Radish (Radish and The Holy Grail)

ตอนที่ 14 : Ep.7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 342
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    12 ธ.ค. 60

                กัสนำพวกเขาไปที่กองบัญชาการก่อน เพราะเขาต้องไปสั่งงานก่อนเล็กน้อย ความจริงเรื่องที่พวกเขาออกเดินทางนั้น พวกทหารจะทราบเพียงว่าเป็นคำสั่งของเจ้าเมือง ให้กัสและรีน่าไปปฏิบัติภารกิจพิเศษที่ต่างเมือง ดังนั้นระหว่างที่กัสไม่อยู่ ก็ต้องมีคนคอยดูและงานแทนให้ ที่นั่นราดิชขอให้กัสจัดหาดาบให้เขาเล่มหนึ่ง

                “ท่านราดิชแน่ใจนะว่าอยากได้ดาบ” กัสถามด้วยความฉงน เพราะเขารู้ว่าราดิชคือมังกรในตำนาน ก็ไม่น่าจะต้องใช้ดาบ อีกทั้งตอนสู้กับโจรแม้ราดิชจะไม่ได้ใช้พลังอะไร แต่แค่ความว่องไวนั้นก็เกินกว่าที่พวกคนแบบกัสจะตามได้ทันแล้ว

                “แน่นอนสิ อย่างน้อยก็ดีกว่าใช้มือเปล่าล่ะนะ” ราดิชตอบยิ้มๆ

                กัสหันไปสั่งความกับลูกน้อง ไม่นานทหารนายนั้นก็ไปขนบรรดาดาบต่างๆที่เก็บไว้ออกมา และเนื่องจากมีหลายเล่ม จึงต้องมีคนช่วยขนออกมา การขนดาบออกมาเยอะขนาดนี้กลายเป็นจุดสนใจของทุกคนได้เป็นอย่างดี เพราะการที่นายกองใหญ่จะเชื่อฟังเด็กน้อยนั้นออกจะดูแปลกสักหน่อย ถ้าเป็นรีน่าบอกกล่าวก็คงจะน่าเชื่อกว่านี้

                “ท่านนายกองให้คนขนดาบออกมาทำไมเยอะแยะกันเนี่ย”

                ทหารนายนั้นส่งเสียงทักมาแต่ไกล ดูจากชุดที่ใส่แล้วน่าจะมีตำแหน่งไม่น้อยเหมือนกัน เขาเป็นชายร่างผอมสูง ใบหน้าเรียว สายตาที่มองกัสนั้นเหมือนเยาะเย้ย ขณะที่รีน่าเองก็เบือนหน้าหนีอย่างไม่ชอบใจนัก ท่าทางเจ้านี่คงไม่น่าคบเท่าไร

                “พอดีข้าจะออกไปทำภารกิจพิเศษให้ท่านเจ้าเมือง แล้วก็ต้องดูแลบุคคลพิเศษด้วย” กัสตอบพร้อมสายตาที่จ้องกลับอย่างไม่ชอบใจนัก เหมือนทั้งจะไม่ค่อยถูกกันเท่าไร ตอนนี้บรรยากาศรอบข้างดูตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

                “หืมเด็กคนนี้น่ะเหรอ” ผู้มาใหม่มองราดิชที่ยืนอยู่ข้างรีน่าอย่างสนใจ

                “ใช่ ว่าแต่ท่านมีอะไรหรือเปล่า” ดูเหมือนกัสจะไม่อยากสนทนาต่อเท่าไร

                “ไม่มีอะไรหรอก แค่สงสัยว่าถ้าไปทำภารกิจจริง ทำไมไม่ใส่เกราะไปล่ะ เพราะดูแล้วเหมือนจะไปเที่ยวกันมากกว่า” อีกฝ่ายมองทั้งสามและยิ้มหยัน ราดิชได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆจากทหารบางคน

                เขารับรู้ได้ทันทีว่าสองคนนี้ไม่กินเส้นกัน และท่าทางพวกทหารจะแบ่งออกเป็นสองฝ่ายด้วย พวกหนึ่งน่าจะเป็นคนของกัส อีกพวกคงเป็นของชายคนนี้ ราดิชเห็นกัสเริ่มมีอารมณ์ ท่าทางแบบนี้ไม่ค่อยดีนัก

