[僕の 妖怪 ] ปีศาจของผม [Yaoi] || รีปริ้น

ตอนที่ 2 : ภาค 1 ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,330
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 352 ครั้ง
    6 ส.ค. 58



1

 
 

 

ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้ง หรี่ตามองไปรอบๆตัวก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องที่ไม่คุ้น ไฟปิดมืดสนิทแต่มีแสงลอดมาจากผ้าม่านนิดหน่อย น่าจะเป็นรุ่งเช้า ผมคลำๆไปบนเตียงก็เจอมือนิ่มๆหยุ่นๆ ผมจึงรีบกระชากผ้าห่มออกแล้วมองลงไป ..

 

            งืออมิ้นส่งเสียงพึมพำ เธอยังอยู่ในชุดสีแดงวาบหวิวตัวเดิม ผมจึงปิดผ้าห่มกลับ กุมหัวตัวเองอย่างงุนงง

 

            ภาพเมื่อวานเริ่มฉายซ้ำไปมาอยู่ในหัว เดี๋ยวสิ ! เมื่อวานผมเจอเจ้าปีศาจสามตัวนั่น แล้วไหงตอนนี้ผมมานอนสบายใจอยู่ในห้องใครก็ไม่รู้ได้ล่ะ ผมไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกนี้ว่าอย่างไร ความกลัวหมดไปแล้ว เหลือแต่ความสงสัย ผมเรียนจบวิทยาศาสตร์มา และผมไม่อยากจะคิดเลยว่าต้องมาเจออะไรอย่างนี้ ไม่ได้การ ผมต้องจับพวกเขามาพิสูจน์ให้ได้เลย !

 

            มิ้นๆ ตื่นเร็วผมสะกิดเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของผมเบาๆ ผมเป็นคนไม่ค่อยมีเพื่อน อาจเพราะเอาแต่สนใจการเรียน  โชคดีที่มิ้นยังคงไปมาหาสู่กับผม และไม่เคยถือสาการบ้าหาความรู้ของผม

 

            อะไร โอ๊ยเวียนหัวอ่ะเธอพึมพำแล้วลืมตามองหน้าผม ฟ้าเริ่มสว่าง

 

            เมื่อคืนเรากลับมาที่นี่ได้ไง มิ้นแบกเรามาเหรอผมถามไป ไม่คิดว่าตัวเล็กๆอย่างนี้จะแบกผู้ชายมาได้ด้วยตัวคนเดียว ถึงผมจะไม่หนักเท่าไหร่ก็เถอะ

 

            บ้าดิ ไม่เห็นจำอะไรได้เลย จำได้แค่ขอตัวไปหาผู้ชาย แล้วก็ตื่นมาเจอตัวเองนอนบนเตียงกับมึงเนี่ย ปล้ำกูเปล่า? ”มันเริ่มตื่นเต็มตา ลุกขึ้นมานั่งแล้วแสยะยิ้มให้ผม รู้อยู่แก่ใจว่าผมไม่ทำอะไรมันหรอก แต่ตอนนี้ผมเริ่มตระหนก มิ้นจำอะไรไม่ได้ ? และผมเชื่อว่าตัวเองไม่ได้ฝัน ผมไม่เคยฝันอะไรบ้าบอคอแตกอย่างนั้น มีอะไรไม่ชอบมาพากล ทำไมผมถึงจำได้อยู่คนเดียวล่ะ

 

            เป็นอะไรหน้าซีดๆ หรือมึงโดนใครปล้ำ?”

 

            ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ ตื่นมาก็อยู่ห้องนี้แล้ว ไม่รู้ว่าห้องใครด้วยผมรีบตอบกลับ คิดได้ยังไงผู้ชายโดนปล้ำ มิ้นยังคงหัวเราะคิกคัก ท่าทางจะจำอะไรไม่ได้จริงๆ เมื่อคืนนี้ยังกลัวจนตัวสั่นอยู่เลย

 

            ตื่นกันแล้วเหรอครับเสียงเปิดประตูดังขึ้น ผมรีบหันไปมอง เจอชายญี่ปุ่นไม่คุ้นหน้ายืนอยู่

 

            เอ่อครับ คือเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นผมถามทันที เขาเปิดไฟในห้องจนสว่างโร่แล้วเดินเข้ามาหา หน้าตาเป็นมิตร

 

