Beautiful boy ss2 ผมสวยแล้วคุณจะรักผมไหม (จะแสบจะซนก็รักนะ)

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 12 เรื่องวุ่นๆ ของซองเฮ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    27 ก.ย. 62

ตอนที่ 12  เรื่องวุ่นๆ ของซองเฮ

“เวรๆๆๆๆ”

ออกมาจากโซวอนได้ ซองเฮก็วิ่งแจ้นมาถึงห้องนอนที่บ้าน โดยไม่แวะบ้านโซวอนเหมือนปกติ ควักโน๊ตบุ๊คออกมา เปิดเพจต้นเรื่อง เปลี่ยนชื่อแอดมิน เอาแบบชื่อที่ไม่มีทางหาเจอ ไม่มีใครเดาออก แล้วจำกัดผู้ติดตามในการเข้าดู  บล็อกโซวอนทุกช่องทาง  ทีนี้ก็หาทางเข้าเอาเถอะ ถึงแม้โซวอนจะไม่เก่งเรื่องโซเชียลอยู่แล้ว แต่ซองเฮจะนิ่งนอนใจไม่ได้ ขนาดยัยพวกนั่นยังตามหาโซวอนจนเจอ นับประสาอะไรกับโซวอนจะตามหาเพจนี้ไม่ได้

“โซวอน นายสวยไปนะ รูปนี้”

ซองเฮทำช้อนร่วงลงบนจานข้าว  เมื่อยัยเยรินตัวแสบที่ไม่คิดว่าจะมายุ่งกับเรื่องนี้ วางรูปที่พึ่งปริ้นมาเป็นแฟ้ม วางตรงหน้า  พลาดยัยนี่ไปได้ยังไงฟะ

“ไปเอามาจากไหน”

โซวอนเลื่อนแฟ้มมาตรงหน้า.......

“เพจนั่นไง”

เยรินยักไหล่..........

“ทำไมฉันเข้าไม่ได้”

โซวอนมุ่นคิ้ว มองใบหน้าในรูปที่ตกแต่งจนเข้ม  ถึงมันจะดูดีและดูมีศิลปะ  แต่ไม่ใช่โซวอนแน่นอน ผลักมันออกไปจากตรงหน้าแบบไม่สนใจ

“เอาไปไกลๆ” หันไปบอกเยริน

“โซวอนเหรอ”

ยูนนามาเปิดแฟ้มดูอีกคน

“ไม่ใช่”  โซวอนทำเสียงแข็งใส่  จากหนึ่งก็กลายมาเป็นหลายคนที่แวะมาเปิดดู  ตอบจนจะโมโหแล้วเนียะ

“คนหน้าเหมือนเหรอโซวอน” ฮงกิก็เป็นหนึ่งในนั้น

“ไม่ใช่ ไม่เหมือน อย่ามาพูดให้ได้ยินอีก”  โซวอนกอดอก นั่งตัวตรง แก้มป่องๆ

“ถ้าใช่ โซวอนโดนไล่ออกแน่” ยูนนาพูดลอยๆ

“ยูนนา พูดอะไร โซวอนบอกอยู่เนียะว่าไม่ใช่” ฮงกิดุใส่ มองออกว่าโซวอนไม่ชอบ เค้าก็ไม่ชอบเหมือนกัน

“ไม่ใช่หรอก พวกนายอย่าไปสนใจเลย” ซองเฮคว้าแฟ้มมาถือไว้ ฝีมือถ่ายและแต่งโดยเค้าเองล้วนๆ

“ไหนดูสิ คุยอะไรกัน” 

ร่างสูง หล่อคมเข้ม สมชายชาตรีมาจากไหนไม่รู้ เดินเข้าห้องชมรมพร้อมกับดึงแฟ้มจากมือซองเฮเอาไปเปิดดูเฉยเลย

“เอาคืนมานะรัน” ซองเฮแบมือขอ หน้าตาไม่สบายใจเลย ไอ้หัวหน้าปกครองมามันทำมะเขือเทศอะไรที่นี่  ไม่รู้ช่วงนี้เป็นอะไร  เจอมันบ่อยเหลือเกิน

“ดูก่อน”

รันเปิดทีละหน้า  ซองเฮไม่กล้าแย่งอยู่แล้ว เดี๋ยวโดนมันต่อย.....

