Radish (Radish and The Holy Grail)

ตอนที่ 16 : Ep.9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 319
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    20 ธ.ค. 60

ชายป่าแห่งหนึ่ง

                เดิมทีที่นี่คือชายป่าธรรมดาที่พบได้ทั่วไป ทว่าตอนนี้ทั่วบริเวณกลับเต็มไปด้วยความเสียหาย ทั้งต้นไม้ที่หักโค่น บ้างต้นก็ติดไฟด้วย พื้นดินที่เป็นหลุมเป็นบ่อ บ้างก็เป็นทางยาวลึก บางจุดยังมีควันลอยกรุ่นอยู่ ทั้งหมดนี้เกิดจากการปะทะของสิ่งมีชีวิตสองสิ่ง ที่กำลังปะทะกันอย่างต่อเนื่องและรุนแรง

                ฝ่ายแรกโบยบินอยู่บนเวหาอย่างอิสระ ร่างของมันท่วมไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉาน มันคือนกไฟอมตะที่จะฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้เรื่อยๆ แน่นอนว่าความเสียหายที่เกิดจากเวทไฟล้วนมาจากนกไฟตัวนี้นั่นเอง

                อีกฝ่ายตั้งรับอยู่บนพื้นอย่างมั่นคง ร่างกายกำยำแข็งแกร่งสีเท่าหม่นนี้ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน แม้แต่ไฟอันร้อนแรงก็ไม่อาจทำร้ายมันได้ มันเป็นโกเล็มร่างเล็กสูงเพียงหนึ่งเมตร ใบหน้าสี่เหลี่ยมสั้นของมันรับกับดวงตากลมมันวาวสีดำที่จ้องมองเป้าหมายบนฟ้า

                ทั้งสองต่อสู้กันมาเป็นเวลานานแล้ว แม้ดูเหมือนจะเป็นฝ่ายนกไฟที่โจมตีมากกว่า แต่ว่าความจริงแล้วเจ้าโกเล็มนั้นก็โจมตีกลับไปตลอดเช่นกัน หาได้ตั้งรับอยู่ตลอดเวลาไม่ และเป็นอีกครั้งที่นกไฟบินวนกลับมาโจมตี คราวนี้มันเร่งเร้าพลังเวทมากขึ้นจนเปลวไฟทั่วร่างเปลี่ยนเป็นสีคราม พร้อมอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

                “ฮึม!!!” เจ้าโกเล็มส่งเสียงต่ำ

                มันไม่อาจประมาทการโจมตีนี้ เจ้าโกเล็มที่เดิมยกแขนขึ้นป้องกันกลับเปลี่ยนท่าใหม่ มันเงื้อแขนไปด้านหลังและต่อยใส่อากาศเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว ผิดกับรูปร่างที่ดูต้วมเตี้ยมนั้น เกิดเสียงดังลั่นซ้อนกันหลายครั้งพร้อมแรงอัดอากาศพุ่งออกไป โดยมีเป้าหมายคือร่างของนกไฟที่กำลังบินโฉบลงมา

                เจ้านกไฟสัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังจะถึงตัว มันรีบเบี่ยงตัวหลบอย่างกะทันหัน ทว่าการโจมตีของเจ้าโกเล็มก็ยังเฉียดปีกข้างหนึ่งของมันไป เปลวไฟตรงจุดนั้นถึงกับหายวูบไปในพริบตา ส่งให้นกไฟเสียหลักล่วงลงสู่พื้น แต่ก่อนที่มันจะถึงพื้นก็พลิกตัวบินเรียดไปกับพื้นก่อนจะทะยานกลับไปได้อย่างหวุดหวิด

                “แว๊กๆ!!!” เจ้านกไฟส่งเสียงดังลั่น เหมือนไม่ค่อยพอใจเท่าไร

                นกไฟบินขึ้นไปใหม่เพื่อจะโจมตีอีกระลอก แต่แม้ว่าจะโจมตีไปขนาดไหนก็ยังไม่อาจล้มเจ้าโกเล็มลงได้ ฝ่ายเจ้าโกเล็มเองก็บินไม่ได้ มันจึงทำได้แต่ป้องกันและสวนกลับจากพื้นดิน จนกลายเป็นศึกยืดเยื้ออย่างที่เห็นในเวลานี้

                “ไม่ไหวๆ ถึงแกจะอึดแค่ไหน แต่ก็ล้มเจ้านกนั่นไม่ได้อยู่ดี สงสัยต้องช่วยหน่อยแล้ว” ชายผมแดงยืนชมการต่อสู้นี้มาตั้งแต่เริ่ม แน่นอนว่าเขาเป็นผู้อัญเชิญโกเล็มตัวเล็กนั้นมา และถึงจะไม่ค่อยชอบใจแต่เขาก็อดชมในความอึดของมันไม่ได้

                “เจ้าโกเล็มนี่อึดเป็นบ้า ขืนปล่อยไว้เราแย่แน่” ขณะที่เจ้าของนกไฟนั้นอยู่อีกด้านหนึ่ง เขาคือชายวัยกลางคนผมทองที่มีลูกสาวน่ารักนั่นเอง

