Gotta be you! เก็บรักเกี่ยวหัวใจหนุ่มไร่สุดหล่อ ♥

ตอนที่ 5 : Chapter 3 : First kiss.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 366
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    2 ธ.ค. 54





3.




                ใช้เวลาแค่แปดนาทีฉันก็วิ่งมาหยุดหน้าโรงเรือนที่คนในฟาร์มเรียกกันว่า ‘บ้านไก่’ เรียบร้อยแล้ว และถ้าถามว่าพลังงานที่ใช้นั้นมาจากไหน ตอบได้เลยว่าเป็นเพราะแรงกัดดันจากภาพในจินตนาการตอนที่คุณหนู(อดีต)ทายาทพันล้านอย่างฉันต้องมานั่งรีดนมวัวสลับกับใช้มือเดียวกันนั้นซับเหงื่อออกจากใบหน้าอันน่าทะนุถนอมของตัวเองเพื่อหาเลี้ยงชีวิตไงล่ะ -_-;

               
แต่ดูเหมือนนั่นไม่ได้เร็วอย่างที่คิด…

               
มองเข้าไปในโรงเรือนก็พบผู้ชายคนหนึ่งมาถึงก่อนหน้าแล้ว เขากำลังเดินวนเวียนอยู่ใกล้ๆ กับกองกระเป๋าเสื้อผ้าของฉัน และถ้าเดาไม่ผิดผู้ชายคนนั้นเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ‘เจอร์’ ที่คงจะได้รับมอบหมายให้มาดูแลฉัน แต่เท่าที่ฉันจำได้กรให้เวลาตั้งสิบนาทีไม่ใช่รึไง -*-

               
แบบนี้ก็ไม่ได้อยู่ในข้อตกลงเรื่องรีดนมวัวแล้วใช่มั้ย T^T;

               
“เอายังไงดี T^T”

               
ฉันพูดกับตัวเองอย่างคิดไม่ตก ยังคงด้อมๆ มองๆ ไกลออกมาจากประตูไม่กี่เมตร และในตอนนั้นเองที่เขาหมุนตัวมาทางประตูสามอีกสิบองศา ฉันจึงมีโอกาสได้เห็นใบหน้าของเขาชัดๆ หลังจากได้เห็นหุ่นล่ำทรมานใจไปแล้วเมื่อคืน -_-*

               
อ…อ้าว ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเจอร์เป็นฝรั่ง ไม่สิ จริงๆ แล้วหน้าตาแบบนี้น่าจะมีเชื้อสายไทย หรือเอเชียรวมอยู่ด้วยต่างหาก แต่ด้วยผมสีน้ำตาลสว่าง และจมูกโด่งเป็นสันเกินจริง กับรูปร่างสูงใหญ่นั่นก็ทำให้เขาดูเหมือนชาวตะวันตกมากกว่าอยู่ดี

               
ถึงว่า! ผู้ชายคนนี้ถึงได้มีอะไรสะดุดตาเป็นพิเศษ ว่าแต่…ทำไมหมอนี่ถึงเข้ามาอยู่ในป่าลึกขนาดนี้ได้ ทั้งหน้าตา และหุ่นแบบนี้ไปเป็นนายแบบมากกว่าเกษตรกร! –O-

               
แม้ว่ามองผ่านๆ แล้วเจอร์ไม่น่าจะเป็นคนร้ายกาจอะไร แต่เรื่องเมื่อคืนที่ฉันเผลอไปยืนมองเขาแก้ผ้าอาบน้ำกลางที่โล่งแจ้งแบบนั้นก็ทำให้ยากเหลือเกินที่จะเดินบากหน้าเข้าไปแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ให้ตายสิ! แค่คิดก็ทำเอาหน้าร้อนไปหมดแล้ว >/////<

               
ไม่คิดเปล่า ใช้ฝ่ามือทั้งสองกุมหน้าของตัวเองไว้พร้อมกับหลับตาเพื่อผ่อนคลาย…

               
“OoO ว้ายยย!”

               
“ครับ?” คนที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นถามพร้อมเอียงคอเล็กน้อย

               
“น…นายมายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน TOT!?”

               
“ผมก็เพิ่งเดินมาถึงนี่ละครับ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า”

               
“=//////= มะ…ไม่”

               
เงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็พบว่าเจอร์มายืนอยู่ตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว นั่นทำให้ฉันเสียสมาธิโดยไม่ทันตั้งตัวเลยทีเดียว แต่แม้ว่าจะรู้สึกประหม่ามากขนาดไหนก็ต้องพยายามเผชิญหน้าคนตรงหน้าแบบปกติที่สุด แต่ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ ภาพเมื่อคืนคงยังติดตามาถึงวันนี้อยู่เลยนะคะ โฮกก TOT!

               
“เจอรามีครับ เรียกผมว่าเจอร์เฉยๆ ก็ได้นะ ผมเป็นคนดูแลโดยรวมของที่นี่ ^O^” เขาแนะนำตัวเองเป็นภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำด้วยสำเนียงที่น่ารักที่สุดในโลกกกหลังจากถอดหมวกปีกกว้างแบบคาวบอยของตัวเองออกพร้อมกับยิ้มกว้างที่ดูจริงใจเหลือเกิน ♥

               
รอยยิ้มและวิธีการใช้น้ำเสียงหวานๆ นั่นทำให้ผู้ชายดูดีขึ้นกว่าเดิมอีกห้าสิบเปอร์เซ็นต์แม้กระทั่งกับคนป่าตรงหน้าก็ไม่เว้น! *O*

               
“ฉ…ฉัน เมญ่า แต่เรียกเมเฉยๆ เถอะค่ะ >O<”

               
ไม่น่าเชื่อเลยว่าการจับมือที่ใช้ทักทายกันปกติจะทำให้ฉันประหม่าได้มากถึงขนาดนี้!

