[僕の 妖怪 ] ปีศาจของผม [Yaoi] || รีปริ้น

ตอนที่ 29 : ภาค 2 ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,401
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    11 ก.ย. 58






1

 

 

ผมเติบโตมาในตระกูลชิมิซึ ตระกูลนักปราบปีศาจที่เก่งกาจและมีชื่อเสียง ผมเป็นลูกที่ถูกต้องตามกฎหมายของพ่อและแม่ ทว่าตั้งแต่จำความได้ ผมแทบไม่เห็นหน้าพ่อเลย พ่อไม่ค่อยอยู่บ้าน แม่เองก็ไม่ได้สนใจผมมากนัก ผมเติบโตขึ้นมาด้วยสองมือของแม่นม ผมไม่มีเพื่อนเล่น และไม่ได้ไปโรงเรียน แม่จ้างครูมาสอนที่บ้าน วันแต่ละวันของผม มีแค่ตื่นเช้าขึ้นมา เรียนหนังสือ ซ้อมฟันดาบ เรียนมารยาท เรียนดนตรี เรียนอะไรก็ตามที่แม่สั่ง และถูกส่งไปที่วัดใหญ่ของชิมิซึ แต่เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เมื่อพวกเขารู้ว่าผมไม่มีพลังพิเศษ พวกเขาก็ไม่แยแสผมอีกเลย

 

องเมียวจิ เป็นศาสตร์หรือเวทมนตร์โบราณที่สืบทอดกันมาในกลุ่มคนเฉพาะ และวิชาของตระกูลเรานั่นเก่งกล้า เราเรียนรู้พลังจากธรรมชาติและใช้มัน เพียงแต่ผมนั้นไม่รู้วิธี ผมใช้พลังไม่เป็น และไม่เข้าใจสิ่งที่พวกเขาพร่ำสอน เมื่อพวกเขารู้แน่ชัดว่านอกจากจะไม่มีพลังพิเศษแล้ว ผมยังเข้าไม่ถึงศาสตร์ขององเมียว ผมจึงถูกขับไล่ และได้รับเพียงสายตาผิดหวังจากแม่ และสายตาดูถูกจากคนที่ใช้นามสกุลร่วมกัน ทั้งๆที่ผมยังเป็นเพียงเด็กประถม แต่กลับไม่ได้รับความเอ็นดูและความรักใดๆ ผมโตขึ้นอย่างปราศจากความรู้สึก ผมไม่ได้โกรธเกลียดพวกเขา และไม่ได้น้อยใจ เพียงแต่ผมไม่เข้าใจอะไรเลย ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมจะเกิดมาทำไม

 

            จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดความเปลี่ยนแปลงกับร่างกายของผม ผมรู้สึกประหลาด ร่างกายมันร้อนผ่าว ใจเต้นแรง ผมกลัวมาก แต่ไม่รู้จะทำยังไง ก็ได้แต่นอนนิ่งๆ คิดว่าพอตื่นมามันก็จะหายไปเอง

 

            นั่นเป็นจุดเริ่มต้น .. วันแรกในชีวิตที่ผมเห็นปีศาจตัวเป็นๆ ใช่แล้ว ถึงแม้ว่าผมจะอยู่ในตระกูล แต่เพราะไม่มีพลัง จึงไม่เคยมีใครพาผมออกไปพบเจอกับปีศาจ และแม่บอกเสมอว่าบ้านของเรามียันต์ ผมจึงไม่อาจเชื่อได้ว่าปีศาจโผล่เข้ามาในห้องของผม ทำอะไรที่ผมไม่เข้าใจ ตอนนั้นผมนึกว่าตัวเองฝัน จนกระทั่งมีสิ่งแปลกปลอมพยายามเข้ามาในร่างกาย ผมถึงรับรู้ว่านี่คนจริงๆ มีคนพยายามจะทำร้ายผม ผมจำอะไรไม่ค่อยได้นักเพราะมันผ่านมาเป็นสิบปี ผมจำได้แต่ร่างเขาที่กลายเป็นปีศาจจิ้งจอกสีเงิน ผลุบหายไปในความมืด

 

            เมื่อผมได้เห็นปีศาจแล้วครั้งหนึ่ง ก็โผล่กันมาเพียบไปหมด หลังจากที่แม่ของผมเสีย ผมได้ไปโรงเรียนแบบคนปกติ ผมพบเจอปีศาจหลากหลายรูปแบบ และผมพยายามที่จะไม่กลัว แต่ผมไม่เคยสู้พวกเขาได้เลย หลายครั้งที่ผมเกือบพลาดท่า โชคยังดีที่เมื่อผมกลับบ้าน พวกมันจะตามเข้ามาไม่ได้ และเมื่อผมโตขึ้นอีก ผมเรียนรู้บทสวดที่สามารถไล่พวกมัน แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่อาจปราบปีศาจอย่างที่ชิมิซึควรจะทำได้ ผมมันอ่อนแอ และไร้ค่า..