“เตือนในฐานะเพื่อน  เอาคืนมา” ทำเสียงเครียดซะอีกคนต้องมองหน้า

“ซองเฮ!! นายเป็นอะไร  ทำไมต้องอารมณ์เสียด้วย”

คนโดนตั้งข้อสังเกตทำหน้าไม่ถูก  ใครโดนหัวหน้าปกครองนักเรียนจับผิด....บอกเลยชีวิตเปลี่ยนจริงๆ  เหมือนกับโซวอนตอนนี้

“ไม่ได้อารมณ์เสียโว้ย!!  น้องฉันไม่ชอบ ฉันก็ต้องไม่ชอบด้วย  ไม่ถูกรึไง”

ซองเฮแก้ตัวแบบน้ำขุ่นๆ

“โซวอนเป็นน้องนายเหรอ” รันทำหน้าตาคาดไม่ถึง หันไปมองโซวอน สลับกับซองเฮ

“ลูกพี่ลูกน้องคะ” เยรินแก้ให้แทน พี่มันจะงงทำไมวะ ไม่เห็นจะงง เลย

“รุ่นพี่!!  นายสนใจอะไรกันแน่” ฮงกิทำหน้าตาไม่สบอารมณ์ หมอนี่มาบ่อย และอยู่นานเกินไปละ. เค้ามานิ่งมานานเกินไป จนเริ่มจะหมดความอดทน ปกติรันไม่ค่อยมายุ่งกับเด็ก ม.4 แต่ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหนมาถึงทำเหมือนพึ่งรู้จักโซวอน

“บอกว่าสนใจโซวอน จะตกใจกันไหม” รันพูดทีเล่นทีจริง

“โอ้ว!!! มายก๊อต!!!”  เยรินอุทานเอามือบีบแก้มสองข้าง เรื่องสนุกๆ กำลังจะเกิดขึ้นแล้วนะสิ...รักสามเศร้า

“บอกกันแบบนี้เลยเหรอ” ซองเฮถอนหายใจ ไอ้นี่ก็เพื่อน ไอ้นั่นก็นายจ้าง

“ชักสนุกละสิ” ยูนนาพึมพำ ยิ้มกับตัวเอง.....มองรันและฮงกิที่จ้องกันแบบไม่ลดละสายตา

“ไม่แปลกหรอก แต่โซวอนไม่สนใจรุ่นพี่หรอก กลับไปซะ” ฮงกิไล่แทนเฉยเลย....พูดแทนใจโซวอนยังกะรู้แหนะ

“ให้เจ้าตัวพูดเองดีกว่ามะ” รันยังไม่ยอมแพ้ มองโซวอนเหมือนให้เป็นคนตัดสินใจมา....แต่ว่าคนที่ถูกพูดถึง..............หายไปแล้ว

“น่าเบื่อจัง!!  อยากไปให้ไกลๆ  จะได้ไม่ต้องมาเจออะไรแบบนี้”

โซวอนแอบหนีออกมาไกลแล้วค่อยบ่นกับตัวเอง ที่ๆ ปลอดภัยที่สุดคือห้องสมุด  ใส่หูฟังแล้วนอน สบายที่สุดเลย....

“หวัดดีโซวอน มาอีกแล้วขยันจังเลยนะ” 

สาวๆ ที่รู้จักเดินแวะเวียนมาทักทาย ส่วนใหญ่ก็ต้องเป็นหนอนหนังสือแหละ ถึงจะเจอโซวอนในนี่ได้......

“หวัดดี”

โซวอนส่งยิ้มให้เพราะเจอประจำ  คนที่ไม่คุ้นหน้าก็เฉยๆ  หาหนังสือที่ชอบมาอ่าน ภาษาไทยคือภาษาที่ชอบที่สุด บางครั้งก็เข้าอินเตอร์เน็ต ห้องสมุดเป็นที่เดียวที่อนุญาตให้ใช้ แต่กลับไม่มีใครเข้ามา...แย่จัง!!

