คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ประวัติศาสตร์

ตอนที่ 10 : พัฒนาการของยุโรปสมัยกลาง : อิทธิพลของคริสต์ศาสนาในยุโรปสมัยกลาง


     อัพเดท 21 พ.ย. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/เกร็ดประวัติศาสตร์
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : Hi history ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Hi history
My.iD: https://my.dek-d.com/hithistory
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 150 Overall : 121,135
12 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 454 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ประวัติศาสตร์ ตอนที่ 10 : พัฒนาการของยุโรปสมัยกลาง : อิทธิพลของคริสต์ศาสนาในยุโรปสมัยกลาง , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 684 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


พัฒนาการของยุโรปสมัยกลาง

    
     ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 4-5 จักรวรรดิโรมันได้ถูกรุกรานจากพวกเผ่าอนารยชนหลายเผ่า พวกอนารยชนได้อพยพเข้ามาในดินแดนส่วนต่างๆของจักรวรรดิโรมันตะวันตก จักรพรรดิโรมันพยายามสร้างความเข้มแข็งให้จักรวรรดิโรมันที่กว้างขวางยิ่งใหญ่ให้คงอยู่ ด้วยการแบ่งจักรวรรดิออกเป็น 2ภาค คือ จักรวรรดิโรมันตะวันตก มีเมืองหลวงที่กรุงโรม และจักรวรรดิโรมันตะวันออก มีเมืองหลวงที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล แต่ก็ไม่สามารถทำให้จักรวรรดิโรมันมั่นคงอยู่ได้

    พวกอนารยชนได้รุกรานจักรวรรดิโรมันหลายครั้ง จนกระทั่งในค.ศ.476 แม่ทัพเผ่าเยอรมันได้ปลดจักรพรรดิองค์สุดท้ายของจักรวรรดิโรมันตะวันตกลง ถือเป็นการสิ้นสุดจักรวรรดิโรมันตะวันตก ดินแดนยุโรปตะวันตกจึงได้แตกแยกเป็นอาณาจักรของอนารยชนเผ่าต่างๆ ทำให้เกิดความวุ่นวายทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม
    
      ส่วนจักรวรรดิโรมันตะวันออกหรือจักรวรรดิไบแทนไทน์(Byzontine Empire) ยังดำรงสืบต่อมาอีกเกือบ 1000ปี จนกระทั่งล่มสลายในค.ศ.1453 การที่จักรวรรดิ    ไบแซนไทน์ยังคงดำรงอยู่ต่อมา นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออารยธรรมตะวันตก เนื่องจากจักรวรรดิแห่งนี้ได้ถ่ายทอดมรดกทางอารยธรรมกรีก-โรมันในด้านต่างๆในเวลาต่อมา
 
1.อิทธิพลของคริสต์ศาสนาในยุโรปสมัยกลาง
       คริสต์ศาสนาได้กำเนิดขึ้นในช่วงต้นของสมัยจักรวรรดิโรมัน ศาสดาคือ พระเยซูคริสต์ หลังจากนั้นประมาณ 300ปี คริสต์ศาสนาเป็นศาสนาต้องห้ามของจักรวรรดิโรมันและถูกทางการปราบปรามอย่างรุนแรง      จนกระทั่งในช่วงคริสต์ศตวรรษที่4 จักรพรรดิคอนสแตนตินที่1 ทรงนับถือคริสต์ศาสนา และในค.ศ.394 จักรพรรดิทีโอโดซิอัสที่1ได้ประกาศให้    คริสต์ศาสนาเป็นศาสนาประจำจักรวรรดิโรมัน ทำให้คริสต์ศาสนาขยายตัวมีผู้นับถือมากขึ้น

     เมื่อจักรวรรดิโรมันเสื่อมลง สถาบันคริสต์ศาสนากลับมีความแข็งแกร่งมากขึ้น และเมื่อจักรวรรดิล่มสลายไป ดินแดนยุโรปมีแต่ความปั่นป่วน ศาสนาจึงได้เข้ามามีบทบาทเป็นผู้นำในทางจิตวิญญาณของชาวยุโรป และสามารถมีอิทธิพลครอบงำยุโรปสมัยกลางทั้งด้านสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ

      1.1 บทบาททางสังคม
            ในสมัยกลาง คริสต์ศาสนาได้เข้ามามีบทบาทต่อสังคมยุโรป เพราะสังคมมีแต่ความวุ่นวายและความเสื่อม ผู้ที่ปรารถนาจะหลบหนีจากความวุ่นวายได้พบว่าคริสต์ศาสนาสามารถให้ความรู้สึกที่มั่นคงทางจิตใจได้
                คริสต์ศาสนาจึงแผ่อิทธิพลไปทั่วยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคริสต์ศตวรรษที่ 12และ13 ศาสนจักรมีอำนาจสูงสุดเหนือสถาบันใดๆ และเข้าไปมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของชาวยุโรปอย่างกว้างขวาง


            คริสตจักรได้เสริมสร้างระบบการบริหารที่มีประสิทธิภาพตามแบบโรมันด้วยการสร้างความเป็นเอกภาพของคริสต์ศาสนิกชน และคริสตจักรยังมีความสัมพันธ์กับอาณาจักรทางโลก เช่น การสถาปนาจักรพรรดิโรมันในสมัยกลาง ทำให้คริสตจักรมีความสัมพันธ์กับรัฐ พร้อมกับสร้างความชอบธรรมทางการเมืองให้แก่ศาสนจักรในสมัยกลาง