[僕の 妖怪 ] ปีศาจของผม [Yaoi] || รีปริ้น

ตอนที่ 19 : ภาค 1 ตอนที่ 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,849
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 122 ครั้ง
    29 ส.ค. 58






18



 

ผมก็รอนะ ว่าจะมีใครโผล่มาหาผมอีกรึเปล่า แต่ก็ค่อนข้างจะเงียบ ผมโดนฮิโรโตะลากไปวิ่งทุกเช้า แต่ผมก็ไม่ค่อยทำเท่าไหร่ ผมไม่ถนัดเรื่องการใช้กำลัง เดินแค่นิดหน่อยผมก็เหนื่อยแล้วล่ะ นับประสาอะไรกับมาวิ่ง ถึงผมจะชักชวนเขาไปทำอย่างอื่นที่น่าสนใจกว่า บิ๊กอายก็แค่ทำตาโต หน้าแดง แล้วดุผม  เด็กก็ยังคงเป็นเด็กล่ะน้า ผมเดินอมยิ้มไปตามทางเดินระหว่างชั้นเรียน รู้สึกเหมือนมีลมประหลาดพัดผ่านตัว นกน้อยสีฟ้าที่ผมไม่เคยเห็นบินผ่านหน้า ผมวิ่งตามนกตัวนั้นไปในทันที นั่นไม่ใช่นกทั่วๆไป ผมไม่เคยเห็นนกแบบนั้น !

 

            พอเลี้ยวหัวมุม นกตัวนั้นกลับกลายเป็นกระดาษ มันปลิวลงบนพื้น ผมเก็บขึ้นมามอง เป็นยันต์แบบเดียวกับที่ผมใช้ฝึกอยู่ทุกวัน แต่ด้านหลังมีชื่อสถานที่และเวลาลงเอาไว้ ผมนิ่งคิดชั่วครู่ แล้วรีบมองไปรอบตัว ไม่มีใครอยู่เลย ผมจดจำข้อความนั้นแล้วเผากระดาษนั่นทิ้ง

 

            เอาล่ะ ผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนส่งแล้วส่งมาทำไม แต่ผมตัดสินใจว่าจะไปหาคำตอบ ผมไม่บอกฮิโรโตะว่าผมเจออะไร เพราะผมรู้ว่าเขาต้องไม่ให้ผมไปแน่ๆ ผมทำตัวปกติ จนกระทั่งถึงเวลาเข้านอน  ปกติช่วงนี้ผมจะให้เขานอนด้วย จริงๆผมไม่ได้ฝันร้ายอะไร และผมเห็นภาพแม่แค่ตอนที่ผมคุมพลังไม่อยู่แค่ครั้งเดียว ผมแค่ชอบความอุ่นจากตัวเขา ชอบนอนลูบท้องเขา แล้วก็ชอบเวลาที่เขาทำสีหน้าเหมือนอยากจะจับผมปล้ำแทบตายแต่ก็ไม่กล้าทำ มันทำให้ผมรู้สึกว่าเขาน่ารักมาก จนผมยิ่งอยากแกล้ง อยากนอนซุก ตาโตๆของเขาที่ผมเคยเห็นว่ามันประหลาด กลับเป็นสิ่งที่ผมชอบมองและหลงใหลมากขึ้นเรื่อยๆ ผมอ้อนเขาให้นอนด้วยทุกคืน จนเดี๋ยวนี้เขาเริ่มจะชิน เดินมาที่ห้องนอนเตรียมนอนพร้อมผมโดยไม่ต้องเรียก แล้ววันนี้ผมจะแอบย่องออกไปได้ไงล่ะถ้าเขามานอนด้วย ผมเหล่มองคนตัวโต ที่กำลังปูที่นอนอย่างแข็งขัน เขาเป็นเด็กดีจริงๆ ต่อให้ผมยั่วขนาดไหน ก็ยังอดทนเอาไว้ได้

 

            “ฮิโระ …” ผมลองเรียกเขาดู เขาหันมาแล้วยิ้มให้ผม ยิ้มมาเสียอ่อนโยนขนาดนี้ ไม่รู้จะโกหกยังไงดีเลย ผมเลยได้แต่เงียบ แล้วลงไปซุกตัวใต้ผ้าห่มกับเขาเหมือนเคย ผมและเขามองหน้ากัน ก่อนที่ผมจะคิดข้ออ้างอะไรออก ฮิโรโตะก็ดึงยูกาตะของเขาลง ทำให้เห็นแผงอกและกล้ามเนื้ออันสมบูรณ์แบบที่ผมชอบสัมผัส ใจผมเต้นแรงเพียงเพราะแค่เขาเปลือยช่วงบน ปีกสีดำสยายออกจากด้านหลังของเขาเคลื่อนมาคลุมตัวผมเหมือนผ้าห่ม โอบกอดผมไว้ด้วยความอ่อนนุ่มและสวยงาม

 

            “ชอบไม่ใช่เหรอ ผมไม่รู้หรอกว่าไคริจังมีเรื่องอะไรให้กังวล แต่อย่างน้อยก็หวังว่านี่จะทำให้สบายใจมากขึ้นเขากระซิบ กอดผมไว้อีกชั้นด้วยอ้อมแขนอุ่นๆ

 

            ผมนอนลืมตาในความมืด ลูบปีกนุ่มลื่นของเขาไปมา จนฮิโรโตะหลับสนิท ผมค่อยๆมุดตัวออกจากปีกของเขา แล้วม้วนๆผ้าห่ม เอาไว้ในอ้อมกอดเขาแทน เจ้าบิ๊กอายกอดรัดผ้าห่มเข้าไปหาตัว แล้วก็นิ่ง ผมจ้องเขาจนแน่ใจว่าเขาจะไม่ตื่นขึ้นมากลางคัน ก่อนจะค่อยๆย่องออกจากห้องไปอย่างแผ่วเบา ไม่ลืมที่จะหยิบเสื้อโค้ทตัวหนาออกมาคลุมทับยูกาตะบางๆนี่ ผมเร่งเท้าจนพ้นบริเวณบ้านมา

