Beautiful boy ss2 ผมสวยแล้วคุณจะรักผมไหม (จะแสบจะซนก็รักนะ)

ตอนที่ 18 : สาเหตุ ที่อาจจะเปลี่ยนใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ต.ค. 62

ตอนที่ 18 สาเหตุ ที่อาจจะเปลี่ยนใจ

 

เสียงเพลงเรียกเข้าดังเป็นจังหวะ....นาวามุ่นคิ้วขยับโทรศัพท์ออกห่างจากหู  เสียงดังเกินไปไหม...แต่เอะ!!  เสียงมันดังอยู่ในห้องนี้....ร่างสูงขยับตัวเดินไปตามทางของเสียง....เดินเลยห้องทำงาน เข้าไปจนถึงด้านในที่ถูกั้นไว้เป็นห้องส่วนตัว ไม่มีใครกล้าเข้ามาถึงในนี้ ถ้าไม่ได้รับอนุญาต  นาวาปิดโทรศัพท์มองคนที่ใครๆ ตามหาตัว  ร่างเล็กๆ นอนคว่ำหน้าบนโซฟา ยังอยู่ในชุดเมื่อวาน....แอร์ก็ไม่เปิด หายใจออกได้ยังไง ใบหน้าขาวใสหลับตาพริ้มแบบหมดสภาพ  ปากน้อยๆ แยกออกจากกัน น้ำลายน่าจะไหลด้วยละ....นาวาว่า....เค้าเดินไปเปิดแอร์ เดินกลับมาถ่ายรูป ขำตัวเองที่ยังมีอารมณ์แบบนี้อยู่อีก....เด็กนี่ทำให้ใจอ่อน ทั้งๆ ที่ไม่ใช่คนๆ นั้น

“นายบอกว่าเจอแล้วเหรอ อยู่ไหน” ทองแทนโผล่หน้าเข้ามาในห้อง ....สีหน้าห่วงใย....แบบหายากสำหรับคนที่พึ่งรู้จักกัน

“นอนอยู่ห้องด้านในสุด” นาวาพูดเสียงเบา ซึ่งทำให้ทองแทนแปลกใจไปอีก.....

“ทำเอาวุ่นไปหมด เด็กแสบเอ้ย!!” พึ่งเป็นครั้งแรกที่ทองแทนบ่นโซวอน หลังจากที่มองเห็นตัวเป็นๆ หลับสบายใจอยู่บนโซฟา

“นายโทรบอกต้นกล้าให้บอกพี่เค้าด้วย จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง”

“ไม่ต้องแล้วละ...” ทองแทนบอก....นาวาหันไปมอง ซองเฮเดินหน้าเครียดเข้ามาในห้อง ดวงตาแดงก่ำ  โดยมีต้นกล้าเดินตามเข้ามา

“เจอเค้าไหม” ซองเฮถามคนที่หน้าตาดีที่สุดในห้อง ....น้ำเสียงสั่นเครือ

“เจอแล้ว!! กำลังหลับอยู่” ทองแทนตอบแทน 

“ไอ้น้องบ้า!! มันทำใจฉันสลายไปหมด ไอ้เด็กเอาแต่ใจ ไอ้....ฮือๆๆๆ” ซองเฮทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่ใกล้ที่สุด ต่อมน้ำตาแตกออกมา เพราะเครียดมาทั้งคืน  ต้นกล้าส่งผ้าเช็ดหน้าให้แต่โดนปัดออกแบบไม่มีเยื่อใย  ต้นกล้าก็เข้าใจ  ซองเฮโกรธเพราะเค้าไม่รับโทรศัพท์ เค้าเป็นคนเดียวที่ซองเฮหวังจะพึ่งพา....ซองเฮเลยรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง

“ฉันขอโทษ”

นาวาเดินพาซองเฮเข้าไปดู แอร์เย็นฉ่ำ  กับเสื้อคลุมที่ใครก็รู้ว่าเป็นของนาวา ไม่มีใครพูดอะไรคงรอแต่ให้เจ้าตัวดีตื่นขึ้นมาก่อน ทุกคนเลยพร้อมใจกันออกไปคุยข้างนอก

“ต้นกล้า นายพาซองเฮไปหาอะไรกินก่อนเถอะ  กว่าจะตื่นคงจะบ่ายๆ” ทองแทนแตะแขนเพื่อน พยักเพยิดให้ชวนอีกคนไป

“เค้าไม่ไปกับฉันหรอก....เค้ายังโกรธอยู่” ต้นกล้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ อุตส่าห์เข้ากันได้ดีแล้วเชียว

“ฉันชวนเอง นอกนั้นนายต้องช่วยเหลือตัวเอง” ทองแทนอาสาเป็นหน่วยประสานความสัมพันธ์

“ขอบใจเพื่อน”

ต้นกล้าพยักหน้า......ลอบมองเสี้ยวหน้าขาวๆ ที่เอาแต่นั่งมองเวลา....

“พี่ซองเฮ...กี่โมงแล้วอะ”

นาวามองคนที่งัวเงียอยู่บนโซฟา แต่ไม่ยอมลุกหรือลืมตาขึ้นมา กลับทำเพียงแค่ซุกหน้าลงไปในเสื้อคลุม

“บ่ายโมงครึ่งแล้ว...จะตื่นรึยัง” นาวาเป็นคนตอบแทน พับหนังสือพิมพ์แล้วเดินเข้าไปใกล้ๆ

“อืม!! ตื่นแล้ว....หิวอะ”

“พูดดีๆ สิ” นาวากลั้นยิ้ม....มองคนหัวยุ่งที่ขยับตัวนอนหงาย  พยายามลืมตาให้ขึ้น....

“พี่ซองเฮ  ผมหิวข้าว....ซื้อข้าวให้กินหน่อย”

หลับหูหลับตาพูดลากเสียงยาว เสียงอ่อนเสียงหวานไปอีก....ไม่มีทีท่าขยับแม้แต่นิดเลย  นาวาลุกขึ้นยืน ออกไปโทรสั่งอาหารข้างนอก รอแค่ 10 นาที อาหารก็ขึ้นมา....นาวาเดินถือมาวางไว้บนโต๊ะทำงาน....ปล่อยให้กลิ่นมันลอยอบอวลไปทั่วห้อง.....ได้ผลจริงด้วย 

“หอมจัง” โซวอนขยับพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง.....ทำจมูกฟุดฟิดๆ

“ลุกมากินได้แล้ว”

“แปบได้ไหมฮะ  เมื่อยมือจัง นวดให้หน่อยสิ” ท้ายเสียงออดอ้อนนิดๆ ยื่นมือมาให้  ขณะที่อีกมือขยี้หูขยี้ตาเพื่อเรียกสติ....นาวามองแขนที่ยื่นมา ซองเฮต้องรักมากขนาดไหนถึงนวดแขนนวดขาให้....มือโบกไปมาเรียกร้องความสนใจ ใบหน้าหล่อเหลาปรายตามอง...ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆ คว้ามือที่ส่ายร่อนไปมา มาบีบให้......