               
ทรงผมยุ่งๆ ของเจอร์ไม่ได้ทำให้ความหล่อของเขาลดลงเลยแม้แต่น้อย นัยตาโตสีน้ำตาลอ่อนกับแววตาน่ารักซุกซนแต่ดูเป็นมิตรนั่นสะกดฉันให้เผลอมองจนเกือบจะละสายตาออกไปไม่ไหว รอยยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันขาวเรียงตัวสวยอยู่ระหว่างเรียวปากสีชมพูเนียนใสสส โอ้มายก้อด! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้ชายคนนี้มีชีวิตอยู่ในป่า และคลุกคลีอยู่ในวัฏจักรของพวกสิงสาราสัตว์พวกนี้จริงๆ

               
หล่อโคตรๆ เลยอ้า *O*

               
“มองเสร็จรึยังครับ? ^^”

               
“ห…หา?”

               
“ฮ่าๆ งั้นก่อนอื่น ผมอยากให้คุณรู้จักบ้านน้องไก่ของเราก่อน”

               
“บ้านน้องไก่? -_-”

               
“ผมชอบเรียกแบบนั้น เพราะมันฟังดูน่ารักกว่า ^^ อ่ะ ตามผมมาครับ”

               
ผู้ชายอะไรพูดจาน่ารัก แถมยังอมยิ้มตลอดเวลาอีก >3<

               
ฉันเดินตามเจอร์เข้าไปในบ้านน้องไก่อย่างล่องลอยสุดๆ เขาดูเหมือนไม่ได้สนใจอาการขาดสติของฉันมากนัก และฉันเองก็พยายามบอกตัวเองให้กลับมาเป็นปกติโดยด่วนที่สุดทันทีที่เริ่มรู้สึกว่าเริ่มจะเสียความเป็นตัวเอง ยังไงหมอนี่ก็เป็นแค่คนป่าที่บังเอิญหน้าตาหล่อและเป็นลูกครึ่งอังกฤษ =.,=

               
แต่แปลกที่เหตุผลเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เจอร์ดูน่าสนใจน้อยลงไปสักนิดเลยอ่ะ *O*

               
“โรงเรือนไม้นี้เป็นแบบจั่วสองชั้น ซึ่งจะทำให้น้องไก่เย็นสบายตลอดเวลา เพราะมันค่อนข้างจะระบายความร้อนได้ดีกว่าอีกโรงนึงที่ใช้เลี้ยงลูกไก่ที่มีอายุไม่กี่วัน เดี๋ยวคุณจะได้เห็น กลิ่นมันค่อนข้างเหม็นไปหน่อยนะ บางทีคุณอาจจะต้องใช้นี่ แต่เดี๋ยวอยู่ๆ ไปสักพักก็จะชินเอง” เจอร์ยื่นหน้ากากอนามัยให้ฉันมาสวมไว้ ขณะที่เดินพาทัวร์รอบกรงไก่สูงสองชั้นที่ยาวไปถึงท้ายโรงเรือนทั้งสองฝั่งอย่างไม่เร่งรีบ -_-;

               
แต่ฉันนี่เหม็นจะแย่ จะหายใจไม่ออกอยู่แล้วนะค้า TOT!

               
“ไก่พวกนี้เป็นไก่ไข่ทั้งหมด กรงฝั่งซ้ายของบ้าน ไก่จะมีอายุประมาณสิบสัปดาห์ ส่วนฝั่งนี้อายุสิบห้าสัปดาห์ เราจำเป็นต้องให้แสงพวกมันเท่าๆ กันวันละสิบสามชั่วโมง ให้น้องไก่พวกนี้มองเห็นเวลากินน้ำ กินอาหาร แล้วยังสำคัญต่อการให้ไข่ของมันอีกด้วย และนี่เรียกว่ารังไข่ พอพวกมันไข่ออกมาปุ๊บผลผลิตน้อยๆ ของเราก็จะกลิ้งๆๆ ออกมาตามแนวเอียงออกมาข้างนอกนี้ สะดวกต่อการเก็บทีเดียวเลยแหละ ผมหมายถึงอย่างน้อยก็ไม่ต้องไปต่อสู้กับบรรดาแม่ๆ ของพวกมันข้างในนั้นน่ะ ฮ่าๆ”

               
“อ…อย่างนี้นี่เอง –O-”

               
ประหนึ่งกำลังอยู่ในห้องเรียนวิชาเกษตรฯ ยังไงอย่างงั้น -O- รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างแต่ฉันก็ยังพยายามจะฟังเจอร์ที่ยังคงให้ข้อมูลอย่างตั้งใจ พร้อมทั้งใช้มือชี้บอกตำแหน่งสิ่งต่างๆ ที่เขากำลังพูดถึงไปด้วย

               
เมื่อยชะมัด! เกิดมาไม่เคยจะต้องมาทำอะไรแบบนี้มาก่อน แต่เอาเถอะ! เพื่อไม่ให้เป็นการเสียน้ำใจจะอดทนอีกนิดแล้วกัน แม้ว่าส่วนตัวฉันจะไม่ค่อยเข้าใจและหัวไม่ไปทางนี้มากๆ ก็เถอะ TOT!

