[僕の 妖怪 ] ปีศาจของผม [Yaoi] || รีปริ้น

ตอนที่ 20 : ภาค 1 ตอนที่ 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,794
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 116 ครั้ง
    31 ส.ค. 58







19

 

 

แสบร้อน ผมพลิกตัวแล้วสูดปากเบาๆ รู้สึกเหมือนผิวหนังตึงไปหมดทั้งตัว แสบจี๊ดขึ้นสมองเมื่อมีอะไรเย็นๆมาแตะแขน ผมปรือตามองอย่างเหนื่อยอ่อน หัวหนักอึ้ง มิซากิตัวน้อยมองตาผม เขามีบาดแผลเล็กน้อยจากไฟไหม้  ..ไฟไหม้ ? ผมสะดุ้งตัวลุกพรวดขึ้นมานั่ง เจ็บจนน้ำตาเล็ด จะลุกก็ลุกไม่ขึ้น มิซากิรีบมาจับผมให้นอนลงเหมือนเดิม ครั้งสุดท้ายที่ผมจำได้ คือ ไคริกรีดร้องอยู่ในบ้านของผม ท่ามกลางเปลวไฟจากตัวเขา

 

            “ไคริจังล่ะ ?” ผมถามเสียงแหบแห้ง แม้จะพยายามพูดแต่ดูเหมือนเสียงจะออกมาแค่น้อยนิด มิซากิมีแผล .. แสดงว่าแม้แต่เขาก็เอาไคริจังไว้ไม่อยู่

 

            “หายไปแล้วเสียงทุ้มต่ำของใครอีกคนดังขึ้นตอบคำถามผมแทน บานประตูที่เปิดแง้มอยู่เปิดออกกว้าง ผมเพิ่งตระหนักได้ว่า ที่นี่ไม่ใช่บ้านของผม เป็นสถานที่ที่ไม่คุ้นเอาซะเลย ผมมองหน้าคัตสึโทชิ เขาเองก็มีแผลเยอะพอตัว

 

            “หมายความว่าไง ?”

 

            “ไคริจัง สับสนมาก นั่นเป็นผลให้เขาควบคุมตัวเองไว้ไม่อยู่ เขาเคยเป็นอย่างนั้นมาแล้วครั้งนึง ตอนที่ให้กูมารักษา แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ เขาทำร้ายมึง และมึงก็สลบเหมือนคนตาย นั่นทำให้เขาสติแตกไปเลย โชคดีแล้วที่มึงไม่ได้ตื่นอยู่ เขาไม่เป็นตัวของตัวเอง อืม ไม่สิ อาจจะได้เป็นตัวของตัวเองครั้งแรกก็ได้  ไฟของเขามันเปลี่ยนสี แน่นอนว่าสีฟ้านั่นมีผลมากที่สุด มันลุกโหมและทำให้ทุกอย่างกลายเป็นเถ้าถ่านเพียงชั่วพริบตา แน่นอน ..บ้านของมึงด้วย พวกองเมียวจิบ้าบอนั่นพยายามหยุดเขา ทั้งๆที่ปลุกเขาขึ้นมาเอง แต่โดนอาละวาดเสียปางตาย เจ้าตัวหนีหายไปไหนก็ไม่มีใครรู้ได้คัตสึโทชิ มองตรงมายังผม ผมอธิบายไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้ ผมคิดอะไรไม่ออกด้วยซ้ำ

 

            “พ่อล่ะผมพยายามฝืนลุกขึ้นอีกครั้ง มิซากิทายาให้ผมหมดพอดี ไอเย็นวิ่งรอบตัว ทำให้รู้สึกดีขึ้นบ้างเล็กน้อย

 

            “เขาพาเด็กๆที่บ้าน และคนอื่นๆหนีออกมาจากกลุ่มองเมียวจิที่ติดสอยห้อยตามตัวหัวหน้ามา ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บสาหัส จะมีก็แค่เล็กน้อย ตอนนี้ทุกคนมาอยู่บ้านของมิซากิชั่วคราว เพราะว่าอยู่ในป่าลึก ค่อนข้างใหญ่ และพวกองเมียวจิคงไม่ตามมาเจอเราง่ายๆ พวกมันหลอกใช้ไคริจัง ให้มาหาเรา จากนั้นก็ถล่มรังปีศาจไงล่ะ พ่อของมึงร่ายมนตร์ไม่ให้มนุษย์หรือพวกองเมียวจิเห็นบ้านเอาไว้อยู่แล้ว แต่พอไคริจังก้าวผ่านเข้าไปและสติแตก ปล่อยพลังรั่วไหลออกมา พวกมันก็เลยจับได้ว่าเราสุมหัวกันอยู่ที่นั่นหน่ะสิคัตสึโทชิพูดเรียบๆ ไม่มีวี่แววโมโหอะไร ทั้งๆที่เขาทำหน้าที่คอยดูแลบ้านมาตลอด ผมคิดว่าเขาจะโกรธมากกว่านี้เสียอีก

 