“โอ๊ย!! ทำไมบีบแรง มันเจ็บนะ”

โซวอนร้องไปด้วยหันมาต่อว่า......อาการเหมือนเบรกค้าง ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ อยู่หลายรอบ เพราะไม่แน่ใจว่าคนที่กำมือตัวเองอยู่เป็นซองเฮจริงรึเปล่า....ชักมือกลับ หน้าแดง นอกเหนือจากความเจ็บแล้วคือความอายมากกว่า

“มาตอนไหน”

“สักพักแล้ว” นาวามองคนหน้าแก้มแดง  ก้มหน้าไม่ยอมสบตา....บิดมือไปมา...เป็นอะไร

“พี่ซองเฮละ”

“ไปกินข้าวกับต้นกล้า เดี๋ยวคงมา...นายก็มากินได้แล้ว” นาวาลุกขึ้นยืน รอให้โซวอนลุกตามขึ้นมา

“ฮะ”

ว่าง่ายเกินความคาดหมาย  แต่เหตุผลน่าจะเป็นเพราะหิวมากกว่า......

“ค่อยๆ กิน เดี๋ยวติดคอหรอก”

นาวาทำเสียงในลำคอ....พูดก็แล้ว เตือนก็แล้ว บ่นก็แล้ว  โซวอนก็ยังยัดข้าวเข้าปากเรียกว่ากินอย่างรวดเร็ว

“ไม่ได้กินตั้งแต่เมื่อวาน หิวมาก” พูดทั้งๆ ที่กินอยู่ เลยทำให้สำลัก...หน้าดำหน้าแดงขึ้นมาทันที  เหลือเกินจริงๆ  นาวาอดรนทนไม่ไหว...ลุกไปหยิบขวดน้ำเปิดแล้วส่งให้....

“เวลากินห้ามพูด” นาวาสั่งสอน....เพราะขัดตาขัดใจเหลือเกิน....

“อร่อย...ร้านเมื่อวันก่อนรึเปล่า” โซวอนรับขวดน้ำมา ยกขึ้นดื่มก่อนจะถาม....ตากลมๆ แวววาวเพราะอารมณ์ดี รอยยิ้มมีขึ้นเรื่อยๆ แบบไม่รู้ตัว

“ใช่”

“กุ้งชุบแป้งทอดก็อร่อยนะ ลองกินดูสิ” นาวาชี้กล่องที่ยังไม่ได้แตะ....ดวงตากลมๆ มองมาแบบหวาดระแวง....ว่าคนตรงหน้ามามุกไหนรึเปล่า...นาวาพยักหน้าเชิญชวนแบบใช้สายตา...

“กินมากๆ เดี๋ยวจะอ้วนเยอะกว่านี้” โซวอนพูดแต่ช้อนนะไปแล้ว.....

“กินไปเถอะ อ้วนแล้วจะทำไม ไม่เห็นเสียหายตรงไหนเลย” นาวาดันกล่องให้เข้าไปใกล้ๆ อีก...กวาดสายตามองแบบเงียบๆ อ้วนตรงไหนออกจะ..พอดี....ยกมือเกาหลังคออีกละ....เพราะรู้สึกว่ารู้ดีเกินไปรึเปล่า.....

“นายก็พูดได้สิ ไม่เคยอ้วนมาก่อนละสิ” โซวอนพูดในขณะกินอีกแล้ว พอนาวามองก็รีบเคี้ยวแล้วกลืน

“นายเคยอ้วนเหรอ...” ถามตรงๆ อย่างสงสัย เท่าที่เห็นมาลักษณะโซวอน นาวาว่าไม่เคยอ้วนเกินพอดีไปหรอก

“ช่างมันเถอะ” โซวอนตัดบทเฉยๆ ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้

“กินหมดแล้วก็กลับไปอาบน้ำพักผ่อนที่ห้องเถอะ” นาวาบอกก่อนจะลุกขึ้นยืน.....

“นาวา” โซวอนเรียกคนที่กำลังจะเดินออกไปเสียงเบา แต่อีกคนก็ได้ยิน หันมาเพียงด้านข้างอย่างรอฟัง

“นายจะเลิกจ้างฉันรึเปล่า”  ถามเสียงอ่อย เพราะเมื่อวานออกฤทธิ์ไปเยอะ แถมเงินที่จ้างก็เป็นของนาวาอีก

“นายอยากทำรึเปล่าละ” นาวาย้อนถามกลับมา......

“อยาก...เมื่อวานฉันขอโทษ....ที่ทำอะไรตามใจตัวเอง”

นาวาปรายตามองเด็กเกาหลีสัญชาติไทยก้มหน้าสำนึกผิด  เสียงอ่อยจนอยากจะอ่อนใจ อย่างต้นกล้าบอก วัฒนธรรมต่างกัน สิ่งแวดล้อมไม่เหมือนกัน เค้าคงจะใช้วิธีแบบเดิมกับโซวอนคงจะไม่ได้แล้ว

“ทองแทนจะสอนงาน และอย่าลืมเรื่องเรียนพิเศษด้วย”

โซวอนพยักหน้า....แม้จะไม่ได้หันไปมองเต็มตา นาวาก็รู้ว่าโซวอนตั้งใจมากขึ้นแค่ไหน...

“แล้ว...นายจะไปไหน”

“มีนัด” นาวาบอกตามตรง ขณะที่ทองแทนเดินเข้ามาบอกว่ามีคนมาหา....นาวาพยักหน้า หันมามองคนเพิ่มกินอิ่ม นอนหลับ ตามันใสแจ๋วยังกะแก้ว.....อ่อนแสงน่ามองอะไรขนาดนั้น ใสจนมันคอยแต่ดึงดูดสายตานาวาให้มองไปหา....ติดตาต้องใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ  ใบหน้าหล่อเหลาเสมองไปทางอื่น พูดกับทองแทน แล้วเดินออกไป......

“คนมาหา ใช่คนสวยๆ เมื่อวานรึเปล่าฮะ” โซวอนกางสมุดเพื่อคัดคำ รอจนทองแทนสอนเสร็จถึงถาม

“ใช่!! ชอบเค้าเหรอ” ทองแทนหัวเราะกับอาการคนทำหน้าตาตื่นๆ

“เปล่าฮะ!! ผมไม่อยากแย่งนู้นหรอก”

“ถึงคิดจะแย่ง ก็คงจะสู้ไม่ได้”

“ง๊ะ” โซวอนค้อนให้หนึ่งทีโทษฐานดูถูก แต่ก็คงจะจริง

 ทองแทนหัวเราะ.....คนปากยื่นปากยาว....อารมณ์ประมาทนี้น่าจะปรับความเข้าใจกันแล้ว  โซวอนดูผ่อนคลายและตั้งใจมากขึ้น

“มีคนมารอนายอยู่ข้างนอก ไปหาเค้าสิ” ทองแทนวางโทรศัพท์แล้วบอกให้โซวอนรีบออกไป....

“ไอ้เด็กบ้า!!!

โซวอนกระโดดหลบฝ่ามือพิฆาตของซองเฮ ที่หันมามองตาแดง หน้าแดง ปรี่เข้ามาหาแบบรัวๆ

“โทรศัพท์ก็ไม่รับ...ไปไหนก็ไม่บอก จะให้ฉันอกแตกตายก่อนรึไง ถ้านายเป็นอะไรไป ฉันจะบอกคุณป้ายังไง ฉันจะอยู่ยังไง”

โซวอนคว้าตัวพี่ขี้แยมากอด.....

