อุบัติเหตุรัก..สะดุดใจยัยตัวเล็ก

ตอนที่ 19 : Special pure sugar 100% - ลอยกระทง...ไม่หลงทาง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 727
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 พ.ย. 50

Special pure sugar 100% - ลอยกระทง...ไม่หลงทาง

 

 

เฮ้อ…” เสียงถอนหายใจดังเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วของวันนี้ก็ไม่อาจจะทราบได้ เนื่องมาจากคนที่ถอนมันออกมานั้นอยู่ในสภาวะเซ็งสุดๆ จนไม่รู้จะหาทางระบายได้อย่างไร จึงต้องมานั่งพ่นลมออกสูดลมเข้าอย่างเบื่อๆ แทน

 

โอ้ยยยยย....เหงา..เครียด!” ร่างเล็กๆ ที่นอนกลิ้งอยู่บนโซฟาร้องตะโกนก้องคับห้องเช่าแคบๆ ของตัวเอง ทีวีที่เปิดค้างไว้ยังคงทำหน้าที่ของมันไปเรื่อยๆ หากแต่คนเปิดกลับไม่มีทีท่าว่าจะสนใจมัน เพราะไม่ว่าจะเปิดไปช่องไหน เสียงเพลงอันเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลอันแสนรื่นเริงที่ทุกคนรอคอยก็ดังกระทบโสตประสาท ก่อให้เกิดความหงุดหงิดในหัวใจไปเสียทุกครั้ง

 

วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก็นองเต็มตลิ่ง เราทั้งหลายชายหญิง สนุกกันจริงวันลอยกระทง...ลอยๆ กระทง ลอยๆ กระทง....

 

แล้วทีวีก็ถูกเลื่อนช่องไปอีกครั้งเพื่อให้พ้นจากเสียงเพลงบาดใจ ก็จะไม่ให้มันบาดได้ยังไง ในเมื่อใครต่อใครหลายคนต่างสนุกสนานและรอคอยให้ถึงวันนี้กันอย่างใจจดใจจ่อ แต่กล้วยปิ้งเองกลับต้องมานั่งแกร่วอยู่คนเดียวที่ห้อง

 

ไอ้คินนะไอ้คิน...หนอย เห็นแฟนดีกว่าเพื่อนนะโว้ย คิดถึงไอ้เจ้าคนที่เป็นสาเหตุปล่อยให้เธอต้องเหงาอยู่คนเดียวในวันนี้แล้วก็ยิ่งโมโห ทุกๆ ปีที่ผ่านมา เธอกับเจ้าคินไปลอยกระทงด้วยกันตลอด เพราะต่างคนต่างก็โสดสนิทไร้แฟนให้ควงไปสวีทหวานแหวว แต่พอมาปีนี้ เจ้าคินก็ดันชิ่งมีแฟนเป็นตัวเป็นตนไปเสียก่อน ควงน้องฟ้าไปลอยกระทงหน้าตาเฉย ปล่อยให้เธอต้องลอยเท้งเต้งเหงาอยู่คนเดียวภายในห้องแคบๆ นี้ ทั้งๆ ที่ก็พอทำใจได้อยู่หรอกว่าเพื่อนต้องมีแฟน แล้วสักวันก็ต้องมีครอบครัวเหมือนกับชาวบ้านชาวช่องเค้า แต่มันก็ยังยอมรับความเงียบเหงาที่ค่อยๆ คืบคลานมาหาไม่ได้อยู่ดี

 

ใจจริงก็อยากจะกลับบ้านเชียงรายเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ติดทุนทรัพย์ที่มีเหลือติดตัวอยู่น้อยนิด แล้วยังหนี้ท่วมหัวซึ่งมีเจ้าหนี้ที่แสนจะกวนประสาทอย่างตาหมีน้ำแข็งบ้านั่นอีก รายได้ที่มีพอเลี้ยงตัวเองไปได้เรื่อยๆ ทำให้ต้องอดออมเอาไว้กลับบ้านในเฉพาะเวลาจำเป็นเท่านั้น

 

พอคิดถึงเจ้าหนี้จอมเอาแต่ใจคนนั้นแล้วก็รู้สึกเหงาอย่างบอกไม่ถูก วันนี้ทั้งวันตาหมีไม่ได้ใช้บริการเจ้าขาวทนทึกของเธอเลย บอกแต่เพียงว่าวันนี้มีงานถ่ายแบบอะไรไม่รู้ที่ต่างจังหวัดทั้งวันจนถึงช่วงค่ำ จะออกเดินทางไปพร้อมกับพี่รัชต์เลย อนุญาตให้เธอพักผ่อนได้ตั้งหนึ่งวัน ถึงแม้ว่าจะรู้สึกดีอยู่ที่ไม่ต้องไปรับไปส่งตาหมี แต่ทว่าในใจนั้นกลับรู้สึกโหวงเหวงอย่างประหลาด

 

....ตาหมีบ้า..จะไปถ่ายละครวันอื่นก็ไม่ได้...

 

พอไม่รู้จะทำอะไรต่อให้หายเครียดดี อีกทั้งเวลาก็ล่วงเข้าสู่ช่วงหัวค่ำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คนตัวเล็กก็เลยคิดว่าจะนอนหลับมันตั้งแต่หัวค่ำประชดความเหงาให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่ก่อนศีรษะน้อยๆ จะหย่อนลงถึงหมอน เสียงโทรศัพท์ที่ไม่ได้ดังมาเกือบวันเต็มๆ ก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ จนคนตัวเล็กตกใจปล่อยเสียงอุทานยาวเหยียดเพื่อเรียกขวัญ

 

ขนมหกหมดอดกินขนมๆ!!!”