            เมื่อคืนมีคนแบกพวกคุณเข้ามา แล้วให้ตามหาว่ามีคนรู้จักพวกคุณไหม เพราะคุณเมามากจนหลับไป แต่พวกเราหาไม่เจอ เลยพามานอนที่ห้องพักแขก ไม่มีอะไรถูกขโมยไปใช่ไหมครับเขาค่อยๆพูด ผมก็ควานตามตัว กระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือยังอยู่ดี ส่วนกระเป๋าสะพายของมิ้นก็วางอยู่หัวเตียง

 

            ไม่มีครับ เอ้อ ว่าแต่คนที่พามาส่งรูปร่างหน้าตาประมาณไหนครับ

 

            ก็สูงๆผมดำๆ ดำสนิทแบบที่หาได้ยากเลยครับ แต่งตัวเป็นนก..เอ่อ เทนกุ น่าจะเป็นการาสุเทนกุ ส่วนอีกคนตัวโตๆเลยครับ ผมสีทอง บลอนด์ ? ผมก็ไม่แน่ใจว่ามันเรียกว่าสีอะไร น่าจะสูง190 หน่อยๆแต่งตัวเป็นโอนิหน้าตาดีทั้งคู่ แถมชุดนี่เหมื๊อนเหมือน มีอะไรเหรอครับเขาทำท่านึกแล้วค่อยๆอธิบายออกมา เอ๊ะ ท่าทางคนพูดดูไม่ตื่นตกใจอะไรเลย หรือเมื่อวานไอ้แมงมุมกับผู้ชายสองคนนั้นแค่แต่งตัวเฉยๆ ขาแมงมุมที่ขยับได้อาจจะเป็นเครื่องยนต์กลไก

 

            ถึงอย่างนั้น ก็ไม่น่าจะบินได้นะ ?แล้วไหนจะพ่นใยอีก ?

 

            ไม่มีอะไรหรอก ขอบคุณมากครับ แล้วก็ขอโทษที่รบกวนผมยิ้มตอบเขา แล้วรีบลากมิ้นที่เตรียมจะนอนต่อออกจากห้อง ขอบคุณเขาอีกยกใหญ่ แล้วพามิ้นไปส่งโรงแรมที่เราเปิดห้องเอาไว้ ผมรีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วตรงดิ่งไปโรงเรียน ทิ้งมันนอนอืดตายในชุดแดงๆของมันอยู่อย่างนั้นแหละ

 

            ถึงผมจะมีเรื่องค้างคาใจมากมายผมไม่รู้เรื่องของปีศาจหรือภูติผีอะไรเลยเพราะว่าผมไม่สนใจ แต่ตอนนี้ผมต้องไปรายงานตัวกับทางโรงเรียนก่อน โชคดีที่ไปทันหวุดหวิด เกือบสายตั้งแต่วันแรกแล้วไง

 

            ไคริเซนเซย์ ยินดีต้อนรับครับ ผมชิมิซึ นาโอยูกิ สอนประวัติศาสตร์ชายหนุ่มท่าทางสุภาพเข้ามาแนะนำตัวแล้วโค้งให้ผมนิดหน่อยตามมารยาท ผมของเขาดำยาวถึงกลางหลังแต่มัดรวบเอาไว้อย่างเรียบร้อย ผู้ชายไว้ผมยาวนี่หายากนะครับ ดูออกว่าเขาดูแลรักษาผมอย่างดีเสียด้วย แถมหน้าเขายังดูหวานๆอีกต่างหาก แต่คนญี่ปุ่นหน้าหวานกันเยอะ ผมจึงไม่แปลกใจเท่าไหร่อ้อ ชื่อญี่ปุ่นของผมนั้นคือ ไคริ ความหมายคล้ายๆกับนทีนั่นแหละครับ ผมสะดุดกับนามสกุลเขา เพราะว่ามันเป็นนามสกุลเดียวกับผมเลยหน่ะสิ

 

            นามสกุลเดียวกันโดยบังเอิญ และผมไม่อยากเรียกนามสกุลตัวเองเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นคงไม่เป็นการเสียมารยาทถ้าผมจะเรียกชื่อคุณเขายังแย้มยิ้มน้อยๆให้ผม พูดเป็นทางการจนผมนึกว่าตัวเองเป็นโชกุนแล้วนะเนี่ย

 

            ตามสบายครับผมตอบรับแค่นั้น

 