“ผมขอโทษ เผลอหลับไป พี่อย่าโกรธเลยนะ...นะๆๆๆ”

ต้นกล้าจะยิ้มก็เกรงใจ เอ็นดูทั้งพี่ทั้งน้อง  โซวอนเป็นน้องที่น่ารักจริงๆ ความเป็นผู้ชายด้วยกันไม่ได้ทำให้การแสดงออกของโซวอนมันลดน้อยลงเลย....เด็กน้อยประเลาซ้ายประเลาะขวา....ลูบหลัง ลูบไหล่ ปากพูดแต่คำว่าขอโทษ......เคยเห็นแต่ดุพี่....แต่นี่!! เกินกว่าที่คิดเอาไว้ซะอีก

“เป็นอย่างไงบ้าง”

ยังไม่ทันถึงชั่วโมงเลย.....นาวาก็โทรหาทองแทนซะแล้ว

“กลับไปแล้ว..ไม่ต้องเป็นห่วง”

“ฉันแค่ถามเพื่อความเรียบร้อย” เหมือนนาวาจะรู้ตัวว่าเพื่อนกำลังคิดอะไร  กลบเกลื่อนเสียงเย็นชาก่อนจะวางสายไป

“โอเค....เพื่อความเรียบร้อย”

ทองแทนอมยิ้มกับโทรศัพท์.....หอ-วอ-ออ-งอ-ไม้เอก-ห่วง  พูดแบบนี้นะนาวา

“อาหารที่อร่อยนะคะ แต่ดูพี่นาวาออกจะเครียดๆ”

ภาวิรินทร์สังเกตได้เก่งนัก พอนาวาวางสายหญิงสาวก็เอาอกเอาใจสารพัด.....พูดจาให้กำลังใจทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่านาวาเครียดเรื่องอะไร

“น้องภาคิดไปเอง พี่ไม่ได้เป็นอะไร”

“ไม่รู้สิคะ....ภาว่าตั้งแต่พ่อพี่ป่วย พี่ดูคิดมากอยู่ตลอดเวลา”

นาวายิ้มให้กับคนช่างใส่ใจ......นึกขอบคุณที่ยังมีหญิงสาวน่ารักอย่างภาวิรินทร์อยู่เคียงข้าง ถึงแม้จะมีคนอื่น ควงคนนั้นคนนี้แต่ภาวิรินทร์ก็ไม่แสดงอาการอะไรออกมา นั้นคือข้อดี เพราะนาวายังไม่ได้ใช้คำว่าแฟนกับหญิงสาวรุ่นน้องเลย....

“น้องภา คงจะเบื่อพี่แล้วกระมัง”

“ถ้าภาเบื่อ คงไม่อยู่ตรงนี้หรอกคะ”

“ขอบใจนะ”

นาวายอมรับว่าหญิงสาตรงหน้าดูเหมือนน้ำเย็นที่คอยปลอบประโลมใจ เวลาที่รู้สึกร้อนและไม่สบายใจ แต่มันก็ยังไม่เพียงพออยู่ดี ไม่พอกับเท่าที่ต้องการ ไม่เคยมีใครทำให้เย็นใจได้นอกจากแม่ และก็ไม่มีใครหยุดนาวาได้.......สักคนเดียว

“กลับดึกเชียวนะวันนี้”

นาวาเดินตัวตรง แวะกอดคนทักนิดหนึ่ง.....ส่งกระเป๋าให้คนรับใช้เอาไปเก็บ  รับน้ำดื่มเย็นๆ จากคนเป็นแม่ ที่เหมือนจะรออยู่....แปลว่าต้องมีเรื่องอะไรสักอย่างแน่ๆ

“ก็ยังไม่ดึกมากไปกว่าทุกวัน”

“หึ!! สำบัดสำนวนนักนะลูกฉัน....” คุณรำไพตีไหล่กว้าง  นาวาโตขึ้นเยอะ เป็นผู้ใหญ่กว่าอายุจริงๆ ซะอีก

“คุณป้าอันดาโทรหาแม่”

“เหรอฮะ..” น้ำเสียงดูเฉยเมยมาก..ๆ.....ถ้าไม่มีคำพูดต่อมานะ “แล้วคุณป้าว่ายังไงครับ”

“คุณป้าบอกว่า มีคิวจะส่งของมาให้เลี้ยง”

นาวามุ่นคิ้ว ของ...ต้องแปลว่าสิ่งของ แต่นี่ต้องเลี้ยงอีก ตกลงมันเป็นอะไรกัน

“ตัวอะไรละฮะ”

คุณรำไพหัวเราะ  ....ทำท่าไม่บอก... “แล้วถ้าส่งมาลูกจะเลี้ยงไหม”

“ถ้าส่งมาให้ก็ต้องเลี้ยงสิครับแม่ จะปล่อยให้มันอดตายรึไง” นาวาตอบก่อนจะเดินขึ้นบันได

“ลูกรับปากแล้วนะ” ยังไม่วายขอความมั่นใจอีก.....

“ครับ” นาวาหันไปพยักหน้า.....

“งั้นไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะลูก  แม่จะเข้าห้องเหมือนกัน”

นาวาว่าแม่ต้องมีอะไร  แต่นิสัยส่วนตัวนาวาไม่ชอบยุ่งเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้ยุ่ง....เฉยๆ เป็นส่วนใหญ่

“แทนไปไหนบอลลูน”

นาวามาถึงห้องสภานักเรียน  แต่มองหาทองแทนไม่เจอ...เห็นแต่บอลลูนเดินไปเดินมา

“กำลังเห่อเด็กใหม่ อยู่ห้องเอกสารนู้น” บอลลูนบุ้ยปากไปทางที่ห้องมันเปิดประตูอยู่

“น้อยใจแทนเหรอ” นาวาพูดเสียงเรียบ.....ตามองไปห้องเอกสารแล้ว

“บ้า!! ผมจะน้อยใจทำไม”

“ไม่รู้สิ น้ำเสียงมั้ง” นาวามองหน้าบอลลูนเหมือนรู้อะไรในสิ่งที่เจ้าตัวไม่รู้

“ผมน้อยใจแค่พี่คนเดียว คนอื่นผมไม่สนหรอก” บอลลูนพูดตรงๆ เหมือนสารภาพรักเลย....มองใบหน้าหล่อๆ ที่มีดวงตาดำสนิท สายตาไม่ได้บอกอะไร พอๆ กับสีหน้า.....

