อุบัติเหตุรัก..สะดุดใจยัยตัวเล็ก

ตอนที่ 41 : เผด็จการรัก!!! (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 477
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 เม.ย. 51

ตอนที่ 32. เผด็จการรัก!!!

 

 

            รถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอดสนิทภายในลานจอดรถใต้ตึกสภาพกลางเก่ากลางใหม่ขนาดหกชั้น ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของห้องเช่าราคาประหยัดที่พำนักพักพิงของคนตัวเล็ก ใบหน้าเนียนใสของเจ้าตัวหลับพริ้มอย่างมีความสุขอยู่ภายในรถหลังจากผ่านเรื่องราวระทึกขวัญมาได้อย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน ชายหนุ่มถอนหายใจลึกด้วยความโล่งอก ทุกอย่างคลี่คลายรวมทั้งเรื่องของหัวใจที่เคยสับสนมืดมนไร้ทางออก ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เขาจะไม่มีวันปล่อยมือจากคนตัวเล็กข้างกายตอนนี้อย่างเด็ดขาด แม้ว่าในภายหน้านั้นหัวใจของคนตัวเล็กจะเปลี่ยนเป็นของใครคนอื่นที่ไม่ใช่เขาก็ตาม

 

            สีหน้าหลับอย่างมีความสุขของคนตัวเล็กทำเอาชายหนุ่มเผยรอยยิ้มกว้างด้วยความเอ็นดู คราบน้ำตายังคงเลือนอยู่สองข้างแก้มใส มือใหญ่สัมผัสบริเวณอกเสื้อของตัวเองที่ยังคงชื้นอยู่หลังถูกคนตัวเล็กใช้เป็นที่พักพิงด้วยความเต็มใจ รัชต์โทรมาแจ้งว่าการถ่ายปกนิตยสารวันนี้ถูกเลื่อนออกไปเรียบร้อยแล้วเป็นวันพรุ่งนี้ เขาจึงได้เปลี่ยนเส้นทางจากสตูฯ มาส่งคนตัวเล็กถึงที่นี่แทน

 

แม้อยากจะหยุดเวลาและเฝ้าดูคนตัวเล็กอย่างนี้ไปนาน ๆ แต่เขาก็จำใจต้องเอื้อมมือไปปลุกให้คนที่กำลังหลับใหลอยู่ในนิทรารมณ์รู้สึกตัว เพราะอยากจะให้เจ้าตัวได้กลับไปพักผ่อนหลังจากที่ต้องเหนื่อยกับเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นภายในวันนี้

 

            ตื่นได้แล้ว...ยัยตัวเล็ก... คนตัวโตกระซิบเรียกอย่างอ่อนโยนข้างใบหู เพียงชั่วครู่ร่างเล็กที่หลับสนิทก็เริ่มรู้สึกตัว

 

            อ้าว...ถึงห้องแล้วเหรอ คนเพิ่งตื่นกระพริบตาถี่เหลียวซ้ายแลขวารอบกายมองดูสถานที่อันคุ้นเคย ความรู้สึกเหนื่อยอ่อนกับการร้องไห้มานานทำให้เจ้าตัวหลับสนิทตั้งแต่ขึ้นมานั่งบนรถ ต่างฝ่ายจึงไม่ได้ทันที่จะได้พูดจาอะไรกันแม้เรื่องหัวใจจะเคลียร์ไปแล้วก็ตามที

 

            ฉะนั้นพอกล้วยปิ้งรู้สึกตัวตื่นเต็มตา ทั้งกล้วยปิ้งและอชิคก็หันรีหันขวางมองหน้ากันไปมาเหมือนต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แม้แววตาสองคู่จะสื่อทุกสิ่งที่อยู่ภายในออกมาจนหมดแล้ว แต่เหมือนคำพูดจะถูกความประหม่าเขินอายกลืนหายไปจนสิ้น

 

