่แล้ว ไม่มีที่ให้คุณซ้อนหรอกต้องวางของหมด” ผมรีบพูด ส่วนใหญ่ผมมักออกไปซื้อช่วงกลางวันของวันหยุด แน่นอนว่าเขาช่วยผมไม่ได้แต่ผมไม่เดือดร้อน

“….” เขาเงียบ ไม่สบตากับผม

“ถ้าคุณกำลังว่าอะไรตัวเองอยู่ในใจละก็ ผมจะเอาไม้นวดแป้งฟาดเสียเลยดีไหม จริงๆ นะ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ เอางี้ ต่อไปนี้คุณจะเป็นคนล้างจานชามกับอุปกรณ์ ดูแลให้สะอาดเอี่ยม เวลายกของหนักก็ด้วย ผมจะใช้คุณทำโน่นทำนี่ ทำงานให้คุ้มค่าตัวหน่อย ส่วนผมก็แค่เสิร์ฟ เรื่องทำขนมปังคุณก็ตั้งใจไปศึกษามาเยอะๆ จะได้ช่วยผม เห็นไหม แค่นี้เราก็แบ่งหน้าที่กันแล้ว” ผมดุเขาอย่างไม่จริงจังนัก คว้าเอาไม้นวดแป้งอันใหม่ที่ยังไม่ได้แกะมาตีเขาเบาๆ

“คุณเป็นคนดีเสมอเลย”

“ไม่ต้องมาชม กลับบ้านกันได้แล้ว ผมจะไปส่ง”

“ไปส่งทำไมบ้านใกล้กันแค่นี้”

“ผมอยากไปส่ง”

เจย์เดนหน้าบึ้งเหมือนเด็กถูกขัดใจ เขาบ่นพึมพำว่าอยากเป็นฝ่ายส่งผมมากกว่า แต่ผมก็ดื้อดึงจนเขายอมแพ้

ลมเย็นยามค่ำพัดผ่านให้รู้สึกเย็นสบาย ร่มสีดำอันคุ้นเคยแกว่งอยู่ในมือเขา พื้นถนนมีร่องรอยของฝนตกแต่ผมไม่แน่ใจว่าตกเมื่อไหร่หรือหยุดตกกี่โมง

เพราะการที่เจย์เดนอยู่กับผมทำให้ผมลืมสนใจโลกภายนอก

“แวะนั่งเล่นกันหน่อยไหม อากาศดี” ผมชี้ชวนเขาเมื่อเราผ่านสนามเด็กเล่นที่แห่งความทรงจำ เขาพยักหน้าตกลงเราจึงก้าวอย่างระมัดระวังเข้าไป

มันค่อนข้างมืด มีเพียงเสียงไฟจากถนนและบ้านเรือนข้างเคียง เรานั่งลงที่ชิงช้าอย่างระมัดระวัง ได้ยินเสียงลั่นจากความเก่าของมัน

ผมแกว่งตัวเล็กน้อยและเจย์เดนก็ทำตาม

เรามักมีช่วงที่เงียบใส่กันเสมอ ผมไม่ได้อึดอัดแค่สงสัยเขาคิดอะไรอยู่ตลอดเวลามากกว่า

“คุณรู้ไหม ว่านางเงือกไม่ได้แต่งงานกับเจ้าชาย” 

“ฮะ ครับ?” ผมขมวดคิ้วอย่างงุนงงกับประโยคเปิดประเด็นของเขา

“นางเงือกผู้ตกหลุมรักเจ้าชาย ยอมแลกเสียงของเธอกับแม่มดเพื่อให้ได้ขามาเหมือนมนุษย์ แต่ปราศจากเสียงนั้นแล้วเจ้าชายไม่อาจจำเธอได้ เจ้าชายแต่งงานกับหญิงอื่น และนางเงือกผู้น่าสงสารต้องยอมรับต่อข้อแลกเปลี่ยนที่สร้างไว้” เสียงของเขาราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความเวิ้งว้าง 

“เธอจะต้องตาย ร่างกายกลายเป็นเพียงฟองทะเล ถึงอย่างนั้นพี่สาวของเธอก็หาข้อแลกเปลี่ยนกับแม่มดมาได้ บอกว่าหากเธอฆ่าเจ้าชายและให้เลือดของเขาหยดลงที่เท้า เธอจะกลับเป็นนางเงือกอีกครั้งและไม่ต้องตาย

