Radish (Radish and The Holy Grail)

ตอนที่ 6 : Radish and The Holy Grail

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 646
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    28 พ.ย. 60

                ความโลภคือสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาช้านาน หลายคนมักคิดว่าความโลภคือสิ่งไม่ดี แต่ความจริงแล้วความโลภมีทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดีในตัวมันเอง เช่นเดียวกับเหรียญที่มีสองด้าน

                หากมนุษย์ไร้ซึ่งความโลภแล้ว เราคงไม่มีการพัฒนาและยังเป็นมนุษย์ถ้ำอยู่เป็นแน่ เพราะความโลภนี้ทำให้มนุษย์แสวงหาความสบาย ทำให้เกิดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมทันสมัย นั่นคือความโลภในแง่ที่ทำให้เกิดประโยชน์สุข

                ทว่าอีกด้านหนึ่งความโลภที่มากเกินไปก็น่ากลัว ผู้นำที่แสวงหาอำนาจแม้จะได้อำนาจมาแล้วก็ยังมีความโลภ ต้องการอำนาจที่มากขึ้นหรือทำทุกอย่างเพื่อรักษาอำนาจไว้ หรือคนที่ร่ำรวยเงินทองอยู่แล้วก็ยิ่งอยากได้เงินทองมากขึ้นไปอีก และทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาโดยไม่สนว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกหรือผิด

                หากให้ใช้ความโลภในทางที่ดีก็จะเกิดคุณอนันต์ ทว่าหากความโลภนั้นมีมากเกินไปก็เป็นภัยมหันต์ได้เหมือนกัน แต่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่ามนุษย์ล้วนมีความโลภด้วยกันทุกคน นั่นคือสัจธรรมของโลกที่ไม่อาจเปลี่ยนได้ มันคือความจริงแท้อย่างแน่นอน

 

                โลกแห่งนี้มีชื่อว่า คาเดีย เป็นมิติที่ความเจริญทางวัตถุอยู่ในช่วงยุคกลาง ทว่าสิ่งที่ล้ำหน้าคือวิทยาการเวทมนต์ เป็นโลกที่มีนวัตกรรมทางเวทมนต์ล้ำหน้ามาก แต่ละเมืองล้วนแข่งขันกันเพื่อความเป็นหนึ่ง คาเดียในตอนนี้ถูกปกครองโดยราชวงศ์ออสเนีย แผ่นดินแห่งนี้ดูภายนอกเหมือนสงบสุข ทว่าความจริงแล้ว

                เหล่าจอมเวทต่างแก่งแย่งความเป็นใหญ่อยู่ในที ยิ่งเป็นจอมเวทจากตระกูลใหญ่ที่ครองเมืองด้วยแล้วยิ่งมีอำนาจมากทีเดียว เนื่องจากว่าคนที่ใช้เวทมนตร์ขั้นสูงได้นั้นมีน้อย พวกเขาจะถูกเรียกว่ามหาจอมเวท ในตอนนี้มีมหาจอมเวทอยู่หลายคนจากหลายตระกูล

                ส่วนใหญ่แล้วคนที่ใช้เวทมนตร์ได้จะใช้เวทมนต์ในการต่อสู้เป็นหลัก และพลังเวทจะเริ่มตื่นเมื่อราวอายุสิบขวบ ในปัจจุบันคนที่ใช้เวทมนตร์ได้บทโลกคาเดียมีราวหนึ่งในสิบ ถือว่าไม่มากแต่ส่วนใหญ่เป็นบุคคลสำคัญหรือทหารแทบทั้งสิ้น

                ทางการนั้นต้องการคนที่ใช้เวทมนตร์ได้เข้าทำงาน ทำให้คนที่มีพลังเวทต่างพากันเข้าทำงานกับทางการกันแทบทั้งสิ้น ซึ่งแต่ละเมืองก็จะสังกัดกับตระกูลผู้ปกครองเมือง และเจ้าเมืองเหล่านั้นก็จะขึ้นกับองค์จักรพรรดิอีกที แม้จะมีความขัดแย้งและแก่งแย่งกันอยู่แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงมากนัก จนกระทั่งหลายร้อยปีก่อนหน้านี้