            แล้วเขาพาผมเดินทัวร์โรงเรียน เด็กๆเรียนหนังสือกันเรียบร้อย มีเสียงดังโวยวายบ้างเป็นบางห้อง ผมเสียดายนิดหน่อยที่ที่นี่เป็นชายล้วน นึกว่าจะได้สอนเด็กนักเรียนหญิงน่ารักๆซะอีกผมเดินไม่นานก็จำได้ว่าตึกอะไรอยู่ที่ไหน แล้วนาโอยูกิก็ให้ตารางสอนผมมา ผมจะเริ่มสอนในสัปดาห์หน้า โดยมีที่พักสำหรับครูให้

 

            อ้อ ผมมาที่นี่เพราะแม่ที่เลี้ยงผมมาด้วยตัวคนเดียวเสียชีวิตลงด้วยโรคร้าย เธอได้ติดต่อให้ผมมาที่นี่ด้วยตัวเองก่อนที่จะจากไป และผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม แต่นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่เธอทำ ผมจึงเลือกที่จะทิ้งประเทศบ้านเกิด แล้วมาที่นี่ กะจะอยู่อย่างถาวรเลยล่ะครับ

 

            เอ๊ะผมอุทานเมื่อมองเข้าไปในห้องเรียนห้องหนึ่ง แล้วสะดุดตาเข้ากับผมสีดำเงาเป็นประกาย ใจผมเต้นตึกตักเมื่อดวงตาสีดำสนิทนั้นหันมาสบกับผม ไอ้นกนั่น !! ไอ้นกตัวเมื่อวานยังไงล่ะ ! มันนั่งแป้นแล้นอยู่ในห้องนั่น

 

            มีอะไรเหรอครับนาโอยูกิถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทีของผม

 

            เอ่อ ผมว่า ผมอยากกลับไปพักผ่อนผมรีบหันหลังกลับแล้วเดินออกมาจากบริเวณนั้น หรือว่าเมื่อวานผมจะมึนไปเอง เขาก็เหมือนเด็กทั่วๆไปนี่นา

 

            ครับ งั้นพักผ่อนตามสบายนะครับ มีอะไรให้ช่วยมาหาผมได้ที่ห้องนี้เขาชี้ไปยังห้องพักครู ผมก็พยักหน้าแล้วรีบเดินออกมา

 

            ผมไม่ได้กลับไปที่ห้องพัก แต่ตรงไปที่ร้านเดิมที่มาปาร์ตี้ ผมเดินไปยังจุดเกิดเหตุเมื่อวาน มีคราบข้นๆคล้ายเลือดยังคงติดอยู่บนพื้น ฝนอาจชะล้างไปมากแล้ว แสดงว่าเมื่อวานเป็นเรื่องจริง ผมไม่ได้หลอน ผมเดินวนไปมาเพื่อหาหลักฐานเพิ่ม เจอขนนกสีดำสนิทอยู่หนึ่งอัน ผมรีบหยิบขึ้นมาพิจารณา แน่นอนว่ามันไม่ใช่ขนเป็ด ดูแล้วคล้ายกับขนของอีกา ?

 

            หรือว่าพวกเขาเป็นมนุษย์ทดลอง ? ญี่ปุ่นอาจจะแอบทำโครงการลับๆ แล้วพวกเขาก็หนีออกมา ผมคิดจนปวดหัวก็คิดไม่ออก แต่แล้วโทรศัพท์ผมก็ดัง

 

            ไอ้นที!! เมื่อไหร่กลับ หิวข้าวโว้ยเสียงแว้ดดังมาทันทีที่กดรับ ผมต้องดึงมือถือออกห่างจากหู รอจนมันเลิกบ่นแล้วค่อยขยับเข้าไปฟัง คนเดียวที่มีเบอร์ผมก็คือมิ้นนั่นแหละ ที่ผมไม่หลงเสน่ห์มันทั้งๆที่มันโคตรจะสวย ก็เพราะว่านิสัยแบบนี้แหละ จิกหัวใช้ผมเป็นว่าเล่นเลย ทีกับผู้ชายอื่นจ๊ะจ๋า หวานน้ำตาลเรียกพี่ มันไม่ค่อยมีเพื่อนคบก็เพราะว่ามันแรดนี่แหละ

 

            จ้าคุณแม่ จะกลับไปหาเดี๋ยวนี้แหละผมรีบพูดแล้วกลับไปหามันทันที อยู่แถวนี้คนเดียวแล้วเสียวสันหลังวูบ กลัวจะเจอตัวประหลาดอะไรขึ้นมาอีก

 