                “ผมอยากประลองดาบกับท่านหน่อย ว่าไงล่ะ” อยู่ๆราดิชก็พูดขึ้นมา ขณะเลือกดาบที่พวกทหารนำออกมา

                “ว่าไงนะ” ชายคนนั้นเหมือนได้ยินไม่ชัด

                “ว่าไง เรามาประลองดาบกันหน่อยไหม” ราดิชถามพร้อมยักคิ้วให้อีกฝ่าย แน่นอนว่าการกระทำของเขาทำให้อีกฝ่ายโมโหขึ้นมา

                “อย่าคิดว่าเป็นแขกของเจ้าเมืองแล้วข้าจะไม่กล้าทำอะไรนะ” ชายร่างผอมดูเกรี้ยวกราดขึ้นมาทันที

                “ท่านราดิชคะ จะดีหรือคะ” รีน่าเข้ามาพูดใกล้ๆเขา ส่วนกัสหันมามองด้วยความแปลกใจ

                “ผมว่าผู้ชายคนนี้แปลกๆ และท่าทางจะไม่ค่อยชอบท่านกัสเสียด้วย คงต้องลงมือสั่งสอนหน่อยแล้ว” ราดิชพูดเบามาก คงมีแต่รีน่าที่ได้ยิน เธอเบิกตากว้างเมื่อได้ยินแบบนั้น อากัปกิริยานี้ทำให้กัสสงสัยว่าสองคนนี้คุยอะไรกัน

                “เอิ่ม” กัสพยายามจะพูดอะไรออกมา

                “รอผมเลือกดาบสักครู่นะ” ราดิชตอบไวจนกัสไปต่อไม่ถูก

                “รีบๆเลือกเข้าล่ะ ข้าจะได้สั่งสอนว่าเด็กก็ควรอยู่ส่วนเด็ก” ชายคนนั้นแค่คิดว่าจะได้ตบเด็กก็ดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ รีบเดินไปรอตรงกลางลานกว้างหน้ากองบัญชาการ เพราะมันคิดจะให้ทุกคนได้เห็นการประลองนี้

                “ชายคนนี้ชื่อโอลอฟ เป็นครูฝึกทหารของเมืองเรา แต่ความจริงเขาเป็นลูกหลานของมหาจอมเวทแห่งเมืองเซรานิค เห็นว่าไม่อาจสืบทอดตำแหน่งที่เมืองนั้นได้ เลยมาที่นี่แทน แต่ต้องยอมรับว่าฝีมือดาบเขาใกล้เคียงกับข้าเลย” กัสรีบเข้ามาพูดกับราดิชเมื่อเห็นว่าโอลอฟอยู่ห่างแล้ว

                “เดี๋ยวผมจัดการให้” ราดิชตอบและเลือกดาบต่อ ในที่สุดเขาก็เจอดาบที่เหมาะมือ ด้วยความที่ต้องกลายเป็นเด็กสิบขวบ เขาคงจับดาบเล่มโตไม่ได้ จึงเลือกดาบสองคมขนาดเล็กมาเล่มหนึ่ง มันเป็นดาบที่พวกผู้หญิงชอบใช้กันเพราะความคล่องตัว รีน่าเองก็ใช้ดาบประเภทนี้แต่มันก็ใหญ่กว่าที่ราดิชเลือกมาแน่นอน

                “เอาดาบเล่มนี้แหละ” เมื่อเลือกได้ดาบได้แล้ว ทหารนายนั้นก็ไปนำฝักดาบมาให้ ส่วนราดิชก็ถือดาบที่เลือกได้ไปเจอกับโอลอฟ

                “คงพร้อมจะโดนสั่งสอนแล้วนะเจ้าเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม” วาจาถากถางหลุดออกจากปากของโอลอฟผู้นี้

                “นั่นสินะ” ราดิชไม่ตอบอะไรมาก เขาถือดาบแนบไว้กับลำตัวขณะเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย

                สิ่งที่ราดิชแสดงออกมาทำให้โอลอฟที่กำลังลำพองต้องหยุดชะงัก เพราะมันมองไม่เห็นช่องว่างของอีกฝ่ายเลย