ประเทศไทย...............................

“นาวา เลือกมหาลัยที่จะเข้ารึยัง”

ทองแทนมองเพื่อนรักที่เดินหน้าเด่น ตัวเด่น ลงจากเวทีหลังจากเป็นตัวแทนกล่าวอำลาตำแหน่งประธานกรรมการนักเรียน  เพื่อมอบให้กับคนต่อไป

“พ่อฉันเลือกไว้ให้แล้ว”

นาวารับช่อดอกไม้ของรุ่นน้อง ที่หาเรื่องจะมีอะไรมาให้ได้ตลอดเวลา

“แต่นายไม่ได้อยากเรียนที่นั่นนิ ไหนบอกว่ามันดีเกินไปไง” ต้นกล้าเอ่ยขัดขึ้นมา

“แลกกับสาขาที่ชอบ ก็ต้องยอม” นาวามองกรรมการรุ่นใหม่ขึ้นพูดบนเวที ไอ้หมอนี่ต้องขัดเกลาท่าทางอีกเยอะ....แต่ว่าช่างมันเถอะ

“พ่อจะให้เรียนบริหาร แต่นาวาจะเรียนวิศวะ”

ทองแทนอธิบายเพิ่มเติม......ส่วนเค้าก็เรียนวิศวะเหมือนกัน

“คนละครึ่งทางว่างั้นเถอะ” 

ต้นกล้าหัวเราะในลำคอ ....ส่วนตัวเองเหรอ ยังไม่เลือกเลย

“นาวา มีเบอร์คนที่เกาหลีไหม”

ต้นกล้าเดินตามนาวาที่เดินนำหน้ามาก่อน

“ทำไม”

ใบหน้าหล่อเหลาหันมาถาม ขยับตัวเดินเร็วขึ้น รุ่นน้องสาวๆ วิ่งมานู้นแล้ว.....

“สนใจสาวๆ ที่ไหนอีกละ”

ทองแทนส่ายหน้า ต้นกล้าจะมีอะไรนอกจากเรื่องผู้หญิง

“หนุ่มต่างหาก”

คราวนี้ทุกคนก็หยุดเดินหันมามองคนพูด  นาวาลุ้นอยู่ว่าคนๆ นั้น คือใคร.....ไม่น่าจะใช่เด็กตาบ๊องแบ๊วนั่นหรอกมั้ง

“ใครกัน”

ทองแทนพูดแทนใจจริงๆ 

“ซองเฮเหรอ”

นาวาหลุดชื่อนี้ขึ้นมา เพราะกำลังนึกถึงอีกคน

“ตาแหลมมากเพื่อน....”

ต้นกล้ายกนิ้วโป้ให้  หัวเราะในลำคอ.....

“ไหนบอกว่าเค้าไม่ชอบนายไง”

ทองแทนมองหาใครสักคนที่มองหาแต่เช้าแล้ว.......

“ก็นี่ไง!! ถึงมาขอเบอร์เอาไปสานสัมพันธ์”

ต้นกล้าให้เหตุผล...........ทองแทนพยักหน้า เจอแล้วคนที่มองหา ร่างไม่สูงไม่เตี้ย เดินตรงมาหาตรงที่พวกเค้ายืนอยู่

“ไม่มีเบอร์ซองเฮหรอก แต่จะถามให้จากอาจารย์ทางนู้นก็แล้วกัน”

นาวาพยักหน้าให้บอลลูนที่เดินเข้ามา ส่งยิ้มน่ารักมาแต่ไกล

“ให้บอลลูนขอน่าจะดีกว่านะ ภาษาจะได้ไม่สับสน”

นาวายกยิ้มอยากรู้ทัน เพราะทองแทนหาเรื่องจะคุย และอีกคนก็ยังไม่รู้เรื่องอะไร นาวาเลยพยักหน้าให้ทองแทนจัดการ

“ดีเลย จะได้เลยไหม ใจร้อน”

ต้นกล้าตบมือ .....ทั้งๆ ที่สายตามองไปที่รุ่นน้องสาวๆ ที่เดินมาส่งยิ้มให้  ไอ้บ้าเอ้ย!! แล้วมาหาเบอร์ทำอะไร ในเมื่อที่นี่มีคนให้สนใจเยอะแยะ ทองแทนไม่เข้าใจเพื่อนเลย............