“พี่รักนายเหมือนน้องชายนะ...ลองคิดดูอีกทีเถอะนะ” นาวาพูดตรงๆ

“เอาไว้ผมชอบคนอื่นได้ก่อน...ผมจะลองคิดดู”

บอลลูนหัวเราะเบาๆ เหมือนเด็ก พูดจนเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว นาวารู้ดีว่าทองแทนแอบชอบบอลลูนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่เด็กนี้ไม่รู้ตัวหรืออาจจะรู้ตัว นาวาไม่อาจจะรู้ได้ เพราะบอลลูนยังคงย้ำคำพูดกับนาวาแบบนี้มาโดยตลอด

“โครม”

ร่างสูงขยับเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว ภาพตรงหน้าทำเอานาวาหน้าตึงๆ ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ทองแทนคุกเข่าคร่อมตัวโซวอนอยู่แบบนั้น บอลลูนวิ่งตามเข้ามาดูสีหน้าเปลี่ยนไปนิด ก่อนจะเดินเข้าไปพยุงทองแทนขึ้น

“เป็นอะไรรึเปล่าฮะ” ก้มหน้าถามเบาๆ

“ไม่!! แต่เจ็บแขน” ทองแทนนิ่วหน้า....แอบแตะอั๋งคนมาช่วยพยุงแบบเนียนๆ

“ช่วย...ช่วยดึงหน่อย”

นาวาปรายตามอง ดวงตากลมโตที่มองมาที่นาวา เพราะทองแทนโดนบอลลูนพยุงออกไปแล้ว....เพื่อนโอเว่อร์แอ๊คติ้งมาก.....

“ลุกเองสิ”

“ใจร้าย”

โซวอนย่นจมูก  ทำท่าตะมุตะมิน่าเอ็นดู  คนหล่อกลุ้มใจ เดินไปดึงข้อมือที่ชูเป็นเด็ก 5 ขวบ ขึ้น เพราะทำหน้าอ้อนวอนสุดๆ.....แต่นาวาว่าเด็กนี่มันเจ้าเล่ห์มากกว่า....พอนาวาจับปับ เด็กบ้าก็ออกแรงดึงนาวาลงไป ร่างสูงทำท่าจะเซลง....ขณะที่เจ้าตัวดียันตัวขึ้นมา.....นาวาเอามือยันกำแพงแล้วปล่อยมือจากเด็กแสบ....โซวอนเลยร่วงลงไปอีกรอบ.....

“อูยยยย!!” ครางออกมา เพราะคราวนี้เจ็บจริง.....มากกว่าเมื่อกี้อีก

“เจ็บตรงไหนรึเปล่า”

ต้นกล้าเดินเข้ามาดูก่อนนาวาจะเล่นงานไอ้เด็กวายร้าย......

“ไม่ฮะ  พี่แทนเอาตัวมาบังเอาไว้....พี่ต้นกล้าช่วยดึงหน่อย”

โซวอนรีบเรียกให้มาช่วย......อยู่นานอาจจะโดนเจ้าที่ที่ทำหน้าเย็นชาอยู่ด่าเอาก็เป็นได้....แค่หยอกเล่นเอง  ทำเป็นอารมณ์เสียไปได้

“ข้อมือกับแขนน่าจะหนักสุด นอกนั้นปกติ”

บอลลูนรายงาน ปรายตามองโซวอน เมื่อกี้เห็นเต็มตาว่ากระดิกมือเรียกนาวาให้ไปช่วย...แถมนาวาก็เข้าไปช่วยจริงๆ นอกนั้นบอลลูนไม่เห็นแล้ว......สองคนนี้มีบางอย่างที่เชื่อมต่อกันอยู่ แต่บอลลูนบอกไม่ถูกว่ามันคืออะไร

“บอลลูนพาแทนไปให้หมอเช็คอีกที ให้แทนขับรถเองคงจะไม่ไหว” นาวากอดอก....เปิดทางให้เพื่อนที่น่าจะไม่เจ็บเท่าไหร่.....แต่ท่าทางเจ็บมาก....

“ใครจะไปแทนละเนียะ ฉันต้องพาซองเฮไปสอบด้วย” ต้นกล้าพึมพำมองนาวาอย่างหาตัวช่วย

“เดี๋ยวให้โซอนไป” นาวาหันไปมองเจ้าของชื่อที่ทำตาโต

“ผมเหรอ....”

“ใช่  มีปัญหาเหรอ” นาวาถามกลับเสียงดุ....นี่จ้างอยู่นะเนียะ ไม่ได้ให้มาเดินเล่นเฉยๆ

“ไม่ได้มีปัญหา  ทำไมต้องดุด้วย...ยังไม่ได้พูดอะไรเลย” โซวอนบ่นงึมงำ...ทั้งๆ ที่ไม่รู้เลยว่าที่เค้าคุยกันอยู่ มันคือเรื่องอะไร

“แต่ว่า” บอลลูนไม่เห็นด้วย.....

“ได้เหรอนาวา...ฉันเกรงว่า....” ทองแทนเริ่มจะกังวลละ....จะเลิกแกล้งเจ็บให้บอลลูนเอาใจก็ไม่ได้แล้ว

“ก็ดีนะ...โซวอนก็แค่แจกเอกสารที่นายเตรียมเอาไว้ แล้วก็จดอะไร....บ้างนิดหน่อย” คำหลังออกจะไม่แน่ใจด้วยซ้ำ  แต่ต้นกล้าก็เห็นด้วย..ที่นาวาจะเอาโซวอนไป

“โซวอนจำที่พี่สอนเมื่อวานได้ไหม” ทองแทนหันไปหาคนที่เป็นความหวังของเค้า

“จำได้ฮะ” โซวอนพยักหน้า

“ฉันขอเวลา 10 นาที ได้ไหม”

ทองแทนหันมาหานาวา ซึ่งก็พยักหน้าอนุญาต มองทองแทนลากโซวอนไปแล้ว.......รู้สึกถึงความสนิทสนมของทั้งสองคนว่ามันมีมากขึ้นจากเมื่อก่อนมากมาย......

“ลับลมคมนัยกันเหลือเกินสองคนนี้...บอลลูนถ้านายอยากตามไป ก็ไปสิ” ต้นกล้าหันมามองหน้าบอลลูนเหมือนแอบจับสังเกตมาโดยตลอด

“ใครจะอยากตามไป..” บอลลูนทำหน้าไม่สบอารมณ์ เดินออกไปจากตรงนั้น

“ปากแข็ง” ต้นกล้าว่าตามหลัง

“รู้อะไร  ก็อย่าทำให้เค้าแตกตื่น พอดีหนีก่อน เพื่อนไม่ได้แอ้ม...อย่าหาว่าไม่เตือน”

ต้นกล้าหันมามองคนพูด....นี่ก็อีกคน  รู้แต่ทำเป็นเหมือนไม่รู้ ปล่อยให้น้องมันตามติด ไม่รับรักแต่ไม่ผลักไส.....ต้นกล้ารู้ว่าทำไม  เพราะนาวากำลังดึงเวลาให้ทองแทนมีโอกาสได้เจอบอลลูน....

“รู้แล้วน่า...” ต้นกล้าพยักหน้าเข้าใจ

“เป็นห่วงจัง...”

“ห่วงฉัน” นาวาถามหน้านิ่ง......

“เปล่า!! ฉันห่วงโซวอนต่างหาก....นายอย่าฆ่าเค้านะ...ถ้าทำอะไรไม่ถูกใจ”

นาวาทำเสียง หึ!! ในลำคอ.....ไม่พูดอะไร วันนี้นาวาจะต้องนำโครงการขึ้นเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย  ความยากอยู่ที่จะเตรียมเอกสารและความน่าเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน  ปกติทองแทนจะเข้าไปเพื่อคอยเพิ่มเติมในสิ่งที่นาวาพูดตกหล่นไป ซึ่งก็ไม่เคยพลาด

“สวัสดีครับ”

นาวาไล่สวัสดีตั้งแต่เข้าห้องมา โซวอนก็พลอยยกมือไหว้ตามไปด้วย มีแต่คนมอง และแซวนาวาว่าเปลี่ยนผู้ติดตาม ทำไมหน้าตากระจุ๋มกระจิ๋มจัง....ปกติมีแต่หน้าคมเข้มมาด้วย......

“ผมมาแทนฮะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”

ยังกะหาเสียง.....ก้มโค้งแบบคนเกาหลี....นาวาปรายตามองเพราะว่าคนติดตามจะเดินมาถึงเค้าก็หาเสียงมาตามทางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว.....

“นักศึกษาคณะไหนเหรอนาวา อาจารย์ไม่เคยเห็นหน้าเลย...”

“เอ่อ!!” กำลังอ้าปากจะตอบ

“ผมเป็นนักเรียนทุนครับ  คณะนิเทศปี 1

โผล่หน้าจากหลังนาวามาตอบเอง.....นาวาได้มองจากด้านบนเห็นแก้มขาว ขนตากระพือขึ้นลง ปากน้อยๆ ขยับไปมา  มองจนเจ้าตัวหันมายิ้มให้.......

“เป็นไงละ...วันนี้ต้องผ่านฉะลุย เอาโซวอนมาด้วยซะอย่าง”

นาวาขยับถอยออก เพราะโซวอนขยับมาใกล้ ชมตัวเอง.....ยักคิ้วหลิ่วตาให้อีก.....

“ไปแจกเอกสาร” นาวาไล่ เพราะเค้าต้องเตรียมตัวด้านหน้า เด็กบ้าก็ตามยืนประกบข้าง....

“อ่อ!! โอเคๆ”

นาวามองตามร่างเล็กๆ หอบเอกสารไป....ส่ายหน้า หวังว่าวันนี้นาวาไม่ฆ่าคนตายก็พอ  เหลือบสายตาขึ้นมองอย่างเป็นห่วง ห้องประชุมดูคึกคัก เพราะเด็กนั้น เดินแจกเอกสารไป ยิ้มหวานไปทีละคนๆ ใครถามอะไรตอบหมด ไม่มีทีท่าว่าจะกลัวคนเลย  แถวนั้นก็ระดับศาสตราจารย์  รองศาสตราจารย์...คณะบดี  รองคณะบดี กันหมด

“ชื่ออะไรนะเรา” อาจารย์คณะวิศวะของนาวาเองรับเอกสารมาแล้วถาม

“ภาคินัยฮะ...เรียกโซวอนก็ได้ฮะ”  บอกแล้วก็ยิ้ม

“ชื่อเหมือนคนเกาหลีเลย”

“ไปอยู่ตั้งแต่เด็กครับ พึ่งกลับมาประเทศไทย”

“ครอบครัวไปทำงานเหรอ...”

“พ่อผมเป็นทูตประจำกงสุลครับ” โซวอนยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

“อยากย้ายมาเรียนวิศวะไหม  คณะจะได้สดชื่นบ้าง....มีแต่พวกป่าเถื่อน ล่ำบึกเต็มไปหมดเลย....มาสักคนคณะน่าจะครึกครื้นขึ้น...รึว่าไงนาวา”

โซวอนมองไปที่ร่างสูงที่มองมาไม่ได้ตอบอะไรอาจารย์ เพราะรู้ดีว่าเป็นคำพูดแซวเล่นเฉยๆ....สายตาจับจ้องอยู่ที่โซวอน...นานเท่าไหร่แล้วนะ....มองมากๆ เขินนะเว้ย!! เมินหลบแบบไม่เคยเป็นมาก่อน

“ครับ...ถ้าพร้อมแล้ว  ผมขออนุญาตนำเสนอเลยนะครับ”

สิ่งที่โซวอนสังเกตได้ คือ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้สูงด้วยวัยวุฒิทั้งหลาย หันไปมองด้านหน้า เงียบกริบราวกับรอการปราศรัยจากคนสำคัญ ร่างสูงๆ ท่ามกลางแสงไฟของโปรเจคเตอร์ ดูดึงดูดและโดดเด่น ทั้งหล่อ หุ่นดี ทุกท่วงท่าน่ามอง  ทุกอย่างคือความสมบูรณ์แบบที่ไม่น่าจะมีอยู่ในคนๆ เดียว.

“โซวอน ช่วยแจกชีทชุดที่ 2 ด้วย”

ท่านอธิการบดีหัวเราะกับอาการเหวอกลางอากาศของเด็กหน้าหวาน เห็นอยู่ว่ามัวแต่มองคนนำเสนองานตรงหน้าจนไม่ได้ยิน นาวาเรียกถึงสองครั้ง

“นาวาใจเย็นๆ นะ น้องมันพึ่งมาใหม่ไม่ใช่เหรอ”

เสียงหัวเราะครืนกันภายในห้อง  สายตาดุๆ นั้นไม่ขำด้วยอะ....โซวอนละเสียวสันหลังวาบ  ขยับตัวแจกชีทตามคำสั่ง มือไม้สั่นไปหมด  ยังดีที่มีแต่อาจารย์ปลอบใจ  บางคนก็บอกว่านาวาไม่น่าจะเอาโซวอนไปทำอะไรมากกว่าจับขัง.....เหอะ!! นี่คือคำปลอบใจที่ดีมากเลย....ถอนหายใจเมื่อแจกเสร็จ นาวาพูดนำไปก่อนแล้ว แก้ไขสถานการณ์ได้อย่างดีเยี่ยม โซวอนได้แต่บอกตัวเองว่าต้องตั้งใจให้มากกว่านี้.....และแล้วการนำเสนอก็ผ่านไปได้ด้วยดี  โซวอนไม่โดนดุอีกกับการแจกเอกสารชุดที่ 3 และ 4

“อาจารย์คนนู้น เค้าชมฉันด้วยละว่าหล่อ....เค้าชวนให้ไปเข้าชมรมการแสดง”

โซวอนมาหยุดยืนตรงหน้านาวา  โอ้อวดอย่างตื่นเต้น....อาจารย์ที่นี่ไม่เห็นน่ากลัวเลย....

“เก็บของ...จะได้กลับ”

เย็นชาชะมัด!!  โซวอนหุบยิ้ม มองคนตัวสูงที่ก้าวยาวออกจากห้องไปก่อน ปล่อยให้เค้ากวาดของเข้ากล่องและเดินตาม

“ขาสั้นรึไง เดินเร็วๆ หน่อยสิ”

“เร็วแล้วเนียะ”

โซวอนมองตามคนเดินนำหน้า เบะปากใส่ แลบลิ้นให้หวังว่าคงไม่เห็นหรอกนะ....ตัวเองเดินไม่ถืออะไรก็สบายนะสิ...มาว่าคนอื่นแบบนี้ นิสัยไม่ดีเลย

“อุ้ย!!

