Gotta be you! เก็บรักเกี่ยวหัวใจหนุ่มไร่สุดหล่อ ♥

ตอนที่ 7 : Chapter 5 : Raining Night.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 305
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    6 ธ.ค. 54





5.

 

                ผ่านไปสามชั่วโมง

                หลังจากใช้ความพยายามกว่าชั่วโมงฉันก็สามารถต่อสัญญาณและส่งงานได้ทันเวลา ท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้นในเวลาอันใกล้ ฟ้าร้องหนักขึ้น ฝนตกหนักราวกับฟ้าถล่ม จนตอนนี้เราสองคนจำเป็นต้องนั่งติดกันเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นเพราะกองไฟขนาดจิ๋วที่เจอร์ก่อดูเหมือนจะเป็นประโยชน์เพียงน้อยนิดเท่านั้น โดยเฉพาะเวลาที่มีลมพัดกระโชกแรงขนาดนี้

                “ผมกอดคุณได้นะ ถ้าคุณอยากให้ผมทำ ^^;” เจอร์พูดอย่างประหม่าในขณะที่ฉันเอาแต่เอามือป้องปากเป่าลมร้อนๆ ใส่มือตัวเองเพื่อบรรเทาความหนาว

                อยากรู้จริงๆ ว่าหมอนี่พูดประโยคนั้นออกมาหน้าตาเฉยได้ยังไงกัน แถมยังพูดในขณะที่กำลังส่งยิ้มในระยะประชิดแบบนี้อีก แบบนั้นยิ่งทำให้ตัวฉันสั่นเข้าไปกันใหญ่เลยนะค้า T^T///

                “หหา ฉฉันไม่ได้หนาวขนาดนั้น -..-” ฉันโกหก

                “เห็นคุณสั่นไปหมดแล้ว”

                ฉันไม่ได้สั่นนะ ฉันเต้นอยู่ต่างหาก TOT;

                “ฝนคงตกอีกไม่นานหรอก ฉันไม่เป็นไร”

                “ผมว่าไม่ใช่ฝนแล้วนะ คล้ายๆ จะเป็นพายุ”

                “TTOTT!

                นั่นทำให้ความหวังที่แสนริบหรี่ในความคิดดับวูบไปในทันที อะไรจะซวยขนาดนี้ บ้านโดนยึดยังไม่พอ พอเหมือนจะได้ที่กบดานใหม่ แต่แค่คืนที่สองก็ตกอยู่ในสภาพมนุษย์หินอีกจนได้ ถ้าไม่เรียกซวยก็ไม่รู้จะอะไรแล้ว จู่ๆ บ้านทั้งบ้านก็หายไป เหมือนแกล้งกันชัดๆ!

                “ผมไม่อยากให้คุณป่วยเลย ความผิดผมแท้ๆ” เจอร์บอกเสียงอ่อน พลางมองออกไปข้างนอกที่ตอนนี้ยิ่งเลวร้ายยิ่งไปกว่าเดิม

                “ฉันขอให้นายพาฉันมาเองต่างหาก”

                “ที่ไหนกัน ผมเป็นคนชวนคุณมา แบบนี้ผมรู้สึกผิดนะ”

                “เอาน่า แค่ไม่มีผีสางนางไม้ หรือเสือสมิงโผล่มาฉันก็ยินดีที่จะยกโทษให้ ถ้าพรุ่งนี้เราจะมีชีวิตรอดกลับไปที่ฟาร์ม -.,-” บางทีแม่นมอาจจะยัดเยียดให้ฉันดูละครพื้นบ้านหลังดิสนีย์คลับมากไปจริงๆ -*-

                “ก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี” เจอร์แบะปาก

                “ฉันว่านายน่าจะป่วยมากกว่าฉันอีกนะ เอาแต่นั่งถอดเสื้อแบบนี้ -.,-

                “ตัวผมอุ่นอยู่แล้ว”

                “-//////-

                “ไม่เชื่อเหรอ ^^

                “ยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ!

                “ทำไมต้องหน้าแดงล่ะครับ” ไม่พูดเปล่า เจอร์เอียงคอมาสังเกตหน้าฉันใกล้ๆ ฉันจึงต้องรีบหลบหน้าหนีไปมองอีกทาง

                “บะบ้าาา! เวลาฉันหนาวมากๆ กก็หน้าแดงแบบนี้แหละ”

                ทำไมเวลาที่คนเราโกหกต้องพูดเสียงสั่นด้วยนะ >w<!