 

~ได้ยินบ้างไหมเสียงใจฉัน you have a call now รู้มั้ยรู้มั้ยเธอมีเสียงเรียก รู้ไว้รู้ไว้ เธอมีสายเข้า อยากบอกกับเธอว่าอย่าคิด ว่าฉันไม่สนใจ ก็ไม่เห็นไม่เห็นโทรมาบ้างเลย ฉันก็เลยต้องโทร โทรมาหาเธอ ~

 

รู้แล้วๆๆ จ้า....กำลังจะวิ่งไปรับเดี๋ยวนี้ล่ะ กล้วยปิ้งรีบวิ่งถลาร้อยเมตรไปหาโทรศัพท์ที่ส่งเสียงร้องดังสนั่นบนโต๊ะเตี้ยหน้าโซฟา หลังจากที่มันถูกทิ้งขว้างอย่างไม่สนใจมาตลอดทั้งวัน พอคนตัวเล็กหยิบขึ้นมาดูเบอร์โทรเข้าก็ต้องตาโตด้วยความประหลาดใจ...เอ๋..ตาหมีนี่นา...

 

ฮัลโหลคนตัวเล็กเอ่ยรับสายเสียงเรียบ แต่ในใจกับรู้สึกยินดีอย่างประหลาด เหมือนกับว่าความรู้สึกเหงาหงอยที่มีมาทั้งวันหายไปเป็นปลิดทิ้ง

 

อยู่ที่บ้านใช่ไหม ตาหมีถามเพียงสั้นๆ หากคนฟังกลับตีความหมายไปว่า คนโทรมาตั้งใจโทรมาเยาะเย้ยเธอหรือเปล่า ถึงถามได้อย่างมั่นใจว่าอยู่บ้านใช่ไหม...หนอยแน่..ตาหมีบ้า...

 

อยู่บนดาวอังคารมั้ง พอคิดว่าตัวเองโดนแกล้ง กล้วยปิ้งก็เริ่มเปิดศึกก่อนทันที

 

ดีเลย งั้นอีกครึ่งชั่วโมงขับยานอวกาศของเธอมารับฉันที่บ้านด้วย อย่ามาสายนะ ฉันไม่ชอบรอนาน ตาหมีน้ำแข็งตอกกลับแบบไหลตามน้ำจนคนหาเรื่องถึงกับอึ้ง ก่อนจะวางสายหนีไปดื้อๆ โดยไม่รอให้กล้วยปิ้งได้ตั้งตัวต่อปากต่อคำกลับไปอีกรอบ ทำเอาคนตัวเล็กต้องบ่นขมุบขมิบอยู่เพียงคนเดียว แต่ก็ยอมลุกขึ้นรีบแต่งตัวแล้วออกจากบ้านเช่าหลังเล็กอย่างรวดเร็ว

 

...เฮ้อ...ก็ยังดีกว่านอนแกร่วอยู่บ้านเฉยๆ ล่ะนะ....

 

 

กล้วยปิ้งจอดเจ้าขาวทนทึกอยู่หน้าประตูบ้านหลังงามของตาหมี แต่ยังไม่ได้ทันจะได้ลงจากรถ เจ้าของบ้านหนุ่มก็เดินออกมาพอดี ก่อนจะเดินมาเปิดประตูรถด้านข้างคนขับเข้ามานั่งอย่างรู้หน้าที่โดยไม่ต้องกล่าวอัญเชิญ

 

ไหนบอกว่าวันนี้จะให้ฉันพักไง จะไปไหนอีกล่ะคุณ กล้วยปิ้งแอบจิกตาหมีอย่างเสียไม่ได้ ก็วันนี้เขาเป็นคนบอกเธอเองว่าไม่ต้องรับส่ง แต่พอตกเย็นปุ๊บก็โทรเรียกตัวให้ออกมารับทันที ทั้งๆ ที่บอกว่าวันนี้ไปถ่ายแบบที่ต่างจังหวัด แต่ทำไมกลับมาเร็วชอบกล

 

วันนี้ก็ได้พักทั้งวันแล้วนิตาหมีตอบกลับน้ำเสียงเรียบโดยไม่หันมามองหน้า พลางยกเข่าขึ้นพาดกับคอนโซลหน้ารถอย่างที่ชอบทำเป็นประจำ กล้วยปิ้งจึงจัดการวิเคราะห์สถานการณ์รบระหว่างเธอและตาหมีจนได้ข้อสรุป...วันนี้มาแนวปากจัดแบบเงียบๆ วุ้ย...

 

แล้วจะไปไหนละคุณ ยังไม่ได้บอกฉันเลยนะ หลังประเมินผลได้ผลเสีย คนตัวเล็กจึงตัดบทถามถึงสถานที่ที่ตาหมีจะไปแทน หากแต่คำสั่งที่ได้รับกลับเป็นคำที่กล้วยปิ้งไม่เคยคิดว่าจะได้ยินได้ฟังมาก่อน

 

ไปลอยกระทง...  

 

เอ๋..... กล้วยปิ้งเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ เธอฟังผิดไปหรือเปล่าที่ได้ยินว่าตาหมีน้ำแข็งจะไปลอยกระทง!

 

เมื่อกี้คุณว่าจะไปไหนนะ

 

ไปลอยกระทง....จะไปไหมครับ...คุณกล้วยปิ้ง ตาหมีหันกลับมาจ้องหน้าเธอเขม็งพร้อมกับเอ่ยเสียงดังฟังชัดด้วยน้ำเสียงที่เริ่มจะหงุดหงิด

 

ไปซิคุณ...แหมๆ ได้พาดาราดังไปลอยกระทง โก้จะตายกล้วยปิ้งรีบตอบรับทันทีเมื่อรู้สึกตัว...ยังไงวันนี้ไปลอยกระทงพร้อมกับตาหมี ก็ยังจะดีกว่าลอยเท้งเต้งคนเดียวอยู่กับห้องล่ะน่ะ...

