Radish (Radish and The Holy Grail)

ตอนที่ 10 : Ep.3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 452
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    4 ธ.ค. 60

เทือกเขาสลับซับซ้อนแห่งหนึ่ง

                สถานที่แห่งนี้แวดล้อมไปด้วยทิวเขาใหญ่รอบด้าน มีต้นไม้ขึ้นอยู่หนาแน่น เป็นสถานที่กันดารที่มนุษย์ไม่นิยมอยู่อาศัยกัน เพราะนอกจากความกันดารแล้วยังมีสัตว์ร้ายอาศัยอยู่ทั่วไป และส่วนใหญ่ก็ใช้เวทมนตร์ได้เสียด้วย

                เสือร้ายตัวหนึ่งมันมีขนาดใหญ่โตกว่าสามเมตร ลวดลายบนตัวของมันมีสีเขียวเป็นริ้วสลับกับขนสีเหลืองน้ำตาล ดวงตาสีแดงดุร้ายและปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคม ตอนนี้มันกำลังแอบซุ่มเฝ้ามองกวางหนุ่มเขางามตัวหนึ่งอยู่ มันเคลื่อนกายอย่างเงียบเชียบเพื่อรอจังหวะจัดการเหยื่ออันโอชะตรงหน้า

                แต่ในจังหวะที่มันพุ่งออกไปจู่โจม ก็มีบางตัดคอกวางหนุ่มโชคร้ายตัวเสียก่อน หัวของกวางหนุ่มกลิ้งตกลงกับพื้นพร้อมเลือดที่พุ่งกระฉูดจากลำคอของมัน เจ้าเสือร้ายที่พุ่งออกไปสุดแรงไม่อาจเปลี่ยนสภาวะการเคลื่อนที่ได้ทัน จึงชนกับร่างกวางหนุ่มจนล้มไปด้วยกัน แถมตัวมันยังเปื้อนเลือดกวางหนุ่มไปทั้งตัวอีก

                “ไม่ไหวๆ คิดจะแย่งเหยื่อข้าหรอ”

                เสียงนั้นทำให้เสือร้ายรีบลุกขึ้นและหันไปทางต้นเสียง มันส่งคำรามต่ำออกมาแต่ไม่กล้าจู่โจมอีกฝ่ายในทันที มันขยับตัวถอยเล็กน้อย ขณะที่ผู้มาใหม่เดินเข้ามาอย่างใจเย็น

                “ไม่ไหวๆ ถ้าอยากหาเรื่องก็เข้ามาเลย ข้าจะสนองเจ้าเอง”

                เจ้าของเสียงพูดกับเสือร้ายเหมือนอีกฝ่ายเป็นลูกแมวตัวน้อย เขาเป็นชายร่างใหญ่อยู่ในชุดซอมซ่อเพราะผ่านการใช้งานอย่างหนัก ทว่ามันไม่อาจบดบังรัศมีบางอย่างจากตัวชายคนนี้ได้เลย เขามีผมสีแดงหยักสกตัดสั้น เค้าใบหน้าคมเข้ม มีหนวดเล็กน้อยส่วนใหญ่ค้อนข้างยาวเพราะไม่ได้โกน เขามีรัศมีบางอย่างที่ทำให้เสือร้ายหวาดกลัวไม่กล้าโจมตีในตอนแรก ทว่าเสือร้ายก็ตัดสินใจจู่โจมเขาและนั่นคือสิ่งที่ผิดพลาด

                มันคำรามลั่นพร้อมพลังเวทที่พุ่งสูงขึ้นชั่วขณะจนอากาศสั่นสะเทือน พริบตานั้นก็เกิดแท่งดินแหลมพุ่งจากพื้นดินขึ้นมาโจมตีชายผมแดง ทว่าชายผมแดงไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย เขาแค่สะบัดมือเล็กน้อยก็เกิดคมดาบสุญญากาศพุ่งออกจากตัวเขาทำลายแท่งดินจนหมด และมีบางส่วนพุ่งเข้าโจมตีเสือร้ายด้วย นี่คือสิ่งที่สังหารกวางหนุ่มเมื่อครู่นั่นเอง

