So Far Away มิติมนตรา กาลเวลาแห่งฝัน

ตอนที่ 2 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 ก.ย. 57

























 

1

 

 

            กรุงเทพมหานครฯ ปี 2012

            “ระวังนะคะคุณยาย อีกนิดเดียวก็ใกล้จะถึงแล้ว”   
   

            ฉันกำลังจูงคุณยายวัยประมาณแปดสิบปีข้ามถนน ไม่ใช่เพราะฉันใจบุญหรือกำลังสร้างภาพอยู่หรอกนะ ก็แค่เห็นยายแกถือของหนัก แถมยังต้องข้ามถนนคนเดียวอีก ฉันเลยสละเวลามาช่วยแกแบกสัมภาระและพยุงแกเดินเสียหน่อย สร้างคุณประโยชน์ให้สังคมบ้างก็ดีเหมือนกัน 

            “ขอบใจมากนะหนู คนดีๆ แบบหนูนี่นะ หายากขึ้นทุกวัน”

            ก็จริงอย่างที่คุณยายว่า ในยุคที่ทุกคนแก่งแย่งชิงดีกันดั่งเช่นยุคนี้ คนดีๆ อย่างฉันก็มักจะ สูญพันธุ์แล้วก็ หายากแบบนี้นี่แหละ

            “ก็จริงอย่างที่คุณยายว่านะคะ นี่ค่ะ ตะกร้า หนักใช่เล่นเลยนะเนี้ย”

            หลังจากที่ฉันพาคุณยายข้ามถนนมาอีกฝั่งก็ส่งของคืนให้กับแก ก่อนจะฉีกยิ้มหวานจริงใจไปให้ เช่นเดียวกับคุณยายที่หันมายิ้มให้กับฉันด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจเช่นเดียวกัน 

            “ขอบใจอีกครั้งนะจ๊ะหนู...งั้นหนูมีอะไรให้ยายช่วยมั้ย ถ้ายายช่วยได้ก็จะช่วย”   
       

            “อ๋อ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คิดซะว่าคุณยายได้ตอบแทนหนูด้วยรอยยิ้มก็แล้วกัน”

            ฉันฉีกยิ้มให้กับคุณยายอีกครั้งอย่างที่ตัวเองชอบทำให้กับคนอื่นบ่อยๆ เชื่อเถอะว่ารอยยิ้มสามารถสร้างไมตรีแก่กันและกันได้ ดูอย่างฉันกับคุณยายเป็นตัวอย่างสิ ทั้งที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่กลับสานความสัมพันธ์กันได้ก็เพราะรอยยิ้มที่จริงใจของเราทั้งคู่แท้ๆ

            “งั้นหนูไปก่อนนะคะคุณยาย ถ้ามีโอกาสเจอกันอีกก็ทักหนูด้วยนะคะ”

            “เดี๋ยวก่อนสิจ๊ะ ยายยังไม่รู้จักชื่อของหนูเลยนะว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร”

            “อ๋อ หนูชื่อปลายฝันค่ะคุณยาย เรียกฝันเฉยๆ ก็ได้ พ่อแม่ของหนูท่านเสียกันไปหมดแล้วล่ะค่ะ ตอนนี้ก็ทำงานส่งตัวเองเรียนไปตามประสา...มีอะไรอีกหรือเปล่าคะ”      
      

            ฉันถามออกไปด้วยสีหน้ายิ้มๆ ทั้งที่ความเป็นจริงก็ขี้เกียจคุยแล้วเหมือนกัน

            ตอนนี้ฉันมีธุระที่สำคัญมากๆ นั่นก็คือการไปนั่งเม้าท์มอยกับเพื่อนสนิทที่ร้านขนมหวานเจ้าประจำในย่านกลางเมือง ซึ่งนี่ก็ใกล้ถึงเวลาที่นัดกันแล้ว แต่ฉันกลับเดินทางไปไม่ถึงไหน ฉันมันเป็นพวกที่ไม่ชอบรอใคร เช่นเดียวกับที่ไม่ชอบให้ใครมานั่งรอนานๆ น่ะ แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากก็ตาม

            “คือยายอยากจะตอบแทนหนูจริงๆ นะ เพียงแต่ยายไม่มีเงินหรืออะไรที่จะตอบแทนหนูได้เลย ดังนั้น ยายจึงอยากดูดวงให้กับหนู ด้วยไพ่วิเศษของยายนี่แหละจ้ะ”

            “ไพ่วิเศษ...งั้นเหรอคะ?”