 

ถ้าอย่างนั้นก็ไปได้แล้ว เดี๋ยวก็ได้ลอยกระทงพรุ่งนี้เช้าหรอก

 

เจ้าค่ะ...เจ้านาย

 

 

 

เจ้าขาวทนทึกแล่นไปเรื่อยๆ ตามเส้นทางที่ตาหมีบอก ผ่านสถานที่จัดงานวันลอยกระทงในตัวเมืองมาหลายแห่ง แต่ตาหมีก็ยังไม่ยอมแวะลงไปสักที จนคนขับชักไม่แน่ใจว่าตาหมีจะไปลอยกระทงที่ผับบาร์ไหนหรือเปล่า เพราะเส้นทางที่บอกมาเริ่มไกลจากแหล่งชุมชนเมืองที่จัดงานรื่นเริงเข้าไปทุกที

 

อีกไกลไหมคุณ กล้วยปิ้งที่เริ่มจะระแวงว่าจะถูกพาไปหมกป่าแถวไหนถามขึ้น แต่คำตอบที่ได้รับก็ไม่ต่างจากตอนที่ยังไม่ได้ถามสักเท่าไหร่

 

ขับไปเถอะน่า เดี๋ยวก็ถึงเอง

 

คนตัวเล็กจึงต้องนั่งขับอย่างเงียบๆ ไปอีกรอบ สักพักตาหมีก็สั่งให้เลี้ยวรถเข้าไปในซอย ซึ่งเป็นทางเข้าชุมชนแคบๆ แสงไฟหลากสีสันที่เห็นอยู่เบื้องหน้าลิบๆ อันเป็นบรรยากาศที่แสนคุ้นเคย ทำให้กล้วยปิ้งเพิ่งจะรู้ว่า จุดหมายปลายทางที่จะไปนั้นว่าเป็นที่ไหน

 

งานลอยกระทงที่วัด....อย่างงั้นเหรอ

 

 

พอเลี้ยวรถเข้าไปจอดในบริเวณลานวัด กล้วยปิ้งก็ต้องตื่นตาตื่นใจกับแสงสีอันตระการตา ความงามที่ไม่ใช่โลกศิวิไลเช่นสถานบันเทิงชื่อดังภายในกรุงเทพที่มีอยู่ดาดเดื่อ หากแต่เป็นแสงสีแห่งความครื้นเครง...ความเป็นกันเอง...ชีวิตจริงอันเรียบง่ายที่คนหลายๆ คนลืมไปนาน เพราะมัวแต่หลงแสงสีแห่งความฟุ้งเฟ้อไม่รู้จักพอของสังคมจอมปลอมนั่นเอง

 

โห....ไม่ได้มานานแล้วนะนี่ คนตัวเล็กต้องร้องออกมาดังๆ ทันทีเมื่อก้าวเท้าลงจากรถ บริเวณวัดถูกประดับประดาด้วยหลอดไฟสีสันต่างๆ ร้านขายของกินของใช้นานาๆ ชนิด ซุ้มปาเป้า สอยดาว จับฉลาก ยิงปืนอัดลม และอีกสารพัดสารพันดาษเดื่อ เสียงโฆษกที่คาดว่าน่าจะเป็นลุงมีอายุแล้วหน่อย กำลังประกาศเชิญชวนชาวบ้านที่อยู่ในงานให้ช่วยอุดหนุนกระทงของวัดที่เด็กนักเรียนช่วยกันทำมาขาย ด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยอารมณ์ขันอย่างครื้นเครง

 

เอ้า...สาวเล็กสาวใหญ่ ซื้อกระทงวัดร่วมกันทำบุญ...อธิษฐานดีๆ แล้วเอาสตางค์ใส่ตู้...ใครมาลอยคนเดียว ลอยเสร็จกลับบ้านไปขอให้ได้คู่ ใครมาลอยเป็นคู่แล้ว...ก็ขอให้อยู่กันยืดยาวตลอดไปเน้อ

 

กล้วยปิ้งยืนขำกับคำพูดของคุณลุงโฆษกที่โฆษณาซะน่าสนใจเลยทีเดียว สงสัยคนไร้คู่เช่นเธอต้องอธิษฐานขอบ้างแล้วกระมัง

 

นี่....จะยืนอยู่ตรงนี้ไม่เข้าไปข้างในหรือไง เสียงของตาหมีน้ำแข็งที่เดินนำหน้าไปแล้วหันมาร้องเรียก กล้วยปิ้งจึงต้องรีบเดินไปหา ก่อนจะโดนตาหมีสวดชวนให้หมดอารมณ์เที่ยวสนุกๆ เปล่าๆ

 

ไปซิๆ เอ่อ....ว่าแต่คุณรู้จักที่นี่ได้ยังไงล่ะ กล้วยปิ้งถามขึ้นระหว่างเดินที่เดินคู่กันเข้าไปในบริเวณวัด น่าแปลกใจจริงๆ ที่ดาราดังอย่างตาหมีน้ำแข็งจะรู้จักวัดที่ยังคงบรรยากาศงานแบบนี้เอาไว้ได้

 

เคยมาตอนเด็กๆ นะ ตาหมีตอบก่อนจะหันไปมองบรรยากาศงานรอบๆ คล้ายกับกำลังคิดอะไรบางอย่างในใจ ทั้งคู่เดินเข้าดูนั่นดูนี่ไปเรื่อยๆ อย่างต่างคนต่างเงียบไม่พูดคุยอะไรเหมือนกับคนที่ไม่ได้มาด้วยกันซะอย่างนั้น

 

นี่...หิวไหม อยู่ๆ ตาหมีน้ำแข็งก็หันหน้ามาถามกล้วยปิ้งที่กำลังมองอะไรเพลินๆ คนตัวเล็กพอได้ยินตาหมีพูดอะไรสักอย่าง ก็หันมาทำหน้างงๆ เหมือนใบหน้าศัตรูของแมวเวลากำลังสงสัย