                “อ้ะ นั่นไง ยอมรับออกมาแล้วว่าคุณหนาว แถมหนาวมากๆ ด้วย”

                เอ๊ะหมอนี่! จะแกล้งยั่วให้ฉันไม่อยู่กับร่องกับรอยทำไมกันคะ ถึงความจริงจะไม่รู้สึกอะไร แต่การที่ผู้ชายโป๊นั่งตัวติดกันในคืนที่ฝนตกหนักแบบนี้ สาวโสดยังเวอร์จิ้นจิงเกอร์เบลอย่างฉันก็ใจสั่นหวั่นไหวเป็นเหมือนกันนะ และด้วยหน้าตาที่หล่อลากเลือด และหุ่นทรมานใจนั่นแล้ว ไฟไหม้ป่าร้อยเอเคอร์ก็ไม่ร้อนเท่า สาบานได้เลย! >.,<

                ไม่รู้ตัวว่าตอนนี้แสดงอาการออกไปมากแค่ไหน แต่ฉันเป็นคนประเภทเก็บอาการตัวเองไว้ไม่เก่งด้วยสิ ก็ตั้งแต่เกิดมาเคยมีแฟนไม่ถึงสามคน เพราะหาผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกันที่หล่อ และฐานดีถึงดีมากในระดับเดียวกันไม่ได้ เลยต้องขึ้นคานสูงเท่าๆ กับเสป็คกับผู้ชายในฝันแบบนี้ไงล่ะคะ T^T

                แต่ดูสิ คนที่ทำให้ใจสั่นอยู่ตอนนี้ กลับเป็นแค่หนุ่มลูกครึ่งที่ตั้งใจจะใช้บั้นปลายชีวิตอยู่ในป่าแบบนี้น่ะเหรอคะ นี่ผิดคาดไปเยอะเลย!

                ไม่นะๆ ต้องรีบเอาความคิดพวกนั้นออกจากหัวโดยด่วน!

                “ฉันง่วงแล้ว!

                ฉันโพล่งขึ้นมาตัดบทในที่สุด

                “นอนเถอะครับ”

                “ฉฉันจะเข้าไปนอนข้างในนะ T.T

                ไม่พูดเปล่า หันไปมองข้างในแล้วรู้สึกหวิวๆ พิกล เพราะนอกจากจะมืดสลัวแล้ว การไปนอนกลางดินแบบนั้นก็ไม่รู้ว่าจะหลับลงได้ยังไง มีแต่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวที่พอจะใช้รองได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ฉันไม่ทำแบบนั้นให้รู้สึกสงสารชีวิตตัวเองไปมากกว่านี้หรอก

                และหลังจากที่เจอร์มองตามฉันเข้าไปก็ออกความเห็นบ้าง

                “มันมืดนะเม แถมในถ้ำลึกๆ แบบนั้นอาจจะมีงู ค้างคาว นกนางแอ่น กบ อึ่งอ่าง ตะขาบ ตัวกินมด

                “พพอแล้ว TTOTT!

                แบบนั้นเอาสิงโตมางับหัวฉันไปเลยดีกว่า T_T;

                “จะนอนแล้วเหรอครับ งั้นฝันดีนะ”

                ยังมีหน้ามาบอกฝันดีอีก!

                “ไม่นอนแล้ว TOT;;

                “กลัวเหรอ งั้นนอนตรงนี้ก็ได้ครับ” เจอร์พูดพร้อมขยับตัวเล็กน้อย ยืดอกผายไหล่ผึ่งเหมือนกำลังชวนเชิญ แต่จะให้ฉันนอนซบอกเปลือยเปล่าผู้ชายเนี่ยนะ ไม่มีทาง!

                “นายแกล้งฉันเหรอเจอร์”

                “เปล่านะ เจอร์ยังไม่ได้ทำอะไรเลย >///<

                “นายแกล้งฉัน!

                “ผมเปล่าา”

                “เชอะ! งั้นฉันจะนอนจริงๆ แล้วนะ T_T

                “ข้างในนั่นเหรอครับ” พูดพร้อมชี้เข้าไปข้างใน กับทำหน้าหลอนสุดๆ -_-^

                “นอนบนไหล่นายเนี่ยแหละ!