            “ใช่จ้ะ ไพ่วิเศษ”

            คำว่า วิเศษมันทำให้ฉันไขว้เขวไปนิดนึง แต่ก็ไม่ทำให้ฉันอยากดูดวงขึ้นมาเลยสักนิด

            สำหรับชาวคริสต์...การดูดวงเป็นสิ่งที่ไม่สมควร มันเหมือนเป็นการลบหลู่พระเจ้าที่เฝ้าดูแลเรามาตลอด ซึ่งนั่นก็แล้วแต่ความเชื่อของบุคคล เพราะแต่ละคนมีความเคร่งครัดในศาสนาที่ต่างกัน มันก็เหมือนกับตอนที่เราพูดโกหกนั่นแหละ การโกหกไม่มีใครสามารถห้ามเราได้ แต่เราก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องทำมันใช่มั้ยล่ะ ถ้ารู้ว่ามันผิด

            “คุณยายคะ คือหนูไม่อยากได้อะไรตอบแทนจริงๆ ค่ะ หนูทำทุกอย่างด้วยใจ”

            ฉันปฏิเสธตามตรงอย่างใจคิด แต่ยายแกก็ไม่ฟังท่าเดียว ซ้ำยังพูดเป็นเชิงประมาณว่า ถ้าไม่ยอม ยายคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตแน่ๆซึ่งอันที่จริงแล้วมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันหรอกนะ แต่มันดันไปกระตุ้นต่อมความใจอ่อนของฉันเข้าให้ และแน่นอนว่าคำพูดของคุณยายก็ทำให้ฉันไปต่อไม่ถูกเลยทีเดียว

            จนในที่สุด...ฉันก็ตอบตกลงรับคำจากคุณยายจนได้

            ตอนนี้ฉันมานั่งอยู่บนศาลาในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ไม่ใกล้ไม่ไกลไปจากร้านที่ฉันนัดเพื่อนไว้เสียเท่าไหร่

            คุณยายซึ่งนั่งตรงข้ามกับฉันโดยมีโต๊ะไม้เล็กๆ คั่นกลางระหว่างเรา กำลังหยิบกล่องสีดำขนาดไม่ใหญ่มากออกจากกระเป๋าแล้ววางมันไว้ที่โต๊ะนั่น ฉันจ้องมองมันอย่างสนใจ

            มันคือกล่องไพ่สำรับหนึ่ง

            “นี่เหรอคะ ไพ่วิเศษที่คุณยายพูดถึง”

            “ใช่จ้ะ มันเป็นไพ่ที่สืบทอดมาจากต้นตระกูลของยาย และตั้งแต่ที่ยายทำนายมาจนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีครั้งไหนที่ยายทำนายได้ผิดเลย”

            คุณยายพูดด้วยน้ำเสียงภูมิใจสุดๆ ก่อนที่แกจะกวาดไพ่ลงบนโต๊ะเป็นรูปครึ่งวงกลมแล้วเงยหน้าขึ้นมาหาฉัน แวบหนึ่ง ฉันเห็นคุณยายกระตุกยิ้มขึ้นอย่างน่าประหลาด และนั่นก็ทำให้ฉันใจสั่นขึ้นมาเสียดื้อๆ

            “งั้นยายขออธิบายให้ฟังก่อนนะจ๊ะว่าไพ่วิเศษสำรับนี้มีไพ่ทั้งหมดสิบสามใบด้วยกัน ไพ่แต่ละใบก็จะมี ความวิเศษ ที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับผู้ถูกทำนายด้วยว่าเป็นคนที่ พิเศษ ขนาดไหน...”  

            “...”

            “ปลายฝัน หนูจงตั้งสมาธิดีๆ แล้วใช้มือซ้ายเลือกไพ่ขึ้นมาทีละใบจนครบทั้งหมด ไม่ต้องรีบนะจ้ะ”

            “ค่ะ คุณยาย”

            ฉันมองไปที่ไพ่วิเศษซึ่งมีจำนวนน้อยกว่าเมเจอร์ อาคาน่า (Major Arcana) ไพ่ยิบซีที่ฉันเคยดูกว่าเกือบเท่าตัว

            เห็นแบบนี้ แต่ฉันก็เคยดูดวงมาเหมือนกันนะ นั่นเป็นเพราะว่าตอนนั้นฉันยังไม่มีสามัญสำนึกเสียเท่าไหร่ ก็อยู่แค่ม.ปลายนี่เนอะ มันเป็นช่วงเวลาที่มีสีสันมากที่สุดในชีวิต และสามารถทำอะไรโดยไม่คิดได้ในเวลาเดียวกัน

            ฉันนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยก่อนหันมาให้ความสนใจกับไพ่ทั้งสิบสามใบตรงหน้า

            จากที่คุณยายบอก ฉันจะต้องหยิบไพ่ทั้งหมดสิบสามใบขึ้นมาให้ครบ แล้วคุณยายจะนำไพ่ทั้งหมดที่ฉันเลือกไปจัดตามตำแน่งต่างๆ เพื่อใช้ในการทำนาย เป็นขั้นตอนง่ายๆ ที่ใครๆ ก็รู้ถ้าเคยดูดวงด้วยไพ่มาก่อน ซึ่งฉันคิดว่าวิธีของคุณยายก็คงไม่ต่างจากวิธีปกติเสียเท่าไหร่ เพียงแต่เปลี่ยนจากไพ่ยิบซีมาเป็นไพ่วิเศษก็แค่นั้น

            เอาล่ะนะ...     

            ฉันเอื้อมมือไปหยิบไพ่ทีละใบอย่างใจเย็นแล้วส่งมันให้กับคุณยายโดยที่ยังไม่ได้เปิดไพ่ เวลาล่วงเลยจนมาถึงไพ่สองใบสุดท้าย ฉันกวาดตาสลับไปมาอีกครั้งหนึ่งจนสะดุดเข้ากับไพ่ทางด้านขวา ลักษณะของมันก็เหมือนกับไพ่ใบอื่นๆ คือด้านหลังของไพ่มีลวดลายของดอกกุหลาบและคมหนามไขว้กัน เพียงแต่มันกลับรู้สึกดึงดูดใจฉันอย่างน่าประหลาด ราวกับไพ่ต้องการเป็นผู้เลือกคำทำนายเองอย่างไรอย่างนั้น

            และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันตัดสินเก็บมันเป็นไพ่ใบสุดท้าย หรือถ้าให้เรียกอีกอย่างก็คือบทสรุปของคำทำนายนั่นเอง

            เมื่อหยิบไพ่ขึ้นมาครบทั้งหมดแล้ว คุณยายจึงนำไพ่ทั้งหมดที่ฉันเลือกมาจัดเรียงใหม่ตามตำแหน่งต่างๆ เป็นรูปวงกลม โดยไพ่ใบสุดท้ายถูกวางไว้ตรงกึ่งกลางของวงกลมนั้น

            ไพ่ใบแรกถูกพลิกขึ้น ตามด้วยไพ่ใบต่อๆ มาตามเข็มของนาฬิกา


 
 

            The Stupid girl...หญิงสาวผู้โง่งม

            The gentle young man...ชายหนุ่มผู้อ่อนโยน          

            The Boy who closes his face...ชายหนุ่มผู้ปิดบังใบหน้า

            Clock in the glass box...นาฬิกาในกล่องแก้ว         

            Faintly sweet melodies...ท่วงทำนองแว่วหวาน       

            A colloquially from heaven...คำเรียกขานจากสวรรค์

            Dream land...ดินแดนแห่งความฝัน

            Light and hope....แสงสว่างและความหวัง

            Confession...คำสารภาพ      

            Red Rose...ดอกกุหลาบสีแดง

            White Rose...ดอกกุหลาบสีขาว

            One story...หนึ่งเรื่องราว

            และไพ่ใบสุดท้าย...ใบที่อยู่กึ่งกลางของไพ่ทุกๆ ใบ

            ‘Love...ความรัก

 





 

          ความเงียบครอบคลุมไปทั่วทุกแห่ง ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกอยู่ในวังวนของอะไรบางอย่างที่ไม่อาจฉุดตัวเองขึ้นมาจากสิ่งนั้น

            ราวกับความฝันที่ไม่มีทางตื่น...

            ราวกับความมืดได้คืบคลานเข้ามา...  

            “แสงสว่างที่พาดผ่านท้องฟ้าคือช่วงเวลาแห่งการแปรเปลี่ยน หัวใจทั้งสองหมุนเวียนมาอีกครั้ง แสดงถึงความหวังที่ไม่อาจลบเลือนไปจากใจ การจากลาที่นำไปสู่เส้นทางแห่งความหมาย จะทำลายความฝันให้กลายเป็นความอัปยศ สิ่งเดียวที่จะทดแทนกันได้ คือตามหา ชายในฝันจากดินแดนที่กาลเวลาไม่อาจหยั่งถึง”

            “...”