               

มีวัตถุหนึ่งปรากฏขึ้นที่ยอดของหอคอยสายลม สิ่งนั้นมีพลังเวทมนตร์มหาศาลมากเพราะรัศมีสีทองที่มันแผ่ออกมามองเห็นได้จากถึงชายฝั่งทะเล เหล่ามหาจอมเวทที่สัมผัสถึงเจ้าสิ่งนี้ต่างพากันเดินทางไปที่หอคอยสายลม และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความโลภอันไร้ที่สิ้นสุด

                วัตถุนั้นมีลักษณะเหมือนจอกใส่น้ำ มีลวดลายวิจิตรงดงาม ตัวของมันมีสีทองอร่ามอาบล้นด้วยพลังเวทมากมายมหาศาล เพราะเหล่ามหาจอมเวทรับรู้ได้ว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าสิ่งนี้ พวกเขาเป็นเพียงธุลีเท่านั้น และที่น่าตกใจคือจอกใบนี้เปล่งเสียงได้

                “ข้าสามารถทำให้พวกเจ้าสมปราณนาได้ทุกอย่าง ไม่ว่าเจ้าต้องการสิ่งใด ข้าสามารถบันดาลให้ได้”

                “แล้วต้องแลกกับสิ่งใดเล่า” จอมเวทชราคนหนึ่งถามขึ้น เพราะเชื่อว่าไม่มีสิ่งใดที่ได้มาโดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยน

                “หึหึ ข้าไม่ได้ต้องการสิ่งใด แต่คนที่จะได้สมปรารถนาจะมีเพียงคนเดียว จากผู้ถูกเลือกเจ็ดคน”

                เมื่อได้ยินแบบนั้นเหล่ามหาจอมเวทในที่นั้นต่างหันไปซุบซิบกัน เพราะถ้าจอกใบนี้บันดาลได้ทุกอย่างจริง เงื่อนไขแค่นี้มันก็ดูจะแปลกไปหน่อย

                “ข้ารู้ว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านี้” จอมเวทชราคนเดิมยังไม่เชื่ออยู่ดี

                “ข้ายังพูดไม่จบ ข้าจะเลือกจอมเวทที่แข็งแกร่งที่สุดมาเจ็ดคน พวกเจ้าทั้งเจ็ดจะได้วงเวทเพื่ออัญเชิญสิ่งที่แข็งแกร่งออกมา พวกเจ้าทั้งเจ็ดต้องต่อสู้กันให้ตายไปข้างหนึ่ง ผู้ที่เหลือรอดเป็นคนสุดท้ายก็จะได้รับทุกอย่างไป”

                “จะให้พวกเราเข่นฆ่ากันเองเนี่ยนะ!!!” จอมเวทชราตวาดลั่นด้วยความไม่พอใจ

                “แต่มันทำให้พวกเจ้าสมปรารถนาทุกอย่าง มันก็คุ้มไม่ใช่หรือไง” จอกสีทองยังคงเชิญชวนพวกเขา

                “แล้วยังมีกฎอื่นอีกไหม ข้าอยากทราบ” จอมเวทหนุ่มใส่แว่นหนาถามแทรกขึ้น เหมือนเขากำลังเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด

                “เห็นแก่ที่เจ้าสนใจ ข้าจะแสดงอะไรบางอย่างให้พวกเจ้าได้เห็น” สิ้นเสียงก็มีกลุ่มพลังเวทเคลื่อนเข้าใส่ร่างจอมเวทหนุ่มแว่นหนา คนอื่นต่างผงะถอยแต่เจ้าหนุ่มคนนี้กลับยืนเฉยเพื่อรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น พลังเวทนั้นเคลื่อนเข้าไปในร่างจอมเวทหนุ่ม พริบตานั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น พลังเวทของเขาที่ไม่อาจก้าวข้ามในการฝึกได้กลับทะลวงไปได้ พลังเวทที่แผ่ออกจากร่างของเขานั้นแข็งแกร่งจนที่เหลือรับรู้ได้ แถมทำให้สายตาของเขากลับเป็นปกติด้วย ชายหนุ่มเก็บแว่นนั้นเพราะไม่จำเป็นต้องใช้อีก เขายังสำรวจร่างกายอยู่ชั่วครู่