                แต่เป็นชายผมแดงที่เคลื่อนไหวก่อน ร่างของเขาลอยขึ้นไปบนอากาศขณะเดียวกันเขาก็เริ่มโจมตีใส่นกไฟด้วยเวทมนตร์ที่ร่ายเตรียมไว้ คมดาบสุญญากาศจำนวนมากพุ่งเข้าโจมตีนกไฟอย่างรวดเร็ว ทางนกไฟที่รู้ตัวว่าถูกโจมตีก็พยายามหลบคมดาบเหล่านั้น ทว่าด้วยจำนวนที่มากเกินไปทำให้มันหลบไม่หมด และโดนโจมตีเข้าไปจนร่วงลงปะทะพื้นเสียงดังสนั่น

                และไม่ต้องรอให้ใครบอก เจ้าโกเล็มรีบพุ่งไปทันทีด้วยความเร็วทั้งหมดที่มี กำปั้นของมันเรืองแสงสีเทาเจิดจ้า ฝ่ายชายผมทองเองก็เคลื่อนไหวเช่นกัน เขาปลดปล่อยเวทที่ร่ายเอาไว้ออกมา กระสุนไฟนับพันถูกปลดปล่อยออกมา โดยมีเป้าหมายคือเจ้าโกเล็มและชายผมแดง

                การโจมตีนี้ทำให้เจ้าโกเล็มต้องเปลี่ยนมาป้องกันตัวก่อน กระสุนเพลิงเหล่านั้นปะทะร่างของมันอย่างแม่นยำ หรืออาจเป็นเพราะมันไม่ไวพอที่จะหลบ เสียงระเบิดจากการปะทะดังขึ้นถี่ยิบเช่นเดียวกับพื้นที่รอบข้างที่โดนกระหน่ำจนมองไม่เห็นอะไร

                ทางฝ่ายชายผมแดงก็โดนแบบเดียวกัน แต่ต่างกันที่เขาสร้างม่านพลังเวทขึ้นมาป้องกันได้ ทำให้การโจมตีนี้ไม่สงผลอะไรกับเขาเลยแม้แต่น้อย และเมื่อการโจมตีจบลงก็พบว่าพื้นดินรอบโกเล็มนั้นเสียหาอย่างยับเยิน ทว่าร่างของมันก็ยังคงไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ส่วนชายผมแดงก็ร่อนลงสู่พื้นอย่างนิ่มนวล

                “ไม่ไหวๆ หนีไปเสียแล้ว คงต้องไปหาคู่ต่อสู้ใหม่สินะ” ชายผมแดงดูไม่เดือดร้อนอะไรเลย

                ตรงจุดที่นกไฟร่วงลงมาก็ไม่ปรากฏร่างของมันอยู่ และชายผมแดงก็จับสัมผัสของอีกฝ่ายไม่ได้แล้วในบริเวณนี้ คาดว่าอีกฝ่ายคงโจมตีเบี่ยงเบนความสนใจก่อนจะหลบหนีไป

                “พวกเราเองก็ไปกันต่อเถอะ ไม่นานคงมีคนแห่มาที่นี่แน่” ชายผมแดงกล่าวกับโกเล็มร่างเล็ก

                “ฮูม!!!” เจ้าโกเล็มรับคำพร้อมทุบอกตัวเอง

                ทั้งสองจากที่นั่นไป ปล่อยให้ความเสียหายนั้นฟื้นคืนไปเองตามธรรมชาติ แต่คาดว่าคงใช้เวลาอีกนานเลยทีเดียวกว่าจะกลับมาเหมือนเดิม เพราะการต่อสู้ของทั้งสองนั้นหนักหน่วงมากทีเดียว

 

นอกเมืองแห่งหนึ่ง

                สถานที่แห่งนี้ก็มีการต่อสู้เกิดขึ้นและน่าจะหนักหน่วงกว่าที่แรกเสียอีก เพราะต้นไม้ใบหญ้าล้วนเหี่ยวเฉาล้มตายไปจนหมด แม้แต่ผืนดินเองก็เป็นจุดสีดำอยู่หลายย่อม สัตว์ป่าที่หนีไม่ทันล้วนโดนลูกหลงล้มตายลง สภาพของพวกมันคือร่างกายที่เน่าเปื่อยจนเหลือแต่ซาก

                นอกจากต้นไม้ที่ตายแล้ว หลายจุดยังเป็นหลุมเป็นบ่อ เศษซากของความเสียหายกระจายไปทั่ว สัตว์ป่าบางตัวมีลักษณะไหม้เกรียมจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดจากการต่อสู้ของสิ่งมีชีวิตประหลาดสองตัวที่ยังคงปะทะกันอย่างต่อเนื่อง

