For Better Life กลเม็ดมัดใจ จับรักให้อยู่หมัด!

ตอนที่ 3 : || 1 || เคยรัก ไม่ได้หมายความว่าลืมได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 164
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 พ.ค. 55

 







 
 
 






1

เคยรัก ไม่ได้หมายความว่าลืมได้





               ชื่อของฉันคือ แคร์เนส อีลิเซียม

               สาวน้อยผู้บอบบางแต่น่าเกรงขามอยู่ในใจ ฉันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่ทั้งมนุษย์และสัตว์เดรัจฉานใดๆ หากแต่เป็นวิญญาณในร่างหญิงสาวผู้งดงามนามกามเทพต่างหากล่ะ

               ใช่ ฉันเป็นกามเทพคุณฟังไม่ผิดหรอก แต่ว่า...

               ‘A cupid who hates humans...กามเทพที่เกลียดมนุษย์น่ะนะ




               31 December 2012
               @ สวนสารธารณะฟลอร่า    
               วันนี้เป็นวันสิ้นปี หนึ่งวันก่อนปีใหม่...

               
ฉันสำรวจไปรอบๆ ศาลาที่ตัวเองนั่งเล่นอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพบว่ามีต้นไม้รายล้อมอยู่มากมายซึ้งล้วนแล้วแต่เป็นสีเขียวขจี ฉันไม่ค่อยถูกกับต้นไม้น่ะ แถมยังแพ้เกสรดอกไม้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีพิษหรือไม่มี ถึงขั้นที่จับมันผื่นคันก็ขึ้นเต็มตัว หรือแค่ได้กลิ่นก็ทำให้ฉันรู้สึกคลื่นไส้อย่างบอกไม่ถูก 

               ฉันถอนหายใจออกมายาวๆ พลางนึกอะไรเรื่อยเปื่อย สิ่งที่เรียกว่า
เวลานี่นะทำไมมันช่างผ่านไปเร็วเสียเหลือเกิน จากหนึ่งวันเป็นหนึ่งเดือน จากหนึ่งเดือนเป็นหนึ่งปี จากหนึ่งปีที่ฉันมาอยู่โลกมนุษย์แห่งนี้ด้วยสาเหตุบางประการ อดทนลำบากมาตั้งนานกว่าจะได้สิ่งนั้นมาทั้งหมด เก้าสิบเก้าดวง...

               “ใกล้สำเร็จแล้วสินะ ชัยชนะของฉัน”

               ฉันพึมพำกับตัวเองก่อนจะหยิบขวดแก้วใบหนึ่งขึ้นมาดู นี่คือสิ่งที่ทำให้ฉันภาคภูมิใจมากที่สุด มันโชว์ให้เห็นถึงความพยายามของฉันตลอดระยะเวลาหนึ่งปีเต็ม ฉันกำมันไว้แน่น ขวดแก้วใบใสแต่บรรจุสิ่งอัศจรรย์ต่างๆ ไว้มากมาย

               
เศษเสี้ยวความรักนั่นคือชื่อของวัตถุที่ถูกเก็บไว้ในขวด ลักษณะของมันเป็นคริสตัลรูปหัวใจใสๆ ฉันเชื่อว่าในใจของใครหลายๆ คนก็อยากมีตัวแทนของความรักด้วยกันทั้งนั้น แน่นอน สิ่งที่เรียกว่าเศษเสี้ยวความรักก็เป็นหนึ่งในตัวแทนของคุณเช่นกัน มันจะปรากฏขึ้นทุกครั้งเมื่อทุกคนสมหวังในรักและสละรอยจูบของตัวเอง แต่มันต้องเป็นจูบแรกที่ไม่เคยยอมเสียให้ใครมาก่อนหรือที่มนุษย์เรียกกันว่า First kiss แต่ก็ใช่ว่าจะหามาได้ง่ายๆ หรอกนะ เพราะเศษเสี้ยวความรักที่ว่านี้ไม่เคยมีมนุษย์คนไหนสามารถมองเห็นมันได้ ก็เพราะมนุษย์ยังโลภมากและมีความเลวแอบแฝงอยู่ในจิตใจ ก็ไม่แปลกเลยที่คนทั่วไปจะมองไม่เห็นสิ่งอัศจรรย์ล้ำค่าอยู่แบบนั้น...

               
คุณเองก็เช่นกัน! มนุษย์ผู้ไม่มีทางมองเห็นเช่นเดียวกับคนอื่นๆ

                “ว่าไง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะแคร์เนส”

               
เสียงคุ้นหูดังมาจากด้านหลัง จากที่เหม่อลอยอยู่นานก็หันกลับไปตามเสียงเรียกอย่างไม่หวาดหวั่น ฉันมองเขาด้วยสายตาเชือดเฉือนราวกับเป็นศัตรูคู่แค้นกันมานาน ไม่สิ ไม่ใช่ราว แต่เขาเป็นศัตรูของฉันจริงๆ ตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน

               “นายนั่นแหละเป็นไง สบายดีรึเปล่าเคอเรจ” ฉันทักกลับตามมารยาท ก่อนที่เจ้าของชื่อจะเลิกคิ้วยียวนกับคำพูดของฉัน
มันแปลกมากนักหรือยังไง