 

            “ไปไหนเสียงเย็นยะเยือกชวนตกใจดังขึ้น ผมสะดุ้งแล้วหันไปมอง คัตสึโทชิยืนอยู่ในมุมมืด ตาวาวๆมองมาที่ผม

 

            “อ่ะ เอ่อผมไม่รู้จะตอบยังไง เลยยืนติดอ่างอยู่ตรงนั้น

 

            “จะไปหาพวกตระกูลใหญ่ ? พวกมันมาเรียกตัวแล้วงั้นสิเขาสาวเท้าออกมา แววตาดูไม่พอใจ แต่ยังคงทำหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม ผมเม้มปาก แต่แล้วก็ต้องพยักหน้าเมื่อคิดว่าโกหกไปเขาก็คงไม่เชื่อ

 

            “คือ ฉันไปได้รึยังผมพูดเสียงแผ่ว เขาดูน่ากลัวเพราะว่าตัวที่สูงใหญ่ และใบหน้าเรียบนิ่ง ชุดญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เขาใส่ยิ่งทำให้ดูหลอน ขนาดเขายังไม่เปิดตาที่สามและงอกเขาออกจากหัว ผมก็สั่นนิดๆอย่างไม่มีเหตุผลกับสายตาที่มองมาเหมือนจะแช่แข็งผมเอาไว้ที่เดิม

 

            “นายอยากเป็นองเมียวจิ ?” เขาขมวดคิ้วใส่ผม เริ่มเดินเข้ามาใกล้อีก

 

            “ก็ .. ไม่รู้สิ เขาอยากให้ไปคุย ก็จะไป จะได้ไม่ต้องมีใครเจ็บตัว หรือว่ามาเที่ยวลักพาตัวกันอีก เดี๋ยวจะรีบกลับมา รับรองฮิโระยังไม่ทันตื่นหรอก นายไม่ต้องกังวล ฉันไม่เป็นอะไรผมยิ้มน้อยๆ ทำท่าจะเดินออกไป นี่ก็ดึกมากแล้ว ผมจะต้องไปถึงก่อนเที่ยงคืน มือใหญ่โตเย็นเชียบของเขาคว้าข้อมือผมเอาไว้

 

            “อย่าให้เขาเปลี่ยนนาย ไม่ว่าพวกมันจะพูดอะไร อย่าเพิ่งเชื่อ

 

            “… นายรู้อะไรผมจ้องหน้าเขา แววตาจริงจังที่แฝงไปด้วยความวิงวอนของเขา เหมือนมีอะไรเบื้องหลังที่เขารู้เกี่ยวกับตระกูลของผม

 

            “เรื่องของคนอื่นฉันจะไม่พูด แต่พวกเราเองโดนชิมิซึเล่นงานมาไม่น้อย พ่อของฮิโรโตะถึงได้โมโห วันแรกที่เขาพานายมา ชิมิซึช่วงชิงสิ่งสำคัญของเรา ของฉัน และเราได้แต่ภาวนาว่านายไม่จะทำเหมือนพวกเขาน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย แม้ใบหน้าจะไม่แสดงอารมณ์ใดๆ แต่ผมรับรู้ถึงความหวาดกลัวจากก้นบึ้งในจิตใจของเขา ผมจับมือคัตสึโทชิ ตบลงไปเบาๆ

 

            “ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาทำอะไรนาย แต่ฉันจะไม่ทำร้ายพวกนายแน่ๆ เอ๊ะ แต่พวกนายไม่เห็นเกลียดนาโอยูกิเลยนี่ผมนึกขึ้นมาได้ พี่ชายของผมก็เป็นชิมิซึเช่นเดียวกัน แต่กลับไม่ได้อยู่ที่ศาลของตระกูลหลัก

 

            “เขาไม่เหมือนคนอื่น เขาไม่มีพลัง เขาจึงไม่ได้รับสิทธิ์ให้อยู่อย่างมีเกียรติ เขาถูกไล่ให้ออกมาอยู่กับพวกชิมิซึคนอื่นที่อ่อนแอ อยู่ในวัดเล็กๆ จนตอนนี้ถูกเจ้าจิ้งจอกล่อลวงไปศาลของมันแทนแล้วคัตสึโทชิดึงมือออกจากมือผมแล้วยืดตัวตรง ผมอยู่เตี้ยกว่าไหล่เขาอีก และเริ่มเมื่อยคอที่ต้องแหงนไปคุยกับเขา

 

            “อ้อ งั้นนายยิ่งไม่ต้องเป็นห่วงเลย คนที่ไล่พี่ชายฉันออกมาแบบนั้น ฉันคงไม่อยากจะเป็นพวกด้วยหรอก แค่จะไปคุยให้เรื่องมันจบๆ ไปนะ อีกสองสามชั่วโมงเจอกันผมยิ้มกว้างๆให้คุณยักษ์ขี้กังวล

 

            “ฮิโรโตะรอนายอยู่นะ นายต้องกลับมาเขาตะโกนไล่หลังมา

 