                ฝ่ายหนึ่งคือมังกรตัวยาวเหมือนงูยาวกว่าสิบเมตร เกล็ดสีดำของมันมีกระแสไฟฟ้าแล่นอยู่แปรบปราบ จุดเด่นคือเขาคู่งามสีเงินบนหัว มันเลื้อยไปมาในอากาศอย่างอิสระ พร้อมยิงเวทสายฟ้าใส่อีกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสายฟ้าที่หลุดจากร่างของมันตลอดเวลา ทำให้พื้นที่นี้อันตรายอย่างแท้จริง

                อีกฝ่ายที่โรมรันพันตูด้วยมีลักษณะคล้ายโครงกระดูกสวมชุดคลุมสีน้ำตาลเก่าตัวใหญ่ ร่างของมันดูคล้ายหมอกที่เลือนหายไปได้ตลอดเวลา เมื่อมันเหยียบย่างไปที่ใดดินและหญ้าล้วนเหี่ยวเฉาตายลง มันจึงลอยตัวอยู่บนอากาศเหนือพื้นเล็กน้อยแทน น่าแปลกที่ร่างแบบนี้ไม่น่าถืออาวุธใหญ่โตได้เลย อาวุธของมันคือเคียวสีดำเล่มโต มีใบมีดโค้งเข้าหาตัวที่คมมาก มันกวัดแกว่งเคียวนี้ได้ราวกับมันไร้น้ำหนัก

                สายฟ้าที่พุ่งเข้ามาล้วนถูกเคียวนี้ปัดออกไปหรือฟันทำลายลงในพริบตา เจ้ากระดูกพุ่งเข้าหามังกรและฟาดเคียวใส่เต็มแรงหมายตัดหัวอีกฝ่ายในพริบตา แต่เจ้ามังกรก็ไวพอจะเลื้อยหลบไปได้ พร้อมสายฟ้าที่พุ่งเข้าโจมตีอีกฝ่ายจนผงะไป แม้ว่าเจ้ากระดูกจะป้องกันไม่ได้ แต่สายฟ้าก็ไม่ได้ทำให้บาดเจ็บมากนัก เพราะมันเองก็มีการป้องกันที่แข็งแกร่ง

                ทั้งสองโรมรันต่อสู้กันมากว่าครึ่งวันก็ยังหาผู้ชนะไม่ได้ ขณะที่คนสวมชุดกันฝนและคนสวมชุดคลุมนั้นต่างเฝ้าดูการต่อสู้นี้โดยไม่ได้เข้าต่อสู้ แต่ดูเหมือนว่าการต่อสู้ที่ยังหาวิธีเอาชนะกันไม่ได้ ก็ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ขึ้นมาเหมือนกัน และเป็นชายสวมชุดกันฝนที่ตัดสินใจเลิกก่อน

                “เจ้านี่แข็งแกร่งทีเดียว เอาไว้หาวิธีชนะได้ก่อนค่อยมาสู้ใหม่ดีกว่า” คนสวมชุดกันฝนหันหลังกลับและจากไป พร้อมมังกรที่ปล่อยสายฟ้าออกมาทั่วบริเวณ

                “อืมไปกันเถอะ สู้กับเจ้านี่ไปก็ยังชนะไม่ได้” คนสวมชุดคลุมเองก็ไม่อยากสู้ต่อ

                ทั้งสองจากไปเหมือนกัน หลังผ่านไปครู่ใหญ่ก็มีใครบางคนปรากฏตัวขึ้นมา ชายสวมแว่นมองไปรอบบริเวณอย่างพอใจ

                “ต่อสู้กันหนักกว่าที่คิด แต่อย่างน้อยก็ขอเก็บข้อมูลพวกแกก่อนแล้วกัน” ชายสวมแว่นยิ้มอย่างชั่วร้ายและเริ่มลงมือทำอะไรบางอย่าง

                วัตถุทรงกลมสีเงินที่ลอยตามหลังเขานั้นเริ่มเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นของเหลว มันไหลผ่านไปทั่วทุกที่ที่มีการปะทะกัน มันทำแบบนั้นเพื่อเก็บข้อมูลเวทมนตร์ของทั้งสองที่สู้กัน โดยมีชายสวมแว่นสำรวจพื้นที่ไปด้วย กระบวนการดังกล่าวใช้เวลาไม่นาน ของเหลวสีเงินเหล่านั้นก็ไหลมารวมกันและกลายเป็นวัตถุทรงกลมเหมือนเดิม

                “ดูหน่อยว่าแกได้อะไรมาบ้าง” ชายสวมแว่นยื่นมือไปสัมผัสวัตถุนั้นอยู่พักใหญ่ก่อนจะยิ้มออกมา

                “ไม่เลว ได้ข้อมูลที่น่าสนใจมาเยอะเลย” ชายสวมแว่นขยับแว่นเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะได้ข้อมูลสำคัญมากมา และน่าจะพอในการจัดการกับเจ้ามังกรสายฟ้าและเจ้าโครงกระดูกนั่นได้แล้วเสียด้วย และเมื่อหมดธุระกับที่แล้ว เขาก็จากไปเหมือนกัน พร้อมแผนการบางอย่างที่เริ่มขึ้นมาโดยความคิดของชายคนนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

34 ความคิดเห็น