                “ด้วยความยินดีครับ ^^

                “ด้วยความจำเป็นต่างหาก!

                “ไม่หรอก ลึกๆ แล้วผมเชื่อว่าเมยินดี”

                โอเค ตอนนี้ฉันได้ค้นพบอะไรบางอย่าง และพบว่าตัวเองคิดผิดมาตลอด!

                “T_T;; นายอยู่กับไอ้บ้ากรมากไปนะเจอร์”

                นั่นเรียกเสียงหัวเราะจากคนที่กำลังอ้อล้อได้อย่างดี

                “ก็ผมกับมันเป็นรูมเมทกันตั้งแต่ตอนอยู่ที่อังกฤษแล้วนี่นา”

                “O_o ห้ะ หมอนั่นจบนอกหรอกเหรอ?”

                “ไม่มีใครเคยบอกคุณเหรอ ใช่แล้วล่ะ เราเรียนไฮสคูลมาด้วยกันสามปี พอพ่อผมเสีย ผมตัวคนเดียว เลยมาอยู่กับมันที่นี่แหละ”

                ฉันส่ายหน้า ไม่อยากจะเชื่อ

                “ฉันคงเข้าใจผิดมาตลอดว่าอังกฤษเป็นเมืองผู้ดี หมอนั่นมันคนป่าไร้อารยะธรรมชัดๆ -.-

                “อ้ะ ผมบอกคุณแล้วนะว่าเราไม่ได้มาจากลอนดอน”

                “อ้ะ แต่นายไม่เคยบอกฉันว่านายกับกรแทบจะไม่แตกต่างกันเลย อย่างน้อยก็ในตอนนี้ TT^TT” ฉันพูดล้อเลียนเสียงเจอร์พลางทำหน้าเหลอหลาจนคนถูกเลียนหลุดหัวเราะออกมาอย่างเอาตาย เขาพยายามจะกลั้นหัวเราะทันทีที่ฉันหันไปมองตาขวาง เจอร์เลยเอาแต่ทำอมยิ้มต่อไป

                “ปกติผมไม่เคยรู้สึกสนิทกับใครเร็วขนาดนี้เลยนะ” เจอร์พูดขณะมองหน้าฉันนิ่งๆ

                “ที่ฉันยอมคุยกับนาย แถมยังไว้ใจให้พามาที่นี่ก็เพราะคิดว่านายเป็นคนดีต่างหาก!

                “ขอโทษนะที่ทำให้คุณผิดหวัง ผมแค่อยากเล่นน่ะ ปกติที่นี่ไม่ค่อยมีใครที่น่าแกล้งแบบคุณเลยซักคน” พูดออกมาแบบนั้นแล้วยังยิ้มอีกเนี่ยนะ!?

                “งั้นไอ้บ้ากรคงคิดเหมือนายมาตั้งแต่เด็กๆ เลยสินะ T^T

                “หมอนั่นชอบแกล้งคุณเหรอ”

                “ถ้าตอนนั้นฆ่ากันได้คงฆ่ากันตายไปแล้ว ดีนะที่ฉันเด็กเกินกว่าจะรู้จักวิธีอำพรางศพ และการฆาตกรรมที่ซับซ้อน -_,-

                “ฮ่าๆๆ คุณนี่จริงๆ เลย ^^

                “แล้วก็โชคดีของฉันที่หมอนั่นเด็กกว่าฉันอีกหนึ่งปี”

                “เวลาที่ได้คุยกัน หัวเราะกันแบบนี้ทำให้ลืมหนาวไปเลยนะว่ามั้ย ^^

                นั่นสินะ อย่างน้อยก็ครู่ใหญ่ๆ เลยที่ฉันไม่ได้รู้สึกหนาวและพูดเสียงสั่นออกไป แต่แล้วตอนนั้นเองรอยยิ้มของเจอร์ก็นำพาความหนาวเย็นมาให้ฉันอีกครั้ง ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้ขยันยิ้มนักนะ! แถมเวลาที่เขายิ้มมาให้แบบนั้นมักทำให้ฉันทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะทุกที

                อย่างแรก ฉันไม่ใช่คนที่ชอบยิ้มให้ใครง่ายๆ หรือแม้แต่จะยิ้มตอบก็เถอะ อย่างที่สอง ฉันไม่ชินกับการที่โดนมองแบบทะลุปรุโปร่งแบบที่เขาชอบทำ