 

หืม....มีอะไรเหรอ 

 

 ฉันถามว่าหิวไหมน้ำเสียงที่ถามมาเรียบๆ หากแต่คนฟังรู้สึกว่าผิดปกติไปจากเดิมเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากไปกว่าเรื่องเที่ยวและเรื่องกินในเวลานี้

 

หิวมากกกกกกก กล้วยปิ้งตอบตาหยีพร้อมกับลากเสียงยาวเหยียดเป็นการยืนยัน เพราะพอตาหมีถามถึงเรื่องกินปุ๊บ กระเพาะของกล้วยปิ้งก็เริ่มทำงานปั๊บทันที

 

งั้นก็ไปหาอะไรกินกันเถอะ

 

 

ตาหมีเดินนำกล้วยปิ้งมายังร้านขายก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตก ที่เจ้าตัวได้รับสิทธิ์ให้เลือกกินได้ในวันนี้ อยู่ๆ ตาหมีก็เกิดอารมณ์อยากตามใจเธอขึ้นมากะทันหัน กล้วยปิ้งก็ไม่ได้ขัดอะไรเพราะยังไม่รู้ว่าตาหมีจะมาไม้ไหนกันแน่ ที่รู้ตอนนี้ก็คือ มีคนตามใจก็ต้องรีบคว้าเอาไว้ก่อน แต่ก็ไม่ลืมที่จะย้ำว่าเขาจะต้องเป็นคนเลี้ยงเธอด้วย

 

ก๋วยเตี๋ยวชามที่สองถูกเสิร์ฟให้กับสาวน้อยตัวเล็ก ในขณะที่ก๋วยเตี๋ยวชามแรกของชายหนุ่มยังไม่หมดดีเลยด้วยซ้ำ คนเลี้ยงจึงต้องวางมือจากการกินชั่วคราว มามองดูคนตัวเล็กที่กำลังเริ่มบริโภคก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตกเป็นชามที่สองด้วยใบหน้าบ่งบอกความเอร็ดอร่อยเต็มที่

 

เมื่อกลางวันไม่ได้กินข้าวหรือไง ชายหนุ่มเอ่ยถามขณะที่มองดูคนตัวเล็กกินไปเรื่อยๆ อย่างทึ่งๆ

 

แหม....ก็มันอร่อยนิ อย่างกไปหน่อยเลยน่ะคุณดาราดัง ฉันไม่กินจนคุณจนหรอกน่ากล้วยปิ้งตอบอย่างรู้ว่า ต่อให้กินพุงแตกยังไง คนรวยขนาดตานี่ก็คงไม่เดือดร้อนหรอก

 

เฮ้อ...ใครคิดจะเลี้ยงเธอคงจนแย่ คนเลี้ยงถอนหายใจอย่างปลงตกก่อนจะลงมือกินต่อ แต่พอเหลือบไปเห็นชามก๋วยเตี๋ยวของคนตัวเล็กที่กำลังกินอย่างไม่สนใจอะไรนั้น อาการอยากจะแกล้งคนก็กำเริบขึ้นทันที

 

ตะเกียบบนมือของชายหนุ่มถูกส่งมายังชามก๋วยเตี๋ยวของกล้วยปิ้ง ก่อนจะแย่งเอาลูกชิ้นที่ลอยอยู่ในชามไปอย่างหน้าตาเฉยทันทีโดยไม่มีการบอกกล่าวให้เตรียมใจล่วงหน้า

 

ว้าย! ลูกชิ้นนนนนน กล้วยปิ้งร้องเสียงหลง เมื่อเห็นลูกชิ้นที่ตัวเองอุตส่าห์เก็บเอาไว้กินตอนสุดท้าย ถูกส่งเข้าปากของตาหมี จัดการเคี้ยวตุ้ยๆ ลงกระเพาะไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ไม่เคยได้ยินเค้าบอกกันเหรอว่า ของดีให้กินก่อนระวังถูกแย่งนะ คนแย่งยังมีแก่ใจมาพูดเล่นหน้าตาเฉย ในขณะที่คนถูกแย่งลุกขึ้นจากเก้าอี้เอาตะเกียบชี้หน้าหัวขโมยด้วยความโมโห ลืมตัวไปสนิทเลยว่าใครเป็นคนเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวมื้อนี้

 

เอาคืนมาเลยนะคุณอชิค!” กล้วยปิ้งเริ่มจะพาลโดยไม่สนอะไรแล้ว

 

ก็กินเข้าไปแล้วจะคืนได้ยังไงกันเล่า อชิคเริ่มลุกขึ้นยืนบ้างเพราะตัวเองอิ่มแล้ว แถมยังได้แกล้งคนเป็นของหวานตบท้ายอีกต่างหาก

 

ไม่รู้ล่ะ เอาคืนมาเดี๋ยวนี้นะ กล้วยปิ้งวางตะเกียบลงพลางดิ่งตรงเข้าไปหาตาหมีอย่างหาเรื่อง ปกติเวลากินก๋วยเตี๋ยวกับไอ้เจ้าคินก็โดนแย่งลูกชิ้นเป็นประจำอยู่แล้ว วันนี้กะเอาไว้ว่าจะได้กินอย่างสบายใจไม่ต้องกลัวว่าจะถูกแย่งเหมือนเดิม แต่กลายเป็นว่าหนีเสือตะกละปะจระเข้หิวชัดๆ ความโมโหที่ถูกแย่งเลยมีมากขึ้นเป็นสองเท่าเหมือนระเบิดที่ฝังเอาไว้ถูกจุดฉนวนขึ้นพร้อมกันสองลูกติด!

