Beautiful boy ss2 ผมสวยแล้วคุณจะรักผมไหม (จะแสบจะซนก็รักนะ)

ตอนที่ 9 : รู้แล้วนะ ....รู้ยัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    22 ก.ย. 62

ตอนที่ 9 รู้แล้วนะ...รู้ยัง



“อะไรนะฮะ” โซวอนก้มลงรับโทรศัพท์ ย่อตัวลงนั่งข้างเก้าอี้ เพื่อหลบเสียงเพลงที่ดังอยู่แล้ว

“แม่จะมารับทำไม”

“ไม่เอา ผมโตแล้ว”

“แม่!!! ไม่เอานะ”

“แม่อะ....”

ทุกคนมองกิริยาโต้ตอบทางโทรศัพท์ของโซวอนอย่างลืมตัว อากัปกิริยาเพลินตามากกว่าจะดูน่ารำคาญ มีนาวาคนเดียวละมั้งที่กอดอกจิบเบียร์เย็นๆ อย่างเงียบๆ มีเจสซี่นั่งข้างๆ เป็นเพื่อนดื่ม และมีเพชรกล้านั่งมองด้วยสายตาขุ่นเคือง

“เด็กอะไรน่ารักจัง” บอลลูนมองยิ้มๆ โซวอนพูดภาษาไทยกับแม่ตัวเอง

“ก็รักสิ” ต้นกล้าแหย่

“ไม่เอา!! ผมชอบพี่นาวา”

ทองแทนสะอึกของที่กำลังกิน จนต้องกระดกเบียร์เข้าปากรัวๆ

“กล้าเนาะ!! รู้ว่าเค้าไม่สน เอ็นดูเป็นน้องมาเป็นปีๆ ยังไม่เลิกคิดอีก” ต้นกล้าเป็นตรง....ออกจะมากเกินไปด้วยซ้ำ

“นาวาเค้าช่วยบอลลูนเอาไว้ตอนเด็ก เค้าก็ต้องเถิดทูนเป็นธรรมดา” ทองแทนออกตัวแทนอีกแล้ว ต้นกล้าเบ้ปาก ....นี่ก็อีกคน ไม่บอกเค้า ๆ จะรู้ได้ไงว่าชอบ............สามเศร้า...มองเจสซี่ เพชรกล้า สงสัยจะห้าหกเศร้าซะมั้ง....ดูแล้ว

“รักแรกพบพี่ว่ามะ” บอลลูนหัวเราะ ยิ้มสดใส

“คนช่วยก็ถูกแล้ว มารักแรกพบบ้าบออะไร” ต้นกล้าส่ายหน้า......ไม่อยากให้บอลลูนหวังไปไกล นาวาไม่ชอบผู้ชายหรอก.....

“ต้นกล้า เลิกพูดได้แล้ว” ทองแทนปรามเพื่อนเบาๆ

“ฉันอยากให้น้องมีสติ สนคนที่เค้าสนเราดีกว่า”

บอลลูนดูงงๆ เพราะไม่เข้าใจ แต่ต้นกล้ามองทองแทนแบบมีความหมาย  ทำเอาทองแทนกระแอมในลำคอ ยกเบียร์กระดกสามทีติด สงสัยคืนนี้จะเมาไม่เลิกแน่นอน ต้นกล้ามองเพื่อนแล้วหัวเราะ ทองแทนมีทุกอย่างยกเว้นความกล้ากับไอ้เด็กคนนี้

“ว่าไง ทำหน้าไม่สบอารมณ์” ซองเฮลูบผมนิ่มที่นั่งทำหน้าไม่เสบยกับพื้น

“แม่จะมารับอะ พี่ซองเฮช่วยพูดหน่อยสิ ผมกลับเองได้”

“เรื่องอะไร ดีซะอีก ไม่ต้องเสียตังค่ารถแท็กซี่” ซองเฮส่ายหน้า

“โว้ย! ไม่ได้ดั่งใจเลย.....” โซวอนฮึดฮัดไม่สบอารมณ์

“พ่อแม่มารับดีออก” ซองเฮสะกิดให้น้องทำเสียงให้เบาลง

“อายคนอื่นเค้า” นี่ไง....ความจริง ที่โซวอนคิดอยู่

“มารับก็ดี ฉันจะได้ทำความรู้จักด้วย” ฮงกิพูดขัดขึ้นมา สงสัยจะเมาซองเฮว่า ปกติไม่หน้าด้านขนาดนี้....