               “ฮึ ถามแบบนี้ คิดถึงฉันขึ้นมาล่ะสิสาวน้อย J” เขาว่าก่อนจะจูงมือฉันให้เดินออกมาจากศาลา ทั้งที่ปกติฉันจะต้องสะบัดมือเขาออกแล้วแท้ๆ แต่ครั้งนี้ที่ทำไปราวกับถูกสะกดจิตใจอย่างไรอย่างนั้น
แถมฉันก็ไม่ได้ปฏิเสธเขาไปด้วย ก่อนที่พวกเราสองคนจะเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าสระน้ำ แล้วเขาก็...  
 
               
“ฉันรักเธอแคร์เนส...” ก็บอกฉันเหมือนกับทุกๆ ครั้งที่เราเจอกัน

               
“แต่ฉันไม่รักนายเคอเรจ”
และฉันก็ตอบกลับไปเหมือนทุกครั้ง ประโยคเดิมๆ ที่พูดเท่าไหร่ก็ไม่เคยเบื่อ

               
“เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธฉัน เข้าใจไหม...”

              ไม่ว่าเปล่า ใบหน้าคมคายดูมีเสน่ห์ในแบบผู้ใหญ่ก็เสยผมสีดำประกายของตัวเองอย่างไม่เกรงใจใคร ดวงตาสีดำดูลึกล้ำเช่นเดียวกับฉันประจันกันระหว่างเราทั้งคู่ ใบหูเรียวโค้งรับกับจมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากรูปกระจับนั่น มันทำให้ฉันไม่สามารถปฏิเสธได้เลย ว่าผู้ชายคนนี้เกิดมาพร้อมทั้งเครื่องหน้าที่สมบูรณ์แบบทุกประการ

               ผิดก็ตรงนิสัยทรามๆ ที่แก้เท่าไหร่ก็ไม่ยอมหายนี่แหละ

               “นายมีธุระอะไรงั้นเหรอ”
ฉันตัดปัญหาโดยเลือกที่จะถามไปตรงๆ เพราะเขาคือคนที่นัดฉันมาที่นี่ สวนสาธารณะฟลอร่าที่มีแต่ต้นไม้ใบหญ้าเจริญขึ้นเต็มไปหมด 

               “ก่อนที่จะเข้าเรื่องฉันขอถามอะไรเธอหน่อยได้มั้ย...”

               “...”

               “เธอเกลียดฉันมากรึเปล่า”

               “เกลียดมาก” ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ริมฝีปากหยักยิ้มอย่างกระด้างชา แต่เขายังกล้าที่จะถามฉันต่อในเมื่อน่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว

                “งั้นเรา...”

                “...”

               “จะกลับมารักกันอีกได้รึเปล่า...”

               “ไม่” หนึ่งพยางค์ง่ายๆ หลุดออกมาจากปากอย่างไม่ต้องลังเล

               สังเกตจากสีหน้าก็รู้แล้วล่ะว่า...ตอนนี้เขารู้สึกยังไง

               
คงจะดีใจนิดๆ ล่ะมั้ง กับรอยยิ้มเชือดนิ่มๆ แบบนั้น

               ตอนนี้พวกเราตกอยู่ในภวังค์ของความเงียบ ไม่มีใครคิดที่จะเอ่ยปากหรือหาบทสนทนาดีๆ มาสานต่อ ฉันจะบอกอะไรให้อย่างนะ ผู้ชายคนนี้เป็นคนที่ฉันรักมากเมื่อหลายปีก่อนขนาดยอมตายเพื่อให้เขาได้เลย
แต่มีรัก ก็ต้องมีเลิกเป็นธรรมดาจริงมั้ย ไม่มีใครที่จะทนอยู่ด้วยกันไปจนแก่ตายนักหรอก เรื่องนี้ฉันเข้าใจดี

               
ผู้ชายคนนี้มีนามว่า เคอเรจ เขาเคยเป็นคนที่ฉันรักมากเมื่อหลายปีก่อนก็จริง แต่ด้วยเหตุผลบางประการก็ทำให้พวกเราแยกห่างออกจากกัน โดยฉันเป็นคนเลือกที่จะไม่ยุ่งกับเขาเองก็เพราะว่าเป็นคนแบบนี้แหละ แถมเขาก็ไม่ใช่มนุษย์อย่างที่ใครๆ เขาเข้าใจ แต่เป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งถือคติแตกต่างกันกับฉันแอนติรอส เทพแห่งรักที่ไม่สมหวัง!

               และคำพูดบางคำก็ทำให้ฉันตื่นจากภวังค์

               “ฉันมีเรื่องสำคัญอยากจะบอกเธอ...”

               
“...”