 

แต่ก่อนที่กล้วยปิ้งจะได้เข้าไปถึงตัวของผู้กระทำผิดที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ ขาเจ้ากรรมก็ดันสะดุดกับก้อนหินก้อนโตที่บังเอิญวางอยู่แถวนั้นเข้าอย่างพอดิบพอดี ร่างเล็กๆ เลยเสียหลักล้มคะมำลง ขณะกำลังเตรียมใจเอาไว้แล้วว่างานนี้หัวไม่ปูดก็ต้องช้ำแน่ๆ แขนแข็งแรงสองข้างของร่างสูงก็ตรงเข้ารับร่างเล็กๆ เอาไว้ในอ้อมแขนได้อย่างทันท่วงที

 

คนถูกช่วยหน้าแดงก่ำด้วยความอายเมื่อรู้สึกตัวอีกทีว่า ตัวเองไม่ได้หน้าคะมำฟาดกับพื้นดังที่คาดเอาไว้ตอนแรก แต่กลับอยู่ภายใต้อ้อมแขนของคนที่ตัวเองมาดหมายเอาไว้ว่าจะทำร้ายให้ได้เพราะต้องการเอาลูกชิ้นคืน คนตัวเล็กพยายามขยับดันร่างสูงให้ออกห่าง แต่วงแขนแกร่งที่รัดรอบตัวเอาไว้กลับไม่ยอมปล่อยเธอเสียอย่างนั้น

 

นี่คุณ...ปล่อยได้แล้ว กล้วยปิ้งเอ่ยเสียงตะกุกตะกักหน้าแดงก่ำ ตอนนี้ความอายมีมากกว่าเพราะคนที่นั่งกินอยู่ในร้านเริ่มหันมามองว่าเกิดอะไรขึ้น ให้แย่งลูกชิ้นสักสิบลูกก็ชักไม่อยากจะได้มันแล้ว

 

ซุ่มซ่ามเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนจริงๆ ร่างสูงบ่นคนในอ้อมแขน ก่อนจะปล่อยร่างเล็กที่ยังคงก้มหน้างุดให้เป็นอิสระ ทั้งๆ ที่ใจกลับนึกไม่อยากปล่อยขึ้นมาเสียดื้อๆ

 

อิ่มแล้ว ไปกันเถอะ พอร่างเล็กถูกปลดปล่อย เจ้าตัวก็รีบเดินออกจากร้านทันทีทั้งๆ ที่ยังกินก๋วยเตี๋ยวไม่หมดชามเลยด้วยซ้ำ แต่จะให้อยู่กินต่อก็อายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีได้อยู่แล้ว ตั้งใจจะหาเรื่องเขา แต่กลายเป็นว่ากลับถูกกอดแบบไม่ตั้งใจไปเต็มๆ...โอ้ย...กล้วยปลิ้นอยากจะบ้า...

 

อชิคจัดการจ่ายเงินค่าก๋วยเตี๋ยวเรียบร้อยก็รีบวิ่งตามร่างเล็กๆ ที่เดินดุ่มๆ หนีออกมาจากร้านอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากได้รูปแย้มรอยยิ้มพราวเมื่อมองไปที่แผ่นหลังของแม่สาวตัวเล็ก ที่เมื่อครู่ในตอนแรกกลายร่างไปเป็นแม่เสือทันทีเมื่อถูกแย่งลูกชิ้น แต่พอเจ้าตัวเสียหลักซุ่มซ่ามตกมาอยู่ในอ้อมกอดเขา แม่เสือตัวนั้นก็กลับกลายเป็นลูกแมวน้อยๆ ไร้พิษสงไปในทันใด

 

นี่....ไม่เอาแล้วเหรอ ลูกชิ้นนะ เมื่อเดินตามมาทัน คนตัวโตก็ยังคงแกล้งไม่เลิก เพราะอยากจะเห็นใบหน้าใสๆ นั้นแดงก่ำขึ้นมาอีกรอบ ซึ่งกล้วยปิ้งก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง เพราะตอนนี้คนตัวเล็กกำลังหน้าแดงจนแทบจะลามไปถึงใบหูได้อยู่แล้ว แม้จะเป็นเวลากลางคืนก็ตาม แต่คนสายตาเป็นเยี่ยมก็ยังเห็นได้ชัดเจนอยู่ดี

 

ไม่เอาแล้ว เสียงกล้วยปิ้งตอบอย่างเขินๆ สายตาเหลือบไปมองทางนั้นทีทางนี้ที โดยไม่กล้าหันมาสบตากับคนที่ตัวเองเผลอซุ่มให้ถูกกอดอีก ปฏิกิริยาดังกล่าว เรียกเสียงหัวเราะจากคนที่เดินอยู่ข้างๆ ได้เป็นอย่างดี

 

          ...ยิ่งทำอย่างนี้ยิ่งน่าแกล้งเข้าไปใหญ่นะ...ยัยตัวเล็ก...

 

            กล้วยปิ้งเดินดุ่มๆ หนีตาหมีร่างยักษ์ที่ยังคอยกระเซ้าเย้าแหย่ไม่เลิกไปเรื่อยๆ พยายามเฉไฉทำเป็นไม่สนใจว่าเมื่อสักครู่เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น เพราะยิ่งเถียงด้วยตาหมีตัวโตก็ยิ่งได้ใจแกล้งเข้าไปใหญ่ หลังพยายามเดินหนีอยู่นาน กล้วยปิ้งก็เล็งเห็นกิจกรรมที่จะทำให้หายจากอาการใจสั่นๆ ที่เป็นอยู่นี้ได้สักที

 

            ลูกดอกหกอันถูกหยิบส่งให้คนทั้งคู่ซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ กัน คนหนึ่งกำลังยิ้มจนแก้มปริที่ได้เล่นของเล่นถูกใจ ส่วนอีกคนหนึ่งก็ถูกบังคับให้เล่นด้วย ทั้งๆ ที่ไม่ได้เต็มใจเลยสักนิด แต่ก็โดนแผนการท้าทายชนิดประกาศก้องต่อหน้าประชาชีจำนวนมากที่เดินกันขวักไขว่ ด้วยศักดิ์ศรีแห่งความเป็นลูกผู้ชาย...งานนี้อชิคจะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด!