            เอ่อ...คุณอชิค....ฉันไปก่อนนะ... กล้วยปิ้งเอ่ยลาตะกุกตะกักหลังเพิ่งจะหาเสียงของตัวเองพบ อาการของตัวเองที่แสดงออกไปตอนที่อธิบายให้คนตัวโตเข้าใจเรื่องของเธอกับพลกานต์นั้น ทำให้เจ้าตัวไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าคนตรงหน้าอีกหน เพราะนั่นไม่ต่างอะไรเลยกับการสารภาพความรู้สึกของตัวเองทางอ้อม ยิ่งใบหน้าที่แสดงเหมือนเข้าใจทุกสิ่งตอนที่เขาดึงเอาตัวเธอเข้าไปกอดไว้แน่นนั่นอีก มาตอนนี้ชักจะรู้สึกแล้วว่าตัวเองนั้นช่างกล้าเหลือเกินกับเรื่องที่เพิ่งได้ทำผ่านไป

 

            พอคิดได้อย่างนั้น ร่างเล็กจึงรีบกระวีกระวาดลงจากรถยนต์คันหรูทันที คนที่มัวแต่หาคำพูดอยู่นานจึงต้องรีบร้องเรียกเอาไว้ก่อนที่จะเสียโอกาสในการพูดจากันให้เข้าใจอีกหน

 

            ฉันไปส่งที่ห้องนะ...กล้วยปิ้ง

 

 

            เสียงรองเท้าสองคู่กระทบพื้นดังก้องเคียงกันไประหว่างทางเดินไปสู่ห้องเช่า มือเล็กสองข้างไขว้อยู่ด้านหลังกำเข้าหากันแน่นจนชื้นเหงื่อ เช่นเดียวกับมือใหญ่ที่สองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงตัวเองอย่างไม่รู้ว่าจะเอามือไม้ไว้ตรงไหน ผู้คนที่เคยอาศัยกันอยู่หนาแน่นต่างพากันเป็นใจเปิดทางให้ทั้งคู่ด้วยการปิดประตูนอนกันเงียบสนิทไม่โผล่หน้ามาพลุกพล่านเช่นที่เคยเป็น สุดท้ายแล้วทั้งคู่ต่างก็ยังไม่ได้พูดจาอะไรกันจนกระทั่งถึงหน้าห้องเช่าของคนตัวเล็กที่อยู่สุดทางเดินของชั้นสี่พอดี

 

            ถึงห้องแล้ว... คนตัวเล็กเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ทั้งที่ยังคงไม่ยอมมองหน้าคนตัวสูงข้างกายเช่นเก่า ต่างคนทำท่าเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ไม่มีใครเริ่มขึ้นก่อน จนกระทั้งกล้วยปิ้งหมุนตัวกลับเพื่อเตรียมจะไขประตูเข้าห้อง

 

            เดี๋ยวก่อน! กล้วยปิ้ง...

 

            โอกาสสุดท้ายของวันทำให้ร่างสูงเอาชนะความประหม่าที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของตัวเองได้สำเร็จ มือใหญ่ข้างหนึ่งที่ล้วงลงไปในกระเป๋ายังคงสัมผัสได้ถึงวัตถุสิ่งหนึ่งที่ติดตัวเอาไว้ตลอด ชายหนุ่มค่อย ๆ หยิบมันขึ้นมาก่อนคว้าเอาข้อมือเรียวบางของคนตัวเล็กที่เตรียมจะไขประตูเข้าห้องมากุมเอาไว้จนแน่น

 

            อ๊ะ... เสียงร้องอุทานอย่างตกใจ พร้อมกับที่วัตถุประกายวาววับคล้องรอบข้อมือเรียวข้างนั้น ยังไม่ทันที่กล้วยปิ้งจะได้เอ่ยถามว่าเป็นเพราะเหตุใด ร่างสูงก็รีบชิงเอ่ยขึ้นมาก่อน

 

            ฉันตั้งใจที่จะให้เธอตั้งแต่วันนั้นแล้ว...แต่ก็มาเกิดเรื่องเข้าใจผิดเสียก่อน...