จากนั้นผมจึงรีบเดิน โชคดีที่ยังมีรถเมล์อยู่ ผมจึงเดินทางไปถึงในเวลาไม่นานนัก ผมลงจากป้าย เดินไปในความมืด พยายามเพ่งมองหาป้ายบอกทาง มีป้ายหินขนาดใหญ่ตั้งบอกชื่อวัดเป็นนามสกุลของผม เดินไปอีกนิดหน่อยก็เจอแสงไฟ และมีประตูทางเข้าของวัด ใหญ่โต สวยงาม แตกต่างจากวัดแรกที่นาโอยูกิพาผมไปจริงๆ แสงจากโคมเล็กๆที่ถูกออกแบบมาให้ดูนวลตาเข้ากับบรรยากาศของวัดและทำให้ดูศักดิ์สิทธิ์  ผมเดินงงๆ ไม่รู้ว่าควรจะรอตรงไหน จนกระทั่งมีคนในชุดนักพรตสีดำเหมือนครั้งที่ฮิโรโตะโดนจู่โจมเดินเข้ามา

 

            “นายท่านกำลังรออยู่เลยครับ ชิมิซึ ไคริซังเขาผายมือให้ผมเดินตามเขาไปด้านใน ผมสำรวจไปรอบๆ รู้สึกได้ว่ามีปีศาจอยู่ไม่น้อย แต่ที่นี่มันรวมพลองเมียวผู้ปราบปีศาจ แต่ไหงกลิ่นปีศาจหึ่งเลยล่ะ

 

            “สวัสดีพวกพ้องของเราเสียงอบอุ่นและใจดีดังอยู่เหนือบันไดทางเข้า ผมเงยหน้ามองเห็นชายร่างสูงใหญ่ ผมสีน้ำตาลสั้นเข้ากับใบหน้าที่หล่อเหลาสมวัย เขาดูภูมิฐานและทรงอำนาจ ชายคนนั้นอยู่ในชุดนักพรตสีดำแต่ดูแตกต่างจากคนอื่น ดูโดดเด่นด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่อาจทราบได้ เขามีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า ดูอายุไม่น่าห่างจากผมเท่าไหร่ เขาเชื้อเชิญให้ผมนั่งลงบนเบาะที่ถูกเตรียมเอาไว้ ในห้องสว่างและดูน่าเลื่อมใส พระพุทธรูปใหญ่โตตั้งอยู่ที่ริมห้อง

 

            “คุณเป็นคนเรียกผมมา ?” ผมเข้าเรื่องทันที อยู่นานกลัวฮิโรโตะจะตื่น แล้วตามหาตัวผมให้วุ่นวายอีก ผมไม่อยากให้เขาเป็นห่วง

 

            “ใช่แล้ว ฉันชิมิซึ ฮิเดะ ลูกของบุตรคนโตของตระกูล และเป็นหัวหน้าองเมียวจิของตระกูลชิมิซึ ยินดีต้อนรับนายเข้ามาที่นี่ เราอายุเท่ากันเป๊ะเลย และพลังของเราก็คล้ายกันด้วยเขายังคงยิ้มน้อยๆ แล้วยื่นมือมาสัมผัสที่แขน เขาช็อตผมเบาๆ ให้ผมได้รับรู้ว่าเขาทำได้เหมือนผม ผมตื่นเต้นเล็กน้อยที่ค้นพบว่า ไม่ได้มีผมคนเดียวที่มีพลังอย่างนี้  ผมสบตากับเขา เขาก็ยิ้มอีกแล้ว

 

            “เราสืบประวัตินายแล้ว นายเป็นครูอยู่โรงเรียนเดียวกับนาโอยูกิ  นายไม่คิดเหรอ ว่าชีวิตนาย พลังของนาย ไม่ได้เกิดมาเพื่อให้นายใช้ชีวิตน่าเบื่อแบบนั้น นายไม่อยากรู้เหรอว่านายทำอะไรได้บ้างฮิเดะลุกขึ้นยืน เขาก้าวห่างออกไปจากผมเล็กน้อย แล้วจู่ๆไฟก็ลุกท่วมตัว ไฟสีแดงสดเปลี่ยนรูปร่างของเขาให้สูงใหญ่มากขึ้น บนหัวมีเขาขดเป็นวงเหมือนแพะ เล็บที่งอกยาว และตาสีแดงเหมือนเลือด

 

            ว้าว ก็แบบ..เท่ดีนะครับ เหมือนพวกซาตานจากนรก แต่อยู่ในชุดพระ

 

            “อืม ผมไม่มีเวลามากนัก ขอตรงๆเลยดีกว่า ฮิเดะซังต้องการให้ผมมาที่นี่เพื่ออะไรครับ ? คงไม่ใช่แค่ทำความรู้จักกับคนในตระกูลหรอกใช่ไหม

 

            “นายมีพรสวรรค์ นายเกิดมาด้วยพลังอันเปี่ยมล้น มาเข้าพวกกับเราเถอะ ที่นี่เต็มไปด้วยองเมียวจิที่เก่งกาจ คอยปราบปรามผีร้ายให้สูญสิ้น มีคนมากมายเคารพและเลื่อมใสในตัวเรา นายควรจะใช้พลังให้เกิดประโยชน์ ถ้านายอยู่ที่นี่ เราจะแข็งแกร่งมากกว่าองเมียวจิตระกูลไหนๆเขาแปลงร่างกลับมาเป็นชายหนุ่มผมสีน้ำตาลท่าทางใจดีเช่นเดิม เขาเดินเข้ามาหาผม แล้วยื่นมือมาตรงหน้า

 

            “จะตกลงเป็นพวกเดียวกันไหม

 

            “ถ้าหากผมบอกว่า ..ไม่ ?” ผมขมวดคิ้ว จ้องมองมือของเขา ผมไม่ได้อยากเป็นองเมียวจิอะไรนั่น ผมมีชีวิตอยู่ปกติก็มีความสุขดีอยู่แล้ว อีกอย่างผมอยากจะเอาเวลาที่เหลือมานั่งวิจัยพวกเขาทีล่ะตนสองตน น่าสนุกจะตาย