 

            ลูกดอกของคนร่างสูงปาเข้าเป้าไปแบบเต็มๆ แต่ไม่ได้ปักถูกลูกโป่งลูกใดเลย เป้าที่เข้ากลับเป็นชั้นไม้ที่วางลูกโป่งไปเสียนี่ กล้วยปิ้งได้โอกาสหันไปหัวเราะร่วนจนตัวงอ...ในที่สุดก็หาเรื่องเอาคืนตาหมีนี่ได้สักที...

 

            นี่ๆ คุณอชิค...ดูไว้ซะนะ มือโปรเค้าปากันแบบนี้ กล้วยปิ้งคุยโวเสียงใส ก่อนจะปาลูกดอกของตัวเองบ้าง ลูกโป่งถูกปาจนแตกลูกแล้วลูกเล่า จนคนที่ยืนดูมือโปรอยู่ถึงกับยิ้มแบบเฝื่อนๆ ตอนนี้คนตัวเล็กเหลือลูกดอกสุดท้ายเพียงดอกเดียว หากว่าลูกนี้เข้าเป้า กล้วยปิ้งก็จะได้รางวัลเป็นตุ๊กตาหมีตัวโตเลยทีเดียว

 

และแล้วมือโปรก็สมคำคุย เมื่อลูกดอกลูกสุดท้ายจัดการลูกโป่งที่เหลือเพียงลูกเดียวได้สำเร็จ กล้วยปิ้งกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจก่อนจะหันมาจับไม้จับมือกับคนข้างๆ ด้วยความลืมตัวเสียสนิท ร่างสูงก้มลงมองมือเล็กๆ ที่จับอยู่กับมือของตัวเองแล้วก็ต้องยิ้มกริ่มอย่างห้ามเอาไว้ไม่อยู่

 

            สถิติใหม่เลยนะนี่ ครั้งเดียวแตกหมดทุกใบเลย กล้วยปิ้งดีใจส่งยิ้มกว้างจนตาหยี ยังคงจับมือร่างสูงเขย่าไปมาด้วยความตื่นเต้น ก็ตั้งแต่เจ้าตัวปาเป้ามา นี่เป็นครั้งแรกที่ปารวดเดียวแล้วลูกโป่งแตกหมดทุกใบ ความดีใจเลยมีมากจนลืมว่า คนที่ตัวเองกำลังจับมือนั้นเป็นใคร

 

            เจ้าของร้านหยิบเอาของรางวัลซึ่งเป็นตุ๊กตาหมีสีขาวตัวใหญ่ส่งมาให้กล้วยปิ้งซึ่งยังคงยืนยิ้มดีใจอยู่ กล้วยปิ้งจึงปล่อยมือจากร่างสูงคว้าเอาตุ๊กตามากอดอย่างปลื้มในผลงานตัวเองเต็มที่ ขณะที่ร่างสูงยังรู้สึกเสียดายที่คนตัวเล็กปล่อยมือตัวเองเร็วเกินไป

 

            ถึงจะหน้าแตกไปหน่อย แต่ก็รู้สึกดีเหมือนกันแฮะ...ไม่เสียเปล่าจริงๆ ที่เขาอุตส่าห์เร่งทำงานให้เสร็จเร็วๆ ในวันนี้ จนรัชต์นึกสงสัยว่าเขาจะรีบกลับบ้านไปไหน หากแต่เขาก็ไม่ได้บอกอะไรมากไปกว่าจะรีบกลับไปบ้านเพราะกลัวรถติดทั้งๆ ที่มันไม่ได้ติดเลยสักนิดเดียว

 

 

            ตุ๊กตาหมีสีขาวตัวโตถูกเปลี่ยนมือมาอยู่ในอ้อมกอดของร่างสูงแทน หลังจากที่กล้วยปิ้งใช้ความพยายามทั้งบังคับแกมอ้อนให้ตาหมีช่วยถืออยู่นานสองนาน ในที่สุดคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสุภาพบุรุษก็ทนไม่ไหว จำต้องแบกเจ้าตุ๊กตาตัวโตไว้เสียเอง แต่ก็ยังไม่วายบ่นพึมพำให้คนข้างตัวได้ยินไปตลอดทาง

 

            เดินผ่านช่วงถนนซึ่งเป็นที่ตั้งของซุ้มปาเป้าได้ไม่เท่าไหร่ คนตัวเล็กก็เล็งเห็นกิจกรรมถัดมาที่ตัวเองอยากทำนักทำหนาขึ้นอีกรอบ จึงเอ่ยปากชวนคนข้างตัวด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นทันที

 

            เล่นชิงช้าสวรรค์กันนะ สีหน้าและแววตาโตๆ แกมอ้อนวอนที่ส่งมาให้ ทำให้คนที่อยากปฏิเสธว่าโตแล้วไม่เล่นอะไรเป็นเด็กต้องกลืนคำพูดที่เตรียมจะพูดออกมากลับลงไปเหมือนเดิม

 

            นะ นะ...เล่นกันหน่อยนะ เมื่อเห็นว่าร่างสูงยังคงยืนนิ่งไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ คนอยากเล่นก็เริ่มคะยั้นคะยอถี่ขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุด ดาราหนุ่มที่สลัดคราบไฮโซมางานวัดก็ต้องพยักหน้าตอบรับอย่างยอมแพ้

 

            แล้วตุ๊กตานี่ล่ะจะทำไง เอาขึ้นไปไม่ได้หรอกนะ อชิคเอ่ยถึงเจ้าหมีสีขาวตัวโตที่กล้วยปิ้งเพิ่งจะได้มา ที่ดูท่าแล้วว่าคงจะเอาขึ้นไปด้วยไม่ได้แน่ เพราะแค่ลำพังศีรษะมันอย่างเดียวก็เข้ากระเช้าชิงช้าสวรรค์แทบไม่ได้แล้ว