               
“ที่จริง ฉันก็อยากบอกเรื่องนี้มาตั้งนานแล้วเกี่ยวกับการแข่งขันของพวกเรา”

               
เขาเงียบในขณะที่ฉันก็เงียบเช่นกัน เหมือนกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างซึ่งฉันเองก็ไม่ค่อยเข้าใจ

               
ที่จริงแล้วเรื่องราวทุกอย่างต่างก็เชื่อมโยงต่อกันเป็นทอดๆ โดยมีการแข่งขันบ้าๆ นี่เป็นสาเหตุของทั้งหมด มันคือเกมๆ นึงซึ่งจะวัดระดับกันว่า ใครกันแน่ที่เหนือกว่าระหว่างอีรอสกับแอนติรอส และฉันก็ตอบรับคำท้าไปแต่โดยดี จากการแข่งขันที่มีอยู่ว่า...

            ‘การเก็บรวบรวมความรู้สึกทั้งสองสิ่ง ว่าด้วยรักและน้ำตา

               
มันคือการแข่งขันประชันความเร็ว ว่าใครจะสามารถรวบรวมสิ่งที่ตัวเองเลือกได้ครบก่อนกัน ลองคิดดูสิ การที่กามเทพอย่างฉันจะทำให้มนุษย์สมหวังในความรักร้อยคู่แล้วนำเศษเสี้ยวความรักมาให้ครบร้อยดวง มันง่าย...ง่ายซะยิ่งกว่าอะไรในโลกซะอีก แถมของเดิมพันของพวกเราเมื่อจบการแข่งขัน ผู้ชนะจะได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการจากผู้แพ้ แม้นั่นจะหมายถึงชีวิตของตัวเองก็ต้องยอมมอบให้อีกฝ่ายไป และฉันก็กล้าเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อที่จะเอาชนะผู้ชายคนนั้นเหมือนกัน นี่คือเกมที่เดิมพันด้วยชีวิต! หากว่าใครพลาดท่าหรือเสียทีก็อย่าหวังว่าอีกฝ่ายจะเห็นใจ

               แต่เกมนี้ก็มีกฎกติกาอยู่ว่า

               1. ผู้แพ้ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องเด็ดขาด แม้ของที่ผู้ชนะต้องการอาจจะหมายถึงชีวิตของตัวเอง
               2. การแข่งขันในครั้งนี้จะถูกปิดเป็นความลับ และห้ามสละสิทธิ์กลางคันเป็นอันขาด

               
แน่นอน ฉันไม่มีทางทำผิดกฎบ้าๆ นี้แน่ ฉันมั่นใจว่าเขาจะเป็นฝ่ายแพ้ หลังจากที่ฉันได้เศษเสี้ยวความรักเก้าสิบเก้าดวงนี้มา เหลืออีกแค่ เหลืออีกแค่ดวงเดียวเท่านั้น! พันธนาการระหว่างเราก็จะถูกตัดขาดเสียที

               ฉันได้ยินเสียงของเขาครางออกมาเบาๆ ราวกับกำลังใช้ความคิด เกาหัวหยิกๆ ก่อนจะขยับริมฝีปากแล้วยักยิ้ม

               “ฉันกะจะเพิ่มกติกาบางอย่างเข้าไป”

               
!!!

               
“...?”

               “กติกา กติกาอะไร”

               
จากที่เงียบอยู่นานก็อดใจไม่ไหวที่จะถามแบบนั้นกลับไป ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะมีอะไรแอบแฝงไว้อยู่ภายใต้แสร้งยิ้มบริสุทธิ์แบบนั้น! หากลองคิดดูดีๆ มีเกม ก็ต้องอยู่คู่กับสูตรโกงเกมจริงมั้ย ใช่แล้ว! เขากำลังจะโกงเกมนี้!! เพียงแต่กำลังหาวิธีการดีๆ ให้มันแนบเนียนสมจริง ก็เท่านั้นเอง

               “ฮึ ฉันบอกเธอแน่ไม่ต้องห่วง แต่เธอรวบรวมเศษเสี้ยวบ้าๆ นั่นได้กี่ดวงแล้ว”

            “เก้าสิบเก้า” ฉันหยิบขวดแก้วในตอนแรกขึ้นมาให้เขาดู แน่นอนเขามองเห็น ก็เขาไม่ใช่มนุษย์อย่างพวกคุณนี่นา

               
“บังเอิญจังนะ ฉันก็รวบรวมหยาดน้ำตาแห่งความเศร้าได้เก้าสิบเก้าหยดเหมือนกัน”

               บังเอิญจังนะงั้นเหรอ เหอะ! จะบอกว่าฉันเก่งขึ้นขนาดไล่ตามเขาทันก็บอกมาเถอะ นายคิดว่าฉันจะโง่ดักดานอยู่กับที่หรือไง ใช่! ฉันเปลี่ยนไป ฉันไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่เอาแต่พึ่งพาเขา จนไม่เคยทำอะไรสำเร็จได้ด้วยตัวเอง

