Radish (Radish and The Holy Grail)

ตอนที่ 17 : Ep.10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 349
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    27 ธ.ค. 60

หมู่บ้านที่พวกราดิชมาถึง

                สภาพหมู่บ้านที่พวกเขาเห็นดูไม่ต่างจากปกติมากนัก บ้านเรือนยังอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ดี เว้นแต่บางหลังที่มีร่องรอยความเสียหายอยู่บ้าง แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องแปลกใจคือ ทั้งสามไม่พบชาวบ้านแม้แต่คนเดียว ที่นี่เงียบสนิทราวกับเป็นหมู่บ้านร้าง เพราะแม้แต่เสียงนกร้องหรือแมลงก็ยังไม่ได้ยินเลยแม้แต่น้อย

                “ที่นี่เหมือนจะกลายเป็นหมู่บ้านร้างไปแล้วค่ะ” รีน่าดูระแวดระวังมากขึ้น

                “ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น” กัสดูเป็นกังวลเล็กน้อยกับสิ่งที่พบ และเป็นเขาที่ลงจากม้าพร้อมชักดาบขึ้นมาเตรียมพร้อม ทำให้รีน่าและราดิชต้องลงจากม้าและเตรียมพร้อมเช่นกัน

                “ข้าจะนำหน้าเอง” กัสบอกพร้อมกระชับดาบในมือแน่น ตอนนี้พลังเวทของเขากำลังไหลเวียนทั่วร่าง โดยเฉพาะที่ดาบนั้นถูกห้อหุ้มไว้หนาเป็นพิเศษ เช่นเดียวกับรีน่าที่เตรียมพร้อมร่ายเวทสะสมเอาไว้ ส่วนราดิชนั้นขยายขอบเขตการรับรู้ของตนออกไปให้ได้มากที่สุด

                ทั้งสามเคลื่อนไปตามถนนหลักของหมู่บ้านอย่างระมัดระวัง สมาธิของทั้งสามจดจ่ออยู่กับการหาสิ่งผิดปกติหรืออะไรก็ตามที่ดูแปลกไป และเป็นรีน่าที่สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง เมื่อเข้าสำรวจที่หน้าบ้านหลังหนึ่งก็พบรอยเท้าบางอย่าง

                “นี่มันรอยเท้าไลแคนท์” รีน่าบอกสิ่งที่เจอกับอีกสองคน ทำให้กัสชะงักไปทันที

                “ว่าไงนะ!! ไลแคนท์งั้นหรอ” กัสเริ่มมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก

                “สงสัยชาวบ้านคงถูกพวกนี้โจมตี” ราดิชสันนิฐานไปตามที่เห็น

                ขณะที่พวกเขากำลังเดินตรวจหากันต่อก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้น มันคล้ายเสียงอะไรบางอย่างครูดไม้ผสมกับเสียงกระแทกไม้ กัสที่เดินนำส่งสัญญาณให้หยุดเดินก่อนจะตั้งใจฟังเสียง และพบว่ามันดังมาจากตรอกทางซ้ายด้านหน้า

                ไม่ต้องบอกทั้งสามก็พุ่งเป้าไปที่ตรอกนั้นทันที โดยมีกัสนำเข้าไปด้วยความเงียบที่สุด ตรอกแห่งนี้ค่อนข้างมืด และที่สุดตรอกมีบ้านไม้หลังหนึ่งที่น่าจะเป็นต้นเหตุของเสียงนี้ เพราะมีไลแคนท์ห้าตัวกำลังพยายามจะเข้าไปหรือถ้าให้ถูกคือกำลังพยายามพังบ้านหลังนี้อยู่ พวกเขายังได้ยินเสียงร้องไห้ดังแว่วมาด้วย

                “มีคนอยู่ในบ้านค่ะ” รีน่าทำท่าจะพุ่งเข้าไป แต่ราดิชรั้งเธอไว้ก่อน

                “เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งใจร้อน จัดการพวกมันพร้อมกันทีเดียวเลยดีกว่า” ราดิชห้ามไว้เพราะรู้ว่าถ้าเธอออกไปก่อนมีหวังพวกมันรู้ตัวก่อนแน่