 

            สบายมาก...กล้วยปิ้งจัดการเอง

 

            และแล้วคนตัวเล็กก็จัดการได้จริงๆ ดังว่า ด้วยการเอาตุ๊กตาเจ้าปัญหาไปฝากไว้ที่คนขายตั๋วชิงช้าสวรรค์ ทั้งยั้งยิ้มแย้มทักทายกันเหมือนรู้จักกันมาเป็นนานปี ทำให้คนตัวโตกว่าต้องถอนหายใจอย่างปลงๆ เพราะไม่ว่าจะไปปรากฏตัวที่ไหน สาวน้อยผู้นี้ก็มนุษยสัมพันธ์เป็นเลิศเสมอ

 

            บรรยากาศจากมุมบนดูสวยกว่าที่อชิคคิดเอาไว้มาก เพราะสามารถมองเห็นแสงสีได้ทั่วทั้งบริเวณงาน ในขณะที่คนรบเร้าขึ้นมากำลังนั่งตาโตตื่นเต้น หันซ้ายหันขวาเกาะลูกกรงกระเช้ามองทางนั้นทีทางนี้ที เหมือนกับเด็กน้อยที่เพิ่งเคยขึ้นชิงช้าสวรรค์เป็นครั้งแรก เสี้ยวหน้าหวานของคนตัวเล็กเวลากระทบแสงไฟ ทำให้คนมองต้องแอบอมยิ้มอยู่คนเดียว

 

            นั่งนิ่งๆ บ้างก็ได้ เดี๋ยวก็ล้มหรอก ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างขำๆ เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กยังคงเคลื่อนย้ายตัวเองไม่เลิก จนกระเช้าเล็กๆ บนชิงช้าสวรรค์ขยับเขยื้อนไปมาตามทิศทางที่เจ้าตัวไป พอพูดยังไม่ทันขาดคำดีเท่าไหร่ คนซุ่มซ่ามตามเคยก็สะดุดเข้ากับขาตัวเอง ส่งผลให้กระเช้าโยกอย่างแรงทันที

 

            ว๊าย!!!!!”  กล้วยปิ้งร้องเสียงหลง ร่างเล็กๆ กระเด้งตามแรงเหวี่ยง ตกลงบนตักของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างพอดิบพอดี

 

            นัยน์ตาสองคู่สบกันอยู่นานโดยไร้ซึ่งคำพูด ครู่หนึ่งกล้วยปิ้งจึงได้สติดีดตัวเองออกจากตักกว้างแข็งแรงมานั่งเจี๋ยมเจี้ยมอยู่ฝั่งตรงข้ามใบหน้าแดงก่ำ ในขณะที่อีกฝ่ายยังคงตีหน้าเฉยเช่นเดิม หากแต่หูขาวๆ สองข้างที่อยู่นอกหมวกไหมพรมมีสีชมพูจางๆ ติดอยู่

 

          ซนจนได้เรื่องอีกแล้วไง จ๋อยไปเลยซิยัยตัวเล็ก

 

            เอ่อ...เมื่อไหร่จะครบรอบสักทีน้า คนหน้าแดงก่ำเฉไฉพูดเรื่องอื่นแก้เขิน ไม่กล้าหันมาสบตากับคนที่จ้องมองอยู่อีกฝั่ง

 

            ลงมาข้างล่างได้คนตัวเล็กก็เดินลิ่วๆ ตามเดิมตรงไปยังที่ขายกระทง ตั้งใจว่าจะลอยๆ ให้เสร็จแล้วรีบกลับเสียที เพราะยิ่งอยู่ใกล้ๆ ตาหมีก็ยิ่งซุ่มซ่ามหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ จากที่เขินอยู่เดิมก็ยิ่งเขินแล้วเขินอีกจนแทบจะปรับหน้าแดงๆ ลงมาเป็นหน้าขาวๆ ตามเดิมไม่ไหวแล้ว แต่พอมาถึงก็ต้องพบว่า กระทงที่วางขายดาดเดื่อช่วงหัวค่ำนั้น มีเหลือวางอยู่เพียงใบเดียวเสียแล้ว

 

            เหลือใบสุดท้ายแล้วครับพี่ เด็กหนุ่มคนขายเอ่ยขึ้น

 

            แย่จัง... กล้วยปิ้งเอ่ยขึ้นด้วยความเสียดาย รู้อย่างนี้มาซื้อไว้ก่อนก็ดี ไม่น่าเถลไถลจนกระทงหมดเลย

 

            คุณลอยไปเถอะ...ฉันไม่ลอยก็ได้ สาวน้อยผู้ใจดีเอ่ยขึ้นอย่างเสียสละ เธอมีเวลาว่างมาลอยกระทงได้ทุกปีอยู่แล้ว แต่ดาราดังอย่างเขาอาจจะไม่ได้มีเวลาว่างบ่อยๆ หลังจากหย่อนเงินลงตู้เป็นค่ากระทงแล้ว จึงยื่นกระทงให้คนร่างสูง ที่ยังคงยืนมองอยู่นิ่งๆ ไม่ยื่นมือออกมารับไปแต่อย่างใด

 

            ก็ลอยใบเดียวกันนี่ล่ะ คำตอบเพียงสั้นๆ จากตาหมี ทำเอากล้วยปิ้งมองหน้าทำตาโตอย่างไม่ค่อยจะเข้าใจ

 

            มีกระทงใบเดียว ก็ลอยด้วยกันเสียเลยไง ประหยัดทรัพยากรธรรมชาติ พอพูดจบ ตาหมีก็ยักคิ้วเป็นเชิงไม่ใส่ใจกับการลอยกระทงใบเดียวกัน ในขณะที่กล้วยปิ้งยังชั่งใจอยู่ เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยลอยกระทงใบเดียวกันกับใคร