“พี่ไม่รู้จักท่านทูตเหรอ” เยรินถามอย่างสงสัย

“หมายถึงแบบเป็นทางการ” ฮงกิทำหน้าตาตื่น ทำไมใครจะไม่รู้จัก....เยรินถามแปลกๆ

“จะอยากรู้จักทำไม ฮงกิก็เคยเจอแล้วนิ” ยูนนาทำหน้าแปลกใจอีกคน

“มันไม่เหมือนกัน” ฮงกิทำหน้าหงุดหงิดแบบไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน

ทุกคนดูคุยกันปกติ ยกเว้นบอลลูนที่ฟังภาษาเกาหลีออก หัวข้อการสนทนาทำให้สนใจมากเป็นพิเศษ โซวอนพื้นฐานครอบครัวไม่ธรรมดาจริงๆ

“สงสัยอะไรเหรอ” เยรินหันมามองหนุ่มไทยตาคมคิ้วเข้ม.....แต่ดูออกจะหล่อแบบอ่อนๆ

“เปล่า” บอลลูนส่ายหน้า

“นายฟังออกทั้งหมด อย่าทำเป็นไม่รู้เรื่อง” เยรินชี้หน้า ล็อคแขนบอลลูนเข้ามาใกล้ แน่ใจนะว่ายัยนี่!! เป็นผู้หญิงเกาหลี ที่ใครๆ ว่าขี้อายเป็นที่หนึ่ง

555 รู้ทันซะแล้ว” บอลลูนหัวเราะกับอาการแบบนั้น

“พ่อของโซวอนเป็นถึงท่านทูตเลยเหรอ”

“ใช่” เยรินพยักหน้า

“แปลว่าโซวอนไม่ใช่คนเกาหลีนะสิ” บอลลูนจ้องหน้าเป็นคำถาม

“ใช่ ถึงไม่ใช่คนเกาหลีแท้ แต่นายก็เห็นว่าโซวอนไม่ได้แตกต่างเลย” เยรินมองไปที่เพื่อนหนุ่มที่นั่งกระเง้ากระงอดกับซองเฮที่ไม่ยอมทำอะไรให้สักอย่าง....

“จ้า!! ปกป้องแฟนจังเลยนะ” บอลลูนแกล้งพูดปนขำ

“นิดหนึ่ง” เยรินยักไหล่ ทำท่าทางก๋ากั๋น

“ประจำกงสุลไหนเหรอ” บอลลูนหลอกถามต่อ ส่งขวดเบียร์ของตัวเองให้ แต่ได้รับการปฏิเสธ ถึงไม่เมา ก็หลอกถามจากเยรินได้ไม่ยาก

“กงสุลไทย พ่อแม่ของโซวอนเป็นคนไทย” เยรินบอกอย่างภาคภูมิใจแทนเพื่อน

“ถึงว่าสิ ฟังออกแถมพูดซะคล่องเชียว” บอลลูนกระหยิ่มยิ้มย่อง  เรื่องนี้ต้องเอาไปบอกนาวาให้แปลกใจ......

.........................................................................................................................................

“อาจารย์ครับ ทุกคนครับ ผมลาแล้วละฮะ พ่อกับแม่มารับแล้ว” โซวอนบอกเป็นภาษาเกาหลี ก้มศรีษะโค้งลงอย่างน้อมนอบ ใบหน้าขาวใสหันมองหาคนที่เคยนั่งใกล้ๆ แต่ย้ายไปนั่งหัวโต๊ะในตอนนี้ กำลังดวลโซจูกับทองแทน ต้นกล้า ขณะที่คนอื่นยืนเชียร์กันอย่างสนุกสนาน คงไม่ต้องลาก็ได้มั้ง

“นายไม่ต้องไป” ซองเฮคว้าแขนฮงกิที่ทำท่าจะเดินตาม

“แล้วพี่ไม่กลับด้วยเหรอ” ฮงกิถามอย่างสงสัย มองตามร่างเล็กๆ ของโซวอนไป

“ไม่!! นอนคนละบ้านบ้างเถอะ”

“คราวหน้า ผมติดรถพี่ไปบ้านโซวอนได้ไหม” สงสัยฮงกิเครื่องจะรวน อารมณ์มึนๆ ดูกล้าไปซะหมด

“จะเอาจริงเหรอ” ซองเฮถามยิ้มๆ

“ฮะ” ฮงกิพยักหน้าอย่างหนักแน่น

“ไม่ถอยนะ”

“ไม่ฮะ”

“ถึงจะรู้ว่าน้องฉันไม่ใช่สายนี้เลยนะ อยู่บ้านป่าเถื่อนน่าดู ซกมกอย่าบอกใคร ยังจะชอบอีกไหม”