               ส่วนสิ่งที่เรียกว่า หยาดน้ำตาแห่งความเศร้าเป็นบ่อเกิดของความทุกข์ต่างๆ มากมาย น้ำตาของมนุษย์เป็นเพียงเครื่องหมายที่ไม่สามารถปกปิดอารมณ์ที่แท้จริงไว้ได้เลย และจะมีน้ำตาอยู่ชนิดหนึ่งซึ่งจะเกิดขึ้นจากรักที่ไม่สมหวัง หรืออาจเกิดจากความเศร้าที่มีต้นเหตุมาจากความรัก (ซึ่งมันทำให้เราทรมานและเจ็บปวด) แต่จะไม่มีผลกับผู้ที่สูญเสียพรหมจรรย์ไปแล้ว ซึ่งหาได้ยากนักกับคนสมัยนี้...วิธีสังเกตง่ายๆ ก็คือ น้ำตาชนิดนี้จะเป็นสีใสหากแต่มีจุดสีดำมากมายเจือปนอยู่ในนั้น เชื่อกันว่า หากได้อาบน้ำตาพันหยด ความรักที่ไม่สมหวังก็จะกลับมาสมหวังดั่งที่คิดไว้
 
               ‘หยาดน้ำตาแห่งรักไม่บริสุทธิ์...นั่นคืออีกชื่อของน้ำตาชนิดนี้

               หากสังเกตดูดีๆ จะพบว่าทั้งสองสิ่งได้สอดคล้องกับการแข่งขันของพวกเรา จากชื่อเกมที่ว่า... การเก็บรวบรวมความรู้สึกทั้งสองสิ่ง ว่าด้วยรักและน้ำตา (คำว่ารักหมายถึง เศษเสี้ยวความรักที่ฉันต้องเก็บรวบรวมให้ครบ ส่วนน้ำตาหมายถึง หยาดน้ำตาแห่งความเศร้าที่เขาต้องเก็บให้ครบเช่นกัน)

               “อย่าทำหน้าเครียดๆ แบบนั้นสิ ไม่น่ารักเอาซะเลยนะ” เขาหยิกแก้มฉันทันทีที่เห็นหน้าบูดๆ บึ้งๆ นี้เข้า

               
“อย่ามายุ่งกับฉัน แล้วเอามือเน่าๆ นี่ออกไปซะ” ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งราวกับน้ำ แสดงความเยือกเย็นผ่านสีหน้าและแววตาราวกับเจ้าหญิงหิมะ เขามองมาที่ฉันพร้อมๆ กับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ราวกับสุนัขจิ้งจอก มันเป็นรอยยิ้มเดียวกันกับที่ฉันเกลียดเข้าไส้ ทำไมกัน...ทำไมหัวใจฉันตอนนี้ถึงได้เต้นรัวไม่เป็นจังหวะ เขายักไหล่แสดงความไม่ยี่หระแล้วก้มหน้ามาสบตากับฉัน วินาทีนั้นที่เขาโน้มตัวเข้ามาแล้วจัดการหอมหน้าผากของฉันหนึ่งที...

               
เพียะ!!

               
“อย่าทำแบบนี้อีกนะเคอเรจ นายไม่มีสิทธิ์ที่จะมาหอมฉันเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ อ้อ...อย่าทำให้ฉันโมโหไปมากกว่านี้จะดีกว่า ถ้ายังไม่เลิกทำสันดานป่าเถื่อนแบบนั้นใส่ฉันอีก นายเองก็น่าจะรู้นะ ว่าคงจะเกิดอะไรขึ้นบ้างถ้าฟิวส์ฉันขาดขึ้นมา...มีอะไรก็รีบๆ ว่ามาซะตั้งแต่ตอนนี้ ที่นายนัดฉันมาที่นี่คงไม่ใช่ให้มาฟังเรื่องไร้สาระแบบนี้หรอกใช่มั้ย บอกตามตรงว่าฉันเบื่อ...เบื่อที่จะต้องมารอคนอย่างนาย เบื่อที่นายน่ารำคาญและไม่เคยคิดที่เข้าใจฉัน พอ พอกันที มีธุระอะไรก็รีบๆ ว่ามาซะสิ แล้วถ้าเกิดไม่คิดที่จะพูด ฉันจะได้รีบกลับซะตั้งแต่ตอนนี้!

               ถึงจะเป็นน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง แต่สิ่งที่ฉันอุตสาห์อดกลั้นมาตั้งนานมันกลับปะทุขึ้นราวภูเขาไฟ ฉันยอมรับ...ผู้ชายคนนี้ทำให้ทัศนคติของฉันเปลี่ยนไปจากเดิม ฉันไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ได้ทุกครั้งที่สบตากับเขา ดวงตาสีดำแลดูหดหู่ หลังจากที่ฉันใส่อารมณ์คำพูดราวกับยิงระเบิดปรมาณู เหอะ สีหน้าแบบนั้นจะบอกว่านายยังรักฉันอยู่งั้นสิ ไม่มีทางซะหรอก นายก็แค่ตกใจจนหน้าซีดเลยผละถอยหลังไปก็แค่นั้น นายยังคงเกลียดฉัน...นายยังคงเกลียดฉันอยู่เหมือนเดิม!