            ผมซื้อข้าวกลับไปให้เธอ และพาเธอเที่ยวอีกสามวันเต็ม ก่อนจะไปส่งเธอที่สนามบิน ระหว่างนั้นเราไม่เจออะไรแปลกๆเลย จนผมเกือบจะคิดไปว่าคืนนั้นผมหลอนไปเอง เด็กนักเรียนคนนั้นอาจจะแค่ใส่ชุดติดปีกไปงานปาร์ตี้ฮาโลวีน ไอ้ฉากกินแมงมุมนั่นก็อาจจะสร้างขึ้น พวกเขาอาจจะเป็นเพื่อนกัน

 

            ซะที่ไหนเล่า !! ผมไม่เคยเพ้อเจ้อไปขนาดนั้น ผมต้องหาคำตอบให้ได้ ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่าเขาเป็นตัวอะไร ได้ยินพนักงานที่ร้านนั้นบอกว่า เทนกุๆอะไรสักอย่าง ส่วนอีกคนเป็นโอนิ ซึ่งแปลว่ายักษ์

 

            ไร้สาระที่สุด ! ยักษ์ที่เมืองไทยผมยังไม่เชื่อเลยด้วยซ้ำว่ามีตัวตนอยู่จริง ผมชักเครียดกับการหาคำตอบไม่ได้ จึงตัดสินใจไปที่โรงเรียนอีกครั้ง นาโอยูกิบอกว่าเขาสอนวิชาประวัติศาสตร์ น่าจะรู้เรื่องพวกนี้นะ

 

            อ้าว ไคริเซนเซย์ ปรับตัวกับที่นี่ได้รึยังครับเขายิ้มตามมารยาทเพื่อต้อนรับผมเหมือนเคย ผมอึดอัดนิดหน่อย แต่ก็ต้องการความช่วยเหลือจากเขา

 

            นาโอยูกิซัง รู้จักเทนกุไหม

 

            ครับ ?” เขาขมวดคิ้วใส่ผมทันที เอ๊ะ หรือเขาจะไม่รู้จัก ผมกำลังจะบอกเขาว่าไม่มีอะไร แต่เขาลุกขึ้นแล้วเดินออกไปนอกห้อง ทำท่าเหมือนจะให้ผมตามไปด้วย ผมเลยรีบเดินตามไป ผมมองเขาจากด้านหลัง เหมือนผู้หญิงสุดๆเลยครับ อยากลองจับผมดูชะมัดเลย

 

            นี่ หนังสือเล่มนี้เขาพาผมมาที่ห้องสมุด แล้วเขย่งตัวหยิบเอาหนังสือจากชั้นบนสุดลงมา ผมรีบเข้าไปช่วย หนังสือดูเก่าๆขาดๆ เขาหยิบมันออกมาแล้วพลิกดูด้านในสักพักก่อนจะชี้ให้ผมดู รูปวาดรูปหนึ่ง

 

            นี่ล่ะ เทนกุ การาสุเทนกุ

 

            โหผมอุทาน ในรูปวาดนั้นค่อนข้างจะน่ากลัวอยู่สักหน่อย ก็เล่นเป็นนกทั้งหน้าเลย แต่ยืนสองขาและมีปีก

 

            อีกา?” ผมถาม เพราะมีคำว่ากาผสมอยู่ในชื่อด้วย

 

            ก็คงคล้ายๆ เป็นปีศาจหน่ะ มีอะไรติดใจกับเทนกุงั้นเหรอครับเขาหรี่ตามองผม ทำท่าทางเหมือนจะจับผิด

 

            คือ เกิดสนใจขึ้นมาหน่ะครับ จะทำวิจัยเรื่องนี้อยู่ แบบว่าความเชื่อของคนญี่ปุ่นกับความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์ผมแถอย่างรวดเร็ว เกิดบอกไปว่าผมเห็นมาตัวเป็นๆ เขาได้คิดว่าผมบ้าแน่ๆ

 

            งั้นถามผมก็ได้ ผมค่อนข้างจะรู้เรื่องพวกนี้ละเอียดเชียวล่ะ

 

            อา ถ้าอย่างนั้น ช่วยอธิบายละเอียดๆเกี่ยวกับอีกานี่หน่อยครับผมเอานิ้วจิ้มๆลงไปในรูป จู่ๆก็หนาวสันหลังยะเยือก

 