               
มาถึงขนาดนี้แล้วคงต้องยอมรับชะตากรรมเท่านั้นสินะ ฮึ่มมม TOT;;

               
สังเกตได้ชัด แม้ว่าเจอร์เพิ่งจะอายุยี่สิบสาม แต่วิธีที่เขาพูดและวางตัวไม่ได้ดูขาดวุฒิภาวะเหมือนใครบางคนเลยสักนิด (คงรู้นะว่าฉันหมายถึงใคร -_-+) เท่าที่ได้ทำความรู้จักแบบผิวเผิน ฉันว่าผู้ชายสองคนนี้ต่างกันสุดขั้วเลยล่ะ ต่างกันจนแทบจะไม่น่าจะมานับญาติเป็นพี่เป็นน้องกันได้ ต่างกันมากเกินไป!

               
ในขณะที่ฉันกำลังคิดอะไรไปเพ้อเจ้ออยู่คนเดียว เจอร์ก็ยังคงอธิบายต่อ และหันมายิ้มทุกครั้ง และพบว่าฉันกำลังเดินตามเขาไปอย่างตั้งใจ แม้จะเดินเขย่งหลบเศษฝุ่นเศษฟางอยู่บนรองเท้าแตะตัวเอง และปรายตาไปมองกระเป๋าตัวเองที่ถูกนำมากองไว้กลางโรงเรือนด้วยความสงสารในชะตากรรมบ้างเป็นบางเวลาก็เถอะ

               
“อันนี้คือถังอาหาร กับรางให้น้ำ กรสั่งผมว่าให้คุณรับผิดชอบเรื่องให้อาหารและน้ำไก่พวกนี้ตามตารางเวลา ให้แสงพวกมัน รวมถึงเก็บไข่ไก่ในทุกๆ ตอนเช้าด้วย อย่าเพิ่งทำหน้าแบบนี้สิครับ ยังไม่ได้เริ่มวันนี้หรอก วันนี้คุณตื่นสายเกินไป ^^”

               
นี่ยังสายอีกเหรอคะ ยังไม่เจ็ดโมงเช้าเลยด้วยซ้ำ! T_T;

               
“ว่าแต่ทั้งหมดนี่เลยเหรอ TOT?”

               
“มันว่างั้นนะ แต่เดี๋ยวผมจะปริตัวมาช่วยแล้วกัน จนกว่าคุณจะเป็นงาน ^^”

               
“อะ…อื้ม ขอบคุณนะ >O<”

               
เจอร์ยิ้มมุมปากและหยุดมองมาที่ฉันเล็กน้อยด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้เลยว่ากำลังคิดอะไร แต่ก็ดูอัธยาศัยดี และสุภาพกว่าคนที่นับเป็นน้องชายของเขาประมาณล้านเท่า…จริงๆ มากกว่านั้นนะ -*-

               
สักพักเจอร์ก็พูดต่อ

               
“รู้อะไรมั้ยตอนผมมาที่นี่แรกๆ ก็เป็นแบบนี้คุณนี่แหละ ฮ่าๆ”

               
เจอร์เดินนำออกมาจากบ้านน้องไก่ เพราะเหมือนจะดูรู้ว่าฉันเริ่มจะทนกลิ่นขี้ไก่ และความอับในนั้นไม่ไหวเต็มที เขามองหน้าฉันพลางอมยิ้มแล้วหันไปหลุดขำ ยกมือปิดปากหัวเราะอย่างชอบใจ ตาของเขาหยีจนแทบมองไม่เห็นเวลาหัวเราะ

               
“ยังไงล่ะ -.,-“

               
ฉันถอดหน้ากากออกพลางเดินตามออกมาและถามต่อทั้งๆ ที่ยังรู้สึกมึนหัวแปลกๆ

               
“ก็เอ๋อๆ แบบนี้แหละ”

               
ว่าฉันเอ๋องั้นเหรอ T^T

               
“แต่คุณยังเอ๋อได้น่ารักกว่าผมเมื่อสองสามปีก่อนมากนะ ฮะๆๆ ^^”

               
ไม่รู้ว่านั่นเป็นคำชมหรืออย่างไร แต่ก็ทำให้ฉันหลุดยิ้มและรู้สึกเขินขึ้นมานิดๆ อย่างน่าประหลาด บ้าจริง! อยู่ๆ อากาศแถวนี้ก็ดีขึ้นมาซะอย่างนั้น

               
หายมึนหัวเลยทีเดียว *O*

               
ไม่ได้การละ! ต้องรีบเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างเร่งด่วน! >_<;;

               
“ง…งั้น ก่อนหน้านี้นายไปอยู่ไหนมาล่ะ”

               
“ก่อนหน้านี้เหรอ อืม…”

               
“…”

               
“ตอนที่พ่อยังไม่เสีย ผมเรียนอยู่ที่อังกฤษ ไม่ใช่ลอนดอนนะ นอร์วิชน่ะ” เขาตอบทั้งที่กำลังยิ้มอยู่แม้ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่จะทำใจยอมรับได้ง่ายๆ เลยสักนิด เพราะแบบนั้นเองฉันก็เลยตัดสินใจที่จะไม่ถามถึงเรื่องพวกนั้นต่อ เขาดูอ่อนโยน หากแต่เข้มแข็งกว่าที่คิด

               
“เสียใจด้วยนะ”

               
อย่างน้อยฉันก็ได้รู้ว่าเจอร์ไม่ใช่คนป่าอย่างที่เคยคิด >O<!