            “งั้นกูไปหาพ่อก่อนนะผมรีบยันตัวลุกขึ้น ลากตัวอันหนักอึ้งออกไปที่ประตู คัตสึโทชิไม่ได้ห้าม แต่เข้ามาช่วยพยุงผมเพื่อเดินออกไปด้านนอก

 

            ข้างนอกเต็มไปด้วยต้นไม้และบึงเล็กๆ เหล่ากัปปะน้อยใหญ่เล่นน้ำอยู่ในบึง นั่งอยู่ตามโขดหิน ถึงจะไม่มากมายอะไรนัก แต่มากพอที่จะทำให้ผมจ้องมองอยู่พักใหญ่  โดยปกติแล้วกัปปะรักสันโดษ จะไม่อยู่รวมกันมากอย่างนี้

 

            “พ่อ..ผมเรียกพ่อที่ยืนห่างจากพวกกัปปะไม่มากนัก

 

            “ทำหน้าอะไรอย่างนั้น มานี่พ่อหันมามองผม กวักมือเรียกให้เข้าไปหา ปีกของเขาแหว่งไปเล็กน้อย และมีแผลที่แขนอีกนิดหน่อย เล็กเสียจนถ้าไม่สังเกตคงไม่เห็น แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็รู้สึกผิดเมื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พ่อบาดเจ็บ แต่แทนที่ผมจะโกรธไคริจัง ผมกลับไม่มีความรู้สึกนั้นอยู่เลย ผมจำแววตาตื่นตระหนกก่อนหน้าที่ผมจะหมดสติไปได้ สีหน้าที่แสนจะบีบหัวใจ

 

            “ผมขอโทษ.. ทุกคนเดือดร้อนเพราะผมผมพูดอย่างจริงจัง แต่พ่อส่งสายตาอ่อนโยนมาให้ แล้วลูบหัวผมเบาๆ

 

            “ก็เตือนไปแล้วตั้งแต่แรก เฮ้อ แต่เอาเถอะ พ่อไม่โกรธอะไรหรอก ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แล้วพวกชิมิซึนั้นก็จ้องเล่นงานพ่อมาแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่พ่อของเมียแกตาย ชิมิซึก็เงียบกริบ เก็บตัวไปเลย คงเพราะพวกมันไม่ได้มีพลังอย่างเมียแก ว่าแต่ เขาไปไหนแล้วล่ะ พ่อออกไปจัดการพวกน่ารำคาญที่มาจู่โจมเราทีเผลอ พอกลับไปอีกทีเหลือแต่ซากเลยพ่อยักไหล่ ดูไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก

 

            “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

 

            “หึ จะไปตามไหม ?” พ่อหันมาสบตากับผม คำถามนั้นเหมือนไม่ได้ต้องการให้ผมตอบ พ่อพูดลอยๆ แล้วเดินแยกไปอีกทาง

 

            “ไปครับ ! ผมจะไปผมตะโกนตอบพ่อไป

 

            “ดี ลูกผู้ชายมันต้องอย่างนี้ พากลับมาให้พ่อตีก้นสักทีสองทีเถอะพ่อหันกลับมายกนิ้วโป้งให้ผม ก่อนจะทำท่าตีเบาๆในอากาศ  ผมยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าพ่อเข้าใจผม แถมยังไม่ว่าอะไรที่ผมจะไปตามเขากลับมา

 

            “พ่อ แต่เขาเผาบ้านเราเรียบเลยนะผมถามอย่างแปลกใจ

 

            “ก็แค่ของนอกกาย ไม่ตายก็สร้างใหม่ได้จริงไหม ? ฉันคิดว่าความสุขของแกสำคัญกว่าเศษไม้พวกนั้นนะฮิโรโตะ แกทำอะไรแล้วมีความสุข ก็ทำเถอะ ถึงเราจะอายุยืนกว่าคนทั่วไป แต่ถ้าแกได้อยู่กับคนที่รักเมื่อไหร่ จะรู้สึกว่าอยากอยู่กับเขา ตั้งแต่วันแรกที่เจอหน้า ไม่อยากเสียเวลาไปสักวินาทีเดียวเลยด้วยซ้ำ ว่างั้นไหม?” พ่อยิ้มแล้วหันไปจับมือกับแม่ที่เดินมาหาพอดี แม่ยิ้มละมุนให้ทั้งพ่อและผม

 

            “ไปสิ เจ้าลูกคนนี้ ป่านนี้หนูไคริคงกลัวแย่แล้วแม่ผมโบกมือเป็นเชิงไล่ ผมก้มหัวให้พวกเขา แล้วออกบิน ทั้งๆที่เพิ่งโดนเล่นงานมาหนัก แต่ผมกลับไม่รู้สึกล้าอีกต่อไป เมื่อเทียบกับความเป็นห่วงที่สุมอยู่ในใจ ความเจ็บภายนอกก็ทำอะไรผมไม่ได้อีก  ผมบินตามหาเขาไปทั่วป่า แต่ไม่เห็นวี่แวว ผมหาอยู่นานจนล้า ในที่สุดก็ต้องยอมแพ้และกลับไปที่บ้านของมิซากิ