“ยังไงก็ชอบ” ฮงกิทำหน้าลังเลก่อนจะตอบ

“โอเค!! ตามนั้น”

ซองเฮหัวเราะเบาๆ ตบไหล่ฮงกิให้กำลังใจ เดี๋ยวก็รู้  โซวอนร้ายกว่าที่คิด ที่เห็นนี่แค่เบาๆ เอาไว้เจอกับตัวเองดีกว่า สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นจริงๆ

“แทนพี่ขวดแล้วเนียะ” นาวามองขวดที่กองอยู่อีกโต๊ะ

“โอ้โห้!! ยังจะกล้าถาม นับไม่ถ้วน” ทองแทนทำท่าจะไม่ไหวแล้ว ขณะที่อีกฝ่ายยังนั่งตัวตรงอยู่เลย นาวาคอแข็งชะมัด....

“กลับกันเถอะ ทางนู้นกลับกันเกือบหมดแล้ว” ต้นกล้าบอก พลางพยักเพยิดไปทางนู้น

นาวาหันไปมอง ไร้เงาของเด็กนั่น....ไปตั้งแต่เมื่อไหร่  เอาตัวเองออกมาเพราะคิดว่าทำอะไรผิดปกติไป และแปลกเกินพอดี  ดูจากทองแทนอมยิ้มตลอดเวลาที่เค้าอยู่ใกล้เด็กคนนั้น

“กลับไม่รู้จักบอก” นาวาพึมพำคนเดียว

“นายบ่นใคร.....เหรอ นาวา”

ใบหน้าได้รูปของต้นกล้ามุ่นคิ้ว.....เค้าอยากกลับแล้ว  ถูกใจซองเฮแต่ก็คุยนานๆ ไม่ได้ ไม่เข้าใจภาษากัน แถมหมอนั่นทำหน้าหวาดระแวงอะไรเค้าก็ไม่รู้

“กลับเถอะ”

ร่างสูงของนาวาลุกขึ้น โงนเงน เจสซี่กับบอลลูนถลาเข้ามาช่วยพยุง ทองแทนโบกมือห้าม  ต้นกล้าอีกคนลุกมาขนาบข้างนาวา  ในเวลามึนๆ เมาๆ แบบนี้ ไม่มีใครได้เข้าใกล้นาวาหรอก มีองค์รักษ์พิทักษ์ขนาดนี้

โซวอนทิ้งตัวลงบนเตียงกว้าง คิดถึงการทิ้งเบอร์แบบแปลกๆ ของคนนั้น ไหนจะแอบกินของกินผ่านช้อนที่ถืออยู่ ทำทำไมนะ....ที่หนักกว่านั้น คือ มันวิ่งเป็นภาพอยู่ในหัวตลอดเวลา เสียงโทรศัพท์เข้ามาขัดอาการคิดคนเดียว.....มองชื่อที่ขึ้นมา อย่างแปลกใจ....อึ้งเลย...ดีกว่า

“ครับ”

“..........” เงียบ.........

“ฮัลโหล” โซวอนกรอกเสียงลงไปซ้ำ...มาแปลกละ

“อันนี้ เบอร์ใคร” เสียงปลายสายมาว่างั้น

“น่าจะโทรผิดครับ” โซวอนตอบกลับ หน้าชักจะมีโมโห.....ไม่รู้แล้วโทรมาทำไมวะ

“โทรมาเรื่องอะไร”

“ไม่ได้โทรเว้ย!!! ” โซวอนผลุดลุกเต้นเป็นเจ้าเข้า......น้ำเสียงเกือบเป็นตะคอก

“ก็มีเบอร์ขึ้นมาเนี้ยะ”ทางนู้นเหมือนไม่ยอมแพ้

“ผมไม่ได้โทร แค่นี้นะ จะนอนแล้ว” โซวอนหัวร้อนเกินกว่าจะคุย ทำท่าจะวางสายลูกเดียว

“เดี๋ยวสิ”

“อะไร” เสียงใสๆ ว๊ากใส่ อารมณ์ฉุนเฉียวน่าดู

“เรารู้จักกันไหม”

“เมาแล้ว....ไปนอนไป” โซวอนวางสายอย่างมีโมโห  ลบเบอร์ออก แต่ก็ชะงักไป เก็บเอาไว้ ถ้าโทรมาอีกจะได้รู้ว่าใคร แล้วก็ไม่ต้องรับ.....หึๆๆๆ อย่าได้หวังว่าจะคุยด้วยอีก....ไอ้คนบ้า