 

            ผมทำงานเป็นครู เพียงเพราะว่าการเรียนเป็นสิ่งเดียวที่ผมทำได้ดี  ช่วงที่มาเป็นครูแรกๆ ผมได้ยินข่าวลือเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้าอินาริ และนักพรตประจำศาลผู้ทรงเสน่ห์  ครูผู้หญิงนั่นแหละที่ซุบซิบกันจนผมได้ยิน เมื่อผมทำหน้าเหมือนสนใจ พวกเธอจึงหันมาหา

 

            “นาโอะจังสนใจหรือจ๊ะ มานี่ๆ พี่จะเล่าให้ฟังเธอคว้าตัวผมไปใกล้

 

            “วันก่อนพี่ไปที่ศาลเจ้าอินาริ ศาลเจ้าพ่อจิ้งจอกขาวหน่ะ นาโอะจังเคยได้ยินใช่ไหม เขาว่ากันว่าถ้าไปขอพรแล้วจะสมหวังล่ะ แล้วลูกชายพี่หน่ะป่วยหนัก พี่เลยกะจะเข้าไปขอ พี่เจออะไรรู้ไหม .. พระรูปหล่อแหละ ต๊าย หล่อมาก ยิ้มทีพี่แทบลืมว่าตัวเองมีสามีแล้ว แถมกิริยามารยาทดี  สูงใหญ่ หุ่นนี้อื้อหือ ไม่อยากจะคิดตอนถอดเสื้อเลยเธอทำหน้าเคลิ้มๆ จนครูสาวอีกคนต้องกระตุกแขนเสื้อเธอเป็นการเตือนให้เล่าต่อ เธอทำหน้าเขินๆเมื่อออกอาการมากไป

 

            “อะแฮ่ม พอพี่ขอความช่วยเหลือไป แล้วเขาก็ให้พี่นั่งหลับตา เจ้าตัวก็ทำพิธีอะไรไม่รู้ เสียงงี้ทุ้มนุ่ม ฟังแล้วเพลินสุดๆ พักเดียวเองนะนาโอะจัง เขาก็บอกให้พี่กลับบ้านได้ ไปหาลูกชายที่หายดี พอพี่กลับไป ลูกพี่หายจริงๆด้วย

 

            “อะไรนะครับ?” ผมอุทาน ไม่เข้าใจว่ามันเป็นไปได้อย่างไร

 

            “พี่เลยกลับไปหาเขาอีก พี่ชื่นชอบเขามากเลยนะ รู้สึกจะชื่ออินาริ เรียวเมย์ซัง พอพี่ถามว่าเขาทำได้ยังไง เขาก็บอกว่า ลูกชายพี่ป่วยเพราะปีศาจ เขาเป็นองเมียวจิ และจัดการกับปีศาจพวกนั้นได้สบายๆ เท่สุดๆเลยรู้ไหม แถมไม่ได้ผล

ตอบแทนอะไรด้วย คนอะไรทั้งหล่อทั้งใจดี แต่อย่างว่า เพราะพี่ซึ้งในบุญคุณจริงๆ เลยบริจาคให้วัดไปอย่างเยอะเลยล่ะ ยังไงก็ต้องกินต้องใช้เนอะ คนแห่ไปที่ศาลเจ้านี่เยอะมาก โดยเฉพาะสาวๆ จนเดี๋ยวนี้เรียวเมย์ซังขอร้องให้ไปเฉพาะเวลามีเรื่องด่วนจริงๆ ตอนนั้นเขาโกรธจนพวกพี่กลัวเลยล่ะ แต่ขนาดโกรธก็ยังหล่อกระชากใจเธอก็พูดพร่ำเพ้อต่อไป แต่หัวของผมนั้นมีแต่คำว่าปีศาจลอยวนเต็มไปหมด เขาปราบปีศาจได้ ? เขาทำมันได้ง่ายๆอย่างนั้นเหรอ? แถมยังเป็นศาลเจ้าพ่อจิ้งจอกขาว ? นั่นใกล้กับบ้านของผมมากๆ นั่นอาจเป็นสาเหตุที่ปีศาจจิ้งจอกเข้ามาทำร้ายผมในตอนเด็กได้ เดินแค่ไม่กี่ก้าวก็ถึงบ้านผมแล้ว แต่เพราะความกลัวที่ยังอยู่ในจิตใต้สำนึก ผมจึงไม่เคยคิดจะเดินเฉียดไปใกล้ศาลนั่น หรือว่าถึงเวลาแล้วที่ผมจะเผชิญหน้า ถ้าจะเจอกับเจ้าจิ้งจอกนั่นอีก ก็ต้องสู้กันสักตั้งล่ะ

 

            ในเย็นวันนั้น ผมรวบรวมความกล้า ตรงเข้าไปในศาลเจ้า บรรยากาศเงียบสงบ มีลมพัดเย็นสบาย ศาลเจ้าชื่อดังที่มีเสาต้นใหญ่สีส้มเรียงรายเป็นทางยาว ไหนจะรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกที่พาลเอาขนลุกซู่ ผมเดินผ่านซุ้มที่มีกระดาษรูปสุนัขจิ้งจอกแขวนเรียงราย มีคำอธิษฐานถูกเขียนอยู่ในนั้น ผมเดินอยู่นานจนถึงตัววัด ที่ด้านข้างนั้นเหมือนมีบ้านเรือนเก่าๆ ผมเห็นร่างสูงใหญ่ในชุดนักพรตยืนอยู่ เขาทำอะไรผมก็ไม่อาจทราบ แต่เมื่อเขาหันหน้ากลับมา ผมรู้ได้ทันทีว่าเขาคือ อินาริ เรียวเมย์ คนที่ครูสาวในโรงเรียนผมเพ้อถึง เขาทำให้ผมนิ่งงันไปชั่วครู่ เหมือนแรงดึงดูดมหาศาลพุ่งเข้าใส่ ใจผมเต้นแรงแบบไม่มีเหตุผล ร่างกายร้อนผ่าวเหมือนที่เคยเป็นในวัยเด็ก แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามันหมายถึงอะไร นี่ผมมีอารมณ์เพียงเพราะมองหน้าเขา ? แถมเขายังเป็นผู้ชายอีกด้วย หรือเพราะว่าที่นี่มีปีศาจจิ้งจอกอยู่ ?