 

            และตามคาด ผมไปโรงเรียนก็ไม่เห็นวี่แววของไคริจัง เขาหายตัวไปโดยไม่ได้ติดต่อกับใครทั้งนั้น  จนตกเย็น หนุ่มตัวเล็กผมยาวก็เดินขมวดคิ้วตรงมาที่ผม

 

            “ไคริล่ะ.. ทำไมเขาไม่มาสอนเขาเดินมาหาผมที่โต๊ะแล้วพูดเบาๆ  ไม่ค่อยสบตาด้วย เหมือนจะหวาดๆผมเล็กน้อย ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่านาโอยูกิไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย ผมนิ่งคิดอยู่สักพัก รอจนนักเรียนออกไปหมดห้องเหลือแต่ผมกับริวทาโร่ ผมถึงค่อยๆเล่าให้เขาฟัง ตั้งแต่เรื่องที่ถูกชิมิซึเรียกให้ไปหา นาโอยูกิตั้งใจฟัง และมีท่าทางเคร่งเครียด  พอผมพูดจบ เขาก็วิ่งออกไปจากห้อง โดยปกตินาโอยูกิตอนอยู่ที่โรงเรียนเขาจะเชื่องช้า เงียบสงบ ผมรีบวิ่งตามเขาไป วิ่งเร็วกว่าที่คิดแฮะ เผลอแปปเดียวเขาเข้าไปในลิฟท์ที่อยู่สุดทางเดินของตึกเรียนเรียบร้อย  ผมร่ายมนตร์บังตาไม่ให้ใครเห็นผม และบินลงไปรอเขาด้านล่าง

 

            “จะไปไหนเหรอผมถามเขาเมื่อเขาออกมาจากประตูหน้า

 

            “เฮ้ย เอ๊ะ ?” เขาทำหน้างงและตกใจเมื่อเห็นผม ถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยซ้ำ เดี๋ยวก่อน? นายเป็นคนปราบปีศาจแล้วจะมากลัวทำไมเนี่ย

 

            “ไปไหนผมถามซ้ำอีกครั้ง

 

            “ไปหาอาจารย์หน่ะสิ เขาต้องช่วยตามหาไคริได้แน่ๆ เขาเก่งมากเลยนะนาโอยูกิพูดด้วยแววตาจริงจังแสนซื่อ เออแหะ เจ้าจิ้งจอกหลอกเขาได้สนิทใจเลยนะ ผมทำเป็นอือออกับเขา แล้วตามเขาไปที่ศาลเจ้าอินาริ เรียวเมย์หดหางแทบไม่ทัน ผมล่ะลุ้นให้นาโอยูกิเห็นหางฟูๆของจิ้งจอกนั่นเสียที แต่คนข้างตัวผมยังทำหน้าตาไม่รู้เรื่องราวอะไร แล้ววิ่งเข้าไปหาเรียวเมย์ ขอร้องให้เขาช่วยหาไคริ

 

            “พี่รู้เรื่องแล้วเมื่อวานนี้  พวกชิมิซึบุกเข้าไปในบ้านของฮิโรโตะ พยายามจับภูติผีปีศาจที่หายากและมีพลังสูง แต่พวกมันก็ทำไม่สำเร็จ ไม่สิ ไม่เชิง เขาจับไปได้ตัวหนึ่งเจ้าจิ้งจอกพูดกับนาโอยูกิ ก่อนจะสบตากับผม

 

            “จับได้ ?” ผมขมวดคิ้ว คัตสึโทชิว่าทุกคนปลอดภัยนี่นา

 

            “แมวดำเรียวเมย์ลากเสียง ผมนิ่งไปชั่วอึดใจ มิ้นเหรอ ?

 

            “พวกนายไปที่บ้านฉันเมื่อคืนนี้เหรอผมถามออกไป  เรื่องเกิดขึ้นเร็วมาก เขาไม่น่าจะรู้เรื่องชัดเจน ถ้าไม่ได้ไป

 

            “เจ้าแมวแวะไปที่บ้านแก และตามไคริออกไป เขาพลัดหลงระหว่างทาง ขณะที่กำลังกลับมาหาฉันก็ถูกหนึ่งในองเมียวจิจับได้ เด็กๆของฉันที่เฝ้าอยู่หน้าวัดเห็นเขา และหลบหนีมาบอกข่าวเรียวเมย์เดินเข้ามาพูดกับผมเสียงเบา

 

            “ผมต้องไปตามหาไคริ ผมจะไปรอที่วัดชิมิซึนาโอยูกิโพล่งขึ้น

 

            “อยู่เงียบๆที่นี่นั่นแหละ เดี๋ยวเขาได้จับไปเป็นตัวประกันหรอก เจ้าพวกนั้นก็ออกตามหาไคริเหมือนกัน แต่ถึงเจอ ถ้าเขาไม่ยอมกลับมา พวกมันก็คง .. ฆ่า

 

            “อะไรนะ?” ทั้งผมและนาโอยูกิร้องขึ้นอย่างตกใจ

 

