Radish (Radish and The Holy Grail)

ตอนที่ 9 : Ep.2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 536
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    30 พ.ย. 60

                เชิงเขาแห่งหนึ่ง เขตเมืองโคลานิค

                ที่เชิงเขามีเส้นทางสายหนึ่งที่ใช้เดินทางและขนส่งสินค้า และเส้นทางนี้เองที่โดนปล้นบ่อยมากในช่วงนี้ การปล้นแต่ละครั้งมีคนล้มตายไม่น้อย เนื่องจากพวกโจรมักจะเข่นฆ่าเพื่อปิดปาก แต่ก็มีคนรอดไปได้และนั่นคือที่มาของการส่งกองทหารมาปราบปราบ

                ทางเมืองโคลานิคได้ส่งกองทหารมาปราบปรามพวกโจร ครั้งนี้มีทหารประจำเมืองถูกส่งมาสามสิบนายโดยมีหัวหน้ากองที่เป็นชายวัยกลางคนร่างยักษ์คุมมา พวกเขาปลอมเป็นขบวนขนสินค้าและได้ผลเพราะพวกโจรเผยตัวออกมาปล้น แน่นอนว่าทางทหารที่เตรียมพร้อมอยู่ก็เผยตัวออกมาและเข้าต่อสู้ฟาดฟันกับพวกโจรทันที

                “จัดการพวกมันให้หมด” นายกองตะโกนลั่นขณะพุ่งเข้าไปฟันร่างของโจรคนหนึ่งจนล้มลง ทางฝ่ายโจรที่ไม่คาดว่าจะเจอพวกทหารดูจะเสียขบวนไปไม่น้อย พวกมันนำคนมาแค่ยี่สิบคนจึงไม่อาจต้านทานได้เลย

                พวกทหารเข้าฟาดฟันต่อสู้จนพวกโจรเริ่มถอยหนี มีพวกโจรต้องตกตายไปสิบกว่าคน ขณะที่พวกทหารบาดเจ็บเล็กน้อย เนื่องจากพวกเขาสวมใส่ชุดเกราะหนักที่แข็งแกร่งและยังใช้เวทมนต์เสริมพลังได้ ทำให้พวกโจรที่ส่วนใหญ่เป็นคนธรรมดาไม่อาจสู้ได้เลย

                ปู๊ด!!!

                สมุนโจรคนหนึ่งที่หนีไปไกลกว่าเพื่อนก็เอาแตรเขาสัตว์ขึ้นมาเป่าส่งสัญญาณ เพียงชั่วอึดใจก็เสียงเป่าแตรตอบรับ พร้อมพวกโจรที่มาช่วยเหลือ พวกมันขี่ม้าลงมาจากเชิงเขาจนฝุ่นตลบ

                “หัวหน้า ท่าทางไม่ดีแล้วนะ” ทหารนายหนึ่งใช้เวทตรวจจับ ตอนนี้พวกโจรหนีออกไปจากทางหมดแล้ว เหลือแต่กองทหารที่ปักหลักอยู่

                “ทำไม” หัวหน้ากองร่างยักษ์ถามเสียงห้วนก็จริงแต่ตาของเขายังจับอยู่ที่พวกโจร

                “ผมตรวจสอบพบว่าพวกมันมากันเกือบห้าสิบคน” ทหารนายนั้นบอกและทำให้ที่เหลือเตรียมเข้าต่อสู้ต่อ

                “จะกลัวอะไรกับแค่พวกโจร พวกเราเตรียมประจัญบาน!!!” หัวหน้ากองสั่งการรวดเร็ว

                เหล่าทหารที่ผ่านการฝึกมาอย่างดีรีบตั้งแถวเตรียมพร้อม พวกเขาที่อยู่แถวหน้าใช้เวทเสริมความเร็วพุ่งออกไปเป็นรูปขบวนลูกศร โดยมีทหารบางนายที่เชี่ยวชาญการใช้ธนูได้ใช้ธนูโจมตีนำไปก่อน เช่นเดียวกับพวกโจรที่ยิงธนูลงมาเช่นกัน

                ฟ้าว!!