                “เมื่อยปากบ้างมั้ยน่ะ” ฉันถามทำลายบรรยากาศแสนน่าอึดอัดแล้วลูบแขนตัวเองเพื่อไล่ความหนาว แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้หันไปมองเจอร์แต่อย่างใด

                “การมีความสุขมันไม่เหนื่อยหรอก ^^

                “ดีจังนะ”

                “ผมกำลังคิดในใจเล่นๆ ว่าทำไมคุณไม่ยิ้มคืนให้ผมบ้าง”

                ในใจมากเลยนายเจอร์ -*-

                “ฉันไม่ได้มีความสุขอย่างนายนี่” ฉันตอบแบบขอไปที เพราะพอพูดออกไปแบบนั้นก็พาลทำให้นึกถึงปัญหาใหญ่ที่ฉันเพิ่งทิ้งมันมาให้พ่อแม่จัดการ

                เหนื่อยเหลือเกิน

                “เรื่องอะไรล่ะ ให้เดาผมนะคงเป็นเรื่องที่ทำให้คุณมาอยู่ที่นี่ใช่ไหม คุณดูไม่ได้ชอบที่แบบนี้เท่าไหร่” ไม่แปลกที่ใครจะดูออก -_-^

                “ก่อนหน้านี้ฉันแทบไม่เคยเหยียบดินด้วยเท้าเปล่าด้วยซ้ำ”

                “ห้ะ? ตอนไปทะเลก็ไม่เคยเหรอ?”

                “กลัวเปลือกหอยบาดเท้าน่ะ =.=

                “แล้วความสุขของคุณคืออะไรล่ะ? ให้ผมเดาอีกทีนะ การที่มีเงิน มีชื่อเสียง การได้แต่งตัวสวยๆ เข้าสังคม นั่งร้านอาหารหรูๆ ใช้ของแพงๆ พักโรงแรมห้าดาวซื้อความสุขทุกอย่างที่จ่ายด้วยสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์ แบบนั้นใช่มั้ยล่ะ”

                TT.TT;;

                “แล้วไอ้ที่คุณไม่มีความสุขตอนนี้ ก็เพราะคุณไม่มีของพวกนั้นจะจ่ายไปอีกแล้วใช่มั้ย”

                “TTOTT!!

                พูดตรงเกินไปแล้วเจอร์ แงๆ T-T

                ถึงแม้จะเป็นเรื่องจริงอย่างที่เขาว่า แต่พอออกมาจากปากคนอื่นก็ทำให้รู้สึกว่าตัวฉันหดลงเหลือแค่นิดเดียว กลับไม่ได้รู้สึกดีกับสิ่งที่ตัวเองเป็นอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งที่ก่อนหน้านี้เรื่องที่เขาพูดมาทั้งหมดนับเป็นสิ่งที่ฉันภูมิใจมากที่สุดในชีวิตเลยนะ T^T!

                “แต่ความสุขที่ได้มาฟรีๆ มันก็ไม่มีอีกนั่นแหละครับ ^^;” เจอร์มองหน้าฉันอย่างตั้งใจเพื่อจะพูดต่อ “แต่คุณจ่ายได้ด้วยอีกอย่างนะลองใช้ไอ้นี่จ่ายดูบ้างสิ” เจอร์พูดพร้อมใช้นิ้วชี้จิ้มลงไปที่อกข้างซ้ายของตัวเอง พร้อมกับรอยยิ้มบนในหน้าที่แสดงถึงความภาคภูมิใจในที่เพิ่งพูดไป

                มันก็จริงของเขานั่นแหละ แต่สาบานได้ว่าท่าจิ้มของเขาเซ็กซี่กว่านายแบบสิบคนยืนแก้ผ้ายืนเรียงกันเสียอีก TwT///

                “ความสุขของฉันกับนายอาจไม่เหมือนกันหรอกเจอร์” ฉันพูดพยายามฝืนยิ้มอย่างฝืดๆ หลังจากพยายามไม่คิดเรื่องอกุศลเรื่องท่าจิ้มนั่นได้ -_-;

                “น่าเสียใจจัง” เขาพูดแล้วทำคอตก

                “หืม?”