            “ถ้าไม่ได้เป็นพวกเดียวกัน ก็เป็นศัตรู นาโอยูกิ เธอเองก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าพวกเขาเป็นยังไง ที่ยังไม่เคลื่อนไหวออกมาก็เพราะว่ายังไม่มีคนที่สมควรจะเป็นหัวหน้าหลังจากพ่อของเธอตาย ตอนนี้พวกเขาเล็งไคริ คนเก่งๆหน่ะ ถ้าไม่ได้มาเป็นพวก มันก็อันตราย ฆ่าซะเลยจะปลอดภัยกว่า เพราะงั้นช่วงนี้ให้อยู่เงียบๆ ไม่ต้องไปสอนที่โรงเรียนด้วย พวกมันอาจจะจับตัวเธอเพื่อไปล่อไคริจังออกมา เพราะงั้นมาอยู่ซะที่นี่ล่ะช่วงนี้ เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าไป พี่ขอคุยกับเขาก่อนเรียวเมย์พูดเสียงดุ นาโอยูกิเม้มปาก ท่าทางไม่ค่อยอยากฟังเท่าไหร่ แต่ก็ยอมเดินเข้าไปด้านในของวัด

 

            “แต่เขาก็จับตัวประกันไปแล้วนี่ผมพูดทันทีที่เหลือกันอยู่สองคน

 

            “หือ เจ้าแมวนั่นหน่ะเหรอ เห็นอย่างนั้นกะล่อนจะตายไป เดี๋ยวก็หาทางออกมาได้เอง ตอนนี้ฉันส่งเด็กๆไปตามหาแล้ว แต่ยังไม่เจอ เขาคงเตลิดไปไกลพอสมควร ระหว่างนี้ก็หลบๆซ่อนๆจากพวกองเมียวหน่อย พวกมันเริ่มออกตามล่าเราแล้ว ฉันอยู่ในวัด และมนตร์พรางตัวค่อนข้างแรงกว่าพวกมัน เพราะฉะนั้นไม่มีปัญหา นายช่วยสงบจิตสงบใจ และเตรียมตัวไปพาเขากลับมาเถอะ ถ้าเด็กๆของฉันเจอเขาเมื่อไหร่ ฉันจะส่งไปบอกนายที่บึงกัปปะนะเรียวเมย์ตบบ่าผม

 

            ผมก็ได้แต่พยักหน้า และรอคอยข่าวคราวของไคริจัง แต่จนแล้วจนรอด วันเวลาผ่านไป หนึ่งสัปดาห์ สองสัปดาห์ หนึ่งเดือน ก็ไม่มีใครหาตัวไคริเจอ มีอาจารย์คนใหม่เข้ามาสอนวิทยาศาสตร์แทนเขาเรียบร้อยแล้ว ผมเองก็ทนอยู่นิ่งๆ

ไม่ไหว ออกตามหาทุกป่า ทุกพื้นที่ ขอร้องให้ริวทาโร่ช่วยกันตามหา จนมิ้นหนีรอดจากพวกองเมียวนั่นมาและช่วยกันตามแล้ว ก็ไม่มีวี่แวว

 

            เหมือนจู่ๆเขาก็หายไป…. เหมือนไม่เคยมีตัวตน

 

……………………………………………

 

( :: ไคริ :: )

 

            ผมจดจำได้แต่กลิ่นไหม้ ควันสีดำที่ลอยคลุ้งทั่วตัว ไฟสีฟ้าที่พุ่งออกจากตัวผม ทำลายล้างทุกสิ่งที่ล้อมรอบ เศษซากของปีกสีดำขลับนุ่มนวลที่ผมหลงใหล มอดไหม้ ยับเยิน รอยแผลจากการถูกไฟเผาขึ้นอยู่ทั่วตัวฮิโรโตะ ถึงอย่างนั้นเขาก็พยายามจะกอดผมเอาไว้ จนเขาล้มลงที่พื้น ไม่อาจขยับเขยื้อนไปไหน ผมพยายามหนีไปให้ห่างจากเขา ผิวเรียบเนียนที่ผมเคยลูบเป็นรอยไหม้น่ากลัว ปีกของเขาหมดสภาพ เขาเจ็บ .. และผมเองก็เช่นกัน

 

            “คุณหนู อย่าหนีไปไหนเลยครับ ใจเย็นๆนะครับ นายน้อยไม่เป็นอะไรหรอกกัปปะตัวน้อยพยายามจะเข้ามาดับไฟในตัวผม แต่เขากลับได้รับลูกหลงเป็นสะเก็ดไฟจากผมที่พุ่งใส่เขา ผมส่ายหน้า วิ่งหนีออกจากบ้าน

 

            “ขอโทษ ขอโทษ มิซากิ ! ไปซะ ไปให้ไกลๆนะผมตวาดๆ เมื่อกัปปะน้อยยังไม่ยอมแพ้ วิ่งตามผมมา น้ำตาผมไหลเต็มสองแก้ม ตาพร่าเลือน

 