                เมื่อตกลงกันได้แบบนั้นทั้งสามก็ลงมืออย่างรวดเร็วทันที รีน่ายิงเวทไฟชุดใหญ่ใส่พวกไลแคนท์ทันที แนอนว่าพวกมันที่ไม่ทันตั้งตัวโดนเวทชุดนี้เข้าไปเต็มเปา พวกมันร้องโหยหวนด้วยความเป็นปวด แต่ว่าเวทชุดนี้ก็ยังไม่อาจฆ่าพวกมันได้ เพราะผิวหนังของพวกมันทนทานต่อเวทมนตร์ในระดับหนึ่งทีเดียว

                และเมื่อเห็นว่ามีคนโจมตีพวกมัน เหล่าไลแคนท์ทั้งห้าก็เปลี่ยนเป้ามาที่ทั้งสามคนทันที พวกมันพุ่งจากบ้านหลังนั้นมาที่ทั้งสามด้วยความรวดเร็ว ทว่ากัสและราดิชก็พุ่งเข้าปะทะในทันทีเช่นกัน ดาบในมือกัสนั้นมีพลังทำลายมหาศาลมาก เพราะดาบแรกของเขาที่ฟันออกไปสามารถผ่าร่างไลแคนท์เคราะห์ร้ายตัวแรกได้ในพริบตา และนั่นก็ทำให้พวกมันที่เหลือชะงัก

                ราดิชอาศัยจังหวะที่พวกมันชะงักเพียงเสี้ยววินาที พุ่งเข้าประชิดไลแคนท์สองตัวที่อยู่ใกล้สุด แม้พวกมันจะมีร่างกายใหญ่โตมากกว่าสองเมตร จนคิดว่าร่างกายเด็กแบบเขาจะทำอะไรได้ ทว่าความคิดนั้นก็ต้องพังลงเพราะราดิชได้แสดงออกมาให้เห็นแล้ว

                ราดิชพุ่งขึ้นไปพร้อมแทงคอหอยพวกมันอย่างรวดเร็ว เป็นการแทงที่รวดเร็วและอำมหิตถึงขีดสุด เลือดพุ่งออกมาเป็นสายหลังดาบของเขาถูกชักออก ราดิชไม่รอดูผลงานแม้ว่าไลแคนท์ทั้งสองพยายามจะกุมลำคอตัวเองเอาไว้ก็ตาม เขาพุ่งเข้าใส่อีกสองตัวที่เหลือหมายสังหารให้หมดในคราวเดียว

                ไลแคนท์อีกสองตัวแม้จะขาดสติแต่ก็ไม่ได้ไร้ปัญหาเสียทีเดียว เมื่อเห็นว่าพรรคพวกของมันโดนสังหารลงอย่างง่าย พวกมันก็ไม่คิดต่อสู้ต่อและพยายามหนี ทว่าความเป็นจริงช่างโหดร้าย เพราะมีหอกดินพุ่งขึ้นมาเสียบร่างของพวกมันเสียก่อน หอกดินนั้นพุ่งผ่านกลางลำตัวของพวกมันอย่างแม่นยำ ทั้งสองกลายเป็นไลแคนท์เสียบในพริบตา และไม่ใช่ใครอื่นเป็นฝีมือของรีน่านั่นเอง

                ผู้ที่ใช้เวทมนตร์ได้มากกว่าสองธาตุนั้นนับว่าหายากมาก เพราะส่วนใหญ่แล้วจะใช้ได้เพียงธาตุเดียวเท่านั้น ดังนั้นคนที่ใช้ได้มากกว่าสองธาตุจึงถือว่าได้เปรียบมากในการต่อสู้ และรีน่าก็เป็นหนึ่งในคนที่ใช้ได้มากกว่าสองธาตุเสียด้วย

                ตอนนี้ในตรอกมีซากศพไลแคนท์อยู่ห้าตัวที่สภาพดูไม่จืดเลย ตัวแรกโดนผ่าสองซีก สองตัวต่อมาโดนเสียบคอหอยทะลุนอนจมกองเลือด อีกสองตัวโดนหอกดินเสียบทะลุร่าง และแม้ว่าหอกดินจะสลายไปแล้วแต่ร่างของพวกมันก็ยังมีรูขนาดใหญ่อยู่ดี เลือดของพวกมันไหลนองพร้อมส่งกลิ่นคาวไปทั่ว

                รีน่าพุ่งเข้าไปที่บ้านหลังนั้นในทันทีเป็นคนแรก ดูเหมือนคนที่อยู่ในบ้านจะรู้ว่าพวกเธอมาช่วยจีงรีบเปิดประตูออกมา เป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งอายุราวแปดถึงสิบปี กับเด็กผู้ชายอีกคนที่ดูอายุราวสิบสองปี ทั้งสองใบหน้าและเสื้อผ้ามอมแมมมาก คงมีแต่ผมสีน้ำตาลอ่อนของทั้งคู่ที่ดูเป็นจุดเด่นของเด็กสองคนนี้