แน่นอน นางเงือกไม่มีทางทำได้ เธอรักเขา นางเงือกยืนมองคนที่ตัวเองรักกับภรรยาของเขาที่นอนอยู่ด้วยกัน จูบหน้าผากของเจ้าชายเป็นการบอกลา เธอขว้างมีดทิ้งไป และกระโจนลงในน้ำ...กลายเป็นฟองทะเล*”

ผมเงียบ ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรในสถานการณ์นี้

“เธอเหมือนกับผมรวี เธออยู่ใต้น้ำ ผมอยู่ในเงามืด เฝ้ามองคนคนหนึ่งจากที่ของเรา มองไปในโลกที่แม้จะแลกด้วยทุกสิ่งเราก็ก้าวข้ามไปไม่ได้ สุดท้ายรังแต่จะทำให้ตัวเองบาดเจ็บ ในการ์ตูนที่น้องเอมดู ที่คนส่วนใหญ่ได้รู้ นางเงือกได้แต่งงาน เจ้าชายจำเธอได้ อาจเพราะผู้สร้างอยากให้คนดูมีความหวัง คิดว่าถ้าเราทำสิ่งที่ดีด้วยใจจริงก็จะได้ผลตอบแทนกลับคืน แต่ในโลกของความเป็นจริงก็เหมือนในนิทานต้นฉบับ บางอย่างเราไม่มีวันคว้ามันมาได้ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิต”

ผมแตะมือเขาอัตโนมัติ เจย์เดนยิ้มและพลิกฝ่ามือมาหา กุมมือของผมไว้ สีหน้าของเขาคล้ายกับนางเงือกที่พร้อมจะสลายกลายเป็นฟองทะเลอยู่ทุกวินาที

เรากุมมือกันอยู่พักใหญ่ เจย์เดนขยับตัวไกวชิงช้า เริ่มร้องเพลงออกมาด้วยเสียงที่เรียบเรื่อยฟังสบายหู แต่ทว่าบาดหัวใจ


“Up where they walk, up where they run,

up where they stay all day in the sun.

Wanderin' free, Wish I could be…Part of that world.*”


แม้ว่าผมจะไม่เก่งภาษาอังกฤษแต่เสียงที่เชื่องช้าและฟังชัดทำให้ผมเข้าใจว่าเขาเหมือนนางเงือกยังไง โลกของเขาอยู่ใต้ทะเล ไม่ได้เดิน ไม่ได้วิ่งและไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ใต้แสงอาทิตย์ เสียงของเขาแผ่วลงเรื่อยๆ ราวกับเป็นความหวังที่เลือนรางเหลือเกิน


“What would I give, if I could live out of these waters?

What would I pay to spend a day warm on the sand?”

(จะต้องให้อะไร ถึงจะได้มีชีวิตนอกเหนือจากในน้ำนี้

จะต้องจ่ายด้วยอะไรเพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตสักวันบนหาดทรายที่อบอุ่น)


ผมเม้มปากเมื่อเขามองไปในอากาศข้างหน้า มีเพียงแววตาที่สั่นระริกและเสียงเพลงที่ราวกับนางเงือกกำลังร้องเพลงตัดพ้อชีวิตของตัวเอง


“Out of the sea, wish I could be…Part of your world”

(ออกจากท้องทะเลนี้ หวังว่าผมจะได้…เป็นส่วนหนึ่งในโลกของคุณ)


“เจย์เดน” ผมเกือบจะร้องไห้เมื่อเขากระซิบท่อนสุดท้ายข้างหูผม มือของเขาเลื่อนมาประคองแก้มผมไว้

“ผมทำให้คุณเศร้า ขอโทษนะ ไม่น่าพูดเลย”

“ไม่ คุณพูดออกมาดีแล้ว คิดอะไรอยู่ก็พูดออกมาให้หมด อย่างน้อยตอนนี้คุณก็มีเสียง คุณไม่ได้แลกมันกับแม่มดที่ไหน ผมได้ยินเสียงของคุณและมันเพราะมาก”

“ขอบคุณ

“เอ่อ ยุงเริ่มกัดแล้ว ไปที่บ้านกันเถอะ” ผมหลบสายตา ไม่สามารถมองตาเขาได้นานๆ สักที