ร่างของโซวอนเชถลาเพราะสะดุดก้อนหินบนทางเดิน เพราะมัวแต่ห่วงกล่องแฟ้มจนหน้าจะทิ่ม “ฟุ้บ!!” ร่างเล็กๆ โดนรับด้วยแขนแข็งแรง ส่วนกล่องนะเหรอ.....ลงไปนอนเล่นบนพื้นเรียบร้อย...โซวอนแหงนเงยใบหน้าขึ้นมองเร็วแบบไม่ระวัง หน้าผากขาวนวลเฉียดจมุกโด่งได้รูปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด.....ดวงตาสองคู่สบกัน....โซวอนรู้สึกถึงเลือดในตัวพุ่งขึ้นมาบนหน้าอย่างรวดเร็ว

“ฉัน!!” กลืนน้ำลายลงคอ พูดไม่ออกบอกไม่ถูกเลย

“นาย...หน้าแดง” นาวาหลุบสายตามองหน้าที่ห่างกันแค่คืบ ตัวโซวอนยังอยู่ในอ้อมแขน

“ฉัน...ฉันไม่ได้..หน้าแดง”

มือขาวๆ จับแก้มสองข้าง ทำให้น้ำหนักตัวไปอยู่ที่นาวาแบบไม่รู้ตัว

“ตัวหนักด้วย”

เหมือนดีดสปริง โซวอนเกาะแขนแข็งแรงพยุงตัวเองออกมาแบบไม่ต้องให้นาวาพูดซ้ำ ใบหน้าหล่อเหลามองนิ่งไม่พูดอะไรอีก....ก่อนจะขยับตัวนั่งลงจะเก็บของใส่กล่อง โซวอนลืมสนิทเลย..ก้มลงช่วยเก็บจนหัวเกือบโขกกับใบหน้าเย็นชา.....นาวาเอานิ้วจิ้มหน้าผากให้โซวอนหยุดอยู่เฉยๆ แล้วก้มลงเก็บเอง

“มา ฉันถือเอง”

โซวอนลุกขึ้นยืน หลังจากนิ่งเป็นหินไปตอนโดนนิ้วแตะหน้าผาก.....ยื่นแขนไปข้างหน้า.....

“ฉันถือเอง เดี๋ยวนายจะล้มอีก”

ใบหน้าหล่อๆ เย็นชา หันมาพูดก่อนจะเดินนำออกไป  เดินเร็วจนโซวอนต้องวิ่งตาม ชะลอฝีเท้าเมื่อเดินใกล้ขึ้น มองตึกรูปทรงแปลกๆ

“คณะอะไร เท่ย์จัง” โซวอนพึมพำแต่เหมือนอีกคนจะได้ยิน

“คณะวิศวะ ตึกนายอยู่ตรงกันข้ามกับตึกนี้” นาวาชี้ให้โซวอนมอง...

“ส่วนใหญ่ถ้าไกลมาก ๆ ที่นี่จะใช้รถจักรยาน หรือไม่ก็รถจักรยานยนต์

“ฉันขี่จักรยานไม่เป็น” โซวอนพยักหน้า...

“ขับรถจักรยานยนต์”

ชั่วแวบหนึ่งที่โซวอนเห็นว่านาวาหันมามอง ในสายตามันบอกว่าโตมาได้ยังไง ขี่จักรยานไม่เป็น...ก็ตอนเด็กๆ ล้มบ่อย...เจ็บ... เรื่องเจ็บตัวใครจะไปอยากทำละว่าไหม...เด็กเกาหลีเข้าข้างตัวเอง

“ขับไม่เป็นอีกละสิ”

เหมือนมีเสียง หึ!!  ในลำคอว่าจะพูดทำไม...ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง.....

“ที่นู้น!! ชอบให้เดิน”

“ที่นี่ชอบขับรถจักรยานยนต์กัน สะดวกแต่ก็อันตราย”

นาวาพยักหน้าเข้าใจ วิถีชีวิต สังคมไม่เหมือนกัน.....ไม่แปลกถ้าโซวอนจะขับหรือขี่ ไม่เป็นสักอย่าง

“อ้าว!! นาวา ยังไม่กลับอีกเหรอ”

โซวอนเดินชนแผ่นหลังกว้าง เพราะนาวาหยุดเดินกะทันหัน ใบหน้าเย็นชาหันมามองแวบหนึ่ง คำถามคือเดินชนกี่ครั้งละ....วันนี้.... เด็กต่างด้าวเอียงตัวออกจากหลังกว้างเพื่อแอบมองว่าเพราะอะไรที่ทำให้นาวาหยุดเดิน

“ภา กำลังจะโทรหาพี่นาวาพอดีเลยคะ...แต่พี่เรวัติเรียกเอาไว้ก่อน”

หญิงสาวสวยยิ้มอ่อนหวาน ขยับตัวถอยห่างจากผู้ชายอีกคน เดินมาหานาวา  ผู้ชายสองคนยืนมองหน้ากัน  โซวอนคือสายเผือกที่แท้จริง....นี่เค้าจะต่อยกันเพื่อแย่งผู้หญิงรึเปล่า.....ดีจัง!!  อยากเห็นๆ  (ยิ้มทำหน้าตื่นเต้น) นาวาขยับขึ้นหน้า เบี่ยงตัวออก ให้เด็กเกาหลีเผือกได้แบบเต็มตา....

 เรวัติคือชายหนุ่มคนที่ช่วยจ่ายเงินให้โซวอนวันนั้น.....ใบหน้าหล่อน้อยกว่านาวายกยิ้มนิดๆ แบบกวนๆ......เค้าตั้งใจเรียกนาวาเพื่อจะได้มองเห็นว่าเค้าอยู่กับใคร

“พี่พึ่งประชุมเสร็จ จะกลับแล้ว”

โซวอนเบ้ปาก พยักหน้าอยู่คนเดียว คนข้างหน้าจงใจไม่ตอบผู้ชายอีกคนหนึ่ง.....แต่ก้มหน้าคุยกับผู้หญิงอีกคนอย่างโนแคร์สายตาใครๆ  ดวงตากลมโตแอบมองผู้ชายคนที่ชื่อเรวัติ หน้าตึงขึ้น.....มองนาวาด้วยสายตาไม่ชอบ....แต่อาจจะมากกว่านั้น โซวอนก็ไม่อาจจะเข้าใจได้

“งั้นภากลับด้วยได้ไหม”

สาวน้อยเกาะแขน ทำสายตาวิงวอน....โซวอนต้องลอบมองใบหน้าหล่อๆ เย็นชา ว่าจะตอบโต้กับสายตาแบบนั้นยังไง

“ไหนภาบอกว่าจะกลับกับพี่ไง”

เรวัติขัดขึ้นมา......ทำหน้าไม่พอใจ....ถ้ามีนาวาคนที่เค้าหมายปองก็มักจะไม่สนใจเค้าอีกเลย

“ก็ภานึกว่าพี่นาวากลับไปแล้ว..ภาก็เลยพูดแบบนั้น” สาวเจ้าหันมาตอบ ทำตัวเหมือนไม่รู้สึกผิดอะไรเลย ให้ความหวังและก็ทำให้ผิดหวัง....

“นี่!!ๆๆๆ”

นาวาหันมาปรายตามอง....คนที่ยุกยิก กระตุกมือกับเสื้อเค้าอยู่ด้านหลัง......