“บอลลูน พี่ขอคุยด้วยหน่อย”

ทองแทนกระตุกแขนรุ่นน้องให้เดินตาม....บอลลูนมองไปข้างหลัง นาวากำลังสนใจโทรศัพท์....อุตส่าห์มาหา.....พี่ไม่มองเลย

นาวาเปิดมือถือ ไม่ได้ติดต่อโซวอนไปนานมากแล้ว.....และทางนั้นก็ไม่เคยติดต่อมาด้วย  ดีใจนะที่ได้เจอและคาดหวังให้ใช่ แต่ว่าอะไรหลายอย่างทำให้ไม่มีเวลาติดต่อไปอีก  ปิดโทรศัพท์และหันไปสนใจคนที่พึ่งมาถึง

“คุณท่านให้มารับคุณนาวาไปประชุมแทนคะ”

นาวาพยักหน้า  สาวสวยตรงหน้าคือเลขาของพ่อ  มาแบบนี้แปลว่าเร่งด่วนมาก.....กะไม่ให้เตรียมตัวอะไรเลยใช่ไหม.....เดินตามเลขาสาวขึ้นรถตู้สีดำไป....เวลาสิ้นสุดการเรียนที่นี่ก็เร็วขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ...ต่อจากนี้นาวาจะยิ่งโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น...

“ใครวะ”

ซองเฮมองข้อความที่ขอแอดมาเป็นเพื่อนในไลน์  หน้าคุ้นๆ

“ไม่รับเว้ย”

เสียงโทรศัพท์เข้ามา........เค้าต้องละจากงานตรงหน้าเพื่อรับเลยนะเนียะ

“ครับ”

“ซองเฮ นี่เราบอลลูนนะ จำได้ไหม”

ปลายสายบอกมาแบบนี้  ซองเฮทำหน้าคิดอยู่นิดๆ  ก่อนจะนึกถึงแขกต่างประเทศของชมรม

“อ้อ!! จำได้”

“รับแอดไลน์หน่อยสิ  มีคนอยากเป็นเพื่อน”

บอลลูนไม่ได้บังคับนะ.........แต่แค่บอกว่าคนที่แอดไปมีความจริงใจแค่ไหน

“แต่ว่า”

ซองเฮลังเล.........ไอ้หมอนี่มันชอบมองเค้าด้วยสายตาไม่น่าไว้ใจอะ

“รับไว้เผื่อมาเที่ยวประเทศไทย จะได้มีคนรู้จักเอาไว้ให้ช่วยเหลือไง”

บอลลูนแนะนำ.........

“ส่วนนายจะคุยไม่คุยก็อีกเรื่อง”

ซองเฮพยักหน้าเข้าใจ วางสายก่อนจะกดรับแบบใช้เวลาคิดไม่นาน  หากวันหนึ่งโซวอนอยากจะไปประเทศไทยขึ้นมา  จะได้มีช่องทางในการหาคนนำไป  ถึงแม้จะไม่ชอบหน้าไอ้หมอนี่สักเท่าไหร่ก็เถอะ

“สวัสดีครับ”

ซองเฮมองข้อความที่เข้ามา อ่านออกแต่ไม่ตอบ........มันมาเป็นภาษาไทยและภาษาเกาหลีเลย

“รู้นะว่าอ่านอยู่ ตอบสักนิดก็ยังดี”

ก็ใช่นะสิ.............ทำไมจะไม่รู้ ก็แค่เปิดดูมันก็ขึ้นคำว่าอ่านแล้ว.........ทำหน้าบึ้งใส่โทรศัพท์

“หวัดดี (ภาษาเกาหลี)  ตอนนี้ที่นั้นเป็นเวลาเท่าไหร่”