               ฉันพยายามสงบสติอารมณ์ก่อนจะลอบมองใบหน้าของเขาที่ขึ้นเป็นรูปฝ่ามือแดงเถือก ไหนจะแววตาสีดำคู่นั้นที่แลดูเศร้าอย่างประหลาด ราวกับจะตอกย้ำว่าฉันเป็นคนผิดอย่างไรอย่างนั้น

               
ทำไมกัน ขอบตาของฉันถึงได้เริ่มร้อนผ่าว สิ่งที่ฉันอยากทำมากที่สุดในตอนนี้ก็คือการร้องไห้...เก็บกดมานานกับการที่ต้องเก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้ ความหวั่นไหวเริ่มจะกัดกินหัวใจฉันทีละนิด และพร้อมจะสะกดจิตให้ฉันหลงละเมอไปกับมัน...ไม่นะ! เธอต้องสะกดจิตตัวเองไว้แคร์เนส ผู้ชายคนนี้คือคนที่ทิ้งเธอไปและทำให้เธอจมอยู่กับความเคียดแค้นมาโดยตลอด เธอต้องสะกดจิตตัวเองว่าห้ามหวั่นไหว ผู้ชายคนนี้คือศัตรูของเธอ ผู้ชายคนนี้คือคนที่ฆ่าน้องสาวของเธอ!

               ฉันรวบรวมสติอยู่นานหลังจากที่มันกระเจิดกระเจิงไปหมด

               “ตกลงจะไม่พูดอะไรจริงๆ ใช่มั้ย ก็ได้ งั้นฉันกลับ”

               
“เดี๋ยว”

               
เขารั้งฉันไว้ทันที่ร่างกายหันหลังกลับไป สังเกตท่าทีที่ดูปกติไม่มีวี่แววของความหมองเศร้าอยู่เลย...เห็นมั้ย เธอตาฝาดไปเองแคร์เนส เคอเรจเขาเป็นคนไร้ความรู้สึกจะตายไป ไม่มีทางที่เขาจะรักฉันเหมือนแต่ก่อนได้หรอก

               “อะไรอีก...”

               “ฉันจะบอกเรื่องกฎข้อที่สามให้เธอรู้”

             
“...” ลืมไปเลยว่าเรากำลังคุยเรื่องนี้กันอยู่

               “เธอ ในฐานะกามเทพต้องเก็บรวมรวบเศษเสี้ยวความรักให้ได้ครบร้อยดวง งั้นใช่มั้ย”

               
“ใช่”

               “ส่วนฉัน ในฐานะแอนติรอสก็ต้องเก็บรวบรวมหยาดน้ำตาแห่งความเศร้าให้ได้ครบร้อยหยด งั้นใช่มั้ย”

               
“อืม นั่นมันหน้าที่ของนาย”

               แอนติรอสหรือเทพแห่งรักที่ไม่สมหวัง เป็นเสมือนตัวแทนของผู้คนที่ผิดหวังในความรัก ตามจริงพวกเขาก็ไม่ใช่เทพที่เลวร้ายอะไร แต่แอนติรอสเป็นเทพแห่งการรักตอบและลงทัณฑ์ผู้ที่ดูถูกความรัก เป็นเสมือนตัวแทนของความเศร้าซึ่งจะเกิดขึ้นจากรักที่ไม่สมหวัง แต่นั่นก็ทำให้ฉันไม่ค่อยสบอารมณ์กับพวกนั้นอยู่ดี...ในเมื่อความรักเป็นสิ่งที่ทำให้โลกสวยงาม แล้วจะมีตัวแทนของคนที่อกหักไปทำไม ในเมื่อกามเทพอย่างฉันก็สามารถทำให้พวกนั้นรักกันได้เหมือนเดิม...พอจะเข้าใจที่ฉันพูดไหม

               “ระยะเวลากับหัวใจดวงสุดท้าย”

               “แน่ใจว่ามันคือกฎ” โทษที แต่ฉันสงสัยจริงๆ

               “ใช่ มันคือกฎ”

               “...”

               “กฎข้อที่สาม จงรวบรวมหัวใจดวงสุดท้ายซึ่งหมายถึงหยาดน้ำตาของฉันและเศษเสี้ยวความรักของเธอเข้าด้วยกัน แน่นอน...ระยะเวลาคือตัวกำหนด ว่าใครจะรวบรวมทั้งสองอย่างได้รวดเร็วกว่ากัน สี่สิบห้าวันนับจากนี้”

               
เขามองมาที่ฉันด้วยสายตาแบบนั้นอีกแล้ว สายตาที่ทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆ ราวกับถูกสะกดจิต หาให้ครบทั้งสองอย่างงั้นเหรอ...คงหมายความให้ฉันเก็บรวบรวม เศษเสี้ยวความรักและหยาดน้ำตาแห่งรักไม่บริสุทธิ์แข่งกับเขางั้นสิ สี่สิบห้าวันนับจากนี้งั้นเหรอ มีเวลาจำกัดด้วยสินะ แต่ฉันไม่มีทางยอมรับกฎบ้าๆ นี้แน่ แม้จะยังรู้สึกติดใจไม่หายเกี่ยวกับสี่สิบห้าวันนับจากนี้เป็นต้นไป มันรู้สึกคุ้นๆ ยังไงไม่รู้สิ ราวกับวันนั้นเป็นวันสำคัญอะไรสักอย่าง... นั่นเองที่ทำให้ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู และมัน...ไม่น่าเชื่อ!