 

ให้ฉัน..... คนตัวเล็กมองสร้อยทองคำขาวประดับด้วยเม็ดพลอยสีฟ้าสดใสด้วยนัยน์ตาที่บ่งบอกว่าไม่เข้าใจว่าคนตรงหน้าให้สิ่งนี้กับเธอเนื่องในโอกาสอันใด แต่อชิคก็ไม่ได้ปล่อยให้ความสงสัยได้อยู่นาน สายตาคมสบตาคนตัวเล็กแน่วนิ่ง แล้วคำพูดต่อมาก็ทำให้คนฟังยืนแข็งค้างดั่งถูกสต๊าฟเอาไว้ด้วยน้ำยาชั้นดี

 

ยังไม่สายไปใช่ไหมที่จะรับมันเอาไว้....พร้อมกับรับความรู้สึกของฉันที่มีให้กับเธอด้วย...

 

เหมือนหัวใจน้อย ๆ ของคนฟังจะกระเด้งออกมาจากร่างกายทันทีหลังจากสมองประมวลผลคำพูดเมื่อครู่ผ่านไปแล้วหลายสิบรอบ คนที่เกิดมาไม่เคยถูกใครสารภาพรักยืนนิ่งใบหน้าแดงก่ำ อุณหภูมิความรักภายในร่างกายพุ่งทะลุจุดเดือดร้อยองศาไปอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

 

...นี่เธอกำลังถูกตาหมีตัวโตสารภาพรักอยู่หรือเปล่าเนี่ยะ!...

 

มะ...หมายความว่ายังไงกัน คนที่กำลังตกใจจนตาโตเอ่ยถามเสียงสั่น จากเรื่องที่เข้าใจได้ง่าย ๆ ก็กลายเป็นว่าเข้าใจแล้วแต่ไม่แน่ใจเสียอย่างนั้น

 

พอได้ยินคนตัวเล็กตั้งคำถาม อารมณ์เขินปนโมโหก็แล่นพล่าน ตะโกนประโยคบอกรักถัดมาเสียงดังสนั่นก้องไปทั้งทางเดินทันที

 

ก็หมายความว่า...ฉันกำลังขอเธอเป็นแฟนยังไงเล่า!”

 

พูดแล้วคนตัวโตก็เม้มริมฝีปากตัวเองแน่นจนเป็นเส้นตรง ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยสารภาพรักใครมาก่อน แถมยังต้องย้ำชัดให้คนซื่อเข้าใจให้ชัดแจ้งอีก เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ เริ่มผุดพรายตามไรผมขณะยืนรอลุ้นฟังคำตอบที่จะตามมาด้วยใบหน้าแดงระเรื่อไม่ต่างกัน

 

เอ่อ...คือว่า....คือ.....

 

แต่จนแล้วจนรอด คนเพิ่งถูกตะโกนบอกรักก็ยังคงอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ พูดอะไรไม่ออก คำตอบปฏิเสธนั้นไม่ใช่แน่ แต่จะให้ตอบรับก็ไม่รู้ว่าจะหาคำตอบว่าอย่างไรดี คนฟังเลยชักเริ่มจะเกิดอาการหงุดหงิดไม่ได้ดั่งใจขึ้นมากะทันหัน

 

ถ้านับหนึ่งถึงสามแล้วเธอไม่ตอบ ฉันจะถือว่าเธอตกลงอนุญาตให้เราเป็นแฟนกันได้แล้วนะ!” นิสัยชอบเผด็จการเอาแต่ใจจนเคยชินถูกนำมาใช้ได้อย่างถูกเวลาพอเหมาะพอเจาะ เพราะตอนนี้คนถูกถามนั้นอึ้งไปตั้งแต่เจอคำพูดเมื่อสักครู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

พอเห็นว่าคนตัวเล็กไม่มีปฏิกิริยาใดตอบรับ คนตัวโตก็เริ่มนับตามที่ได้บอกเอาไว้ทันที

 

หนึ่ง......

 

สอง......

 

สาม.....”