“มีอะไร...ทำไมบิดไปมายังงั้น”

“ปวดฉี่”

โซวอนป้องปากบอก.......อายอยู่เหมือนกันแหละ

“ก็ไปเข้าห้องน้ำสิ”

นาวาพูดเสียงดุ จะขำอยู่หรอก  เพราะหน้าน้อย ๆ  เหงื่อเต็มหน้า.....แต่ต้องรักษาอาการทำหน้านิ่งเอาไว้....

“อ้าว!!  น้องเงินวอนนี่” เสียงเรวัติดูตื่นเต้น....ที่ชะโงกหน้ามาเห็นโซวอนอยู่ด้านหลังนาวา

“หวัดดีฮะ” โซวอนโบกมือให้  ส่งยิ้มแบบไม่เต็มที่ไปให้

“ทำไมยังไม่ไปอีก”

นาวาไล่ ทำเสียงดุใส่  มองหน้าเรวัติที่ยิ้มเต็มหน้า....สองคนนี้ไปรู้จักกันตอนไหน....

“นายรู้จักเค้าเหรอ” นาวาถามเสียงกระซิบ เหมือนได้ยินความไม่พอใจในนั้น

“เดี๋ยวๆ ค่อยเล่าได้ไหม อยากเข้าห้องน้ำ”

โซวอนทำหน้าอยากจะร้องไห้.....มาอยากรู้อะไรตอนนี้

“ก็ไปสิ ใครห้ามกัน”

นาวายังไม่เข้าใจว่าทำไมโซวอนไม่ไปสักที

“แต่ว่าฉัน........” โซวอนอึกอัก

“น้องเงินวอน....ให้พี่พาไปไหม....” เรวัติอาสาอย่างเข้าใจ.....

นาวาหรี่ตามอง...สีหน้าเย็นชาประดุจน้ำแข็ง.....เข้าใจแล้วว่าทำไมโซวอนไม่ไปสักที  มองเรวัติที่ไม่กล้าเข้ามา มันไม่ชอบเค้า และมันก็เป็นบ้าอะไรไม่รู้ที่อยากเป็นไม้เบื่อไม้เมากับนาวาตลอดเวลา...ทองแทนเคยบอกว่าเรวัติไม่ชอบนาวาหลายเรื่อง ทั้งเรื่องภาวิรินทร์ การประกวด แข่งขันต่างๆ ที่นาวาไม่ยอมเข้าร่วม....เรียกว่ามันเป็นอาการของความผิดหวังที่จะได้แข่งกับคนที่มีภาษีพอๆ กัน...ความลุ่มหลงตัวเองในความเหนือกว่าในด้านต่างๆ นาวามองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ ก็เลยไม่ใส่ใจ แต่ว่าวันนี้.....

“ก็ดีฮะ ผมไม่รู้ว่าห้องน้ำอยู่ตรงไหน”

ใบหน้าน้อยๆ มีสีหน้ายินดีที่มีคนเข้าใจสักที.....ร่างเล็กๆ ของโซวอนขยับ แต่โดนดึงคอเสื้อเอาไว้ โซวอนหันมามอง  นาวาทำบ้าอะไรวะ......คนปวดฉี่

“พี่นาวา” ภาวิรินทร์มองเห็นเต็มตาว่านาวาดึงเอาไว้.....มองเรวัติที่ทำหน้ายินดีรอโซวอนให้ไปด้วยกัน.....

“ฉันจะพาเค้าไปเอง”

ชะงักทั้งหมดทุกคน....เพราะไม่รู้ว่านาวาคุยกับใคร.....

“พา...พาฉันเหรอ”

โซวอนชี้ที่ตัวเอง.....นาวาพยักหน้า....ทำเหมือนว่าไม่ใช่โซวอนแล้วจะเป็นใคร....

“น้องภาพี่ขอตัวก่อน”

ร่างสูงดันให้โซวอนเดินไปข้างหน้า ไม่สนใจคนข้างหลังสองคนที่จะคิดยังไง ภาวิรินทร์แปลกใจ แต่เรวัติโกรธ....อีกแล้วนะ...ขัดทุกอย่าง.....และที่น่าโมโหไปอีก คือสาวที่หมายปองมานานเดินหนีไปแล้ว

“เดี๋ยวเลี้ยวซ้าย...มีห้องน้ำชายอยู่”

โซวอนนี่แทบวิ่งเลยละ....เห็นห้องน้ำปุ้บเหมือนเปิดสวิตย์พร้อมจะพุ่งออกมาเลยก็ว่าได้  ถ้าโซวอนหันกลับมามองจะเห็นรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากของคนที่โซวอนนินทาว่าเย็นชายังกะน้ำแข็ง เสือยิ้มยาก.....แต่ตอนนี้นาวายิ้ม

“ทำไมนานจัง”

นาวาวางกล่องแฟ้ม ก่อนจะเดินตรงไปตาม....โซวอนนึกว่าเป็นที่นอนรึไง เข้าไปนี่หายไปเลย....

“ผู้ชายจริงเหรอ”

“ฮะ” โซวอนมองผู้ชายตัวใหญ่ 3 คนที่ยืนกอดอกต้อนโซวอนจนๆ มุม หาทางออกไม่ได้  เพราะนิสัยเข้าห้องน้ำ ไม่ได้ยืนฉี่แบบผู้ชายทั่วไป...ทำให้ออกมาแล้วเจอ 3 คนนี้พอดี  เหม็นกลิ่นบุหรี่จนน่าอึดอัด.....ควันลอยเต็มห้องน้ำไปหมด

“ไม่เชื่อหรอก....เป็นผู้หญิงถึงแล้วตัดผมสั้นให้เหมือนผู้ชายรึเปล่า” อีกคนยกยิ้ม ยื่นมือจะมาแตะใบหน้าเรียวขาว  โซวอนเบี่ยงหลบอย่างหวาดกลัว

“เอาไปพิสูจน์ดูไหม  หน้าตาแบบนี้จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ไม่แตกต่างหรอก”

ดูมันพูดเข้า....โซวอนคว้านหามือถือ  จะกดหาซองเฮให้มาช่วย....ตรงนี้มันน่ากลัวเหลือเกิน

“ผมเป็นผู้ชายจริงๆ นะ” โซวอนกอดกระเป๋าแน่น
“เป็นผู้ชายที่สวยมาก” หนึ่งในสามพูดออกมา

“ผมหล่อ  ผมไม่ได้สวย” โซวอนหน้าบึ้ง เกลียดคำนี้ที่สุดเลย....

“งั้นก็มาให้พี่กอด ลองคลำหน้าอกดูสิ ว่ามีนมรึเปล่า”

หยาบช้าที่สุดเลย....โซวอนกำหมัดแน่น สู้ตรงนี้คงไม่ไหวตั้ง 3 คน ต้องเอาตัวรอดออกไปให้ได้ก่อน..ร่างเล็กก้มหลบ จะมุดรอดแขนคนตัวใหญ๋ที่เค้าแอบมองทางหนีทีไล่มาสักพัก....รอดมาได้แต่โดนคว้าตัวกลับไปอีก.....มันกอดเอาไว้ทั้งตัว ล็อคแขนสองข้าง ทำหน้าตาน่ากลัว แสยะยิ้ม......เหมือนปีศาจ

“หุ่นดีวะ  ตัวก็นิ่ม  หอมด้วย กูจะเอาโว้ย!!