                “เริ่มการประลองได้” เหมือนกัสจะรู้งานรีบเริ่มการต่อสู้ แน่นอนว่าข่าวการประลองนี้ทำให้ทหารเกือบทั้งกองมาดูกัน พวกเขาต่างอยากรู้ว่าเด็กน้อยคนนี้จะสู้กับครูฝึกสุดโหดยังไง อย่างไรก็ตามในกลุ่มทหารก็มีคนที่เคยเห็นความว่องไวของราดิช และรู้ว่าเขามาจากไหนอยู่ ทว่าพวกเขาก็ไม่ได้บอกเพื่อนทหารออกไป เนื่องจากมีคำสั่งลงมาจากท่านเจ้าเมืองเมื่อวานนี้ ว่าห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้เด็ดขาด ถ้าใครถามก็บอกว่าราดิชเป็นแขกของท่านแค่นั้นพอ

                โอลอฟเห็นว่าผิดท่าจึงเอื้อมมือไปเพื่อจะชักดาบออกมา แต่ในเสียววินาทีนั้นเองราดิชขยับตัวไปก่อนแล้ว ดาบในมือเขาแทงออกไปรวดเร็วดั่งอสรพิษฉก โอลอฟใจหายวาบเพราะปลายดาบอยู่ห่างจากหน้าท้องไม่มาก

                อีกฝ่ายถือว่ามีประสบการณ์เยอะ โอลอฟเบี่ยงตัวหลบได้ทันหวุดหวิด มือที่จะใช้ชักดาบต้องเปลี่ยนมาใช้พยุงร่างกายแทน ทว่าดาบของราดิชก็พลันเปลี่ยนเป็นฟันตามไปในชั่วพริบตา โอลอฟหลบเกือบไม่พ้นทำให้เกราะด้านนอกถูกฟันจนเป็นรอย

                “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!!!

                โอลอฟถีบเท้าพุ่งถอยหลังออกจากรัศมีโจมตีของราดิช ถ้าแขนของราดิชยาวกว่านี้ รับรองได้เลยว่าโอลอฟคงเจ็บหนักหรืออาจตายไปแล้วก็ได้ ยังดีที่ราดิชแขนสั้นลงทำให้รัศมีโจมตีแคบลงไปด้วย ฝ่ายราดิชก็หยุดรอให้อีกฝ่ายชักดาบออกมาก่อน เพราะเขาอยากให้อีกฝ่ายหมดความผยอง

                เมื่อถอยหนีมาได้และราดิชไม่ได้ตามมา โอลอฟจึงได้มีโอกาสชักดาบออกมา ดาบของเขาเป็นดาบใหญ่แบบกัสที่เหมาะแก่การฟาดและเหวี่ยง ต่างจากดาบขนาดเล็กที่เหมาะกับการแทงมากกว่า

                “แล้วแกจะเสียใจที่ทำให้ข้าโกรธ” โอลอฟเร่งเร้าพลังเวทออกมา

                ร่างของเขาห่อหุ้มด้วยพลังเวทในพริบตา มันช่วยเสริมความเร็ว ความแข็งแกร่งและเพิ่มพลังป้องกันได้ในระดับหนึ่ง เป็นเวทพื้นฐานที่ทหารประจำเมืองต้องใช้เป็น

                ราดิชมองปริมาณพลังเวทที่โอลอฟเร่งออกมาก็ทราบว่าอีกฝ่ายเอาจริงแล้ว เขาไม่ประมาทอีก ดาบในมือถูกวาดไปด้านหลัง พร้อมพลังปราณที่หมุนวนอย่างรุนแรง ดาบเล่มนั้นสั่นระริกเพราะมีลมปราณไปอัดแน่นไว้จำนวนมาก

                โอลอฟพุ่งเข้าพร้อมเงื้อดาบขึ้น อีกฝ่ายฟันลงไปที่ร่างเล็กนั้นอย่างรวดเร็ว วิถีดาบบีบให้ราดิชต้องไปทางขวาหรือถ้าจะต้านรับก็ต้องปะทะหนักมาก ทว่าราดิชทำให้สิ่งตรงกันข้ามเพราะวิชาของเขามีแต่กระบวนท่ารุกไม่มีรับ

                ดาบให้มือราดิชถูกใช้ออกด้วยพลังสามส่วน ดาบนี้ฟันกราดเข้าที่ช่องท้องโอลอฟด้วยความเร็วที่เหนือกว่าอีกฝ่ายมาก ทำให้โอลอฟถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ดาบในมือถูกลดลงมาเพื่อป้องกันตัวตามสัญชาติญาณ

                เคล้ง!!!