            ผมหลบหนีเข้าไปในป่า ด้านหลังของวัดเก่าซึ่งนาโอยูกิเคยพาผมไป วิ่งไปเรื่อยๆอย่างไม่รู้จุดหมายปลายทาง รองเท้าของผมไปไหนก็ไม่รู้ เท้าของผมโดนบาดนับไม่ถ้วน ไฟจากตัวผมเริ่มสงบนิ่งและหายไป แต่ผมยังคงวิ่งต่อไปทั้งน้ำตา นี่ผมทำอะไรลงไป ผมบอกกับเขาว่าผมไม่มีวันทำอะไรเขา แต่ผมทำ .. ผมได้แต่พร่ำขอโทษและหวังว่าเขาจะได้ยิน ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งตามมาหนักๆ ผมหมุนตัวกลับไปมอง ฮิเดะวิ่งตามผมมา ผมหรี่ตามองเขา หลังจากที่เขาแสดงภาพพ่อกับแม่ให้ผมดู ผมก็หมดสติ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ฮิโรโตะกอดผม และผมเผาทุกสิ่งทุกอย่าง บ้านเขา ตัวเขา และความเชื่อใจของเขา

 

            “ไคริซัง กลับกันเถอะนะ ผมจะให้คนเตรียมน้ำอุ่นๆให้อาบ คุณเหนื่อยมามากพอแล้ว กลับไปพักให้สบายเถอะเขาค่อยๆก้าวเข้ามาหาผม

 

            “แกทำอะไรกับฉันผมพูดเสียงต่ำ ถอยห่างจากเขา

 

            “ผมไม่ได้ทำอะไร คุณสติหลุด แล้วก็อาละวาด ไม่เป็นไรนะ ให้ผมได้ช่วยคุณ มาสิ กลับด้วยกัน ขาคุณเลือดไหลใหญ่แล้วฮิเดะยิ้มอ่อนโยน ยื่นมือมาตรงหน้าผม ฉับพลันเห็นไอสีดำจากมือเขา ผมสะบัดมือและลูกไฟสีฟ้าพุ่งตรงใส่เขาทันที เกิดเสียงไหม้ดัง และเสียงสบถของเขา เขาร่ายมนตร์ใส่ผม ! และผมไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก ผมจ้องเขานิ่ง ฮิเดะเลิกยิ้มจอมปลอมแล้วดีดนิ้ว เหล่าองเมียวพุ่งตรงออกมาพยายามจับตัวผม ได้ ผมจะอาละวาดให้เต็มที่เลย ผมไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น ในหัวของผม มีแต่ภาพของฮิโรโตะ กลิ่นไหม้จากเนื้อเขา แววตาแสนห่วงใย สีหน้าที่เจ็บปวด ผมเผาพวกมันให้เรียบ ไม่สนใจเสียงกรีดร้องอย่างทรมาน ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ผมออกวิ่งอีกครั้ง วิ่งลึกเข้าไป แม้ว่าเท้าจะเปียกและเหนียวจากเลือดของผม แม้ว่าหัวเริ่มมึนตื้อ ตาพร่ามัวจนมองอะไรไม่เห็น โลกของผมหมุนคว้าง น้ำตายังคงไหลไม่หยุด …. ฮิโรโตะ ขอโทษ ฉันทำนายเจ็บอีกแล้ว

 

            ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้ง มองไปรอบๆก็พบว่าตัวเองอยู่ในบ้านไม้เก่าๆ มีผ้าห่มคลุมตัวอยู่ช่วยให้อบอุ่นจากอากาศหนาวเย็นด้านนอก

 

            “ตื่นแล้วเหรอเสียงนิ่มๆจากชายหนุ่มดังขึ้น ผมหันไปตามเสียง เขานั่งอยู่อีกมุมที่ผมไม่ทันได้มอง เดินตรงไปจุดไฟในเตาผิง แสงสว่างอ่อนๆทำให้ผมมองในบ้านได้ชัดขึ้น เหมือนย้อนไปในอดีตเลยแฮะ ทุกอย่างที่นี่ดูเก่ามาก ไม่มีหลอดไฟด้วยซ้ำ ผมหันมองคนที่จุดไฟอีกครั้ง เขายิ้มให้ผมนิดหน่อย ร่างกายของเขาสูงใหญ่ แม้ว่าจะไม่เท่าฮิโรโตะ แต่ก็ดูแข็งแรง ใบหน้าคมดูดีแบบคนมีอายุใต้แสงไฟสีส้ม บนหัวเขามีหูสามเหลี่ยมสีเทา และหางพองฟูสีเทาแถบดำ ทานูกิ ?

 

            “เอ่อ ลุงพาผมมา ?”