 

            “ผมชิมิซึ นาโอยูกิ ผมได้ยินชื่อเสียงของคุณมานาน ได้โปรดรับผมเป็นลูกศิษย์ได้ไหมผมหลับหูหลับตาพูด เพราะจ้องเขานานเกินไปแล้ว ผมโค้งให้เขาแบบสุดตัว แต่พอเงยหน้าขึ้นมา หัวใจผมแทบจะหยุดเต้น

 

            “ได้สิรอยยิ้มเล็กน้อยจากเขา และเสียงที่ทุ้มนุ่มทำให้ผมชะงัก เขินทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำอะไรเลย

 

            “ว่าแต่ที่นี่เป็นศาลเจ้าพ่อจิ้งจอกขาว คุณเคยเห็นปีศาจจิ้งจอกหรือเปล่าครับผมถามออกไปด้วยใจที่เต้นระส่ำ ราวกับร่างกายผมสัมผัสได้ว่าอยู่ใกล้อันตราย อยู่ใกล้ปีศาจที่ผมแสนหวาดกลัวและเกลียดชัง ฟ้าค่อยๆมืดลง ผมเพิ่งตระหนักได้ว่า มาหาเขาตอนใกล้จะค่ำ

 

            “เคยสิ ทำไมหรือเขาชะงักไปนิดหน่อย ก่อนจะพูดออกมาช้าๆ

 

            “คุณเป็นลูกน้องของเขา หรือว่าอะไร ตำนานของศาลเจ้านี่คือ สุนัขจิ้งจอกเป็นผู้ส่งสาสน์ให้กับเทพเจ้า และคุณทำงานที่นี่ แสดงว่าคุณติดต่อกับจิ้งจอกรึเปล่าผมพูดรัวออกไป เขาจะมองว่าผมประหลาดรึเปล่านะ

 

            “อืม นาโอยูกิซัง ถ้าอยากรู้จริงๆ เข้ามานั่งฟังสบายๆดีกว่า

 

            “เอ๊ะ?” ผมขมวดคิ้ว แต่เพราะว่าน้ำเสียงชวนฟัง และท่าทีที่เขาชักชวนให้ผมเขาไปนั่งในศาล ทำให้ผมคล้อยตามง่ายๆ ผมเดินเข้าไป เขาก็หาเบาะให้นั่ง และเริ่มเล่าเรื่องเกี่ยวกับจิ้งจอกที่ผมอยากรู้ ผมค้นหาประวัตินะ แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็อยากรู้จากคนที่เคยเจอของจริงมากที่สุด เรียวเมย์หาน้ำอุ่นๆมาให้ผมดื่ม มีอะไรบางอย่างจากตัวเขาแผ่ออกมา ทำให้ผมผ่อนคลาย ความกลัวที่มีค่อยๆจางหาย

 

            “ครับ อย่างที่ใครๆก็รู้ คิตสึเนะ(สุนัขจิ้งจอก) เป็นปีศาจ แต่บางพวกก็เป็นข้ารับใช้ของเทพอินาริ  เชี่ยวชาญมนตร์มายา พวกเรามีทั้งดีและไม่ดี อ่า ผมนามสกุลอินาริ และสืบเชื้อสายมายาวนาน ผมมีวิชาพอที่จะต่อกรกับปีศาจ นั่นทำให้ผมมาเป็นองเมียวจิอยู่ที่นี่ แต่เราไม่ได้รับใช้จิ้งจอก ไม่ได้รับใช้ใครทั้งนั้น การที่คนมาขอพรก็เป็นแค่ความเชื่อ ผมขอพูดตรงๆ ว่าผมไม่รู้จัก หรือไม่เคยเห็นเทพเจ้า มันอาจจะฟังแปลกๆที่เป็นนักพรตของที่นี่ดันไม่เชื่อ แต่ผมเชื่อแค่สิ่งที่ได้เห็นเท่านั้น แล้วนาโอยูกิซัง อยากจะมาเรียนอะไรกับผมงั้นเหรอเสียงที่อ่อนโยน ทำให้ผมเชื่อทุกอย่างที่เขาพูด และเล่าเรื่องวัยเด็กให้เขาฟัง บอกเขาว่าทำไมผมถึงเกลียดจิ้งจอกนักหนา เขารับฟังนิ่งๆ มีสีหน้าเครียดๆยังไงบอกไม่ถูก

 

            “คุณก็เลยอยากปราบจิ้งจอก?”

 

            “ครับ ได้ไหมครับ ผมไม่ขออะไรจริงๆ นอกจากอยากให้คุณสอน สิ่งที่คุณรู้ นะครับผมขอร้องเขาสุดชีวิต เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่

 

            “แต่พลังของผมก็คือจิ้งจอกนะเขาพึมพำ

 

            “ไม่เป็นหรอก ผมไม่รังเกียจผมรีบพูด ไม่ได้ไตร่ตรองอะไรเลย จนเขายอมใจอ่อน บอกกับผมว่าจะสอนทุกอย่างให้ฟรีๆ เขาเป็นคนใจดีอย่างที่ได้ยินมาเสียด้วย แต่เรื่องนี้ผมไม่ได้บอกใครที่โรงเรียน ดังนั้นผมก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของศาลเจ้าอินาริ ผมมานอนค้างที่นี่บ้างเป็นครั้งคราว เฉพาะเวลาที่เรียวเมย์ซังเห็นว่าผมฝึกจนเหนื่อยแล้ว เขาใจดีมากๆ และสอนผมทุกอย่างที่ผมควรจะรู้ เขาสอนให้ผมเรียกสัตว์เทพจากชิคิงามิ กินเวลาไปเป็นเดือนๆกว่าผมจะเรียกออกมาได้ จนพอผมอยากเห็นเขาเรียกบ้าง เรียวเมย์ซังอิดออดอยู่นาน แต่พอผมขอร้องมากเข้า เขาก็บอกให้ผมออกไปห่างๆ แล้วจะเรียกให้ดู