            อืม ตามความเชื่อแล้ว เขาเป็นนกสามขา ไม่เชิงอีกาเสียทีเดียวเพราะมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ เรียกลมและพายุได้ แถมยังมีวิชา ใช้มนตร์มายาได้เชี่ยวชาญ เขาว่ากันว่าต้นกำเนิดของนินจามาจากเทนกุครับนาโอยูกิพูดน้ำเสียงจริงจัง ผมอยากจะหัวเราะออกไปดังๆ ใช้มนตร์มายา ? ทำเป็นการ์ตูนไปได้ เรื่องพรรค์นั้นจะทำได้ไง ถ้าบอกว่าเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ยังน่าเชื่อซะกว่า

 

            แล้วนาโอยูกิซังเชื่อเรื่องนี้ไหมผมถามเรียบๆ ใจผมนี่ไม่เชื่อสุดๆ

 

            ผมคิดว่า อะไรที่ไม่เห็น ไม่ได้ไม่มีนะครับเขาตอบมาทันที แววตานั้นจ้องตรงมาที่ผม ผมยักไหล่แล้วตัดสินใจไปยืมหนังสือเล่มนั้นมา

 

            ผมย้ายเข้าที่พักสำหรับครูในวันนั้นเลย โดยมีหนุ่มผมยาวช่วยผมเรื่องข้าวของ ทั้งๆที่ตัวเล็กกว่าผม ดันแรงเยอะอีก แบกของหนักๆสบายเลย ผมย้ายของเสร็จก็เตรียมการเรียนการสอนอยู่ในห้องจนเย็น จากนั้นก็ออกมาหาอะไรกิน เดินผ่านพวกชมรมต่างๆ เห็นเด็กนักเรียนขยันขันแข็งกับการซ้อมกีฬา ผมเดินผ่านโรงยิม ได้ยินเสียงเหมือนดาบ เฮ้ย มีดาบในโรงเรียนด้วยเรอะ ? ผมหันควับไปมอง เห็นคนในชุดแบบญี่ปุ่นสองคนหันหน้าเข้าหากัน และต่อสู้กันด้วยดาบจริง ดาบจริง?

 

            เฮ้ผมรีบส่งเสียงไป ในโรงยิมนั้นไม่มีใครอยู่เลยนอกจากสองคนนั้น หนึ่งในสองมีผมสีดำเป็นประกายสะท้อนกับแสงอาทิตย์ที่ใกล้ตกดิน ผมชะงักเท้า ใจเต้นรุนแรงเมื่อรู้ว่ากำลังเผชิญหน้ากับใคร ไอ้เด็กนั่น ! อีกา !!

 

            มีอะไรเขาหันมามองผม พาดดาบไว้กับไหล่

 

            เอ่อผมเกิดพูดอะไรไม่ออก ตาเขาดำสนิทเลย ดำอย่างกับไม่ใช่ตาคน ไม่รู้สิ ปกติตาคนไม่น่าจะมีตาดำที่ใหญ่ขนาดนั้น

 

            นายกลับไปก่อนเขานิ่งมองผมครู่เดียวก็หันไปบอกเพื่อน น้ำเสียงทุ้มต่ำผสมเย็นยะเยือกที่ผมยังจำได้ขึ้นใจ เด็กอีกคนดูงงๆแต่ก็ยอมเดินไปเก็บของ ขาผมแข็ง ไม่แน่ใจว่าจะวิ่งกลับไปที่พัก หรืออยู่คุยกับเด็กนี่ดี  เผลอแปบเดียวก็อยู่ด้วย

กันสองคนซะแล้ว เขาก้าวเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆพร้อมกับดาบที่ดูคมสุดๆ

 

อย่าเข้ามานะไอ้ปีศาจ !ผมโพล่งออกไปอย่างลืมตัว ยกมือขึ้นตั้งการ์ดเตรียมตัวแบบที่เคยเห็นนักมวยทำกัน

 

พูดอะไรหน่ะ?” เขาดูตกใจ แต่แล้วก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นงุนงง

 

ก็นาย วันนั้น ที่มีปีก กินแมงมุมผมพูดรัวแบบไม่ยั้งคิด ผมว่าตัวเองไม่กลัวแล้วนะ แต่ไหงพอสบตากับเขาแล้วขาสั่นเอาดื้อๆ แถมยังพูดรัวจนลิ้นแทบพันกัน เขาขมวดคิ้ว หน้าตาดูจริงจังขึ้นอีก

 

            บัดซบ ทำไมจำได้!เขาพึมพำแล้วก้าวมาหาผมแบบทีเดียวถึงตัว

 