“ขำอะไรนาวา” ทองแทนมองเพื่อนที่ยืนหัวเราะอยู่คนเดียว จะว่าเมาก็ไม่น่าจะใช่ คนอย่างนาวาไม่เคยกินเหล้าเมาแบบขาดสติเลยสักครั้ง

“แกล้งคนเล่นนะ” นาวาเบรคอาการขำของตัวเอง

“ใคร” ทองแทนอยากรู้ขึ้นมาอีก

“เปล่า!! มีเบอร์แปลกๆ ขึ้นหลายสายเลย งง  เครื่องนี้ไม่ค่อยให้เบอร์ใคร ทำไมมีสายแปลกๆ เข้ามา”

ทองแทนมองโทรศัพท์ เครื่องนี้ส่วนตัวสุดๆ แม้แต่เจสซี่ก็ไม่มี บอลลูนและเพื่อนๆ ในกลุ่มหลายๆ คนก็ไม่มี มีแต่ต้นกล้ากับเค้าที่มีสิทธิพิเศษนั้น แล้วคำถาม นาวาพูดถึงเบอร์ใคร

“นายโทรเองรึเปล่า”

ทองแทนเดาแม่นมาก...นาวาไม่ขำละ......

“พรุ่งนี้จะกลับแล้ว คิดถึงแม่จัง”

นาวาเปลี่ยนเรื่องนะ ทองแทนว่า..........

“ต่อหน้าไม่เห็นจะพูดสักคำ”

ทองแทนแซว นาวาคนปากแข็ง............

“มันเขินนะ พอโตมาก็เป็นแบบนี้ บางทีก็เหนื่อยกับตัวเอง”

นาวามองนาฬิกา แม่คงจะหลับไปแล้วป่านนี้

“เจ้าชายเย็นชา”

ต้นกล้าพูดขึ้นมา........นิกเนมนาวาตอนโดนว่าลับหลัง.......

“แต่ชอบกินชาเย็น 5555 คงไม่มีใครคาดถึงหรอกว่านาวาชอบกินชาเย็นมาตั้งแต่เด็ก” ทองแทนพูดเรื่องในวัยเด็กแบบอารมณ์ดี

“หน้าตาไม่น่าเลย  นึกว่าจะกินอเมริกาโน่งี้ เอสเปรสโซ่งี้  กาแฟดำขมปี๋ อะไรประมาณนั้น” ต้นกล้าย้ำเข้าไปอีก

“ได้ที  แซวกันใหญ่” นาวาล้วงกระเป๋ามองวิวของเมืองทางด้านนอก งดงาม....แต่ว่าพรุ่งนี้จะลาจากไปแล้ว โดยหาใครคนหนึ่งไม่พบ.....

“นี่ถ้าไม่ต่อยกัน...เพราะไอ้เด็กอ้วนนั่น คงไม่มาสนิทกันแบบนี้อะเนาะ” ต้นกล้าเท้าความ

“เลิฟ เลิฟ นะเหรอ” ทองแทนหัวเราะ

“ใช่!! ตากลมโต บ๊องแบ๋ว แก้วชมพู ตอนนั้นเล่นขายของ ขาดลูก  พอเจอหน้าจะเอามาเป็นแฟน ตลกวะ”

“มีคนไม่ตลก เลยโดนต่อยซะ” ทองแทนนึกถึงเรื่องตอนนั้นได้เป็นอย่างดี

“แตะไม่ได้กันเลยทีเดียว.......” ต้นกล้าพยักหน้าเห็นด้วย

“นาวา แล้วไม่เคยเจอกันอีกเลยเหรอ” หันไปถามเพื่อนที่ดูเหม่อลอย...อาจจะเพราะว่ามาเหยียบถึงที่นี่แล้ว.......การมาศึกษาดูงานนาวาก็เป็นคนเลือกสถานที่เอง....แต่กลับยังหาไม่เจอ

“ไม่!! แม่อาจจะรู้ แต่ฉันไม่เคยติดต่ออีกเลย” นาวาส่ายหน้าไปมา ยกเบียร์ขึ้นดื่มย้อมใจ

“ป่านนี้คงจะโตประมาณโซวอนรึเปล่า” ทองแทนทำหน้าคำนวณ

“แต่ฉันว่าน่าจะอ่อนกว่าโซวอนสองปีไหม” ต้นกล้าไม่เห็นด้วย

“โซวอน พูดถึงโซวอนทำไมเหรอ”  บอลลูนเดินมาร่วมวงสนทนาอีกแล้ว ไอ้เด็กนี่ไม่ยอมหลับยอมนอนนะ

“ทำไมไม่ไปนอน” ทองแทนหันมาดุ ตอนนี้มีคนเดียวที่ป้วนเปี้ยนมาแถวนี่ไม่เลิก....ก็บอลลูนนี่แหละ

“มันดึกแล้วนะ ไปนอนสิ ชิว” ต้นกล้าโบกมือไล่..............