                เสือร้ายไม่ยอมแพ้ มันอ้าปากอีกครั้งเพื่อสร้างม่านพลังลมขึ้นมา ทว่าชายผมแดงก็สะบัดมืออกครั้งเกิดคมดาบที่มากกว่าเดิมพุ่งออกไป แถมความเร็วของมันยังมากกว่าเดิมเสียด้วย เจ้าเสือร้ายคิดหนีชั่วขณะทำให้เกิดช่องว่าง ม่านพลังลมที่สร้างขึ้นถูกคมดาบสุญญากาศตัดผ่านอย่างง่ายดาย พร้อมร่างของมันที่ถูกหั่นจนเหลือเพียงเศษเนื้อ เลือดของมันสาดกระจายไปทั่วอย่างน่าสะอิดสะเอียด

                “ไม่ไหวๆ ถ้าไม่คิดมาหาเรื่องข้า ก็คงไม่ต้องมาตายแบบนี้หรอก”

                ชายผมแดงส่ายหน้าอย่างสังเวช และจะหันกลับไปจัดการกับร่างของกวางหนุ่ม ทว่าก็เกิดวงเวทบางอย่างขึ้นที่พื้นตรงหน้าเขาเสียก่อน

                “หืม?....ได้เวลาแล้วหรอ ไม่ไหวๆ” ชายผมแดงส่ายหน้าเล็กน้อย

                เขานั่งลงและถ่ายพลังเวทลงในวงเวทนั้น พริบตาต่อมาวงเวทก็ระเบิดคลื่นพลังรุนแรงพร้อมเกิดเสาแสงพุ่งขึ้นฟ้า และเมื่อเสาแสงหายไปก็มีบางสิ่งปรากฏขึ้นมาแทน

                “ไม่ไหวๆ เจ้าจะสู้คนอื่นได้ไหมเนี่ย”

                ชายผมแดงดูจะไม่ค่อยชอบใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเท่าไร แต่เขาก็ไม่รังเกียจมันเช่นกัน เพราะอย่างไรมันก็คือสิ่งที่เขาได้อัญเชิญมาแล้ว คงต้องอยู่กับมันไปตลอดอย่างไม่อาจเลี่ยงได้

 

กลางทะเลทรายแห่งหนึ่ง

                ที่นี่คือทะเลทรายกว้างใหญ่ที่มองไปทางไหนก็มีแต่ผืนทรายไปสุดขอบฟ้า อากาศในยามเที่ยงของที่ร้อนจัด ขณะที่ตอนกลางคืนก็เย็นจัด เป็นสภาพอากาศที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง ด้วยสภาพอากาศที่โหดร้ายแบบนี้ทำให้มีสิ่งมีชีวิตไม่กี่ชนิดที่ปรับตัวและอาศัยอยู่ที่นี่ได้ หนึ่งในนั้นคือแมงป่องทราย

                แมงป่องทรายเป็นแมงป่องตัวใหญ่สีทราย พวกมันอาศัยอยู่ใต้ผืนทรายในเวลากลางวันและออกหากินในเวลากลางคืน ผิวของมันแข็งแกร่งมากจนความร้อนแทรกผ่านเข้าไปได้ยาก ทำให้มันดำรงชีวิตอยู่ได้ในที่แบบนี้ ทว่าสิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่ขนาดตัว เพราะพวกมันตัวเต็มที่ก็ใหญ่ราวสองถึงสามฟุต แต่สิ่งที่น่ากลัวคือพวกมันอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง และออกล่าเหยื่อพร้อมกัน ทำให้สิ่งมีชีวิตน้อยนักจะรอดไปได้ เพราะมันเคลื่อนที่ได้เร็วทีเดียวบนผืนทรายแบบนี้

                ในค่ำคืนนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่พวกมันออกล่าเหมือนเคย และในคราวนี้มันก็ได้พบกับเหยื่ออันโอชะ พวกมันเข้าล้อมคนสวมชุดคลุมสีดำคนหนึ่งที่เดินทางผ่านมา แมงป่องทรายนับสิบตัวรี่เข้าหาสิ่งที่คิดว่าเป็นเหยื่อของมันโดยไม่เฉลียวใจอะไรเลย