 

            “ฉันเห็นเธอนอนอยู่กลางป่า เลือดไหลโชกเลย ก็เลยพามาทำแผล แถวนี้ไม่ค่อยมีใคร หรือตัวอะไรเข้ามา หนีอะไรมาล่ะเขาถลกผ้าห่มขึ้นแล้วตรวจแผลที่ขาของผม ผมพูดไม่ออก รู้แต่ว่าต้องไปจากที่นี่ ผมอาจจะทำร้ายเขาได้

 

            “ขอบคุณที่ทำแผลให้นะครับ แต่ผมต้องไปแล้วผมตั้งท่าจะลุก แต่ก็หน้ามืด ล้มลงไปนั่งที่เดิม

 

            “ไม่ต้องหนีไปไหนหรอก มนตร์ของฉันครอบคลุมพื้นที่ละแวกนี้ ฉันแปลงมันให้เป็นทางตัน ไม่มีใครเข้ามาได้หรอก นอนพักซะ จะออกไปหาอะไรมาให้กินเขายิ้มอ่อนโยน แล้วแตะเบาๆให้ผมลงนอนที่เดิม ความอบอุ่นส่งผ่านถึงผมจากสัมผัสนั้น ผมจ้องหน้าเขานิ่ง

 

            “ผมไม่กินอาหาร ผมกินปีศาจ และผมอาจจะกินลุงด้วย

 

งั้นเหรอ น่ากลัวจริงๆเลย หิวหรือยังล่ะ จะกินก็กินสิเขานั่งลงตรงหน้าผม แล้วก็ยิ้ม แววตาที่มองมาเหมือนผู้ใหญ่มองเด็กเหมือนเห็นผมไม่ประสีประสา

 

ทำไมผมพูดเสียงแผ่ว แต่ยังคงเหนื่อยอ่อนจนไม่อาจลุกขึ้นมาได้ คุณลุงทานูกิลูบหัวผมเบาๆ ไม่ตอบอะไร แล้วลุกออกจากบ้านไป ทุกอย่างเงียบกริบ ผมเข้าสู่ภวังค์และหลับไปอีกครั้ง ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน จนท้องร้องและได้กลิ่นหอมๆเหมือนกับปลา น้ำเย็นๆถูกกรอกเข้าที่ปากผมอย่างระมัดระวัง ผมรีบดื่มอย่างกระหาย ปรือตามองก็เจอลุงคนเดิมป้อนน้ำให้ผมอยู่

 

ท้องร้องเชียว ย่างปลาให้แล้ว มีผลไม้ด้วย เอ้าลุกมากินซะเจ้าหนูเขาพยุงให้ผมนั่ง แล้วเดินเอาอาหารมาให้ ตัวเขาเองก็เริ่มลงมือกินเหมือนกัน  ผมอยากจะถามอะไรเขา แต่เสียงท้องร้องทำให้ผมตัดสินใจกินปลากลิ่นหอมฉุยนี่เข้าไปเสียก่อน เรากินกันไปเงียบๆจนกระทั่งผมอิ่ม เขาก็ส่งน้ำให้ผมดื่ม

 

ตกลงหนีใครมาเขาถามผมเมื่อผมส่งน้ำกลับคืนไป

 

องเมียวจิ อืม ชิมิซึ ถ้าคุณรู้จักล่ะก็นะผมพูด สีหน้าเขาเปลี่ยนไป มือเขากำแก้วน้ำแน่น เอาแล้วไง ตระกูลผมช่างสรรหาเรื่องจริงๆ ไปที่ไหนก็มีแต่คนรู้จัก ในแง่ที่ไม่ดีด้วยนะ แววตาเขาแข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย

 

ตัวผมเองก็ชิมิซึเหมือนกัน ถ้าคุณรังเกียจ ผมจะไปเสียเดี๋ยวนี้

 

ถ้าเป็นพวกเดียวกันแล้วหนีมาทำไม ?” เขาพูดกับผมเสียงดัง เกือบจะเป็นตวาด ผมสะดุ้งเล็กน้อย เขาสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่

 

ขอโทษที ถ้าเธอหนีมา แสดงว่าไม่เห็นด้วยกับเจ้าพวกนั้น ฉันจะช่วยเธอเอง อยู่เสียที่นี่ แล้วไม่ต้องกลัวว่าจะกินฉัน ฉันไม่มีอะไรจะเสีย ที่อยู่นี่ก็แค่หายใจไปวันๆ ถ้าเธออยากจะกิน ไม่ต้องรู้สึกผิดอะไร ดีเสียอีก ฉันจะได้ไปให้พ้นๆเสียทีเขายักไหล่ ตาแววตาโกรธเกรี้ยวกลับเป็นเศร้าสร้อย  ผมเม้มปาก ค่อนข้างแน่ใจว่าที่เขาอยู่ตัวคนเดียวอย่างนี้ เป็นเพราะตระกูลของผม

 

ชิมิซึทำให้คุณเป็นอย่างนี้ใช่ไหมผมถามเสียงแผ่ว

 

พวกมันจับลูกชายและเมียของฉันไป พวกมันกินเธอ ฉันออกไปหาอาหาร กลับมาอีกที ก็เหลือแต่กองเลือดเท่านั้น……” เขาพูดแผ่วเบายิ่งกว่า ผมใจหาย กลัวว่าตัวเองจะทำอย่างนั้นเข้า กลัวว่าผมจะควบคุมตัวเองไม่ได้อีก

 