            เฮ้ยผมตกใจถอยหนี แต่ไม่ทัน เขาทิ้งดาบลงกับพื้นแล้วคว้าตัวผมเอาไว้ด้วยสองมือ บีบไหล่แน่นจนผมเจ็บ มือใหญ่ๆอีกข้างแปะลงมาบนหน้าผากผม เขาพึมพำอะไรที่ผมไม่เข้าใจ รู้สึกอุ่นวาบที่หน้าผาก เหมือนมีอะไรที่มองไม่เห็นวิ่งผ่านหัวผมไป เขาเอามือออกแล้วมองหน้าผม

 

            เอ่อ นายไม่กินคนใช่ไหมผมถามออกไปอย่างหวาดๆ ถามแล้วก็อยากจะกัดลิ้นตัวเองตาย ถ้าเกิดเขากินล่ะก็ ผมไม่รอดแล้วแน่ๆ

 

            ชื่ออะไรเขาไม่ตอบแต่ถามผมแทน หน้าตาเคร่งเครียดจริงจัง ความหวาดกลัวของผมเริ่มหายไป เมื่อเห็นว่าเขาไม่ทำอันตรายอะไรผม จะว่าไป..คราวที่แล้วก็มาช่วยนี่นา ใช่ไหม?

 

            ชิมิซึ ไคริผมตอบอย่างเสียไม่ได้ เล่นจ้องหน้าเขม็งจะเอาคำตอบนี่

 

            นายเป็นใครกันแน่

 

            ฉันควรจะถามไม่ใช่เหรอ ไหนปีกอ่ะผมเลิกกลัว แล้วหันมาสนใจใคร่รู้ในตัวเขา ถ้าปีศาจมีอยู่จริง ก็ถึงเวลาผมได้พิสูจน์ความสามารถแล้ว ผมต้องหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์กับการมีอยู่ของพวกเขา ! เขาหรี่ตามองผมนิ่ง ไม่มีวี่แววจะกางปีกสีดำใหญ่ยักษ์นั่นออกมา เออ กรงเล็บล่ะ ? ผมก้มมองเท้าเขา ก็เห็นแค่เท้าคนปกติ ผมถึงกับก้มลงไปแตะดูเลยด้วย

 

            เฮ้ๆ อย่ามาเที่ยวแตะคนอื่นเขาตามใจชอบ เป็นโรคจิตหรือไง แล้วพูดถึงปีก? เพ้อเจ้อล่ะเขาเดินหนีผมแล้วก้มลงเก็บดาบที่พื้นขึ้นมา

 

            นายจะบอกว่านายเป็นคนปกติ ?”

 

            แล้วที่เป็นอยู่นี่มีอะไรไม่ปกติ กลับบ้านไปนอนเหอะลุง ว่าแต่มาทำอะไรที่นี่ มาเป็นครูเรอะเขาสวนกลับ เรียกผมอย่างนั้นเล่นเอาจี๊ดนิดๆ ถึงผมจะอายุมากกว่าเขา แต่ก็ไม่แก่ขนาดนั้น ผม 25 เองนะ

 

            ใช่ เป็นครู เพราะงั้นควรจะพูดจาดีๆ แล้วก็อย่าคุกคามกันด้วย

 

            โอเค ไคริจัง กลับบ้านไปเถอะนะครับ เดี๋ยวดึก จะเที่ยวไปเห็นคนอื่นมีปีกแล้วก็กินแมงมุมอีก ไร้สาระหน่ะเขาโบกมือไล่ผม แถมยังเรียกชื่อผมเหมือนเด็กผู้หญิงด้วยน้ำเสียงล้อเลียนอีก ผมไม่น่ากลัวมันเลยเมื่อกี้ ! ไอ้กากวนตีน ! เขาทำเหมือนผมบ้า ทั้งๆที่ผมเห็นปีกเขาจริงๆ ไอ้กรงเล็บที่เหมือนนกนั่นด้วย

 

            ไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ ตอบมาตามตรงเลยนายมันตัวอะไรผมยืนยันหนักแน่น มองเขาที่เอาดาบใส่ฝักแล้วไปวางที่ของมัน

 

            ถามคำถามแบบนี้กับนักเรียน แย่จังเลยนะครับ

 

            หนอย ไม่ยอมพูดใช่ไหมผมทนไม่ไหวที่เขาทำหน้าเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกินขึ้น ผมจึงกระโจนเข้าหากะว่าจะขู่เล็กๆน้อยๆให้เขาโมโห แล้วจะแปลงร่างออกมาให้ผมเห็นเสียที แต่เขากลับรับผมเอาไว้สบายๆ แถมยังจับแขนผมเอาไว้อีก