                “คุณคงแอบคิดใช่ไหมว่า ผมคงเหมือนคนบ้าที่เอาแต่ยิ้มทั้งวัน”

                มาตั้งนานแล้วด้วย!

                “อ้ะ! นายพูดเองนะ >_<

                “แต่ผมเองเริ่มรู้สึกว่าตัวเองยิ้มมากเกินไปก็ตั้งแต่เมื่อวานที่คุณเดินมาเห็นผมอาบน้ำอยู่นั่นแหละ” เขาพูดโดยไม่มองหน้าฉันแม้แต่น้อย แต่ฉันเห็นเขายิ้มกว้างที่สุดก็เวลานี้แหละ

                ในตอนนั้นเองที่รู้สึกเหมือนฟ้าเพิ่งผ่าลงกลางร่าง เสียงฝนข้างนอกนั่นดูเหมือนเบาลงในพริบตา อะไรกันนี่ ทำไมรู้สึกปั่นป่วนขนาดนี้นะ! นี่เพิ่งวันแรกที่รู้จักกันเองนะ ทำไมถึงรู้สึกแปลกประหลาดมากขนาดนี้ ไม่นะ! ไม่ๆๆ หวั่นไหวไม่ได้เด็ดขาด!

                ไม่รู้จะตอบโต้อย่างไรดี

                “

                “นอนกันดีกว่าครับ พรุ่งนี้มีงานรออยู่ แถมเรายังมีเรื่องต้องสะสางกับใครบางคนอีกยาวเลย ^^+” เจอร์ทำลายความเงียบชั่วครู่ลงในตอนนั้นเอง ฉันที่หมดคำพูดไปเมื่อนาทีก่อนก็เริ่มเข้าสู่โหมดทำตัวไม่ถูกอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ลืมพยายามทำตัวเป็นปกติ

                แต่ถึงจะคิดอย่างนั้นก็ยากเกินกว่าจะทำได้ในทันที ฉันจับใจความเรื่องที่เขาเพิ่งพูดไปไม่ได้ด้วยซ้ำ รู้แค่ว่าเราควรจะจบการสนทนาอันน่าอึดอัดและสับสนไว้เพียงเท่านี้ก่อน

                “อื้มมม งั้น เอ่อ งั้นฉันจะไปนอนแล้วนะ!

                “จะไปหนายย นอนตรงนี้แหละ ^^” เขาใช้แขนที่แข็งแรงโอบตัวฉันกลับมาซบไว้ตรงไหล่กว้างของตัวเอง ตัวที่แข็งทื่อยิ่งกว่ารูปปั้น แงๆ

                “จ้ะ นอนตรงนี้ นะนอนเลยนะ TOT!!

                สาบานว่าทำตัวปกติได้แค่นี้จริงๆ

                โฮฮฮฮ~ อกมันจะระเบิดดด TT[]TT!!!

 





                รองเท้าแตะเพียงคู่เดียวของฉันกลายสภาพเป็นขยะเรียบร้อยแล้วหลังจากการจากบุกป่าอย่างหนักหน่วงเมื่อคืนนี้ -_- ตอนนี้ฉันจึงต้องพยายามทรงตัวอยู่บนส้นสูงแปดเซนติเมตรเดินไปตามพื้นดินที่แทบจะโดนเจาะทะลุโดยส้นเข็มอย่างง่ายดาย พอมาถึงบ้านน้องไก่ประตูที่ควรจะเปิดก็โดนปิดล็อคเอาไว้ คนงานบอกว่ากรเป็นคนถือกุญแจทั้งหมด ฉันเลยจำต้องเดินไปหาหมอนั่นถึงในฟาร์มโคนมด้วยสภาพตุปัดตุเป๋สุดๆ

                และนี่คือสิ่งที่ฉันพบเมื่อไปถึงหมอนั่นกำลังไล่เตะลูกน้องของตัวเองสองสามคนที่กำลังวิ่งเอาชีวิตรอดอย่างเอาเป็นเอาตาย -_-;

                เล่นอะไรเป็นเด็กๆ ไปได้

                และแม้ว่าทุกคนในฟาร์มจะมองฉันประหนึ่งตัวประหลาดเป็นตาเดียวมาตลอดทาง แต่ฉันก็ยังไม่เด่นพอที่จะให้กรและลูกน้องของเขาที่กำลังโดนไล่เตะหันมาสนใจ