                เสียงลูกศรพุ่งแหวกอากาศสวนกัน ฝ่ายทหารนั้นต่างหยิบเอาโล่ขึ้นมาป้องกันธนูไว้ได้อย่างไม่มีปัญหา ต่างจากพวกโจรที่โดนธนูล้มลงไปหลายคน จนกระทั่งพวกมันลงมาถึงที่เส้นทางก็เกิดการรบตะลุมบอนขึ้น เพราะพวกโจรเองก็มีฝีมือไม่ใช่ชั่ว และมีบางคนใช้เวทมนตร์ได้ด้วย เพราะมีบอลไฟลูกยักษ์พุ่งออกมาจนระเบิดทำให้ทหารบาดเจ็บไปหลายคน

                “ฆ่าพวกมันให้หมด!!!” ทั้งหัวหน้ากองและหัวโจรตะโกนขึ้นมาเกือบจะพร้อมกัน

                ทว่าสถานการณ์ไม่ได้ทำให้พวกทหารได้เปรียบนัก เพราะถึงจะแข็งแกร่งกว่าแต่ก็มีจำนวนน้อยกว่าครึ่งต่อครึ่ง และตอนนี้ก็มีทหารหลายคนพลาดท่าโดนอาวุธพวกโจรลงไปกองจมกองเลือดหายคน และคนที่เหลือก็ไม่เวลาตรวจดูเพราะต้องต่อสู้กับพวกโจรที่ดาหน้าเข้ามาไม่หยุดหย่อน

                “รีน่า เวทของเธอใช้การได้ใช่ไหม” หัวหน้ากองร่างยักษ์ถามขึ้นเสียงดัง ขณะผ่าร่างโจรคนหนึ่ง

                “ได้ค่ะหัวหน้า” ทหารหญิงคนนั้นตอบ เธอมีฝีมือดาบใช้ได้เพราะตอนนี้เธอเพิ่งจัดการโจรคนหนึ่งลงได้และฟาดฟันกับอีกสองคนอยู่

                “ดี พวกเราคุ้มกันรีน่าด้วย” หัวหน้ากองสั่งการดังลั่น เมื่อได้ยินแบบนั้นทหารที่อยู่ใกล้เคียงก็ถอยมาตั้งรับเป็นรูปวงกลมเพื่อปกป้องรีน่า รีน่าเองก็อาศัยจังหวะนี้เริ่มร่ายเวทบางอย่าง

                “อย่าให้มันทำสำเร็จ บุกเข้าไป” หัวหน้าโจรที่เห็นว่าพวกทหารกำลังทำอะไรบางอย่าง และดูแล้วถ้าทำสำเร็จคงจัดการพวกมันได้ มันจึงให้ลูกน้องโถมเข้าโรมรันหมายจัดการทหารหญิงคนนั้น

                รีน่ารวมรวมพลังเวทเพื่อเขียนวงเวทขึ้นมา มันเป็นเวทอัญเชิญมังกรที่สืบทอดมาในตระกูลของเธอ ทว่าขณะที่เธอเขียนวงเวทไปได้ครึ่งทาง วงเวทที่เธอเขียนก็เกิดเปลี่ยนแปลงและไม่มีทีท่าว่าเธอจะควบคุมได้ด้วย แถมมันยังดูดพลังเวทของเธอไปอย่างรวดเร็ว จนเธอถึงกับทรุดลงกับพื้น

                “รีน่าเป็นอะไรหรือเปล่า” นายกองถามด้วยความเป็นห่วง ตอนนี้พวกเขาเริ่มล้มตายไปทีละคนเพราะทุกคนไม่อาจขยับไปจากตรงนั้นได้

                “มะเหมือนวงเวทมันจะเปลี่ยนไปค่ะ” รีน่าตอบเสียงหอบ

                วงเวทนั้นเขียนตัวเองต่อจนจบมันก็กลายเป็นวงเวทที่สมบูรณ์ เพียงชั่วขณะมันก็ระเบิดคลื่นพลังออกมาพร้อมเสาแสงที่พุ่งขึ้นไปบนฟ้า ปรากฏการณ์นี้ทำให้พวกโจรถึงกับชะงัก คนที่ใช้เวทมนตร์ได้ล้วนรับรู้ว่าเวทอัญเชิญบทนี้ทรงพลังอย่างมาก และอะไรก็ตามที่ถูกอัญเชิญมาย่อมแข็งแกร่งอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อแสงสว่างจากเสาหายไปพวกทหารก็เฮขึ้นพร้อมกัน เพราะคิดว่ามังกรประจำตระกูลหญิงสาวจะปรากฏตัวออกมา ขณะที่พวกโจรเริ่มถอยหลังด้วยความกลัว

                ทว่าสิ่งที่ปรากฏตัวขึ้นมาไม่ใช่มังกรอย่างที่พวกเขาคิด แต่เป็นเด็กคนหนึ่งที่แต่งชุดเสื้อโคทสีดำ เด็กคนนี้มีผมสีดำและมีใบหน้าหล่อน่ารักแม้ว่าจะมอมแมมไปด้วยรอยดำ ที่บ่ามีหนูตัวอ้วนกลมเกาะอยู่ สภาพของมันไม่ต่างจากเด็กชายนัก เพราะมันก็ขนฟูแถมมีรอยไหม้ทั่วตัว