               
11: 59 P.M. หนึ่งนาทีก่อนปีใหม่

               
ฉันเหลือบไปมองเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์กับวันที่และปฏิทินที่ปรากฏขึ้นให้เห็น การเคาท์ดาวน์จะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้แล้ว แต่สิ่งที่น่าแปลกใจไปกว่านั้นคือสี่สิบห้าวันนับจากนี้ต่างหาก

               เพราะแท้ที่จริงวันนั้น...วันนั้นก็คือ...

                              5...

                              4...

                              3...

                              2...

                              1...

            “วันวาเลนไทน์”

           Happy New Year’

               มันจะไม่แปลกเลยถ้าวันนั้น ไม่ใช่ครบรอบวันตายของน้องสาวฉัน!




               1 January 2013
               00: 00 A.M. วันนี้เป็นวันปีใหม่และก็เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของฉัน...              
 
               “สุขสันต์วันเกิดครบรอบสิบแปดปี แคร์เนสที่รัก...”

               
เขาเผยรอยยิ้มหวานๆ ซึ่งเป็นรอยยิ้มในแบบที่ฉันชอบ รอยยิ้มที่ทำให้ฉันมีความสุขและรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก เท่าไหร่แล้วนะ...เท่าไหร่ที่ฉันไม่ได้เห็นรอยยิ้มแบบนั้นบนใบหน้าของเขา มันเป็นของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้รับมา หัวใจฉันตอนนี้เต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ราวกับจะหลุดออกมาข้างนอกให้ได้

               แต่ทันทีที่เขาหุบยิ้มก็เหมือนกับจะไม่ได้เห็นอีกเป็นครั้งที่สอง ใช่...เขาหุบยิ้มแสนหวานนั่นไป รอยยิ้มบางๆ ที่ค่อยๆ จางหาย มันจะอยู่ค้างกายของฉันตลอดไปและไม่มีทางที่จะลางเลือน




To be continued







                    


UP: 10/05/12
Little Garden
(แก้ไข)

TALK ::

  อันนี้ก็เป็นอีกตอนที่แก้มาหลายรอบแล้วเหมือนกัน แต่ครั้งนี้จะหยุดแล้วล่ะ พอจะเริ่มลงตัวบ้างแล้ว
  ตอนที่ 1 ไม่รุ้ว่ายาวไปหรือเปล่า แต่ตอนต่อไปยาวแน่ๆ มีชัวร์
  ตอนที่1 อันนี้อาจจะน่าเบื่อไปนิดนึง (ไม่นิดแล้วแกเอ้ย!!!) คือเรื่องนี้ปมค่อนข้างเยอะพอควรน่ะนะ ก็เลยอธิบายเรื่องราวที่ควรจะเข้าใจ
        ไว้ก่อนซะตั้งแต่ตอนแรกทุกคนจะได้ไม่งงเตลิดเปิดเปิงไปมากกว่านี้ (?) อย่าว่ากันนะครับรีดเดอร์ทุกท่าน
  ท้ายนี้ขอฝากนิยายเรื่องนี้แก่นักอ่านทุกๆ คนด้วยนะครับ :) 





70 ความคิดเห็น

  1. #68 Oh_nana (@next-station) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2555 / 23:56
    รู้สึกว่าพล็อตหนักจริงๆ 5555 สู้ๆจ้ะ
    #68
    0
  2. #64 sarunoth (@sarunoth) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2555 / 10:43
    กฏอะไรมันช่างโหดร้ายเยี่ยงนี้ = =
    #64
    0
  3. #63 เพทาย (@raduga) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2555 / 10:05
    ตามมาอ่านค้ะ
    #63
    0
  4. #57 DarkPhoenix (@pear1310) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2555 / 17:57
    อ่านไปแล้วเมื่อเช้า แต่เพิ่งมาเม้นให้ตอนนี้ (เพราะเมื่อเช้าอ่านในมือถือมันโพสลำบาก)