 

            “อย่าโง่ไปหน่อยเลย นายจะให้พลังล้ำค่าของนายมันเสียเปล่าเขานั่งลงตรงข้ามและจ้องตรงมาที่ผม ไม่มีรอยยิ้มใดๆอีก

 

            “ผมไม่มีความสนใจในการฆ่าปีศาจ และพวกเราเองก็เป็นปีศาจ

 

            “นายไม่เข้าใจ เราไม่ใช่ปีศาจ !!เขาเอามือตบลงบนพื้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ผมตกใจหน่อยๆ แต่ไม่คิดจะขยับไปไหน บรรดาลูกน้องคนอื่นๆมองหน้ากันอย่างหวาดกลัว เสี้ยววินาทีหนึ่งผมเห็นดวงตาแดงฉานของเขาจ้องมองมา ก่อนที่เขาจะทำตาให้เป็นคนปกติ เขาคงโกรธจนเกือบจะกลายร่างอีกครั้ง

 

            “พวกเรากินปีศาจเป็นอาหาร ดังนั้นเราคือคนของพระเจ้าที่ท่านประทานให้เราลงมาขับไล่ภูติผีชั่วร้าย นายเพิ่งมาที่นี่ อาจคิดว่ามันมีเพียงเล็กน้อย แต่ปีศาจนั้นกำเนิดขึ้นทุกวัน เกิดจากความแค้นเคือง ความริษยา และความเกลียดชัง พวกมันต้องถูกกำจัด และเราเกิดมาเพื่อหน้าที่อันทรงคุณค่านั้น ไม่ใช่ทุกคนที่เกิดมาพร้อมความสามารถนี้ไคริซัง พี่ชายของนายทำแบบเราไม่ได้ เราเกิดมาเพื่อปกป้องมนุษย์ให้รอดพ้นจากความชั่วร้ายเขาพูดอย่างจริงจัง และผมเชื่อว่านาโอยูกิเองถูกสอนเช่นนี้มาตลอด เขาถึงได้อยากจะฆ่าปีศาจให้ได้ เว้นเสียแต่ว่าเขาไม่มีพลังที่จะทำ เขาจึงอยู่ข้างนอกนั้นอย่างไร้พิษภัย

 

            “ผมนับถือในความคิดของฮิเดะซังนะ ผมว่าคุณเป็นคนดีคนหนึ่งที่มีชีวิตเพื่อปกป้องผู้คน แต่อย่างไรก็ตาม ผมไม่คิดว่าพวกเขาสมควรแก่การถูกฆ่า และไม่สมควรกับคำว่าชั่วร้ายผมพยายามตอบอย่างสุภาพที่สุด

 

            “เรารู้ว่านายอยู่กับปีศาจมาเป็นเดือนๆแล้ว จึงคิดว่าพวกเขาไม่ได้เลวร้าย นายแค่ยังไม่เคยเห็นอีกด้าน นายไม่รู้เหรอ ว่าทำไมพ่อกับแม่ของนายถึงได้ตาย…”เขาพูดเสียงเย็น หยิบชิคิงามิขึ้นมาเป็นกำ เผาพวกมันด้วยไฟสีแดงร้อนแรง ไฟสีแดงขยายตัวใหญ่โตและเปลี่ยนรูปร่าง ไฟนั้นล้อมรอบตัวผม และเกิดเป็นภาพ

 

            ผู้หญิงที่ผมเคยเห็นในความคิดยืนอยู่ตรงนั้น โอบอุ้มทารกน้อยด้วยความรัก ชายอีกคนเดินมากอดเธอจากด้านหลัง พวกเขาดูมีความสุข ฉับพลันมุมมองของผมก็เปลี่ยนไป ผมเห็นพวกเขาใกล้มากๆ เหมือนผมกลับไปเป็นทารกนั้นเสียเอง รับรู้ถึงความอุ่นจากมือของเธอ หน้าของเธอซีดเซียวเหมือนคนป่วย

 

            ‘พวกปีศาจได้กลิ่นไคริอีกแล้วผู้ชายด้านหลังนั้นพูดขึ้น เขายื่นมือใหญ่มาจับแก้มผม แววตาเต็มไปด้วยความกังวล

 

            ‘เราปล่อยลูกไว้อย่างนี้ไม่ได้ เขาจะเป็นอันตราย ให้ฉันได้ปกป้องลูก ก่อนที่จะสายเกินไปเถอะนะเธอพูดยิ้มทั้งน้ำตา ชายหนุ่มนั้นขมวดคิ้ว ส่ายหน้าไม่ยอมรับคำขอร้องจากเธอ กลับอุ้มตัวผมขึ้นแล้วเดินออกไป เขาส่งผมให้หญิงคนหนึ่ง ผู้ที่ผมคิดว่าเป็นแม่มาทั้งชีวิต ผมส่งเสียงร้องไห้เมื่อถูกพรากมาจากแม่  เสียงสะอื้นดังมา ผมถูกอุ้มแยกไปและไม่รู้อะไรอีก ทุกอย่างมืดสนิทไปนาน จนกระทั่งสว่างขึ้นอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนของหญิงสาว บนหัวของเธอมีหูสีเหลืองลายดำ คล้ายกับลายของเสือโคร่ง

 

            “ไคริ.. ลูกจะต้องปลอดภัย

 