ไม่ได้แกล้งหรอกนะ.....แต่ซองเฮตั้งใจเลยละ

“โอเค เครื่องผมแปลภาษาไทยได้ ค่อยๆ คุยนะ...เดี๋ยวแปลไม่ทัน”

ต้นกล้าเกาหัวนิดๆ  คนทางนู้นไม่ยอมตอบภาษาไทย และเค้าก็โง่ภาษาต่างประเทศด้วย ส่วนซองเฮอ่านข้อความแล้วก็อดยิ้มไม่ได้  ดีนะที่ทางนั้นยังมีความอดทนสูง เค้าไม่ได้ส่งข้อความไปบ่อยๆ แต่ส่งให้แบบยาวๆ ในแต่ละครั้ง  คงจะแปลทั้งวันแหละ  โชคดีนะคนไทย....ลาก่อง....

หนึ่งปีผ่านไป........................

โซวอนสอบพลาสชั้นขึ้นมาอีกหนึ่งปี โซวอน ม.5 ฮงกิ ม.6 และซองเฮก็เข้ามหาวิทยาลัย

“มาอีกละ”

ฮงกิมองหัวหน้าปกครองนักเรียน ที่จบออกไปแล้ว แต่เสนอหน้ามาโรงเรียนได้บ่อยๆ  เจอกันจนกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมา

Good morning รุ่นพี่รัน มาหาแต่เช้าเลย”

เยรินที่นั่งเล่นอยู่ในชมรมทักทายออกไปก่อน ขณะที่ประธานชมรมนั่งทำหน้าบึ้งอยู่ไม่ไกล

“โซวอนละ”

ถามหาแบบทันที ไม่ได้สนใจใครเลย.......คุ้นเคยจนไม่มีใครนึกแล้วว่าดุมากแค่ไหน

“มาครับ”

โซวอนที่นอนอยู่บนเก้าอี้โต๊ะประชุม ชูมือขึ้นแต่ไม่ยกหน้าขึ้นมาให้เห็น

“รุ่นพี่.....โซวอนทำอะไรอีกรึเปล่า ถึงได้มาเร็วกว่าทุกวัน” ยูนนาถามอย่างสงสัย

“เปล่า”

รันทำหน้านิ่ง เดินตรงไปหาคนที่นอนอยู่.....เปิดกระเป๋าแล้วล้วงของบางอย่างออกมา

“ยินดีด้วยโซวอน ม.5 แล้วนะนายอะ”

ฮงกิกรอกตา จะอ้วกเลื่อนชั้นเฉยๆ ไม่ได้เรียนจบสักหน่อย

“นายควรจะให้ชั้นรึเปล่ารัน  ฉันจบนะเว้ย”

ซองเฮโวยวาย มองดอกไม้ที่รันยื่นส่งให้โซวอน ที่ไม่ยอมโผล่หน้าขึ้นมารับอยู่ดี.....แต่กลับใช้มือเคาะๆ บนโต๊ะ แปลว่าให้วางเอาไว้ตรงนี้

“จบด้วยกันจะให้ทำไม”

รันหันไปมองด้วยสายตาไม่เป็นมิตร วางช่อดอกไม้ที่ผูกโบว์สีแดงสวย

“โซวอน ออกมาให้เห็นหน้าหน่อยสิ พี่คิดถึง”

รันอ้อนวอน.....ใบหน้าขาวใสน่ารักโผล่ขึ้นมานิดเดียวๆ จริง แล้วก็ลงไปนอนใหม่.....แค่นี้ก็ยังดี

“เอามานี่ ฉันเก็บเอง”

ฮงกิเดินมาทำท่าจะคว้าดอกไม้ไปไว้กับตัว แต่รันขวางทางเอาไว้ ยืนประจันหน้ากันจนเยรินทำเสียงในลำคอ....ตบมือเบาๆ สนุกจังเลย

“ฉันให้โซวอน ไม่ได้ให้นาย”

ฮงกิทำหน้าเชิดใส่ ฟังตายละ.....คว้าดอกไม้เอามาถือ รันคว้ากลับ ดึงยื้อยุดกันไปมา โซวอนหยุดปัญหาคนตัวสูงสองคนดึงช่อดอกไม้กันไปมาจนแทบไม่เหลือร่องรอยของความสวยเหมือนเดิม ด้วยการดึงออกมาแล้วกระชากเป็นสองกำ กระแทกให้เข้ามือสองฝ่ายตบไหล่เบาๆ