เสียงอีกคนพูด อีกคนก็เข้ามาใกล้ ยื่นหน้ามาใกล้หน้าโซวอนแล้วพยักหน้าว่าร่วมด้วยช่วยกัน.....

“หอมจริงๆ ด้วย  มามะขอพี่จูบมัดจำสักทีนะ”

โซวอนเบี่ยงหน้าสุดกำลัง ถอยหนี ดิ้นร้น....สุดชีวิต..น้ำตาไหลนองหน้า  หวงตัวที่สุด....แต่กำลังจะโดนลวนลาม....

“โอ๊ย!!” มันร้องเสียงดังเพราะโดนกระชากหัวออกไป  นาวาเม้มปาก มองด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะลากเอาหัวมันไปโขกกับผนังห้องน้ำเสียงดังป๊อก ก่อนจะร่วงลงไปนอน

“มึง.....นาวา.....นาวาจริงๆ ด้วย” เสียงมันบอกคนที่ล็อคแขนโซวอนเอาไว้ หลังจากเผชิญหน้ากับคนที่มาใหม่.....ร่างสูงใหญ่ดูน่าเกรงขามในเวลาแบบนี้ สีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่สะทกสะท้านอะไรทั้งนั้น มีเพียงดวงตาที่ร้อนดั่งเปลวเพลิง

“เอามือสกปรกของแกออก”

นาวาชี้คนที่จับโซวอนเอาไว้......ส่วนคนที่อยู่ข้างๆ ออกอาการลุกลี้ลุกลนเพราะหวาดกลัวโทษที่จะได้

“มึงจะกลัวทำไมวะ มันมาคนเดียว...” ไอ้ตัวร้ายสุดมันปล่อยแขนโซวอน ร่างเล็กๆ ทำท่าจะวิ่งไปหานาวา แต่โดนดึงคอเสื้อเอาไว้ กระชากซะโซวอนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ ใบหน้าหล่อเหลาตึงขึ้นมาทันที....มือเล็กๆ ตบที่มือใหญ่ๆ ทำท่าหายใจไม่ออก....

“กูว่าไปเถอะ ปล่อยไอ้เด็กนี่ไป” อีกคนไม่อาจหาญเท่ากับอีกคน  ทำท่าจะไปก็ไม่ไป เพราะกลัวเพื่อนจะหาว่าทิ้งกัน

“มึงปอดแหกไปแล้วนะ” มันคำรามใส่ ไม่ยอมปล่อยโซวอน

“ปล่อย....” นาวาคำรามใส่....ห้วนและดุดัน.....สีหน้าพร้อมมีเรื่องมาก  อีกคนเริ่มกลัวเพราะไม่เคยเห็นสีหน้านาวาแบบนี้ตั้งแต่เห็นมา

“มึงปล่อยไอ้เด็กนี่เดี๋ยวนี้ ไม่งั้นกูไป กูกลัว.....” อีกคนไม่ไหวละ.....

“มึงจะกลัวมันทำไมวะ” ไอ้คนล็อคโซวอนไว้ หันไปตะคอกใส่ไอ้คนกลัวขึ้นสมอง

“มึงไม่รู้จักนาวาเหรอวะ....”

“ไอ้เชี่ย...นาวามีเป็นร้อย กูต้องรู้จักรึไง”

“นาวาประธานสภาไงมึง”  ว่าแล้วมันก็พุ่งออกไปก่อนแบบไม่รอ ปล่อยให้อีกคนยืนนิ่ง.....นาวาก้าวเข้ามาใกล้กว่าเดิม เป็นมันที่ถอยหลังจนสุดทาง.....เพราะไม่ค่อยมามหาลัย เลยไม่เคยเห็นนาวาแบบชัด ได้ยินแต่ข่าวลือ  ประธานสภาที่เข้มงวด มีอำนาจเหนือประธานชมรม มีผู้คุมกฎเป็นขุมกำลัง....มันมาทำอะไรตรงนี้ เวลานี้วะ....นี่มันห้องน้ำหลังตึกนะเว้ย.....

“ปล่อยเค้ามา”

นาวาเตือนเป็นครั้งสุดท้าย.....มองใบหน้าตื่นตระหนกที่ไม่เก่งเหมือนเมื่อกี้เลย....มันดันตัวโซวอนมาข้างหน้า จัดเสื้อผ้าให้พร้อม ผลักมาส่งให้นาวาที่ยืนทำหน้าเอาเรื่องถึงที่ก่อนจะค่อยๆ เบียดร่างยักษ์ๆ ของมันกับกำแพงวิ่งออกไป.......

“โซวอน”

นาวามองร่างเล็กๆ ที่นิ่งเงียบ ยืนตัวแข็งทื่อเหมือนกันช็อคไปแล้ว.....ยกมือตบแก้มขาวๆ เบาๆ

“โซวอน”

นาวากระตุ้นเสียงดังกว่าปกติ  เพราะเริ่มรู้สึกไม่ดี เด็กร้ายๆ เงียบเกินไปแล้ว.....

“ฉัน...ฉันกลัว”

เสียงสั่นจนน่าใจหาย ดวงตากลมโตเบิกกว้าง น้ำใสๆ ไหลออกมาแบบไม่อาย......สะอึกสะอื้นจนน่าสงสาร

“โซวอน” นาวาพึมพำ ใบหน้าที่เคยเย็นชา มุ่นคิ้วเข้าหากัน.......หัวใจดูร้อนลนกับอาการแบบนี้ของคนตรงหน้า

“ฉันอยากกลับบ้าน” โซวอนเงยหน้าขึ้นมองนาวา น้ำตาไหลพราก

“ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่”

“โซวอน ใจเย็นๆ ก่อน”

นาวากลืนน้ำลาย ทำไมรู้สึกเหมือน....อะไรจะหายไปอีกแล้ว......

“ฉันจะกลับ...ไม่เรียนที่นี่แล้ว”

นาวาทนไม่ไหวแล้ว.....เพราะความตื่นตระหนกตกใจของโซวอนมันมีมากเหลือเกิน ความไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต  .โลกสดใส...มีแต่มิตรไมตรี....แต่ในความเป็นจริง..มันก็มีสิ่งสกปรกผสมลงมาด้วย.....ร่างสูงๆ คว้าร่างเล็กๆ เข้ามากอดเอาไว้ ปลุกปลอบใจด้วยการลูบหลังลูบไหล่ ปล่อยให้โซวอนซุกอกสะอึกสะอื้นจนพอใจ สับสนใจว่าทำไม....รู้สึกไหววูบกับคำว่าไม่อยากจะอยู่ที่นี่อีกต่อไป....แสงไฟจากแฟชมือถือ...สว่างอยู่หลังต้นไม้.....ไม่มีใครเห็นและไม่มีใครสังเกต....นาวาแค่รอ....รอคำตอบของโซวอนอีกครั้งหลังจากหายตกใจและเลิกร้องไห้....เค้าจะให้คำมั่นด้วยตัวเอง ว่าจะไม่มีวันเกิดเรื่องแบบนี้อีกเป็นอันขาด ถ้าเพียงโซวอนเลิกคิดว่าอยากจะจากไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น