                “ไหนบอกว่าไม่เหลือร่องรอยไงไอ้พวกโง่! แล้วไอ้บันไดนั่นหม่าม๊าพวกแกไปสร้างไว้ใหม่รึไงห๊ะ!!!?” กรตวาดใส่คนพวกนั้นอย่างโมโกโกรธา ยังคงไม่เห็นฉันที่ยืนเท้าสะเอวอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลออกมา

                แต่ฉันนี่สิคะ แทบควันออกหู

                “-_-+ อย่างนี้นี่เอง”

                สรุปบ้านทั้งหลังที่หายไปในวันเดียวนั่นก็เป็นฝีมือของไอ้บ้ากรทั้งหมดเลยสินะ ทำไปเพื่ออะไรกัน? เพื่อเอาคืนงั้นเหรอ? ชักจะปัญญาอ่อนและโหดร้ายเกินไปแล้ว!!

                “คอยดูนะ ฉันจะหักค่าจ้างพวกแกวันละเจ็ดสิบเปอร์เซนต์จากค่าจ้างทั้งหมด!!

                “ทำแบบนั้นไม่ได้นะลูกพี่ แล้วพวกผมจะเอาอะไรกิน TOT;

                “ไม่สนโว้ย!!

                “ลูกพี่ \TTOTT/

                กรไม่สนใจเสียงคร่ำครวญของลูกน้องเหล่านั้นที่ตอนนี้แทบจะลงไปนอนอยู่บนพื้น (เหมือนที่เขาเคยทำเด๊ะ -_-) และทันทีที่เขาหันกลับมาอีกทางก็พบฉันที่กำลังยืนจังก้าพร้อมส่งสายตาอาฆาต นั่นทำให้เห็นหมอนี่สะดุ้งโหยงเป็นครั้งแรก

                “=[]=!

                “บอกมานะ เมื่อคืนนายทำอะไร!?” ฉันย่ำเท้าเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าเขาก่อนจะพยายามคาดคั้น แต่คนตรงหน้าก็เอาแต่เบิกตาโตด้วยความตกใจที่ถูกจับได้

                “มะมาทำไม -.-

                “อย่าเปลี่ยนเรื่อง!

                “ละแล้ว ททำไมเธอถึงมาทำงานสายขนาดนี้!!

                หน็อย!! ทำผิด เปลี่ยนเรื่อง แล้วยังจะตะคอกใส่หน้าฉันอีกรึไง!!

                “ฉันก็จะมาเอากุญแจจากนายนี่ไง!” ฉันขึ้นเสียงบ้าง

                “ไม่ต้องเอาแล้ว ฉันขอย้ายเธอมารีดนมวัวตั้งแต่นี้ไป!” เขาขึ้นเสียงตอบ

                แต่เดี๋ยวนะอะไรนะคะ!? รีดนมเนี่ยนะ O_O;

                “ไม่ทำ TOT

                “ต้องทำ!

                “ไม่เอา TTOTT!

                “ยังไงก็ต้องทำ! ถ้าไม่อยากทำมาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลย!

                ให้ตายสิ! อย่างกับฉันอยากจะอยู่ตายล่ะที่นี่ นอกจากหาความบันเทิงใจไม่ได้แล้วยังโดนแกล้ง ข่มเหง กดดันสารพัดอีกต่างหาก!

                “ก็ได้! ฉันจะกลับกรุงเทพ!

                “ไม่เอา!

                “เอ๊ะนาย!?

                ควรจะดีใจไม่ใช่รึไง -_-;

                “ไม่เอา T^T

                “เป็นบ้าอะไรของนายเนี่ยห้ะ!?

                “ไม่บอก” เขาหันหลังให้ฉันแล้วรีบก้าวจ้ำๆ เดินออกไปทันที

                และในตอนนั้นเองที่ฉันเดินตามเขาไปพลางตะโกนตามหลังออกไปอย่างเหลืออด

                “นี่ไอ้กรบ้า! ฉันจะไม่คุยกับนายแล้ว! และต่อไปนี้ฉันจะไม่ฟังคำสั่งใดๆ จากนายทั้งนั้น ฉันจะทำตามคำสั่งของลุงปั้น ป้าพิมพ์ และเจอร์เท่านั้น!!