“จริงๆ พวกรุ่นพี่น่าจะเป็นแฟนกันนะ เจอกันทีไรเข้าหากันตลอดเลย....ผมว่าน่ารักดีออก”

ใบหน้าขาวใสนั่งยองบนโต๊ะ  ยิ้มหวานใส่.....ฮงกิหน้าแดง...ไม่ใช่เพราะโซวอนยิ้ม แต่เพราะคำพูดโซวอนต่างหาก

“โซวอนพูดอะไรแบบนั้น” ฮงกิหันมาพูดเสียงสั่นไปหมด

“ไม่เอาอะ แค่คิดก็สยองละ”

รันอีกคน.......กอดอก ปรายตามองฮงกิที่หน้าขึ้นสีระเรื่อ..........อดมองไม่ได้...คิดอยู่ในใจหมอนี่ก็น่ารักเหมือนกัน

“เยรินว่า พี่ควรจะเตรียมไปเข้าพิธีจบก่อนไหม  อาจารย์ประกาศเรียกแล้ว”

ยังไม่ทันขาดคำ ก็มีประกาศเสียงตามสายเรียกนักเรียนที่จะจบปีการศึกษานี้ไปเข้าร่วมพิธี

“ฉันไปละนะ”

ซองเฮลากคอโซวอนไปด้วย ปล่อยให้พวกนี้ทะเลาะกันไป.....รันเดินตามออกมาหลังจากยัดดอกไม้ที่อยู่กับตัวเองใส่มือฮงกิแล้ว  เสียงข้อความเข้ามา ซองเฮทำหน้ามุ่ย แต่ก็เปิดอ่าน ต้นกล้าไม่เคยลดความพยายามลงเลยแม้แต่น้อย ยิ่งซองเฮส่งข้อความมากเท่าไหร่ ทางนั้นก็จะหายไปสักพักแล้วกลับมาตอบแบบว่าเข้าใจในสิ่งที่ซองเฮสื่อสารออกไป

“ใจอ่อนคุยเป็นภาษาไทยเถอะ เห็นแล้วสงสาร”

โซวอนที่มองคนอ่านข้อความแล้วอมยิ้ม....พูดลอยๆ

“เฮ้ย!! มาแอบดูโทรศัพท์ของคนอื่นได้ยังไง”

ซองเฮเบี่ยงมือที่ถือโทรศัพท์ออก  หน้าขึ้นสี ไอ้น้องบ้า....ยื่นหน้าตายื่นตาดูแบบไม่มีเคยรู้เลยเนาะ

“คนอื่นที่ไหน กันเอง พี่น้องกัน”

โซวอนดึงแขนให้เอาโทรศัพท์กลับมาให้เห็นใหม่

“โซวอนอย่าบอกนะ”

ซองเฮแค่คาดการณ์ว่าจะโดนล้วงความลับ  แต่ไอ้หน้าตาน่ารักแบบขยิบตาให้ รอยยิ้มหวานๆ แบบอ้อนๆ มันบอกว่าถูกต้องนะครับ.....ซองเฮเงื้อมมือขึ้นสูง ขอฟาดมันสักทีเถอะวันนี้ ทั้งอาย ทั้งโกรธ ทั้งเขิน ปนกันไปหมดเลย.....