 

            ผมจำภาพวันนั้นได้ขึ้นใจ มือเรียวยาวของเขาคีบกระดาษชิคิงามิขึ้นมาห้าหกใบ ร่ายมนตร์ด้วยน้ำเสียงชวนหลงใหล ไม่กี่คำที่ออกจากปากเขา กระดาษเหล่านั้นกลายเป็นควัน ลอยพุ่งมาที่ตัวผม ควันเหล่านั้นรวมตัวเป็นรูปร่าง ปรากฏเป็นสุนัขจิ้งจอกสีเงินหกตัวรายล้อมรอบตัวผม

 

            “สุดยอดผมอุทาน สัมผัสขนนุ่มนิ่มเสมือนจริงของพวกมัน ผมตัวสั่นเล็กน้อย เมื่อสายตาเรียวคมของสัตว์ป่าจ้องมองผม

 

            “สักวันหนึ่ง นายก็จะทำแบบพี่ได้ เชื่อสิเขานั่งลงตรงหน้าผม มือใหญ่ลูบไล้ไปบนหัวของเหล่าจิ้งจอกที่มีรูปร่างสมบูรณ์แบบ สรรพนามระหว่างเขากับผมเปลี่ยนไปตามความคุ้นเคย แต่ผมก็ยังเรียกเขาว่าอาจารย์ ผมไม่กล้าเรียกเขาว่าพี่ หรือชื่อเฉยๆ เพราะเวลาที่เขาพูดชื่อผม มันทำให้ผมปั่นป่วนไปหมด สายตาที่จ้องมองมาพร้อมกับบรรดาจิ้งจอกที่รายล้อมอยู่นั่นทำเอาผมคิดอะไรไม่ออก ก่อนที่มือนั้นจะย้ายมาลูบหัวผม เรื่อยมายังแก้ม ความอ่อนโยนที่ผมไม่เคยได้จากใคร ทำให้หัวใจผมสั่นไหวเหมือนคนบ้า ผมอยากจะเข้าไปกอดเขาเสียเดี๋ยวนั้น แต่เขาขยับตัวออกไปก่อน เขาพึมพำอะไรกับตัวเอง ส่วนผมได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอก ถ้าเขายังจ้องผมนานกว่านั้น ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น ราวกับผมต้องมนตร์ขลัง มนตร์ที่ทำให้ผมตกหลุมรักเขา

 

            ผมตกหลุมรักเขาทั้งๆที่ไม่ควรเลย เราเป็นนักพรต เราเป็นพระ และเราทั้งคู่ก็เป็นผู้ชาย ไม่ว่าคิดยังไงมันก็ผิด ผมเลยได้แต่เงียบเอาไว้ พยายามคิดในแง่ดีว่าผมแค่ชื่นชมเขาในฐานะลูกศิษย์ และรักเขาในฐานะของคนที่ได้รับความดูแล

อาจเพราะผมไม่ได้รับความเอาใจใส่ ความใจดีจากครอบครัว ทำให้ผมเข้าใจผิด คิดว่าความรู้สึกนี้คือความรัก ผมจึงไม่แสดงออกอะไรให้เขารู้  โชคยังดีที่ผมไม่เคยเห็นเขากับผู้หญิงอื่น ผมยังพอทำใจได้บ้างเมื่อรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่คนเดียวเหมือนกับผม ผมยินดีที่จะอยู่ตรงนี้เงียบๆ

 

จนกระทั่งมีคนติดต่อมาที่บ้าน ด้วยจดหมายซองหนึ่ง ในจดหมายนั่นเล่าเรื่องราวของพ่อผมกับผู้หญิงอีกคน ผู้หญิงที่พ่อรัก พ่อมีลูกชายกับเธอ และเขาเป็นน้องชายของผม ชื่อชิมิซึ  ไคริที่อยู่ในหน้ากระดาษทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้น แทนที่ผมจะเกลียดชังเขา แต่กลับไม่มีเลย ผมอยากเห็นหน้าเขา อยากเห็นน้องชายของผม รู้สึกดีใจที่ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้ว คนที่เขียนจดหมายมาคือคนที่ดูแลไคริอยู่หลังจากที่พ่อและแม่ของไคริเสียไป เธอบอกว่าเธอคงจะอยู่ได้อีกไม่นาน และจะส่งไคริมาหาผมที่ญี่ปุ่น

 

            ช่วงแรกมันค่อนข้างจะยุ่งยากมากทีเดียว แถมไคริยังสนิทสนมกับการาสุเทนกุ นั่นหน่ะปีศาจนะ ปีศาจตัวเบ้อเร่อแถมยังน่ากลัวอีกต่างหาก การาสุเทนกุเป็นปีศาจชั้นสูง และผมรู้ดีแก่ใจว่าไม่มีอะไรไปสู้ได้ พวกเขามีจำนวนน้อยและไม่ได้หาเจอง่ายๆ แต่เพราะฮิโรโตะคุงดูแลน้องของผมดีกว่าที่คิด ผมจึงไม่อาจเข้าไปแทรกหรือห้ามอะไรได้ ซ้ำร้ายไคริเองก็เป็นปีศาจด้วย

