Radish (Radish and The Holy Grail)

ตอนที่ 12 : Ep.5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 377
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    6 ธ.ค. 60

เมืองโคลานิค

                หน่วยทหารเดินทางกันตลอดคืนและไปถึงตัวเมืองได้ในยามรุ่งสาง เมืองโคลานิคเป็นเมืองขนาดกลางมีกำแพงเมืองสูงเพื่อป้องกันการโจมตีเหมือนเมืองทั่วไปในยุคนี้ ทหารยามที่เห็นกองคาราวานกำลังเข้ามาใกล้ก็เข้าไปหยุดไว้ แต่พอเห็นว่าเป็นพวกพ้องของตนก็รีบเปิดประตูเมืองทันที

                “ท่านนายกอง เป็นยังไงบ้างครับ” ทหารยามถามนายกองทันที่อีกฝ่ายลงจากม้า

                “พวกเราสังหารพวกโจรตายหมด แต่พวกเราก็ตายไปหลายคนเหมือนกัน” นายกองตอบเสียงดังฟังชัด ทว่าแววตาของเขามีความเศร้าเจือปนอยู่

                “เฮ้ย!!! พวกเรามาช่วยกันหน่อยเร็ว” ทหารยามนายนั้นหันไปตะโกนบอกคนอื่น ไม่นานทหารประจำเมืองก็ทยอยกันมาช่วยพาคนเจ็บไปรักษา ส่วนศพของเพื่อนผู้พลีกายก็ถูกพาไปใส่โลงและจะมีพิธีศพในเย็นนี้อย่างสมเกียรติ

                ราดิชเฝ้ามองพวกทหารทำหน้าที่อย่างแข็งขัน ก่อนที่รีน่าจะกระตุกแขนเสื้อของเขาให้ตามเธอไป เขาพอจะทราบว่าด้านหลังกำแพงเมืองนี้มีกองบัญชาการทหารอยู่ มันเป็นอาคารที่สร้างติดกำแพงเมืองนี่เอง ที่นั่นมีทหารประจำการอยู่นับพันนาย

                ระหว่างการเดินเขาได้พูดคุยกับรีน่าและนายกองเยอะทีเดียว ทำให้ราดิชเข้าใจและมีความรู้เกี่ยวกับโลกนี้พอสมควร รีน่าหลังถอดหมวกเกราะแล้วเธอมีหน้าตาสะสวยทีเดียว ใบหน้าเรียวและดวงตาสีแดงสดเหมือนทับทิมคู่นั้นทำให้ชวนหลงใหล เธอมีผมสีแดงยาวที่ถูกมัดรวบไว้เป็นอย่างดี

                ส่วนนายกองนั้นมีนามว่า กัส ถ้านับกันแล้วทั้งสองเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน โดยกัสเป็นลูกคนโตของอาชายคนรองของรีช่า ส่วนหญิงสาวเป็นลูกสาวคนเล็กของลูกชายคนโต และภารกิจนี้รีช่าก็ขอร้องกัสให้พาเธอไปด้วย กัสถึงต้องพาเธอไปด้วยเพราะความใจอ่อน แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นรีช่าก็แสดงฝีมือให้เห็นแล้วว่า เธอแข็งแกร่งพอจะปกป้องตัวเองได้ แม้จะเป็นการทำหน้าที่ครั้งแรกก็ตาม

                เดิมทีรีช่าจะเลือกไปทำงานอย่างอื่นก็ได้ ในฐานะของบุตรสาวคนเล็กของเจ้าเมือง ตระกูลของเธอเป็นจอมเวทมาทุกรุ่น ทั้งตัวเธอและกัสต่างใช้เวทมนตร์ได้ โดยเวทมนตร์ที่กัสใช้จะเน้นไปทางเสริมพลังให้ร่างกายและเสริมพลังโจมตีกับอาวุธมากกว่าปล่อยออกไปโจมตีโดยตรง

                ต่างจากรีช่า เธอสามารใช้ได้ทั้งเวทเสริมพลังและเวทโจมตี รวมถึงเวทอัญเชิญที่เธอได้รับสืบทอดมาจากบิดา ความจริงเธอก็สงสัยว่าทำไมราดิชถึงไม่หายไป เพราะตามปกติแล้วสิ่งที่อัญเชิญมาจะกลับไปหลังผ่านไประยะหนึ่ง แต่ราดิชก็ยังตามกลับมาได้โดยที่ไม่หายไป

                หญิงสาวเลือกที่เป็นทหารเพราะเธอเชื่อในวิถีแห่งดาบ เธอฝึกฝนการใช้ดาบตั้งแต่เด็กโดยมีกัสเป็นคนช่วยสอน จึงไม่แปลกใจเลยถ้าหญิงสาวจะมีความแข็งแกร่ง แม้บางครั้งอารมณ์ของเธอจะเป็นปัญหาอยู่บ้างก็ตาม