“อย่าตีโซวอนของผม”

ฮงกิมาแล้ว.....ทันใจดีมากแบบไม่ต้องเรียก

“ถ้านายตีโซวอน นายตีกับฉันดีกว่า”

รันโผล่มาอีกคน.........เอาตัวบังโซวอน ส่วนฮงกิล็อคแขนซองเฮ

“อะไรของพวกนายวะ”

ซองเฮโวยวาย......ดิ้นอึกอักๆ ไปมา

“พวกพี่ทำอะไร พี่น้องเค้าคุยกัน”

โซวอนท้าวเอวหัวเราะเสร็จแล้ว........ถึงได้มาทำเสียงเข้ม

“ถึงทำอะไรให้ ผมก็ไม่มีทางชอบพวกพี่แบบนั้นแน่นอน”

“พวกเราไม่ได้บังคับให้โซวอนมาชอบนะ เราก็แค่อยากจะดูแล”

ฮงกิ ปล่อยแขนซองเฮ.......ปลงมาได้ปีกว่าแล้ว.......เฝ้าจีบตั้งนานไม่มีทีท่าเลื่อนขั้นขึ้นมาบ้างเลย

“ใช่ ถ้าโซวอนจะชอบขึ้นมา ก็ขอให้เป็นใครคนหนึ่งในเราสองคน”

ฮงกิมองหน้ารัน พึ่งเห็นว่ารุ่นพี่มันดีก็วันนี้นี่แหละ......สบตากันแล้วเมิน......ความรู้สึกวูบไวมันคืออารายยยยย!!!!

“เยรินไปเถอะ อยู่ตรงนี้นานๆ เวียนหัวละ”

ทีแบบนี้มาทำเป็นสามัคคีกัน ทีเมื่อกี้ตีกัน จิกกัดกันอยู่เลย  โซวอนดึงตัวเพื่อนสาวคนสนิทด้วยการดึงพวงผมที่มัดเอาไว้ให้เดินตาม เลยโดนฟาดไปหนึ่งที เสียงทะเลากันตามทางเรื่องผมยุ่ง และเรื่องความเป็นผู้หญิงของเยรินที่โซวอนต้องให้เกียรติบ้าง สองคนนี้ทะเลาะกันแต่ไปด้วยกันตลอด ผู้หญิงคนอื่นเลยไม่กล้ายุ่งกับโซวอน ผู้ชายก็ได้แต่แอบมอง

“อยากเป็นเยริน”

ฮงกิ ถอนหายใจ มองตามหลังโซวอนกับเยรินไป

“โอ๊ย!! เพ้อเจ้อนะฮงกิ เป็นแบบที่นายเป็นก็ดีอยู่แล้ว นายชอบโซวอนจนสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไป....บางที ฉันว่านะ.....นายควรจะเป็นตัวเองให้มากกว่านี้”

ซองเฮบ่นนายจ้างรายวัน.....ที่หันมามองซองเฮแบบเชื่อฟัง

“เหรอฮะ”

ฮงกิทำเสียงตื่นเต้น......แล้วโซวอนจะชอบไหม

“โซวอนไม่ชอบให้เลียนแบบใคร นายต้องมีหลักการ ชอบก็ส่วนชอบ ตัวนายก็เป็นตัวนาย”

ซองเฮท้าวเอว ทำตัวเหมือนคุณครูในห้องเรียน  รันยืนกอดอกฟังแบบเงียบๆ

“งั้น ผมเลิกจ้างพี่ละ....ผมจะพยายามด้วยตัวเอง”

ฮงกิยิ้ม.......ตบไหล่ซองเฮเป็นอันยกเลิกสัญญา

“อ้าว!!  ซวยเลย” 

ซองเฮทำหน้า งง  อดมีรายได้ทันที

“นี่นายแอบมีนอกมีในกันเหรอ ซองเฮนายนี่มัน!!

รันอยากจะบีบคอเพื่อน นานเท่าไหร่แล้ว.....

“พอๆ แค่รับจ๊อบพิเศษ อย่าด่าแรงมาก....”

ซองเฮปัดมือที่เอื้อมมาใกล้..............

“ฉันถึงว่าเวลาฉันถามไม่ยอมตอบ...ทีฮงกินี่แทบจะจูงมือคุย  ซองเฮ!! นายนี่มันหน้าเงินจริงๆ”

รันยังด่าไม่เลิก.........ฟึดฟัด ฮงกิขอตัวก่อนก็แล้วกัน...........

