คัดลอกลิงก์เเล้ว

[One-shot] เดือนเกี้ยวตะวัน [MoonSun] [WheeSa]

โดย E_Eileen

แม่หญิงสุริยง , แม่หญิงบุหลัน , อิน , ผกา

ยอดวิวรวม

823

ยอดวิวเดือนนี้

37

ยอดวิวรวม


823

ความคิดเห็น


6

คนติดตาม


18
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  2 ก.พ. 62 / 15:34 น.
[One-shot] เดือนเกี้ยวตะวัน [MoonSun] [WheeSa] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

แม่หญิงบุหลัน เดินทางมาจากจันทบุรีเพื่อมาพักอาศัยเรือนของ แม่หญิงสุริยง เป็นการชั่วคราว

ด้วยเพราะบิดาต้องเดินทางไปเจรจาข้ามน้ำข้ามทะเลถึงต่างประเทศ


หญิงสาวทั้งสองไม่เคยปะหน้า

เพิ่งจะเข้าใจคำว่า ต้องตาแต่แรกพบ ก็ครานี้

 

ส่วน อิน น่ะไม่ปลื้มอกปลื้มใจที่มีนารีมาเกี้ยวพาราสีอย่างแม่หญิงหรอก

นัง ผกา บ้า! ใส่น้อยชิ้นมายั่วข้าอีกแล้ว!


คำเตือน : 
ไม่มีความถูกต้องด้านข้อมูลทางประวัติศาสตร์เท่าไหร่ ฟิคนี้เน้นงานไว ต้องขออภัยด้วยค่ะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 2 ก.พ. 62 / 15:34


[เดือนเกี้ยวตะวัน]

MoonSun / WheeSa

by: Eileen

 

          สตรีร่างอรชรในชุดสไบสีทองขลิบลวดลายอย่างวิจิตรลอบมองผู้มาเยี่ยมเยือนผ่านหน้าต่างเรือนเงียบๆ เส้นผมดำขลับยาวตรงราวเส้นไหมไหวน้อย ๆ ด้วยแรงกระแสลมอ่อนยามเช้า

 

            อันที่จริง จะเรียกว่าผู้มาเยี่ยมเยือนก็มิถูกนัก ต้องเรียกว่า ผู้มาพักอาศัยชั่วคราว

 

            “อิน แม่นางที่ยืนอยู่หน้าเรือนพ่อข้าพร้อมบ่าวไพร่สี่ห้าคนนั่น แม่หญิงบุหลันรึ”

 

            เธอพยายามเพ่งมองดวงหน้าของหญิงสาวคนดังกล่าว เห็นคร่าว ๆ เพียงชุดสไบสีปาริชาตและโจงสีมรกตลักษณะอย่างผู้ลากมากดีเท่านั้น ทว่ามองไม่เห็นใบหน้าชัดนักด้วยเพราะมีต้นไม้ต้นใหญ่แผ่กิ่งก้านหน้าเรือนเธอบดบังทัศนียภาพเสียเกือบหมด

 

            ปกติทำให้เรือนร่มรื่นดีอยู่หรอก แต่ในเพลาเช่นนี้เธอคิดว่าเจ้าต้นไม้นี่ช่างเกะกะนัก

 

            “บ่าวว่าใช่เจ้าค่ะ แม่หญิงสุริยง

 

            “อะไรกัน ไหนว่าจะถึงเรือนพ่อข้าเพลาสายอย่างไรเล่า เหตุใดจึงมาถึงตั้งแต่เช้าตรู่เพียงนี้ สำรับที่ตระเตรียมไว้คงมีไม่พอรับแขกเสียด้วยซี ข้าจะไปเรือนครัว”

 

            สุริยงมีสีหน้ากังวลลงกว่าเดิมทันทีที่ได้ยินบ่าวคนสนิทช่วยยืนยัน หล่อนลุกขึ้นก้าวเดินฉับ ๆ ไปยังเรือนครัวโดยไม่รอบ่าว อินผุดลุกขึ้นก้าวตามนายแทบไม่ทัน

 

            บุหลัน หญิงสาวผู้มายังเรือนบิดาเธอในครานี้เป็นถึงบุตรสาว ขุนศรีชัย เกลอเก่ามาตั้งแต่วัยละอ่อนของ ขุนศรีณรงค์ ผู้เป็นบิดาเธอ

 