    เรื่องนี้ดูท่าทางจะออกแนวดราม่าเล็กๆ ซึ้งหน่อยๆ เครียดอีกนิด

    ยังไงก็จะรอตอนต่อไปนะคะ เพราะนี่มันเพิ่งจะเริ่มต้นนี่นา หึๆๆๆ//หัวเราะมีเลศนัย
    #57
    0
  5. #56 coffeelover (@coffeelover1404) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2555 / 10:58
    ดูแล้วนิยายเรื่องนี้คงจะซึ้ง เป็นกำลังใจให้เน้อ
    เผินๆ แล้วเรื่องนี้ปมเยอะจนต้องอ่านต่อ =.,=!
    #56
    0
  6. #49 BlackMim (@mimkub) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 เมษายน 2555 / 23:53
    กรี๊ดดดด แอบงงๆ แต่ตื่นเต้นแปลกๆ ><
    #49
    0
  7. #42 Theletterofdevil (@theletterofdevil) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2555 / 20:19
     อั้ยย่ะ! หนูโผล่มาอีกเเล้ว =O=
    คืองี้ค่า ตอนเเรกหนูคิดว่าพวกเขาคือ ปีศาจ  ซาตาน  อะไรทำนองนี้
    เเต่ไปๆมาๆ กลับกลายเป็น กามเทพ เฉย =[]=!!!
    ฮ่าๆ เเต่ก็เเปลกใหม่ดี 
    เเต่ติงนิดนึงคือ การสะกดตัวอักษรเนี่ยมีผิดพลาดนะคะ เเต่ก็นะ... บางครั้งอาจจะตาลาย ฮ่าๆ
    ยังไงก็พยายามลองตรวจสอบตัวอักษรให้ถูกต้องด้วยเน้อ  หนูเองก็เคยพลาดของเเบบนี้ T_T
    ฮ่ะๆ  เนื้อเรื่องไปได้อย่างลื่นไหลดุจน้ำตกไหลลง (?) เเต่เอาอีกเเล้ว  ชอบตรงนี้มากๆ คือ
    "ภาษาที่ใช้  ดีมาก " ชอบตรงภาษาที่ใช้นี่เหละค่า เเล้วก็การอธิบายเรื่อง อธิบายได้เห็นภาพดีเยี่ยม  อย่างที่เคยบอก
    หนูเป็นคนที่ถ้าพูดอะไรมาให้คิด จะพยายามคิดให้เห็นภาพ  จะบรรยายอะไรมาหนูคิดหมดเเหละ ฮ่าๆ 
    ชอบมากค่ะ  สู้ต่อไป  น้องสาวคนนี้ยังคงติดตามเสมอ เเละเป็นกำลังใจให้ค่า >OPS. มาเเปะบนไทม์ไลน์ของหนูได้ตามปกติค่ะ =..=
    #42
    0
  8. #41 dragonfly_FC# (@polymerpor) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2555 / 16:42
     ลักษณะอมนุษย์ที่คุณเกลียด คำพูดเหมือนสิ่งที่อมนุษย์เป็นเลย ทั้งๆที่คนพูดอาจไม่ได้เจออมนุษย์มาก่อน ทำไมไม่เป็น อมุษย์ที่คุณคิดเป็นยังไง
    ก็อย่างที่ดิ่งเขียนอ่ะ ว่าคุณอาจไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าพวกเขาก็มีความรู้สึกเหมือนๆกัน ความจริงแล้ว คุณ ที่ดิ่งหมายถึงอาจไม่รู้เลยก็ได้ว่า อมุษย์มีรูปร่างอย่างไร
    แต่คุณจะเกลียดฉันไปได้นานแค่ไหน
    เพราะฉันเองก็ไม่ใช่ "มนุษย์" อย่างที่ใครๆ เขาเข้าใจกันซะด้วย
    งงอ่ะ ดิ่งกำลังบอกว่ามนุษย์เกลียดอมนุษย์เพราะอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วก็มาบอกว่าสิ่งที่มุนษย์เกลียดนั้นความจริงแล้วมันคือตัวพวกเขาเอง 
    พารากราฟต่อมาเขียนเหมือนมนุษย์เกลียดมนุษย์ทั้งที่มนุษย์ยังไม่รู้เลยว่าสิ่งที่พวกเขาไม่ชอบคือตัวพวกเขาเอง (มนุษย์เกลีดยผู้หญิงคนนี้ แล้วมันเกี่ยวอะไรกะข้างบนที่พยายามอธิบายอ่ะ)
    รู้ๆ กันอยู้ว่าฉันไม่ใช่มนุษย์ (ใครรู้อ่ะ)
    หนึ่งปีกว่าจะมีจักซักครั้งนึง ไม่กว่านะ เพราะความจริงหนึ่งปีจะจัดครั้งนึง
    เศษเสี้ยวความรัก (หมายถึงอะไร) จะปรากฏทุกคร้งเมื่อทุกคนสมหวังในรักและสละรอยจูบบริสุทธิ์ของตัวเอง (จริงเหรอ) คืออันนั้นพี่ปอว่ามันส่งผลกับความสมจริงนะ อย่างถ้าดิ่งสามารถอธบายมันได้ด้วยทฤษฏีที่ตรงกับความรู้สึกของคนจริงๆ มันจะทำให้เรื่องได้อรรถรสมาก
    คนอ่านจะรู้สึกว่า เออ ใช่ ถูกแล้ว เป็นแบบนั้นจริงๆ เวลารักใครซักคน ประมาณนั้น 
    ประสิทธิภาพนี่ก็เหมือนกัน ถ้ามันเชื่อมโยงกับความรู้สึกมีกลไกในการทำให้อาการนั้นหาย (ยารักษา) จะโคตรเจ๋งอ่ะ 
    ทะเลอะ - ทะเลาะ 
    ถามอะไรแบบนั้น ก็บอกว่าเกลียดแล้วยังถามแบบนั้นอีก มันไม่ขัดแย้งกับความเป็นจริงเกิ๊น
    ถ้าดิ่งเจอแบบนี้จะยังถามคำถามแบบนี้หรือเปล่าอ่ะ
    จะใช้แกหรือนายอ่ะ 
    มีคำถามเดียวที่เกิดขึ้นหลังจากอ่านอันนี้จบ
    ทำไปเพื่ออะไร ?? 
    #41
    0
  9. #40 PlaydAy (@iloveplayday) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2555 / 16:40
     โอเค  เก็บเลยงานนี้  