                “อืม..น่าเบื่อจริง”

                คนสวมชุดคลุมส่งเสียงเบามาก ทว่าก่อนที่พวกแมงป่องจะถึงตัว ก็เกิดคลื่นพลังเวทสว่างวาบออกมาจากร่างของเขา เพียงพริบตาเดียวเหล่าแมงป่องทรายก็ถูกอะไรบางอย่างทำให้กลายเป็นไอระเหยไป รวมถึงพื้นทรายบางส่วนที่ยังเป็นไอลอยกรุ่นขึ้นมา

                คนสวมชุดคลุมยังคงมุ่งหน้าเดินต่อไป แม้ตอนจัดการพวกแมงป่องก็ไม่ได้หยุดเดินเลยแม้แต่น้อย ทว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็เกิดวงเวทบางอย่างขึ้นตรงหน้า ทำให้คนสวมชุดคลุมต้องหยุดเดินอย่างกะทันหัน

                “อืมได้เวลาแล้วสิ”

                คนสวมชุดคลุมชันเข่าลงและถ่ายพลังเวทลงในวงเวทนั้นจนมันสมบูรณ์ ก่อนที่มันจะปล่อยคลื่นพลังเวทออกมาพร้อมเกิดเสาแสงพุ่งขึ้นฟ้า เมื่อเสาแสงหายไปก็มีบางสิ่งปรากฏขึ้นมาแทน คนสวมชุดคลุมมองเจ้าสิ่งนั้นแล้วยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย

                “อืมคงไม่น่าเบื่อนะ”

                คนสวมชุดคลุมลุกขึ้นและออกเดินทางต่อ โดยมีเจ้าสิ่งนั้นตามไปด้วย โดยเป้าหมายของเขาคือเมืองที่อยู่ใกล้ที่สุด เหลือทิ้งไว้แต่ความเสียหายที่ก่อไว้และมันกำลังเลือนหายไปในไม่ช้า

 

กลางทะเลแห่งหนึ่ง

ทะเลฟ้าครามสดใสที่ใครหลายคนคาดคิดไว้ กลับไม่ใช่สถานที่แห่งนี้ เพราะทะเลตรงนี้มีความแปรปรวนมาก นอกจากคลื่นสูงและลมแรงยังมีเมฆดำปกคลุมตลอดเวลา แถมมีพายุและฟ้าผ่าลงมาตลอดเวลา เป็นสถานที่ไม่มีใครเดินเรือผ่านและไม่มีสิ่งมีชีวิตไหนอยากจะอาศัยอยู่ ทะเลแห่งนี้กินพื้นที่ราวสามตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ระหว่างเกาะเล็กๆสองเกาะที่ไม่มีคนอาศัยอยู่

                แต่ในยามนี้กลับมีคนผู้หนึ่งลอยตัวเหนือพื้นน้ำฝ่ากระแสลมแรงอยู่ เป้าหมายของเขาคือใจกลางทะเลคลั่งนี้ คนผู้นี้สวมชุดกันฝนสีดำสนิทจนไม่อาจมองเห็นใบหน้าได้ชัด ถึงแม้จะใส่ชุดกันฝนทว่าร่างของเขากลับไม่มีฝนติดอยู่เลย เหมือนมีอะไรบางทำให้ฝนไม่อาจสัมผัสร่างของคนผู้นี้ได้

                “เราต้องได้มันมา” เสียงแหบพร่าที่ไม่อาจระบุเพศได้ดังขึ้นจากริมฝีปากนั้น

                ร่างนั้นยังคงก้าวเดินไปบนผืนน้ำอย่างมั่งคง แม้จะมีฟ้าผ่าลงมายังร่างนี้ก็ไม่อาจทำอันตรายคนผู้นี้ได้เลย ราวกับว่าพวกมันผ่านร่างนี้ไปเสียอย่างนั้น เมื่อก้าวเข้าไปลึกขึ้นสายฟ้าที่ผ่าลงมาก็ยิ่งถี่มากขึ้น ยิ่งเข้าใกล้จุดสูงเท่าไรก็ยิ่งผ่าถี่จนรอบตัวเขามีแต่แสงสว่างวาบ ทว่าเขาก็สามารถเข้าไปถึงจุดศูนย์กลางของทะเลคลั่งแห่งนี้ได้สำเร็จ