“แค่แวะมาดูเอง ทำมาเป็นไล่” เด็กหน้าหวานเข้ม ไม่ได้ใสปิ๊งน่ามองไปทุกส่วนแบบโซวอน แต่ก็น่ารักอย่างมีเอกลักษณ์ส่วนตัว...ทำหน้างอใส่ทุกคน

“ไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้จะพาไปช้อปก่อนจะกลับ” ทองแทนมองนาวาที่ไม่ยอมพูดอะไร ดันหลังให้บอลลูนออกไปนอกห้อง

“ผู้ใหญ่เค้าจะคุยกัน”

“ว๊า!!!! อุตส่าห์ไปเผือกถามเรื่องของโซวอนมา เผื่อพวกพี่จะสนใจ...เสียดายจัง!!” บอลลูนทำหน้าเสียดายได้น่าตี ทองแทนละอยากจะบิดแก้มบนหน้ากวนๆ นั่น

“เล่ามาสิ แทนอยากฟังจะแย่แล้ว” ต้นกล้าพูดอย่างรู้ใจเพื่อน...ต่อเวลาให้อีกหน่อยคงไม่เป็นไร คนเค้าอยากจะอยู่ใกล้ๆ กัน

“เฮ้ย!! ไอ้ต้นกล้า...ทำไมพูด”

“ว่ามาสิ”

ทองแทนจะโวยใส่สักหน่อย ถ้านาวาไม่ขัดขึ้นมาก่อน ร่างสูงไขว้ห้าง นั่งเอนตัวสบายมองนิ่งจนบอลลูนออกอาการเก้อเขิน.....นานๆ โดนจ้องสักที....

“โซวอน จริงๆ แล้วเป็นคนไทยนะ” บอลลูนเริ่มประเด็นแรกก่อน

“อันนี้ ก็น่าจะรู้ เพราะพูดชัดขนาดนั้น” ต้นกล้ายักไหล่ ไม่เห็นจะน่าสนใจตรงไหนเลย

“แล้วทำไมมาอยู่ที่นี่ได้” ทองแทนถาม.....

“ย้ายตามพ่อกับแม่มานะสิ” บอลลูนขยับมาใกล้นาวา....ที่ทำหน้าครุ่นคิด

“พ่อแม่เค้าทำอะไร” ต้นกล้าชักจะสนใจมากขึ้น

“ให้ทาย” บอลลูนยิ้ม ทองแทนยิ้มตาม ดูท่าเด็กตรงหน้ากำลังสนุก ท่าทางถือไพ่เหนือกว่า

“ทำธุรกิจ” ทองแทนเล่นด้วย  กลัวบอลลูนเสียหน้า

“ไม่ใช่”

“พนักงานออฟฟิส” ต้นกล้าก็เอาด้วยอีกคน

“ไม่ๆๆๆ”

“ร้านขายอาหาร” ทองแทนไม่ยอมแพ้

Nooooooo

“ทูตเหรอ” นาวาเอ่ยขึ้นเป็นคำแรก หลังจากเล่นทายกัน ไม่มีใครถูกสักที

“พี่รู้ได้ไง” บอลลูนทำตาโต ออกจะทึ่งนิดๆ ไหนบอกไม่สนใจไง

“เดาเอานะ  ฉันไปนอนแล้วนะ”

ร่างสูงๆ หันหลังออกไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย  ซึ่งทุกคนก็พยักหน้า หมายความว่าต้องออกไปนอกห้อง ยกเว้นทองแทน

“มีอะไรรึเปล่านาวา” ทองแทนถามหลังจากทุกคนออกไปแล้ว

“บทจะเจอก็เจอง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ” นาวาทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ

“อะไร...เล่าให้ฟังได้ไหม” ทองแทนยังไม่เข้าใจอยู่ดี

“โซวอนกับเลิฟ เลิฟ” นาวามองตาเพื่อนที่เบิกกว้าง......ได้เค้ารางๆ

“อย่าบอกนะ”

รอยยิ้มของนาวาเป็นคำตอบ ทองแทนไม่อาจคาดเดาได้ว่าต่อไปจะเป็นยังไง ในเมื่อพรุ่งนี้จะต้องจากกัน นาวาจะทำยังไง จะปล่อยให้การจากลานี้เป็นครั้งสองแบบทำอะไรไม่ได้เลยรึเปล่า......

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น