            สุริยงทราบมาเพียงเรื่องที่บุหลันจะมาขออาศัยพึ่งพิงเรือนของเธอเป็นเพลาสามสิบวันขณะที่ขุนศรีชัยไปเจรจาเรื่องการค้ากับต่างประเทศ การโดยสารทางน้ำกินเพลานานนัก แม้จะออกไปแค่ในประเทศที่มีอาณาเขตเกือบติดกันกับสยามก็ตาม

 

แม้ขุนศรีชัยจะฝากฝังบุหลันให้เธอช่วยดูแลชั่วคราว แต่ทว่าสุริยงเองไม่เคยรู้จักกับบุหลันมาก่อน แม้เพียงใบหน้าก็ไม่เคยเห็น รู้เพียงบุหลันละอ่อนกว่าเธอหนึ่งปีเศษ และมาจากเมืองจันทบุรี

 

            สุริยงไม่มีน้องสาว แต่คิดอิจฉาอยากมีน้องสาวอย่างบ้านอื่นบ้างมาตลอด แม้มีลูกบ่าวไพร่หญิงในเรือนอยู่บ้าง แต่บ่าวไพร่ก็เกรงใจเธอไม่กล้าเข้าหามาก สุริยงจึงเติบโตมาโดยไม่ค่อยมีสหายสนิทเป็นหญิง การมาของบุหลันในครานี้จึงทำให้สุริยงตื่นเต้นเป็นพิเศษกว่าวันใด ๆ ถึงกับตื่นแต่ก่อนย่ำรุ่ง แม้แต่ไก่ยังโห่ทีหลังเธอ

 

            สุริยงนึกรู้สึกโชคที่ดีเรือนของขุนศรีณรงค์เป็นเรือนหมู่ที่มีลักษณะปลูกติดใกล้ ๆ กันทุกหลัง ในอยุธยาหากเป็นครอบครัวใหญ่ที่แยกเรือนกันมักจะขยายเรือนให้เป็นเรือนหมู่โดยใช้วิธีปลูกขึ้นมาใหม่หลังติด ๆ กัน อาจทำทางเดินเชื่อมกันหากเป็นเรือนพ่อแม่กับเรือนลูก อย่างเรือนของขุนศรีณรงค์ก็มีทางเดินเชื่อมติดกับเรือนของเธอ ส่วนเรือนหลังถัดไปเป็นเรือนรับแขกอีกสองเรือน แม้ไม่มีทางเชื่อมกัน แต่ก็ยังอยู่เรือนติดกัน หากแม่หญิงบุหลันมาพักเรือนติดกันก็ทำให้ไปมาหาสู่ง่าย

 

            เธอนอนคิดมาแล้วว่าจะพาแม่หญิงบุหลันไปเที่ยวที่ใดบ้างในเมืองหลวง นางจะต้องตื่นตาตื่นใจกับตลาดน้ำที่นี่เป็นแน่ ตอนสาย ๆ ตลาดในเมืองหลวงคึกคักเป็นอย่างยิ่ง มีทั้งร้านรวงขายอาหารคาวหวาน ทั้งร้านผ้าไหมทอลายวิจิตรและเครื่องประดับอีกมากที่หายากในเมืองอื่น

 

 

 

            “ปัดโธ่...”

 

            สุริยงที่เพิ่งลงมาถึงเรือนครัวยืนไม่ติดกับที่ เดินวนไปมาราวหนูติดจั่นพลางมองบ่าวไพร่ในเรือนครัวที่กำลังสาละวนเร่งมือในการปรุงสำรับเช้าที่เพิ่งเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งสำรับ

 

“เร่งมือเข้าซี แม่หญิงบุหลันมาแล้ว ถ้าทำไม่ทันแม่หญิงหิวข้าจะตีมือพวกเจ้าให้ดังเผียะคนละสิบยี่สิบทีเชียว”

 

            พวกบ่าวได้ยินคำขู่ของนายก็นึกขำอย่างเอ็นดูแม่หญิงตัวน้อย ก็มีแต่นายหญิงเรือนนี้เท่านั้นแลที่ขู่จะตีให้ดังเผียะ เรือนอื่นมีแต่จะขู่เฆี่ยนให้หลังลาย

 