                “

                “เอากุญแจมา” ฉันพูดพลางเดินเข้าไปตัดหน้า และแบมือออกไปตรงหน้า พร้อมกับแบะปากด้วยความไม่พอใจ

                กรกัดฟันกรอด ไม่ได้มองฉันแม้แต่น้อย แต่ก็ส่งกุญแจให้แต่โดยดี

                “ได้แล้วก็ไปให้พ้นๆ หน้าฉันเลย”

                “นนายว่าอะไรนะ!?

                “ได้แล้วก็ไปสิ”

                เขาพูดแล้วเดินจากไป





:: โปรดติดตามตอนต่อไป ::

หว๋าาา ดูเหมือนเจ้ากรจะงานเข้าซะแล้ว >O<!! ไม่รู้ว่าไปโกรธเกลียดใครมาจากไหน ฮ่าฮ่า
เดินทางมาถึงตอนที่ห้าแล้ว ยินดีต้อนรับนักอ่านใหม่ทุกคนที่หลงเข้ามาในนิยายเรื่องนี้
และขอบคุณสำหรับทุกๆ คอมเม้นท์ที่ทำให้ไรเตอร์ปั่นตอนห้าออกมาได้สำเร็จ
เห็นมั้ยว่าคอมเมนท์ของรีดเดอร์มีอิทธิพลต่อการอัพของหมาแคร์มากเลย ฮ่าฮ่า
เพราะฉะนั้นอ่านแล้วอย่าเป็นเงานะค้าบบบ เม้นให้กันหน่อย สนุกไม่สนุก ชอบไม่ชอบ ติชมได้ฮะ
และอย่างเคย เจอกันตอนหน้านะค้าบทุกคน ^O^ มีความสุขกับวันหยุดยาวนี้มากเน้!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

161 ความคิดเห็น

  1. #126 จินฮู (@urngforever) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2554 / 19:19
    กรแกซึนป่ะ รู้สึกว่ามันจะ...ไปหน่อยนะแกอ่ะ -_-"
    #126
    0
  2. #125 ....... (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2554 / 19:06
    อ๊ายยยย เจอร์น่ารักอ่ะ

    อยากเอามาเก็บที่บ้านบ้าง
    #125
    0
  3. #124 ลิปควิด (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2554 / 22:46
    กรหึงแล้วอ่ะ เมรีบง้อเน้อ
    #124
    0
  4. #123 jeyeon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2554 / 21:25
    เรื่องนี้สนุกมากเลยค่ะ

    มาอัพต่อไวๆนะ
    #123
    0
  5. #122 Eres (@yusadsad) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2554 / 14:26

    เจอร์ยิ้มตลอดเลยอ่ะน่ารักจริง >//<

    #122
    0
  6. #121 PRAEWY GAGA . (@praewpun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2554 / 13:02
    กรเป็นไรมากมั้ยอ่าาา...
    ชอบเจอร์!! น่ารักมากๆๆๆ
    อยากไปเป็นนางเอกตอนที่อยู่ในถำ้จัง*0*
    เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ค่า^__________^
    #121
    0
  7. #120 iShika (@kunsuke) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2554 / 22:57

    ชอบแบบกร  เจอร์แสนดีไปอะ
    555
    ชั้นซาดิส  กิกิกิ

    #120
    0
  8. #119 • Weiblich. y (@lion-weiblich) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2554 / 21:05
     แอร๊ยยยย หลงรักทั้งสองคน 5555555555555
    #119
    0
  9. #118 Madam Choi ,, (@lunjang) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2554 / 21:03
    กรซึนอ้ะ! น่ารักที่สุด 5555
    แต่ไหล่เจอร์ก็น่าซบเหมือนกันนะ >.,<
    #118
    0
  10. #117 เป็ดพิษ (@pleese) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2554 / 20:27

    กรซึนนี่หว่า -w-
    ย้ายข้างแล่ว หลายตอนที่แล้ว(?)บอกเชียร์กร
    ตอนนี้เชียร์เจอร์สุดตรีล 5555

    #117
    0
  11. #116 BooM BooM (@bumbim3) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2554 / 19:05
    หนุกมากเลย><
    #116
    0
  12. #115 น้องม่าน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2554 / 17:54
    กรี๊ดกร๊าดดด เชียร์เจอร์นะ แต่อิกรน่ารักไม่ไหวแล้ว กรจ๋า ซบอกเจ้มาลูกก ~3~ 333
    #115
    0