เราเดินมาจนถึงบ้านของเขา เจย์เดนโบกมือลาหันหลังไปไขกุญแจบ้าน

“เจย์เดน” ผมเรียกเขาไว้เมื่อเขากำลังจะปิดประตู

มีอะไรอยู่ในใจของผมและผมต้องพูดมันออกไปให้ได้

“?” เขาเอียงหน้าออกมาจากบานประตู

“คุณไม่ใช่นางเงือกและที่นี่ไม่ใช่โลกใต้ทะเล จริงอยู่ผมไม่รู้หรอกว่ามันยากแค่ไหนที่จะใช้ชีวิตในแบบของคุณ แต่ที่นี่ไม่มีแม่มด มีแต่เด็กๆ น่ารักสองคนที่จะร้องเพลงไปกับคุณ และมีผมที่ไม่อยากให้คุณกลายเป็นฟองทะเล”

“ผมเข้าใจ” เขาพยักหน้า

“และต่อให้คุณอยู่ใต้ทะเลจริงๆ ไม่ต้องขึ้นมา ไม่ต้องพยายามแลกอะไรกับขา เพราะผมจะลงไปเอง ไปอยู่ใต้ทะเลกับคุณ ไม่ยากเลยใช่ไหม” ผมยิ้มกว้าง มองแววตาของเขาที่สั่นไหว

“ผมจะทำให้คุณเห็นว่าอยู่ใต้ทะเลก็มีความสุขได้ อยู่ในเงามืดก็มีความสุขได้ ที่ไทยไม่มีใครอยากออกสู่แสงแดดกันหรอกเจย์เดน มันร้อนจะตาย ใช้นี่เป็นข้ออ้างก็ดีนะจริงไหม? เอาล่ะ ผมกลับก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกัน” ผมพูดทุกอย่างที่อยากพูดออกไปหมดแล้วก็หมุนตัวเตรียมเดินออกไป

แต่กลับมีความอบอุ่นเข้าปะทะกับร่างกายผม และสองแขนของเขาที่กอดผมไว้จากด้านหลัง

“เจย์เดน?” หัวใจผมเต้นแรงอย่างตกใจแต่ไม่ได้ผลักออก

“ผมจะอยู่ใต้ทะเลก็ได้ ถ้ามีคุณอยู่”


#ใต้ร่มวันฝนซา


☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂


เพลงประกอบตอนนี้ก็คือ เพลง Part of Your World จาก The Little Mermaid

หลายคนที่เคยดูฉบับดิสนีย์คงคุ้นเคยดีเนอะ

แต่นิทานต้นฉบับมาจาก Hans Christian Andersen นักเขียนชาวเดนมาร์ก

ค่อนข้างเศร้าเชียวกัน แต่ว่านางเงือกต้องการจิตวิญญาณอันเป็นนิรันดร์

ซึ่งหลังจากกลายเป็นฟองทะเลเธอไม่ได้หายไปเฉยๆ แต่ว่ากลายเป็นลูกของสายลม

หรือเป็นลมที่พัดผ่านเคลื่อนที่ไปได้อย่างอิสระ

ได้เป็นนิรันดร์อย่างที่ต้องการเพราะความไม่เห็นแก่ตัวค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 385 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,249 ความคิดเห็น

  1. #2228 thesky13 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2563 / 11:12
    รวีเป็นคนที่อบอุ่นมากๆ พี่ตรีก็ดีมากมีสร้างกระโจมให้เจย์นั่งด้วย พี่น้องคู่นี้นี่แบบน่ารักกันจริงๆ ส่วนเจย์ไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเลยเดี๋ยวรวีจะไปอยู่ใต้สมุทรด้วยกันเอง แงงงงง
    #2,228
    0
  2. #2204 KronkanokKeanak (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 12:01
    ซึ้ง อบอุ่น จุกจนใจเจ็บ
    #2,204
    0
  3. #2165 Care_pannn224 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 08:44
    เข้มแข็งนะเจย์เดน
    #2,165
    0
  4. #2144 phanphassa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 08:17
    แงงงงง น่ารักมาก อบอุ่นหัวใจ
    #2,144
    0
  5. #2102 61_9201 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 16:04
    เจย์เดน!!!!!!ตาบ้าาาาㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ
    #2,102
    0
  6. #2077 HanaTarita (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 00:39
    นี่มันงานแห่งการเสียน้ำตา ร้องไห้ติดๆกันมาหลายตอนแล้วนะคะ