            ผมหลุดออกมาจากร่างทารกนั้น ยืนมองเธอร่ำลากับลูกน้อย น้ำตาเม็ดโตหยดลงบนใบหน้าของทารกที่ไม่รู้เรื่องราวอะไร  ทารกนั้นยังคงยิ้ม และแตะแก้มเธอ ราวกับจะปลอบ เธอเริ่มพึมพำภาษาที่ผมไม่เขาใจ ตัวเธอเรืองแสง และเริ่มกลายเป็นเสือโคร่งตัวใหญ่ยักษ์ เธอกระโจนลงไปในสร้อยคอของทารกน้อย สร้อยที่ผมใส่มาตั้งแต่เกิด น้ำตาผมร่วงหล่นเมื่อเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร

 

            เสือโคร่งที่ออกมาช่วยผมคราวนั้น ก็คือเธอ.. แม่ของผม

 

            ไม่นานนักชายหนุ่มคนเดิมวิ่งเข้ามา กอดทารกน้อยแนบอกและร่ำไห้ราวกับจะขาดใจ เขากำสร้อยที่คอของทารก พยายามร่ายบทสวดทุกบทที่เขานึกได้ แต่ ไม่มีอะไรออกมา เธอไม่กลับออกมา เขาพาทารกออกจากบ้าน เดินทางไปในป่า หลีกหนีปีศาจท่าทางน่ากลัวหลายตัว เขาต่อสู้ ปกป้อง แต่สุดท้ายก็พลาดท่า โดนยักษ์พุ่งเข้าฉีกทึ้งร่าง เลือดไหลเจิ่งนอง แต่มือของเขายังคงกอดทารกไว้แน่น ซัดปีศาจกระเด็นออกไปด้วยแรงเฮือกสุดท้าย เขาส่งทารกให้หญิงสาวอีกคน หญิงสาวที่จับจูงเด็กน้อยข้างตัว เด็กน้อยที่มีหูแมวสีดำและหาง ..นั่นมิ้น มิ้นร้องไห้น้ำตาเต็มสองแก้ม แต่ก็ต้องวิ่งหนีออกมาเมื่ออีกาเข้าไปจิกทึ้งและพยายามจะแย่งตัวทารก ชายหนุ่มเข้าต่อสู้กับปีศาจพวกนั้นเสียเอง เขาทำสำเร็จ ไม่มีปีศาจตนใดที่ตามทารกน้อยไปได้ แต่ตัวเขาเอง ก็เหนื่อยเกินกว่าจะกลับไปหาลูกน้อยเช่นเดียวกัน ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนบนพื้น ยิ้มให้กับท้องฟ้ามืดสนิทเหนือหัวของตน เลือดขุ่นข้นไหลออกมาจากแผลทั่วทั้งตัวและทะลักออกจากปาก เขายื่นมือไปในอากาศ วาดอักขระมนตร์สีทองเรืองรองในความมืด พลางท่องมนตร์ เขาสะบัดมือเล็กน้อย และตัวอักษรเหล่านั้นพุ่งออกไปเหมือนมีชีวิต

 

            “ขอพระเจ้าคุ้มครอง ไคริ ..พ่อรักลูก

 

……………………………………………

 

( :: ฮิโรโตะ :: )

 

            ผมสะดุ้งตื่นกลางดึก หัวใจเต้นเร็วและแรง เหงื่อไหลท่วมตัว ผมลุกขึ้นนั่ง มองที่นอนด้านข้างซึ่งว่างเปล่า ผมลุกพรวดวิ่งออกไป ตามหาเขาทั่วทั้งบ้าน พบคัตสึโทชิยืนอยู่ที่ทางออกหลังบ้าน กำลังจ้องมองมาที่ผม

 

            “ไคริไปไหนผมถาม ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มีลางสังหรณ์ไม่ดี

 

            “ไปหาพวกชิมิซึ แล้วนี่แกจะไปไหนเขาจับแขนผมเอาไว้ เมื่อผมกางปีกออกแล้วเตรียมจะพุ่งไปในอากาศ

 

            “ไปตามไงล่ะ

 

            “ไม่ต้องไป เดี๋ยวเขาก็กลับมากลับไปนอนได้แล้ว ถ้าแกไปที่นั่น แกไม่รอดกลับมาเหมือนคราวที่แล้วหรอก หัวหน้าตระกูลอยู่ที่นั่น และแม้แต่แกก็คงสู้ไม่ไหว ช่วยรอไคริอยู่ที่นี่ เขาบอกว่าเขาจะกลับมาคัตสึโทชิจ้องหน้าผมนิ่ง ผมถอนหายใจเฮือก และตัดสินใจกลับไปรอเขาที่ห้อง  เวลาเหมือนผ่านไปนานนับปี จนกระทั่งแสงสว่างเริ่มส่องลอดเข้ามา จนกระทั่งแม่เรียกไปกินข้าวเช้า ไคริก็ยังไม่กลับมา

 

            “กูจะไปตามเขา มึงไม่ต้องมาห้ามพอผมจะออก คัตสึโทชิก็ตามมาขวาง ผมบินขึ้นไปฟ้า เขาเหาะตามมาและกระชากผมลงด้านล่าง ด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลของยักษ์ ผมจึงปลิวตามลงมาด้วย

 

            “จะไปตายหรือยังไง ถ้าเขายังไม่กลับมาวันนี้ แกก็ต้องรอ เชื่อใจไคริเสียหน่อยได้ไหม เขาพูดว่าจะมา ก็ต้องมาสิ

 

            “มึงเห็นกูห่วยขนาดนั้นเลย ? ก็รู้หรอกว่าคงเทียบกับไคริไม่ได้  แต่กูต้องไปตอนนี้ เดี๋ยวนี้ เขากำลังเสียใจ !ผมตวาด พยายามสะบัดตัวออกจากคัตสึโทชิ ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมรู้สึกได้ว่าไคริจังกำลังร้องไห้ ผมรู้สึกว่าเขากำลังอ่อนแอ และผมไม่กลัวว่าพวกมันจะทำอะไรกับผม ผมรู้แค่ว่าผมต้องไปหาเขา