                “ท่านพี่ ฉันขอตัวไปพบท่านพ่อก่อนนะ” รีช่าที่เดินตามหลังกัสมาเอ่ยขึ้น

                “ไปเถอะ ทางนี้ข้าจัดการเอง” กัสอนุญาต และเดินนำทหารคนอื่นไปที่กองบัญชาการ ส่วนรีช่าที่แยกออกมาก็เดินไปที่คอกม้าเพื่อนำม้าออกมา ทหารประจำคอกม้าเมื่อเห็นหญิงสาวมาก็ทำความเคารพและเข้าไปนำม้าของเธอออกมา แม้รีน่าจะมียศต่ำกว่าทหารพวกนี้ แต่ด้วยความที่เป็นบุตรสาวของเจ้าเมือง พวกทหารจึงให้ความเคารพอยู่บ้าง

                “ขอบใจท่านมากนะ” รีน่าไม่ลืมกล่าวขอบคุณทหารนายนั้น ก่อนที่เธอจะขึ้นหลังม้าโดยมีราดิชกระโดดตามขึ้นไปโดยที่ไม่ต้องให้บอก เช่นเดียวกับเจ้าอ้วนตัวแสบ

                ทั้งสองดูเหมือนจะรอดจากการโจมตีของมังกรดำตนนั้นมาได้อย่างหวุดหวิด แต่ก็สูญเสียพลังไปไม่น้อยเลยโดยเฉพาะคาโมที่ใช้พลังเวททั้งหมดในการเคลื่อนย้ายแบบทะลุมิติ ทำให้พวกเขามาโผล่ที่นี่และทำให้เจ้าอ้วนใช้พลังเวทไม่ได้ไปชั่วระยะ แต่ถึงอย่างไรความไวและความป่วนของมันก็ยังมีอยู่เต็มเปี่ยม

                “ท่านขึ้นม้าเองได้ด้วยหรอ” รีน่าถามขึ้นมาอย่างสงสัย เพราะถ้าเทียบกันแล้วราดิชตัวเล็กมาก รีน่านั้นเป็นหญิงสาวที่สูงมากกว่าร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร ขณะที่นายกองกัสนั้นสูงเกือบร้อยเก้าสิบเลยทีเดียว

                “ถึงผมจะตัวเล็กแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีพลังนะ” ราดิชยิ้มให้เธอขณะที่รีน่าเริ่มออกตัว

                ม้าของรีน่าเป็นม้าที่มีสีดำทั้งตัว มันเป็นม้าหนุ่มที่ร่างกำยำพ่วงพีขนเป็นมัน แสดงให้เห็นถึงสายพันธุ์และการเลี้ยงดูที่ดีมาก ราดิชกอดเอวหญิงสาวเอาไว้ขณะที่เจ้าม้าทะยานไปตามถนนหลักของเมือง เป้าหมายคือที่บ้านของเธอที่อยู่อีกฝากหนึ่ง

                ในยามเช้าตรู่เช่นนี้ประชาชนเริ่มตื่นขึ้นมาแล้ว ดังจะเห็นได้จากร้านค้าหลายร้านที่เริ่มเปิด ชาวบ้านหลายคนก็เริ่มออกมาจ่ายตลาด ทั้งสองผ่านตลาดกลางเมืองที่ตอนนี้กำลังคึกคักทีเดียว เนื่องจากเมืองนี้ค่อนข้างให้อิสระในการค้าขายมาก เว้นแต่สินค้าบางอย่างที่ต้องควบคุม

                ใช้เวลาพักใหญ่รีน่าก็พาราดิชไปถึงบ้านของเจ้าเมือง มันเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ทาสีขาว พื้นที่โดยรอบเป็นสวนดอกไม้หลายหลายชนิด เมื่อมาถึงประตูหน้าก็มีทหารเปิดประตูให้เพราะจำเธอได้ เธอลงจากม้าพร้อมราดิช แม้พวกทหารจะมองด้วยความแปลกใจแต่ก็ไม่ถามอะไร พวกเขารับม้าจากเธอเพื่อนำไปโรงเลี้ยงต่อ

                “ท่านพ่อตื่นหรือยัง” หญิงสาวถามทหารนายหนึ่ง

                “ท่านเจ้าเมืองตื่นแล้วครับ ตอนนี้อยู่ที่สวนด้านหลัง” ทหารนายนั้นตอบและชี้ไม้ชี้มือไป

                “ขอบใจท่านมาก” รีน่าพยักหน้าขอบคุณและตรงไปสวนหลังบ้านเธอทันที ทำเอาราดิชที่กำลังชื่นชมความงามของสวนดอกไม้ต้องรีบตามเธอไปด้วยความเสียดาย