                ทั้งพวกทหารและโจรต่างอึ้งจนพูดไม่ออก บางคนถึงกับทำอาวุธหลุดมือเสียด้วยซ้ำไป ขณะที่ผู้มาใหม่ก็ร่อนลงพื้นอย่างงดงาม

                “เจ้านาย ข้าว่าพวกเรารอดมาได้นะ” หนูตัวนั้นส่งเสียงออกมาก

                “หนูพูดได้!!!” รีน่าพูดเสียงสั่น เธอยังตกตะลึงไม่หาย

                “อืมเรารอดมาได้ แต่ทำไมผมรู้สึกว่าคนพวกนี้ตัวใหญ่จัง” เด็กชายมองคนนู้นคนนี้อย่างสงสัย

                “ฮ่าๆๆๆ พวกแกเล่นอะไรเนี่ย” หัวหน้าโจรหัวเราะลั่น ตอนแรกมันนึกว่าจะเจออะไรที่น่ากลัว แต่ในเมื่อสิ่งที่ออกมาเป็นเด็ก มันก็ไม่จำเป็นต้องกลัวอีก

                “ยืนอยู่ทำไหม จัดการพวกมันเร็ว” หัวหน้าโจรฟันทหารคนหนึ่งจนล้มลง และทำให้เหล่าลูกน้องได้สติ พวกมันต่างเข้าเข่นฆ่าทหารที่เหมือนจะหมดแรงอย่างง่ายดาย

                “ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้”นายกองไม่อาจเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น ยังดีที่เขาตั้งสติได้และรับมือพวกโจรได้ทัน

                “ฉันไม่ก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ” รีน่าทรุดลงไปนั่งหมดแรงกับพื้น เพราะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเวทอัญเชิญของเธอ ความจริงบทเวทนี้เธอฝึกเขียนตั้งแต่เด็กจึงไม่น่าผิดพลาดได้

                “เอิ่มคุณผู้หญิงครับ ให้ผมช่วยอะไรไหมครับ” เด็กชายเอื้อมมือไปจับไหล่รีน่า เขามองเห็นหน้าอีกฝ่ายไม่ชัดเพราะเธอใส่หมวกเกราะอยู่ แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่รู้คือคนพวกเดียวกับเธอกำลังเสียเปรียบและล้มตายลง

                “ถ้าเธอคือมังกรในร่างเด็ก หรือจะอะไรก็ตาม ช่วยจัดการพวกโจรที แต่ฉันรู้คงเป็นไปไม่ได้หรอก เด็กจะไปทำอะไรได้” รีน่าขอร้องอย่างหมดหวัง ตอนนี้เธอทำใจแล้วว่าต้องถูกพวกโจรฆ่าแน่นอน

                “คนพวกนี้เป็นโจรหรอ” เด็กชายมองไปรอบตัวที่เกิดการต่อสู้อยู่ เขาพอจะรู้ว่าพวกที่ใส่ชุดเกราะน่าจะเป็นทหารแบบผู้หญิงตรงหน้า ส่วนอีกพวกที่แต่งชุดชาวบ้านหรือใส่เกราะหนังและมีผ้าโพกหัวน่าจะเป็นพวกโจร

                “คู่หู เรามาช่วยกันเถอะ” เขาพยักหน้าให้หนูอ้วน

แม้จะไม่เข้าใจอะไรในตอนนี้ แต่ปัญหาเฉพาะหน้าคือจัดการพวกโจร เพราะพวกโจรนั้นเห็นว่าเขาเป็นพวกเดียวกับทหารแน่ เพราะเมื่อกี้เขาเพิ่งหลบลูกศรที่ยิงมาได้อย่างฉิวเฉียว

                เด็กชายที่รู้ตัวแล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับตัวเขา แต่ก็ไม่มีเวลามาคิดเรื่องนั้น ตอนนี้ต้องจัดการพวกโจรก่อน เด็กชายพุ่งเข้าหาโจรคนที่อยู่ใกล้สุด พร้อมเตะตัดขาโจรคนนั้นเต็มแรงแม้จะดูไม่หนักจากมุมคนภายนอก เช่นเดียวกับเจ้าหนูตัวอ้วนที่พุ่งชนและไล่กัดพวกโจรจนวงแตก ทำให้พวกโจรเสียจังหวะและโดนทหารฆ่าตายอย่างอนาถ