คุณลุงผมจะอยู่ที่นี่ แต่คุณลุงช่วยผมหน่อยได้ไหม ผมรู้ว่าผมไม่อยู่ในฐานะที่จะมาขอร้อง แต่ว่าถ้าคุณลุงช่วยผมสำเร็จ พวกเขาจะไม่ได้ออกมากินพรรคพวกของลุงอีก ไม่มีวัน !!!ผมประกาศกร้าว มองเขาอย่างจริงจัง คุณลุงทานูกินิ่งอึ้งไปชั่วอึดใจ ก่อนจะพยักหน้าให้ผม

 

เอาไงก็เอาเขาตอบรับ

 

ทานูกิ เป็นสัตว์ที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นสัตว์ที่ติดต่อกับเทพเจ้าเช่นเดียวกับจิ้งจอก เขามีมนตร์แปลงกาย และหลอกล่อให้มนุษย์ติดกับ เพียงแค่เอาใบไม้แปะลงที่หน้าผาก จะแปลงร่างเป็นอะไรก็ได้ทั้งนั้น คุณลุงทานูกิอยู่ในป่านี้มานาน นานมากพอที่จะพัฒนามนตร์ของเขา ให้สามารถแปลงอย่างอื่นที่เอาใบไม้แปะลงไปได้ด้วย เขาจึงแปลงทางเข้ามาในบริเวณบ้าน ให้เป็นทางตัน ไม่ว่าใครก็ไม่อาจเข้ามาได้ แต่เราสามารถมองออกไปเห็นภายนอก

 

ผมอยู่กับคุณลุงจนกระทั่งหิวจัด เกือบจะกินเขาเข้าให้หลายต่อหลายครั้ง แต่คุณลุงก็ยังเอาตัวรอดมาได้ พยายามเอาอาหารให้ผมกิน ส่วนผมก็พยายามควบคุมทั้งความหิวและพลังของตัวเอง ผมทรมานอยู่นานนับเดือน แต่ก็รอดพ้นจากการจับคุณลุงกินจนได้ แม้บางครั้งผมจะอาละวาดจนป่าแถวนั้นพังไปเป็นแถบแต่ผมขอคุณลุงเอาไว้ก่อนหน้านั้นว่า เวลาที่ผมขาดสติ ให้เขาแปลงเป็นการาสุเทนกุ ยิ่งผมบอกลักษณะของฮิโรโตะ และให้เขาแปลงบ่อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งเหมือนมากขึ้นเรื่อยๆ จนบางครั้ง ผมก็เผลอคิดว่าฮิโรโตะอยู่กับผมตรงนี้จริงๆ ด้วยร่างแปลงนั้น ทำให้ผมที่ขาดสติกลับมาเป็นคนเดิมได้เกือบทุกครั้ง

 

ผมอยู่ที่นี่นานจนเกือบลืมชีวิตของคนปกติ ผมเริ่มคุ้นเคยกับป่า เหล่าทานูกิที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย ภูติปลา และนางไม้ ผมละทิ้งเสื้อผ้า และอยู่กับธรรมชาติอย่างที่พวกเขาอยู่ จนกระทั่งผมได้กลิ่นหอมรุนแรง กลิ่นที่กระตุ้นความอยากอาหารของผม เขาของผมงอกยาว รวมไปถึงเขี้ยวและเล็บ

 

เกิดอะไรขึ้นฮับ ไคริจังเขางอกทานูกิน้อยทำตาแป๋วมองผม แต่ผมกำลังเป็นอันตรายต่อพวกเขา ผมวิ่งออกมาจากกลุ่มทานูกิ วิ่งหนีเข้าไปในบ้านของคุณลุง กลิ่นหอมนั่นใกล้เข้ามา ผมพยายามวิ่งหนี ผมไม่อยากจะทำร้ายใครเข้า

 

เป็นอะไรลุงทานูกิโผล่เข้ามาพอดี เขาจับตัวผมไว้

 

ผมมองออกไปยังทางเข้าที่ถูกมนตร์บังตาร่ายเอาไว้ ปีกสีดำสวยงามที่แสนคิดถึง ขยับขึ้นลงอยู่ตรงนั้น ดวงตาสีดำใหญ่โตมองไปรอบๆเหมือนหาอะไรบางอย่าง ต่อให้คุณลุงแปลงเป็นเขาเหมือนสักเท่าไหร่ ผมก็แยกออกในทันทีว่าตัวจริงยืนอยู่ตรงนั้น ห่างจากผมไปไม่กี่ก้าว กลิ่นหอมนั่นมาจากเขา กลิ่นที่ทำให้ผมอยากกระโจนเข้าหาแล้วกินเขาเสีย ผมตัวสั่นระริก พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่หายใจ ไม่สูดดม แต่ตายังคงจับจ้องไปที่เขา

 

ไคริจังเสียงทุ้มตะโกนเรียกผม เขาบินใกล้เข้ามา ผมหายใจไม่ออก ยืนตัวแข็งทื่อ ในขณะที่ลุงทานูกิมองตามสายตาของผม            