 

            “กูจะไม่ยอมเสียใครไปอีกแล้ว เพราะงั้นต่อให้มึงดื้อด้านแค่ไหน กูก็ไม่ให้ไปคัตสึโทชิพูดเสียงต่ำ มือบีบอยู่ที่ข้อมือผมแน่น

 

            “กูก็ไม่ยอมเสียไคริจังไปเหมือนกัน มึงไม่เข้าใจเหรอ เขาไม่กลับมา และกูต้องไปตามเขา ! กูไม่รู้ว่าพวกมันทำอะไรกับมึงไว้ ไปแก้แค้นเสียเลยไหม ไปกับกูผมเลยออกแรงบินขึ้นและพามันไปด้วย ผมรู้จักกับมันไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยรูป

ลักษณ์ที่เหมือนอายุใกล้เคียงกัน ทำให้ผมพูดจากับมันได้เหมือนเพื่อน แต่คัตสึโทชิเป็นคนเก็บตัว และแทบไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับใครเลย พูดง่ายๆ ถ้าไม่มีผม เขาก็อยู่คนเดียวในบ้านเล็กๆกลางป่าของเขา และเขาไม่เคยพูดถึงเรื่องส่วนตัว และไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของผม ผมจะทำอะไรบ้าขนาดไหนก็ไม่เคยปริปากพูด

 

            คัตสึโทชิไม่ต่อต้านอะไรอีกแล้ว เพียงแต่เหาะตามผมมาเงียบๆ เรารู้อยู่ตลอดว่าที่ตั้งของตระกูลชิมิซึใหญ่อยู่ที่ไหน แต่เราไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยว พวกมันเห็นปีศาจเป็นไม่ได้ จะจับตัวไปเก็บไว้เพื่อเก็บเป็นอาหาร ที่ตระกูลหลักคงมีแต่แบบไคริ กินพวกเราเป็นอาหาร และค่อนข้างจะเก่งกาจ ผมเกือบจะตรงดิ่งเข้าไปแล้ว แต่เห็นร่างบางของไคริเดินออกมาและไปยืนรอรถเมล์ตรงป้ายไม่ไกลจากวัดนัก

 

            “ไคริจังผมพุ่งตรงลงไปหาเขาทันที เขาดูซีดเซียวและตาบวมแดง เขาร้องไห้จริงๆด้วย ไคริสะดุ้งหันมามองหน้าผม สายตาช่างว่างเปล่า

 

            “เกิดอะไรขึ้นกับเขาผมหันไปมองหน้าคัตสึโทชิอีกที เจ้ายักษ์จ้องเขม็งไปที่ไคริ ก่อนจะตรงไปจับไหล่เล็ก ไคริสะดุ้งอีกครั้ง แต่ในแววตาของเขายังคงไร้ความรู้สึก ผมร้อนใจเมื่อเขาไม่พูดอะไรเลย ผมรีบพาไคริจังกลับบ้าน

 

            “เขาโดนมนตร์ แต่ก่อนมนตร์ไม่ได้ผลกับเขา เพราะมีเกราะป้องกัน แต่ดูเหมือนว่าเกราะป้องกันนั้น จะหายไปแล้ว

 

            “บัดซบเอ๊ยผมสบถ กอดไคริเข้าหาตัว ปกติเขาจะกอดผมตอบ ยิ้มให้ผมด้วยแววตาขี้เล่นและเป็นประกายสดใส ตอนนี้ตาสีน้ำเงินของเขาไม่เปล่งประกายดังเดิม มันไร้ชีวิต และตัวเขาเย็นเฉียบ ผมอุ้มไคริเข้าไปในบ้าน แต่ทันทีที่เท้าของเขาแตะพื้น ไคริจังก็ตัวสั่น เขาช็อตผมโดยไม่ได้ตั้งใจ เหมือนไฟฟ้าแล่นไปทั่วตัว และช็อตอะไรก็ตามที่สัมผัสโดนเขา

 

            “อีกาเขาพูดออกมาคำนึง น้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ไฟสีเหลืองทองพุ่งออกจากมือเขา ตรงไปเล่นงานอีกาตัวนึงที่บินเข้ามา มันลุกเป็นไฟทันที

 

            “ไคริ !!ผมร้อง ไม่อยากจะเชื่อสายตา เมื่อเขาเริ่มวิ่งเข้าไปหาอีกานั่น และเตรียมจะเผามันด้วยมือของเขาอีก มิซากิที่อยู่แถวนั้นดับไฟเอาไว้ได้ทันเฉียดฉิว กัปปะตัวน้อย พุ่งออกมาขั้นกลางระหว่างไคริกับอีกา ลูกน้องของพ่อผม

 

            “นายเป็นอะไร โอ๊ย มันเจ็บนะผมจับแก้มเขา ตบเบาๆเพื่อเรียกสติ แต่ไคริจับมือผม และช็อตผมเข้าอย่างจัง

 

            “ให้ตาย ฉันบอกแล้วว่าอย่าฟังพวกเขา ไคริคัตสึโทชิพึมพำ เริ่มร่ายมนตร์ของยักษ์ใส่เขา แต่ไคริหันไปจ้องด้วยแววตาที่ผมไม่คุ้นเคย เหมือนเขากลายเป็นปีศาจ และเขาไม่เห็นผมอยู่ในสายตา เขาเริ่มอาละวาดและเผาทุกอย่างที่ขวางหน้า และพุ่งเข้าไปหาคัตสึโทชิ เขาพึมพำว่ายักษ์ไม่ยอมหยุด