                “เก่งมากเจ้าหนู” ทหารคนนั้นชมเด็กชายและพุ่งเข้าปะทะกับโจรอีกคน

                “กลายเป็นเด็กไปแล้วสิเรา” เด็กชายไม่คิดมากเรื่องนี้ อย่างน้อยเขาก็ยังมีชีวิตอยู่

                เด็กชายอาศัยร่างกายที่เล็กและว่องไว เขาเคลื่อนไหวไปทั่วสนามรบและใช้ร่างกายเป็นอาวุธ เด็กชายฟันมือใส่พวกโจรที่ฟันใส่เขาจนอาวุธหลุดมือ บ้างก็กระโดดถีบจนอีกฝ่ายล้มลง บ้างก็สกัดขาบางคนจนเสียหลัก ความป่วนของเด็กชายทำให้พวกโจรสับสน และนั่นก็เป็นจุดจบของพวกมัน

                พวกโจรโดนเด็กชายโจมตีและก่อกวนจนถูกสังหารไปทีละคน ไม่เว้นแม้แต่ตัวหัวหน้าที่ถูกเด็กชายจิ้มตาจนแทบบอด ก่อนที่มันจะถูกหัวหน้ากองบั่นคอในดาบเดียว

                “พวกเราชนะแล้ว!!” พวกทหารที่เหลือรอดอยู่ต่างโห่ร้องด้วยความดีใจ

                “ต้องขอบคุณเด็กคนนี้กับเจ้าหนูตัวนี้นะ” หัวหน้ากองชื่นชมเด็กชายและคู่หู

                “ว่าแต่ท่านคือมังกรใช่ไหม” ทหารหญิงคนนั้นเข้าถามเขาหลังหายตกใจ “ฉันใช้เวทอัญเชิญมังกรมาแต่กลับกลายเป็นท่าน แถมมีหนูประหลาดติดมาด้วย”

                “ข้าไม่ใช่หนูประหลาดนะ!!” เจ้าหนูอ้วนทำเสียงไม่ชอบใจ

                “จะเรียกอย่างนั้นก็ได้ครับ” เด็กชายคงไม่อาจแก้ตัวเป็นอย่างอื่นได้ เพราะตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้มากในร่างนี้ และเขายังไม่ทราบว่ามาอยู่ในร่างนี้ได้อย่างไร ความจำสุดท้ายคือโดนลำแสงจากมังกรลึกลับโจมตี

                “ข้าขอทราบนามของท่านได้หรือไม่” รีน่าถามด้วยความอยากรู้ขณะนั่งชันเข่าต่อหน้าเขา

                “ผมชื่อ ราดิช” ราดิชตอบ ตอนนี้รอบตัวเขาเต็มไปด้วยพวกทหารที่เหลือรอดมา พวกเขาล้มตายไปแปดคน บาดเจ็บหนักห้าคน ที่เหลือบาดเจ็บบ้างแต่ไม่หนักหนาเท่าใด

                “ราดิช!! หรือว่าท่านคือมังกรในตำนาน!!!” รีน่าตะโกนดังลั่นทำให้ราดิชเกือบหงายหลังล้มลง

                “เหอะๆ” ราดิชก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน

                “เอาเถอะๆ เธอยังมีเวลาคุยกับท่านอีกเยอะ ตอนนี้พวกเราคงต้องจัดการศพพวกโจรแล้วก็พาศพพวกพ้องเรากลับเมืองก่อนนะ” หัวหน้ากองเข้ามาดึงรีน่าให้ลุกขึ้น ส่วนพวกทหารที่เหลือก็พากันขนศพพวกโจรไปกองรวมกันและจัดการเผาเสียให้เรียบร้อย ส่วนศพของพวกเดียวกันพวกเขาก็ขนขึ้นรถม้าที่พวกเขาใช้ปลอมตัวมา รวมถึงคนบาดเจ็บที่ได้รับการรักษาเบื้องต้น

                หลังจัดการทุกอย่างเสร็จพวกเขาก็เดินทางกลับเมือง เหลือทิ้งไว้แต่เศษซากความเสียหายและกองไฟที่ลุกโชนในยามเย็น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #23 Doctor_Gee (@Doctor_Gee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 19:05
    ตามมาจากเรื่อง เฟท ครับ
    ราดิชกลายเป็นผู้ถุกเลือกให้กอบกู้โลกมิติไปแล้ว
    แต่ระหว่างเดินทาง โดนมังกรดำหลายหัวโจมตี
    จอมมารทั้ง ๗ กระจัดกระจายไป เหลือแต่สัตว์เลี้ยง ๒ ตัว
    มาโผล่ใน คาลเดียดินแดนเวทย์มนตร์ ในสภาพเด็ก แถมไม่มีเวทย์มนตร์อีก
    ........
    #23
    0
  2. #22 MoonFear (@kuymorebaza1) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 17:02
    เเบบนี้ก็ได้เหรอ...
    #22
    0