“ด่าไม่ยั้ง........เงินที่ยืมไปเมื่อไหร่จะใช้คืนครับเพื่อน”

รันดึงกระเป๋าออกมาจากกางเกง หยิบเงินส่งให้แบบไม่นับ........โกรธจริงนะเว้ย...ไอ้เพื่อนบ้า ซองเฮรับมานับ...แบบไม่แคร์ ทำหน้ามุ่ย  มันไม่ครบ......เงยหน้าอีกทีรันเดินหนีไปแล้ว......เวรกรรม ช่วงนี้รายได้ไม่ค่อยมี เพราะโซวอนไม่ให้ถ่ายรูป และเค้าก็ต้องระมัดระวังเรื่องการลงรูปในเพจอีกต่างหาก วันดีคืนดีแอบถ่าย....โซวอนก็เล่นมุกกระโดดกอดอย่างเดียว....ตอนเห็นซองเฮจับกล้องขึ้นมา

“พี่ซองเฮ จะเรียนต่อที่ไหน ไม่เห็นเขียนใบสมัครเลย”

โซวอนถามหลังจากผ่านไปสามเดือน  คนอื่นมีที่เรียนแต่ซองเฮป้วนเปี้ยนอยู่กับเค้าทุกวัน

“เบื่อ!! ไม่อยากเรียนที่นี่”

ซองเฮปาลูกดอกในมือใส่เป้า.....ทำหน้าเซ็งๆ  คนที่บ้านยังไม่มีใครถามสักคน แต่คนในบ้านนี้ถามทุกวัน

“พี่จะทิ้งผมเหรอ”

โซวอนหันมาทำหน้างอ  แก้มป่องๆ

“บ้าสิ!! โซวอน ใครจะไปทิ้งนายลง”

ซองเฮบีบแก้มขาวๆ ...........เงียบไปพัก

“ครอบครัวฉันไม่เหมือนนาย ฉันเหมือนตัวคนเดียว....”

“ไม่จริง!! พี่ยังมีผม มีพ่อกับแม่ผมอยู่นะ”

โซวอนพอรู้ว่าปัญหามันคืออะไร ความไม่สนใจของพ่อแม่ทำให้ซองเฮเกเรแบบนี้

“พวกเค้าเป็นของนาย ไม่ใช่ของฉัน”

ซองเฮนั่งลงใกล้ๆ กับโซวอน.....ทำหน้ามีทุกข์ในใจ

“พี่จะทำอะไร ก็คิดให้ดีก็แล้วกัน....จริงๆ พี่ไปไหนผมก้อยากจะไปด้วย”

โซวอนพูดเบาๆ อันนี้ คือ เรื่องจริง.......

“ตั้งแต่เด็ก  ผมก็ดูแลพี่มาโดยตลอด....”

เอะ!!  โซวอนใช้คำผิดรึเปล่า ซองเฮทำหน้าไม่เข้าใจ มันฟังทะแม่งๆ

“นายพูดผิดไปรึเปล่า”

ซองเฮเริ่มจะเครียด เพราะอิน้องยังพูดต่อไปหยุด

“พี่ชอบไปก่อเรื่อง ขืนพี่ไปคนเดียว ผมกลัวคนอื่นจะเดือดร้อน”

โอ้โห้!!  ซองเฮยืนขึ้นมองหน้าน่ารักที่ยิ้มสวยๆ ใส่

“ใครกันแน่ที่ชอบทำเรื่องเดือดร้อน”

“พี่ไง”

โซวอนชี้หน้า...เตรียมวิ่ง

“โซวอนไอ้เด็กบ้า  ฉันอายุมากกว่านาย  นายมาดูแลฉันได้ยังไง”

เสียงโวยวายดังลั่นบ้าน.....วิ่งไล่ตีกัน แต่สุดท้ายซองเฮก็ต้องยอมน้องอยู่ดี  นี่แหละมันเป็นวิธีคลายเครียดของโซวอน  คุณอันดาได้แต่หัวเราะ  จริงๆ บ้านซองเฮไม่ได้ยากจน ออกจะร่ำรวยมากๆ เสียอีก แต่ทุกคนในบ้านเลือกทุ่มเทให้กับอย่างอื่นมากกว่าลูกชายตัวเอง..........นี่แหละที่ซองเฮน่าสงสารที่สุด


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น