               
“เจ็ดโมงกว่าแล้ว ผมทิ้งงานไว้ให้คนงานคนอื่นทำต่อ ตอนนี้คงจะต้องกลับไปที่คอกม้าแล้ว วันนี้สำหรับคุณคงไม่มีอะไรให้ทำแล้วล่ะ คิดว่านะ ฮ่าๆ ไปนอนต่อเถอะ ดูคุณยังเพลียๆ”

               
เมื่อกี้เห็นเจอร์แหงนหน้าคำนวณเวลาจากการมองท้องฟ้าด้วยล่ะ อ๊ายยย เท่เป็นบ้า! อย่างกับพระเอกในหนังฝรั่งไม่มีผิด >O<!

               
แต่…ฉันคิดว่าตังเอคงจะไม่ว่างถึงขนาดนั้น หลังจากนึกขึ้นได้ว่ายังมีอะไรต้องทำอีกเยอะ แถมเยอะมากเลยล่ะ! TOT!!

               
เกือบลืมเรื่องนั้นไปแล้วสิ การย้ายมาอยู่ที่นี่เป็นอะไรที่วุ่นวาย และยากต่อการปรับตัวซะเหลือเกิน เพลียจนจัดการกับชีวิตได้ยากลำบากจริงๆ T_T;

               
“เจอร์ นายพอรู้มั้ยว่าที่นี่ฉันพอจะใช้อินเทอร์เน็ตหรือสัญญาณมือถือจากที่ไหนได้บ้าง?”

               
“ลืมอย่างแรกไปได้เลย แต่ถ้าหากคุณจะใช้โทรศัพท์มีทางเดียวก็คือจากโทรศัพท์ส่วนกลางของฟาร์ม”

               
“ไม่ได้หรอก ฉันต้องส่งงานผ่านอีเมล์ คงต้องใช้จีพีอาร์เอสหรือไม่ก็เอดเป็นอย่างน้อยน่ะ TOT!”

               
“งั้น…งั้นคุณก็คงต้องขึ้นไปบนเขาโน่นน่ะ ที่นั่นพอจะรับสัญญาณติดบ้าง” เขาบอกแล้วชี้ไปยังภูเขาลูกที่เห็นอยู่ไม่ไกลนักแล้วพูดต่อ “ตรงนั้นก็ยังอยู่ในเขตของฟาร์ม ผมเพิ่งขี่ม้ากลับมาจากที่นั่นเมื่อเช้านี่เอง”

               
“TTOTT!!”

               
บนเขาเลยเหรอคะ จะโทรศัพท์ทีนึงก็ต้องลากสังขารขึ้นไปบนเขาเชียวเหรอคะ แงๆๆ แล้วอย่างนี้จะส่งงานได้ยังไงล่ะคะเนี่ย มีโอโฟนก็ไม่ต่างกับสามสามหนึ่งศูนย์เมื่อมาอยู่ในบ้านนอกคอกนาแบบนี้ ฉันอยากตาย ฮือๆ TOT!

               
หลังจากบทสนทนาที่ดูเหมือนจะจบลง เจอร์ก็หมุนตัวเดินออกไป แต่ทว่าออกไปได้แค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้นเขาก็หันกลับมาพูดอะไรอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มเหมือนทุกที

               
“แต่…มันมีบ้านพักอยู่บนนั้น แล้วคืนนี้ผมเองก็ตั้งใจตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่าจะไปนอนค้างที่นั่นสักคืน แค่บอกไว้ก่อน เผื่อคุณสนใจอ่ะนะ”

               
“หะ…หา”

               
ฟังดูมันก็น่าสนุกอยู่หรอก แต่ฉันไม่ใช่มนุษย์ที่ถูกกับธรรมชาติ หรือรักสัตว์ป่าอะไรทำนองนั้นซะด้วยสิ เคยเห็นแต่ในหนังในละครเวลาที่ไปตั้งแคมป์ในป่า แต่แค่การนั่งรถมาไกลถึงที่นี่ฉันก็รู้สึกได้แล้วว่าชีวิตในฟาร์มกลางป่านี่มีแต่จะทำให้ฉันเครียด และเฉาลงทุกๆ ชั่วโมง T^T

               
“ผมเลิกงานหกโมงเย็น” เขาพูดขึ้นอีกครั้งแล้วหมุนตัวเดินกลับไปเช่นเดิม

               
ให้ตายเถอะ! ทำไมถึงยากลำบากถึงขนาดนี้นะ สัญญาณมือถือแค่นี้ต้องขึ้นไปถึงบนเขาเลยรึไง! ไม่ได้อยากไปเลยสักนิด T-T แต่เรื่องงานก็ดันเป็นเรื่องจำเป็นระดับคอขาดบาดตายด้วยน่ะสิ ให้มันได้แบบนี้เซ่! นี่ฉันจะต้องขึ้นเขาไปนอนค้างกับผู้ชายที่เพิ่งเจอกันวันที่สอง แถมเพิ่งจะรู้จักกันวันแรกเพียงสองต่อสองจริงๆ เหรอเนี่ย TOT;;

               
ถึงแม้ผู้ชายที่ว่าจะหล่อมากก็เถอะ -.,-

               
“ตกลงคุณจะไปไหม?”