                เสียงดาบปะทะกันดังสนั่น เพราะมันคือดาบที่อัดพลังเวทและพลังปราณเอาไว้ แต่สิ่งหนึ่งที่แตกต่างกันคือ โอลอฟถึงกับผงะเพราะดาบในมือของเขาสั่นสะท้านจากแรงปะทะ ง่ามมือของเขาฉีกขาดมีเลือดไหลแม้ทุกจะไม่เห็นเพราะเขาสวมถุงมือไว้ แต่ตัวเขาเองรู้ดีกว่าเกิดอะไรขึ้น

                ต่างจากราดิชที่แทบไม่ได้รับผลกระทบ เขาอาศัยจังหวะที่โอลอฟผงะเตะตัดขาอีกฝ่ายทันที มันทำให้โอลอฟเสียหลักล้มลง และเมื่อรู้สึกตัวอีกทีดาบของราดิชก็พาดที่คอเขาเรียบร้อยแล้ว

                “ปะเป็นไปไม่ได้” โอลอฟไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

                “การประลองรู้ผลแล้ว ท่านราดิชเป็นฝ่ายชนะ” กัสรีบประกาศผลการต่อสู้

                “ท่านเองก็มีฝีมือใช้ได้นะ” ราดิชบอกกับคู่ต่อสู้และหันหลังเดินกลับไปหารีน่าที่ยืนให้กำลังใจอยู่กับพวกทหาร

                “ความจริงข้าอยากจะบอกเจ้า เจ้าเอาชนะท่านไม่ได้หรอก แต่ก็อยากเห็นเจ้าเจ็บตัวเหมือนกัน” กัสก้มลงไปบอกกับโอลอฟและจากไปอีกคน ปล่อยให้โอลอฟตะลึงพร้อมความคิดที่หลากหลายในหัวตอนนี้

                พวกทหารนั้นไม่มีใครส่งเสียงออกมาเลย ลานทั้งลานดูเงียบกริบเพราะใครเล่าจะคาดคิดว่าครูฝึกสุดโหดของเมือง จะพ่ายแพ้ให้เด็กน้อยในไม่กี่กระบวนท่าแบบนี้

                “พวกเราไปกันเถอะ” ราดิชเรียกสติของรีน่า เธอดูการต่อสู้นี้และจดจำไว้เป็นอย่างดี

                “ค่ะ ค่ะ” รีน่าที่ได้สติก็รีบตามราดิชไปที่ม้า

                “ดูแลทางนี้ด้วยล่ะ” กัสสั่งความกับทหารก่อนจะตามไปอีกคน

                ตอนนี้พวกทหารเริ่มจับกลุ่มคุยกันถึงเรื่องนี้แล้ว ส่วนโอลอฟได้กับการช่วยเหลือจากพรรคพวกของตน แน่นอนว่าเรื่องที่ครูฝึกสุดโหดพ่ายแพ้ให้กับเด็กนั้น ไม่นานก็แพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว จนเป็นที่พูดถึงของชาวเมืองไปอีกนาน และยิ่งมีการใส่สีตีไข่ลงไปด้วยก็ยิ่งทำให้เรื่องราวดูสนุกสนานมากขึ้น

                ฝ่ายราดิชที่ไปรับฝักดาบเสร็จ ก็ไปขึ้นม้ากับรีน่า พวกเขาออกจากเมืองโดยมีทหารส่วนหนึ่งมาส่ง และเขาเสนอกับกัสและรีน่าว่า ถ้าออกจากเมืองไปแล้วให้ทำตัวเป็นสามพี่น้อง จะได้ไม่มีใครสงสัย ทางกัสและรีน่าไม่มีปัญหาเพราะทั้งสองเป็นพี่น้องกันอยู่แล้ว และแล้วการเดินทางของพวกเขาก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเสียที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #24 Doctor_Gee (@Doctor_Gee) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 18:07
    ดีใจที่ ราดิช ยังคงมีพลังปราณและวิทยายุทธ์อยู่

    #24
    0