    ต้องลองอ่านไปสักพักจร้า  เดี๋ยววิจารณ์ให  แต่ก็วิจารณ์ไม่ค่อยเก่งหรอกนะครับ

    เรื่องคำอ่าน  และภาษาที่เรียงกัน  ก็ใช้ได้อย่างสลวยและลื่นอยู่บ้างพอปานกลาง  ผมชอบนะนิยายแบบนี้

    ซึ่ง  ถ้ามันจะมีกลื่นของแฟนตาซีโผล่เข้ามาบ้างเล็กน้อย

    และ  ผมจะชอบมาก  ถ้าหากเนื้อเรื่องหักมุม  คุณอธิบายได้หักมุมดีนะว่า  ฉันคือกามเทพ...

    เพราะ  ตอนแรก  ผมคิดว่า  เขาคือ  ปีศาจ...
    #40
    0
  10. #37 FreZinPrince (@0856900008) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2555 / 16:02
    รู้สึกดราม่าขึ้นมาเลย TT
    #37
    0
  11. #36 G ★ G a r d... (@satany) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2555 / 15:42
    ถ้าเก็บหัวใจครบแล้วจะได้อะไรอ่ะ =_=?
    แล้ววันวาเลนไทน์มันมีอะไรหรอ
    #36
    0
  12. #34 PanDonG (@mukdarat1994) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2555 / 14:53
     รู้สึกนางเอกเรื่องนี้ สวย 555
    ไม่ติงต๊องดี สู้ๆ จ้า
    #34
    0
  13. #33 LuCiDeZzA (@kpreeyanan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มีนาคม 2555 / 23:37
     บรื๋นๆ~~~~~~ แวะมาเล่นกับสวนน้อย
    --- ไม่รู้ว่าพี่รู้สึกไปเองรึเปล่า แต่อ่านคำว่า "ฉันซึ่งๆ" ทีไรแล้วมันตะหงิดๆ "ฉัน" เฉยๆได้ไหมอ่า
    ---ตื่นเต้น สะกดแบบนี้นะจ้ะ
    ---ถนนหนทาง?
    ---งานแฟนตาเซียซึ่ง...พิมพ์คำว่างานผิด
    ---งานแฟนตาเซียไม่เปลี่ยน แล้วแบบที่ไม่เปลี่ยนมันมีบรรยากาศแบบไหนอ่ะ ทำไมถึงต้องอยากอ้วกด้วยอ่า หรือว่าเพราะทุกคนต้องแต่งคอสเพลย์เหรอ ถ้าต้องแต่งคอสเพลย์ ก็ต้องเอาลักษณะงานไปขยายคำว่า งานแฟนตาเซียก่อนดีกว่าไหมอ่ะ แล้วค่อยบอกว่าไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ คนอ่านจะได้เข้าใจด้วยว่าที่ไม่ชอบมันเพราะอย่างนี้นี่เอง ไม่ต้องยืดความมากด้วย
    ---พอดูน่ารักน่าหยิกไปอีกแบบ
    ---แต่ฉันนั้นไม่ใช่ คืออะไรอ่ะ >>> แต่นั่นไม่ใช่ฉัน รึเปล่า
    ---สิทธิ์เรียกร้อง เขียนงี้เปล่า

    ----------------------------------------
    เนื้อเรื่องน่าสนใจ
    คลอเรจอะไรนี่เป็นพระเอกรึเปล่า 
    อ่านไปก็อยากรู้ว่าทำไมเค้าต้องทิ้งแคร์เนส(เขียนถูกไหมวะ)ไป 
    อีก 45 วัน ว้าว ตรงกับวันวาเลนไทน์ 
    น่าติดตามๆ
    *******ปล.เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ปรับตามความเหมาะสมนะจ้ะ หากไม่พอใจต้องขออภัย แหะๆ ******
    #33
    0
  14. #30 rainbow-light (@rainbow-light) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มีนาคม 2555 / 08:54
    อะแฮ่มๆ
    ก่อนอื่นต้องบอกเรื่องคำผิดก่อน เดี๋ยวลืม
    ค่ะ >>> คะ
    ทะเลอะ >> ทะเลาะ 
    พุด >> พูด 
    มีเท่านี้ละมั้งนะ เท่าที่เห็น 
    เปิดเรื่องได้น่าติดตามมากๆ เป็นการเดิมพันที่แบบ
    น่าอ่านค่ะ  รอมาอัพอยู่เน้อ
    ที่สำคัญพระเอกหล่อ ><
    อ้อ อยากถามนิดนึง เรื่องชื่อพระเอก มันมีความหมายมั้ยอ่ะ
    ถ้ามี มันแปลว่าอะไรเอ่ย ?
    #30
    0