ทว่าไม่มีใครกล้าหัวร่อออกเสียงแม้จะนึกขำ เหล่าบ่าวไพร่ในอาณัติก้มหน้าก้มตาอมยิ้มทำตามคำขู่ที่ไม่มีเค้าความน่าหวั่นเกรงเลยแม้แต่น้อยของนายหญิง ตั้งใจเร่งปรุงสำรับอย่างสุดฝีมือมิให้เสียชื่อเรือนแม่หญิงสุริยง

 

จะเว้นก็เพียงแต่ ผกา ซึ่งนั่งขูดมะพร้าวอยู่ด้านหน้าสุดริมประตูเรือนครัวที่หัวเราะออกมาเสียงดังอย่างไม่ปิดบัง ผกาเป็นบ่าวคนสนิทของสุริยงที่เติบโตมาด้วยกันแต่เล็กแต่น้อยเพราะอายุไล่เลี่ยกัน จึงปีกกล้าขาแข็งกว่าใคร

 

            ผกามีอภิสิทธิ์เหนือกว่าบ่าวคนอื่น ไม่มีใครกล้าฟ้องนายหญิงเวลานางทำผิด แม่หญิงสุริยงเข้าข้างเกลอเก่าของนางเสมอ ขนาดว่าชี้ไม้ให้เป็นนกหรือชี้นกให้เป็นไม้ แม่หญิงยังเห็นดีเห็นงาม เดี๋ยวนี้ริอ่านใส่ผ้าแถบรัดอกต่ำกว่าที่ควรจะเป็นจนก้อนเจ้าเนื้ออวบโต ๆ ล้นออกมานอกผ้าหมดแล้ว แม่หญิงยังไม่เคยตำหนิ

 

            อันที่จริงก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของใครที่จะต้องเดือดร้อน ก็ในเมื่อเรือนแม่หญิงเรือนนี้มีแต่นารีล้วน

 

จะมีก็แต่นางอิน บ่าวประจำตัวของแม่หญิง ที่ดูจะเป็นเดือดเป็นร้อนกว่าใครเพื่อน บ่นกระปอดกระแปดให้นายหญิงฟังเสมอว่านางผกาหญิงบ้าชอบใส่น้อยชิ้นมาแกล้งยั่ว แต่พูดไปก็สองไพเบี้ย แม่หญิงเคยหยิกแขนเธอช้ำเขียวทีหนึ่ง ด้วยหาว่าไปกล่าวหาเกลอเก่าเธออย่างเสียหาย

 

            “มีกระไรน่าขัน เดี๋ยวเถอะผกา ถ้าข้ากลับมาแล้วสำรับยังไม่เสร็จ ข้าให้อินตีเจ้าแน่”

 

นายหญิงของเรือนขู่เป็นคำสุดท้ายก่อนจะรีบเดินออกไปรับหน้าทักทายแม่หญิงผู้มาใหม่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนอาจทิ้งให้นางรออยู่นานสองนานแล้ว

 

ผกานึกสนุก ก้มตัวลงอย่างตั้งใจให้อินที่กำลังเดินตามหลังแม่หญิงสังเกตเห็นร่องอกอวบล้นของนาง แต่อินรู้ทัน ชิงปิดตาเดินหนีไปเสียก่อนจะเสียเชิงหญิงให้นางเห็นว่าหน้าขึ้นสีเลือดฝาดแดงจัด

 

 

 

            “ฉะ...ฉันไหว้จ้ะ แม่หญิงบุหลัน !

            สุริยงก้าวเร็ว ๆ มารับแขก ณ ห้องโถงหน้าเรือน พอออกจากเรือนมาถึงนอกชาน ลมด้านนอกก็โกรกแรงอย่างไม่เป็นใจเสียจนแม้แต่ผมเผ้าพันก็ปิดหน้าไปหมด หญิงสาวลืมห่วงสวย ยกมือขึ้นไหว้แขกที่นั่งหันหลังอยู่โดยลืมนึกไปว่าไหว้ไปตอนนี้เขาก็ไม่เห็น แต่กว่าจะนึกขึ้นได้ก็ไหว้ไปแล้ว

 

เธอรีบปัดผมที่ยาวปิดหน้าปิดตาของตนซึ่งบดบังการมองเห็นและทำให้ดูเสียบุคลิกออก

 

            ทันทีที่แม่หญิงซึ่งนั่งหันหลังตรงหน้าเอียงคอหันมาสบตา สุริยงรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน

 

สวยจัง...