 

            นั่นทำให้ทัศนคติของผมต่อปีศาจแปรเปลี่ยน ผมรักน้องของผม ทั้งๆที่เราเพิ่งเจอกัน และถึงแม้เขากลายเป็นปีศาจผมก็เกลียดเขาไม่ลง นั่นทำให้ผมเริ่มเปิดใจ ผมไม่รังเกียจที่จะพูดคุยกับปีศาจบางจำพวก ถึงแม้จะยังกลัวๆอยู่ก็ตาม

 

            “นาโอยูกิ แต่งตัวเสร็จหรือยังเสียงทุ้มของคนที่ผมหลงรัก ร้องเรียก

 

            “ครับอาจารย์ เสร็จแล้วผมรีบเปิดประตูออกไป เขายังคงดูดีและทำให้ผมใจเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้ เขายิ้มน้อยๆแล้วเดินนำผมออกจากวัด ตอนนี้ผมไคริ และเรียวเมย์ซัง จะออกจากวัดเพื่อไปปราบปีศาจอย่างน้อยเดือนละครั้ง เหตุผลหลักๆคือให้น้องชายผมได้อิ่มท้อง พวกเราไม่อยากให้เขาคลั่ง

 

            และตอนนี้ผมสามารถสวดส่งวิญญาณได้แล้วด้วย !

 

            พวกเราไปตามบ้านที่มีคนมาขอให้ช่วย ถ้าเจอปีศาจดีๆอาจารย์จะให้ผมสวดส่งวิญญาณไปในที่ดีๆ แต่ถ้าเจอตัวร้ายละก็ ไคริจับกินเสียเดี๋ยวนั้นเลย

 

            “เดี๋ยวนี้เก่งแล้วเนอะไคริยิ้มหวาน หลังจากที่ผมสวดส่งวิญญาณผีในกาต้มน้ำของบ้านหลังหนึ่งเสร็จ ผมยิ้มตอบแล้วเหล่ไปมองคนที่สอนผมมาตลอด เรียวเมย์ซังเองก็ยิ้มแล้วเขามาขยี้หัวผมไปมา ผมกลั้นหายใจ ไม่อยากเผลอหวั่นไหวไปกับเขาอีก แต่พอเขากอดคอดึงผมเข้าหาตัว ความตั้งใจทั้งหมดก็สลายหายไป เมื่อกลิ่นจากตัวเขาทำให้ผมอยากเข้าไปซุก ไม่อยากขยับไปไหนเลย

 

            “อะแฮ่ม เรียวเมย์ ไม่ต้องแสดงความเอ็นดูมากนักก็ได้นะไคริขมวดคิ้ว แล้วคว้าตัวผมมากอดแทน

 

            “อะไร เรื่องของอาจารย์กับลูกศิษย์

 

            “เหรอ ผมก็ลูกศิษย์เหมือนกันครับไคริต่อปากต่อคำ ท่าทางไม่พอใจอะไรไม่รู้ ผมมองทั้งสองคนที่โต้ตอบกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ เห็นแล้วก็อิจฉา ผมคุยกับเรียวเมย์ซังทีไร ได้แต่พูดเบาๆ หรือไม่ก็เขินจนเกร็ง

 

            “อยากให้แสดงความเอ็นดูกับนายด้วยหรือไง ฉันก็ไม่เกี่ยงนะ

 

            “นี่ !!! ต่อหน้าเลยนะไคริเหลือบมองผม แล้วชี้หน้าเรียวเมย์ซัง

 

            “คือ..ผมเผลอหลุดเสียงออกไปนิดนึง คนทั้งคู่หยุดชะงักแล้วมองหน้าผม ผมก็เงียบเหมือนเดิม ไม่นานนักทั้งสองคนก็เถียงกันต่อ ผมเดินตามพวกเขาต้อยๆ เมื่อไหร่หนอที่ผมจะทำตัวเป็นธรรมชาติได้บ้าง ผมมองทั้งสองคนที่ดูสนิทกัน ดูสนิทกันมากกว่าผมที่รู้จักอาจารย์มาก่อนเสียอีก ผมรู้สึกแปลกๆ รู้ตัวอีกทีก็เดินเข้าไปแทรกกลางระหว่างทั้งคู่ซะแล้ว

 

            “พี่? นาโอยูกิ?” ทั้งสองคนพูดขึ้นมาพร้อมกัน

 

            “ผมเหนื่อย รีบๆกลับศาลเจ้าเถอะ อยากพักแล้วผมเกาะแขนน้องชาย แล้วลากเขาให้เดินออกมาด้วยกัน

 

            “หงุดหงิดอะไรเหรอไคริก้มลงมากระซิบกับผม เดี๋ยวนี้ตาของเขาเป็นสีน้ำเงิน พอมองใกล้ๆแบบนี้แล้วสวยมากเลยล่ะ แต่ตาคู่นั้นเหล่มองไปด้านหลัง เหมือนทั้งคู่จะคุยกันทางสายตา พอผมมองตามบ้าง เรียวเมย์ก็เปลี่ยนสีหน้ากะทันหัน เขายิ้มให้ผมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น รู้สึกเหมือนเป็น ….คนนอก

 

            “เปล่า แค่เหนื่อยๆ พี่ขอโทษนะถ้าทำตัวไม่ดีใส่

 