 

            “ไคริซัง เก่งมากเลย พาเรามาถึงรังของเจ้าปีศาจจนได้อีกเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้น พร้อมทั้งชายหนุ่มในชุดนักบวชสีดำ เดินเข้ามาจับตัวไคริเอาไว้ ไครินิ่งสงบในทันที  เจ้านักบวชนั่นก้มลงกระซิบอะไรบางอย่าง มือของเขาโอบไคริเข้าไปหาตัว ผมไม่นิ่งเฉย แต่พุ่งเข้าไปแยกตัวไคริจังออกมา

 

            “เอาเลย ไคริซัง จัดการเขา ให้เหมือนกับที่พ่อของนายเคยโดน

 

            “ว่าอะไรนะ ?” ผมพูดขึ้นอย่างงุนงง แต่ความร้อนพุ่งเข้ากลางหลังผม เขาแหลมคมงอกยาวออกจากหัว ตาของเขาราวกับจะลุกเป็นไฟ จากไฟสีเหลืองที่เขามีกลับกายเป็นสีน้ำเงิน เขากระโจนเข้าใส่ผม ไม่มีการยั้งมืออะไรทั้งนั้น ผมได้แต่ปัดป้อง งุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ไม่ว่าอย่างไร ผมก็ไม่อาจแตะต้องเขาได้

 

            “ไคริจัง หยุดซะที โอ๊ยไฟของเขานั้นร้อนกว่าเดิมมาก ร้อนมากขนาดแค่เปลวไฟยังทำผมแสบและไหม้

 

            “ฮิเดะ นายเป่าหูเขา คลายมนตร์เดี๋ยวนี้คัตสึโทชิก้าวเข้าหานักบวชคนนั้น แต่มันแค่ยกยิ้ม ยักไหล่ ทำท่าเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น  บ้านผมลุกเป็นไฟ รวดเร็วและแรงจนแม้แต่มิซากิยังไม่อาจหยุดยั้งไฟนั้นได้ ความร้อนแผ่กระจายทุก

ทิศทาง ไคริไม่เห็นผม เขาไม่ได้มองผม ดวงตาของเขาเลื่อนลอย แม้ว่าผมจะพยายามเรียกเขาเท่าไหร่ ก็ไม่มีท่าทีว่าไคริคนเดิมจะกลับมา

 

            “ฮิโรโตะ !!คัตสึโทชิร้องเสียงหลง เมื่อผมพุ่งเข้าหาไคริ โดยไม่คิดจะหลบ

 

            ผมกอดเขาเอาไว้เต็มอ้อมแขน แม้ว่าเขาจะเผาผมด้วยเปลวไฟที่ร้อนจนผมแทบคิดอะไรไม่ออก ผมกางปีกออกโอบอุ้มเขาอีกชั้น

 

            “ไคริจัง กลับมาได้แล้ว ผมรออยู่นี่ไงผมกระซิบกับเขาด้วยความหวังอันริบหรี่ เมื่อผมทรมานจากความร้อนจนแทบมองหน้าเขาไม่ชัด ผมกอดเขาไว้สุดแรง แม้ว่าตัวเขาจะร้อนและช็อตผมไม่หยุด ตัวเขากระตุกเล็กน้อย แววตาหวนกลับคืนมา ไคริจังมองหน้าผม งุนงงและหวาดกลัว ผมล้มลงนอนที่พื้นอย่างหมดแรง ร้อนไปหมด เหมือนกำลังจะถูกเผาทั้งเป็น ได้กลิ่นไหม้ของปีกและเนื้อตัวเอง

 

            “ฮิโระ !!เสียงตื่นตระหนกดังขึ้นจากเขา ผมยิ้ม ไคริจังกลับมาแล้ว

 

            “ชิส์เจ้านักบวชนั่นสบถ แล้วร่ายมนตร์ อักขระสีแดงลอยล่องเข้าหาไคริจัง แต่เขาพยายามเข้ามาดับไฟให้ผม เพียงจับเท่านั้นไฟที่ลุกท่วมก็พลันหายไป

 

            “ฮิโระ ฮิโระเขาพูดไม่เป็นภาษา น้ำตาไหลอาบแก้ม มือนุ่มนิ่มกอดผมเอาไว้ แต่ผมไม่มีแรงจะกอดตอบ ตาเริ่มพร่ามัว ผมอยากจะบอกเขาว่าผมไม่เป็นไร อย่าร้องไห้เลย แต่ผมไม่มีเสียงเหลือแล้ว คัตสึโทชิตรงเข้าต่อสู้กับนักบวชนั่น ทำให้มนตร์ที่เขาตั้งใจสะกดไคริมาไม่ถึง แววตาของไคริสับสนและเสียใจ เขากอดผมแน่นและร้องไห้ดังที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยิน ไฟที่ลุกท่วมบ้านกลับรุนแรงและมอดไหม้เสียจนบ้านทรุดลงที่พื้น ไคริสะดุ้งและออกห่างจากผม ก้มมองตัวเอง

 

            “ไคริผมพยายามออกเสียงอย่างยากลำบาก เอื้อมมือไปหาเขา แต่ไคริกุมหัวตัวเอง กรีดร้องอย่างทรมาน เมื่อไฟสีน้ำเงินลุกท่วมออกจากตัวเขา เผาทุกอย่างไม่เหลือซาก คัตสึโทชิดึงตัวผมออกมาจากบ้าน เห็นเพียงแค่ร่างบอบบางของชายคนหนึ่งทรุดลงกับพื้น ไม่อาจควบคุมพลังของเขาได้ แล้วสติของผมดับวูบไป