               
เสียงนั้นทำฉันสะดุ้ง

               
เจอร์ที่เดินไกลออกไปแล้วตะโกนตามหลังกลับมาถามซ้ำอีกครั้ง แม้ว่ายังไม่ได้ตัดสินใจแน่นอน แต่ฉันก็พยักหน้าเป็นการรับปาก เขายิ้มหวานแล้วเอาหมวกในมือขึ้นมาใส่ให้ตัวเองและเดินออกไปจนหายไปในที่สุด ให้ตายสิ! ฉันเพิ่งตอบตกลงคำชวนนั้นไป!

               
งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข~

               
“เอาล่ะ ยัยเมญ่า ท่องไว้ๆ แกจะมีเงินติดตัวห้าร้อยตลอดไปไม่ได้! TT^TT;”

               
พูดให้กำลังใจตัวเองก่อนจะสวมหน้ากากอนามัยอีกครั้ง เดินลุยเข้าไปในบ้านน้องไก่เพื่อค้นหากระเป๋าใบที่ใส่ macbook ไว้ด้วยความฮึกเหิมสุดพลัง ถึงเวลาเตรียมพร้อมสะสางงานเขียนคอลัมพ์ที่ค้างเอาไว้ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องซะที และงานนี้มีกำหนดเดทไลน์แค่วันนี้วันเดียวเท่านั้น!

               
และท็อปปิกคอลัมพ์ที่กำลังเขียนนั่นคืออะไรรู้ไหม?

               
‘LifeStyle คนเมือง!’

               
จะมีใครรู้ไหมว่าฉันยังต้องใช้ชีวิตตรอมตรมอยู่กับวัวกับควายในขณะที่ต้องเขียนเรื่องพวกนี้ลงในหนังสือแฟชั่นแนวหน้าของประเทศ!

               
ดูรอบๆ ตัวฉันสิ… ไม่ว่าอะไรๆ ก็ดู fashionable ไปเสียหมด TOT!!! (ประชด)







               
สุดท้ายก็จัดการกับต้นฉบับตรงหน้าเสร็จได้ทันเวลา นับเป็นครั้งแรกที่ฉันไม่ได้เข้าถึงหัวข้องานเขียนของตัวเองแม้แต่นิดเดียว -_-; มันจะเป็นอย่างนั้นได้ยังไง ในเมื่อรอบตัวตอนนี้คือกรงไก่ที่ห้อมล้อมอยู่รอบตัว คอยส่งเสียงร้องน่ารำคาญตลอดทั้งวัน แถมกลิ่นก็ยังไม่พึงประสงค์แบบสุดๆ จนต้องคอยอุดจมูกอยู่ตลอดเวลา ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่ใช้เวลานั่งจิ้มแป้นพิมพ์อย่างชำนาญ (แต่ไม่สะดวก) อยู่บนกองกระเป๋าที่ถูกตั้งซ้อนกันสูงขึ้นจากพื้นเกือบเมตรครึ่งนี่

               
ขั้นตอนอิมพอร์ตไฟล์ลงในไอโฟนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือขั้นตอนสุดท้ายคือการส่งอีเมล์ถึงบก.เท่านั้น การมาอยู่ที่นี่มีข้อดีกับงานของฉันเพียงข้อเดียวจริงๆ ก็คือ บก.หรือบรรณาธิการคนอื่นๆ ไม่สามารถโทรศัพท์เข้ามาทวงงานสร้างความกดดันให้ได้ (แน่สิ -_-) และหวังว่าคนที่สำนักพิมพ์จะเชื่ออย่างสนิทใจว่าฉันกำลังอยู่ในหน้าที่ครูบ้านนอกอาสาฯ อย่างที่โกหกไปจริงๆ -*-

               
“ไง นี่คุณอยู่ในนี้ตลอดเลยเหรอ”

               
ฉันตกใจเพราะเสียงนั้นเล็กน้อย พอหันไปตามเสียงก็พบเจอร์ที่อยู่ในชุดคาวบอยเต็มยศกำลังเดินเข้ามาในบ้านน้องไก่ และถามด้วยความประหลาดใจ

               
“ก็ในนี้มันอากาศเย็นที่สุดเท่าที่ฉันพอจะหาได้น่ะ แดดข้างนอกนั่นฆ่าผิวฉันได้สบายๆ เลย ไม่ต้องพูดถึงในบ้านนะ เป็นบ้านไม้ที่อากาศร้อนที่สุดเท่าที่เคยเจอเลยล่ะ T^T”

               
แต่เอาจริงๆ ในบ้านน้องไก่ก็ยังเย็นไม่พอที่จะทำให้ฉันหายหงุดหงิดการสภาพความเป็นอยู่แบบคนที่นี่ได้…หมายถึงคนป่าน่ะ T^T

               
“ฮ่าๆๆ พอดีผมพักกลางวันน่ะ ไม่เห็นคุณที่โรงอาหารก็เลยมาดู”

               
“โรงอาหาร? -_- ที่นี่มีโรงอาหารด้วยเหรอ”

               
นึกว่าโรงเรียนประถม -*-

               
“อ้าว กรไม่ได้บอกคุณหรอกเหรอ แปลกแฮะ”

               
“สงสัยหมอนั่นไม่อยากให้ฉันกินข้าวเที่ยงล่ะมั้ง -_-!”

               
ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ แทบไม่อยากจะจินตนาการโรงอาหารที่เต็มไปด้วยคนงานทั้งฟาร์มไปรวมตัวกันอยู่เลย TOT!!