            “หืม งั้นไปพักเนอะไคริจังยิ้มให้ กอดผมไว้กับตัวแล้วเร่งฝีเท้า เตรียมขึ้นรถกลับบ้าน ผมเป็นพี่ชายแท้ๆแต่ตัวเล็กกว่าเขาอีก ไคริจึงสามารถโอบผมเอาไว้ได้ เรียวเมย์ซังเป็นคนขับรถ ทั้งผมและเขาไม่ได้เป็นนักพรตตลอดเวลาอย่างที่ทุกคนเข้าใจนะครับ เราสามารถใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ ใช้เงิน ซื้อของ แต่เราต้องอยู่ในศีลธรรม อยู่ในความสงบ และบริสุทธ์

 

            “เดี๋ยวผมกลับแล้วครับ พี่นอนพักนะ ไว้เจอกันงานหน้าไคริทำท่าจะลงจากรถเมื่อรถจอดที่หน้าสถาบันวิทยาศาสตร์ ที่ทำงานของเขา

 

            “เราก็พักผ่อนบ้างล่ะ ผอมใหญ่แล้วผมตบแก้มน้องเบาๆอย่างเอ็นดู ไครินั้นสูงกว่า แต่ผอมกว่าผมมาก แถมเจ้ากาเคยบ่นๆกับผมว่า เพราะเขาทำงานไม่ยอมกิน ยอมนอน เลยผอมเอาๆ ยังดีที่พอเขาได้กินปีศาจก็ดูจะมีน้ำมีนวลมากขึ้น

 

            “ครับ.. อ้อ พี่ไม่คิดจะตัดผมบ้างเหรอ จะหน้าร้อนแล้ว เกะกะแย่เลย ถึงผมพี่จะสวยก็เถอะไคริจับผมยาวๆของผม ลูบมันไปมา ผมนิ่ง แอบเหลือบมองเรียวเมย์ซังที่มองมาทางผม จะพูดได้ยังไงล่ะ ว่าที่ไว้ผมยาวๆ ก็เพราะคำพูดลอยๆของอาจารย์เพียงแค่ครั้งเดียว ตอนที่ผมเจอเขาใหม่ๆ ผมยังสั้นๆเกือบจะรองทรง แต่เพราะว่ามีช่วงหนึ่งที่ทำงานหนักจนลืมไปตัดแล้วยาวถึงต้นคอ เรียวเมย์ซังมาดึงๆลูบๆ แล้วก็จดจ้องที่ผมก่อนจะพึมพำว่า

 

            ‘ผมนายสวยนะ พี่ชอบ

 

            แค่นั้นแหละ เลยไม่ได้ตัดผมมาเป็นปีๆ จนมันยาวถึงกลางหลัง ก็ทุกวันนี้เขายังชอบมาลูบผมเล่นอยู่เลยนี่นา

 

            “ไม่เห็นต้องตัดเลย แบบนี้แหละดีแล้วแล้วเรียวเมย์ซังก็แทรกขึ้น

 

            “อื้อ พี่ชอบแบบนี้ผมพยักหน้าตาม รู้สึกว่าตัวเองแก้มร้อน เลยก้มหน้าลงมองเบาะรถ ไคริไม่ยอมขยับไปไหน พลางเอียงหัวมามองหน้าผมแล้วหรี่ตาลง เขาขยับปากเบาแบบไม่มีเสียงเป็นทำนองว่า เพราะเขาเหรอ

 

            “พี่เหนื่อยมากแล้วจริงๆ ไคริรีบกลับไปทำงานเถอะนะผมผลักหน้าน้องออกเบาๆ เห็นเงาจากกระจกหน้าว่าแก้มผมแดงขึ้นเรื่อยๆ

 

            “เรียวเมย์ หึได้ยินไคริส่งเสียงในลำคอเหมือนจะขู่ แถมยังกดหัวผมไว้กับอกตัวเอง ทั้งสองคนคงกำลังคุยอะไรบางอย่างที่ไม่อยากให้ผมรู้ พวกเขามีความลับอะไรกัน? แล้วคนอย่างผมไม่ควรจะรับรู้งั้นเหรอ ? ผมก้มหน้านิ่งจนกระทั่งน้องลงจากรถแล้วปิดประตูไป อาจารย์ออกรถอย่างนิ่มนวล ช่วงเวลาที่เราขับรถกลับนั้นยาวนาน ไม่มีเสียงใดๆเลย ปกติเวลาอยู่ด้วยกันผมก็ไม่ค่อยพูดอะไรอยู่แล้ว ผมกลัวพูดมากๆเข้า เขาจะจับได้..ว่าผมหวั่นไหวมากแค่ไหน

 

            ไม่ว่าผมจะพยายามหลอกตัวเองสักแค่ไหน แต่เหมือนความรู้สึกถลำลึกเข้าไปทุกวัน ผมชอบแอบมองเขา ชอบเวลาที่เขายิ้มให้ และชอบเวลาที่เขามองผม

 

            “เป็นอะไรรึเปล่าเขาเอ่ยขึ้นเบาๆ รถมาจอดอยู่ข้างศาลเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ผมเงยหน้าไปหาคนถาม พบว่าหน้าเขาอยู่ใกล้ผมมาก ฝ่ามืออุ่นๆแตะลงบนหน้าผากผม ผมไม่อาจหลอกตัวเองได้แล้ว ผมรักเขา ผมตกหลุมรักเขาเข้าเต็มๆ !! เพราะไอ้สิ่งที่อยู่ในอกผมมันเต้นแรงจนผมอึดอัด

 

            “มะ ไม่ครับ วันนี้ผมอยากกลับไปนอนที่บ้าน

 

