คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ประวัติศาสตร์

ตอนที่ 13 : พัฒนาการของยุโรปสมัยกลาง : อารยธรรมสมัยกลาง


     อัพเดท 1 พ.ย. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/เกร็ดประวัติศาสตร์
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : Hi history ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Hi history
My.iD: https://my.dek-d.com/hithistory
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 156 Overall : 121,141
12 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 454 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ประวัติศาสตร์ ตอนที่ 13 : พัฒนาการของยุโรปสมัยกลาง : อารยธรรมสมัยกลาง , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4640 , โพส : 0 , Rating : 100% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



อารยธรรมสมัยกลาง



               ในสมัยกลาง สังคมตะวันตกตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของสถาบันคริสต์ศาสนาและการปกครองระบบฟิวดัล กล่าวคือ คริสต์ศาสนาสามารถสร้างศรัทธาให้แก่ชาวตะวันตกจนสามารถเป็นผู้ชี้นำสังคมทั้งด้านความเชื่อ จริยธรรม การดำเนินชีวิต การปกครอง ศิลปวัฒนธรรม และอื่นๆ ส่วนระบบฟิวดัลที่เกิดจากความอ่อนแอของอำนาจส่วนกลางก็ทำให้บรรดาขุนนางสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการกำหนดฐานะและสิทธิต่างๆ ของปัจเจกชนที่ส่วนใหญ่มีฐานะเป็นข้าติดที่ดินได้ ดังนั้น จึงเห็นได้ว่าอารยธรรมในสมัยกลางเกิดจากการส่งเสริมและทำนุบำรุงของพระและขุนนางเป็นส่วนใหญ่ จึงสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องราวและอิทธิพลของคริสต์ศาสนาและขุนนางในสังคมสมัยกลาง

เหตุการณ์สำคัญในยุโรปกลาง
สถาปัตยกรรม



                          


สถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์
 
ในสมัยกลางมีผลงานด้านสถาปัตยกรรมที่สำคัญอยู่ 2 แบบ คือ แบบโรมาเนสก์ และ แบบกอทิก ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงต่อการสร้างวัดและมหาวิหารในคริสต์ศาสนา ศิลปะแบบโรมาเนสก์เป็นศิลปะที่เจริญรุ่งเรืองก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 11 เกิดจากการสืบทอดของศิลปะโรมัน วัดหรืออาคารประกอบด้วยประตูหน้าต่างโค้งกลมแบบสถาปัยกรรมโรมัน กำแพงหนา กระเบื้องปูพื้นขนาดใหญ่ บานหน้าต่างเล็กและเรียวยาว บรรยากาศภายในทึมและมืดครึ้ม มองภายนอกเหมือนป้อมปราการ และอาจใช้เป็นที่หลบภัยของประชาชนเมื่อเกิดอันตรายจากศัตรูได้ มีภาพหินโมเสกประดับ ศิลปะแบบโรมาเนสก์นี้จะให้ความรู้สึกที่แข็งแกร่งและห้าวหาญแก่ผู้ที่พบเห็น และนับเป็นศิลปะที่เป็นแบบอย่างของการก่อสร้างโดยทั่วไปในระหว่างสมัยกลางตอนต้น

ในระหว่าง ค.ศ. 1150-1300 ซึ่งอยู่ในช่วยระยะเวลาแห่งความเจริญที่เรียกว่า สมัยกลางยุครุ่งโรจน์ ศิลปะแบบโรมาเนสก์ได้พัฒนาเปลี่ยนเป็นรูปแบบกอทิกที่มีลักษณะโปร่งบางและแลดูอ่อนช้อยมากกว่า จุดเด่นของศิลปะแบบกอทิก คือ ใช้อิฐปูนค้ำยันจากภายนอก และการใช้เสาหินเพื่อรองรับน้ำหนักของหลังคา ทำให้ศิลปะแบบกอทิกไม่ต้องอาศัยกำแพงที่หนาเพื่อรับน้ำหนักของหลังคา รูปแบบของศิลปะแบบกอทิกจึงมองดูเพรียวมากกว่า ส่วนประตูหน้าต่างก็เปลี่ยนแบบจากโค้งกลมขนาดเล็กเป็นโค้งแหลมขนาดกว้างที่แสงสว่างสามารถลอดผ่านได้ นอกจากนี้บนกำแพงยังสามารถประดับด้วยกระจกสีขนาดใหญ่ด้วยสีสันงดงาม ภายในโบสถ์วิหารกอทิกประดับด้วยรูปแกะสลักของนักบุญตามลักษณะที่เหมือนจริงตามธรรมชาติซึ่งเป็นลักษณแตกต่างไปจากศิลปะแบบโรมาเนสก์ที่ไม่พิถีพิถันในเรื่องของความงาม นักศิลปะแบบกอทิกสะท้อนให้เห็นว่าสมัยกลางยุครุ่งโรจน์เริ่มมีความรู้สึกนึกคิดถึงความสวยงามของธรรมชาติและมนุษย์มากขึ้น ศิลปะแบบกอทิกยังสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถทางสติปัญญาและอัจฉริยะของศิลปินในสมัยกลางเป็นอย่างดี โบสถ์วิหารที่สวยงามในปัจจุบัน เช่น มหาวิหารแซงต์เอเตียนน์ มหาวิหารนอเตรอดาม มหาวิหารแซงต์ชาแปลล์ในฝรั่งเศส และมหาวิหารออร์เวียตโตในอิตาลี ล้วนแต่เป็นศิลปกรรมกอทิกที่ก่อสร้างในสมัยกลางทั้งสิ้น