            “ปลายฝัน ยายว่ามันเป็นคำทำนายที่แปลกมาก แปลกที่สุดในชีวิตของยายเลย”

             ใช่ มันแปลกมาก...เหมือนฉันกำลังดูการ์ตูนสักเรื่อง แล้วดันหลุดเข้าไปในโลกของมัน   
       

            “เอ่อ...คุณยายคะ คือหนูไม่ค่อยเข้าใจน่ะคะ มันหมายความว่ายังไงเหรอ”

            ฉันถามคุณยายตามตรงเพื่อหวังให้แกอธิบายให้ฉันฟังใหม่ ให้ตายสิ...ทั้งที่ฉันมั่นใจว่าจะไม่สนคำทำนายนั่นแล้วแท้ๆ แต่มันก็รู้สึกคาใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก นี่มันเรื่องอะไรกันแน่นะ

            “ขอโทษด้วยนะจ๊ะปลายฝัน แต่ยายบอกหนูไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้วจริงๆ จะว่าเป็นกฎของผู้ถือไพ่ก็คงใช่”

            “...”

            “แต่ยายบอกหนูได้นะว่าควรทำอย่างไรต่อไป”

            “อะ อะไรเหรอคะ?!” ฉันถามออกไปด้วยน้ำเสียงมีหวัง

            “ไพ่สำรับนี้ไม่เคยโกหก ทุกคำทำนายล้วนเป็นเรื่องจริงที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง วิธีแก้มีอยู่ทางเดียว...”

            “...”

            “ทำตามคำทำนายของไพ่นั่นซะ...จงตามหา ชายในฝันคนนั้นให้เจอ”



 




TALK ::

 

  จบบทที่ 1 ด้วยความมึน
  ตอนนี้มีน้อยเพราะเกิดปัญหาหลายอย่าง แบบว่าตอนแรกมันก็เยอะแหละ แต่คือมันเวิ่นเว้อเลยตัด ตัด ตัดจนเหลือแค่นี้ แล้วตอนนี้ก็เผยพล๊อตออกมาบ้างแล้ว หวังว่าทุกคนคงชอบกันน้าาา




64 ความคิดเห็น

  1. #58 B.Rolyne (@fongdo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2557 / 23:36
    ยาวๆ ขอยาวๆ 55 


    #58
    0
  2. #57 Alta (@narinsa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2557 / 20:31
    อืม... เราว่าเราเข้าใจแล้วค่ะ ทำไมไม่ติดซะที เอาทีละอย่างนะคะ

    1. เริ่มบทเลย ที่บอกว่า "หนึ่งเดือนผ่านไป" ค่ะ คือเราอ่านแล้วไม่เข้าใจว่า1เดือนผ่านจากอะไร จากบทนำมันก็แปลกๆเพราะมันไม่เชิงเป็นฝันหรือจริง หรือผ่านมาเดือนนึงจากความฝัน อันนี้ไม่ชัดเจนค่ะ

    2. บรรยายโอเคค่ะ สวยมาก เราว่าคุณเขียนบุรุษที่3ได้สบายๆเลย แต่ก็เอาตามที่ถนัดนะคะ

    3. พล๊อต- เราไม่รู้พล๊อตของคุณก็จริง แต่ถ้าหากไม่ผ่านซะทีเราว่าสาเหตุหลักน่าจะมาจากพล๊อตของคุณเลยค่ะ สโคปมันอาจจะกว้างหรือใหญ่ไประดับโปรเจคแฟนตาซียาวๆ แต่เท่าที่ลองอ่านดู เราว่ามันน่าจะอยู่ "ผิดหมวด" นะคะ แจ่มใสคือแนวรักกุ๊กกิ๊กค่ะ แต่ของคุณนี่น่าจะโตมาหน่อยแล้ว อาจจะเป็นนิยายรักในเชิงผู้ใหญ่มากกว่าค่ะ  คงเป็นหมวด "ความรู้สึกดีๆที่เรียกว่ารัก"



    #57
    0
  3. #54 นานะ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2557 / 17:06
    ตามมาจากเฟสจ้า



    เราว่าเนื้อเรื่องดีเลยล่ะ สำนวนก็ดี แต่ว่าตอนนึงมันสั้นไปอ่ะ มันน่าจะยาวกว่านี้อีกสัก 4-5 พารากราฟเลย