                ระหว่างทางก็เจอกับแม่บ้านที่ทำงานในบ้านนี้ พวกเธอต่างทักทายหญิงสาวเป็นอย่างดี ท่าทางรีน่าจะได้รับความนิยมไม่น้อยเลย แม้ตอนนี้เธอจะอยู่ในชุดเกราะหนักและพกดาบเล่มโตก็ตาม ยังดีที่ระหว่างทางก็เป็นสวนดอกไม้ทำให้ราดิชอารมณ์ดีไม่น้อยเลย

                ทั้งสองไปถึงหลังคฤหาสน์ก็พบซุ้มไม้ดัดที่ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นร่มเงาบังแดด ที่นั่นมีทั้งโต๊ะและเก้าอี้ไม้จัดวางอยู่เป็นระเบียบ ที่นั่งหนึ่งถูกจับจองด้วยชายสูงวัย ดูจากภายนอกแล้วเขาเป็นชายอายุราวหกสิบมีผมสีขาวแซมดำ เค้าใบหน้าดูจริงจังและถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่าแทบไม่มีรอยเหี่ยวย่นเลย เขาอยู่ในชุดคลุมสีขาวสะอาดตา และเหมือนอีกฝ่ายจะสังเกตเห็นเขาทั้งสองแล้ว

                “เป็นยังไงบ้างกับภารกิจแรก” ผู้เป็นบิดาถามขึ้นก่อนเมื่อทั้งสองเข้ามาถึง ชายสูงวัยเองก็มองราดิชด้วยความสงสัยเช่นกัน

                “ภารกิจสำเร็จเรียบร้อยดีค่ะท่านพ่อ แต่เราเสียทหารไปแปดนาย บาดเจ็บหนักอีกห้านาย” รีน่ารายงานตัวเลข

                “ถือว่าใช้ได้ ไม่เสียแรงที่ส่งกัสไปทำงานนี้ ว่าแต่เด็กนี่เป็นใคร” ชายสูงสัยหันมาสนใจราดิชขณะจิบน้ำชา

                “นี่คือท่านราดิช มังกรในตำนานที่ลูกอัญเชิญมา” รีน่าตอบอย่างไม่ปิดบัง

                “อะไรนะ!!” ชายสูงวัยถึงกับพ่นน้ำชาออกมาด้วยความตกใจ

                “ลูกเองก็จะมาถามท่านพ่อเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น” รีน่านั่งลงตรงข้ามบิดาเธอและเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ชายสูงวัยฟังเรื่องราวทั้งหมดด้วยสีหน้าหนักใจ

                “พ่อเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้ว” ดูท่านเจ้าเมืองจะหนักใจไม่น้อย อีกฝ่ายถอนหายใจออกมาก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องราวให้บุตรสาวฟัง

                “เรื่องนี้มันเกิดเมื่อหลายร้อยปีก่อน มีจอกศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้นมา มันสามารถบันดาลได้ทุกอย่าง แต่ว่าคนที่มีสิทธิได้รับต้องเป็นคนที่ได้ถูกเลือกแล้วเท่านั้น จอกนี้จะเลือกจอมเวทที่แข็งแกร่งเจ็ดคนมาต่อสู้กัน ผู้ที่ชนะเป็นคนสุดท้ายจะทำให้ความปารถนาเป็นจริงได้”

                “ตระกูลเราก็เป็นหนึ่งในคนที่รู้เรื่องนี้ แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาตระกูลเราไม่เคยเข้าร่วมการต่อสู้เลยแม้แต่ครั้งเดียว พอเจ้าอธิบายเรื่องวงเวทนั่น พ่อก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าได้ถูกเลือกให้ร่วมต่อสู้”

                “แต่พ่อว่าเรื่องนี้มันหนักเกินไปสำหรับลูก แม้ว่าจอกนี้จะบันดาลได้ทุกอย่างก็จริง แต่การต่อสู้มันโหดร้ายมาก พ่อเคยได้ยินเรื่องนี้จากมหาจอมเวทคนอื่นที่เข้าร่วมแล้วรอดชีวิตมาได้” ผู้เป็นพ่อไม่อยากให้ลูกสาวของตนต้องไปต่อสู้ในสงครามนี้เลย

                “ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” ราดิชที่ฟังอยู่นานเอ่ยถามขึ้น

                “เชิญท่านถามได้เลย” เจ้าเมืองดูจะเกรงใจราดิชขึ้นมากทีเดียว

                “ผมว่าจอกใบนี้มันประหลาดอยู่ ท่านมีบันทึกเหตุการณ์แบบละเอียดไหม แล้วเรื่องกฎการต่อสู้เป็นยังไง แล้วถ้ารีน่าถูกเลือกจริง ก็แสดงว่าไม่อาจเลี่ยงได้ถูกต้องไหม” ราดิชถามเสียยืดยาว