            “นอนที่นี่แหละ หน้าแดงๆ อาจจะมีไข้ กลับบ้านไปก็ไม่มีคนดูแล เดี๋ยวเป็นอะไรไปจะว่ายังไง หืม ปวดหัวเหรอ ปวดมากเลยเหรอเขาจับแก้มผม คงเพราะเห็นผมขมวดคิ้ว น้ำตาคลอหน่อยๆ  ไอ้ความรู้สึกอยากจะร้องไห้นี่มันอะไร ผมไม่อยากให้เขาใจดีกับผมเลย ผมรู้สึกดีกับเขามากไปกว่านี้ไม่ได้ ยิ่งผมหันหน้าหนี เขาก็ล็อคหน้าผมไว้ เอามือปาดน้ำตาให้เบาๆ ดวงตาที่มองตรงมาเหมือนอ่านทะลุเข้ามาในใจของผม ผมกลัวกลัวว่าเขาจะรู้

 

            “พี่จะพาไปนอนพัก อย่ากลับบ้านเลยนะเด็กดี อยู่ที่นี่แหละ

 

            “อื้อผมจะไปตอบอะไรได้ เมื่อเขาทำเสียงอ้อนวอน แสนห่วงใย ใบหน้าที่รู้สึกผิดของเขาเหมือนโทษตัวเองที่ทำให้ผมป่วย แต่ผมไม่ได้ป่วย

 

            เขาพาผมลงจากรถ ไปส่งที่ห้อง พาไปที่ห้องน้ำ รอจนผมอาบน้ำเสร็จ จากนั้นยังทำกับข้าวให้ผมกินอีกด้วย เขาใจดีเสมอ ราวกับผมเป็นคนในครอบครัว เพราะความอบอุ่นที่ทำให้ผมหลงผิด แต่จะโทษเขาก็ไม่ได้ ผมมันคิดอกุศลไปเอง

 

            “เรียวเมย์ซังผมเรียกเขาด้วยเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่น

 

            “ว่าไงครับ

 

            “เอ่อ คิดจะมีคนรักไหมครับ เอ่อ คือ คิดจะเป็นพระไปตลอดรึเปล่าผมถามออกไปแล้วหลบสายตามองข้าวในจาน สมัยนี้คนเป็นนักพรตเพราะว่าครอบครัว โดยเฉพาะเขาที่สืบเชื้อสายมาจากนามสกุลอินาริโดยตรง เขาอาจจะอยากเลิกเป็นนักพรตตอนไหนก็ได้ และจู่ๆอาจจะไปแต่งงานกับสาวสวยสักคน ผมไม่รู้ว่าจะทนเห็นภาพนั้นได้ไหม

 

            “อืม ไม่แน่ใจเหมือนกัน แล้วนาโอยูกิล่ะเขากลับย้อนมาถามผมอีก

 

            “ผม.. เอ่อ ผมไม่แต่งงานหรอกครับก็เพราะว่าผมรักคุณนี่ ผมจะไปแต่งงานกับใครได้อีก ผมก้มหน้าลงกินข้าวเร็วๆ เมื่อรู้สึกได้ว่าเขาเงียบ จึงเงยหน้าขึ้นมอง เขายิ้มน้อยๆแล้วเอื้อมมือมาปัดๆแถวแก้มผม

 

            “ข้าวกระเด็นติดแก้ม แต่ก็ยังน่ารักนะ

 

            “แกร๊ก !!ตะเกียบผมร่วงจากมือกลิ้งไปตามพื้นทันที สิ่งสำคัญไม่ใช่คำพูดของเขา เรียวเมย์ซังชอบพูดลอยๆประมาณนี้กับผมเสมอ แต่เพราะสายตาประหลาดนั่นต่างหาก ผมแก้มร้อนผ่าวอีกครั้ง

 

            “นาโอยูกิจู่ๆเขาก็เรียกเมื่อผมก้มลงหาตะเกียบ ผมจึงต้องลุกขึ้นมานั่ง

 

            “ครับ?”

 

            “จะเลิกเป็นพระหรือเปล่าไม่รู้ แต่ไม่ว่ายังไงชาตินี้พี่ก็ไม่แต่งงานกับผู้หญิงที่ไหนหรอกนะเขาพูด สายตาจริงจังจ้องเหมือนแฝงความนัยอะไรมาให้ ผมทำตัวไม่ถูก ไม่อยากคิดไปเองว่าเขากำลังพยายามจะสื่อสารอะไรผ่านดวงตาคู่นั้น ผมทำทีเป็นพยักหน้า แล้วขอตัวเก็บจาน ผมรีบลุกหนีแล้วเข้าห้องนอนของตัวเอง ปิดประตูสนิท แล้วนั่งลงอย่างหมดแรง

 

            พระเจ้า ! นี่นอกจากผมจะไม่เก่ง ไม่มีพลังพิเศษ แล้วผมยังไม่สามารถเป็นองเมียวจิด้วยใจที่บริสุทธิ์ได้อีกด้วย ผมร้องไห้เงียบๆเพราะไม่รู้จะทำยังไง ผมรู้สึกผิดต่อตัวเอง จนนอนไม่หลับแทบทั้งคืน

 

            ในสภาวะหลับๆตื่นๆ ราวกับผมฝันเห็นเจ้าจิ้งจอกสีเงินนั่นอีกครั้ง ตั้งแต่ผมมาอยู่ที่ศาลเจ้านี้ ผมฝันเห็นเกือบทุกคืน สัมผัสที่ร้อนรุ่ม จูบที่ลากวนและดึงเอาสติของผมหลุดลอย ความรู้สึกกึ่งทรมานกึ่งรู้สึกดีไหลวนไปทั่วทั้งตัว ร่างกายร้อนขึ้นทุกขณะ ไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นไข้เหมือนอย่างที่อาจารย์บอกหรือเปล่า