    ยังไงจะรออ่านต่อนะ
    #54
    0
  4. #53 Patricia N. (@pattysister) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2557 / 10:31
    ว๊ายยยย คือแบบ น่าติดตามมาก
    ชอบอ่ะ
    #53
    0
  5. #51 Rinovel (@rinrai) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2557 / 23:43
    ตามมาจากเฟส
    กรี๊ด! ชอบบทนำมากอ่ะ แต่งลื่นได้อารมณ์จริงๆเลย
    เห็นพี่บอกส่งมาหลายปีแล้ว สงสัยมากทำไมไม่ติด
    น่าสนุกอ่ะ ชอบตรงไพ่ด้วย เท่ดี
    โอ้ สู้ๆน้า -0-
    #51
    0
  6. #50 YOURDEAR (@sweet--devil) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2557 / 20:26
    ขอแวะมาสกรีมนิยายดิ่งแป๊ปปป!
    คืออ่านได้ไหลลื่นมาก ไม่มีติดขัดอะไรตรงไหนเลย
    #หรือมีแต่ไม่ทันได้ังเกตก็ไม่รู้ เอาเป็นว่าช่างมันเหอะนะ
    น่าติดตามต่อ ไหนบอกว่ามันไม่ดีไง ไม่ดีอะไรล่ะ
    เค้าว่าพล็อตดีนะเออ เป็นผู้ชายแต่งแนวนี้ได้ขนาดนี้นี่สุดยอดแล้วนะ
    ว่าแต่เหมือนเคยอ่านนิยายดิ่งจากไหนมาก่อน...ไม่รู้ดิ
    มันเป็นฟีลลิ่งอ่ะ ทั้งที่เคยอ่านครั้งแรกแท้ๆ งงมาก 555555
    สู้ๆ นะ!
    #50
    0
  7. #48 Onceinmemorie (@pententhmiele) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2557 / 19:22
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด
    //อาการหนึ่งเมื่อเจอนิยายที่ถูกใจจะไปกรี๊ดลงช่องคอมเมนต์ของนิยายนั้นๆ5555
    สาบานว่าพี่อายุ 17 
    และ
    เป็นผู้ชาย- -
    ขนาดเค้าเป็นผู้หญิงเค้ายังไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองอย่างงี้เลยอ่ะ //แอบคิดในใจ...ผู้หญิงมันคิดอย่างนี้จริงๆ เหรอวะ-0-?
    น่าติดตามมมมม
    อยากอ่านต่อ(มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก)
    ชอบตั้งแต่ชื่อเรื่องเบยยย อยากอ่านต่อออออ TOT
    #48
    0
  8. #32 {ณ บัดนาว} (@bluelemonnw) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:16
    เขียนซะนิ่มนวลเชียวนะ
    #32
    0
  9. #29 makok_num (@olive) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:18
    เรื่องนี้เหมือนจะหวานจริงๆ นะเนี่ย อ่านแล้วรู้สึกเคลิ้มๆ >.< ภาษาสวยมากเลยจ้า สู้ๆน้า
    #29
    0
  10. #27 sweet_hamster (@punchnarak) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2556 / 17:58
    กาลครั้งนึง นานมาแล้ว ..

    ทิ้งท้ายเจ็บปวดกับคนอ่านจุงเบยค่ะ -..- จะรอนะคะ อิอิ
    #27
    0
  11. #25 แพนด้าดอง . (@mukdarat1994) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2555 / 19:57
    กาลครั้งหนึ่ง... -..-
    รอออ
    #25
    0
  12. #20 {ณ บัดนาว} (@bluelemonnw) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2555 / 18:16
    เยี่ยมมมมม
    ดูเป็นอะไรที่เหมือนฝันจริงๆ 55555555
    เพราะในชีวิตจริงคงไม่มีแบบนี้
    เก่งๆ เก่งมาก
    ทั้งๆ ที่เก่งขนาดนี้ไม่รู้จะดองทำ
    - - เอาล่ะ รอตอนต่อไป
    #20
    0
  13. #18 sarunoth (@sarunoth) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2555 / 20:27
    ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่บอกได้อย่างนึงว่า ชอบเรื่องนี้ สู้ๆ นะดิ่ง พูดแล้วนะว่าจะ ไม่ ดองงงงงงงงงง !!!
    #18
    0
  14. #17 Shubu" (@shubu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2555 / 20:16
    มาแล้ววว เจ๋งไปเลยจ้าคุณน้อง :D
    #17
    0