 

หญิงสาวตรงหน้าผิวขาวผุดผ่องเป็นยองใยราวกับดวงดาวที่กำลังส่องสว่าง ผิวเนียนตัดกับเรือนผมสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำและดวงหน้าเรียวที่มีแววตาซุกซน แม่หญิงบุหลันตัวเล็กบางกว่าเธอเสียอีก เพียงแต่ตัวสูงกว่าพอสมควร

 

บุหลันเองก็มีท่าทีตกตะลึงไม่น้อยทันทีที่ดวงตาทั้งคู่ได้ประสานกัน

 

บุหลันรู้มาก่อนว่าบุตรีของขุนศรีณรงค์เป็นคนสวย

 

แต่ไม่เห็นมีใครบอกมาก่อนว่าจะสวยถึงเพียงนี้...

 

บุหลันรู้สึกตัวว่าตนจ้องนานเกินไปอย่างเสียมารยาทก็เมื่อหญิงสาวตรงหน้ากะพริบตาปริบ ๆ เหมือนไม่รู้จะต่อบทสนทนาต่ออย่างไรเพราะเธอเงียบใส่ ร่างสูงโปร่งรีบยกมือขึ้นรับไหว้

 

“ฉันไหว้จ้ะ น้องหญิงสุริยง”

 

“หือ แม่หญิงเรียกฉันว่าอย่างไรนะจ๊ะ”

 

คนที่เพิ่งถูกเรียกว่าน้องหญิงยืนกะพริบตาปริบ ๆ อีกรอบ

 

“น้องหญิงสุริยง...?”

 

น้องหญิงรึ

 

หล่อนต่างหากที่เป็นน้องหญิง

 

“แต่ฉันอายุมากกว่าแม่หญิงนะจ๊ะ ราวปีกว่า”

 

“อ้าว ฉันขอโทษทีจ้ะ ขุนศรีชัยพ่อฉันเองก็ไม่ได้บอกเสียด้วยว่าใครโตกว่า” เธอเกาแก้ม “พอฉันเห็นแม่หญิงก็นึกว่าเป็นน้อง”

 

“แม่หญิงหมายความว่าฉันดูละอ่อนรึ ยอกันเกินจริงไป”

 

สุริยงปิดปากหัวเราะอย่างเอียงอาย รู้สึกร้อนใบหูอย่างประหลาด

 

“ก็...ใช่จ้ะ ยังดู...เด็กอยู่เลย”

 

เพียงเสี้ยวเวลานานเท่ากระพริบตาเท่านั้นที่สุริยงเห็นจะๆ ว่าบุหลันเหล่มองมาที่หน้าอกเธอระหว่างที่พูด หญิงสาวรู้สึกเหมือนหน้าแตกหล่นลงพื้นดังเพล้ง อารมณ์เขินเอียงอายเมื่อครู่พลันหดหายไปเสียสิ้น

 

เธอมองค้อนอย่างนึกโมโห ใจหนึ่งก็โมโหตัวเองด้วยที่เผลอใจเต้นไปกับคำพูดไม่คิดของแม่หญิงตรงหน้า

 

นี่นางตัดสินว่าใครเด็กไม่เด็กเอาจากขนาดหน้าอกรึ !

 

“ฉะ...ฉันหมายถึงหน้าเด็กจ้ะ ฉันนึกว่าแม่เป็นสาวแรกรุ่นเสียอีก แหม”

 

บุหลันอยากแก้ตัวแม้รู้ว่า...ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อเห็นสายตาค้อนเคืองอย่างน่ารักจากคนตรงหน้า

 

สายตาพาซวยดันเผลอเหล่มองแถวเนินอกน้อย ๆ อย่างไม่รู้จะวางสายตาไว้ที่ไหน ครั้นจะมองหน้าสุริยงตรง ๆ ก็มองไม่ไหว น่ารักเสียจนอยากหอบกลับเรือนไปด้วยที่จันทบุรี

 

แต่เนินนมน้อย ๆ นั่นก็น่ารัก

 

“แค่กๆ ! แค่ก !