                “พวกเธอไม่เป็นอะไรแล้วนะ” รีน่ากอดเด็กหญิงไว้แน่น

                “ขะขอบคุณที่มาช่วยเราครับ แต่ว่าตอนนี้พวกเราต้องรีบหนีแล้ว เดี๋ยวพวกมันต้องมาอีกแน่” เป็นเด็กชายที่เตือนทุกคนขึ้นมา

                “แล้วทุกคนไปไหนกันหมด หัวหน้าหมู่บ้านล่ะ” กัสถามเด็กชายขณะสะบัดเลือดที่ติดบนดาบ

                “อยู่ในที่หลบภัยของหมู่บ้านครับ พวกเราแอบออกมาเล่นกัน ถ้าไม่ได้พวกท่านคงโดนพวกนี้ฆ่าตายไปแล้ว” เด็กชายมีสีหน้าสำนึกผิด

                “รีบพาพวกเขาไปที่หลบภัยก่อนเถอะ เรื่องอื่นค่อยว่ากัน” ราดิชเอ่ยขึ้นมา แม้เด็กชายจะแปลกใจอยู่บ้างแต่ก็นำทางแต่โดยดี

                ทั้งสามตามเด็กทั้งสองคนลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยจนกระทั่งไปถึงแท่นหินหลังหมู่บ้าน บนแท่นนั้นมีรูปปั้นของอัศวินถือดาบชูขึ้นฟ้าอยู่ และถ้าสังเกตให้ดีมันเหมือนกัสมากทีเดียว เด็กทั้งสองพาพวกเขาอ้อมไปหลังแท่นหินก็พบประตูบานหนึ่ง เด็กชายเคาะประตูเป็นรหัสสามครั้ง บนบานประตูที่มีช่องบานเลื่อนก็เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นดวงตาคู่หนึ่ง ก่อนที่บานเลื่อนจะปิดและประตูเปิดออก

                ข้างในเป็นบันไดลงไปด้านล่าง เด็กทั้งสองเข้าไปก่อนที่ทั้งสามจะตามเข้าไป แม้ข้างในจะดูมืดสลัวแต่ก็ยังมีแสงจากหินเวทมนตร์อยู่เป็นระยะ มันคือหินที่อัดพลังเวทเอาไว้และจะส่องแสงในที่มืดได้นั่นเอง ชาวบ้านที่มารับพวกเขาถือดาบเตรียมพร้อมเอาไว้ และเมื่ออีกฝ่ายเห็นหน้ากัสก็ร้องไห้ออกมา

                “ท่านกัสไม่นึกว่าท่านจะมา” ชาวบ้านคนนั้นเข้ามากอดขากัสพร้อมร้องไห้โฮ

                “เดี๋ยวก่อนนะ” กัสเพ่งมองให้ดีก็จำชายคนนี้ได้ เขาคือคนที่คอยทำอาหารสุดอร่อยให้พวกกัสตอนมาภารกิจครั้งก่อนนั่นเอง

                “ท่านน้านั่นเอง ลุกขึ้นก่อนเร็ว” กัสพยุงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น อีกฝ่ายเป็นชายชราอายุราวห้าสิบกว่า

                “ท่านกัสมาช่วยพวกเราใช่ไหม” อีกฝ่ายถามขึ้นหลังลุกขึ้นมาได้

                “ท่านน้าช่วยเล่าให้ข้าฟังหน่อยมันเกิดอะไรขึ้น” ตอนนี้สิ่งที่กัสต้องการคือข้อมูลทุกอย่างที่เกิดขึ้น

                “ได้ๆ ข้าจะเล่าให้ท่านฟังระหว่างทางลงไปพบทุกคนเอง” อีกฝ่ายมีสีหน้าที่เปี่ยมด้วยความหวัง

                และพวกเขาก็ตามชาวบ้านคนนั้นลงไปตามบันได ที่เขาบอกว่าด้านล่างนี้คือหลุมหลบภัยของหมู่บ้าน และมันได้ถูกสร้างขึ้นหลังจากพวกกัสไปได้ไม่นานตามคำแนะนำของกัส และแล้วเรื่องราวต่างๆมากมายก็ถูกถ่ายถอดออกมาจากปากชาวบ้านคนนั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

34 ความคิดเห็น