 

            จะดีเหรอ

 

            ดีซิ....กระทงจะได้ไม่หลงทางด้วย

 

            กระทง...ไม่หลงทาง...งั้นเหรอ กล้วยปิ้งเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย ไม่หลงทาง...หมายความว่ายังไงกัน

 

            แต่คนพูดก็ไม่ได้อยู่ตอบคำถาม ร่างสูงออกเดินนำหน้าพร้อมกับยกมือขึ้นกวักเรียกเธอโดยไม่หันมามองด้านหลัง ทั้งสองคนเดินตรงไปยังท่าน้ำของวัดที่จัดเอาไว้สำหรับลอยกระทง ผู้คนเริ่มบางตาลงเหลือแต่เพียงหนุ่มๆ สาวๆ ที่ยังคงเดินเคียงคู่กันมาลอยกระทงอยู่ บางคู่ก็ถือกระทงสองใบ บางคู่ก็ถือกระทงแค่ใบเดียว ทำเอากล้วยปิ้งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นอีกหนึ่งคู่รักก็ไม่ปาน

 

            กล้วยปิ้งมองกระทงในมือตัวเองแล้วหันไปมองร่างสูงของตาหมีที่กำลังขอยืมไฟแช็คจากคนข้างๆ มาจุดกระทงของทั้งคู่อยู่ ไม่นานกระทงในมือเธอก็สว่างไสวด้วยสีเหลืองนวลของแสงเทียน

 

            คุณอชิค มาอธิษฐานขอขมาด้วยกันซิ กล้วยปิ้งเรียกคนข้างตัวให้มาร่วมจับกระทงเพื่ออธิษฐานด้วยกัน มือสองข้างของร่างสูงยกแตะกระทงในมือคนตัวเล็กเบาๆ ขณะที่เจ้าตัวกำลังหลับตาเพื่อกล่าวคำขอขมาต่อพระแม่คงคาอยู่ในใจ

 

            กระทงถูกปล่อยลงสู่ผิวน้ำและเริ่มไหลตามแรงวักน้ำส่งของเจ้าของทั้งสองไปเรื่อยๆ แสงเทียนจากกระทงหลายใบที่ลอยอยู่ในคลองขนาดเล็กดูสวยงามและมีเสน่ห์น่าหลงใหลอย่างประหลาด คนที่ยืนอยู่เคียงกันหันมาสบตากันอีกครั้ง ก่อนรอยยิ้มจะถูกระบายออกมาจากใบหน้าของคนทั้งคู่เพื่อมอบให้กัน ความรู้สึกดีๆ ค่อยๆ ก่อตัวเป็นจุดเล็กๆ หลบอยู่ภายในใจของคนทั้งสอง ท่ามกลางแสงจันทร์กระจ่างกลางฟ้า

 

            ถ้ามีเวลา...ปีหน้ามาลอยกระทงด้วยกันอีกไหม เสียงของตาหมีถามขึ้นเบาๆ ในขณะที่สายตาของคนทั้งคู่เลื่อนกลับไปจับจ้องกระทงตัวเองที่ยังคงไหลตามน้ำตามเดิม

 

            กล้วยปิ้งยังคงยืนมองกระทงนิ่ง หากแต่ริมฝีบางบางนั้นยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่ไม่คลาย

 

            ขอคิดดูก่อน

 

            เลี้ยงก๋วยเตี๋ยวไม่อั้น ฟรีตลอดงาน ให้เล่นปาเป้า แล้วก็ชิงช้าสวรรค์ด้วย

 

            โอเค...แถมม้าหมุนอีกอย่างด้วยนะ

 

            อืม...

 

 

            เจ้าขาวทนทึกจอดเทียบหน้าบ้านพิริยวัตรอีกครั้งในเวลาเลยเที่ยงคืนไปได้ยี่สิบนาทีแล้ว อชิคเปิดประตูรถตั้งท่าจะเดินลงไป แต่แล้วก็หันกลับมาหาคนขับที่กำลังมองมาอยู่พอดี

 

            ขับรถกลับบ้านดีๆ นะ ถ้อยคำแสดงความเป็นห่วงคำแรกตั้งแต่ได้พบกันดังขึ้นจากปากของร่างสูง ทำเอาคนตัวเล็กถึงกับอึ้งไป ได้แต่พยักหน้ารับเบาๆ อย่างไม่รู้ว่าจะตอบอะไรดี แล้วประโยคต่อมาก็ยิ่งทำให้ต้องอึ้งดับเบิ้ลอึ้งเข้าไปอีก

 

            หลับฝันดีล่ะ พรุ่งนี้เจอกัน

 

            คนพูดนั้นเดินเข้าบ้านไปแล้ว แต่กล้วยปิ้งก็ยังคงนั่งนิ่งหลังพวงมาลัยไม่ขยับเขยื้อน ก่อนเจ้าตัวจะเปิดเผยรอยยิ้มกว้างหันไปส่งให้หมีสีขาวตัวยักษ์ที่อยู่ด้านหลังแทน

 

            อืม...ฝันดีเหมือนกันนะ ตาหมีบ้า พูดคนเดียวเสร็จก็ขับรถออกจากหน้าบ้านหลังงามไป โดยมีสายตาของร่างสูงมองตามส่งจากห้องนอนตัวเองจนลับตา...

 

 

 

จบตอนพิเศษ....

 

Special Thank… เหล่าผู้ร่วมขบวนการลอยกระทงหวานแหววทุกท่าน

รักจากใจ...

ร.สิตา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1,739 ความคิดเห็น

  1. #1713 คนธรรมพ์ตัวจิ๋ว (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2551 / 15:16
    ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

    น่ารักจังเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #1713
    0