    ตอนร้องเพลงนางเงือกนี่เสียงพี่ต่อกับพี่ฟาโรสไกลบ้านลอยมาเลย street~~~~
    #2,077
    0
  7. #2052 OummMamii (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 10:26
    ขอให้เจ้าเจย์เดนมีความสุขมากๆๆ รวีคือน่ารัก อยากจุ้บหัวเลย ขอบคุณที่เข้าไปในชีวิตเจ้าเจย์เดน ฮือออออตอนนี้กะร้องเหมียนหมาคือเก่า

    😂
    #2,052
    0
  8. #2033 _jppm (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 05:58
    เจย์เด๊นนไานปฟยยไยไยกาหาสหยห
    #2,033
    0
  9. #2002 จารวี วิชญาศิริ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 13:35
    มันเศร้าจริงๆนะตอนร้องเพลง
    #2,002
    0
  10. #1980 fffyty (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 22:04
    อยากกอดเจย์เดน
    #1,980
    0
  11. #1934 mileylovely (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 00:40
    เจย์เดนเลิกคิดอะไรแบบนั้นได้แล้ว มีรวีอยู่ด้วยแล้วนะตอนนี้
    #1,934
    0
  12. #1862 อาร์ลิส (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 18:18

    เพิ่งรู้เรื่องนิทานเลยว่าคนเก่งเป็นเกย์ บีบหัวใจมากเลยค่ะ แล้วก็ร้อนตามรวีด้วย โดนกอดซะละ เขินแพร้บบ

    #1,862
    0
  13. #1841 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 20:24
    อบอุ่นนนแงงงง
    #1,841
    0
  14. #1831 sleepy-sheep (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 23:17

    อบอุ่นหัวใจ

    #1,831
    0
  15. วันที่ 21 กันยายน 2561 / 19:55
    ตอนแรกอ่านไปใจจะสลาย แต่ตอนนี้อ่านๆ ไป มันค่อยๆ ฮีลใจตัวเองขึ้นมาได้แบบซึ้งมาก อบอุ่นแบบเออออ! มันฟีลกู๊ดได้ในวันที่ท้องฟ้าแย่นะเว่ยยยย รักกก♡
    #1,812
    0
  16. #1764 KiHaE*129 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 23:37

    ทั้งหน่วง ทั้งซึ้ง ทั้งอบอุ่น

    #1,764
    0
  17. #1721 JKWIFEz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 08:09
    เขินนนนน
    #1,721
    0
  18. #1703 EarthMayer (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 02:14
    โอ้ย จู่ๆ part of your world ก็มาฟีลนี้ได้ เริศศ
    #1,703
    0
  19. #1689 Naraprinnnt (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:07
    อบอุ่นหั๊วใจจจ
    เราก็อยากกอดวีบ้าง // อ้าว เจย์เดนอย่ามองเราแบบนั้น 5555
    #1,689
    0
  20. #1676 Mune (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 13:44
    ชอบความคิดของวีมาก ไม่ต้องแลกอะไรเผื่อให้ได้อยู่โลกเดียวกับวี แต่วีตะลงไปหาเอง ฟังแล้วอบอุ่นมากเลยค่ะ ตกหลุมรักน้องวี 5555 เป็นเหมือนดวงอาทิตย์ของเจย์แดนจริงๆ :)
    #1,676
    0
  21. #1655 gift_tyr (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 22:14
    ความคิดวีคือดีมาก เยียวยาหัวใจ งื้ออออ
    #1,655
    0
  22. #1633 ไม่บอกกก1 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 23:03
    ฮืออออ คำพูดของวีคือสุดยอด TT
    #1,633
    0
  23. #1576 ⓒoup . t (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 13:16
    กอดแล้ว
    #1,576
    0
  24. #1538 snowwy pcy 61 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 14:17
    กอดดดดดดด กอดดดดดดดดดดดด 0/////0
    #1,538
    0
  25. #1149 Therdsak_W (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 12:51
    หนังเรื่องนี้ ทำเป็นหนะงาอมั้ยึฟ อยากได้มาเก็บไว้จัง แต่งได้ยอดเยี่ยมมากกกก
    #1,149
    0