 

บุหลันนึกสัปดนแล้วก็เผลอกลืนน้ำลาย แต่กลืนผิดจังหวะไปจนทำให้สำลักอย่างหนัก

 

สุริยงที่แม้จะเคืองกันอยู่ถึงกับสะดุ้งโหยง รีบหยิบขันเงินใส่น้ำลอยดอกมะลิจากถาดที่ผกายื่นให้ส่งให้อีกฝ่ายอย่างนึกห่วง

 

“แม่หญิงเดินทางมาเหนื่อย ๆ หลายชั่วยาม คงรู้สึกป่วยไข้ พักผ่อนก่อนเถิดจ้ะ ฉันจะพาแม่ไปที่เรือน”

 

คนตัวเล็กกว่าว่าแล้วก็เดินเข้ามาโอบเอวบุหลันแผ่วเบาอย่างตั้งใจจะประคองพาเดิน บุหลันไม่ได้ป่วย แต่แม่หญิงตัวน้อยเห็นแล้วน่าชื่นใจนัก ค้อนง่ายหายเร็ว แถมยังค้อนได้น่ารัก ยังไม่อยากให้ปล่อย บุหลันทำสำออยให้คนตัวเล็กกว่าประคองเดินไปยังเรือน

 

 

 

“หลังนี้คือเรือนของแม่หญิง ส่วนฉันอยู่เรือนข้าง ๆ นี้ ตลอดสามสิบวันหากมีเรื่องกระไร แม่หญิงให้บ่าวไพร่มาเรียกฉันได้เสมอจ้ะ”

 

สุริยงพาแขกมาถึงเรือนนอนซึ่งตระเตรียมไว้แล้ว บนตั่งเตียงมีผ้ารองนอนผืนใหม่ที่เพิ่งทำความสะอาดมาปูแล้ว ส่งกลิ่นหอมแดดอ่อนๆ ด้วยเพิ่งทำความสะอาดมาเมื่อวานและจัดถูกเก็บในตู้ปิดสนิท ไม่มีอากาศเข้าออกทำให้คงความหอมได้นาน

 

บุหลันรู้สึกว่าแม่หญิงตรงหน้าตัวหอมกว่าเสียอีก

 

เธอก้าวสำรวจห้องนอนห้องเล็ก ๆ ทั้งที่รู้ว่ามันก็ไม่ได้มีอะไรให้มองนัก เพียงแต่อยากถ่วงเวลาสักพักให้มีเรื่องคุยบ้าง ก่อนแม่หญิงสุริยงจะกลับเรือนตน

 

เมื่อเจ้าของมือเรียวสวยยกมือขึ้นเลิกผ้าม่านผืนบางบนหน้าต่างบานหนึ่งเพื่อเปิดช่องรับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า เธอก็ต้องเลิกคิ้วด้วยความสงสัย

 

“นี่หน้าต่างเรือนฉันบานนี้อยู่ตรงกับบานนั้นของเรือนแม่หญิงด้วยรึ”

 

“จ๊ะ? อ้อ ใช่จ้ะ ตรงกันจริงด้วย”

 

สุริยงหันหลังกลับไปมองที่หน้าต่างตามมือที่บุหลันชี้ ก็พบว่าหน้าต่างของทั้งสองเรือนอยู่ตำแหน่งตรงกันพอดิบพอดีราวกับตั้งใจ

 

“แปลว่าถ้าแม่หญิงเปิดม่านเอาไว้...”

 

สุริยงเลิกคิ้ว เงียบรอบุหลันพูดให้จบ แต่อีกฝ่ายอึกอักอยู่นานก่อนจะรวบรวมความกล้าเอ่ยความในใจ

 

“เช่นนั้นฉันก็จะได้มองหน้าแม่เป็นคนสุดท้ายก่อนนอน และตอนตื่นก็ได้เห็นแม่เป็นคนแรกนะซี”

 

ฉ่า...

 

ไม่รู้แว่วเสียงไปเองหรืออย่างไร สุริยงรู้สึกหน้าร้อนฉ่าเหมือนเนื้อหมูเนื้อปลาที่โดนย่างบนเตาถ่าน

 

นางหมายความว่าอย่างไร

 

นี่นางกำลังโดนเด็กเกี้ยวรึ

 

เพิ่งเจอกันได้เพียงครู่เดียวเท่านั้นเองนะ

 

“มะ...ไม่รู้ซี คืนนี้ฉันอาจจะปิดม่านทั้งคืนก็ได้”

 

“เช่นนั้นคืนอื่นจะปิดรึไม่”

 

“ฉะ...ฉันไม่รู้ด้วยแล้ว เอาเป็นว่าถ้าแม่มีอะไรขาดเหลือ ก็ให้บ่าวมาเรียกฉันแล้วกันนะ”

 