               
“ผมก็ยังไม่ได้กินอะไรเหมือนกัน ไปกัน ลงมาเถอะ เดี๋ยวผมช่วยนะ” เจอร์ไม่พูดเสียงหวานเปล่า เดินมารออยู่ข้างๆ กองกระเป๋าที่ฉันขึ้นไปนั่งอยู่ พร้อมส่งมือมารอรับให้ฉันกระโดดลงไป เพราะดูเหมือนว่าจะเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ลงไปจากกองสัมภาระที่สูงเกือบเท่าตัวเองได้ (ว่าแต่ฉันขึ้นมาได้ยังไงเนี่ย -_-)

               
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียน้ำใจฉันจึงส่งไปให้เขาจังไว้แม้จะประหม่ามากแค่ไหนก็ตาม เพราะจนถึงตอนนี้ฉันก็ยังจำภาพคืนก่อนได้ชัดยิ่งกว่าระบบ HD ในระบบไหนๆ เสียอีก -.,- แม้ว่าเจอร์เองดูเหมือนไม่ได้ติดใจอะไรเรื่องนั้นแล้วก็เถอะ แต่ฉันเป็นผู้หญิง เรื่องแบบนั้นน่ะช่างน่าขายหน้าที่สุด!

               
มัวแต่คิดถึงเรื่องพวกนั้นจนขาดสมาธิอีกแล้ว!!

               
ฉันว่าฉันเพิ่งจะก้าวขาพลาดไปนะ TTOTT!!

               
“OoO!!! อุกรี๊ดดดดด”

               
“เฮ้ยยยย >w<!”

               
\(--3--)/ ♥

               
แค่เพียงวินาทีเดียวร่างกายของฉันก็เสียการทรงตัวฉับพลันกลางอากาศ ก่อนจะล้มลงไปนอนทับอยู่บนเรือนร่างอันแข็งแรงของคนที่จะพยายามจะช่วยแต่ก็ดันเสียหลักตามไปด้วย

               
O______O!!!?

               
และตอนนี้เองที่รู้สึกเหมือนริมฝีปากของเราทั้งสองได้สัมผัสกันในตำแหน่งที่แนบแน่นอย่างไม่ต้องสงสัย มะ…ม่ายน้า!! TOT!!!

               
ตกลงมาคร่อมตัวเขาไว้ยังไม่พอ ปากของฉันยังเลือกตำแหน่งได้ดีเกินไปอีกต่างหาก TOT! แบบนี้มันต่างจากการจูบในท่ามาตรฐานที่ไหนกันคะ แงงงงง TT3TT!!

               
สาบานได้ว่าตอนนี้ตัวฉันคงแข็งทื่อและทำอะไรไม่ถูกอีกแล้ว TOT///

               
แต่ทว่าในขณะนั้นเอง…

               
“นานไปมั้ง!!!” เสียงนั้นพาฉันออกจากภวังค์ในทันที พอรู้สึกตัวก็รีบยันตัวเองขึ้นยืนอย่างตุปัดตุเป๋ ผละออกจากคนที่นอนหงายหลังราบลงไปกับพื้น สีหน้าตกตะลึงพอๆ กัน

               
“กร…” เจอร์หันไปมองเจ้าของเสียงก่อนจะยันตัวเองตามขึ้นมาพร้อมกับใช้มือลูบฝีปากตัวเองเบาๆ ในท่าเดียวกับฉันเป๊ะ

               
TT3TT;;

               
รู้สึกหน้าชา และร้อนรุ่มไปทั่วอณูส่วนของเรือนร่าง อีกทั้งในขณะเดียวกันก็รู้สึกได้ถึงกระแสอำมหิตแปลกๆ จากคนที่กำลังใกล้เข้ามาอย่างแปลกประหลาด TOT!

               
“ถ้าจะฟาดกันก็หาที่ฟาดกันให้เป็นที่เป็นทางหน่อย! ที่นี่เลยเนี่ยนะ? เกินไปหน่อยไหม? -_-+” กรขึ้นเสียงอย่างไม่ค่อยชอบใจนัก จริงๆ แล้วท่าทางฟัดเหวี่ยงน่าดูเลยต่างหาก

               
ว่าแต่…ฟาดงั้นเหรอ? –O-! หมอนี่คิดว่าฉันกับเจอร์คิดจะทำอะไรประเจิดประเจ้อในโรงเรือนเลี้ยงไก่เนี่ยนะ? ท่ามกลางผู้ชมทั้งพันกว่าตัว และขี้ไก่ที่รวมกันได้สิบตันเนี่ยนะ? =_=; ขอสาบานด้วยความบริสุทธิ์ทั้งหมดที่มี ไม่มีทางเด็ดขาด!!

               
“ไม่ใช่อย่างที่แกเข้าใจหรอกน่า! ว…ว่าแต่แก มีอะไรงั้นเหรอ” เจอร์รีบแก้ตัวอย่างเร็ว ส่วนฉันยังคงอึ้งๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อนาทีก่อนจนไม่มีสมาธิในการรับฟังประโยคเหล่านั้นซักเท่าไหร่

               
“ก็ว่าจะมาตามคนบางคนแถวนี้ไปกินข้าว แต่ดูเหมือนจะอิ่มแล้วล่ะม้างงง -_-+”

               
หน็อย! ทำเป็นลากเสียงยาว หมอนี่คิดจะฟังคนอื่นบ้างไหม T^T

               
“นี่หัวสมองนายจะคิดอะไรที่ดีๆ ไม่ได้เลยจริงๆ ใช่มั้ย? ซักนิดก็คิดไม่ได้?”