                “ถ้าเรื่องบันทึกเหตุการณ์และกฎทางเรามีบันทึกอยู่ ข้าขอตัวสักครู่” ชายสูงวัยรีบลุกและกลับเข้าไปในคฤหาสน์อย่างเร่งรีบ

                “รีน่าครับ ถ้าคุณต้องเข้าสู้ คุณคิดว่าสู้ได้ไหม” ราดิชถามหญิงสาวบ้าง

                “ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ถ้ามีท่านอยู่ด้วย ฉันจะลองดูค่ะ” รีน่ามีแววตาเชื่อมั่นในตัวราดิชมาก

                เธอเคยเล่าให้ฟังว่าเมื่อนานมาแล้ว แผ่นดินคาเดียนั้นลุกโชนด้วยไฟสงคราม ผู้คนทำสงครามเข่นฆ่ากันเพื่อแย่งชิงดินแดน ในตอนที่แผ่นดินกำลังล่มสลายก็ปรากฏมังกรตนหนึ่ง มังกรตนนั้นเป็นมังกรดำตัวใหญ่ยักษ์ พลังของมันมีมากมายเหลือคณา มังกรตนนี้ได้ทำให้ยุคแห่งไฟสงครามจบลง และนามของมังกรนั้นคือ ราดิช

                ตอนแรกที่เขาฟังเรื่องนี้ดูมันเหมือนนิทานหลอกเด็กเสียมากกว่า แต่ถ้าดูจากแววตาของรีน่าแล้วเขาก็พูดอะไรไม่ออก เพราะท่าทางเธอจะเชื่ออย่างเต็มที่ในตำนานเรื่องนี้ เขาเลยไม่กล่าวอะไรออกมาและปล่อยมันไป

                ไม่นานท่านเจ้าเมืองก็กลับมาพร้อมหนังสือเล่มใหญ่ในมือ ราดิชรับหนังสือนั้นมาและเปิดอ่าน ตอนแรกเขาก็ฉุกใจคิดว่าจะอ่านภาษาของที่นี่ออกหรือไม่ ทว่าเขากลับอ่านมันได้ตามปกติเหมือนอ่านภาษาอังกฤษทั่วไป แม้จะสงสัยแต่ก็ยังหาคำตอบไม่ได้

                ในหนังสือเป็นบันทึกของบรรพบุรุษตระกูลนี้ กล่าวถึงการปรากฏตัวของจอกใบนั้น การแสดงปาฏิหาริย์และการกล่าวถึงความปารถนา การต่อสู้และกฎ ราดิชอ่านและจดจำไว้อย่างขึ้นใจก่อนจะคืนหนังสือไป ในระหว่างที่เขาอ่านหนังสือทั้งสองก็เงียบมองเขาเช่นกัน

                “ผมเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอกท่านเจ้าเมือง บุตรสาวของท่านต้องเป็นผู้ชนะในการต่อสู้นี้อย่างแน่นอน” ราดิชกล่าวอย่างมั่นใจ ตอนนี้เขาเริ่มประมวลความรู้และเหตุการณ์ได้หมดแล้ว

                “จะ..จริงหรอ” ท่านเจ้าเมืองมีสีหน้าตื่นตะลึงมาก

                “ท่านทำได้หรือคะ” รีน่าเองก็ตกใจไม่แพ้กัน

                “ผมทำได้แน่นอน” ราดิชมีท่าทางมั่นใจมาก

                หลังอ่านหนังสือและประมวลสิ่งที่ได้รับมา เขามั่นใจได้เลยว่าจอกที่ว่านี้ไม่ใช่สิ่งดีงามแน่ เพราะการให้จอมเวทระดับสูงมาฆ่ากันย่อมมีสาเหตุ มันอาจกินพลังเวทของพวกเขาก็ได้ ยังไม่รวมถึงคนที่เข้าร่วมต้องมีความปารถนาอย่างแรงกล้า นั่นก็หมายความว่าต้องมีแรงกระตุ้นมาก ความโลภ ความอยาก ล้วนแต่เป็นด้านมืดของจิตใจมนุษย์ทั้งนั้น

                ส่วนการที่รีน่าถูกเลือกและเขาโดนลูกหลงมาด้วย ราดิชหาคำตอบไม่ได้แต่ที่คาดไว้คือ รีน่าต้องมีความปารถนาอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ และต้องเป็นแรงปารถนาที่มากพอจะดึงดูดเจ้าจอกนี้ด้วย ส่วนเขาอาจไม่ได้เป็นสิ่งที่เธออัญเชิญมาแต่ต้น แต่เกิดผิดพลาดมาแทน และเมื่อมาแล้วเขาก็มีแผนจัดการเรื่องนี้แล้วเช่นกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

34 ความคิดเห็น