 

ผมถูกจูบครั้งแล้วครั้งเล่า นี่ผมเกลียดเจ้าจิ้งจอกมากขนาดที่ฝันเห็นตลอดเลยงั้นเหรอ ผมอยากจะลืมตา แต่ก็ทำได้เพียงนิด ผมไม่รู้แล้วว่าอะไรฝันและอะไรจริง เมื่อสัมผัสเร่าร้อนทำให้ต้องครางเบาๆ  บางครั้งก็รู้สึกดีจนสมองโล่งว่าง ได้แต่แอ่นตัวรับสัมผัสนั้น คืนแล้วคืนเล่า แต่ผมไม่เคยถูกรุนรานเหมือนในวัยเด็ก นั่นทำให้ผมมั่นใจได้ว่ามันเป็นเพียงแค่ฝันและผมไม่เคยเห็นหน้าเจ้าจิ้งจอกนั่นแม้สักครั้ง

 

            “อาจารย์ ผมขอโทษผมสะอื้นแผ่วๆ เมื่อรู้สึกผิดจนทนไม่ไหว แม้แต่ยามหลับ ผมยังเผลอเห็นเจ้าจิ้งจอกนั่นเป็นหน้าเขา ..ชั่วพริบตาหนึ่ง

 

 

------------------------------------------------------------------------------------------

 

つづく


คู่นี้มาแบบหน่วงๆ นาโอยูกิหลงรักพ่อจิ้งจอกหัวปักหัวปำ แล้วก็ทรมานอยู่คนเดียวเลยด้วย T^T
อาจารย์เรียวเมย์คนดี(?) ก็หลอกล่อมาลักหลับได้ทุกวี่วัน ร้ายกาจ!


NamKudos >> จิ้งจอกเจ้าเล่ห์ด้วย ทำเป็นอ่อนโยน ลับหลังหื่นสุด !
=_=!!!KwAnZ@ >> มาอย่างต่อเนื่องให้นะคะ > <
โหล่วโล้ >> นอกจากหลอกเป็นอาจารย์แล้ว ยังหลอกมาลวนลาม แล้วเจ้าตัวก็ไม่รู้ด้วย หึหึ 
Yokai  >> นาโอะจังหลงมาก รักมากเลยค่ะ ฮืออออออ ก็ได้ใจเจ้าจิ้งจอกล่ะ
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,738 ความคิดเห็น

  1. #1575 ยิ้งฉุบ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 21:37
    นี่นังจิ้งจก เอ้ย จิ้งจอก หล่อนก็ชอบเค้ายังไปทำให้เค้าทุกข์ใจอีก มาให้สับหางซิ!!!
    #1,575
    0
  2. #1484 Nantashi (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:25
    นี่ไปร่ายมนต์ใส่เขาใช่ไหมเนี่ย นาโอยูกิจังทำไมชีวิตรันทดขนาดนี้อะ ฮือ
    #1,484
    0
  3. #1388 itzmeboombim (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 08:42
    ต่อหน้านี่สร้างภาพขั้นสุด แต่พอนาโอะไม่รู้ตัวนี่ก็มารหื่นสุดๆ 
    #1,388
    0
  4. #1386 Chocoe'clair (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 19:14
    นาโอยูกิทิ้งมันนนน? เพราะอ่านใจได้เลยสบาย ๆ ไม่กลัวนาโอยูกิเปลี้ยนใจสินะ เดี๋ยวเถอะ
    #1,386
    0
  5. #1345 Fasha (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 18:03
    เรียวเมย์อ่านใจได้ไม่ใช่รึ... ขุ่นพระ นาโอยูกิลู๊กกกกก
    #1,345
    0
  6. #1247 InLove (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 20:51
    โอ๊ยนาโอะจังง น่าสงสาร โดนจิ้งจอกเจ้าเล่ห์หลอกเข้าเต็มๆ แถมยังโดนลักหลับทุกคืนอี้กกก
    #1,247
    0
  7. #1160 baekbow (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 22:09
    โง๊ยยย ไม่ใช่ฝันแล้วแบบนี้อ่ะ ร้ายจริงๆเลยเรียวเมย์เนี่ย
    #1,160
    0
  8. #1029 Bennie_ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 09:27
    นึกว่าจะเลิกลักหลับนาโอยูกิแล้วซะอีก นี่แอบเข้าห้องทุกคืนเลยเหรอ!? เรียวเมย์เจ้าเล่ห์เกินไปปป
    #1,029
    0
  9. #850 fe&font (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 07:15
    มาหลอกทุกคืนเลยเรอะ!!!
    #850
    0
  10. #615 zozine (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 16:21
    หื่นจริงๆเจ้าจิ้งจอก
    #615
    0
  11. #280 love_forever @Forever_loveA7 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 11:06
    ได้กลิ่นมาม่ามาแต่ไกล
    #280
    0
  12. #135 Yokai (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 กันยายน 2558 / 10:52
    โถวววววว นาโอะจัง! น่าสงสารอ่า หลงเองเจ็บเองอยู่คนเดียว อิตาเรียวเมย์! จบเอกการสร้างภาพมาเรอะ! คนดีเหลือเกินนนนนน นี่อะไร ตอนกลางคืนก็ยังไม่เว้น อย่าบอกนะว่าแอบตอดทุกคืนเลย!? // คอยดูนะจะยุให้นาโอะจังสับหางให้นทั้งสิบ(?)หางเลย!



    ปล. ไม่เคยหมั่นไส้พระเอกเรื่องไหนเท่านี้มาก่อนเลยค่ะ 555555
    #135
    0