                “แค่นี้พวกเราก็ชนะแล้ว”

                เขาพึมพรำกับตัวเอง และเพ่งมองไปยังสิ่งที่เขาต้องการ มันเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดที่มีลำตัวเหมือนงู เกล็ดของมันมีสีดำมันวาว ร่างนี้ยาวราวสามเมตร มันลอยอยู่กลางอากาศได้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่ส่วนหัวของมันกลับไม่ใช่งู หัวของมันเป็นมังกร ปากของมันมีเขี้ยวแหลมคม ดวงตาสีดำมันวาวจ้องมองผู้มาเยือนไม่วางตา แต่จุดเด่นของมันน่าจะเป็นเขาคู่นั้นบนหัว เป็นเขาที่เหมือนเสาโลหะสีเงินต่างจากสีของตัวมัน ทำให้เขานั้นเป็นจุดเด่น

                คนสวมชุดกันฝนอยู่ในระยะห่างจากมังกรประหลาดราวสิบเมตร เขาสะบัดมือไปทางมังกรตัวนั้นก็เกิดเส้นแสงพุ่งออกไปรัดร่างมังกรด้วยความรวดเร็ว ฝ่ายมังกรประหลาดนั้นขยับตัวช้าไปนิดเดียวก็โดนเชือกแสงรัดเข้าจนมันไม่อาจขยับตัว มันพยายามปล่อยสายฟ้าออกจากเพื่อทำลายเชือกแสง แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเลย

                “นี่เป็นเวทผนึกแบบพิเศษของตระกูลข้า เจ้าดิ้นไม่หลุดหรอก”

                คนในชุดกันฝนกระตุกเชือกเล็กน้อย ร่างของมังกรก็ถูกดึงเข้ามาหาทันที แต่มันก็หยุดเบื้องหน้าเขาได้อย่างใจนึก ร่างนั้นหันหลังและออกเดินกลับโดยมีร่างของมังกรประหลาดตามมา มันพยายามสร้างสายฟ้าสังหารคนที่จับมัน ทว่าสายฟ้าเหล่านั้นกลับผ่านร่างนั้นไปหมด และแม้มันจะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่อาจหลุดพ้นจากเชือกแสงนี้ไปได้เลย

                ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะออกนอกเขตทะเลนั้น ก็มีวงเวทประหลาดปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าเสียก่อน ทำให้ชายในชุดกันฝนถึงกับหยุดชะงัก

                “ไม่นึกว่าเพิ่งจับได้ก็จะได้ใช้งานเลย”

                เขากระตุกเชือกเล็กน้อยร่างของมังกรตัวนั้นก็ลอยไปอยู่เหนือวงเวทประหลาดนั้น เขาใช้ร่างของมันเป็นสื่อกลางในการถ่ายพลังเวท เขาส่งพลังเวทผ่านร่างมังกรนั้นเข้าสู่วงเวท เจ้ามังกรส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงออกมา ถ้าเป็นคนทั่วไปคงแก้วหูพังไปแล้ว แต่คนผู้นี้กลับไม่เป็นอะไรเลย

                มังกรตนนั้นพยายามดิ้นรนหนักขึ้น ทว่ามันก็ไม่อาจหนีพ้นชะตากรรมไปได้ เมื่อวงเวทนั้นสมบูรณ์และส่งคลื่นพลังออกมาพร้อมเสาแสงที่พุ่งขึ้นไปกลืนกินร่างนั้นจนหมด แม้แต่เชือกแสงก็สลายไปด้วย คนผู้นั้นมองผลงานของตนอย่างภูมิใจ และเมื่อเสาแสงหายไปก็ปรากฏสิ่งมีชีวิตตนใหม่ขึ้นมา

                “เป็นอย่างที่คิดจริงด้วย”

                คนสวมชุดกันฝนแสยะยิ้มเล็กน้อยเมื่อการทดลองของตนประสบผลสำเร็จ ด้วยสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้านี้จะต้องทำให้ความปารถนาของตัวเองเป็นจริงได้แน่นอน

                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

34 ความคิดเห็น