               
“อ๋อเหรอ? ให้คิดว่าไรดีล่ะ อะไรดีน้าาา? *O* หึ!!!! ท่ามันเหมือนให้อาหารไก่มากเลยหนิเมื่อกี้น่ะ -_,-++”

               
“TT^TT”

               
เกลียดตอนที่ลากเสียงยาวกวนประสาท แล้วทำหน้าตาเหลอหลาแบบนั้นชะมัด หมั่นไส้!! เบื่อจะเถียงกับอีตานี่จริงๆ คนอะไรแถเก่งยิ่งกว่านักการเมือง! =_=;

               
“ไอ้กร… พอได้แล้วน่ะ” เจอร์เดินเข้าไปยืนข้างๆ พยายามทำให้กรให้ใจเย็นลง แต่ไม่ได้ผล ดูเหมือนหมอนั่นจะอารมณ์เสียจนเกินจริงไปนิด แถมยังไม่ยอมฟังอะไรอีกด้วย

               
เอาแต่ยืนส่งสายแบบตาแบบนี้มาทางฉัน…

               
“-_,-++”

               
“หิวขี้ไก่รึไง -.,-”

               
เขาไม่ได้สนใจคำพูดฉันแม้แต่น้อย ยังคงมีสีหน้าแบบเดิม…

               
“-_,-+++”

               
“เอาล่ะไอ้กร เรื่องเมื่อกี้มันเหตุสุดวิสัยจริงๆ เมเค้าก็แค่ตกลงมา ว่าแต่คืนนี้แกจะกลับจากโรงพยาบาลกี่โมงน่ะ?”

               
กรพยายามจะเปลี่ยนเรื่องสนทนา แต่อ้ะ! ต้องเป็นโรงพยาบาลบ้าแน่เลยใช่ม้า? >O<!

               
“-_-; คงเที่ยงคืนมั้ง พอดีพรีมอยู่เวรดึก… ทำไม!!?”

               
ขึ้นเสียงแล้วทำไมต้องหันมาเหลือบหางตาใส่ฉันด้วย? -_-^

               
“อ้อ พอดีเลยว่ะ คืนนี้ฉันกับเมว่าจะขึ้นไปที่บ้านตรงชายเขา ค้างที่นั่นซักคืน เลยบอกแกไว้ก่อนเผื่อกลับมาแล้วไม่เจอ แล้วเราจะรีบกลับมาตั้งแต่เช้า”

               
ไม่ต้องเดาเลยว่าอีตากรจะตีความไปเป็นแบบไหน -*-

               
“อ…อะไรนะ!!!? O[]o”

               
“แกไม่ว่าอะไรใช่ป่ะ?”

               
“…”

               
“รับรองว่าฉันไม่พาลูกเพื่อนพ่อแกไปตกอยู่ในอันตรายหรอก แค่ขึ้นเขาไปหาสัญญาณโทรศัพท์มือถือเฉยๆ น่ะ –O-;”

               
“-___-+++”

               
สงสัยตระคริวกินไปครึ่งหน้าแล้วมั้งเนี่ย -_-*

               
กรไม่เห็นด้วยทางสีหน้าที่เกินจริงแบบทุกครั้ง จนชักสงสัยแล้วว่าหมอนี่จบการแสดงสถาบันไหนมาหรือเปล่าถึงแอคติ้งโอเวอร์มากมายขนาดนี้ อีกอย่างเขาจะสนใจฉันทำไม คิดว่าหมอนี่จะดีใจซะอีกที่จะได้ถีบไสไล่ส่งฉันไปไกลๆ T^T

               
เมื่อเห็นว่ากรไม่พร้อมจะแสดงความคิดเห็นใดๆ แล้ว เจอร์เลยรีบตัดบทเสีย ในขณะที่กรยังคงยืนเก๊กหน้าแบบเดิมอยู่

               
เชื่อฉันเถอะ กรเป็นบ้าแน่ๆ เขาต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที! -*-

               
“เอิ่ม…งั้นฉันขอพาเมไปกินข้าวก่อนนะ =_=”

               
เจอร์หันมาพยักหน้าให้ฉันเหมือนจะบอกว่า ‘เผ่นกัน’ ในขณะที่กรยังดูเหมือนไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เจอร์บอกไป แต่หมอนั่นจะโมโหอะไรมากมายด้วยล่ะ แปลกคนจริงๆ

               
เราเดินออกมาแล้วแต่ไม่วายยังได้เห็นกรที่กำลังพึมพำอยู่ตรงที่เดิม

               
“เฮอะ!!! แล้วยังจะปฏิเสธ เห็นได้ชัดว่านัดกันไปค้างคืนกลางป่าสองต่อสองแบบนี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้ คนอย่างเราไม่มีทางปล่อยให้อะไรๆ มันง่ายขนาดนั้นหรอก หึ -_-+”

               
เห็นมั้ยคะ? เดาไม่ผิดจริงๆ –O-;

               
ฉันมั่นใจว่าเจอร์ก็ได้ยินประโยคนั้นเต็มสองหู เพราะกรไม่ได้รู้จักการพูดกับตัวเองในระดับเสียงที่พอดีขนาดนั้น -_-; ฉันเองก็ขี้เกียจะต่อความยาวสาวความยืดเลยได้แต่เดินตามเจอร์ออกไปแม้ในใจนึกเกิดหมั่นไส้ขึ้นมาตะหงิดๆ แต่ก็คิดได้ว่าแก้ตัวอะไรตอนนี้ก็คงจะดูไม่ดีไปเท่านั้นแหละ

               
ถึงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าเจอร์น่ะฮอตสุดๆ แต่ก็ไม่ได้หมายถึงว่าฉันจะพร้อมจะพลีกายให้ผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกันหรอกนะ โดยเฉพาะผู้ชายในพื้นที่หลังเขานี่! T^T

               
“คุณเป็นนักเขียนงั้นเหรอ” เจอร์ชวนคุยระหว่างทางหลังจากเงียบมานาน

               
หลังจากเหตุการณ์นั้นแล้วรู้สึกกดดันชะมัด T/////T

               
“ท…ทำนองนั้นล่ะ”

               
“ส่วนใหญ่แล้วเขียนเกี่ยวกับอะไรเหรอ?”