 

            มาถึงก็จู่โจมกันอย่างนี้เลย มาเป็นครูเพราะว่าหวังจะงาบเด็กใช่ไหม แล้วเห็นผมสูงล่ำ ท่าทางน่าหม่ำก็เลยเข้ามากุเรื่องปีกบ้าบออะไรนั่น ชอบผมล่ะสิ ครูคนอื่นจะว่ายังไงน้า ถ้ารู้ว่าไคริจังเป็นเกย์ แถมยังมีเป้าหมายเป็นเด็กนักเรียนตาดำๆอย่างผมอีกด้วยเขาแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วไอ้น่าหม่ำนั่นอะไร? ผมขนลุกกับความคิดของเขา แล้วถอยตัวหนี เขาก็ยอมปล่อยผมง่ายๆ

 

            ไม่ใช่นะ นายนี่มันผมหัวเสีย ทำอะไรไม่ได้เลย ไม่กล้าเข้าใกล้แล้วด้วย กลัวเขาคิดเอาเองว่าผมจะเข้าไปลวนลาม

 

            กลับเถอะ อยู่ไหน เดี๋ยวไปส่งเขาเลิกล้อผมแล้วเดินมาตบหัวเบาๆ เฮ้ย นี่ครูนะไม่ใช่เพื่อนเล่น แล้วก็ลากผมออกมาหน้าด้านๆเลยด้วย เขาดึงข้อมือผมออกมาจากโรงยิม ฟ้าเริ่มมืดแล้ว มีกาบินวนอยู่สองสามตัว แถมจ้องมาที่ผม รู้สึกกลัวขึ้นมาอีกรอบ เสียงร้องของกาเนี่ยชวนขนหัวลุกจริงๆ

 

            ทำไมนายถึงต้องปิดด้วยล่ะ ให้คนอื่นรู้ไม่ได้เหรอว่าเป็นการาสุเทนกุ

 

ผมพูดเสียงเบา มือที่กำข้อมือผมไว้กำแน่นขึ้น

 

            อย่าเที่ยวไปพูดแบบนี้ คนเขาจะหาว่าบ้าเอา

 

            เออ ไม่พูดก็ไม่พูดผมตัดบทอย่างอารมณ์เสีย เดินมาถึงแถวที่พักแล้วด้วย ไม่ไกลจากตัวโรงเรียนเท่าไหร่ ผมดึงข้อมือตัวเองออก แล้วเดินหนีเข้าตึกไป ไม่รู้แหละ อะไรที่ผ่านเข้ามาในสายตา แล้วผมหาคำอธิบายที่น่าพึงพอใจให้ตัวเองไม่ได้ ผมจะไม่เลิกตามหรอก ผมเข้าไปในห้อง แอ้มแง้มผ้าม่านดูจุดที่เขายืนอยู่ครั้งสุดท้าย เขายังยืนอยู่ที่เดิม และเห็นผมทันทีที่ผมโผล่หน้าไป

 

            ฝันดีเขาขยับปากนิดหน่อย แต่เหมือนเสียงลอยมาโผล่ข้างหูผม ดังและชัดเจน ผมตกใจปิดผ้าม่าน ใจเต้นตึกตัก

 

            ไม่ยอมแพ้หรอก จะจับให้ได้คาปีกเลยคอยดู !!

 

 

------------------------------------------------------------------------------------------

 

つづく


อย่าแปลกใจว่าทำไมนายเอกเราถึงได้ไม่กลัวอะไรเลย เพราะความสงสัยมันกลบความกลัวหมดแล้วค่ะ
ไคริจังผู้เชื่อแต่สิ่งที่พิสูจน์ได้ ก็ต้องตามไปพิสูจน์กันให้รู้ดำรู้แดงล่ะน้า 


 

  1. Kath' (@victory-smile)   (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2558 / 00:50
    น่าสนใจมากๆเลยค่ะ จะรอติดตามนะคะ
    #6
     0
     
  2. Yokai  (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2558 / 23:27
    เจอกันเร็วกว่าที่คิดแฮะ >~< โอยยนรอตอนต่อไปค่าาาา
    #5
     0
     

คนเจิมตอนหนึ่งทั้งสอง ขอบคุณค่าาา แล้วก็คงที่มารอตั้งแต่เปิดกระทู้ทิ้งไว้ด้วย 555
กว่าจะมาลง ป่านนี้ลืมกันไปหมดแล้ว