                “เจ้ารู้สึกเป็นยังไงบ้างล่ะ” จอกถามด้วยน้ำเสียงเหนือกว่า

                “พลังเวทของข้าเพิ่มขึ้นเยอะมาก แถมรู้สึกร่างกายแข็งแกร่งขึ้นด้วย สายตาก็ไม่สั้นแล้ว” จอมเวทหนุ่มตอบหลังสำรวจร่างกายของตน

                “เห็นหรือยัง นี่คือพลังเพียงเล็กน้อยของข้า ที่นี้พวกเจ้าอยากจะฟังต่อไหม” จอกสีทองถามพร้อมพลังเวทแข็งแกร่งที่แผ่ออกมาอย่างชัดเจนกว่าเดิม

                “เชิญบอกกฎมาได้เลย” มหาจอมเวทที่เหลือเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก็รีบบอก ตอนนี้พวกเขาล้วนเต็มไปด้วยความโลภโมโทสัน มันทำให้จอกสีทองรู้สึกพึงพอใจมาก

                “จอมเวทที่ถูกเลือกเจ็ดคนต้องใช้สิ่งที่อัญเชิญมาเข้าต่อสู้ร่วมกัน หากสิ่งที่อัญเชิญมาตาย ถ้าพวกเจ้ายังไม่ตายก็จะหมดสิทธิในการต่อสู้ เพราะยังเมื่อเจ้าตายสิ่งที่อัญเชิญมาก็ต้องหายไปอยู่ดี และผู้ที่เหลือรอดเป็นคนสุดท้ายจะได้พบกับข้าและบอกความปารถนามา” จอกสีทองยังคงล่อลวงต่อ

                “แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าถูกเลือก” มีคนหนึ่งถามขึ้น

                “เมื่อถึงเวลา จะเกิดวงเวทอัญเชิญแบบนี้ขึ้นตรงหน้าคนที่ถูกเลือก” จอกสีทองแสดงวงเวทที่ซับซ้อนขึ้นมา เหล่ามหาจอมเวทต่างจดจำวงเวทนี้เอาไว้ หลายคนถึงกับบันทึกภาพไว้ด้วย

                “นอกจากนั้นก็ไม่มีกฎอะไรอีก เจ้าจงใช้วงเวทวงเวทนี้เพื่อการอัญเชิญ และเมื่อใช้อัญเชิญแล้ววงเวทนี้จะเป็นเครื่องหมายประทับบนตัวผู้ถูกเลือก แน่นอนว่ามันสามารถแย่งชิงวงเวทนี้ได้ และเจ้าจะได้สิทธิของคนผู้นั้นแทน เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้นแล้วจะไม่หยุดจนกว่าจะเหลือคนสุดท้าย พวกเจ้าจะทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ” เสียงของจอกดูทรงพลังอำนาจมากในตอนนี้

                “การต่อสู้ครั้งแรกจะเริ่มอีกหนึ่งปีหลังจากนี้ ส่วนครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นเมื่อไรพวกเจ้าจะรู้เอง จงฝึกฝนและเตรียมพร้อมให้ดี” กล่าวจบจอกสีทองก็เปล่งแสงที่เจิดจ้าออกมาจนทุกคนต้องปิดตา และเมื่อลืมตาขึ้นก็ไม่พบจอกสีทองอีก

                “พวกเรารีบกลับไปเตรียมตัวเร็วเข้า!!!” เหล่ามหาจอมเวทหลายคนต่างรีบกลับตระกูลของตน ไม่นานยอดหอคอยแห่งนี้ก็ไม่เหลือใครอยู่อีก และที่จอกปริศนาทิ้งไว้ก็คือความโลภไม่รู้จบของมนุษย์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #26 Roka (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 13:37
    เดียวนะนี่มันพล็อตซีรีย์ Fate ของไทป์มูนนี่หว่า
    #26
    0