สถาปัตยกรรมแบบโกทิก

วรรณกรรม
วรรณกรรมในสมัยกลางนอกจากจะเน้นเรื่องราวความเชื่อในคริสต์ศาสนา แล้วยังมีวรรณกรรมทางโลกด้วย แต่งเป็นภาษาละตินซึ่งถือกันว่าเป็นภาษาหนังสือที่เป็นสากล และเป็นภาษาสำคัญทางศาสนา วรรณกรรมทางศาสนาที่มีอิทธิพลต่อแนวความคิดของคริสต์ศาสนิกชนในสมัยกลางมากที่สุดเล่มหนึ่ง ได้แก่ เทวนคร เขียนโดยนักบุญออกัสตินในสมัยปลายจักรวรรดิโรมัน งานเขียนอีกชิ้นหนึ่งที่ความสำคัญทัดเทียมกัน คือ มหาเทววิทยา โดยนักบุญทอมัส อะไควนัส ซึ่งใช้สอนในวิชาเทววิทยาในมหาวิทยาลัย เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อและศรัทธาในคริสต์ศาสนาอย่างมีเหตุผล





     มหากาพย์(epic)
             ในฝรั่งเศสเรียกว่า ชองซองเดอเจสต์(Chanson de Geste) เป็นเรื่องราวของการสร้างวีรกรรมของวีรบุรุษในอดีตนิยมประพันธ์ด้วยโคลงกลอน แพร่หลายในคริสต์ศตวรรษที่ 11-12 วรรณกรรมประเภทนี้ที่สำคัญ ได้แก่ ชองซองเดอโรลองด์(Chanson de Roland) ซึ่งเป็นเรื่องราวการต่อสู้ของโรลองด์ ทหารคนสนิทของจักรพรรดิชาร์เลอมาญกับกองทัพของพวกซาราเซ็นซึ่งเป็นมุสลิมที่เดินทัพมาจากสเปนเพื่อพิชิตยุโรปตะวันตก กองทัพของโรลองด์ถูกฝ่ายมุสลิมซุ่มโจมตีในเทือกเขาพิเรนีส โรลองด์เสียชีวิตในสนามรบ ชองซองเดอโรลองด์เป็นที่นิยมของพวกชนชั้นสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกนักรบ เพราะสะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติ ความกล้าหาญ ความเสียสละของนักรบ อุดมการณ์ จริยธรรม ตลอดจนความมีศรัทธาในคริสต์ศาสนาอย่างเด่นชัด




     นิยายวีรคติหรือนิยายโรมานซ์(romance)
              ประพันธ์เป็นคำกลอน เกิดในยุโรปตะวันตกในคริสต์ศตวรรษที่ 11-12 ต่อมาได้เจริญแพร่หลายในฝรั่งเศส อังกฤษและเยอรมัน นิยายวีรคติเป็นเรื่องราวความจงรักภักดีของอัศวินต่อเจ้าและขุนนาง และความรักแบบเทิดทูนที่อัศวินมีต่อสตรี
นิยายวีรคติคล้ายกับมหากาพย์ ต่างกันตรงที่มหากาพย์มีความยาวมากกว่าและไม่มีเรื่องของความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง นิยายวีรคติที่รู้จักกันเท่าไป คือ กษัตริย์อาเทอร์กับอัศวินโต๊ะกลม