               
คือเรื่องนั้น…

               
“นายไม่อยากรู้หรอก TOT!!!”





:: โปรดติดตามตอนต่อไปค้าบ ::

-อัพแล้วววว- ต้อนรับเดือนสุดท้ายของปี จะผ่านไปอีกปีแล้ววว ^O^
มาถึงตอนที่สาม ขอบคุณทุกคอมเม้นฯ มากนะคร้าบที่อยู่เป็นกับไรเตอร์มาตลอด
หลังจากก่อนหน้านี้รู้สึกเหมือนเขียนเองอ่านเองมาตลอด ฮ่าๆๆ TwT
อาจจะไม่ได้ตอบทุกคอมเมนท์ แต่ได้อ่านทุกคนน้า
และจะพยายามคุยกับเพื่อนๆ ผ่านทางคอมเมนท์บ่อยๆ นะค้าบ
ขอเสียงคนที่ยังอ่านนิยายเรื่องนี้หน่อยเร้ววววว >3<

เปิดตัว 'เจอร์' แล้ว เป็นอย่างที่จินตนาการไว้บ้างหรือเปล่าค้าบ? ฮ่าๆๆ ^O^
ยังไงอ่านแล้วอย่าลืมทิ้งคอมเมนท์ให้ไรเตอร์ได้อ่านไว้เป็นแรงปั่นต่อไปหน่อยเด้อคับ :))
จะได้อยู่เป็นเพื่อนกันไปนานๆ กันไปจนจบบบบ แล้วเจอกันตอนหน้าจ้าาา




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

161 ความคิดเห็น

  1. #103 Gam★Snowa (@gamsang2) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2555 / 20:47

    น้องไก่ๆๆ 55

    #103
    0
  2. #102 จินฮู (@urngforever) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2554 / 18:38
    กำลังจะพิมพ์ความเห็นที่ 84 มาเอาไปซะนี่กนี๊ดชอบเจิร์เอา กร ออกปายย
    #102
    0
  3. #101 santaaod (@chipmy2) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2554 / 10:04
    นางเอกแต่งนิยายโป๊หรอ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #101
    0
  4. #100 soda-lime (@mimiiceza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2554 / 22:25
    น่าติดตามมากค่ะ

    รออัพอยู่นะค่ะ

    สู้ๆ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #100
    0
  5. #99 PRAEWY GAGA . (@praewpun) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2554 / 20:27
    ตอนนี้คงมีแต่คนชอบเจอไปแล้ววว ฮ่าๆๆ

    ถ้าให้เดาเจอร์อาจเป็นพระเอกเพราะเจอดีไปหลายอย่างแต่กรก็ยังโมโหหน้ามืดไม่เปลี่ยน...

    แต่ว่ามันอาจมีหักมุมหรือพลิกล็อค ตอนนี้ก็ขอให้เจอร์เป็นพระเอกไปก่อน เพราะน่ารักมากกกกๆๆๆ!!

    เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ค่ะ^________^
    #99
    0
  6. #98 llamll (@llamll) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2554 / 17:30
     เจอร์น่ารักว้ากกก
    #98
    0
  7. #97 ลิปควิด (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2554 / 15:09
    กรจะแอบตามเมไปหรือเปล่าอ่ะ
    #97
    0
  8. #96 ลิปควิด (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2554 / 15:07
    เจอร์ของเรานี่ตรงดีจริงๆ 'มองเสร็จหรือยังครับ^^' แต่ก็น่ารักน้า แต่กรน่ารักกว่าอ่ะ(แอบนอกใจเจอร์)

    ป.ล. กรหึงอ่ะดิ หึๆ
    #96
    0
  9. #95 Fong_fang (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2554 / 14:43
    ชอบกรมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #95
    0
  10. #94 เป็ดพิษ (@pleese) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2554 / 07:14
    เจอร์ออกมาแล้วววววววว >O<
    ณ จุดนี้เชียร์กรสุดใจขาดดิ้น (เอ๊ะ... ยังไง?)
    #94
    0
  11. #93 Eres (@yusadsad) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2554 / 00:41

    อ๊าก ก ก ก  ก เจอร์ >w<~ น่าร้ากกก กก  กที่สู้ด ด  ด

    #93
    0
  12. #92 น้องม่าน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2554 / 00:03
    กรี๊ดดดดดดดดด เจอรามี่ของฉันนนน <



    อั๊พตอนต่อไปเร็วๆนะค้า ลุ้นระทึกมั้กก 55555
    #92
    0
  13. #91 เมญ่า (ชั้นเองอยากเปลี่ยนชื่อ 555) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 / 23:56
    ชอบมากก ฮ่าๆๆๆๆๆ ตลก ตอนไลฟ์สไตล์คนเมือง เข้าฟีลสุดๆๆๆ ประชดๆๆๆ 555555555+





    ก่อนก๊อนนน หึงแล้วววววว >.
    #91
    0