สุริยงคิดว่าตัวเองหน้าร้อนจนรู้สึกเหมือนจะหน้ามืด ยิ่งเห็นบุหลันยิ้มมุมปากน้อย ๆ อย่างซุกซนที่เห็นเธอเลิ่กลั่กด้วยอาการขวยเขิน ก็ยิ่งเขินหนักเข้าไปอีก

 

“เอาเป็นว่าฉันไปก่อนแล้วจ้ะ บ่าวน่าจะเตรียมสำรับเช้าเสร็จแล้ว ฉันไปทานก่อนแล้วกัน ส่วนแม่หญิง หิวเมื่อไรก็ตามมาที่ห้องโถงหน้าเรือนใหญ่แล้วกัน”

 

เธอพูดรัวจนลิ้นแทบพันกัน รีบพูดแล้วก็รีบจากไป ทิ้งให้บุหลันอยู่ในเรือนนอนผู้เดียวไม่ทันกล่าวลา

 

บุหลันเกาต้นคอตัวเองอย่างเขินอาย พอมานึกย้อนดูว่าตนเองเกี้ยวแม่หญิงอย่างออกนอกหน้าไปเพียงใดก็เพิ่งมารู้สึกกระดากอายเอาย้อนหลัง

 

แต่เหมือนจะคุ้มค่าแล้วล่ะกับที่ได้รวบรวมความกล้าเกี้ยวนางไป

 

บุหลันอมยิ้ม

 

ก้มตัวลงเก็บผ้าเช็ดหน้าผืนบางที่ปักชื่อ สุริยง ไว้อย่างประณีตซึ่งตกอยู่บนพื้นหน้าประตูห้องนอนของเธอ อย่างจงใจ

 

เธอเห็นกับตาว่าแม่หญิงหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นถือไว้กับมือซึ่งไขว้หลัง ก่อนจะปล่อยมันลงพื้น และก้าวออกธรณีประตูไป

 

บุหลันเม้มปาก กลั้นยิ้มไม่อยู่ ปวดแก้มจะแย่

 

น่ารักนัก

 

เธอก้มลงหอมผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยของแม่หญิงด้วยใจโลดเต้น ถือมันไว้แนบอก ก่อนจะสาวเท้าเร็วตามแม่หญิงคนน่ารักไปที่โถงเรือนใหญ่ ไม่ให้ต้องคอยนาน


________________________________________________



photo credit: @__yaaasoo

แต่งเนื่องในโอกาสไฮป์ความชุดไทยของมามามูใน #HelloMooMooinBangkok ค่ะ ฟินในฟินในฟิน แง

หวังว่าจะชอบกันนะคะ


Twitter: @MMM_Eileen


 แฟนฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องสั้น จบในตอน ไม่มีตอนต่อแล้วค่ะ

จะชื่นใจมาก ๆ ถ้าได้อ่านคอมเมนต์น่ารัก ๆ จากคนอ่านแทนที่จะเป็นคอมเมนต์ทวงตอนต่อค่ะ ^^

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ E_Eileen จากทั้งหมด 6 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. #6 yongsunhae
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:07

    สนุกมากค่ะ อ่านเพลินเลย ชื่อตัวละครก็น่ารักรู้เลยว่าใครเป็นใคร5555 แอบเสียดายที่เป็นoneshotㅠㅠ เขียนดีมากๆเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ เป็นกำลังใจให้นะะ :)

    #6
    0
  2. วันที่ 29 มกราคม 2562 / 15:27

    น่ารักมากๆเลยค่ะ;-;

    #5
    0
  3. #4 มมม.
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 09:38

    ไรท์แต่งต่อหน่อยน้าาา อ่านเพลินมากกก

    #4
    0
  4. #3 Blue;S
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 08:50

    หน้าร้อนฉ่าตามแม่หญิงเลยค่ะ รอติดตามนะคะ

    #3
    0
  5. วันที่ 29 มกราคม 2562 / 07:07

    น่ารักมากๆเลยค่ะ แงงง อยากอ่านตอนต่อไปแล้วง่า สู้ๆนะคะ??’•

    #2
    0
  6. #1 _COLLONY_ (@_COLLONY_) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 02:52
    ฮือออ น่ารักกกกก แต่งได้ไหลลื่นมากค่ะชอบจัง อ่านง่ายด้วยค่ะ รออ่านตอนต่อๆไปนะคะ
    #1
    0