 

พาผมไป .. พาผมไปจากที่นี่ผมพูด กำมือตัวเองแน่นจนเจ็บ ความคิดถึงและความอ่อนไหวถาโถมเข้าใส่จนแทบยืนไม่อยู่ ที่เหนือไปกว่านั้น สติผมกำลังจะหลุดลอย สัญชาตญาณของผมถูกปลุกเร้าอย่างรุนแรง ถ้าผมออกไปหาเขาตอนนี้ ผมจะทำร้ายเขาอีกครั้ง และคราวนี้ ผมจะไม่มีทางอภัยให้ตัวเองอีกเลย

 

 

 

------------------------------------------------------------------------------------------

 

つづく

 

 

บิ๊กอายไม่ได้มองเห็นหรอกนะคะ เพราะมีมนต์ของลุงทานูกิปิดไว้อยู่
อาจเป็นเพราะพลังแห่งรัก หรืออะไรก็ตาม ทำให้นำพาเขามาอยู่ตรงนี้จนได้

แต่ไคริจังไม่ยอมเสี่ยงที่จะเจอเขาอีก เพราะว่ากลัวตัวเองจะทำร้าย
ทีนี้จะทำยังไงกันต่อไป บิ๊กอายจะคิดถึงจนขาดใจตายไปเลยไหม รอลุ้นกันต่ออออ

ปล.พี่ยักษ์เป็นพวกสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก(?) เพราะฉะนั้นหนาวแค่ไหนก็ไม่มีปัญหาค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 116 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,738 ความคิดเห็น

  1. #1566 ยิ้งฉุบ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 16:18
    ฮือออออ ไคริจังสู้ๆนะ อะไรที่ไครอจังคิดจะทำ ต้องทำได้แน่ๆ
    #1,566
    0
  2. #1475 Nantashi (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:18
    เอ้าาา แล้วจะเจอกันไหมอะ ฮือออ ไคริจ๊างงง
    #1,475
    0
  3. #1377 itzmeboombim (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 19:10
    หนียังไงก็คิดถึงกันอยู่ดีนั่นแหละ สงสาร
    #1,377
    0
  4. #1238 InLove (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 17:13
    สงสารอะะ ดราม่าอะไรเบอร์นี้
    #1,238
    0
  5. #1152 baekbow (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 18:45
    อย่าหนีสิ ฮิโระตามหาไคริมานานมากนะ เขาไม่ได้โกรธเลย เขาอยากเจอมากๆด้วย ใครก็ได้ช่วยที สงสารทั้งคู่อ่ะ
    #1,152
    0
  6. #1020 Bennie_ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 15:48
    ชะตาชีวิตเล่นตลกอะไรกับไคริจังเนี่ย ตอนหลัง ๆ ดราม่าหนักมาก ;--;
    #1,020
    0
  7. #889 เนะนนุุน (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 16:14
    ยิ่งอ่านยิ่งรำคานไคริ เขาบอกว่าอย่าไปก็ยังดื้อจะไป เห้ออ

    #889
    0
  8. #839 fe&font (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มกราคม 2559 / 18:36
    ไคริใจเย็นนนนน
    #839
    0
  9. #594 zozine (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 07:03
    อยากให้ไคริควบคุมตัวเองได้เร็วๆ
    #594
    0
  10. #267 love_forever @Forever_loveA7 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2558 / 17:36
    ไคริจัง ยังควบคุมตัวเองไม่ได้อีกเหรอ? เมื่อไหร่จะได้ไปเจอฮิโรโตะละ สงสารเจ้านกละน้า ไม่อยากม่าแล้วอ่ะ
    #267
    0
  11. #115 A.Iliad (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 11:46
    รอๆๆๆ ไคริจังจะจัดการองเมียวจิยังไง ไคริอย่าหนีฮิโรโตะเลยนะ ฮิโรโตะหาไคริให้เจอใกล้แค่เอื้อมแล้ว
    #115
    0
  12. #82 Yokai (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 กันยายน 2558 / 14:54
    มาม่าาาาา ฮืออออ หวังว่าจะเจอกันเร็วๆนะ องเมียวจิอะไรป่าเถื่อนที่สุดดดดด รอไคริจังไปจัดการให้เรียบเลยยยย! // รู้สึกดีใจจังที่น่าโอะจังไม่เก่งเลยไม่ได้ไปอยู่กับพวกตระกูลหลัก



    ปล. แบบนี้นี่เอง พี่ยักษ์ก็เลยหนังเหนียว(?) ถึงได้ตายด้านสินะ 55555 (เกี่ยว?)
    #82
    0
  13. #81 Hnontaopuy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 กันยายน 2558 / 14:38
    มันเลิศมากกกกกกกกกกกกกกกก
    อ่านแล้วฟินสุดยอดไปเลย ติดตามค่ะ
    #81
    0
  14. #79 น้ำหวาน (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 กันยายน 2558 / 05:52
    สงสารไคริอ่า

    แต่ก็คิดถึงใจคนรออย่างฮิโรัมั่งเน้อ

    #79
    0