 

เพียงสิ้นเสียงนับ...ร่างเล็กก็ปลิวหวือเข้าสู่อ้อมอกหนาของจอมเผด็จการในพริบตา ลำแขนแกร่งสองข้างรัดร่างเล็กของคนที่สติปลิวหายไปจนแน่นด้วยความดีใจอย่างที่สุด ไม่รู้ว่าจะมีใครบอกรักได้อย่างแสนเอาแต่ใจและแปลกประหลาดอย่างเขาอีกไหม แต่ที่รู้แน่ ๆ คือเวลานี้เสียงหัวใจของเขาเต้นแรงมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกเป็นสุขท่วมท้นไปทั้งร่างจนแทบจะทะลักทะลายออกมาภายนอก

 

คนตัวเล็กที่ถูกกอดเอาไว้ก็รู้สึกเหมือนร่างทั้งจะลอยขึ้นจากพื้นเพราะเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกเป็นสุขเช่นกัน แม้เมื่อสักครู่นี้จะเพิ่งถูกหมีตัวโตจอมเอาแต่ใจปฏิบัติการ เผด็จการรักไปหมาด ๆ จนถึงกับอึ้ง แต่ก็เป็นไปด้วยความเต็มใจให้ยึดอำนาจรักเต็มที่ เพราะทุกห้องในหัวใจของเธอนั้นได้ยกให้กับตาหมีตัวโตจอมเผด็จการคนนี้ไปตั้งนานแล้ว

 

สรุปว่า...เธออนุญาตให้เราสองคนเป็นแฟนกันแล้วนะ...กล้วยปิ้ง คนตัวโตเอ่ยย้ำเสียงเข้มอีกครั้งข้าง ๆ ใบหู ขณะที่ยังไม่ยอมคลายอ้อมกอดที่รัดรอบร่างเล็กเอาไว้อย่างแน่นหนา

 

            หากแต่ยังไม่ทันที่กล้วยปิ้งจะได้ตอบรับคนตัวโตด้วยคำพูดของตัวเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นแทรกความสุขที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างคนทั้งคู่ด้วยน้ำเสียงเข้มทรงอำนาจที่เหมือนดั่งสายฟ้าฟาดลงมาในใจของกล้วยปิ้ง!

 

            แต่ฉันไม่อนุญาตให้กล้วยปิ้งเป็นแฟนกับนาย!”

 

กล้วยปิ้งหันควับไปมองยังต้นเสียงที่แสนจะคุ้นเคยด้วยความตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง ร่างเล็กรีบผละออกจากอ้อมแขนของคนร่างสูงทันทีเหมือนกับทั้งร่างโดนไฟฟ้าที่ผ่านมาจากสายตาคมคู่นั้นช๊อตจนลุกไหม้ไปทั้งตัวจนกลายเป็นผุยผง

 

พะ...พี่หอม!!”

 

 

To be continued...
100% จ้า....อ่ะฮ้า....พี่หอมมาแล้วววว มาอย่างขัดจังหวะรักเลยจริง ๆ

 

ร.สิตาก็มาแล้วจ๊ะทุกคน...วันนี้มาดึกหน่อยเพราะเพิ่งจะเดินทางกลับมาจากร้อยเอ็ด คิดถึงจังเลย ไม่ได้จับนิยายมาหลายวันมากจนเกือบจะต่อไม่ติดเลยทีเดียว ที่หายไปมิได้หายไปเล่นสงกรานต์ที่ไหน นอนป่วยแหมบปิ้งอยู่บ้านทู๊กวันจนแทบจะลงแดงเพราะไม่ได้จับคอมตามคำสั่งคุณแม่...เห่อ ๆ ตอนนี้เหตุการณ์เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ขอบคุณทุกความห่วงใยและความคิดถึงต่อพี่หมีกับน้องกล้วย แถมด้วยพี่พลด้วยนะจ๊ะ

 

ใครรู้สึกว่าตอนนี้มันทะแม่ง ๆ ตรงไหนก็แอ้ม ๆ บอก ร.สิตาได้นะจ๊ะ เพราะแต่งเองยังรู้สึกเหมือนมันมีอะไรแปลก ๆ ชอบกล เห่อ ๆ

 

รักนะจ๊ะ....จุ๊บ ๆ

ร.สิตา

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1,739 ความคิดเห็น

  1. #1714 คนธรรมพ์ตัวจิ๋ว (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2551 / 15:52
    อ่าไม่ได้อ่านไปหลายตอน (ที่ลบไปแล้วอะ TTT^TTT)



    สารภาพรักได้น่ารักโดนใจมา



    ปั๊ดโธ่ ไม่น่ามาขัดจังหวะเลยอะพี่หอมเนี่ย
    #1714
    0