 

            ผมเกลียดตัวเองที่อ่อนแอเหลือเกิน แม้ในขณะที่เขากำลังทรมานอย่างนั้น แต่ผมกลับช่วยอะไรไม่ได้เลย

 

 

------------------------------------------------------------------------------------------

 

つづく

                       

ไคริจังสติแตกไปแล้ว ลองคิดภาพดูว่า หากเรารู้สึกตัวขึ้นมา พร้อมกับรับรู้ว่าตัวเราเองทำร้ายคนที่รักเรา ห่วงใยกับเรา
ทำให้เขาเจ็บปางตาย ก็คงจะรู้สึกผิดและควบคุมตัวเองไม่ได้เหมือนที่ไคริจังเป็น ดราม่ามา ต้มน้ำรอกันเลย

 


Yokai      >>  ไม่ต้องรอมาม่าของเรียวเมย์ มาม่าของคู่นี้มาเสิร์ฟแล้วค่ะ 
น้ำหวาน   >>  หมดช่วงมุ้งมิ้งแล้ว ฮือออ
A.Iliad     >>  มาตามเม้นท์ครอบทุกตอนเลย ขอบคุณค่าาา 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 122 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,738 ความคิดเห็น

  1. #1565 ยิ้งฉุบ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 15:39
    ฮืออออออ ไม่เอาอย่างนี้สิ ทุกคนอย่าร้องไห้นะ แงงงงง
    #1,565
    0
  2. #1474 Nantashi (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 04:51
    ไม่นะๆๆๆ ฮือออ เรื่องนี้ต้องไม่ดราม่าเสสส้
    #1,474
    0
  3. #1376 itzmeboombim (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 18:42
    มาม่าหม้อใหญ่มากๆ 
    #1,376
    0
  4. #1237 InLove (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 17:01
    โอ๊ยไคริจังงง อีฮิเดะนี่มันยังไงงง
    #1,237
    0
  5. #1151 baekbow (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 18:28
    อยู่ๆดราม่าก็มา มันเป็นตอนที่เรากลัวที่สุด แต่ก็นะ เชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น
    #1,151
    0
  6. #1132 0949427132 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 17:04
    เกลียดฮิเดะอ่าาา ฮิโระสู้ๆน้าา
    #1,132
    0
  7. #1019 Bennie_ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 13:02
    แอบคิดว่าฮิเดะสร้างความทรงจำปลอมมาหลอกให้ไคริจังเชื่อรึเปล่า แล้วก็ฉวยโอกาสร่ายมนตร์ควบคุมไคริจัง? ฮืออออ ฮิโระอย่าเป็นอะไรนะ
    #1,019
    0
  8. #955 Nut'reeeee (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:55
    ไคริน่ารำคาญอะ ตลกตั้งแต่ไปหาคนแปลกหน้าคนเดียวละ รู้ทั้งรู้ว่าอันตราย ลัทธิล้างสมอง ยังจะคิดว่าตัวเองเก่งอยู่นั้นละ ในบางเรื่องจิตใจก็ทื่อไม่สนใจอะไรเลย แต่บางเรื่องก็อ่อนไหวเกิ๊นน โดนเขาหลอกเลย
    #955
    0
  9. #838 fe&font (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 มกราคม 2559 / 18:25
    //ถือตะเกียบรอ
    #838
    0
  10. #592 zozine (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 06:50
    ช่วงมุ้งมิ้งมาแปบเดียวเองงง
    #592
    0
  11. #265 love_forever @Forever_loveA7 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2558 / 15:50
    มันหน่วงอ่ะตอนนี้ ไคริจังสู้ๆๆนะ
    #265
    0
  12. #114 A.Iliad (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 11:40
    ไคริจังทำใจดีไว้ ฮิเดะเลวอ่ะใช้มนตร์สะกดไคริ ตัวเองก็ปีศาจทำเป็นยอมรับความจริงไม่ได้
    #114
    0
  13. #78 Yokai (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2558 / 23:00
    เตรียมเครื่องปรุงเลย มาม่ามาแว้ววววว โฮฮฮฮฮ เจ้าพวกนั้นทำอะไรกับไคริจังห๊ะ! บังอาจมากเลย! แค่นี้บิ๊กอายยังเป็นนกย่างบ่อยไม่พออีกเหรอออออออออ~~~ // พี่ยักษ์นี่อยู่หน้าบ้านตลอดเลยเรอะ แอบคล้ายยามเฝ้าบ้าน ว่าแต่ไม่หนาวบ้างรึไงกันนะ 55555555
    #78
    0
  14. #77 โหล่วโล้ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2558 / 22:23
    เพิ่งตามมาอ่าน สงสารฮิโระจัง จะรอดไหมเนี่ย
    #77
    0
  15. #76 NamKudos (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2558 / 21:47
    เปิดมาด้วยไคริที่แสนซุกซน จบที่ไคริกำลังคลุ้งคลั่ง ม่ายยยย ขอตอนต่อไปด่วนค่ะ
    #76
    0
  16. #75 Palmlie (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2558 / 19:11
    ตอนต่อไปอย่างด่วนๆๆๆเลยไรด์
    #75
    0
  17. #74 น้ำหวาน (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2558 / 18:43
    เล่นเอาบ้านถล่มเลย

    คนอื่นๆ ไปไหนกันหมด ออกมาช่วยกันเร๊ววว

    ไคริจัง คงรู้สึกแย่มากๆ ที่ทำร้ายฮิโระ ซ้ำแล้วซ้ำอีก

    เฮ้อ มาม่าได้อีกอ่ะ
    #74
    0