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 352 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,738 ความคิดเห็น

  1. #1715 tang_thai°°° (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:10
    เป็นกำลังใจให้ จับปีศาจได้นะ
    #1,715
    0
  2. #1711 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 17:47
    ไคริสู้เค้าลูกกกก
    #1,711
    0
  3. #1698 Jeff69 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 18:21
    งุ้ยย ไคริจัง
    #1,698
    0
  4. #1685 -Imreader- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 11:24
    นว้องช่างอบอุ่นยิ่งนัก แง้ๆๆๆ
    #1,685
    0
  5. #1660 skylarsakao (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 10:36
    ไคริสู้ๆ
    #1,660
    0
  6. #1642 yellowxxpeach (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 22:46
    ติดตามค่ะ น่าสนใจมากๆ
    #1,642
    0
  7. #1549 ยิ้งฉุบ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 23:24
    น้องงงง
    #1,549
    0
  8. #1457 Nantashi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:01
    เจอกันเร็วดีจริง สู้เขานะไคริจัง!!
    #1,457
    0
  9. #1451 Noonn Chutima (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 19:36
    ติดตามเรยค่าน่าอ่านมากก
    #1,451
    0
  10. #1450 Sa_OatNat_WS (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 16:21
    เนื้อเรื่องน่าติดตามมากค่า ชอบบบบบบบ
    #1,450
    0
  11. #1448 ckchatchen42 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 17:39
    เป็นครูซะเปล่า แต่จากที่อ่านเหมือนไม่ใช้ครูเอาซะเลย แค่นี้เด็กก็เล่นหัวซะล่ะ แถมแพ้ทางอีกตังหาก
    #1,448
    0
  12. #1370 bowbee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 17:51
    อ่านกี่รอบๆก็ดีต่อใจ ^^
    #1,370
    0
  13. #1355 itzmeboombim (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 18:16
    คุณนักเรียนจะเกรียนกลบเกลื่อนโดยการเล่นหัวคุณครูไม่ได้นะ
    #1,355
    0
  14. #1302 f_onp97 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 19:48
    อีกานายจะตบหัวคนที่เป็นอาจารย์ไม่ได้นะเว้ย5555555 หมั่นไส้ความกวน
    #1,302
    0
  15. #1220 InLove (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 15:14
    ไคริจังพูดตรงไปแบบนั้นใครจะบอกเล่า555
    #1,220
    0
  16. #1134 baekbow (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 13:12
    หูยยยยยยย นายเอกไม่รู้ตัวสินะ ว่าตัวเองก็ไม่ปกติ
    #1,134
    0
  17. #1127 0949427132 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 22:47
    ยิ่งอ่านก็ยิ่งสนุกง่าา
    #1,127
    0
  18. #1002 Bennie_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 21:54
    ไคริจังโดนอีกากวนประสาท ถถถถ สนุกค่ะ
    #1,002
    0
  19. #963 ฮันนี่~ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มีนาคม 2559 / 15:52
    ในพวกวิกิหรือหนังสือจะเขียนแบบไทยมากๆ แบบนี้แหละค่ะ แต่ถ้าตามเสียงที่ออกแบบญี่ปุ่น ก็ก็ คาราสุเทงกุ ประมานนี้ค่า
    #963
    0
  20. #962 Ryoyakyoya1811 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มีนาคม 2559 / 13:14
    มันไม่ได้เขียนว่า 'คาราสึเท็นงู' หรอ ตอนที่ดูการ์ตูนมันก็พูดงี้นะ
    #962
    0
  21. #790 Rokusmind (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 19:11
    โอยยยย หมั่นไส้ความคิดอีกามาก ๕๕๕๕๕๕
    #790
    0
  22. #787 lucy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 12:01
    จะจับผิดแต่แสดงออกมากไปเป่า หึ หึ
    #787
    0
  23. #727 Beebeewondercream (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2558 / 21:15
    อ๋าาาา เด็กน้อยน่าสงสารนะเป็นเราคงรำคาญแย่อ่ะที่มีเรื่องวุ่นวายเข้ามา
    #727
    0
  24. #704 พี่ป๋าย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2558 / 16:47
    ชอบอ่ะ จะจับให้ได้คาปีก 5555555555555555
    #704
    0
  25. #569 zozine (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 / 18:19
    น่าติดตามมมมม^^
    #569
    0